-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ปาร์แมน รองแชมป์โกคา-เอเชีย
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 27 DEC *งานสัญจรวัดท่าตำหนัก น.ฐ.
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 27 DEC *งานสัญจรวัดท่าตำหนัก น.ฐ.

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10586

ตอบตอบ: 27/12/2019 6:27 am    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 27 DEC *งานสัญจรวัดท่าตำหนัก น.ฐ. ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางรายการวิทยุ 27 DEC
AM 594 เวลา 08.15-09.00 (จันทร์-ศุกร์)
********************************************************************

สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ
กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม

ผลิตรายการโดย :
กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

จุดยืนรายการ :
* เกษตรแบบ อินทรีย์นำ - เคมีเสริม - ตามความเหมาะสม "...?..."
* หัวใจเกษตร ปุ๋ย - ยา - เทคนิค - เทคโนฯ - โอกาส - ตลาด - ต้นทุน
* ปัจจัยพื้นฐาน ดิน - น้ำ - แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล - สารอาหาร - สายพันธุ์ - โรค
* พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ

สนับสนุนรายการโดย :
*บ.นิมุติ เอ็นจิเนียริ่ง เครื่องย่อยเศษพืช .... (02) 322-9175-6
http://www.nimut.com/

* ยิบซั่มธรรมชาติ ---- เฟอร์มิกซ์, ธันเดอร์แมกซ์, .... ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ .... (089) 144-1112
http://www.bkgmax.com/kaset/product.html


กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ

เช่นเคย รายการเรา 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว ที่ (081) 913-4986 โทรศัพท์เข้ารายการคุยกันสดๆ ออกอากาศ สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน (02) 888-0881 และอินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิมดอทคอม เว้บนี้ ถาม 1 บรรทัด ตอบ 1 หน้า ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU ....

----------------------------------------------------------------------------------


เก็บตกงานสัญจร 21 DEC วัดท่าตำหนัก ถ.เพชรเกษม ก่อนถึงแยกนครชัยศรี นครปฐม :

โปรแกรมงานสัญจร 1 เดือน มี 4 สัปดาห์ ....
เสาร์สัปดาห์แรกของเดือน ไปวัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี
เสาร์สัปดาห์ที่สองของเดือน ไปวัดอัมพวัน (หลวงพ่อโหน่ง) สองพี่น้อง สุพรรณบุรี
เสาร์สัปดาห์ที่สามของเดือน ไปวัดท่าตำหนัก ถ.เพชรเกษม (ขาล่อง) ก่อนถึงแยกนครชัยศรี นครปฐม
เสาร์สัปดาห์ที่สี่ของเดือน ไปวัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปามหาสวัสดิ์ ถ.วงแหวนตะวันตก ถ.กาญจนาภิเษก ถ.ตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี

สัญจรแต่ละครั้งแต่ละที่ สมช.ที่มา มีปัญหาอะไร เอามาคุยกัน พูดคุยถามตอบกันแบบ FACE TO FACT MOUTH TO MOUTH ....

ประกาศงานสัญจร....
1. วับสมัครสมาชิกคาราวาน เอาสินค้ามาขาย ฟรี ! ไม่เสียค่าสมัคร
2. วันนี้ออกสัญจรเฉพาะวันเสาร์ สถานที่เดิม ใครต้องการให้สัญจรไปใกล้ๆบ้าน ไปวันอื่น ขอให้แจ้งมา ติดต่อเข้ามา
----------------------------------------------------------------------------------

บ่น :

ตามหลักสัจจธรรมเกษตร :
ทำ ....
ผิด = ไม่ได้ ล้มเหลว ขาดทุน
ถูก = ได้ สำเร็จ กำไร
ถูก/ผิด .... วัดที่พืช ด้วย “ปัจจัยพื้นฐาน” ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค และ “ปรัชญาเกษตร” ผลผลิตเพิ่ม-ต้นทุนลด-อนาคตดี ....

วิชาเกษตรไม่ยากแต่รายละเอียดมาก พูด 3วัน 3คืน-เขียนเป็นหนังสือ 100 เล่ม-เรียน ป.ตรี ถึง ป.เอก ไม่จบ แม้แต่พูดที่นี่ได้แค่ “ได้ฟัง-ได้รู้” เท่านั้น กลับถึงบ้านก็ลืม เพราะฉะนั้นต้อง “อ่าน” อ่านในหนังสือ หัวใจเกษตรไท ไม้ผลแนวหน้า อ่านซ้ำ อ่านหลายๆรอบ อ่านบ่อยๆ อ่านจนกว่าจะจำได้ จำได้ติดตัวไปตลอดชีวิต พูด/บอก/คุย ถ่ายทอดให้ลูกหลานเหลนโหลนภายหน้าได้ พูดกับใครก็บอกว่า อั้ยนี่พูดมีเหตุผลมีหลักการ ไม่ใช่พูดแบบมั่วซั่วมั่วนิ่ม .....

ลีลาที่นี่ ถาม-ตอบ แบบตรงๆ บางคำถามมีคำตอบยาวมาก ตอบด้วยคำพูดอย่างเดียวคงได้แค่ที่พูดที่ฟัง จึงหยิบหนังสือแล้วเปิดหน้าเรื่องนั้นให้ดู บางคน รู้/เห็น เรื่องนั้นเป็นตัวอักษร สื่อถาวรอยู่ในหนังสือก็เอาแค่ รู้/เห็น+ฟัง แล้วกลับบ้าน ไม่ยอมลงทุนซื้อหนังสือ ก็ให้สงสัย ถึงบ้านแล้วจำได้ทั้งหมดเลยเหรอ

---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 1 : มะม่วง เขียวเสวย น้ำดอกไม้ พันธุ์หนักพันธุ์เบาออกดอกติดลูกไม่พร้อมกัน ต้องแยกบำรุงอย่างไร ? ...
ตอบ :
- มะม่วงเป็นไม้ผลยืนต้นที่มีการปลูกมากที่สุด ไม่เฉพาะเกษตรกรอาชีพเท่านั้น เกษตรกรบ้านจัดสรรก็นิยมปลูก
- เขียวเสวยมะม่วงพันธุ์หนัก .... การบำรุงต้อง พิถีพิถัน/ละเอียด/ถูกต้อง/เหมาะสม/ต่อเนื่อง/สม่ำเสมอ บำรุงแล้วต้องตรวจสอบผลการบำรุงแต่ละขั้นตอนว่าเป็นไปหรือตามธรรมชาติของมะม่วงพันธุ์หนัก หรือไม่/อย่างไร หากต้อง แก้ไข/เพิ่ม/ลด ก็ต้องทำทันที

- น้ำดอกไม้พันธุ์เบา... ไม่ต้อง พิถีพิถัน/ละเอียด มากนัก เอาแค่ ถูกต้อง/เหมาะสม/ต่อเนื่อง/สม่ำ เสมอ ก็ออกดอกติดลูกได้

- ผลที่ออกมาจะเป็นผลไซส์จัมโบ้หรือไซส์ฟุตบาธ อยู่ที่การบำรุงสูตร “ขยายขนาด-หยุดเมล็ด-สร้างเนื้อ-สีสวยสด-รสจัดจ้าน-ปลอดสารเคมียาฆ่าแมลง” ทั้งทางใบทางราก กับทั้งต้นมีความสมบูรณ์สะสม พร้อมสำหรับรุ่นหน้า รุ่นต่อๆไปอีกด้วย ....

จากหนังสือ หนังสือหัวใจเกษตรไท (1,000 หน้า), หัวใจเกษตรไท มินิ (500 หน้า), ไม้ผลแนวหน้า
ขั้นตอนการปฏิบัติบำรุงต่อมะม่วง :
1. เรียกใบอ่อน :
ทางใบ :

- ให้ ไบโออิ 25-5-5 + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7-10 วัน
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร ทุก 2-3 วัน
ทางราก :
- ใส่ยิบซั่ม ปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยคอก (ขี้วัวขี้ไก่ไข่ แกลบดิบ แห้งเก่าข้ามปี) ครั้งที่ 1 ของรุ่นหรือปีการผลิต
- ใส่ 25-7-7 (1/2 กก.ต้นเล็ก, 1 กก.ต้นใหญ่) /ต้น /เดือน ละลายน้ำรดโคนต้น บริเวณทรงพุ่ม
- คลุมโคนต้นด้วยเศษพืชแห้งหนาๆ เต็มพื้นที่บริเวณทรงพุ่ม ล้ำออกไปถึงนอกเขตทรงพุ่ม
- ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (2 ล.) /ไร่ /เดือน รดทั่วแปลง ทุกตารางนิ้ว
หมายเหตุ :
- เริ่มปฏิบัติทันที่ ณ วันรุ่งขึ้น หลังจากผลลูกสุดท้ายหลุดจากต้น และหลังตัดแต่งกิ่ง
- เทคนิคการ ตัดแต่ง-เรียกใบอ่อน แบบ “บำรุงก่อนตัด” กล่าวคือ ระหว่างที่ต้นเลี้ยงลูกนั้น ต้นต้องใช้พลังงานอย่างมากจนทำให้ต้นโทรม หลังจากผลลูกสุดท้ายหลุดจากต้นแล้วให้บำรุงด้วยสูตรเรียกใบอ่อนทั้งทางใบและทางราก หรือเฉพาะทางใบอย่างเดียวก่อน 1-2 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน เพื่อให้ต้นได้ใช้ใบเดิมที่มีสังเคราะห์อาหาร เมื่อเห็นว่าต้นมีอาการสมบูรณ์ดี ทำท่าจะแตกยอดใหม่ก็ให้ปฏิบัติการเรียกใบอ่อนทันที การที่ต้นมีความสมบูรณ์อยู่ ต้นก็จะแตกใบอ่อนใหม่ เร็ว/ดี/มาก และพร้อมกันทั่วทั้งต้น

- มะม่วงอายุต้นมากกว่า 5 ปีเรียกใบอ่อนเพียง 1 ชุดก็พอ ส่วนต้นอายุน้อยกว่า 5 ปี ต้องเรียกใบอ่อน 2 ชุด โดยมีวิธีทำดังนี้...

วิธีที่ 1.... ถ้าต้นสมบูรณ์ดีมีการเตรียมดินและปรับปรุงบำรุงดินสม่ำเสมอต่อเนื่องมาหลายๆปีแล้วหลังจากใบอ่อนชุดแรกเพสลาดแล้วให้เรียกใบอ่อนชุด 2 ต่อได้เลย ใบชุด 2 นี้อาจจะออกไม่พร้อมกันทั้งต้นเหมือนชุดแรกแต่ก็จะออกห่างกันไม่เกิน 7-10 วัน และหลังจากใบอ่อนชุด 2 เพสลาดก็ให้เข้าสู่ขั้นตอนการบำรุงต่อไปตามปกติ.....สำหรับมะม่วงอายุต้นมากกว่า 5 ปี (เป็นสาวเต็มที่) ให้เรียกใบอ่อนเพียง 1 ชุด นั่นคือเมื่อใบอ่อนเพสลาดแล้วให้เข้าสู่ขั้นตอนการบำรุงตามปกติได้เลย

วิธีที่ 2....หลังจากใบอ่อนชุดแรกแผ่กางแล้วเร่งให้เป็นใบแก่ ได้ใบแก่แล้วงดน้ำให้ใบสลดจนใบแก่โคนกิ่งร่วง 1-2 ใบให้ลงมือเรียกใบอ่อนชุด 2 เมื่อใบอ่อนชุด 2 แผ่กางให้เข้าสู่ขั้นตอนการบำรุงต่อไปตามปกติ

(วิธีที่ 1 ได้ผลดีกว่าวิธีที่ 2 เพราะต้นจะมีอาการโทรมน้อยกว่า......)

- มะม่วงพันธุ์เบา นิสัยออกดอกติดผลง่าย ผ่านการบำรุงแบบให้มีอาหารกินตลอด 24 ชม.ต่อเนื่องมานานหลายปี หลังจากใบอ่อนชุด 1 แผ่กางเริ่มรับแสงแดดได้ สามารถข้ามขั้นตอนเร่งใบอ่อนเป็นใบแก่. สะสมอาหารเพื่อการออกดอก. และปรับ ซี/เอ็น เรโช เข้าสู่ขั้นตอนเปิดตาดอกได้เลย แต่อาจจะต้องเปิดตาดอกหลายรอบ หรือมากครั้งกว่าปกติเล็กน้อยเท่านั้น

2. เร่งใบอ่อนเป็นใบแก่ :
ทางใบ :

- ให้ไบโออิ 0-21-74 หรือ 0-39-39 + สารสมุนไพร 1-2 รอบ ห่างกันรอบละ 7-10 วัน ฉีดพ่นพอเปียกใบ
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร ทุก 2-3 วัน
ทางราก :
ให้น้ำปกติ ทุก 2-3 วัน
หมายเหตุ :
- เริ่มปฏิบัติเมื่อใบเริ่มแผ่กางรับแสงแดดได้
- วัตถุประสงค์เพื่อเร่งใบชุดใหม่ให้สามารถสังเคราะห์อาหารได้ และเร่งระยะเวลาเรียกใบอ่อนชุดต่อไปได้เร็วขึ้น กับทั้งเพื่อให้ใบอ่อนรอดพ้นจากทำลายของแมลงปากกัดปากดูด

- สารอาหารในกลุ่มเร่งใบอ่อนเป็นใบแก่มีฟอสฟอรัส. และโปแตสเซียม. นอกจากช่วยเร่งใบอ่อนเป็นใบแก่แล้วยังช่วยเสริมประสิทธิภาพขั้นตอนสะสมอาหารเพื่อการออกดอกได้ด้วย

- ต้นที่สะสมความสมบูรณ์เต็มที่มานานหลายปีติดต่อกัน หลังจากใบอ่อนเริ่มแผ่กางแล้วสามารถข้ามขั้นตอนการบำรุงไปสู่ขั้นตอนเปิดตาดอกได้เลย ทั้งนี้ฟอสฟอรัส. กับโปแตสเซียม. นอกจากช่วยเร่งใบอ่อนเป็นใบแก่ได้แล้วยังช่วยเปิดตาดอกได้อีกด้วย

3. สะสมอาหารเพื่อการออกดอก :
ทางใบ :

- ให้ไบโออิ 0-42-56 + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7-10 วัน นาน 1-2 เดือน.... ในรอบเดือนหาโอกาสให้น้ำตาลทางด่วน (กลูโคส) 1 ครั้ง
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร ทุก 2-3 วัน
ทางราก :
-ใส่ 8-24-24 (1/2 กก.ต้นเล็ก, 1 กก.ต้นกลาง, 2 กก.ต้นใหญ่) /ต้น /เดือน ละลายน้ำรดโคนต้น บริเวณทรงพุ่ม
- ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 8-24-24 (2 ล.) /เดือน รดทั่วแปลง ทุกตารางนิ้ว
- ให้น้ำปกติทุก 2-3 วัน
หมายเหตุ :
- เริ่มปฏิบัติเมื่อใบเพสลาด
- แนวทางบำรุงให้ต้นได้สะสมอาหารเพื่อการออกดอกไว้มากที่สุด ควรเตรียมแผนใช้เวลาบำรุง 2 เดือน โดยให้น้ำตาลทางด่วน (กลูโคส) รอบแรกเมื่อเริ่มลงมือบำรุง และให้รอบสองห่างจากรอบแรก 20-30 วัน

- ไม้ผลที่ผ่านการบำรุงมาอย่างดีแล้วต้องกระทบหนาวจึงออกดอกดีนั้น ช่วงขั้นตอนสะสมอาหารเพื่อการออกดอก ถ้ามีการให้ “กลูโคส + 0-52-34 หรือ 0-42-56 + สังกะสี” ฉีดพ่นพอเปียกใบ ช่วงเช้าแดดจัด 1-2 รอบ ให้รอบแรกเมื่อเริ่มลงมือบำรุงสะสมอาหารเพื่อการออกดอก จากนั้น อีก 20 วัน ให้อีกเป็นรอบ 2 ก็จะช่วยให้ต้นเกิดอาการอั้นตาดอกและส่งผลให้เปิดตาดอกแล้วมีดอกออกมาดีอีกด้วย

- วัตถุประสงค์เพื่อให้ต้นสะสมสารอาหารทั้ง “กลุ่มสร้างดอก-บำรุงผล (ซี.)” และ “กลุ่มสร้างใบ-บำรุงต้น (เอ็น)” ไว้ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ จนกระทั่งเกิดอาการอั้นตาดอกไม่มีการแตกใบอ่อนออกมาอีก ถ้าต้นแตกใบอ่อนออกมาใหม่ก็จะต้องย้อนกลับไปบำรุงที่ขั้นตอนเร่งใบอ่อนให้เป็นใบแก่อีกครั้งซึ่งทำให้เสียเวลา

- ช่วงหน้าฝนสวนยกร่องน้ำหล่อหรือพื้นที่ลุ่มปริมาณน้ำใต้ดินมาก แนะนำให้บำรุงทางใบด้วยสูตรสะสมอาหารปกติ โดยให้ก่อนฝนตก 1 ชม.หรือให้ทันทีหลังฝนหยุดใบแห้ง ให้บ่อยๆได้ไม่จำกัดจำนวนครั้งหรือช่วงระยะเวลาให้

- เพื่อให้ต้นได้มีการสะสมอาหารเพื่อการออดอกมากยิ่งขึ้น แนะนำให้ใส่มูลค้างคาว 100-200 กรัม/ต้นทรงพุ่ม 5 ม. ด้วยการละลายน้ำรดโคนต้นบริเวณชายพุ่มจะเป็นการดียิ่งขึ้น....ใช้มูลค้างคาวด้วยความระมัดระวังเพราะในมูลค้างคาวมีสารอาหารในการสร้างเมล็ดอาจมีผลกระทบช่วงบำรุงผลกลาง (หยุดเมล็ด-สร้างเนื้อ) ได้

- ก่อนเข้าสู่ขั้นตอนการบำรุงขั้นต่อไป คือ ปรับ ซี/เอ็น เรโช. ให้ทบทวนความทรงจำเมื่อครั้งเรียกใบอ่อนแล้วใบอ่อนออกมาพร้อมกันเป็นชุดเดียวทั่วทั้งต้นหรือไม่ ถ้าใบอ่อนออกมาพร้อมกันดีทั่วทั้งต้นให้ปรับ ซี/เอ็น เรโช. ต่อไปได้เลย แต่ถ้าใบอ่อนออกมาไม่พร้อมกันเป็นชุดเดียวทั่วทั้งต้นและค่อนข้างต่างรุ่นกันมากก็ให้บำรุงสะสมอาหารเพื่อการออกดอกต่อไปอีก 2-3 รอบ เพื่อรอให้ใบอ่อนชุดหลังสะสมอาหารจนอั้นตาดอกดีเท่ากับใบอ่อนชุดแรกจากนั้นจึงลงมือปรับ ซี/เอ็น เรโช. ทั้งนี้วัตถุประสงค์เพื่อทำให้มีดอกออกมาพร้อมกันเป็นชุดเดียวกันทั่วทั้งต้นนั่นเอง

4. ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนปรับ ซี/เอ็น เรโช :
ก่อนเริ่มลงมือปรับ ซี/เอ็น เรโช (งดน้ำ) และก่อนลงมือเปิดตาดอกต้องแน่ใจว่าระหว่างที่กำลังบำรุงทั้งสองขั้นตอนนี้จะต้องไม่มีฝน เพราะถ้ามีฝนตกลงมาการงดน้ำก็ล้ม เหลว และดอกที่ออกมาจะได้รับความเสียหาย .... ถ้ารู้แน่ว่าช่วงงดน้ำและเปิดตาดอกถึงช่วงดอกออกมาแล้วจะมีฝนก็ให้ระงับการปรับ ซี/เอ็น เรโช และเปิดตาดอกไว้ก่อน ให้บำรุงต้นต่อไปอีกด้วยสูตรสะสมอาหารเพื่อการออกดอก จากนั้นอาจจะปรับแผน การบำรุงเพื่อทำให้มะม่วงออกล่าฤดูด้วยการเลื่อนเวลาเริ่มปรับ ซี/เอ็น เรโช และเปิดตาดอกให้ช้าออกไปเท่าที่สภาพภูมิ อากาศจะอำนวยก็ได้

5. ปรับ ซี/เอ็น เรโช
ทางใบ :

- ให้ไบโออิ 0-42-56 + สารสมุนไพร 1-2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7-10 วัน ฉีดพ่นพอเปียกใบ ระวังอย่าให้โชกจนตกลงถึงพื้น
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร ทุก 2-3 วัน
ทางราก :
- เปิดหน้าดินโคนต้นโดยนำอินทรีย์วัตถุคลุมโคนต้นออกให้แดดส่องได้ทั่วพื้นดินทรงพุ่ม
- งดให้น้ำเด็ดขาด กรณีสวนยกร่องน้ำหล่อจะต้องสูบน้ำออกให้หมด
หมายเหตุ :
- เริ่มปฏิบัติเมื่อสังเกตเห็นความสมบูรณ์ของต้นชัดเจน
- ต้นที่มีอาการอั้นตาดอกดีจนพอใจแล้วไม่ต้องฉีดพ่นน้ำตาลทางด่วน (กลูโคส) เพิ่มอีกแต่ถ้าต้นมีอาการอั้นตาดอกไม่ดีหรือยังไม่น่าพอใจ แนะนำให้ฉีดพ่นกลูโคสหรือนมสัตว์ทางใบอีกซ้ำอีก 1 รอบ โดยเว้นระยะเวลาให้ห่างจากที่เคยให้เมื่อช่วงสะสมอาหารไม่น้อยกว่า 30-45 วัน

- วัตถุประสงค์เพื่อ “เพิ่ม” ปริมาณสารอาหารกลุ่ม สร้างดอก-บำรุงผล (ซี.) และ “ลด" ปริมาณสารอาหารกลุ่ม สร้างใบ-บำรุงต้น (เอ็น.)

6. สำรวจลักษณะอั้นตาดอก :
ใบคู่สุดท้ายปลายกิ่งเป็นใบแก่จัด ข้อระหว่างใบสั้น ใบหนาเขียวเข้มส่องแดดแล้วแสงไม่ทะลุ เนื้อใบกรอบ เส้นใบนูนเด่น หูใบอวบอ้วน กิ่งช่วงปลายกลม เปราะหักง่าย มีตุ่มตานูนขึ้นที่โคนหูใบหรือซอกใบ อาการนี้ควรเกิดขึ้นกับทุกจุดหรือทุกปลายยอดที่สามารถออกดอกได้ทั่วทั้งต้น และเมื่อมองจากภายนอกระยะไกลเห็นความสมบูรณ์ของต้นชัดเจน

ถ้าอาการอั้นตาดอกเกิดขึ้นไม่ทั่วทั้งต้นหรือเกิดขึ้นเพียงบางกิ่งเท่านั้น กรณีนี้ให้ระงับการเปิดตาดอกไว้ก่อนแล้วบำรุงด้วยสูตร สะสมอาหารเพื่อการออกดอก ทั้งทางใบและทางรากต่อไปอีก

7. ตรวจสอบข่าวสภาพอากาศ ก่อนเปิดตาดอก :

ก่อนลงมือเปิดตาดอกจำเป็นต้องทราบข่าวอากาศล่วงหน้า กล่าวคือ ในอีก 20-30 วันข้างหน้าซึ่งเป็นวันที่ช่อดอกเริ่มออกมาแล้วนั้นจะต้องไม่มีฝนตก เพราะถ้ามีฝนจะทำให้ดอกเสียหายโดยเฉพาะดอกบานจะเสียหายจนผสมไม่ติด

ถ้ารู้ว่าในอีก 20-30 วันข้างหน้าจะมีฝนตก ให้เลื่อนการเปิดตาดอกออกไปแล้วกลับมาบำรุงด้วยสูตรสะสมอาหารเพื่อการออกดอกต่อไป จนกว่าจะแน่ใจว่าหลังเปิดตาดอกจนดอกออกมาแล้วไม่มีฝนจึงลงมือเปิดตาดอก

8. เปิดตาดอก
ทางใบ :
สูตร 1 ....
สูตร 2 ....
สูตร 3 ....
100 ล. + 13-0-46 (1 กก.) + ไธโอยูเรีย 500 กรัม + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 500 กรัม + สารสมุนไพร 250 ซีซี.

9. บำรุงดอก :
10. บำรุงผลเล็ก-กลาง :
11. บำรุงผลแก่ :

---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 2 : มะม่วงแม่ลูกดก 250 ต้น อายุต้นกว่า 10 ปี เนื้อที่ 4 ไร่ สวนยกร่องน้ำหล่อ รดน้ำด้วยเรือปากเป็ด อยากให้ออกดอกติดลูกตลอดปี ไม่มีรุ่น เป็นมะม่วงกินดิบ ลูกดก ลูกใหญ่ รสจัดจ้าน....
ตอบ :
- เดิมชื่อพันธุ์ “ทะวายใหญ่” ลุงช้าง “สวนช้างพันธุ์ไม้” ไทรโยค นนทบุรี เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น “แม่ลูกดก” ก็ว่ากันไป
- เป็นมะม่วงพันธุ์เบา ออกดอกติดลูกได้ตลอดปีแบบไม่รุ่น... ขั้นตอนบำรุงขั้นตอนเดียวที่ต้องทำ คือ “ตัดแต่งกิ่ง” เท่านั้น ขั้นตอนที่เหลือทุกขั้นตอนทำตามปกติ

บำรุง
ทางใบ :
ให้สูตรสหประชาชาติ 2 รอบ สลับด้วยแคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน ทุกครั้งที่ให้ทางใบ +ยาน็อค สารสมุนไพรด้วยเพื่อไม่เสียเวลา และเป็นการกันก่อนแก้
ทางราก : ใส่ยิบซั่ม ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ หญ้าแห้งใบไม้แห้งคลุมโคนต้น ปีละ 2 ครั้ง ให้ระเบิดเถิด เทิง 8-24-24 เดือนเว้นเดือน .... ปุ๋ยเคมี 21-7-14 ช่วงมีผล เดือนละครั้งเพื่อขยายขนาดผล ช่วงอื่นปุ๋ยเคมีไม่ต้องเพราะมะม่วงพันธุ์นี้เป็นพันธุ์เบา เบามากๆ แค่ปุ๋ยทางใบสหประชาชาติที่ได้ก็พอแล้วสำหรับการออกดอก
---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 3 ... ผักกินผล (มะเขือ พริก มะระ) แดดจัด ลูกเล็ก ไม่ดก .....
ตอบ :
บำรุง ทางใบ :
ให้สูตรสหประชาชาติ 2 รอบ สลับด้วยแคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน ทุกครั้งที่ให้ทางใบ +ยาน็อค สารสมุนไพรด้วยเพื่อไม่เสียเวลา และเป็นการกันก่อนแก้
ทางราก : ใส่ยิบซั่มเฟอร์มิกซ์ ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ หญ้าแห้งฟางแห้งคลุมสันแปลง ปีละ 2 ครั้ง ให้ระเบิดเถิดเทิง เดือนเว้นเดือน ปุ๋ยเคมีไม่ต้อง เพราะได้จากปุ๋ยทางใบแล้ว พืชอายุสั้นฤดูกาลเดียวกินปุ๋ยแค่นี้....

หมายเหตุ :
สูตรสหประชาชาติ ไบโออิ.บำรุงต้นสร้างความสมบูรณ์สะสม, ไทเป.สะสมตาดอก/เปิดตาดอก/ บำรุงดอก, ยูเรก้า.บำรุงผล/ขยายขนาด/หยุดเมล็ดสร้างเนื้อ....แคลเซียม โบรอน.บำรุง/สร้างคุณภาพผล....ยาน็อค สารสมุนไพร ป้องกัน/กำจัด หนอน-แมลง-โรค

ใช้สูตรนี้แล้ว ลูกใหญ่-เนื้อมาก-เมล็ดน้อย รสชาดจะดีตรงตามสายพันธุ์เป๊ะๆ .... ผักที่ใช้สารเคมียาฆ่าแมลง คนกินแล้วจะรู้สึกโดยสัญชาติญาณ โดยความรู้สึกที่ลิ้มรสว่า รสชาติแปร่งๆ บอกได้เลยว่า นั่นคือรสชาดของสารเคมียาฆ่าแมลง

คิดดู เราให้ปุ๋ยทางใบทางราก ปุ๋ยเข้าสู่ต้นพืช บำรุงต้นบำรุงผล เนื้อปุ๋ยย่อมแฝงอยู่ในทุกส่วนของพืชรวมทั้งที่ผลด้วย ....

จากปุ๋ยมาเป็นสารเคมียาฆ่าแมลง ให้สารเคมีทางใบทางราก สารเคมีก็เข้าสู่ต้นแล้วแฝงอยู่ในทุกส่วนของพืชรวมทั้งที่ผลด้วย เช่นกัน ....

---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 4 : อยากให้สะเดาออกดอกมากๆ ก้านดอกยาวๆ ใช้ปุ๋ยลุงคิมสูตรไหน .....
ตอบ : ....
บำรุงเปิดตาดอก :
- ทางใบ :
ก่อนถึงช่วงออกดอก 1-2 อาทิตย์ ให้ไทเป 2 รอบ สลับด้วย แคลเซียม 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน
- ทางราก : ใส่ ยิบซั่ม, ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ 6 เดือน/ครั้ง, ให้น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง (2 ล.) 2-3 เดือน/ครั้ง, รดทั่วแปลงทุกตารางนิ้ว หญ้าแห้งใบไม้แห้งคุลมโคนต้นหนาๆ, ให้ 8-24-24 (2-3 กำมือ) /ต้น /เดือน ละลายน้ำรดโคนต้นบริเวณทรงพุ่ม ให้น้ำสม่ำเสมอพอหน้าดินชื้น

** เก็บดอกให้ออกดอกซ้ำ .... ตัดก้านดอกให้เหลือดอกติดโคนก้าน 1-2 ดอก แล้วให้ไทเป สลับด้วย แคลเซียม โบรอน ต่อ สะเดาทะวายตัวนี้จะออกดอกที่ก้านเดิมต่อไปทางโคนกิ่งได้อีก ถ้าต้นมีความสมบูรณ์สะสมมากๆ สามารถออกดอกซ้ำได้ถึง 2 รอบ รวมเป็น 3 รอบ รวมกับรอบแรก

หมายเหตุ :
ปลูกต้นสะเดาที่ต้องการจากต้นสะเดาคือ “ดอก” ปุ๋ยหรือสารอาหารที่เป็นพื้นฐานต่อการออกดอกคือ สังกะสี. โบรอน. น้ำตาลทางด่วน. การให้ปุ๋ยหรือสารอาหารตัวนี้มิใช่ว่า ต้องการให้ออกดอกวันไหนก็ให้วันนั้นหรือให้ก่อนซัก 2-3-4 วัน แล้วออกดอกได้เลย ก็หาไม่ ....

ปุ๋ยไม่ใช่ของวิเศษ เหมือนอาหารที่คนกิน คนจะแข็งแรงได้ต้องกินอาหารบ่อยๆ เรื่อยๆ หลายๆครั้ง เรียกว่าค่อยๆสะสมๆ ๆๆ ประมาณนั้น ต้นไม้ต้นสะเดาก็อีหร็อบเดียวกัน

คำว่า “ความสมบูรณ์สะสม-ความสมบูรณ์สะสม” ที่พูดย้ำบ่อยๆ ต้นไม้ต้นพืชต้นสะเดาต้นไม้ทุกชนิด ที่ต้นมีความสมบูรณ์ สมบูรณ์มานาน วันดีคืนดีทั้งดอกทั้งผลจะออกมาเอง หรือหากบำรุงเปิดตาดอกซักนิดซักหน่อย คราวนี้ดอกผลทะลักออกมาเลย ประมาณนั้น

---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 5 : น้ำหมักชีวภาพทำจากผักผลไม้ ใส่ปลาตามหลัง หมักแล้วเหม็น มีหนอนมาก .....
ตอบ :
- สาเหตุหมักแล้วเหม็น เกิดจากอัตราส่วนระหว่าง “กากน้ำตาล กับ จุลินทรีย์” ไม่เหมาะสมซึ่งกันและกัน กล่าวคือ...

*** กากน้ำตาลน้อยเกิน จุลินทรีย์ตายเพราะไม่มีสารอาหาร (กากน้ำตาล) กิน
*** กากน้ำตาลมากเกิน จุลินทรีย์หยุด (STOP) การเจริญเติบโต ...

- สาเหตุหนอนมาก เกิดจากแมลงวันบ้านเข้าวางไข่ แมลงวันรวมทั้งแมลงอื่นๆเข้าวางไข่ได้ เพราะในน้ำหมักไม่มีสาร TOXIC (TOXIC แปลว่า เป็นพิษต่อแมลง....ในน้ำหมักระเบิดเถิดเทิง ไม่มีหนอน ไม่มีกลิ่นเหม็น เพราะวิธีการหมัก ถูกต้อง/เหมาะสม แมลงวันไม่ตอมจึงไม่มีไข่ ลงท้าย คือ ไม่มีหนอน)

หมายเหตุ :
เป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ในการทำน้ำหมักชีวภาพคือ "ปุ๋ย" สำหรับพืช วัสดุส่วนผสมที่เอามาทำมีผักผลไม้กับเศษปลาเท่านี้ แบบนี้ทำแล้วได้ปุ๋ยตัวไหนในจำนวน 16 ตัว ได้ฮอร์โมนตัวไหนในจำนวน 4-5-6 ตัว ....

เรื่องนี้ ประชาชน/เกษตรกร พื้นฐานความรู้ธรรรมดาๆ ไม่รู้ ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่สงสัยคือ
*** คนสอน/คนส่งเสริม วุฒิภาวะสูงๆไม่รู้ จึงไม่พูดไม่บอก....
*** คนเรียน/คนรับการส่งเสริม ไม่รู้แล้วไม่ถามย้อน ....
---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 6 : กล้วยไม้ใช้ไทเป.ออกดอกดี ใช้ยูเรก้า.ดอกไม่โต ....
ตอบ :
- ไทเป.ให้แล้วออกดอกดี เพราะมีสารอาหาร.... กลุ่มอินทรีย์ : นม ไข่ .... กลุ่มเคมี : 13-0-46, 0-52-34, แม็กเนเซียม. สังกะสี. ธาตุรอง/ธาตุเสริม. .... สารอาหารกลุ่มนี้ช่วยสร้างดอกโดยตรง

- ยูเรก้า. ธาตุหลัก 21-7-14 จี.เกรด อัตราส่วน (RATIO) ระหว่าง N. P. K. คือ 3 : 1 : 2 ปุ๋ยสูตรนี้สรรพคุณคือ ขยายขนาด (ผล ใบ ดอก) ในไม้ดอกทุกชนิดจะได้ดอกขนาดใหญ่ขึ้น ใหญ่กว่ามาตรฐานสายพันธุ์ ยกเว้น (เน้นย้ำ...ยกเว้น) ดอกกล้วยไม้ ขนาดดอกไม่ใหญ่ขึ้นหรือเท่าเดิม แนวทางแก้ไขคือ เปลี่ยน RATIO 3 : 1 : 2 คือ 21-7-14 เป็น 2 : 1 : 3 คือ 14-7-21 จี.เกรด ...
---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 7 : อยากได้ดาวเรืองดอกใหญ่ .....
ตอบ :
บำรุง ทางใบ :
ให้สูตรสหประชาชาติ 2 รอบ สลับด้วยแคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน ทุกครั้งที่ให้ทางใบ +ยาน็อค สารสมุนไพรด้วย เพื่อไม่เสียเวลา และเป็นการกันก่อนแก้
ทางราก : ใส่ยิบซั่มเฟอร์มิกซ์ ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ ปีละ 2 ครั้ง ให้ระเบิดเถิดเทิง 8-24-24 เดือนเว้นเดือน

- ดาวเรืองดอกใหญ่กว่าจัมโบ้ เรียนว่า “จัมบ้า” แถมรอบการเก็บนานขึ้นอีกด้วย
- เล่นง่าย ไทเป.ไบโออิ.ยูเรก้า. ขวดขนาด 1ล. 3ขวด เทรวมกันเลยกลายเป็นสูตรสหประชาชาติ 3 ขวด ๆละลิตร เวลาใช้ก็ใช้ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.
- ไม่ต้องปุ๋ยเคมีทางราก (รองพื้น แต่งหน้า กระทุ้งดอก) เพราะต้นได้รับจากทางใบเพียงพอแล้ว
---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 8 : อยากได้กุหลาบสีดำ วันวาเร็นไทม์ ....
ตอบ :
อ้างอิง : หนังสือหัวใจเกษตรไท (1,000 หน้า), หนังสือหัวใจเกษตรไท มินิ (500 หน้า)

การเตรียมต้น :
- บริหารจัดการ “ปัจจัยพื้นฐานเพื่อการเพาะปลูก” (ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค) อย่างถูกต้องเหมาะสมสม่ำเสมอของกุหลาบ พืชเอาดอก

- บำรุงต้นให้ความสมบูรณ์อยู่เสมอตลอดปีเพื่อให้ต้นได้ “สะสมความสมบูรณ์” ไว้ล่วงหน้า โดยให้ไบโออิ.ทั้งช่วงมีดอกและช่วงไม่มีดอก

- สารอาหารพื้นฐานต่อการออกดอก คือ “สังกะสี” กับ “โบรอน” แล้วเสริมด้วย “น้ำตาลทางด่วน” ตามความเหมาะสม

- ใส่ยิบซั่ม, ปุ๋ยอินทรีย์, ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ ปีละ 2 ครั้ง
- คลุมโคนต้นด้วยเศษพืชแห้งหนาๆ เต็มพื้นที่บริเวณทรงพุ่ม ล้ำออกไปถึงนอกเขตทรงพุ่ม
- ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง หรือจุลินทรีย์ 1-2 เดือน /ครั้ง
- ไม่ต้องปุ๋ยเคมีทางรากเพราะต้นได้รับจากทางใบเพียงพอแล้ว

การบำรุงก่อนบังคับ : ทางใบ :

- ให้ไบโออิ 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7-10 วัน
-ให้น้ำตาลทางด่วน เดือนละครั้ง
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพรบ่อยๆ
ทางราก : - พรวนดิน พูนดินโคนต้น คลุมโคนต้นด้วยหญ้าแห้ง
- ให้น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 8-24-24 (1 ล.) /ไร่ /เดือน
- ให้น้ำสม่ำเสมอ พอหน้าดินชื้น
การบังคับ :
บำรุงกุหลาบให้ออกวันวาเลนไทน์ :

- ต้องการตัดดอกวันที่ 14 ก.พ. ให้เริ่มลงมือปฏิบัติการ 1 ม.ค.
- เผื่อเหลือเผื่อขาด แบ่งเป็นโซน แต่ละโซนลงมือปฏิบัติการก่อนวันตัดดอก 1-2-3-4-5 วัน และหลังวันตัดดอก 1-2-3-4-5 ตามลำดับ เพื่อให้ได้อายุดอกต่างกัน

บำรุงเรียกก้านดอก : ให้ไบโออิ + จิ๊บเบอเรลลิน + เหล็ก คีเลต" หลังตัดแต่งกิ่ง ทุก 3-5 วัน จนกว่าจะได้กิ่งขนาดยาวตามต้องการ

บำรุงเรียกดอก : ให้ไทเป เมื่อได้ขนาดยาวของก้านดอกตามต้องการแล้ว 1-2 รอบ ห่างกันรอบละ 3-5 วัน
วิธีเรียกก้านดอกยาว :
- เลือกกิ่งกลางอ่อนกลางแก่ (กิ่งประธาน) โน้มกิ่งลงระนาบกับพื้น ยึดกิ่งกับหลัก ให้มั่นคง ตัดปลายกิ่งที่รอยต่อระหว่างกิ่งแก่ (เปลือกสีเทา) กับกิ่งอ่อน (เปลือกสีเขียว) ตัดกิ่งเล็กกิ่งน้อยด้านในออกให้หมด หรืออาจจะเหลือ 1-2 กิ่งในจำนวนกิ่งทั้งหมด 10 กิ่ง ก็ได้

- ตัดปลายกิ่ง (ประธาน) และกิ่งเล็กกิ่งน้อยแล้วบำรุงเรียกกิ่งใหม่ด้วย "ไบโออิ + จิ๊บเบอเรลลิน + เหล็กคีเลต" ทุก 3-5 วัน .... พร้อมกับให้ทางรากด้วย "ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (1 ล.) + 25-5-5 (500 กรัม)" ทุก 5-7 วัน ตอนเย็น ที่โคนต้นบริเวณทรงพุ่ม

- หลังจากให้ "ไบโออิ + จิ๊บเบอเรลลิน" ไปแล้ว ที่ข้อของกิ่งประธานจะเกิดยอดใหม่จำนวนมาก ให้คัดเลือกไว้ 1-2-3 ยอด จัดระยะให้ห่างเท่าๆ กันเพื่อเฉลี่ยสารอาหาร แล้วบำรุงด้วยสูตรเดิมต่อไป ซึ่งกิ่งที่แตกใหม่จะยาว (สูง) ขึ้นเรื่อยๆ เป็นกิ่งตรง ขนาดใหญ่อวบอ้วน ในต้นที่มีความสมบูรณ์มากๆ แสงแดด/อุณหภูมิ เหมาะสม อาจได้ความยาวกิ่ง 80 ซม.- 1 ม.

- เมื่อได้กิ่งที่มีขนาดยาวตามต้องการแล้ว ให้ลงมือเปิดตาดอกด้วย "ไทเป" กุหลาบกิ่งนั้นก็จะออกดอก .... กุหลาบก้านยาวพิเศษ (80 ซม.) ราคาสูงกว่ากุหลาบก้านสั้น (20-30 ซม.) หลายเท่าตัว

- ต้องการตัดดอกวันที่ 14 ก.พ. ให้ลงมือตัดแต่งกิ่งในวันที่ 1 ม.ค. ถ้าในธรรมชาติมีตัวเลขและสูตรสำเร็จก็จะได้ดอกในวันที่ 14 ไม่ผิดพลาด .... เมื่อในธรรมชาติไม่มีตัวเลขและสูตรสำเร็จ ก็ต้องเผื่อเหลือเผื่อขาด โดยตัดแต่งกิ่งวันที่ 29-30-31 ม.ค. หรือ +/- 3 ของวันตัดดอก แบบนี้ก็น่าจะได้ดอก 25-50% ของกุหลาบทั้งสวนตรงวันวาเลนไทน์พอดี กุหลาบแจ๊คพ็อต :

* กุหลาบพันธุ์ดี ยิ่งพันธุ์ดีมากเท่าไรระบบรากยิ่งอ่อนแอมากเท่านั้น แก้ไขโดยการเปลี่ยนยอดบนตอ "กุหลาบป่า”
* ปลูกในโรงเรือน หลังคาซาแลน ควบคุมแสงได้ จะให้ผลผลิตที่ดีกว่าปลูกกลางแจ้ง
* การปล่อยให้ดอกกุหลาบแก่แห้งคาค้นแล้วรอให้ร่วงเอง กุหลาบกิ่งนั้นจะออกดอกใหม่ช้ามาก แก้ไขด้วยการตัดดอกเมื่อเห็นว่าแก่จัด ใช้ประโยชน์ ไม่ได้แล้วทิ้งไป จากนั้นประมาณ 30-45 วันจะออกดอกใหญ่ ณ ที่เดิม

กุหลาบก้านดอกยาว : ทำโดยโน้มกิ่งประธานลงระนาบกับพื้น มีเชือกผูกยึดไว้ ตัดปลายกิ่ง ริดใบในกิ่งออกหมด แล้วบำรุงเรียกใบอ่อน ก็จะเกิดกิ่งกระโดงใหม่ทั่วกิ่งประธานที่โน้มกิ่งแล้วตัดนั้น จำนวนกิ่งกระโดงใหม่ทั้งหมด เลือกกิ่งที่เหมาะสมไว้ 2-3 กิ่ง ที่เหลือตัดทิ้งทั้งหมด แล้วบำรุงเรียกใบอ่อนไปเรื่อยๆ จนได้ความสูง (ยาว) กิ่งตามต้องการ จึงบำรุงด้วยสูตรเปิดตาดอก ... ถึงช่วงจะเอาดอกให้บำรุงด้วย “น้ำ 20 ล. + ไทเป 20 ซีซี.”

กุหลาบดอกไม่มีก้าน :
ตัดแต่งกิ่งปกติ ให้ไทเป ใช้สูตรเดียวได้เลย
* ชอบดินเหนียวมีอินทรีย์วัตถุ มากกว่าดินร่วนมีอินทรีย์วัตถุ
* ชอบความชื้นน้อยๆ สม่ำเสมอ
* ชอบดินปลูกที่คลุมด้วยหญ้าไซ
* ตอบสนองต่อกระดูกป่น ดีมากๆ
* ต้องการแสงแดด 100%
* ในสภาพอุณหภูมิสูง (ร้อน/ภาคกลาง 15 วันออกดอก) ดอกเจริญเติบโตเร็วกว่าสภาพอุณหภูมิต่ำ (หนาว/ภาคเหนือ 20 วันออกดอก)

* ต้องการให้ก้านดอกยาวๆ เมื่อยอดเริ่มเกิดขึ้นแล้ว หลังสิ้นแสงอาทิตย์ให้แสงไฟเพื่อเพิ่มเวลาแสง ก้านนั้นจะยาวขึ้นเรื่อยๆ เมื่อได้ความยาวก้านตามต้องการแล้วก็หยุดให้แสง แล้วให้ปุ๋ยเปิดตาดอก ก็จะได้กุหลาบก้านยาว

ต้องการดอกใหญ่....
ทางใบ :
ไบโออิ + ยูเรก้า 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7-10 วัน ทุกครั้ง +ยาสมุนไพรเข้าไปด้วย
ทางดิน : ยิบซั่ม, ปุ๋ยอินทรีย์, ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ 4 เดือน /ครั้ง, น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 8-24-24 ทุก 2 เดือน, พรวนดินพูนดินโคนต้น ทุก 3 เดือน, ให้น้ำสม่ำเสมอพอหน้าชื้น

การตัดดอก :
- การตัดดอกกุหลาบ ควรให้มีกิ่งเหลืออยู่อย่างน้อย 2 กิ่งเสมอ ไม่ควรตัดชิดโคนกิ่ง และเมื่อตัดดอกออกจากต้นแล้วให้รีบแช่ก้านดอกในน้ำทันที เพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากกิ่ง

- ตัดดอกตูมเกินไป ดอกจะไม่บานต่อ และคอดอกจะโค้งงอง่าย .... ถ้าตัดดอกที่บานเกินไป ดอกจะบานเร็ว และมีอายุการปักแจกันสั้น

วิธีเก็บรักษาดอก :
- นำไปแช่ในน้ำยารักษาสภาพดอกไม้ อุณหภูมิ 2 องศา ซ. ประมาณ 2-3 ชั่วโมง เก็บได้นาน 4-5 วัน
- ใส่กล่องรองด้วยพลาสติกเก็บไว้ในห้องเย็น อุณหภูมิ 0.5-3 องศา ซ. เก็บได้นาน 1-2 สัปดาห์

- ยืดอายุดอกกุหลาบ (1) : น้ำสะอาด 1 ล. + น้ำตาลทราย 1 ช้อนชา + น้ำส้มสายชู 1/2 ช้อนชา
- ยืดอายุดอกกุหลาบ (2) : น้ำสะอาด 1 ล. + กลูโคส 5 ซีซี.
- ยืดอายุดอกกุหลาบ (3) : น้ำสะอาด 1 ล.+ ไฮเตอร์ 1-2 ซีซี.
- ยืดอายุดอกกุหลาบ (4) : น้ำสะอาด 1 ล. + น้ำมะพร้าวแก่ 50 ซีซี.
- ยืดอายุดอกกุหลาบ (5) : น้ำสะอาด 1 ล. + DICA 30 มก. + ซูโครส 5 ซีซี.

- ใช้กรรไกรหรือมีดคมๆ ตัดให้เฉียงแบบปากฉลาม นำจุ่มทันที จะช่วยให้ดอกสดนาน 7-10 วัน

กุหลาบย้อมสี :
อุปกรณ์ :
ดอกกุหลาบสีขาว, สีผสมอาหาร, แก้วน้ำ, น้ำอุ่น, น้ำส้มสายชู, กลูโคส, น้ำยาฟอกผ้าขาว
วิธีทำ :
1. เลือกกุหลาบีขาวบริสุทธิ์ สดใหม่สมบูรณ์ บานมาก/น้อยตามต้องการ ดอกที่บานมากกว่าจะได้ผลดีกว่าดอกบานน้อยกว่า

2. ใช้น้ำสะอาด 1 ล. + สมสายชู 2 ช้อนโต๊ะ + กลูโคส 2 ช้อนโต๊ะ + น้ำยาฟอกขาว 1/2 ช้อนโต๊ะ ใส่ทีละอย่างคนให้เข้ากันดีก่อนจึงใส่ตัวใหม่ ใส่ครบแล้วนำลงผสมกับน้ำอุ่น 4 ล. ใส่ช้าๆ พร้อมกับคนให้เข้ากันดี จากนั้นจึงเติม “สีผสมอาหาร” (สีที่ต้องการ) ลงไป 10-15 หยด หรือมากกว่าเพื่อความเข้มของสี ใส่ช้าๆ พร้อมกับคนให้เข้ากันดีเช่นกัน สังเกต น้ำที่ผสมทุกรายการครบแล้วมีสี “ใส/สด” เป็นอันใช้ได้ ก็จะได้ “น้ำยาย้อมสี” ดอกกุหลาบตามต้องการ

3. นำดอกกุหลาบพร้อมก้านมาตัดปลายก้านด้วยมีดคมๆ 1 นิ้ว เฉียง 45 องศา แล้วจุ่มเฉพาะโคนก้านลงไปในน้ำลึกๆ หรือจุ่มทั้งก้านทั้งดอกลงไปนอนแช่ในน้ำยาย้อมเสียเลยก็ได้

4. คอยสังเกตทุกๆ ชั่วโมง จะพบการเปลี่ยนสีของกลีบดอกกุหลาบตามลำดับ เนื่องจากกุหลาบ (รอยตัดที่โคนก้าน) ดูดน้ำยาย้อมเสียเข้าไป จากโคนก้านไปถึงกลีบดอก ทำให้สีของกลีบดอกเปลี่ยนไปเป็นสีในน้ำย้อมสี กระทั่งครบ 24 ชม. กระบวนการดูดน้ำยาย้อมสีจะหยุดดูดสิ้นสุดลง สุดท้ายก็จะได้กุหลาบดอกใหม่ที่กลีบมีสีตามสีน้ำย้อม

5. ถ้าต้องการทำดอกกุหลาบในดอกเดียวกันให้มีหลายสี ให้ผ่าก้านตามทางยาว แบ่งเป็นแฉกๆ แต่ละแฉกยาว 2-3 นิ้ว แล้วใส่แต่ละแฉกลงไปในแก้วที่ผสมสีเอาไว้แล้ว แยก 1 แฉก : 1 แก้ว : 1 สี เพื่อให้แต่ละแฉกแยกกันดูดสี จากนั้นก็รอเวลาให้ก้านดอกลำเลียงน้ำย้อมสีขึ้นส่งไปยังกลีบดอกเต็มที่แล้ว ถือเป็นใช้การได้ .... แก้วใส่น้ำผสมสี อาจมีขนาดใหญ่ไม่สะดวกต่อการทำงาน ให้พิจารณาใช้ “หลอดดูดเฉาก๊วย” จำนวน 2-3-4 หลอด มัดรวมกัน เปิดปากหลอด ปิดก้นหลอด แล้วใส่น้ำละลายสีลงไป แทนก็ได้ .... จากกุหลาบย้อมสี นวตกรรมใหม่ที่กำลังรอ คือ กล้วยไม้-ดาวเรือง-จำปี-รัก-บานไม่รู้โรยย้อมสี ก็ทำได้ ภายไต้กฎเกณท์ธรรมชาติ ไม่มีอะไรที่นักวิยาศาสตร์ (คน) ทำไม่ได้

- ต้องการทำครั้งละมากๆ (30-50 ดอก) เป็นสีเดียว ใช้กะละมังเป็นภาชนะผสมน้ำยาย้อมสี แล้วใส่กุหลาบทั้งก้านลงไปนอนแช่เลยก็ได้

- ช่วงอากาศร้อน ใช้เวลาประมาณ 24 ชม. .... ช่วงอากาศหนาวเย็น ใช้เวลาประมาณ 48 ชม. - นำกุหลาบที่ผ่านการย้อมเสียเรียบร้อยแล้ว ลงแช่ในน้ำสะอาด 10-15 นาที ก็พร้อมนำไปใช้งานได้

http://www.bloggang.com
---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 9 : อยากให้ทำหนังสือสารสมุนไพร มีรูปศัตรูพืชเป็นรูปสีสี่...
ตอบ :
- ด้ายยยย... แต่ราคาต้องสูงขึ้น จากเล่มละ 500 อาจขึ้นเป็น 5,000 สู้ไหวเหรอ ?
- ทางออกเรื่องนี้คือ ....
1. ไปที่ร้านเช่าอินเตอร์เน็ต ให้ร้านเปิดเน็ต เรื่องศัตรูพืชแล้วก๊อปปี้ให้ จะเอารูปไหน รูปอะไร เลือกสั่งได้เลย....
2. ถ่ายรูป 4 สี จากหนังสือ นำลงในคอมพิวเตอร์ แล้วปริ๊นท์ออกมา ให้ จะเอารูปไหน รูปอะไร ขยายขนาด ย่อขนาด เลือกได้เลย ....
3. ลงทุนซื้อหนังสือ ทำห้องสมุดส่วนตัวที่บ้าน ....
**** เล่นคอมพิวเตอร์ไม่เป็น ให้หลานจัดการให้
**** ภาพถ่าย 1 ภาพ แทนคำพูด 1,000 คำ
---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 10 : อยากให้ มะพร้าวต้นเล็กโตเร็วๆ ต้นโตแล้วให้ผลดี ...
ตอบ :
ระยะต้นเล็ก :
ทางใบ :
ไบโออิ 25-5-5 เดือนละครั้ง
ทางดิน : ยิบซั่ม, ปุ๋ยอินทรีย์, ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ 4 เดือน /ครั้ง, น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 ทุก 2 เดือน, พรวนดินพูนดินโคนต้น ทุก 3 เดือน, ให้น้ำสม่ำเสมอพอหน้าชื้น
ระยะต้นเล็ก : มาอีกครั้ง ..... O.K. ?
---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 11 : ดินชั้นล่างลึกๆ ดินปนทรายเหนียวมากๆ ปลูกอะไรก็ตาย ....
ตอบ :
- เลือกพืชที่เหมาะสมกับ ธรรมชาติ/โครงสร้าง ของดินแบบนี้ .... (ตรวจสอบประวัติดิน ชุดดิน).... เรียนตามตรง ตรวจสอบที่ไหน ไม่รู้ ไม่รู้จริงๆ

- รูั้ทั้งรู้ ดินปนทรายเหนียวมากแก้ไขด้วยการใส่ ปุ๋ยอินทรีย์-ยิบซั่ม-ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ มากๆ ๆๆ ให้ได้ 10-20% ของเนื้อดิน ไถกลบลงดินลึก 1-2 ม. เนื้อที่ 1ไร่ 2ไร่ 3ไร่ ต้นทุนเท่าไหร่ ไหวเหรอ .... ถึงทำได้แต่ปลูกต้นไม้แล้ว ช่วงแรกที่รากเจริญยาวในดินที่มีอินทรีย์วัตถุ O.K. ต้นโตอยู่ได้ แต่ครั้นรากเจริญยาวไปถึงชั้นดินเดิมก็เข้าอีหร็อบเดิมอีก ว่ามั้ย ?

- ตัดใจทำใจ เลิกรักพืชไม้ใหญ่ระบบรากลึก หันมาปรับปรุงบำรุงดิน เพิ่มอินทรีย์วัตถุมากๆ ๆๆ แล้วปลูกพืชอายุสั้น ฤดูกาลเดียว เพราะระบบรากตื้น ....(พืชพืชไร่ อายุสั้น ฤดูกาลเดียว เอาผลผลิตแล้วไถกลบ/ไม่เอาผลผลิตแล้วไถกลบ 2รุ่น/ปี, 3รุ่น/ปี)...

- ปรุงดินปลูกเอง ปลูกพืชอายุสั้น ฤดูกาลเดียว ในภาชนะปลูก ...
- ปลูกผักไฮโดรโปรนิค...
- เพราะเห็ดในโรงเรือน...

ไม้ผลที่ไร่กล้อมแกล้ม :
ปลูกได้ โต ให้ผลผลิต :
มะม่วง ลำไย ฝรั่ง มะพร้าว ชมพู่ กระท้อน ฟ็อกซ์เทล
ปลูกไม่ได้ 3ปี 5ปี 7ปี ยืนต้นตาย : ทุเรียน มังคุด เงาะ ส้มโอ ส้มเช้ง ส้มเขียวหวาน ส้มแก้ว แก้วมังกร น้อยหน่า ทับทิม ลิ้นจี่ ลองกอง มะยงชิด มะเฟือง มะไฟ มะนาว มะกรูด ขนุน ตะขบ พุทรา มะเดื่อฝรั่ง องุ่น โกโก้ กาแฟ มะกอกน้ำ มะกอกเตี้ย ทำมัง ละมุด ท้อ

กรณีศึกษา :
- เส้นทางจาก สะพานกรุงธน - กาญจนบุรี = 100 กม. จากกาญจนบุรี - ศรีสวัสดิ์/บ่อพลอย = 100 กม. รวม สะพานกรุงธน-ศรีสวัสดิ์/บ่อพลอย ทั้งสิ้น 200 กม. ....

- พื้นที่ 2 ข้างทางด้านละ 50 กม. ไม่มี ทุเรียน มังคุด ส้มโอ ส้มเช้ง. ส้มเขียวหวาน แก้วมังกร น้อยหน้า ทับทิม เงาะ ลิ้นจี่ ลองกอง มะยงชิด มะเฟือง มะไฟ มะนาว ขนุน ตะขบ พุทรา มะเดื่อฝรั่ง องุ่น โกโก้ กาแฟ ....

- ไปถึงศรีสวัสดิ์/บ่อพลอย มีทุเรียน เงาะ มังคุด กาแฟ ฯลฯ ....
- นครชัยศรี ส้มโอดีมากแต่ไม่มีส้มเขียวหวาน ทุเรียน เงาะ มังคุด ฯลฯ...
- ดำเนินสะดวกมีส้มเขียวหวานแต่ไม่มีทุเรียน เงาะ มังคุด ฯลฯ ....
- ที่ไม่มีๆ เพราะไม่มีคนปลูก หรือปลูกแล้วไปไม่รอด...
---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 12 : ข่าว ทีวี. ผวจ.อัตตะปือ เปิดงานเกษตร ชมแปลงสำปะหลังที่ได้แค่ 3 ตันครึ่ง...
ตอบ :
ระดับ ผวจ.เป็นประธานเปิดงานด้านการเกษตรในแปลงเกษตร ย่อมต้องมีข้าราชการสาขาเกษตรระดับสูงถึงระดับเล็กประจำจังหวัดนั้นหรืออาจจะ (เน้นย้ำ...อาจจะ) จากจังหวัดอื่นที่อยู่ไม่ไกลนักไปร่วมงานด้วย .... งานนี้ฟ้องด้วยภาพ ภาพถ่าย 1 ภาพ แทนคำพูด 1,000 คำ ชัดเจน

* ตามหลักปรัชญา ..... ผลมาจากเหตุ หรือ เหตุทำให้เกิดผล :
- สำปะหลัง เทวดาเลี้ยง ได้ 3 ตัน /ไร่ ....
- สำปะหลัง คนเลี้ยง ได้ 30 ตัน /ไร่ ....

* กับดักรายได้ปานกลาง :
- ชอบง่ายๆแต่ผิด ผลรับคือไม่ได้อะไรเลย มีแต่เสีบกับ ไม่ได้+หนี้
- ทำ ....
ผิด = เสีย ล้มเหลว แก้ไข
ถูก = ได้ สำเร็จ ต่อยอดขยายผล
- ยุคนี้ต้อง เทคนิค เทคโนโลยี เครื่องทุ่นแรง....

* ข้า. ราช. การ. คือ ผู้รับใช้ประชาชน :
- ทำไม.... ผวจ. ไม่ถาม ก.จังหวัด เรื่องสำปะหลัง 20 ตัน/ไร่ 30 ตัน/ไร่
- ทำไม.... ก.จังหวัด ไม่ เสนอแนะ/บอกเล่า ผวจ. เรื่องสำปะหลัง 20 ตัน/ไร่ 30 ตัน/ไร่

แรงบันดาลใจ :
- สำปะหลัง “ต้นเดี่ยว-คนเลี้ยง” อู่ทอง สุพรรณบุรี ..... ได้ 60 ตัน (-) /ไร่

- สำปะหลังแบบเดิม “ต้นเดี่ยว-เทวดาเลี้ยง” ............ ได้ 3 ตัน /ไร่
- สำปะหลังแบบเดิม “ต้นเดี่ยว-คนเลี้ยง” ............... ได้ 10 (+) ตัน /ไร่

- สำปะหลัง แบบก้าวหน้า “ต้นคู่-เทวดาเลี้ยง” .......... ได้ 6 ตัน /ไร่
- สำปะหลัง แบบก้าวหน้า “ต้นคู่-คนเลี้ยง” ............. ได้ 20 (+) ตัน /ไร่

---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 13 :
- ข่าว ทีวี. มหาวิทยาลัยอันดับ 1 ของประเทศ สอนชาวนาทำนาดำด้วยมือ เนื้อที่ 1 ไร่ ใช้แรงงานคน 20 คน ....
- ข่าว ทีวี. โรงเรียนสอนเด็กทำเกษตร ปลูกผักหลากหลายอย่าง อย่างละ 5 ตร.ว. ให้เด็กใช้บัวรดน้ำ บอกว่าแปลงเล็กๆ แบบนี้ถ้าที่บ้านเด็กปลูกผัก 10 ไร่ แล้วรดน้ำด้วยบัว อนาคตประเทศไทยจะไปทางไหน ....
ตอบ :
*** คิด วิเคราะห์ เปรียบเทียบ -- ของตัวเอง-ด้วยตัวเอง-เพื่อตัวเอง -- ระหว่าง....
* นาหยอด นาดำด้วยเครื่อง นาดำด้วยมือ นาหว่านด้วยมือ นาหว่านด้วยเครื่อง

* นาข้าวแบบประณีต, นาข้าวแบบเหมาจ่าย เลยตามเลย, นาข้าวปีละ 1รุ่น, 2รุ่น, 3รุ่น, 4รุ่น, นาสำรวย, นาข้าวล้มตอซัง, นาข้าวเปียกสลับแห้ง, นาข้าวที่ลุ่ม, นาข้าวที่ดอน, นาข้าวในกระถาง. นาข้าวในกระชัง, นาข้าวเคมีเพียวๆ, นาข้าวอินทรีย์เพียวๆ, นาข้าวเคมีตกขอบ, นาข้าวอินทรีย์ตกขอบ, นาข้าวอินทรีย์/เคมี, นาข้าวไบโอไดนามิค, นาข้าวแอโรบิก, นาข้าวแบบผสมผสาน, ปลูกข้าวขายโรงสี, ปลูกข้าวทำพันธุ์, ปลูกข้าวแปรรูป, ....

* แบบการทำนาข้าวที่ดีที่สุด ณ ยุคนี้คือแบบ นาหยอด-เปียกสลับแห้ง-ล้มตอซัง-ประณีต

*** บนเงื่อนไข ....
- เทคโนโลยีเครื่องทุ่นแรง
- เทคโนโลยีชาวบ้าน + เทคโนโลยีวิทยาศาสตร์
- ประสิทธิภาพ ประสิทธิผล ของเนื้องาน
- ผลผลิตเพิ่ม ต้นทุนลด อนาคตดี
- ระยะสั้น ระยะปานกลาง ระยะยาว
- อนุรักษ์ คู่กับ พัฒนา
---------------------------------------------------------------------------------

สมช. 14 : นา 200 ไร่ ใส่ยูเรียสอบ 16-20-0 อีกสอบ สอบละ 800 รวมค่าปุ๋ยเคมี 1,600 /ไร่ คิด "ต้นทุนค่าปุ๋ย" อย่างเดียว เคยรุ่นละ 320,000 ยังไม่รวมค่ายาฆ่าหญ้า ยาฆ่าแมลง เปลี่ยนมาเป็นใช้ปุ๋ยลุงคิม ครบสูตร ทำเองครึ่งนึง ซื้อครึ่งนึง ต้นทุนลดค่าปุ๋ยลงเหลือไม่ถึง 100,000 ลดต้นทุนค่ายา ค่าแรงงาน ....
ตอบ :
- พูดถึงนาข้าวแล้ว พืชตัวนี้รายการสีสันชีวิตไทย ทั้งวิทยุ ทั้งหนังสือ เอกสาร เราส่งเสริมมากที่สุดในบรรดาพืชด้วยกัน เพราะชาวนาคือเกษตรกรกลุ่มใหญ่ที่สุด ชาวนารอดประเทศไทยรอด

- วันนี้กรณีรายนี้ ทำแบบนี้ ได้แบบนี้ เป็นเรื่องธรรมดาเพราะตามหลักวิชาการเป็นอย่างนี้อยู่แล้ว ไม่สงสัย

- ที่สงสัย สงสัยอย่างมากๆ ๆๆ ก็คือ แปลงข้างบ้าน ทำไมยึดติดแบบเดิมๆปานนั้น ทำแล้วขาย ๆ รุ่นแล้วรุ่นเล่า ไม่ขาดทุนก็ไม่กำไร แถมบางคนหนี้ตามมาอีก...

----------------------------------------------------------------------------------

สมช. 15 : แมลงอะไรไม่รู้ตอมดอกมะม่วง ....
ตอบ : ....
ประสบการณ์ตรง เพลี้ยจั๊กจั่นไร่กล้อมแกล้ม :
หลักการและเหตุผล :
- เพลี้ยจักจั่น แมลงปากกัดปากดูด กัดที่ด้านดอกแล้วดูดกินน้ำเลี้ยง ตามสมทบด้วยหนอนเจาะดอก เข้าทำลายโดยดูดกินน้ำเลี้ยงที่ก้านดอกเหมือนกัน ช่วงมะม่วงออกดอก ช่วงอื่นไม่ค่อยมี.... สังเกตุ เดินไปที่โคนต้นจะได้ยินเสียงเพลี้ยจั๊กจั่นบินไปบินมา บินชนใบไม้เสียดังเป๊ะป๊ะ มีหยดน้ำเล็กๆปลิวลงมาโดนตัวเรา ถ้ามีรถจอดโคนต้นขี้เพลี้ยนจั๊กจั่นลงมาที่รถ สีรถจะเสีย

- เพลี้ยจักจั่นถ่ายมูล เรียกว่า “มูลหวาน” กระจายไปทั่วทุกส่วนของมะม่วง แล้วราดำซึ่งล่องลอยอยู่ในอากาศอยู่แล้วเข้ากินมูลหวานแล้วแพร่ขยายพันธุ์แผ่คลุม ทั้งใบทั้งกิ่ง ทั่วทั้งต้น จนทำให้ใบสังเคราะห์อาหารไม่ได้

การปฏิบัติ :
ก่อนออกดอก :
ฉีดพ่นสมุนไพรสูตรกำจัดหนอนแมลงประเภทยาน็อคโดยเฉพาะ หนอนตายหยาก หางไหล กลอย น้อยหน่า สะเดา ฉีดพ่นตอนค่ำ บ่อยๆ วันต่อวัน วันเว้นวัน
ระหว่างออกดอก : สมุนไพรกำจัดหนอนแมลงตัวเดิม +สมุนไพรกำจัดรา เผ็ดจัด/ร้อนจัด/ฝาดจัด ฉีดตอนค่ำ วันต่อวัน

ผลการปฏิบัติ :
- สารออกฤทธิ์ในสมุนไพรกำจัด หนอน/เพลี้ยจักจั่น/รา โดยตรง
- น้ำเปล่าชะล้างมูลหวาน (ฝนชะช่อ) ทำไม่มีอาหารสำหรับเชื้อรา
- สำรวจจำนวนเพลี้ยจั๊กจันโดยเดินเข้าไปในแปลง เขย่ากิ่งมะม่วง เพลี้ยจั๊กจั่นก็จะบินไปบินมา เท่านี้ก็รู้ว่ามากหรือน้อยลงจากเดิมที่เคยมีกับทั้งรู้จำนวนต้นหรือรู้ขนาดพื้นที่ที่เพลี้ยเคยระบาดด้วยว่า กว้างขึ้นหรือแคบลง เพื่อจะได้หามาตรการในการป้องกันกำจัดต่อไป
หมายเหตุ :
งานนี้ เทคโนโลยีเครื่องทุ่นแรง “สปริงเกอร์-หม้อปุ๋ยหน้าโซน” คือเครื่องมือที่ดีที่สุด

---------------------------------------------------------------------------------




1.



2.



3.



4.



5.



6.



7.



8.



9.



10.



11.

--------------------------------------------------------------------------------



.

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©