-
++kasetloongkim.com++
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาประจำวัน 16 ม.ค. ....... * ผักสวนครัวอายุสั้น ใช้ปุ๋ยไม่มาก
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาประจำวัน 16 ม.ค. ....... * ผักสวนครัวอายุสั้น ใช้ปุ๋ยไม่มาก

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11566

ตอบตอบ: 15/01/2023 5:25 pm    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาประจำวัน 16 ม.ค. ....... * ผักสวนครัวอายุสั้น ใ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 1ุ6 ม.ค.

***********************************************************************
สวัสดีครับ ท่านผู้ฟัง ที่เคารพ
กองทัพบก เพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม
ผลิตรายการโดย กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

จุดยืนรายการ ....
* เกษตรแบบ อินทรีย์นำ - เคมีเสริม - ตามความเหมาะสม “.. ? ..”
* ปัจจัยพื้นฐาน ดิน - น้ำ - แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล - สารอาหาร - สายพันธุ์ - โรค
* หัวใจเกษตร ปุ๋ย-ยา-ไฟฟ้า-เวลา-ค่าแรง-ค่าที่-อารมย์-เทคนิค-เทคโนฯ-โอกาส-ตลาด-ต้นทุน
* พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ
เช่นเคย รายการเรา....
*** 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว-สายตรง ที่ (081) 913-4986, ....
*** FB วีระ ใจหนักแน่น, ....
*** อินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิม ดอทคอม .... เว้บนี้ ถาม 1 บรรทัด ตอบ 1 หน้า
ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU ....

รายการวิทยุ :
*** AM 594 ปตอ. เวลา 0815-0900 จันทร์-ศุกร์ คลื่นนี้ครอบคลุมพื้นที่ 40+ จังหวัด ***

งานสัญจรปกติตามวงรอบ :
* วันเสาร์ของสัปดาห์แรกของเดือน ....... ไปที่วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สองของเดือน ..... ไปที่วัดอัมพวัน (หลวงพ่อโหน่ง) สองพี่น้อง สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สามของเดือน ..... ไปวัดท่าตำหนัก เพชรเกษม แยกนครชัยศรี นครปฐม,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สี่ของเดือน ........ ไปวัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปา ถ.วงแหวนตะวันตก
* เดือนที่มี 5 เสาร์ เสาร์ที่ 5 ของเดือน ... ไปวัดทุ่งสะเดา แปลงยาว ฉะเชิงเทรา
** ถึงจุดนี้ เกษตรกรอยากให้งานสัญจรไปลง ที่ไหนก็ได้ ติดต่อมา พูดคุยกันในรายละเอียด

*** วันนี้วันจันทร์ ทุกวันจันทร์ เฉพาะวันจันทร์ สมช.สีสันชีวิตไทย “คุณล่า” (081) 944-8494 ไปที่ตลาดนัดวัดอมรญาติ ดำเนินสะดวก ราชบุรี พร้อมกับ ระเบิดเถิดเทิง. ไบโออิ. ไทเป. ยูเรก้า. ยาน็อค. กับหนังสือหัวใจเกษตรไทย มินิ ไปจำหน่าย....
*** ด้วยประสบการณ์ร่วม 20 ปี พบเห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวมามากมาย ใครสนใจใคร่รู้ก็ไปคุยกัน แล้วจะรู้ว่า อ้อออ เป็นอย่างนี้นี่เอง....

*** งานสีสันสัญจรวันเสาร์ เสาร์นี้วันที่ 21 ม.ค. ลุงคิม กับ อ.ณัฐ (086) 983-1966 สมุนไพรสำหรับคน ไปที่วัดท่าตำหนัก ถ.เพชรเกษม (ขาล่อง) ก่อนถึงแยกนครชัยศรี 200 ม. นครปฐม....
*** งานนี้ ซื้อหนังสือหัวใจเกษตรไท มินิ 1 เล่ม แถม หนังสือไม้ผลแนวหน้า 1 เล่ม........ใครไม่ซื้อ ไม่ซื้อแต่แจก แจกหนังสือไม้ผลแนวหน้า คนละ 1 เล่ม


***********************************************************************
***********************************************************************

จาก : 06 917x 418x
ข้อความ : ทำสวนผักอินทรีย์ ขายแล้วได้เงินได้บุญ

จาก : 09 834x 712x
ข้อความ : ผักสวนครัวอายุสั้น ใช้ปุ๋ยไม่มาก ปุ๋ยในครัวมีอะไรบ้าง

จาก : 08 163x 083x
ข้อความ : แปลงไร่เปลี่ยนเป็นผักอินทรีย์ อินทรีย์สไตล์คุณตา


MOTIVATION แรงบันดาลใจ :

จากพืชเชิงเดี่ยวสู่เกษตรอินทรีย์ ขายส่งห้างเดือนละหลักแสน :

“ครอบครัวผมเป็นเกษตรกรชาวไร่ ปลูกอ้อย มันสำปะหลัง เก็บเกี่ยวผลผลิตได้ปีละครั้ง เมื่อเรียนจบออกมา จึงมองเห็น ช่องทางที่จะปลูกพืชผักชนิดอื่น เพื่อหารายได้หมุนเวียนเข้ามาเสริม ช่วงแรกลองผิดลองถูกปลูกผักหลายชนิดที่ต้องใช้สารเคมี เพราะได้รับการบอกเล่ามาว่าจะให้ผลตอบแทนดี แต่สุดท้ายต้องเปลี่ยนแนวคิด เพราะตัวผมเองได้รับผลกระทบจากการฉีดพ่นยา แสบคันไปทั้งตัว จึงมองหาวิธีใหม่ และเห็นว่าผักอินทรีย์ ผักออร์แกนิกปลอดสารพิษเป็น

ธนวัฒน์ ว่องไวตระการ ประธานวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี วัย 27 ปี เล่าถึงจุดเริ่มต้นของการปลูกผักเสริมรายได้จากการทำไร่อ้อยและมันสำปะหลัง จนผักกลายเป็นรายได้หลักอีกอย่าง...หลังเปลี่ยนแนวคิดลดใช้สารเคมี จึงเริ่มหาความรู้ในการทำเกษตรอินทรีย์แบบเจาะลึก ทั้งจากหน่วยงานรัฐ เรียนรู้จากวิสาหกิจชุมชนต่างๆ จนพบกับเกษตรกรที่เป็นเครือข่ายผู้ส่งผลผลิตให้กับแม็คโคร จึงได้แลกเปลี่ยน พูดคุยรวมถึงให้คำแนะนำภายใต้แนวคิด “การตลาดนำการผลิต” โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับหลังสถานการณ์โควิด ที่ผู้บริโภคหันมาใส่ใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น ความต้องการผักอินทรีย์ ผักออร์แกนิกปลอดสารพิษ จึงมีมากขึ้นตามลำดับ

เมื่อหันเข้าสู่วิถีเกษตรอินทรีย์ จากการจุดประกายของเกษตรกรเครือข่ายผู้ส่งผลผลิตให้กับแม็คโครแล้ว จึงขอทางบ้านเปลี่ยนพื้นที่กว่า 60 ไร่ มาทำเกษตรอินทรีย์ ปลูกผักออร์แกนิก โดยใช้เวลากว่า 2 ปี ในการพัฒนาและปรับสภาพแวดล้อมให้ได้มาตรฐานออร์แกนิก และ จีเอพี ซึ่งต้องลงทุนไปค่อนข้างเยอะ ช่วงแรกขาดทุนไปเป็นหลักล้านบาท แต่ก็ไม่ได้ท้อ ศึกษาหาความรู้เรื่อยมา กระทั่งลงมือทำแล้วเห็นผล จึงรวมกลุ่มกับเพื่อนเกษตรกรจัดตั้งวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ขึ้นมา เพื่อสร้างผลผลิตที่จะตอบโจทย์ความต้องการของตลาด จนได้พื้นที่เกษตรอินทรีย์แปลงใหญ่ ที่ประสบความสำเร็จอย่างปัจจุบัน

“ช่วงแรกผมปลูกผักอายุสั้น ให้ได้ผลตอบแทนเร็ว เช่น กวางตุ้ง ผักบุ้ง คะน้า ก็โตบ้าง ไม่โตบ้างเลยพยายามหาความรู้เพิ่มเติม และลองผิดลองถูก รวมทั้งไปศึกษาดูงานจากที่ต่างๆ จึงรู้ว่าตลาดมีความต้องการสินค้าชนิดใด เราก็ปลูกพืชชนิดนั้น ส่งผลให้มีรายได้ต่อเนื่องและมั่นคงมากขึ้น ขณะเดียวกันก็คิดนอกกรอบ เตรียมทำผักดูโอที่ใช้ได้ทั้งกินและตกแต่ง ซึ่งเป็นที่ต้องการของร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม อย่างโรสแมรี่และเลมอน ส่งขายเพื่อเพิ่มรายได้ให้กลุ่มต่อไป”

ปัจจุบันวิสาหกิจชุมชนเกษตรอินทรีย์ อ.ด่านมะขามเตี้ย จ.กาญจนบุรี ส่งผักปลอดสารพิษไปจำหน่ายยังสาขาต่างๆของแม็คโครมากกว่า 30 ชนิด มีรายได้หลักแสนบาทต่อเดือน โดยไม่หยุดที่จะพัฒนา พืชผักเกษตรอินทรีย์ให้มีคุณภาพ พัฒนาผักอินทรีย์ใหม่ๆป้อนตลาดที่มีความต้องการอย่างต่อเนื่อง.
กรวัฒน์ วีนิล

https://www.thairath.co.th/news/local/central/2578715



ตอบ :
ผักอินทรีย์ PURE-PURE :
หลักการและเหตุผล :

ปุ๋ย-ธาตุอาหาร-สารอาหาร ทั้ง 3 คำนี้คือ สิ่งเดียวกัน หมายถึงสิ่งที่พืชใช้เพื่อการดำรงชีวิต ประกอบด้วย ธาตุหลัก-ธาตุรอง-ธาตุเสริม-ฮอร์โมน และอื่นๆ.... แบ่งประเภทหรือชนิดได้เป็น 2 คือ อินทรีย์ (ธรรมชาติ) กับ สังเคราะห์ (เคมี)

การจะ "รับ" หรือ "ปฏิเสธ" อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวระหว่าง อินทรีย์ กับ เคมี นั้นสามารถทำได้ แต่เมื่อต้องการให้พืชมีพัฒนาการที่ดีจึงจำเป็นต้องให้และต้องให้ในปริมาณที่พอเพียงด้วย

กรณีที่เราต้องการปฏิเสธ "ปุ๋ยเคมี" อย่างเด็ดขาด ก็ต้องใช้ "ปุ๋ยอินทรีย์" แทน และการแทนก็จะต้องแทนอย่าง เหมาะสม/ถูกต้อง/ตรงตามความต้องการ ของพืชอย่างแท้จริง มิเช่นนั้น พืชหรือผักที่ปลูกก็จะไม่เจริญเติบโต แคระแกร็น ไม่มีคุณภาพ ไม่เป็นที่ต้องการของตลาดหรือขายไม่ออกเลย ถึงขนาดบางครั้งเจ้าของหรือคนปลูกยังไม่อยากกินด้วยซ้ำ

ทำเล :
ห่างไกลแหล่งมลภาวะ เช่น โรงงานอุตสาหกรรม, โรงไฟฟ้า, คอกปศุสัตว์ที่ใช้สารสังเคราะห์(ฮอร์โมน-ยา-ฯลฯ), แปลงเพาะปลูกพืชด้วยระบบเคมี, แปลงปลูกพืชตัดแต่งพันธุกรรม (จีเอ็มโอ).

น้ำ :
เป็นน้ำธรรมชาติที่ปราศจาการเจือปนสารพิษ เช่น น้ำเสียจากครัวเรือน. น้ำจากเหมืองแร่, น้ำจากคอกปศุสัตว์ที่ใช้สารสังเคราะห์, น้ำที่ไหลผ่านมาจากแปลงเกษตรระบบเคมี, น้ำที่ไหลผ่านมาจากกองขยะ,

ปุ๋ยอินทรีย์ :
ปุ๋ยคอก :
ใช้มูลสัตว์ประเภทเลี้ยงปล่อยหากินอิสระ ไม่มีโรคระบาด ไม่กินฮอร์โมนสังเคราะห์ ตากแห้งเก็บนานข้ามปี ใช้มูลสัตว์กินพืช (เพื่อให้ได้ธาตุไนโตรเจน) และมูลสัตว์ปีก (เพื่อให้ได้ธาตุฟอสฟอรัสและโปแตสเซียม) ที่พักสัตว์ต้องไม่มีการใช้โซดาไฟฆ่าเชื้อโรคหรือดับกลิ่น

ปุ๋ยพืชสด : เลือกใช้พืชตระกูลถั่วเพื่อให้ได้ธาตุไนโตรเจนมากๆ เป็นพืชที่ไม่ผ่านการบำรุงด้วยปุ๋ยเคมี ฮอร์โมนสังเคราะห์ และไม่ผ่านการให้สารเคมีฆ่าแมลง แห้งหมักนานข้ามปี เพื่อให้ได้ธาตุอาหารหลากหลายควรใช้ทุกส่วนของพืชต่างๆ เช่น หัว ราก ต้น ใบ ดอก ผลดิบ ผลสุก

หมายเหตุ :
เทคนิคการทำปุ๋ยอินทรีย์เพื่อให้ได้ ชนิดและปริมาณ ธาตุอาหารมากๆ ควรใช้วัสดุส่วนผสมหลายๆ ประเภท เช่น

ปุ๋ยคอก : มูลวัว/ควาย/หมู/แพะ. มูลไก่/นกกระทา/เป็ด/ค้างคาว.
เศษซากพืช : ฟาง. ต้นถั่ว. เปลือกถั่ว. ขุยมะพร้าว. แกลบดิบ/ดำ. รำหยาบ/ละเอียด.
อื่นๆ : น้ำมะพร้าว. นมสด. น้ำซาวข้าว. น้ำผักดอง. น้ำล้างชาม. น้ำล้างเขียงทำปลาสด. สาโท. เศษอาหารจากครัวเรือน. มูลวัว/หมู สดใหม่ขณะตั้งท้อง. ขี้เพี้ยในลำไส้เล็กวัว/ควาย.

จุลินทรีย์ :
จุลินทรีย์เพื่อการเกษตรที่ดีที่สุด คือ จุลินทรีย์ประจำถิ่น (ฟูกูโอกะ) เทคนิคการทำกองปุ๋ยอินทรีย์ ณ ใจกลางแปลงเกษตร เพื่อเปิดโอกาสให้จุลินทรีย์ภายในแปลงบริเวณรอบข้างหรือใกล้เคียงกองปุ๋ยอินทรีย์ เข้าไปอยู่ในกองปุ๋ยอินทรีย์แล้วเจริญพัฒนาอยู่ในกองปุ๋ยอินทรีย์นั้น เมื่อนำปุ๋ยอินทรีย์ใส่กองนี้ไปใช้ในแปลง จึงเท่ากับส่งจุลินทรีย์ในกองให้กลับไปอยู่ยังที่เดิม ข้อดีก็คือ จุลินทรีย์กลุ่มนี้ไม่ต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมที่อยู่ใหม่ เมื่อลงไปอยู่ในดินแล้วสามารถเจริญพัฒนาต่อได้เลยนั่นเอง

เทคนิคการบำรุงจุลินทรีย์ประจำถิ่น....
ใช้กากน้ำตาลต้มร้อน 70 องศาเซลเซียส นาน 1 ชม. เพื่อขจัดสารปนเปื้อนจากกระบวนการทำน้ำตาลทรายซึ่งติดมากับกากน้ำตาลนั้น ต้มแล้วปล่อยให้เย็น....

ใช้งาน : กากน้ำตาลต้มแล้ว 40 ซีซี./น้ำ 20 ล. ฉีดพ่นลงดินในแปลง กากน้ำตาลตัวนี้จะไปเป็นอาหารแหล่งพลังงานแก่จุลินทรีย์ดั้งเดิมที่แฝงตัวอยู่ในเนื้อดินให้เจริญพัฒนาขึ้นเองตามธรรมชาติ

จุลินทรีย์ภายนอก หมายถึงจุลินทรีย์ที่มีจำหน่ายตามท้องตลาด หรือจุลินทรีย์ของ พด. ที่เกษตรกรนำมาใช้ ได้แก่ จุลินทรีย์ในกองปุ๋ยหมักอินทรีย์. จุลินทรีย์ในถังหมักน้ำหมักชีวภาพ. การใช้จุลินทรีย์ประเภทนี้ต้องใช้ด้วยความระมัดระวัง เพราะอาจมีจุลินทรีย์ชนิดเชื้อโรคแฝงเข้าไปอยู่ในกองหรือในถังได้

การนำจุลินทรีย์ต่างถิ่นมาใช้ แม้จะเป็นจุลินทรีย์ดีมีประโยชน์ เมื่อจุลินทรีย์พวกนี้ลงไปอยู่ในแปลงซึ่งเป็นแหล่งที่อยู่ใหม่แล้ว จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ แต่เนื่องจากจุลินทรีย์เป็นสัตว์เซลล์เดียว มีความแข็งแรงน้อยมาก อาจปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมของแหล่งที่อยู่ใหม่ไม่ได้หรือไม่ทัน จุลินทรีย์พวกนี้ก็ต้องตาย

พันธุ์ :
ไม่ใช่พืชตัดแต่งพันธุกรรม (จีเอ็มโอ) ควรเน้นพืชพื้นเมืองมากว่าพันธุ์ลูกผสม
น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง :
ส่วนผสม : ปลาทะเล. กากน้ำตาล. น้ำมะพร้าว. สับปะรด. เลือด. นม. ไข่. ไขกระดูก. ขี้ค้างคาว.
เตรียมดิน :
(1) ไถดิน ขี้ไถขนาดใหญ่ ตากแดดจัด 15 แดด ถ้าฝนตกให้ไถใหม่เริ่มนับ 1 ตากแดดใหม่
(2) ใส่อินทรีย์วัตถุ "ขี้วัวขี้ไก่แกลบเก่ารำละเอียด." ผสมเข้ากันแล้วหว่านทั่วแปลง
(3) ไถพรวน ปรับสันแปลงให้เป็นหลังเต่า
(4) คลุมหน้าแปลงด้วยฟางหรือหญ้าแห้งหนาๆ
(5) รดด้วย "น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง" รอบที่ 1 ทิ้งไว้ 7-10 วัน
(6) รดด้วยน้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง รอบที่ 2 ก่อนลงกล้า 1-2 วัน
(7) โครงสร้างดินชื้นสม่ำเสมอแต่ต้องไม่อุ้มน้ำ
หมายเหตุ :
- ระยะเวลาให้น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงจากรอบที่ 1 ถึงรอบที่ 2 เป็นการบ่มดิน เพื่อให้เวลาแก่จุลินทรีย์เข้าทำการย่อยสลายอินทรีย์วัตถุและปรับสภาพดิน

- น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิงหมักนานข้าม 1-2-3 ปี ส่วนผสมทุกอย่างเป็น "อินทรีย์" แท้ๆ
- ปุ๋ยอินทรีย์แห้งหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง (ส่วนผสมของน้ำหมักระเบิดเถิดเทิง + อินทรีย์วัตถุ) หมักนานข้ามปี ดีที่สุด

- น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิงสูตรดังกล่าวข้างต้นมีสารอารแต่ละตัวระดับกลางๆ ซึ่งเหมาะสำหรับปรับปรุงบำรุงดินโดยเฉพาะ แต่หากต้องการใช้กับผักกินใบก็ต้องปรับสูตร โดยเพิ่มเลือด. นม. มากขึ้นจากปกติ 25-50% และหากต้องการใช้กับผักกินผลก็ต้องปรับสูตร โดยเพิ่มขี้ค้างคาว. ไข่. 25-50% เช่นกัน

เตรียมเมล็ดพันธุ์ :
- แช่เมล็ดในน้ำหมักชีวภาพระบิดเถิดเทิง 3-6 ชม.
- แช่ครบกำหนดเวลาแล้วนำขึ้นผึ่งลมให้แห้ง เมื่อแห้งแล้วนำไปหว่านในแปลงเพาะกล้าได้เลย

ฮอร์โมน :
- ฮอร์โมนธรรมชาติ ได้แก่ น้ำมะพร้าวแก่+อ่อน, น้ำคั้นไชเท้า+น้ำคั้นเมล็ดเริ่มงอก, น้ำคั้นผักที่ปลูกให้แก่ผักที่ปลูก, น้ำคั้นเมล็ดอ่อนข้าวโพดหวาน, น้ำคั้นข้าวน้ำนม. นมเหลืองแม่วัว,

- ฮอร์โมนธรรมชาติอื่นๆ ได้แก่ น้ำเต้าหู้. น้ำมูลวัว/หมูตั้งท้องสดใหม่. น้ำล้างเขียงทำปลา. เลือดสด. น้ำนึ่งปลาทะเล. น้ำหอยเผา. น้ำคั้นผล/เมล็ดอ่อน.

ฮอร์โมนพืชสด :
วิธีทำและวิธีใช้ :

(1) เลือกผักกินใบ ต้นสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคแมลงรบกวน ใช้ทั้งต้น เก็บตอน ตี.5
(2) เก็บมาแล้วสลัดเศษดินออก ไม่ต้องล้างน้ำ
(3) นำเข้าเครื่องปั่นแบบแยกกากแยกน้ำ (จุ๊ยเซอร์) ทันที ใช้ส่วนที่เป็นน้ำ
(4) การเก็บและการปั่นในเครื่องปั่นควรทำในที่มืด
(5) น้ำคั้นที่ได้เก็บในภาชนะทึบแสง
(6) นำเก็บในตู้เย็น
(7) อัตราใช้ น้ำคั้นผักสด 100-200 ซีซี./น้ำ 20 ล.ให้ตอนมืดหรือไม่มีแสงแดดเท่านั้น

เหตุผล : เพราะฮอร์โมนธรรมชาติไม่สู้แสง ยูวี.

การบำรุง :
- ให้ "น้ำ 100 ล.+ น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 50 ซีซี." ทุกวัน ช่วงหลังค่ำ
- ให้ "ฮอร์โมนธรรมชาติ" ที่เหมาะสมกับผักที่ปลูก 2-3 อย่างแบบสลับกัน ทุกวันเว้นวัน ช่วงหลังค่ำ
- ให้ "น้ำ 100 ล.+ เลือดไก่สดใหม่ 100-200 ซีซี." 2-3 ครั้ง ตลอดอายุผัก (ตั้งแต่ยืนต้นได้ถึงเก็บเกี่ยว) จะช่วยให้ได้น้ำหนักเพิ่มขึ้น 20-25% (อ.สุวรี จันทร์กระจ่าง / สถาบัน เอไอที)

- ให้ "น้ำ 100 ล.+ น้ำเมือกไส้เดือน (ไส้เดือนเป็นๆ แช่น้ำ 1 คืน)10 ล." จะช่วยให้ผักกินใบเขียวสดดี
- ให้ "น้ำ 100 ล.+ น้ำเมือกปลา (ปลาเป็นแช่น้ำ 1 คืน) 10 ล." จะช่วยให้ผักกินใบแตกยอดใหม่ ใบใหญ่ เขียวเข้มดี (น้ำเมือกปลามี N มากกว่ายูเรียเท่าตัว / ดร.สุรยา ศาสนรักกิจ / วว.)

- ให้ "น้ำ 100 ล.+ น้ำตาลสดจากงวงตาลหรือจั่นมะพร้าวหรือน้ำอ้อยคั้น 100-200 ซีซี." จะช่วยให้ผักกินผลออกดอกดี

http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=1403

ฮอร์โมนธรรมชาติ :
ฮอร์โมนสมส่วน :
วัสดุส่วนผสม :

น้ำคั้นหัวไชเท้าสดใหม่ ............ 1 ล.
น้ำคั้นเมล็ดงอก .................... 1 ล.
น้ำมะพร้าวอ่อน (เนื้อเป็นวุ่น) ..... 1 ล.
น้ำมะพร้าวแก่ (แกง) .............. 1 ล.
น้ำส้มสายชู ........................ 30 ซีซี.
ธาตุรอง/ธาตุเสริม ................. 50 กรัม
กลูโคสน้ำ .......................... 100 ซีซี.
วิธีทำ :
1. หัวไชเท้าสดใหม่ สมบูรณ์ โตเร็ว เก็บตอน ตี.5 เข้าเครื่องปั่นแบบแยกกากแยกน้ำ (จุ๊ยเซอร์)
2. แช่เมล็ดถั่วเขียว (น้ำมากที่สุดในบรรดาเมล็ดพืชด้วยกัน) 2-3 วัน เหมือนการเพาะถั่ว งอก เมื่อเริ่มมีรากโผล่ออกมาให้นำขึ้น

3. นำเมล็ดถั่วเขียวรากเริ่มงอกผสมกับ น้ำมะพร้าวอ่อน+ น้ำมะพร้าวแก่ พอท่วม ใส่เครื่องปั่นโมลิเนกซ์ ปั่นให้เมล็ดถั่วเขียวละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้

4. ผสมน้ำคั้นไชเท้า. น้ำมะพร้าว น้ำเมล็ดเริ่มงอก. คนเคล้าให้เข้ากันดีแล้วเติมน้ำส้มสายชู. คนเคล้าให้เข้ากันดีอีกครั้ง แล้วเติมธาตุรอง/ธาตุเสริม คนเคล้าให้เข้ากันดีอีกครั้ง ได้ "หัวเชื้อฮอร์โมนขยายขนาด เข้มข้น" พร้อมใช้งาน

อัตราใช้ :
หัวเชื้อ 50 ซีซี./น้ำ 20 ล. ฉีดพ่นทางใบ ให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบลงถึงพื้น ช่วงเช้า แดดไม่ร้อน
หมายเหตุ :
- ฮอร์โมนธรรมชาติที่เป็น “เคมีชีวะ” ไม่สู้แสงแดด (รังสีอุลตราไวโอเลต) จึงควรใช้หลังสิ้นแสงอาทิตย์ แม้ไม่มีแสงแดดปากใบพืชไม่เปิด แต่ให้ทางดินแทน รากก็จะทำหน้าที่ดูดสารอาหารไปไว้ที่ใบ ครั้นรุ่งขึ้นมีแสงแดดใบจะทำหน้าที่สังเคราะห์ฮอร์โมนนั้นส่งลงมาให้ต้นเอง

- ในน้ำคั้นไชเท้าสด มีฮอร์โมนไซโตคินนิน. ประสิทธิภาพในการขยายขนาด "ทางข้าง" ของพืช
- ในน้ำคั้นเมล็ดเริ่มงอก มีฮอร์โมนจิ๊บเบอเรลลิน. ประสิทธิภาพในการขยายขนาด "ทางยาว" ของพืช
- เมื่อใช้ ไซโตคินนิน + จิ๊บเบอเรลลิน (1 : 1) จึงมีประสิทธิภาพในการขยายขนาดพืชทั้ง "ทางข้าง และ ทางยาว" จึงเท่ากับโตอย่างสมส่วน

- น้ำมะพร้าวอ่อน (เนื้อเป็นวุ้น) มีฮอร์โมนจิ๊บเบอเรลลิน. ขยายขนาดทางยาว และน้ำมะพร้าวแก่มีฮอร์โมนไซโตคินนิน. ขยายขนาดทางข้าง

- น้ำส้มสายชู ช่วยป้องกันไม่ให้ส่วนผสมเปลี่ยนสีจากเดิมเป็นสีน้ำตาล หรือดำคล้ำ
- ส่วนผสมทุกตัวที่กล่าว เมื่อใช้แล้วขยายขนาดพืชได้ แต่ เนื้อหลวม น้ำหนักน้อย สีไม่จัด กลิ่นและรสไม่ดี เมื่อได้เพิ่ม “ธาตุรอง/ธาตุเสริม” ลงไปจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ กล่าวคือ เนื้อแน่น น้ำหนักดี สีจัด กลิ่นรสดี

- การเก็บรักษา เก็บในตู้เย็น บรรจุภาชนะทึบแสง หากต้องการเก็บไว้นาน แนะนำให้เติมสารกันบูด 0.5 %

พืชเป้าหมาย :
- ไม้ใบ ........ ยืนต้นได้ดีแล้วช่วยขยายขนาดใบให้ใหญ่ขึ้น
- ไม้ดอก ..... เมื่อดอกออกมาแล้วช่วยขยายขนาดดอกให้ใหญ่ขึ้น
- ไม้ผล ....... ช่วงผลโตได้ 25-75% ช่วยขยายขนาดผลให้ใหญ่ขึ้น

ฮอร์โมนเขียว :
สำหรับผักกินใบ :
วัสดุ ส่วนผสม และวิธีทำ :

เลือกผักสวนครัวกินใบ อายุสั้น ฤดูกาลเดียว เช่น ผักกาด ผักคะน้า ต้นที่สมบูรณ์ แข็งแรง โตเร็ว อัตราโตประมาณ 50% ไม่มีโรคแมลง และไม่มีการใช้สารเคมียาฆ่าแมลง หรือสารสมุนไพรทุกประเภท เก็บตอนเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น ถอนขึ้นมาทั้งต้น (ใบ+ราก) สลัดดินติดรากทิ้ง ไม่ต้องล้างน้ำ นำเข้าเครื่องปั่นแบบแยกกากแยกน้ำ (จุ๊ยเซอร์) น้ำคั้นผักที่ได้ เรียกว่า “ฮอร์โมนเขียว” พร้อมใช้ เก็บในภาชนะทึบแสง รักษาอุณหภูมิโดยการเก็บในตู้เย็นช่องแช่เย็นธรรมดา

วิธีใช้ :
ตกค่ำพระอาทิตย์สิ้นแสงแล้ว นำ “ฮอร์โมนเขียว” พร้อมใช้ 500 ซีซี. ผสมน้ำ (พีเอช 6.0) จำนวน 100 ล. นำไปรดให้แก่ผักประเภทที่นำมาคั้นน้ำนั้น (น้ำคั้นผักอะไรให้ผักชนิดเดียวกัน) ทุก 3-5 วัน จะช่วยบำรุงให้ผักนั้นโตเร็ว
สมบูรณ์ แข็งแรง คุณภาพดี

หมายเหตุ :
ทำฮอร์โมนเขียว ซุปเปอร์.โดย "น้ำคั้นผัก + น้ำคั้นหัวไชเท้า+ น้ำมะพร้าวแก่" อัตราส่วน 10 : 10 : 1 แล้วใช้อัตราเดิมและวิธีเดิม

สำหรับผักกินยอด :
ใช้ "น้ำคั้นผักกินใบทั้งต้น + น้ำคั้นยอดผักกิน เด็ดด้วยมือ + น้ำคั้นหัวไชเท้า + น้ำมะพร้าวอ่อน" อัตรา ส่วน 1 : 1 : 1 : 5 ไม่ใช้กากน้ำตาลหรือกลูโคส เพราะในน้ำมะพร้าวอ่อนมีกลูโคสอยู่แล้ว

วิธีใช้และอัตราใช้ เหมือนสำหรับผักกินใบ
ฮอร์โมนบำรุงราก :
วัสดุส่วนผสม :

น้ำ (พีเอช 4.0) ....... 10 ล.
12-60-0 ............... 1.4 กก.
จิ๊บเบอเรลลิน ........... 100 ซีซี.
เอ็นเอเอ. ................ 100 ซีซี.
ไคโตซาน ............... 100 ซีซี.
กากน้ำตาล .............. 500 ซีซี.
ธาตุรอง/ธาตุเสริม ...... 100 ซีซี
สาหร่ายทะเล ........... 100 กรัม
วิตามิน บี-1 ............. 100 กรัม
ฮิวมิก แอซิด ............ 100 กรัม
วิธีทำ :
ใส่ส่วนผสมทีละตัว คนให้ตัวแรกละลายดีก่อนแล้วจึงใส่ตัวถัดไป ใส่ครบทุกตัวแล้วคนต่อนานๆ เพื่อให้ส่วนผสมทุกตัวเข้าเป็นเนื้อกันดี ได้ “หัวเชื้อฮอร์โมนบำรุงรากเข้มข้น” พร้อมใช้

อัตราใช้ และพืชเป้าหมาย :
ไม้ลงดิน :
น้ำ (พีเอช 6.0) 20 ล. + หัวเชื้อฮอร์โมน 20 ซีซี. ฉีดพ่นลงดินโดยตรงหรือฉีดพ่นทับบนอินทรีย์วัตถุที่คลุมโคนต้น ทั่วบริเวณทรงพุ่ม

ไม้รากอากาศ : อัตราผสมเดียวกัน ฉีดพ่นทั่วต้นลงถึงราก
ปุ๋ยอินทรีย์แห้ง : ใช้หัวเชื้อฮอร์โมนเข้มข้น 1 ล. / กองปุ๋ยอินทรีย์ 1 ตัน

อ้างอิง : หนังสือหัวใจเกษตรไท ....

-----------------------------------------------------------------------------------------------


.



กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©