-
++kasetloongkim.com++
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - เก็บตกงานสัญจรศรีประจันต์สุพรรณบุรี (๑) * เผือก
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

เก็บตกงานสัญจรศรีประจันต์สุพรรณบุรี (๑) * เผือก

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11549

ตอบตอบ: 04/09/2022 4:42 pm    ชื่อกระทู้: เก็บตกงานสัญจรศรีประจันต์สุพรรณบุรี (๑) * เผือก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 5 ก.ย.

***********************************************************
สวัสดีครับ ท่านผู้ฟัง ที่เคารพ
กองทัพบก เพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม
ผลิตรายการโดย กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

จุดยืนรายการ ....
* เกษตรแบบ อินทรีย์นำ - เคมีเสริม - ตามความเหมาะสม “.. ? ..”
* ปัจจัยพื้นฐาน ดิน - น้ำ - แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล - สารอาหาร - สายพันธุ์ - โรค
* หัวใจเกษตร ปุ๋ย - ยา - เทคนิค - เทคโนฯ - โอกาส - ตลาด - ต้นทุน
* พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ
กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ

เช่นเคย รายการเรา....
*** 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว-สายตรง ที่ (081) 913-4986, ....
*** FB วีระ ใจหนักแน่น, ....
*** อินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิม ดอทคอม .... เว้บนี้ ถาม 1 บรรทัด ตอบ 1 หน้า
ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU ....

รายการวิทยุ :
*** AM 594 ปตอ. เวลา 0815-0900 จันทร์-ศุกร์ คลื่นนี้ครอบคลุมพื้นที่ 40+ จังหวัด ***

งานสัญจรปกติตามวงรอบ :
* วันเสาร์ของสัปดาห์แรกของเดือน ..... ไปที่วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สองของเดือน ... ไปที่วัดอัมพวัน (หลวงพ่อโหน่ง) สองพี่น้อง สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สามของเดือน ... ไปวัดท่าตำหนัก เพชรเกษม แยกนครชัยศรี นครปฐม,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สี่ของเดือน ...... ไปวัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปา ถ.วงแหวนตะวันตก
* เดือนที่มี 5 เสาร์ เสาร์ที่ 5 ของเดือน . ไปวัดทุ่งสะเดา แปลงยาว ฉะเชิงเทรา

** ถึงจุดนี้ เกษตรกรอยากให้งานสัญจรไปลง ที่ไหนก็ได้ ติดต่อมา พูดคุยกันในรายละเอียด

- วันนี้วันจันทร์ที่ 5 ก.ย. เฉพาะวันจันทร์ ทุกวันจันทร์ สมช.สีสันชีวิตไทย “คุณล่า” (081) 944-8494 ไปที่ตลาดนัดวัดอมรญาติ ดำเนินสะดวก ราชบุรี พร้อมกับ ระเบิดเถิดเทิง. ไบโออิ. ไทเป. ยูเรก้า. ยาน็อค. กับหนังสือหัวใจเกษตรไทย มินิ ไปจำหน่าย.... แจก ! กับดักแมลงวันทอง เลือกเอา 2-3-4 อัน ..... ด้วยประสบการณ์เกือบ 20 ปี พบเห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวมามากมาย ใครสนใจใคร่รู้ก็ไปคุยกัน แล้วจะรู้ว่า อ้อออ เป็นอย่างนี้นี่เอง


- งานสีสันสัญจรวันเสาร์ วันที่ 10 ก.ย. ลุงคิม กับ อ.ณัฐ (086) 983-1966 สมุนไพรสำหรับคน ไปวัดอัมพวัน (หลวงพ่อโหน่ง) สองพี่น้อง สุพรรณบุรี .... งานนี้ ซื้อหนังสือหัวใจเกษตรไท มินิ 1 เล่ม แถม ไม้ผลแนวหน้า 1 เล่ม....


****************************************************************
***************************************************************

เก็บตกงานสัญจร เสาร์ที่ 3 ก.ย. วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี :

ลุงคิม. : อืมมม์ บ้านนี้ ถามหน่อย ซื้อปุ๋ยอะไรน่ะ ?
สมช. : หัวโตค่ะ

ลุงคิม. : หัวโต พืชกินหัว .... ถามอีก ปลูกอะไรล่ะ ?
สมช. : เผือกค่ะ

ลุงคิม. : กี่ไร่ กี่แปลงล่ะ ?
สมช. : แปลงเดียว 10 ไร่ค่ะ

ลุงคิม. : อู้ฮู 10 ไร่ แปลงไม่ใช่เล็กนะ .... ใช้แรงงานกี่คนล่ะ ?
สมช. : บางวันก็ 2 คน กับที่บ้าน บางวันก็มีลูกช่วย 2 คน ไม่ได้จ้างแรงงาน

ลุงคิม. : ดี ประหยัดต้นทุนแรงงาน .... ถามอีก ผลผลิตเผือกที่ได้ คุณภาพหัวดีไหม ?
สมช. : ดีค่ะ ดีมากด้วย ขนาดคนกลางจองล่วงหน้ามาทุกรุ่นเลย เขาส่งออกค่ะ

ลุงคิม. : ส่งออก นั่นต้องหัวขนาดใหญ่น่ะ ?
สมช. : ค่ะ ที่ได้โลแปด หัวเล็กสุดแค่โลครึ่ง หัวสวย ไม่มีตำหนิ

ลุงคิม. : ใช้ปุ๋ยที่นี่มานานรึยัง
สมช. : นานค่ะ เกือบ 10 ปีแล้วมั้ง มาซื่อที่นี่นี่แหละ 2 เดือนมาซื้อครั้งนึง

ลุงคิม. : 3 เดือนซื้อครั้งนึง ครั้งนี้ซื้อ 4,000 เผือกรุ่นนึงซื้อปุ๋ยกี่ครั้งเนี่ย ?
สมช. : 2 ครั้งค่ะ ทั้งปุ๋ยทั้งยา

ลุงคิม. : ปุ๋ยหัวโต ยายาน็อค แล้วระเบิดเถิดเทิงทางดินได้ให้ไหม ?
สมช. : ให้ค่ะ ให้ครั้งแรกเตรียมเตรียมแปลง ปลูกแล้วให้หัวโตอย่างเดียวทางใบ ให้โชกๆ เผื่อลงดินด้วยเลย เพราะลุงบอกว่า ปุ๋ยทางใบทุกสูตร ต้นรับได้ทั้งทางใบทางราก

ลุงคิม. : ลุงบอก.... อืมมม ฟังวิทยุมานานรึงยัง
สมช. : นานค่ะ ฟังทุกวัน เมื่อก่อนทำนาข้าว ยิ่งทำยิ่งขาดทุน เลยเปลี่ยนมาปลูกเผือกแบบชาวบ้านบ้าง นี่แหละค่ะ

ลุงคิม. : อืมมม ดี สุพรรณบุรีนี่ปลูกเผือกเยอะเหมือนกันน่ะ .... ทำเผือกวันนี้ ต้นทุนค่าปุ๋ยค่ายาซื้อที่นี่ กับที่ซื้อจากร้านขายปุ๋ย
สมช. : ค่ะ เมื่อก่อนซื้อปุ๋ยซื้อยาทุกอย่างจากร้านตกรุ่นละ 20,000 ขึ้น แต่ซื้อจากที่นี่แค่ 8,000 เท่านั้น แถมคุณภาพหัวเผือกดีกว่าใช้ปุ๋ยจากร้านด้วย

ลุงคิม. : อืมมม มันเกี่ยวที่สูตรปุ๋ยนะ ปุ๋ยเหมือนกันแต่สูตรต่างกัน ให้ไปแล้วใช้ไปแล้วผลผลิตพืชที่ออกมาก็ต่างกันด้วย
สมช. : ใช่ค่ะ

ลุงคิม. : คนทำเผือกย่านนั้น เขาทำอย่างแกไหม ?
สมช. : ไม่เลยค่ะ จริงอย่างลุงว่า เห็นกับตา จับกับมือ ยังบอกว่าไม่เชื่อ

ลุงคิม. : อืมมมม ที่แกทำแล้วได้เนี่ยเป็นเรื่องธรรมดา ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่สงสัย สงสัยอย่างมากๆก็คือ แปลงข้างๆ แปลงข้างบ้านนี่แหละ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะมิฉาทิฐิกันไปถึงไหน
สมช. : จริงค่ะลุง เพราะใจไม่เปิดอย่างที่ลุงพูดจริงๆ

ลุงคิม. : ก็ว่าไป เผือกใครก็เผือกใคร หนี้สินใครก็หนี้สินใคร ลูกหลานใครก็ลูกหลานใคร
สมช. : จริงค่ะลุง


รู้เรื่องเผือก รู้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเกิดจะเกิดผล

เผือก :
ลักษณะทางธรรมชาติ :

* เป็นพืชอายุสั้นฤดูกาลเดียวแต่ปลูกได้หลายรุ่นโดยมีหน่อขยายพันธุ์ต่อ ซึ่งการขยายพันธุ์นี้สามารถจับแยกออกไปปลูกใหม่ในแหล่งอื่นหรือปล่อยให้ต้นขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติเหมือนกล้วย

* ปลูกได้ทุกภาค ทุกพื้นที่ และทุกฤดูกาล เจริญเติบโตดีในดินดำร่วนหรือดินทรายร่วน มีอินทรีย์วัตถุมากๆ ระบายน้ำดี ความชื้นพอเหมาะ ทนต่อสภาพน้ำท่วมขังค้างนานได้แต่ต้นจะชะงักการเจริญเติบโตหรือโตช้า ขนาดหัวเล็ก การเกิดตะเกียงและลูกซอไม่ดี ถึงมีก็คุณภาพไม่ดี

* อายุต้นหลังปลูก 1 เดือน ช่วงนี้ควรมีใบ 10-14 ใบ เริ่มให้สารอาหารกลุ่มสร้างใบบำรุงต้น และเมื่ออายุต้นหลังปลูก 4 เดือน ช่วงนี้ไม่ควรมีใบ 8-10 ใบ ทุกใบควรหนาเขียวเข้ม ก้านใบใหญ่แข็งแรง ชูใบแผ่กางรับแสงแดดได้เต็มพื้นที่หน้าใบทุกใบ และเริ่มให้สารอาหารกลุ่มสร้างแป้งและน้ำตาล

* อายุต้นตั้งแต่เริ่มปลูกยืนต้นได้ถึงเก็บเกี่ยว 7-12 เดือนขึ้นกับสายพันธุ์ (พันธุ์หนัก/พันธุ์เบา) และการปฏิบัติบำรุง

* นอกจากบริโภคส่วนหัวแล้ว ส่วนใบและก้านใบ ก็ใช้บริโภคได้ ซึ่งส่วนใหญ่ใบและก้านส่งออกต่างประเทศ

* ส่วนหัว คือ แหล่งสะสมอาหาร ตราบใดที่ยังบำรุงด้วยสารอาหารกลุ่ม สร้างแป้ง-น้ำตาล อย่างสม่ำเสมอ ทั้งทางรากและทางใบ ตราบนั้นขนาดหัวก็จะใหญ่และมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆแม้จะได้อายุเก็บเกี่ยวแล้วก็ตาม

* เมื่อต้นโตขึ้นถึงระยะลงหัวแล้วจะมี ลูกเผือกหรือลูกซอ เป็นเผือกหัวเล็กๆเกิดที่ด้านล่างหัวแม่ ซึ่งลูกซอเหล่านี้จะเจริญเติบโตมีขนาดใหญ่และคุณภาพดีขึ้นต้องอาศัยอาหารจากต้นแม่ หลังจากนั้นจะมี ตะเกียง เป็นลูกเผือกเหมือนกันแต่งอกออกมาจากด้านข้างเหนือพื้นดินของหัวแม่อีก จำนวนลูกซอหรือตะเกียงจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับสายพันธุ์และการบำรุง

ทั้งลูกซอและตะเกียงใช้บริโภคหรือใช้ขยายพันธุ์ได้โดยลูกซอให้คุณภาพในการขยายพันธุ์ดีกว่าตะเกียง

* ระหว่างต้นกำลังเจริญเติบโตนั้น ไม่ควรปล่อยตะเกียงไว้แต่ให้หมั่นเด็ดทิ้งตั้งแต่เริ่มแทงออกมาให้เห็นเพื่อไม่ให้สิ้นเปลือกน้ำเลี้ยง ส่วนลูกซออยู่ใต้หัวแม่ให้คงเก็บไว้

* หลังจากเก็บเกี่ยว (ถอน)หัวต้นแม่ออกไปแล้ว ปล่อยลูกซอทิ้งไว้ที่เดิมโดยไม่มีการเคลื่อนย้ายใดๆทั้งสิ้น ให้คลุมด้วยแกลบดำ (เก่าค้างปี)หนาๆ ทับด้วยเศษหญ้าหรือฟางแห้งอีกชั้นเพื่อรักษาความชื้นและไม่ต้องให้น้ำจะช่วยรักษาไว้ได้นานนับเดือนโดยลูกซอกไม่งอก เมื่อไม่ให้น้ำแล้วก็ต้องป้องกันน้ำค้างหรือน้ำฝนตกใส่ด้วยมิฉะนั้นลูกซอจะงอก

ถ้าจะไม่ปล่อยทิ้งลูกซอไว้ที่หลุมเดิมก็ได้แต่ต้องทำหลุมขนาดลึก 20-30 ซม. กว้าง/ยาวตามความเหมาะสม อยู่โคนต้นไม้หรือที่ร่มเย็น อากาศถ่ายเทสะดวก ไม่มีแสงแดด และป้องกันน้ำได้ดี รองก้นหลุมด้วยแกลบดำ หนา 5-10 ซม. ปรับเรียบแกลบดำ แล้ววางเรียงลูกซอที่เก็บมาจากหลุมเดิม (ไม่ต้องล้าง)ลงไป โรยแกลบดำทับหนา 10-20 ซม. คลุมด้วยเศษหญ้าหรือฟางแห้งหนาๆอีกชั้นหนึ่ง ก็สามารถเก็บรักษาลูกซอได้นาน 8-10 เดือนเช่นกัน โดยไม่เสื่อมความงอกและเป็นการพักต้นก่อนนำไปเพาะขยายพันธุ์ต่อ ซึ่งจะส่งผลให้ได้เปอร์เซ็นต์ความงอกสูง

* เผือกมีดอก เป็นดอกสมบูรณ์เพศผสมตัวเองหรือต่างดอกต่างต้นได้ เมื่อดอกพัฒนาเป็นผลจนมีเมล็ดแล้วนำเมล็ดไปขยายพันธุ์ได้แต่กลายพันธุ์และให้ผลผลิตช้า

* เคยมีผู้เปรียบเทียบไว้ว่า พื้นที่ไร่ต่อไร่ ปลูกเผือกรายได้มากว่าข้าว 7 เท่าโดยเผือก 1 รุ่น 7 เดือนกับนาข้าว 2 รุ่น 7 เดือนเท่ากัน

สายพันธุ์ :
เผือกหอม :
พิจิตร-016. พิจิตร-019. พิจิตร-08. เผือกหอมเชียงใหม่.
เผือกไม่หอม : พิจิตร-06. พิจิตร-025. พิจิตร-012
พันธุ์พื้นเมือง : เผือกเหลือง. เผือกไม้หรือเผือกไหหลำ. เผือกตาแดง. เผือกน้ำ. หัวขนาดเล็ก (500-800 กรัม) เนื้อแน่น รสชาติดี

พันธุ์เนื้อสีขาวหรือครีม : พิจิตร-06, -07, -025, -014 (เผือกบราซิล), ศรีปาลาวี. ศรีรัศมี (เผือกอินเดีย).

พันธุ์เนื้อสีขาวอมม่วง : เผือกหอมเชียงใหม่. พิจิตร-016,-08,-05,020.

หมายเหตุ :
- เผือกหอมพิจิตร-016 แตกตะเกียง 10-12 ตะเกียง/ต้น ทำให้ประหยัดเวลาและแรงงานปลิดตะเกียงทิ้งเพื่อไม่ให้แย่งอาหารจากต้น (หัว)แม่ มีเปอร์เซ็นต์และน้ำตาลสูงสุดในบรรดาเผือกทุกสายพันธุ์ ส่วนเผือกหอมเชียงใหม่ 20-25 ตะเกียง/ต้น

- เผือกน้ำต้องปลูกในแปลงมีน้ำหล่อระดับน้ำลึกพอท่วมคอดินจะโตเร็วให้ผลผลิตดี

เตรียมดิน อินทรีย์วัตถุ และแปลงปลูก :
1.ไถดินเปล่าให้ขี้ไถขนาดใหญ่ ทิ้งตากแดดจัด 15-20 แดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคและกำจัดเหง้าวัชพืช
2. ใส่อินทรีย์วัตถุ ปุ๋ยคอก (มูลวัวเนื้อ/นม + มูลไก่ไข่/เนื้อ + มูลค้างคาว) หมักข้ามปี. หว่านทั่วแปลงปลูกแล้วไถพรวนอินทรียวัตถุคลุกเคล้าลงดินให้ทั่วถึง

3. ไถยกร่องลูกฟูก สันร่องกว้าง 1-1.20 ม. โค้งหลังเต่า สูงจากพื้นระดับ 30-50 ซม. ร่องทางเดินระหว่างสันแปลงกว้าง 1 ม. ลึก 20-30 ซม.จากพื้นระดับ

4. คลุมหน้าแปลงด้วยฟางหรือหญ้าแห้งหนาๆ
5. บ่มดินโดยรดด้วย น้ำ + จุลินทรีย์หน่อกล้วยหรือปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง (เน้น...มูลค้างคาวหมัก) ทุก 5-7 วัน ติดต่อกันนาน 1 เดือน เพื่อให้เวลาแก่จุลินทรีย์ปรับสภาพดิน กำจัดเชื้อโรค และย่อยสลายอินทรีย์วัตถุให้เป็นฮิวมิค แอซิด

6. ลงมือปลูกต้นกล้าที่เพาะไว้ล่วงหน้าแล้วโดยปลูกที่ริมสันลูกฟูกเป็น 2 แถวคู่ตรงกันหรือสลับฟันปลาก็ได้

หมายเหตุ :
- ดัดแปลงร่องทางเดินข้างสันลูกฟูกสำหรับปล่อยน้ำ (น้ำเปล่าหรือน้ำสารอาหาร) จากลาดสูงไปหาลาดต่ำเข้าไปหล่อในร่องได้ 1-2 เดือน/ครั้งจะดีมาก

- ติดตั้งระบบสปริงเกอร์เหนือยอด 30-50 ซม.สำหรับให้น้ำเปล่า น้ำสารอาหาร หรือสารสกัดสมุนไพรนอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของเนื้องานแล้วยังช่วยประหยัดทั้งเวลาและแรงงานอีกด้วย

เตรียมสารอาหารเสริม :
- ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง (เน้น...มูลค้างคาวหมัก)หรือจุลินทรีย์ 1-2 เดือน/ครั้ง
- ให้ฮอร์โมนบำรุงพืชกินหัว (มูลสัตว์ปีกสกัด) 1-2 เดือน/ครั้ง หลังจากเริ่มลงหัวแล้ว
- ให้ ฮอร์โมนน้ำดำ เดือนละ 1 ครั้งตั้งแต่เริ่มลงหัวถึงเก็บเกี่ยว

หมายเหตุ :
- ฮอร์โมนธรรมชาติและฮอร์โมนวิทยาศาสตร์จะให้ประสิทธิภาพเต็มร้อยก็ต่อเมื่อ ต้นมีสภาพความสมบูรณ์สูง

- เผือกเป็นพืชที่มีนวลใบหนามาก การใช้สารอาหารทางใบจึงจำเป็นต้องผสมสารจับใบบด้วยทุกครั้ง หรือตามความเหมาะสม

ระยะปลูก :
ระยะปกติ 50 X 75 ซม.
ระยะชิด 45 X 50 ซม.

หมายเหตุ :
- การปลูกระยะชิดมากเกินไปเมื่อต้นโตขึ้นใบจะตั้งตรงเพราะเบียดกับต้นข้างเคียง การที่ใบไม่สามารถแผ่กางรับแสงแดดได้เต็มพื้นที่หน้าใบ ทำให้การสังเคราะห์อาหารไม่ดีจึงส่งผลให้ผลผลิตไม่ดีด้วย และการปลูกห่างเกินไปนอกจากทำให้เสียเนื้อที่แล้วยังทำให้แสงแดดส่องถึงพื้นจนวัชพืชเจริญเติบโตได้อีกด้วย...การจัดระยะปลูกที่พอดี ไม่ชิดหรือไม่ห่างจนเกินไปจะทำให้ได้ผลผลิตปริมาณมากและคุณภาพดี

ขยายพันธุ์ :
- เลือกลูกซอที่ผ่านการเก็บใต้หัวแม่อย่างถูกวิธีนาน 1-2 เดือน
- เตรียมกระบะหรือปรับเรียบพื้นที่เพื่อใช้แทนกระบะ ขนาดกว้างยาวตามความเหมาะสม อยู่ในร่ม อากาศถ่ายเทสะดวก ระบายน้ำดีและป้องกันน้ำท่วมได้ รองพื้นด้วยแกลบดำ (เก่าค้างปี) ปรับเรียบหนา 10-20 ซม. วางลูกซอหรือตะเกียง ระยะห่าง 5-10 ซม. โรยทับด้วยแกลบดำอีกชั้นหนา 15-20 ซม. แล้วคลุมทับบนด้วยเศษหญ้าหรือฟางแห้งหนาๆ รดน้ำให้ชุ่มอยู่เสมอ ประมาณ 20-30 วัน ลูกซอหรือตะเกียงก็จะเริ่มงอกมีใบแทงขึ้นมาเป็นต้นกล้า

- เมื่อต้นกล้าโตได้ 2-3 ใบ ให้ถอนแยกไปปลูกในแปลงจริงได้

หมายเหตุ :
แช่ลูกซอหรือตะเกียงใน “น้ำ 100 ล.+ ไคตินไคโตซาน 100 ซีซี.+ ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี.+ จุลินทรีย์หน่อกล้วย 100 ซีซี.” นาน 12-24 ชม. นำขึ้นผึ่งลมจนแห้งก่อน แล้วจึงนำไปเพาะ นอกจากทำให้ลูกซอหรือตะเกียงได้สะสมอาหารไว้ตั้งแต่ก่อนเกิดซึ่งจะส่งผลให้ต้นกล้าสมบูรณ์โตเร็วแล้ว ยังช่วยกำจัดเชื้อโรคที่อาจปนเปื้อนมากับลูกซอหรือตะเกียงอีกด้วย

ขั้นตอนการปฏิบัติบำรุงต่อเผือก :
1.ระยะต้นเล็ก :
ทางใบ :

- ให้น้ำ 100 ล.+ 25-5-5 (200 กรัม) + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี. + สารสกัดสมุนไพร ทุก 5-7 วัน ฉีดพ่นพอเปียกใบ ช่วงเช้าแดดจัด

- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร ทุก 2-3 วัน

ทางราก :
- ให้ ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง + 25-7-7 (1-2 กก.) ไร่ ใส่ถังสพายฉีดโคนต้น ทุก 15-20 วัน
- ให้น้ำปกติ ทุก 3-5 วัน

หมายเหตุ :
- เริ่มให้เมื่ออายุต้นได้ 1 เดือนหลังปลูก หรือมีใบแตกใหม่ 2-3 ใบ
- ไม่ควรใช้ยาฆ่าหญ้าอย่างเด็ดขาดตั้งแต่เริ่มปลูกถึงเก็บเกี่ยว
- พรวนดินแล้วพูนโคนทุก 1 เดือน

2. ระยะลงหัว - เก็บเกี่ยว :
ทางใบ :

- ให้น้ำ 100 ล. + 5-10-40 (200 กรัม) + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี. + สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี. ทุก 10-15 ฉีดพ่นพอเปียกใบ

- ให้ฮอร์โมนน้ำดำ (ไบโออิ) 2-4 รอบ โดยแบ่งให้ตลอดช่วงลงหัว ถึงก่อนเก็บเกี่ยว
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร ทุก 2-3 วัน

ทางราก :
- ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง (เน้น...มูลค้างคาวหมัก) + 5-10-40 (1-2 กก.) /ไร่ /เดือน ใส่ถังสพายฉีดโคนต้น เดือนละ 1 ครั้ง

- ให้น้ำปกติ ทุก 3-5 วัน

หมายเหตุ :
- เริ่มให้เมื่ออายุต้น 4 เดือนหลังปลูกหรือเริ่มลงหัว
- กรณีปุ๋ยทางดินอาจพิจารณาใช้ 8-24-24 + 0-0-60 (1:1) แทน 5-10-40ได้ด้วยอัตราใช้เดียวกัน

- การให้ฮอร์โมนน้ำดำ (ไบโออิ) เดือนละ 1 ครั้ง จะได้แม็กเนเซียมบำรุงใบให้เขียวตลอดอายุและสังกะสีช่วยสร้างแป้ง

- ระหว่างลงหัวควรบำรุงรักษาให้มีใบ 8-11 ใบขนาดใหญ่ ก้านใหญ่ และสูง 1.20-1.50 ม. จะได้ผลผลิตดีมาก

- ก่อนลงมือเก็บเกี่ยวให้ตรวจสอบอายุ (ประจำสายพันธุ์) และสังเกตใบล่างเริ่มเหี่ยวเหลืองในขณะที่ใบบน 2-3 ใบยังเขียวสดอยู่

- ก่อนเก็บเกี่ยวงดน้ำ 10-15 วัน

ประสบการณ์ตรง :
.... เผือกที่มีราคาดี ต้องไซด์หัวละ 2 กก.ขึ้นไป
.... เผือก 1 ไร่ ไซด์หัวละ 2 กก.ขึ้น มีรายได้เท่ากับนาข้าว 7 ไร่
.... เผือกส่งออกต้องเกรด นน.2 กก./หัว ขึ้นไปเท่านั้น
.... เผือกต้องพรวนดินบ่อยๆ
.... เผือกต้องหมั่นตัดแต่งตะเกียง
.... เผือกไม่ถูกกับยาฆ่าหญ้าอย่างมากๆ
.... เผือกบนดินที่เป็นกรด จะเกิดโรคตากบตาเสือ (แอนแทร็คโนส)
.... เผือกหัวไซด์ขนาด 2 กก.ขึ้น ก้านใบจะขนาดใหญ่ยาว สามารถขาย (ส่งออก) ได้
.... เผือกต้นโตสูง 1.50 ม.ขึ้นไป จะได้หัวขนาดใหญ่ 2 กก.ขึ้น เสมอ
.... เผือกปลูกห่างได้จำนวนหัวน้อยแต่ขนาดใหญ่ ได้ราคาต่อหัวสูง ก้านขายได้
.... เผือกปลูกชิดได้จำนวนหัวมากแต่ขนาดหัวเล็ก ราคาต่อหัวต่ำ ก้านขายไม่ได้
.... งานประกวดเผือกแห่งชาติ จัด ณ อำเภอหนึ่งของ จ. สระบุรี โดยการสนับสนุนงบประมาณจากบริษัทขายปุ๋ยขายสารเคมี เผือกชนะเลิศน้ำหนัก 1.2 กก. .......(ขายขี้หน้า)

--------------------------------------------------------------------------------


.



กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©