-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-เกษตรสัญจร 9 - มช. เปิดอบรม “การผลิตไม้ดอกและไม้หัว...”
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - เกษตรสัญจร 9 - มช. เปิดอบรม “การผลิตไม้ดอกและไม้หัว...”
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

เกษตรสัญจร 9 - มช. เปิดอบรม “การผลิตไม้ดอกและไม้หัว...”
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5, 6  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 21/09/2013 12:21 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 - มช. เปิดอบรม “การผลิตไม้ดอกและไม้หัว...” ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม เพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว

บทที่ 1 รอบบริเวณใกล้บ้าน รัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร

เนื่องมาจากว่า ผมได้แนะนำเพื่อน ๆ ถึงเรื่งการปลูกพืชผักริมถนน หรือริมทางเดิน รวมไปถึงริมหัวไร่ปลายนา มาหลายครั้ง เรื่องราวต่าง ๆ เอาไปแปะไว้กระทู้โน้นนิด กระทู้นี้หน่อย ซึ่งผมเพียงแต่เสนอแนวคิดว่า ใครอยากได้เงินก็ทำ ใครไม่อยากได้เงินก็ไม่ต้องทำ ซึ่งก็ไม่คิดว่าจะมีสมาชิกสนใจ

ก็บังเอิญมีคุณพระ (พระจริง ๆ ครับ)ฟังรายการลุงคิม แล้วก็อ่านใน อินเตอร์เน็ท(ทันสมัยซะด้วย)โทรมาหาผม ท่านก็บอกว่า เคยเขียน จม.มาขอบิณฑบาตรเมล็ดพันธุ์พืชหลายอย่างจากผม(พระจะขอของจากมาตุคามที่ไม่ใช่ญาติ และผู้ที่ไม่ได้ปวรณาไว้ไม่ได้ ต้องอาบัติ แต่ถ้าขอบิณฑบาตร โอเค แดง ศาลายาจัดให้) ท่านจะเอาไปให้เด็กนักเรียนปลูกในบริเวณโรงเรียน เพื่อใช้ทำอาหารกลางวันให้นักเรียนกิน ผมก็จัดส่งไปให้ท่านมากกว่าที่ท่านขอมา รวมทั้งเมล็ดพันธุ์ข้าวหอมนิลจำนวนหนึ่ง เพื่อให้ท่านเอาไปปลุกระดมให้เด็กนักเรียนปลูกในที่ว่างหลังโรงเรียน

ท่านก็ส่งข่าวมาเป็นระยะว่า ผักชนิดนั้น ชนิดนี้เจริญงอกงามดี เด็ก ๆ ได้เอามาผัด มาต้ม กิน มันมีเหลือแยะกินไม่หมด ก็เอามาจัดประชุมผู้ปกครอง เอาผักที่นักเรียนปลูกมาขาย ...ผู้ปกครองแย่งกันซื้อ ผักบุ้งจีนขายได้ กิโลละร้อย...

ผมก็ถามท่าน ....อาจารย์ ทำไมขายแพงจัง .
..ท่านบอกว่า.... ติดราคาไว้กิโลละ 20 คนซื้อเค้าให้แบงค์ร้อย บอกไม่ต้องทอน ....

แล้วข้าวหอมนิลท่านก็บอกว่า ชาวบ้านแถวนั้นไม่เคยเห็น ไม่เคยได้ยิน ไม่รู้จักข้าวหอมนิลมันเป็นยังไง ก็แกะเมล็ดใหเค้าดูกันว่าข้างในมันเป็นยังไง กลายเป็นของแปลก...สุดท้าย ก็จะให้ลองปลูกกันที่แปลงนาหลังโรงเรียน...

ท่านอาจารย์บอกว่า ..เด็ก ๆ ไม่ค่อยได้ทำเท่าไหร่หรอก ผู้ปกครองมาช่วยกัน ไถ ทำเทือก หว่านกล้า แล้วก็ เมา....ถึงเวลาดำ ก็เรียกลูกหลานมาสอนให้หัดดำนา เป็นที่สนุกสนาน ..

...ข้าวหอมนิลที่ให้ไป 1/2 กิโลปลูกแล้วก็คงได้ไม่กี่ถัง แต่ก็คงจะใช้เป็นพันธุ์ที่จะปลูกในรุ่นต่อ ๆ ไปได้

จากวันนั้น ผมก็ไม่ได้ติดต่อ ไม่ได้ถาม ท่านก็ไม่ส่งข่าว จนกระทั่งมาถึงที่ผมนำเสนอเรื่อง การปลูกผักริมถนน ท่านก็โทรมาหา บอกว่า อยากเอาไปแนะนำให้ชาวบ้านลองทำดีกว่าปล่อยที่ริมถนนให้หญ้าขึ้รก ไม่ได้ประโยชน์ ถ้าได้ปลูกพืชผักตามที่ผมแนะนำ ก็อาจช่วยให้ชาวบ้านมีรายได้อีกทางหนึ่ง คนที่ไม่มีที่ดินก็ทำได้ ไม่ต้องเช่าที่เขาทำ จะทำให้สองข้างทางดูสวยงามไปอีกรูปแบบหนึ่งด้วย

และอย่างที่ผมบอก คือท่านบอกว่า ที่ผมเอาข้อมูล ไปแปะไว้ตรงโน้นนิดตรงนี้หน่อย มันค้นหาลำบาก ถ้าคนไม่รู้ก็จะไม่รู้ว่ามีเรื่องแบบนี้อยู่ อยากให้ผมเอามารวมไว้ในที่เดียวกัน จะได้เปิดดูได้สดวกขึ้น ...เมื่อพระท่านขอมา คนบ้าอย่างผม ก็ไม่อาจขัดศรัทธาท่านได้ อย่างน้อยถ้าคุณที่อ่านไม่ทำ แต่พระท่านเอาไปแนะนำให้ชาวบ้านแถววัดของท่านทำ ก็ถือว่าได้บุญกุสลมาถึง ลุงคิม ซึ่งเป็นเจ้าเว็ป และถึงสมาชิกทุกท่านด้วยนะครับ

พืชผักริมถนนบริเวณรอบ ๆ บ้านผมในรัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร มันมีอะไร ๆ ที่สามารถเปลี่ยนเป็นเงินได้มากกว่าที่คุณคิด หรือคิดไม่ถึง ใครไม่อยากรู้ กรุณาผ่านเลยไป ส่วนคนที่อยากรู้ตามผมมาครับ


ตอนที่ 1 Introduction ..
ลุงคิมบอกว่า..ทำอะไรต้องวางแผน


(1) ยุคนี้ ยุค IT ครับ ยก Keyboard ไปไว้ในสวนเลย ลุงคิมบอก มันต้องใช้เทคโนโลยีช่วยครับ อะไรไม่รู้ ต้อง Search ใน Google ถ้าในกูเกิ้ลไม่มี ก็ใช้ กูกลิ้ง (มั่ว)ไปของกูตามเรื่องตามราว



(2) Wireless Hi-Speed Internet ...TOT ทั่วไทยไปได้ทุกที่ ตอนความเร็ว 7 เม็ก ก็เร็วได้แค่ 5 เม็ก ตอนขยายเป็น 10 เม็ก มันก็ได้แค่ 7 เม็ก ....บางขณะ 3 วันดี สี่วันป่วย บางครั้งป่วย(แม่ง)ทั้ง 7 วัน แต่เก็บค่าบริการเต็ม ๆ พอโทรติดต่อไป ....หมายเลขที่ท่านเรียกไม่สามารถติดต่อได้ในขณะนี้ For English pkease press Nine พอเราลองกด 9 ....ร่ายยาวมาเลย ....โดโม๊ะ อาริกาโต้ โกไซมะชิตะ ....อ้าวเฮ๊ย บอกว่าภาษาประกิตให้กด 9 ไหงดันกลายเป็นภาษา จาแพน ล่ะวะ ....ค่าบริการ 699.75 แต่เก็บ 700 ...0.25 ไม่มีทอนว่ะ ไอ้ 0.25 ถ้าคุณด้วย 1,000,000 คนได้อีก 250,000 ฟรี ๆ เลยนะเนี่ย



(3) คนเดียวหัวหาย สองคนเพื่อนตาย สามคนวุ่นวาย สี่คน ซิปหาย (ผมใช้ ซ.โซ่นะครับ) แล้วลุงบอก ให้รวมกลุ่ม ให้รวมกลุ่ม แต่พอจะหาทีปรึกษา ก็เจอปัญหาซะแล้วครับลุ๊ง ....เฮ้อ



(4) ปัญหาหนักอกชาวนา ที่มาจากชาวนาเป็นคนทำ



(5) ขนาดว่าปักธงมียันต์แล้วนะ ยังเอาไม่อยู่ เลยท่าน



(6) คุณทำเป็นหรือเปล่า ทำไม่ยาก แต่ก็ไม่ง่ายสำหรับคนที่ไม่คิดอยากจะทำ



(7) ถ้าเเจอตัวนี้ จะใช้สมุนไพรตัวไหนครับลุง...เปิดตำราหาไม่เจอครับ สวยไม่น้อยทีเดียว



(8 ) ข้าว 1 เมล็ด แตกกอได้ถึง 23 ต้น ....ขนาดมาเห็นกับตายังพูดเลยว่า กูไม่เชื่อ...(ก็เรื่องของมึงเซ๋)



(9)

(10)
(9 - 10) ข้าวน้ำแห้ง ก็เห็น ๆ อยู่ว่ามันแตกกอดี ก็ยังบอก ไม่น่าเป็นไปได้ เห็นใบข้าวเขียวปั๊ด บอกไม่ได้ใส่ยูเรีย ...กูไม่เชื่อ ...(ก็เรื่องของมึงอีกนั่นแหละ)



(11) โฮ๊ย มึงไม่ใส่ 16-20-0 เนื้อไม่เต็มเมล็ดร๊อก (เรื่องของกู)



(12) มึงไม่พ่น อามูร่า ข้าวไม่มีน้ำหนัก...(เรื่องของกู)




(13) ดอกเล็บมือนาง ..มดแดงแยะ งูเขียวเยอะ...เรื่องของกู กูชอบของกู ตอนเย็นถึงกลางคืนกลิ่นหอมชื่นใจดีครับ



(14) ปลูกแค่ สองสามร่อง ำลังจะปลูกบ้านหลังใหม่(เดี๋ยวจะเอารูปมาลงให้ดู) ดอกจัมบ้า จัมโบ้ ไม่ทราบราคา แค่ดอกเล็ก ๆ ขนาดร้อยมาลัย ร้อยละ 35 - 40 บาท ...กอก ๆ กระโต๊งฮง...



(15)

(16)


(17)

(18 )
(15 - 18 ) ปลูกอย่างละ 5 ต้น 10 ต้น พอกินแล้วครับ



(19)

(20)
(19 - 20) ปลูกไว้กิน ปลูกไว้แจก ปลูกไว้ขาย ....มีมาก ขายพ่อค้าส่งออกได้อีกด้วย ใครที่ยังไม่ได้ปลูก ยังไม่สายที่จะปลูก



(21) เวลาจะให้ออกดอกไม่อยากจะออก เวลาไม่ให้ออก(เสือก)อยากจะออก



(22)

(23)
(22 - 23) ชื่อ ชะอม แต่อมไม่ได้เพราะมันมีหนาม ให้กินยอดอ่อน ใช้ทำอาหารได้หลากหลายอย่าง ปลูกไว้เป็นรั้วกินได้ กันคนบุกรุกดีนักแล เสียดายชะอมพันธุ์ไข่ครับ ปลูกมานานเป็นสิบปี น้องน้ำเอาไปแหลก....หาพันธุ์ย๊ากยาก...



(24) คุณรู้จักมั๊ยครับ ชมพู่มะเหมี่ยว นับวันจะหายากเข้าทุกที ต้นนี้มะเหมี่ยวแดงเวลาแก่จัดผิวจะกลายเป็นสีม่วงเข้มเกือบจะดำ เรียกว่า สีมะเหมี่ยว มีอีกชนิดหนึ่ง มะเหมี่ยวขาว ลูกเป็นสีขาว หายากมาก



(25) มะละกอ ปลูกริมถนนปนกับพืชผักอย่างอื่นได้สบายมาก....ถ้าปลูกแล้วมีคนมาเก็บล่ะ ....แบ่งให้เค้ากินเถอะครับ ยังไง ๆ เค้าก็เก็บไม่หมดต้นหรอกครับ ลูกสองลูกก็กินไม่เข้าแล้ว ....



(26) ของคู่บ้านคู่เมืองมาแต่ยุคโบราณ ตั้งแต่เกิดจนตาย ไม่พ้นของกล้วย ๆ



(27) ของขลัง ของเจ๊ใหญ่ เจอที่ไหน เฝ้าไม่ห่าง....จะทำให้กล้วยออกเครือกลางต้น ไม่ยาก ของกล้วย ๆ ยิ่งถ้าเป็นกล้วย ตานีด้วยละก็ ตั้งโต๊ะขายธูป เทียน ทอง ผ้าสี ชุดไทยเตรียมไว้ได้เลย



(2Cool ผักหวานบ้าน เพราะมันขึ้นอยู่ในบ้านไม่ได้ขึ้นในป่า มีหลายสายพันธุ์ แล้วแต่ว่าใครจะตั้งชื่อ ที่ผมเคยเห็นคือ พันธุ์สายน้ำผึ้งครับ



(29) คุณคิดว่าไข่เป็ดไล่ทุ่งมันโตแค่ไหน



(30)

(31)
(30 - 31) ไข่เป็ดไล่ทุ่งครับ ฟองเล็กเค้าเรียกว่า ไข่ลม มีแต่ไข่ขาว



(32) กล้วยหอมแคระ บางคนเคยเห็น แต่บางคนอาจไม่เคยเห็น ต้นสูงไม่ถึงเมตร



(33)

(34)

(35)
(33 - 35) ปุ๋ยลุงคิมใช้ 20 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร มีสภาพอย่างที่เห็น...ปุ๋ยบ้าอะไรไม่รู้ แรงเป็นบ้า (สำหรับมะขือ)ใครใช้ให้ลดลงกึ่งหนึ่ง จะได้ไม่เปลือง ประหยัดสุดๆ....เย่



(36)

(37)
(36 - 37) ใครว่าริมถนน(คอนกรีต) ปลูกกล้วยไม่ได้ นั่นมันแถวบ้านคุณ นี่มันแถวบ้านผม ...ปลูกไปเถอะครับ เงินทั้งนั้นแหละ.....



(38 )

(39)
(38 - 39) ปลูกพริก มะเขือ กระเพรา ริมถนนลาดยาง อบต.ไม่เคยมาว่า ตำรวจไม่เคยมาจับ กลับมาขอเก็บไปกินซะด้วยซ้ำ



(40)

(41)
(40 - 41) กระเพราริมถนนหินคลุก หรือริมทางลูกรัง ที่ไหน ๆ ก็ปลูกได้ ไม่ต้องรดน้ำก็อยู่ได้ เพราะตรงนี้ไม่มีน้ำจะรด มันก็อยู่ได้



(42) เก็บแล้วก็มัดกำ ๆ ละ 1 กก. 1 ถุง 10 กำ ก็ 10 กก. ที่เห็นนี่ 2 ถุง ก็ 20 กิโล ตอนนี้ แม่ค้ามาซื้อให้ กก.ละ 5 บาท 2 ถุงนี่ก็ 100 บาท เก็บเสร็จก็ตั้งทิ้งไว้หน้าบ้าน ตอนบ่าย แม่ค้าวิ่งรถมาไล่เก็บไปตามบ้าน 10 วันมาเคลียเงินกันครั้ง วันละ100 บาท 10 วันก็ 1,000 เดือนหนึ่งก็ 3,000 บาทแล้ว เสียดายแทน ริมทางรอบแปลงนาที่โพธาราม ...เอ้า ว่ากันไป


นี่เพิ่งจะเริ่มต้นแนะนำเท่านั้น ยังมีอีกหลายอย่างที่ผมจะนำเสนอ จะมีสมาชิกท่านใดสนใจหรือไม่ ไม่สำคัญ เพราะกระทู้นี้ผมคงต้องบอกลุงคิมว่า ผมนำเสนอ ถวายพระ เพราะผมโทรบอกท่านว่าได้นำเสนอรวมเรื่องแล้วในกระทู้ เกษตรสัญจร 9 ..

...ท่านก็บอกว่าได้อ่านแล้ว ถ้าจะสนุก (อ้าว อาจารย์ เรื่องที่ผมนำเสนอกลายเป็นเรื่องสนุกไปซะแล้ว) วันจันทร์นี้เด็กนักเรียนจะสอบ รอให้เด็กสอบเสร็จแล้วจะเปิดให้เด็กดูพร้อมญาติโยม ...

..คิดว่าไม่อะไร ก็อะไร เด็ก และญาติโยมคงได้แนวคิดที่จะเอาไปทำ ...เงินเก็บตกริมถนน......ปลูกเป็นแถวสองข้างทาง ข้างละ 2 - 3 แถวยาวซัก 1 กม. อะไรจะเกิดขึ้น

คนที่เช่าที่เค้าทำนา ควรจะทำ เพราะมันเป็นเงินที่อาจจะช่วยเป็นค่าเช่านาได้ หรืออาจจะเกินซะด้วยซ้ำ.....


เชื่อหรือไม่เชื่อตามใจ แล้วคอยดูต่อไป คงเห็นนนนนนน.........



ยังมีต่ออีกยาวไกลครับ


.[url][/url]


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 11/05/2017 7:22 am, แก้ไขทั้งหมด 91 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
hans
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 28/04/2013
ตอบ: 146

ตอบตอบ: 21/09/2013 9:59 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Very Happy แหม ไอ้หลานคนนี้ สุดยอด Arrow
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
hans
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 28/04/2013
ตอบ: 146

ตอบตอบ: 21/09/2013 10:00 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Very Happy แหม ไอ้หลานคนนี้ สุดยอด Arrow
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 21/09/2013 10:33 pm    ชื่อกระทู้: คนไม่บ้า ไม่กล้าทำ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

hans บันทึก:
Very Happy แหม ไอ้หลานคนนี้ สุดยอด Arrow


สวัสดีครับลุงคิม และ ป้า Hans

บอกแล้วครับว่า ผมขออนุญาตลุงคิม เขียนกระทู้นี้ทำขึ้นเพื่อทำตามคุณ พระ ขอมา นึกว่าจะมีแต่ พระ อ่านกระทู้นี้องค์เดียว ยังอุตส่าห์มี คนไม่บ้าไม่กล้าทำ เข้ามาอ่าน
ด้วยเหมือนกัน ยังครับ นี่แค่ Intro, เท่านั้น ยังมีมันส์ ๆ อีกแยะ

บอกได้คำเดียวว่า ริมถนนน่ะ ไม่ต้องเช่า แหล่งขุมทรัพย์ ทรัพย์ในดิน ริมทางเดิน...เงินทั้งนั้น แต่ระวัง 10 ล้อมาเหมาก็แล้วกัน ...

นอกจากนำเสนอถวายพระแล้ว ก็อยากกระตุ้นให้สมาชิกที่ปลูกข้าวอย่างเดียว หันมาสนใจพื้นที่ว่างที่รกรุงรัง ริมคัน ริมโคก จะลุ่ม จะดอน หรือจะลุ่ม ๆ ดอน ๆ จะเปียก หรือจะแฉะ หันมาสนใจปรับปรุงสิ่งแวดล้อมที่มันไม่เจริญหูเจริญตา ทำขึ้นมาให้มันเป็นประโยชน์ ถึงจะขายไม่ได้ เอาแจกเพื่อนบ้าน หรือเอาต้มยำทำแกง เอาไปถวายพระก็ยังได้บุญได้กุศล ได้ความสุขกายสบายใจ .....

ของป้าที่รก ๆ น่ะรีบทำเลย รับรองลุงกลับมา ได้สองเด้ง สามเด้งเลยแหละ เฮ ....ลุงกลับเมื่อไหร่ล่ะครับ....


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 25/09/2013 5:28 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 21/09/2013 11:18 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม เพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้ (ยกเว้นคุณ)

บทที่ 2 เรียงร้อยถักลาย ใคร ๆ ก็ทำได้ (ยกเว้นคุณ)




(43) ภูมิปัญญาพื้นบ้าน จับทางมะพร้าว สอง - สี่ ทาง มาเรียงกันแล้วก็จับเรียงสลับขัดกันไปขัดกันมาเป็น ลายเดียว(ลายหนึ่ง) สมัยก่อนมันไม่มีผ้าใบพลาสติค มีแต่ผ้าใบหนา ๆ ชาวสวนเค้าก็ทำไอ้แบบนี้ขึ้นมา เอาไว้คลุมดิน คลุมอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องการให้ถูกแสงแดดมากนัก




(44) นี่ก็คล้าย ๆ กับแบบที่ 1





(45) ทางมะพร้าวทางเดียว เราก็ทำแบบนี้ ทำไม่ยาก ขัดกันไป ขัดกันมาเดี๋ยวก็เสร็จ ใช้มุงบังหลังคากันแดดแทนพื้นที่ ๆ ไม่มีแฝกหรือจาก ที่ใช้มุงหลังคาขาย ทนอยู่ได้นานหลายเดือนเหมือนกัน





(46) อันนี้คล้ายแบบที่ 3 แบบที่ 3 หักมุมก้านใบมาทางเดียว แต่แบบที่ 4 หักมุมก้านใบเข้าตัวทั้งสองข้าง แบบที่ 3 จะแน่นกว่า แบบที่สี่





(47) อันนี้เป็นทางหมากที่เป็นไม้ประดับ เอามาทำก็ได้ แต่ใบมันอ่อนไปหน่อย ทำเสร็จก็ตากแดดให้แห้งซักหน่อยค่อยเอาไปใช้ประโยชน์





(48 ) แบบที่ 6 นี่ คล้ายแบบที่ 1 และ 2



(49)



(50 )

(49 - 50 ) เอามาคลุมกองปุ๋ยหมัก ทำให้กองปุ๋ยหมักดูมีเกรดขึ้นมาหน่อย ดีกว่าเอาทางมะพร้าวมาคลุมเฉย ๆ คุณว่ามั๊ย

ท่านพระอาจารย์ สมพงษ์ คงเอาไปสอนให้นักเรียนทำได้ไม่ยากนัก ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ครับ ใช้มุงหลังคากลางสวนบังร่มได้สบาย ดีกว่าเอาทางมะพร้าวขึ้นบังคนละเกรดเลย

ชอบแบบไหนทำแบบนั้น ถ้าขี้เกียจ หรือทำไม่เป็นก็ไม่ต้องทำ


มีของฝากเป็นเกร็ดความรู้นิดนึงครับ




(51) ทำไปทำมา สลับไปสลับมา ชักจะตาลาย ง่วง กาแฟซักถ้วยมั๊ยครับ
มีอะไรในถ้วยกาแฟ

****กาแฟถ้วยที่ชื่นใจที่สุดในโลก****

เค้าบอกว่า .....

(1)
"We enter a little coffeehouse with a friend of mine and give our order. While we’re approaching our table two people come in and they go to the counter:

(2)
‘Five coffees, please. Two of them for us and three suspended’ They pay for their order, take the two and leave.


(3)
I ask my friend: “What are those ‘suspended’ coffees?”
My friend: “Wait for it and you will see.”

(4)
Some more people enter. Two girls ask for one coffee each, pay and go. The next order was for seven coffees and it was made by three lawyers - three for them and four ‘suspended’. While I still wonder what’s the deal with those ‘suspended’ coffees I enjoy the sunny weather and the beautiful view towards the square in front of the café.


(5)
Suddenly a man dressed in shabby clothes who looks like a beggar comes in through the door and kindly asks
‘Do you have any suspended coffee?’

(6)
It’s simple - people pay in advance for a coffee meant for someone who can not afford a warm beverage. The tradition with the suspended coffees started in Naples, but it has spread all over the world and in some places you can order not only a suspended coffee, but also a sandwich or a whole meal.

(7)
Wouldn’t it be wonderful to have such cafés or even grocery stores in every town where the less fortunate will find hope and support? If you own a business why don’t you offer it to your clients… I am sure many of them will like it."

very respectfully,…

คำแปล...........

(1)
เราเดินเข้าไปในร้านกาแฟเล็ก ๆ ร้านหนึ่งกับเพื่อน ๆ แล้วเราก็สั่งกาแฟ ระหว่างที่เรากำลังเดินไปใกล้โต๊ะนั่งอยู่นั้น มีคน 2 คนเดินเข้ามาที่เคาน์เตอร์

(2)
[color=blue]"กาแฟ 5 ถ้วยครับ 2 ถ้วยของเราส่วนที่เหลืออีก 3 ถ้วย เก็บเอาไว้ก่อน" [/color]แล้วเขาก็จ่ายเงินทั้งหมดและจากไปพร้อมกาแฟ 2 ถ้วย

(3)
"ผมถามเพื่อนว่า กาแฟที่เก็บเอาไว้ก่อนนี่คืออะไร? เพื่อนผมตอบว่า เดี๋ยวคอยดูแล้วกันแล้วจะรู้

(4)
มีลูกค้าเข้ามาบ้างประปราย มีสาวน้อย 2 คนสั่งกาแฟแก้วเดียวจ่ายเงินแล้วก็ไป คนต่อไปเป็นทนาย 3 คน สั่งกาแฟ 7 แก้วแล้วบอกว่า 3 แก้วของพวกผม ส่วนที่เหลือ 4 แก้ว เก็บเอาไว้ก่อน ระหว่างที่ผมงุนงงสงสัยกับคนเหล่านั้น ผมก็มัวเพลิดเพลินไปกับบรรยากาศ แสงแดดแล้วก็ทิวทัศน์ที่สวยงดงามอยู่เบื้องหน้า

(5)
ทันใดนั้นผู้ชายแต่งตัวดูโทรม ๆ ลักษณะเหมือนพวกขอทานก็เดินเข้ามาที่ประตูและถามด้วยถ้อยคำสุภาพว่า “ คุณมีกาแฟที่เขาไม่เอาบ้างไหม ? “

(6)
อ๋อ...คนเหล่านั้นตั้งใจที่จะจ่ายเงินค่ากาแฟเพื่อคนที่ยากไร้ มันเป็นประเพณีที่เริ่มขึ้นที่เมือง เนเปิ้ลส์ และก็เริ่มแพร่หลายไปทั่วโลก และบางแห่งไม่เพียงแค่กาแฟเท่านั้นคุณก็อาจที่จะจ่ายเป็นแซนด์วิชหรืออาหารเป็นมื้อเลยก็ได้

(7)
มีไม่เยอะนักที่จะได้เห็นร้านกาแฟแปลกประหลาดแบบนี้ หรือแม้แต่ร้านขายของทั่วไปในเมือง สำหรับคนที่สิ้นไร้จะได้รับสิ่งดี ๆ แบบนี้ ถ้าคุณมีธุรกิจของคุณเองล่ะก็ ทำไมคุณไม่เสนอแนวคิดนี้กับลูกค้าคุณบ้างล่ะ ? ผมมั่นใจว่าเขาจะต้องปลาบปลื้มกับแนวคิดนี้เป็นแน่แท้

เมืองไทย ไม่มีมั๊ง....
รายการสีสันชีวิจไทย ้ป็นรายการที่มีสีสัน

แถมให้อีกนิดนึงเอ้า


วิธีกําจัดหนูด้วยสมุนไพร

สูตร คนไม่บ้าไม่กล้าทำ สูตรนี้คนกินได้นะเพ่
ส่วนผสม :
ใบพลู 4 ส่วน
หัวข่า 2 ส่วน
กระเทียม 2 ส่วน
เกลือ 1 ส่วน

วิธีทำ :
เอาใบพลูไปนึ่งให้สุกก่อนจากนั้น เอามาสับ บด พร้อมกับหัวข่า กระเทียม ส่วนเกลือต้มให้ละลายเทผสมยาที่เราเตรียมไว้คนให้เข้ากันตักใส่กระป๋องไว้ เป็นอันเสร็จ ไม่เป็นอันตรายต่อคน

วิธีใช้ :
เอากระป๋องยาวางไว้ที่หนู และแมลงสาบชุกชุม ถ้ามันได้กลิ่นจะหนีทันที จะไม่มารบกวนข้าวของต่างๆของท่านอีกเลย

สรรพคุณ :
ไส่หนู ไล่แมลงสาบ ได้เป็นอย่างดี


เอาไล่ หนู ขี้บ่นที่บ้านได้รึปล่าวหว่า.....


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 22/09/2013 7:16 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 22/09/2013 5:53 am    ชื่อกระทู้: แผนภูมิ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และเพื่อนสมาชิก

การอธิบายโดยไม่มีหลักฐานจากฐานข้อมูลจริง ๆ มันก็มองภาพไม่ออก ก็ได้แต่ดูรูปสวย ๆ งาม ๆ เท่านั้น แล้วเวลาตัวผมเองอธิบายก็ยากที่จะหยิบยกว่าอะไรเป็นอะไร ขอใช้แผนที่ หรือแผนภูมิเพื่อประกอบคำอธิบายนะครับ จะได้พอมองเห็นว่า ในรัศมี 1 กิโลเมตรรอบ ๆ บ้านของผมมันมีอะไรที่เป็นตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จและล้มเหลวบ้าง

ชื่อบุคคลที่ผมเอ่ยอ้าง ที่ประสบความสำเร็จ ผมใช้ชื่อจริง ๆ ของเค้า เพื่อเป็นการยกย่อง เผื่อว่าลูกหลานของเค้าเข้ามาอ่านจะได้ชื่นชมไปด้วย
ส่วนท่านที่ไม่ประสบความสำเร็จ หรือสำเร็จแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆ ขออนุญาตใช้นามสมมุตินะครับ



แผนภูมิรอบบริเวณบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร
การอธิบายจากของจริง ผมคิดว่ามันทำให้คนอ่านเกิดจินตนาการนะครับ แต่อาจจะยังขาดตกบกพร่อง คงต้อง Update บ่อย ๆ ครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 23/09/2013 8:23 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม เพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้ (ยกเว้นคุณ)

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง

ตอนที่ 1 - ปลูกกล้วย ปลูกผัก ข้างถนน




(52)



(53)



(54)



(55)



(56)



(57)

(52 - 57) ปลูกกล้วยริมถนนคอนกรีต.. ใครจะว่า มันที่ริมถนน





(58 ) มะกอกน้ำก็ปลูกได้




(59)



(60)

(59 - 60) มะเขือเปราะก็ปลูกได้



(61)



(62)



(63)

(61 - 63) มะอึกก็ปลูกได้





(64) ต้นแคก็ปลูกได้




(65) ต้นขี้เหล็กก็ปลูกได้อีกนั่นแหละ




(66)



(67)



(68 )



(69)


(66 - 69) ปลูกพืชริมถนนคอนกรีตปลูกได้มาแล้ว ตอนนี้มาถึง ริมถนนลาดยาง ก็ปลูกผักได้ ไม่เห็นมีใครว่า




(70)



(71)



(72)



(73)



(74)



(75)

(70 - 75) ปลูกกระเพราริมทางลูกรัง-ริมถนนหินคลุก ใครจะทำไม ไม่ต้องรดน้ำก็อยู่ได้




(76)



(77)

(76 - 77) เก็บกระเพรา มัดเป็นกำ ๆ ละ 1 กิโล ๆ ละ 5 บาท ใส่ถุง ๆ ละ 10 กิโล ถุงละ 50 บาท วันนี้เก็บได้ 2 ถุง 20 กิโล = 100 บาท ถ้าวันไหนมีมากเก็บได้วันละ 6 ถุง ก็ 60 กิโล = 300 บาท 10 วันเคลียเงินครั้งก็ = 3,000 บาท
1 เดือน ขายกระเพราอย่างเดียว 9,000 บาท มันน้อยหรือครับท่าน

ตัดกระเพรา 60 กิโล ไม่ถึง 3 ชั่วโมงนั่งกำอีก 1 ชั่วโมง รวม 4 ชั่งโมงก็เสร็จแล้วคุณ ครึ่งวันได้แล้ว 300 ดีกว่าไปนั่งทำงานทั้งวันได้ 300 เหมือนกัน เวลาที่เหลืออีกครึ่งวัน ทำอย่างอื่น หรือจะนอนก็ได้จ้า

ปลูกกระเพรามันยากตรงไหนว๊า.....แค่เอาเมล็ดหว่าน ๆ ลงไป เอาน้ำรดดินให้เปียก ๆ หน่อย ไม่ถึงอาทิตย์ก็ขึ้นแล้ว ดูรูปที่ 75 ซีครับ อยู่กับหินมันก็งอกงามดี นอกจากนี้ ก็ปลูก พริก มะเขือ พืชล้มลุกอื่น ๆ แซมกันไป ก็จะได้หลายอย่าง

เงินอยู่ริมถนนทั้งนั้นคุณ ไม่ต้องเสียค่าเช่า พริก มะเขือ กระเพรา แปลงนี้อยู่ริมถนนหน้าสวนกล้วยไม้ เค้าไม่ว่าหรอกครับ เค้ากลับชอบซะอีก ไม่ต้องจ้างคนตัดหญ้า น้ำท่าไม่ต้องรด ได้น้ำค้างพอแล้ว พ่นปุ๋ยทางใบนิดหน่อย ขี้เกียจจะงาม

ถ้าคุณไม่อายใคร มีที่ว่างริมถนน ทำนะครับ แปลงนิดเดียว เก็บวันละ 2 ถุง ได้ 100 เดือนหนึ่งก็สามพัน สบาย ๆ ....เจ้านี้เค้าไม่ได้ปลูกตรงนี้ที่เดียวซะเมื่อไหร่ มีที่ว่างตรงไหน พี่แกปลูกหมดแหละ ......


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 25/09/2013 5:35 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ampolk
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 14/01/2013
ตอบ: 54

ตอบตอบ: 23/09/2013 10:28 am    ชื่อกระทู้: คนบ้าร่วมด้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

นมัสการพระคุณเจ้า,สวัสดีครับลุงคิม,พี่ทิดแดงและสมช.ทุกๆท่านครับ

ขอเข้ามาร่วมรับชมข้อมูลดีๆ ในที่นี้ด้วยครับผม เป็นอีกแนวทางของรายได้ เผลอๆอาจจะตกใจจากรายได้ ที่ได้รับ ใช่ไหมครับพี่แดง



รอฝนหยุดตกก่อนครับ แล้วค่อยไถและเตรียมดินครับ

อำพล เกษตรกรฝึกหัด ครับผม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 23/09/2013 1:01 pm    ชื่อกระทู้: Re: คนบ้าร่วมด้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ampolk บันทึก:
นมัสการพระคุณเจ้า,สวัสดีครับลุงคิม,พี่ทิดแดงและสมช.ทุกๆท่านครับ

ขอเข้ามาร่วมรับชมข้อมูลดีๆ ในที่นี้ด้วยครับผม เป็นอีกแนวทางของรายได้ เผลอๆอาจจะตกใจจากรายได้ ที่ได้รับ ใช่ไหมครับพี่แดง



รอฝนหยุดตกก่อนครับ แล้วค่อยไถและเตรียมดินครับ

อำพล เกษตรกรฝึกหัด ครับผม



สวัสดีครับลุงคิม คุณ ampolk และสมาชิกทุกท่าน


เห็นรูปแปลงนาที่แรก โตะ จา โหมะ เลอ ทำไมที่ของคุณคล้ายที่ของผมจังแฮะ มุมมองเดียวกันเลย ของคุณมีถนนผ่านหน้า เจ๋งสุด ๆ ของผมมีคลองผ่านหน้าบ้าน แจวสุด ๆ

เป็นไงล่ะครับลุง หลานลุง น้องผม แจ๋วมั๊ยล่ะ ถ้าทุกคนเอารูปที่ดินของตัวเองมาลงแบบนี้ แล้วบอกว่า อยู่ตรงไหน ลุงก็จะวิเคราะห์ได้ใกล้ความเป็นจริงมากที่สุดถึง 99.99 3/4 % ฮี่ ฮี่ ฮี่




ลุงคิมบอกว่า ดินต้องมาก่อน ดินต้องมาก่อน และ ดินต้องมาก่อน....




ถ้าปลูกพืชแลัวมันจะบ้าใบ ก็ขอให้เป็นใบที่อยู่ด้านล่างนะครับ อะไรไม่ว่า ลงค่าปุ๋ยค่ายาสมุนไพรไปหลายใบแล้วด้วย จะกลับขึ้นมาอยู่ด้านบนใบหรือปล่าวหว่า

ถามจริง ๆ นะคุณอำพล เข้ามาอ่านกระทู้คนบ้าทำไมวะเนี่ย ...อ้าว แบบนี้ พระอาจารย์ท่านก็บ้าไปด้วยน่ะซี ท่านไม่ยอมตอบหน้าไมค์ แต่หลังไมค์ตอบมาว่า ...โอ้โฮ โยม เห็นแล้วทึ่ง ไม่น่าเชื่อ ....ก็ผมไม่ได้บอกให้อาจารย์เชื่อผมนี่ครับ อย่าเพิ่งเชื่อ จนกว่าจะได้ลองทำดูก่อน


.

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 25/09/2013 9:19 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม เพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้ (ยกเว้นคุณ)

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง

ตอนที่ 2 / 1 – ปลูกแล้วจะไปขายใครที่ไหน ....

เกษตรสัญจรชุดนี้ บอกแล้วว่า ทำขออนุญาตลุงคิม ทำขึ้นเพื่อถวายพระ (คุณ พระขอมา)เพื่อท่านจะนำไปแนะนำคนกลุ่มแรกคือเด็กนักเรียนในโรงเรียนที่ท่านสอนธรรมะอยู่ และขาดแคลนค่ากับข้าวอาหารกลางวัน ท่านบอกว่า ให้เด็กทำ เด็กได้กิน มันมีมากกินไม่ทัน ก็เอากลับบ้าน ต่อมา มันมากขึ้นกินไม่ทัน ก็นำออกขายให้คนในชุมชน มันก็ภูมิใจนะที่แนะนำแล้วมีคนทำ เท่าที่รู้ นอกจากพระอาจารย์ พงศ์เทพ ฯ แล้วก็เห็นมีอีก 3 คนที่ทำ(รวยไปแล้ว มั๊ง)

กระทู้นี้ ผมเขียนแบบ Free Style เท่าที่มองเห็นว่า ในรัศมีรอบ ๆ บริเวณบ้านที่ผมอยู่ รัศมีไม่เกิน 1 กิโลเมตร มันมีอะไรบ้าง ....อาจจะทำให้เพื่อสมาชิกเกิดแรงบันดาลใจที่อยากจะทำ ไม่มากก็น้อย ใครยังไม่เกิดแนวความคิด หรือยังไม่ลงมือทำ ก็ไม่มีใครช่วยท่านได้.....

ปลูกแล้วจะไปขายใครที่ไหน

ผมฟังคำ ๆ นี้แล้ว อึ้งกิกี่ ไม่เข้าใจว่า คนพูดเอาสมองส่วนไหนมาคิด ...คิดแต่ว่าปลูกแล้วจะขายอย่างเดียวเท่านั้นรึ.....ไม่คิดบ้างเลยหรือว่า

(1) ปลูกผักที่ชอบไว้กินเอง...ประหยัด ไม่ต้องซื้อผักกิน

(2) เมื่อปลูกมากเกินกิน แจกเพื่อนบ้าน ได้ความรู้สึกที่ดี ๆ

(3) สำหรับคนที่ไม่เคยปลูกผักมาก่อนจะได้เรียนรู้ว่า การปลูกผักเค้าทำกันยังไง ผักที่เราชอบกินมันชอบเรามั๊ย จากผักแปลงเล็ก ๆ จะก้าวไปสู่การปลูกในแปลงใหญ่ ๆ ต่อไป

(4) ถ้ามันมากเกินกิน เกินแจก จะเอาไปไหน เอาไปขายที่ตลาดซีครับ แม่เจ้าประคุณลุนช่อง....ขายมันถูก ๆ เช่นแม่ค้าในตลาดขายกิโลละ 20 บาท เราขาย 10 – 15 บาท แล้วเป็นผักสดจากสวน ขายถูกกว่า คนซื้อจะซื้อของใครล่ะครับ
เอาของไปขายในตลาด ไม่เคยทำ อาย ....โฮ๊ย....เป็นหนี้เค้า ไปยืมเงินเค้า ไม่อายว่ะ...

ทำไมผักในตลาดถึงขายแพง.....ลองดูตามขั้นตอนนะครับ คนรับซื้อผักจากสวน กก.ละ 5 บาท เอาไปขายคนกลางในตลาดขายส่งก็อาจจะได้ กก.ละ 6 - 7 บาท แม่ค้าไปซื้อจากคนกลางอาจจะซื้อ กก.ละ 10 บาท ก็ต้องเอามาขาย 15 – 20 บาท

(5) ถ้าปลูกมาก ๆๆๆๆ จนเกินกว่าจะขายในตลาดหมู่บ้าน ไม่ต้องกลัว พ่อค้า แม่ค้า ที่เค้ารับซื้อผัก มาหาเอง




(78 )



(79)

(78 – 79) วันที่ 24 กย.56 ตอนเช้าผมออกไปตลาดนัดที่วัด กรุณาดูจากแผนที่ ตรงจุด A ถ้ายิงตรง ก็ห่างประมาณ 1 กม.เศษ แต่ต้องขี่ไปตามถนนโค้งไป โค้งมา ก็ประมาณเกือบ ๆ 3 กม....พอเลี้ยวเข้าวัด ก็สะดุดตากับพ่อค้าเจ้านี้ เอาเสื่อขนาดปูให้คนนอน ปูกับพื้น เอากระสอบปุ๋ยปูอีกชั้น เอาผักต่าง ๆ บรรจงเรียงแยกเป็นผักแต่ละอย่าง อย่างละไม่มาก




(80)



(81)



(82)

(80 – 82) เท่าที่เห็นมียอดฟักทอง ประมาณ 15 กำ ยอดชะอม ประมาณ 10 กำ ผักกวางตุ้ง ประมาณ 10 กำ ผักตั้งโอ๋(คึ่นไฉ่)ประมาณ 10 กำ ยอดผักคาน้า 10 กำ ผักชีไทย พริก มะนาว มะเขือพวง มะเขือยาว แล้วก็เห็นมีดอกแคอยู่ถุงนึง มีผักกาดหอมอีกหน่อย ทุกอย่าง กำละ 10 บาท ..

...ผักแผงนี้ มีแค่นี้ ถ้าขายหมด ก็จะได้เงินประมาณ 500 – 800 อาจจะถึง 1,000 บาท และเป็นผักที่ปลูกเองเอามาขายเอง ขายเท่าไหร่ก็ได้ ยังไง ๆ ก็ต้องขายได้หมดเพราะตอนที่ผมถ่ายรูป เวลาเพิ่งจะ 7 โมงเช้า กว่าจะปิดตลาดก็เกือบ 10 โมง ถึงจะเหลือก็อาจเป็นผักที่ไม่สวย เอาทิ้งก็ยังได้
ความที่ผม(เสือก)อยากรู้ ผมถามว่า .

..ซื้อเค้ามาขายรึ ....เค้าบอกว่า .
...เปล่าซื้อ ผมปลูกเองริมถนนข้างอนามัยครับ...

จากการที่คุยกัน เค้าเล่าให้ผมฟังว่า เค้าอยู่ที่พักคนงานก่อสร้าง ข้างอนามัย ตอนนี้เค้าย้ายแคมป์ไปแล้ว เหลือเค้าอยู่ห้องเดียว ...

...ผมขอลาออก เลิกทำก่อสร้างแล้วครับ ขอห้องพักนี้เอาไว้พออาศัย ตอนทำงานอยู่แคมป์ทำสองคน เงินไม่พอใช้ เลยปลูกผักข้างถนนไว้กินเอง ตอนนั้นเหลือกินก็แจกเพื่อน ๆ ในแคมป์ และที่อนามัย ตอนหลังมันเหลือมากก็ให้แฟนเอามาขายตลาดนัดที่วัดนี่(อังคาร พฤหัสฯ เสาร์) ผักแปลงเล็กนิดเดียวประมาณ 20 ตารางวา ขายได้เงินมากกว่าค่าแรงรายวันที่ผมทำสองคน แม้จะขายวันเว้นวัน ทำแล้วยังมีเงินเหลือ ก็คิดว่ามีที่ทำกินตรงนี้แล้ว เลิกทำงานก่อสร้าง ปลูกผักขายดีกว่า แต่อาชีพก่อสร้างไม่ทิ้ง ถ้ามีคนมาจ้างเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ไปช่วยทำให้ ...

เชื่อหรือไม่เชื่อตามใจ.....แล้วคอยดูต่อไป คงเห็ลลลลล.....




(83) ผักปวยเล้ง ....มีประโยชน์ครับ

*** ผักปวยเล้งบำรุงโลหิต ***

ผักปวยเล้งลักษณะลำต้นคล้ายกับผักกวางตุ้ง แต่ก้านจะเล็กกว่าและสังเกตง่ายๆ คือ ส่วนของรากจะมีสีแดงหรือม่วง เพราะฉะนั้นถ้านึกภาพปวยเล้งไม่ออกให้นึกผักกวางตุ้งที่มีรากสีแดงหรือม่วง ^^

ประโยชน์มากมายของปวยเล้ง ตั้งแต่เเร่ธาตุอย่างธาตุเหล็ก แคลเซียม โพแทสเซียม และวิตามินซี วิตามินบี 2 มีกรดโฟลิกที่เป็นส่วนประกอบที่จำเป็นในการสร้างสารซีโรโทนินในระบบเซลล์ประสาท ซึ่งสารซีโรโทนินที่ช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลาย หากขาดสารตัวนี้ก็จะทำให้เกิดอาการนอนไม่หลับ หงุดหงิดง่าย มีคลอโรฟิลล์สูง เหมาะกับผู้ป่วยโรคโลหิตจาง ช่วยบำรุงสายตาและผิวพรรณ มีเบต้าแคโรทีนสูง บำรุงสายตาและผิวพรรณ มีคุณสมบัติเย็น รสหวาน สรรพคุณบำรุงเลือด ห้ามเลือด รักษาอาการเลือดกำเดาออก อุจจาระเป็นเลือด ท้องผูก

อย่างไรก็ตาม ในผักปวยเล้งมีกรดยูริกมาก คนที่ป่วยเป็นโรคเกาต์หรือไขข้ออักเสบจึงไม่ควรกินมากนัก และยังมีกรดออกซาลิกอยู่มากเช่นกัน ซึ่งกรดนี้ถ้ารวมตัวกับแคลเซียมจะก่อให้เกิดนิ่วได้ ก่อนจะปรุงอาหารจึงควรลวกผักปวยเล้งครั้งหนึ่งก่อนแล้วเทน้ำที่ลวกทิ้งไป แล้วจึงนำผักมาปรุงอาหารจะช่วยลดกรดยูริกได้บ้าง

ที่สำคัญผักปวยเล้งถ้านำมาผัดกับน้ำมันหอยจะอร่อยกว่าผักกวางตุ้งมากนักเพราะได้รสสัมผัสที่แตกต่างกัน

ที่มา : เดลินิวส์/by สาระแห่งสุขภาพ

เมื่อคืนนี้ ตอนซักจะ สี่ทุ่ม ท่านอาจารย์ พงษ์เทพ โทรมา ..
.โยมเมื่อไหร่จะลงเรื่องต่อ(หลวงพี่ใจร้อนว่ะ)
แล้ว อยากเห็นรูปศาลาตอแหล๋ ....ทำไมมันมีทุกหมู่บ้านล่ะโยม..

. เอ อันนี้ผมก็ตอบไม่ได้นะ เพราะของหมู่บ้านผมมีฉายาว่า สามแยกปากหมา ศาลาตอแหล๋ ....ทำเพื่อพระ ได้เลยครับอาจารย์ แดงศาลายาจัดถวายให้...(พระอาจารย์อยากดูศูนย์ชุมนุมเจ้ายุทธจักรประจำหมู่บ้านไปทำไมครับเนี่ย ไม่ต้องกลัวว่าข้อมูลของผมจะเลื่อนลอย ผมมีของจริงให้ดูครับ)




(84 ) รูปนี้เป็น สามแยกปากหมา จุดที่ยืนถ่าย มองไปทางทิศตะวันตก ตามแผนภูมิครับ




(85)



(86)

(85 -86) รูป ศาลาตอแหล๋ครับ ขนาดว่าเพิ่งจะ 6 โมงเช้า ก็มีคนมานั่งอยู่ สองสามคนแล้ว เลยไม่กล้าเข้าไปถ่ายใกล้ ๆ กลัวเค้าด่าเอา



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
boonsue
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 04/07/2013
ตอบ: 37

ตอบตอบ: 25/09/2013 2:15 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีค่ะลุงคิม ทิดแดง และสมช.ทุกท่าน

สุดยอดค่ะ คนเราขอให้ขยันไม่อดตาย ทำงานจนเหงื่อรูขุมขน ดีกว่าขี้เกียจแล้วยากจน จนน้ำล้นออกทางตา

ขอบคุณค่ะ

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 26/09/2013 10:23 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง

ตอนที่ 3 – ดอกไม้ริมทาง



(87)



(88 )

(87 - 88 ) ปลูกดาวเรื่อง ข้างทางผ่าน ดอกใหญ่ จัมโบ้ จัมบ้า ไม่รู้ราคา รู้แค่ดอกเล็กร้อยมาลัย ร้อยละ 35 - 40 บาท ดอกใหญ่คงแพงกว่านี้



(89)



(90)

(89 - 90) นี่ก็แปลงดาวเรืือง ปลูกอยู่ห่างกันประมาณ 1 กม. แปลง 1,2 ขายดอกดาวเรือง กำลังปลูกบ้านหลังใหม่ แต่แปลงที่ 3, 4 นี่ มีสภาพตามที่เห็น นี่ปลูกเป็นครั้งที่สามแล้วนะครับ





(91) ความไม่สำเร็จเพราะปลูกผิดที่ สีเขียวที่เห็นกำำลังมีดอกนี่คือ สวะ หรือผักตบชวาครับ คุณดูชีครับว่า ผักตบชวาแทบจะขึ้นไปอยู่บนแปลงดาวเรือง

แสดงว่าตรงนี้เป็นที่ลุ่ม ดาวเรืองแปลงนี้จึง ชุ่มไปด้วยน้ำไม่ต้องรดน้ำเลย ดาวเรืองไม่ชอบน้ำมาก อุตส่าห์มีดอกให้เก็บได้พอเป็นค่าเมล็ดพันธุ์ได้ก็บุญโขแล้ว





(92) น่าจะปลูกผักตบชวาตัดดอกขายดีกว่า .....แต่ตอนนี้เค้าเปลี่ยนไปปลูกอย่างอื่นแล้วครับ ปลูกอะไร คอยติดตามก็แล้วกันนะครับ





(93) ปลูกต้นรัก ระยะนี้ดอกรัก ลิตรละ 20 บาท ตอนนี้ปลูกกันแยะมาก เพื่อที่จะรอราคา พย. - กพ. ตอนนั้น ลิตรละ 4 - 5 ร้อยละครับ




(94)



(95)

(94 - 95) ริมถนนนี่ปลูกข้าวโพดก็ได้ครับ นอกจากต้มขายฝักแล้ว เวลาตัดต้อนข้าวโพด จะมีฟาร์มเลี้ยงวัวมาซื้อเอาไปให้วัวกัน คันรถปิ๊คอัพก็ได้หลายบาท

แต่บางคนโง่ ไม่ขาย แต่เอาสับ ๆ ๆๆๆ ทิ้งคลุมดินเอาไว้ให้เน่าเปื่อยกลายเป็นปุ๋ย.....ส่วนคนฉลาด ตากทิ้งเอาไว้ พอแห้งดีก็จุดไฟเผา





(96)



(97)

(96 - 97) ต้นแคปลูกริมถนน เข้ามาเกือบจะครึ่งถนน ส่วนด้านซ้ายมือที่คลุมซาแรนเอาไว้ เป็นสวนกล้วยไม้ครับ





(98 ) ต้นมะรุมก็ปลูกได้ ขายยอดอ่อน ขายดอก ขายฝัก เปลือกและเมล็ดมะรุมแก่ใช้ทำยาลดความดัน ....ฝักแกงส้มอร่อยนักแลฯ




(99)



(100)



(101)


(99 - 101) แต่เดิมที่แปลงนี้ปลูกผัก ชุงไฉ่ งามดีมาก ๆ ตัดผักขายแต่ละครั้งเต็มคันรถ 6 ล้อเล็ก วันดีคืนดี พี่ท่านพรวนดินแล้วปลูก กุหลาบร้อยมาลัย ผลเป็นอย่างไร โปรดติดตามนะครับ .....


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 27/09/2013 9:59 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10009

ตอบตอบ: 27/09/2013 7:12 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

boonsue บันทึก:


คนเราขอให้ขยันไม่อดตาย

COMMENT :
ขยันแต่ไม่ฉลาด ก็ไม่ได้อะไรนะ

ทหารนโปเลียน 4 ประเภท :
ประเภท 1 .................... ขยัน ฉลาด .......... ปูนบำเน็จ
ประเภท 2 .................... ขยัน แต่โง่ .......... ประหารชีวิต
ประเภท 3 .................... ขี้เกียจ ฉลาด ....... ปล่อยไว้เฉยๆ
ประเภท 4 .................... ขี้เกียจ แต่โง่ ........ ปล่อยไว้เฉยๆ



กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 27/09/2013 1:09 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

kimzagass บันทึก:
boonsue บันทึก:


คนเราขอให้ขยันไม่อดตาย

COMMENT :
ขยันแต่ไม่ฉลาด ก็ไม่ได้อะไรนะ

ทหารนโปเลียน 4 ประเภท :
ประเภท 1 .................... ขยัน ฉลาด .......... ปูนบำเน็จ
ประเภท 2 .................... ขยัน แต่โง่ .......... ประหารชีวิต
ประเภท 3 .................... ขี้เกียจ ฉลาด ....... ปล่อยไว้เฉยๆ
ประเภท 4 .................... ขี้เกียจ แต่โง่ ........ ปล่อยไว้เฉยๆ



ลุงครับ

แม่ผมชอบด่า ....พวกมึงน่ะ ขี้เกียจสันหลังยาว ....อันนี้จัดอยู่ในประเภทไหนครับ คงไม่อยู่ในประเภท 2 เพราะยังมีชีวิตรอดมาได้จนทุกวันนี้ 2 คน ครับ



.

กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 27/09/2013 11:14 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และ เพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง

ตอนที่ 3 – 2 ภาพเปรียบเทียบ ...

ลุงคิมพูดอยู่เสมอว่า คุณชอบกุหลาบ, คุณชอบดาวเรือง กุหลาบและดาวเรืองชอบคุณมั๊ย.

พอดีผมออกไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือราคาถูก ชามละ 15 บาท ...15 บาทจริง ๆ ครับ 2 ชามก็อิ่มตื้อ (ไอ้ตุ๊ดตู่ คนเดียว ล่อซะ 5 ชาม) ไปโดยทางลัด(ขี่แมงกะไซด์ขึ้นสะพานข้ามคลอง) ขากลับเลยวกไปเข้าอีกทาง ซึ่งทางนี้เป็นทางรถวิ่งเข้าบ้าน แต่มันอ้อม ....ดูจากแผนที่(อีกครั้ง)นะครับ จะได้มองเห็นภาพ

(สงสัยต้องทำใหม่ พระอาจารย์ท่านบอกมาว่า ลูกธนูแยะจังโยม ดูแล้วมึน...อย่าว่าแต่อาจารย์มึน ผมคนทำดูแล้วยังมึนเลยครับ เดี๋ยวจัดให้ครับ ขอใช้อันนี้ไปก่อนละกัน ท่านอาจารย์เรียกซะหรู ลูกธนู ..ลูกธนูกับลูกศรเหมือนกันมั๊ยครับ...หลานตัวแสลของผมมันเรียกอะไรรู้มั๊ยครับ มันเรียก ลูกธรณู)





(102) ด้านล่างแผนที่ จะเขียนไว้ว่า ...น้องอ้อยแม่หม้ายคนขยัน....น้องอ้อย ค่อนข้างจะ ตุ้ยนุ้ย แต่โคตรขยัน สามีตายเมื่อสามปีก่อน น๊อคยาฉีดหนอนกลางนา บ้านน้องอ้อย อยู่ปากทางเข้าบ้านผม ห่างจากวัดประมาณ 1.5 กม. ห่างจากบ้านผม 1800 เมตร....ที่รู้เพราะเค้าอุปโหลกให้ผมเป็นกรรมการตรวจการจ้าง เทหินคลุก ถนนจากปากทางตรงนี้ไปถึงทางเข้าบ้าน

และตลอดเส้นสองข้างทางเข้าบ้านผมนี้มีอะไรให้ดูหลายอย่าง น้องอ้อย เป็นชื่อจริง ผู้หญิงหม้าย ลูกชายสอง โตไปทำงานกันหมด น้องอ้อยทำคนเดียว เนื้อที่ประมาณ 3 – 4 ไร่มั๊ง ทำแล้วประสบผลสำเร็จ น่ายกย่อง (เมื่อสิงหาคมที่ผ่านมา กรรมการหมู่บ้าน เสนอชื่อเป็นแม่ดีเด่น แต่เทศตูม เอาแม่ยาย...เล่นไพ่ทั้งวัน...มาเป็นแม่ดีเด่น[ในเรื่องเล่นไพ่]....ก็ว่ากันไป)

นอกจากทำสวนตรงนี้แล้ว น้องอ้อยยังต้องไปทำนาที่บ้านพ่อทางฝั่งนนทบุรีอีก สุดยอดหญิงแกร่งและเก่ง วันนี้ไม่เจอตัว ขอเป็นวันหน้าจะเอารูปมาลงให้ดู ขนาดว่า เจ๊ใหญ่ ผมก็ว่าแกเก่งและแกร่งแล้วนา แกยังบอกว่า ....กูยอมแพ้อีอ้อย....





(103) รูปนี้ จากปากทางเข้ามา ผ่านจุดแรกที่น้องอ้อยปลูกคือ แปลงดอกรักครับ ตอนนี้ลิตรละ 20 บาท แต่พอเดือนพย. – มค. ลิตรละไม่ต่ำกว่า 200 – 300 บาท

น้องอ้อยปลูกพืชที่ไม่เหมือนใคร คือ พุดซ้อนชนิดตัดก้านใบ หมากเหลืองตัดใบ ดอกรัก แล้วอะไรหว่าใบหยัก ๆ อ๋อ เล็บครุฑ มีทั้งใบหยัก และใบด่าง เป็นไม้สำหรับประดับความงามหลังความตาย(หีบศพ)น่ะครับ

จะมีรถจากปากคลองตลาดมารับถึงที่(จากปากคลองตลาดมาถึงตรงนี้ 60 กม.ได้มั๊ง) ขอให้มีของเถอะครับ ไกลแค่ไหนเค้าก็มา ไม่ได้มารับของน้องอ้อยคนเดียวซะเมื่อไหร่ ของคนอื่นก็มี เช่น เตยกำดอกไม้ ดอกดาหลา ดอกขิงแดง ใบอะไรด้อน ๆ เรียกไม่ถูก เฟินใบมะขาม ใบโปร่งฟ้า โอ๊ยอีกเยอะแยะ ไม่มีมือจะทำ .....





(104) ถัดเข้ามาแปลงนี้เพิ่งจะปลูก หมากเหลืองตัดใบ กับเล็บครุฑใบด่าง ติดสปริงเกลอร์ ในแปลงด้วยนะครับ.....ผมเคยถาม.....ยัยอ้อย ทำไมแกไม่เดินลากสายยางอย่างบ้านฟากกะโน้นวะ.....
....โห น้า ขืนเดินลากสายอย่างเขา ก็หมดวันนึงแล้ว ก็ไม่ต้องเอาเวลาไปทำอย่างอื่นกันพอดี.....




(105)



(106)

(105 – 106) ถัดเข้ามาอีก เป็นแปลงหมากเหลืองตัดใบ ความจริงหมากเหลืองชอบแดด แต่ที่ต้องคลุมซาแรน เพราะต้องการให้ใบเขียว ใส่ปุ๋ย ยูเรีย ฉีดยาสารเคมี อันนี้ทำได้ เพราะไม่ใช่ของกิน แต่อันตรายจากยาฆ่าแมลง (ผัวตายเพราะน๊อคยาไม่เข็ดว่ะ)

หมากเหลือง ตัดใบขาย ก้านละ 2 บาท เฉพาะที่เห็นนี่ปลูกตัดใบได้แล้ว ตัดทุกอาทิตย์ครั้งละ 2000 ก้าน เฉพาะหมากเหลืองตัดใบ เดือนหนึ่งตัด 4 ครั้ง 16,000 แล้วไอ้ที่ปลูกใหม่ ถ้าตัดได้อีกอาทิตย์ละ 2000 ก้าน ได้อีกเดือนละ 16,000 รวม สองแปลง เดือนละ 32,000 มันยากมั๊ยเนี่ย





(107) แปลงพุดซ้อนชนิดตัดใบโดยเฉพาะ (พันธุ์ใบจะมีดอกน้อย) ตัดก้านละ 2 บาทเหมือนกัน แต่ตัดได้เดือนละแค่ 2 ครั้ง เดือนหนึ่งก็ไม่ต่ำกว่า 5 – 6 พันบาท น้องอ้อยบอกจะเลิกทำแล้ว ทำไมจะไม่เลิก ก็พุดตัดได้เดือนละ 2 ครั้ง แต่หมากเหลืองตัดได้เดือนละ 4 ครั้ง การดูแลก็ง่ายกว่ากัน....ใครดูถูกเงินแค่ กิ่ง หรือ ก้านละ 2 บาท ลองมาดูที่สวนน้องอ้อย ..(ทำไมผมรู้ข้อมูล ก็ผมเข้าออกทางนี้ก็แวะคุยกันเป็นประจำ)
...ยัยอ้อย สวนแกนี่ เดือนนึง 5 หมื่นพอได้มั๊ย ...
..น้องอ้อยตอบเบา ๆ แบบกลัวคนจะรู้
...ประมาณนั้น ….

….เหอ ๆๆๆๆ เพื่อน ๆ สมาชิกคิดว่ายังไงครับ แค่หมากเหลือง กับ กิ่งพุดซ้อน กิ่งละ 2 บาท เดือนหนึ่งยัยอ้อยฟันถึง ห้าหมื่น เหอ ๆๆๆ แบบนี้ ไหกระเทียมห่อทองนี่หว่า ดีกว่าทำนาปลูกข้าวอีกว่ะ ....





(108 ) ถัดมาเกือบสุดแปลง กระเจี๊ยบแดง นี่หว่า ...ดอกตากแห้ง กก.ละ 400 นะน้า ผลพลอยได้ ดีกว่าปล่อยที่ทิ้งเอาไว้ให้หญ้าขึ้น ... กระเจี๊ยบแดง พืชทนแล้ง





(109) สุดแปลงที่น้องอ้อย... ปิดด้วยแปลงตะไคร้ ปลูกกันเขตแดน ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ 300 กอ ๆ ละ 10 บาท จัดไปเลยไม่ต้องนั่งทำให้เสียเวลา

แปลงที่คลุมซาแรนซ้ายมือในรูป ผมไม่กล้าถ่ายเต็ม ๆ เจ้าของเค้าอยู่ในสวน เดี๋ยวโดนด่า เพราะแปลงนี้ ปลูกผักชีฝรั่ง ในที่ลุ่ม น้ำแทบจะท่วมแปลง ผักโตยาวไม่ถึงคืบมือ ขนาดของเจ๊ใหญ่ ยาวเกือบศอกแขน ตอนนี้ยังเหลือกิโลละ 25 บาท แล้วยาวไม่ถึงคืบ จะได้โลละเท่าไหร่ 10 บาทจะได้หรือเปล่าวะเนี่ย เผ่นก่อนและ เห็นเค้ามอง ๆ มา บาย....




(110)


(111)



(112)



(113)

(110 – 113) ภาพเปรียบเทียบกับที่เคยนำเสนอมาข้างต้นครับ รูป 110, 111 จากที่เคยปลูกดาวเรืองแช่น้ำ ก็กลายมาปลูก ผักบุ้งไทย อันนี้เพิ่งจะดำเป็นครั้งที่สอง เพราะดำครั้งแรก ไม่ประสบความสำเร็จเลยปลูกใหม่

ความจริง พื้นที่ลุ่ม ถ้าปลูกพืชชอบน้ำเช่นผักบุ้งไทย น่าจะโอเค แต่นี้ไม่โอเค เพราะ ผมไม่รู้ว่าเค้าไม่เข้าใจหรืออย่างไร .

.เนื่องจากตรงนี้เป็นที่ลุ่มอยู่แล้ว ถ้าเป็นผม ๆ จะกลบร่อง พอกลบร่อง ที่เคยเป็นสันร่องมันก็จะต่ำลง เอารถมาไถปรับที่ให้เสมอ เท่ากับทำเทือกไปด้วยในตัว แล้วก็กั้นคันล้อมให้แน่นหนากันปู ปลาไหล แม้กระทั่งตัว จั๊กกะแหล่น(ตัว เห้..)ขุดรูครับ

จะฉีดยาคุมหญ้าหรือไม่ฉีดก็ว่ากันไป ปล่อยทิ้งซัก 15 วัน สูบน้ำเข้าซักหน่อยปล่อยน้ำออก ก็เอายอดผักบุ้งมาดำ ทิ้งไว้อีก 15 วัน เอายูเรียละลายน้ำพ่นไปเลย ประมาณ 30 วันยอดก็เริ่มเดินแล้ว พอยอดเดิน ยอดแรกตัดทิ้งไปเลย เพราะยอดไม่สวย ตัดทิ้ง 7 วัน พอแตกยอดใหม่ เปิดน้ำเข้าสูงซักเกือบศอก ทีนี้ละ มันจะแตกยอดบานตะกูดเลย แต่ทว่า เจ้านี้ไม่ทำอย่างนั้น เค้าทำยังไงรู้มั๊ยครับ

ตอนเลิกปลูกดาวเรือง ก่อนจะปลูกผักบุ้งไทย เค้าไปเอาแบคโฮมา กลบร่อง พร้อมกับขุดหน้าดินไปขาย เพื่อทำให้แปลงมันลึกลง โง่หรือฉลาดไม่รู้ โดยหารู้ไม่ว่า หน้าดินเก่ามันมีอินทรียวัตถุหมักหมมมานาน เหมาะสำหรับเป็นปุ๋ยอย่างดีให้กับผักบุ้งซึ่งระบบรากไม่ลึก .

..ตอนนั้นผมไม่อยู่ ไม่รู้ว่าเค้าจะขุดหน้าดินตรงนี้ขาย ถ้ารู้ ผมจะซื้อเอาไปกองไว้ที่หน้าสวน เอาฟางรองซะก่อนหนา ๆ เกลี่ยเป็นแปลงยาว แล้วแหวะร่องตรงกลาง เอายิมซั่มกระดูกป่น เอาสารพัดขี้ใส่ลงไปยกเว้นขี้หมู เอาปุ๋ยอินทรีย์ตราคนกับควายใส่ลงไป(ไปขนที่นครชัยศรี) ผสม 30-10-10 ใส่ฝักบัวราด ตัดกิ่งน้องกระถินสับ ๆ คลุมหน้า เอาฟางคลุมอีกครั้ง เอาผ้าพลาสติกคลุมกันฝน ทิ้งไว้ซัก 5 – 6 เดือน จากคันรถละ 3000 จะกลายเป็นดินผสมสำหรับปลูกต้นไม้ ตราลิงฉีกทุเรียน คันรถละเป็นหมื่น ถ้าจะถามว่า ต้องกลับคลุกกองดินมั๊ย กลับซีครับท่าน ถึงตอนนั้นดินมันคงจะแห้งแล้ว ฟางคงจะเปื่อยยุ่ยไปแล้ว

หลังจากที่เค้าขุดหน้าดินขายไปแล้ว เค้าก็เอาคราดเหล็กมาคราดเศษหญ้าออก แล้วก็ดำผักบุ้งลงไป ตอนนั้น ผมยังไม่ได้คิดจะเขียนกระทู้นี้(เพราะคุณพระท่านยังไม่ได้ขอมา) ก็เลยไม่ได้ถ่ายรูปเอาไว้ ผมเข้าออกทางนี้ก็เห็น ขนาดผักบุ้งไทย ปลูกไม่ยาก มันยังไม่โต

มันจะโตได้ยังไงล่ะครับพระคุณเจ้า ก็ฉีดยาคุมหญ้าได้สองสามวัน ก็ดำผักบุ้งลงไป เปิดน้ำเข้าท่วมขัง มันก็เรียบร้อยโรงเรียนตาคิมซีครับ เน่าตายเรียบ จนมาดำใหม่เมื่อสองสามวันมานี่เอง ก็คอยติดตามข่าวนะครับว่า ผลจะเป็นอย่างไร

แล้วขอบอกว่า คนที่คิดจะขุดหน้าดินขาย ขอร้องเลยว่า อย่าทำเป็นอันขาด ขุดไปแล้วจะปลูกพืชอะไรก็ไม่งาม ไม่มีทางงาม ยาวนานเป็นสิบปี เพราะกว่าหน้าดินจะมีอินทรียวัตถุเหมือนเดิม ตายแล้วเกิดใหม่จะดีเหมือนเดิมหรือเปล่า ใช้เวลานานมาก แล้วยิ่งประเคนปุ๋ยเคมีลงไปอีกด้วยแล้ว ร้องเพลงได้เลย วี๊แหว่ วี๊แหว่ วี๊แหว่....ต๊ายแหน่ ต๊ายแหน่ ต๊ายแหน่ ...

..เดี๋ยวจะมีนาแปลงสาธิต ของทิดใบที่ขุดหน้าดินขายมาให้ดูอีกแปลงนึง ซึ่งเค้าบอกว่านาของเค้ามันดอน เลยขุดหน้าดินขาย ปลูกข้าวทีไร ดูไม่จืดจริง ๆ ตอนนี้กำลังหมักดิน ......

ถึงไหนแล้วล่ะครับเนี่ย....เอ๊า แค่เลยบ้านน้องอ้อย แม่หม้ายตุ้ยนุ๊ย คนสวยมานิดเดียวเอง ไปต่อครับ




(114)



(115)



(116)



(117)



(118 )



(119)

(114 – 119) รูปชุดนี้เป็นการเปรียบเทียบ แปลงกุหลาบ รูป 114, 116, 118 เป็นรูปที่เคยนำเสนอไปแล้ว ตามที่บอกว่า แต่เดิมเค้าปลูกผัก ชุงไฉ่ ก็ดีอยู่แล้ว เปลี่ยนมาปลูกกุหลาบร้อยมาลัย ใช้เดินลากเรือรดน้ำรด รดเสร็จ ตรงโน้นเปียก ตรงนี้แห้งไปแล้ว หน้าดินก็ไม่มีอะไรคลุม
รูปที่ 115, 117, 119 ถ่ายเมื่อ 27 กย.56 อาจจะมืดไปหน่อยเพราะฟ้าครึ้มเหมือนฝนจะตก แต่ก็พอดูออกนะครับว่า ผลเป็นอย่างไร (ขอแก้ตัวใหม่ครับ) กุหลาบแปลงนี้หน้าดินโล่งเปลือย แห้ง ฉีดยาฆ่าหญ้าตลอด..




(120)



(121)



(122)



(123)



(124)

(120 – 124) อันนี้ก็เป็นแปลงกุหลาบเก็บดอกขายร้อยมาลัย อยู่ไม่ห่างจากแปลงข้างต้นซักเท่าไหร่ เอาเป็นว่าอยู่ใกล้ ๆ กัน แต่ผิดกันยังกับฟ้ากับเหว แปลงนี้ติดสปริงเกลอร์ ทั่งแปลง ชี้นิ้วสั่งได้เลย ไม่ต้องเดินลากเรือให้เมื่อยตุ้มเมื่อยหอย มีฟางคลุมหน้าดินหนาตึ๊ก ถึงใบจะมีคราบยาขาว ๆ แต่ก็ดูดีกว่ากันแยะเลย

พืชที่ไม่ได้กินเป็นอาหาร อาจจะต้องฉีดยาโดยเฉพาะกุหลาบ ต้องหนักยาครับ อย่าว่าจะให้ผมปลูกเลย ให้ผมเด็ดยังไม่อยากเด็ด แบบเดียวกับเก็บดอกรัก ถ้ามือเป็นแผลละก็ไม่ต้องเลย รักษายาก ทำไมถึงรักษายาก ก็มันต้องเก็บดอกอยู่ตลอด แผลมันจะหายได้ยังไง ดอกมะลิอีกอย่าง ยาหนอนทั้งนั้น





(125) แปลงสุดท้าย มาได้ครึ่งทางก่อนจะถึงบ้าน กำลังเอารถอีต๊อกมาตีดิน แปลงนี้ปลูกมาตั้งแต่ ถั่วฝักยาว ดาวเรือง มะขือเปราะ พริก บอกได้คำเดียวว่า ปลูกทำไมว๊า.ขนาดว่า เจ๊รอง ฝีมือห่วยแตกแล้ว ยังจะดูดีซะกว่า ....ตอนนี้กำลังตีดิน ไม่รู้ว่าจะปลูกอะไร ......คอยดูกันไป ผมว่า ไม่มะเขือเผา เอ๊ย มะเขือเปราะก็พริกมั๊ง

จบแค่นี้ก่อนครับ ฝนเปาะแปะมาอีกแล้ว กว่าจะถึงบ้านอีกกว่าครึ่งกิโล ฝนตกตัวเปียกไม่ว่า กล้องเปียกละก็ คราวนี้โทรศัพท์จะเสียไปด้วย บึ่งรถก่อนละครับ ซิ่งไม่ได้ ทางเป็นหินคลุก .....


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 28/09/2013 6:25 pm    ชื่อกระทู้: หมากเหลืองตัดใบขาย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน


วันนี้(28 กย.56) น้องอ้อยเข้ามาหาเจ๊ใหญ่ที่บ้าน หิ้วเอาต้นหมากเหลืองวัยอ่อน ที่กำลังใช้ปลูกลงดิน เอามาฝาก

เค้าชวนผมปลูกหมากเหลือง ผมบอกว่าไม่ค่อยชอบใช้ยาฆ่าแมลง มิฉะนั้น ใบจะไม่สวย ถ้าใบมีตำหนิจะขายไม่ได้ ศัตรูของหมากเหลืองคือ หนอนหลอด ซึ่งมาจากผีเสื้อกลางคืนตัวเล็ก หนอนหลอดจะหลบตัวอยู่ในหลอดมีเยื่อยึดติดกับใบ ส่วนมากจะอยู่ใต้ใบ กว่าจะออกจากดักแด้ ก็กินใบหมากจนเป็นรู ถ้ามีมากก็จะกินจนใบเป็นรูพรุนไปหมด

นอกจากนี้ก็มีเพลี้ยแป้ง แต่มีน้อย หนอนหลอดจะมากกว่า หมากเหลืองต้นเล็ก ๆ น่ารักครับ

อีกอย่างหนึ่งคือโรคปลายใบแห้ง อันนี้มาจากเชื้อราแน่ ๆ หรือไม่อีกอย่างก็มาจากรดน้ำตอนแดดจัด น้ำไปหยดค้างที่ปลายใบ

ฉะนั้นปลูกหมากเหลืองตัดใบขาย ต้องดูแลใบให้ นิ้ง จริง ๆ ย้อนไปดูรูป 106 นะครับ วันหน้าจะถ่ายใกล้ ๆ ให้ดู ....

ถึงบอกยังไงล่ะครับว่า การทำทุกอย่าง ไม่ง่าย แต่ก็ไม่ยาก ถ้ามีใจที่จะทำ




(126) เค้าจะเพาะเมล็ดหมากเหลืองลงในถุงดำ ถุงหนึ่งประมาณ 20 - 25 เมล็ด เผื่อตาย เผื่อไม่งอกด้วย ในถุงมีประมาณ 20 ต้น น้องอ้อยบอกว่า 1 ถุง ขายกันราคา 20 บาท เท่ากับต้นละบาท



(127)


(128 )

(127 - 128 ) 1 ถุง จะแบ่งปลูกได้ 2 - 3 กอ เท่ากับกอหนึ่งประมาณ 10 - 7 ต้น ทั้งนี้เพื่อให้มันเบียดกัน จะได้แข่งกันโต อันนี้เป็นเทคนิคของการปลูกหมากเหลืองตัดใบ ....แล้วถ้าน้าจะปลูกกอเดียวหมดทั้งถุงนี้ล่ะ ....มันจะเบียดกันแน่นเกินไป ใบจะยาวเรียวไม่สวย ใบสวยจะต้องกางแผ่ออก....



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 28/09/2013 7:43 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 พืชผักริมทาง …..ตอนที่ 4 – 1 มะละกอโดนหมากัด – 1

ผมได้เมล็ดมะละกอ พันธุ์ก้านดำมาจำนวนหนึ่ง ไม่รู้ว่าเป็นสายพันธุ์อะไร คนให้เค้าบอกว่าเนื้อหวาน กินอร่อย ก็เพาะเมล็ด พอมันงอกก็เอาลงปลูก เป็นบ้าง ตายบ้าง เหลือรอดซัก 50 – 60 ต้นได้ละมั๊ง ปลูกไปได้ซักระยะนึง ก็ถ่ายรูปเก็บเอาไว้ดูเพื่อเปรียบเทียบความเจริญเติบโต



(1)



(2)




(3)

(1 – 3) รดน้ำให้ปุ๋ยก็ทำเหมือนกัน แต่จะเห็นว่า บางต้นก็โต บางต้นก็ไม่ค่อยโต อาจมาจากเมล็ดพันธุ์ที่บางเมล็ดสมบูรณ์ ดินในแปลงดีไม่เท่ากัน ระบบรากเจริญไม่เหมือนกัน ฯลฯ ปัญหาโลกแตก





(4) ผ่านไปอีกประมาณเดือนเศษ จากต้นเล็กที่เห็นก็โตขึ้นประมาณนี้




(5)



(6)



(7)

(5 – 7) บางต้นก็เริ่มออกดอก ออกผล ดอกมะละกอ เมื่อปลูกรวมกันหลาย ๆ ต้น เวลาเข้าสวนตอนเช้า กลิ่นมันหอมเย็น ๆ ชื่นใจดีเหมือนกันครับ




(8 )



(9)



(10)



(12)



(13)



(14)



(15)

(8 – 15) เวลาผ่านไปอีก 2 เดือนกว่า มาเห็นอีกที อ้าวเฮ๊ย มะละกอของผม ใบที่อยู่ล่าง ๆ เป็นอะไรไป ใบเหลือง ไปหมดทั้งแถบ ทุกต้นเลย....จากที่ใบเคยงามเขียว กลายเป็นแบบนี้ มันต้องมีสาเหตุ จากการสอบถามคนรอบข้าง ....ได้ความว่า มีคนฉีดยา Red Dog ฉีดฆ่าหญ้าริมร่องน้ำ ...




(16)



(17)



(18 )



(19)

(16 – 19) นอกจากมะละกอแล้ว มะเขือพวงปลูกเอาไว้รอบแปลงมะละกอ ก็ได้รับอิทธิพลจากกลิ่นยาฆ่าหญ้า Red Dog ใบเหลืองไปด้วย.....





(20) จุดที่ฉีดยาฆ่าหญ้า Red Dog ซึ่งอยู่เหนือลมห่างจากแปลงมะละกอประมาณ 50 เมตร ....

(คนฉีด)....ฉันก็ว่า ฉีดตอนเช้ามืด ลมสงบแล้วนา ไม่น่าจะมาถึง.....
(บ้านข้างเคียงห่างแปลงมะละกอไปประมาณ 100 เมตร)
.....ฉันนั่งทำกับข้าวอยู่ตรงนี้ ยังได้กลิ่นยามาถึงนี่เลย...

คำว่า มีลม ไม่มีลม ตอนเช้าลมสงบ พูดลอย ๆ ไม่มีหลักฐาน คงต้องพิสูจน์ให้เห็น...
ผลของการพิสูจน์..เพื่อความมั่นใจ วันต่อมา นัดกันตอนเช้ามืดเลย

....ผมหากาบมะพร้าวแห้ง ๆ เอามาวางตรงจุดใกล้ที่ฉีดยา ที่คิดว่า ตอนเช้าลมสงบ ... จุดไฟที่กาบมะพร้าว ควันไฟจากกาบมะพร้าว ลอยอ้อยอิ่งตามลมด้านล่างใกล้พื้นดิน เข้าไปที่แปลงมะละกอ ลอยไปถึงบ้านคนข้างเคียง แค่กาบมะพร้าวแห้งสองอัน ควันยังแยะ แล้วฉีดยาทั้งดง กลิ่นและละอองฝอย ๆ มันจะไปขนาดไหน ....

ลุงเคยห้ามถึงเรื่องการทะเลาะกับคนข้างบ้าน เรื่องก็จบด้วยเพียงแต่คำขอโทษ ...ดีว่าแค่แปลงมะละกอ นิดเดียว ถ้าเป็น แปลงองุ่น แปลงกล้วยไม้ มันจะเป็นยังไง... คนฉีดยาจะทำยังไง




(21)



(22)



(23)

(21 – 23) ผมก็ได้แต่ฉีดน้ำเปล่าที่ใบ มันก็ช่วยพอประทัง ๆ ได้ในระดับหนึ่งเท่านั้น





(24) แต่ว่า ลูกเด็กเล็กแดง ร่วงหล่นกันระนาว นี่แค่เก็บมาเพียงส่วนหนึ่ง อีกส่วนมันเน่าเละไปหมดแล้วครับ





(25) มะนาวเพิ่งจะปลูกลงดินได้ไม่กี่วัน ก็พลอยได้รับผลไปด้วย คงจะหงอย จ๋อย ไประยะนึงแหละครับ

Red Dog ฤทธิ์ร้ายแรง เป็นผู้สร้าง หรือผู้ทำลาย คิดแต่เพียงว่า ทำออกมาเพื่อขายได้เงินร่ำรวย แค่นั้นเองหรือ ไม่ได้คิดบ้างหรือว่า กำลังทำลายโลกให้วอดวายฉิบหาย

ทั้ง ๆ ที่รู้ว่า มันร้ายแรง แต่คนชอบใช้....ไม่ได้คิดถึงผลเสียที่ตามมา ...พืช ผัก ผลไม้ ที่ตกเกรด เป็นจุดด่างดำ เกิดเชื้อรา ส่วนหนึ่งมาจากยาฆ่าหญ้าครับ….ว่ากันไป...
.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 01/10/2013 10:06 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง …..ตอนที่ 4 – 2 มะละกอโดนยา RED DOG ฟื้นคืนชีพ


ลุงคิมบอกว่า อย่าทะเลาะกับคนข้างบ้าน ......พอดีต้นไม้ของผมโดนพิษจาก RED DOG ก็เลยเข้าล๊อก หมากัดอย่ากัดตอบ....เป็นจริงแท้เลย

หลังจากที่ผมได้รับข้อมูลจากลุงคิมว่า.....พืชที่โดนยาฆ่าหญ้าให้แก้ไขอย่างไร.....

ลุงคิมบอกว่า….แม็กนีเซี่ยม. สังกะสี. ยูเรีย. ช่วยฟื้นฟูสภาพต้น..... กลูโคส.เป็นอาหารทางด่วน ช่วยให้สารอาหารเข้าสู่ต้นได้เร็ว. สมุนไพรช่วยป้องกันเชื้อโรคยามต้นอ่อนแอ
แล้วลุงบอกให้ใช้สารอาหาร......ดังนี้

สำหรับ มะละกอ. มะเขือพวง. ให้ใช้น้ำ 100 ล. + ไบโออิ 100 ซีซี. + ยูเรีย จี ครึ่ง กก. + กลูโคส 100 ซีซี. + สารสมุนไพร 1-2 ล." ฉีดพ่น 2-3 รอบ วันเว้นวัน....

ผมเห็นว่า ระยะเวลาที่ มะละกอ มันโดนยาผ่านมาหลายวัน และพิษยาคงจะซึมเข้าต้นไปแล้ว ผมก็ผสมตามสูตรลุงนั่นแหละ แต่น้ำ 100 ลิตร ผมใช้แค่ ครึ่ง DOSE เท่านั้นเอง เพราะเข็ดขยาดว่า ปุ๋ยลุงมันแรงจริง ๆ

แต่ผมทำนอกครูโดยผสมตามสูตรแล้ว + ยูเรก้า 50 ซีซี + ไทเป 50 ซีซี + ธาตุรอง / ธาตุเสริม / ธาตุแซม(ชนิดซอง ๆ ละ 3 กรัม) + เหล็กคีเลต(ชนิดซอง - 2.5 กรัม) ผสมลงไปอย่างละ 1 ซอง + สมุนไพรต้มเอง 3 ลิตร

ฉีดพ่นเริ่มตั้งแต่วันที่ 11 สค.56 ...วันที่ 14 สค....วันที่ 17 สค. (3 รอบ ตามที่ลุงบอก)แล้วฉีด
แคลเซี่ยม-โบร่อน ตามก้นไปอีกครั้ง

ตามสูตรที่ผสมข้างต้น ไหน ๆ จะผสมแล้วทั้งที จะฉีดพ่นเฉพาะแค่ มะกอ กับมะเขือพวงก็ดูกะไรอยู่ คนบ้าอย่างผมชอบทดลองอยู่แล้ว โทรสายด่วน 10 ตัวเลย...
....แจ้โว๊ย.... ว่างป่าว .....
....ว่างน้า มีไร....

....แบกเครื่องพ่นปุ๋ยมาด่วน ฮิติชิ เลย ใช้หัวพ่นฝอยละเอียดนะโว๊ย งานเข้าว่ะ....
....น้าจะฉีดไรเหรอ...

....สูตรใหม่จาก ‘ จารย์คิมโว๊ย จะฉีดมะกอที่โดนหมากัด ...
....ฮี๊ แค่นี้น้าฉีดเองคนเดียวก็ได้.....

....ไม่ใช่ยังงั๊น ไหน ๆ จะผสมทั้งที นอกจากฉีดมะกอแล้ว ข้าอยากลองทำบ้า ๆ ฉีดแม่โพสพคนสวยไปด้วยเลย เอ็งจะกล้าบ้าอย่างข้ารึป่าว จะได้ผสมเผื่อ ทีเดียวเลย ....
....เอาก็เอา ว่าไงว่าตามกัน....

ใกล้เที่ยง ฟ้าครึ้ม ลมสงบ อบอ้าว ทำท่าเหมือนฝนจะตก เพลี้ยไฟ ไรแดงชอบอากาศแบบนี้จังเลย...
...ฉีดข้าวก่อนเว๊ยแจ้ ....แล้วค่อยมาฉีดมะกอกะไอ้พวกนี้ ....
...ฉีดตอนจะเที่ยงเนี่ยนะ เกิดแดดออก ปลายใบไม่ไหม้เหรอ .....

....เออน่า ฉีดตอนนี้แหละ ปลายใบไหม้ ก็ตัดปลายใบทิ้งซีวะ ข้าวของเราเองกลัวอะไร ...

ฝีมือเจ้าแจ้ซะอย่าง 7 ไร่ 7 เป้ครึ่ง ก็หมดไป 150 ลิตร ...เหลืออีก 50 ลิตร แบ่งออก 30 ลิตร (เป้ครึ่ง)เอาฉีดมะกอ มะนาว มะเขือ ชะอม ..ที่โดนยา Red Dog เหลืออีกประมาณ 20 ลิตร….

....เดี๋ยวเอ็งแวะไปฉีดผักชีให้เจ๊ใหญ่หน่อย ถ่ายออกเอาน้ำผสมไปอีก 20 ลิตร ฉีดสองเป้พอ เดินเร็ว ๆ แวะบอกแกด้วย คงอยู่ที่ ศาลาตอแหล๋ นั่นแหละ บอกแกว่า ข้าให้เอา ขี้เหร่ (เจ๊ใหญ่แกเรียก คีเลท เป็น ขี้เหร่)มาฉีดผัก ...
ส่วนของเอ็งสองคน 10 ไร่ไม่ใช่รึ... เอานี่ไปผสมน้ำ 200 ลิตร 10 เป้ เรียกเจ้าสายชลออกไปช่วย อั้ยจิตอยู่เรียกมันไปช่วยผสมด้วย แล้วนี่ค่าขนมเอ็ง....

....น้าทิด ไม่เอาดีกว่า ค่าปุ๋ยของน้าอีก เท่าไหร่แล้วไม่รู้ เกรงใจอ่ะ....

....เออน่า ค่าเหนื่อย ค่าน้ำโว๊ย เอาไปเหอะ ค่าปุ๋ยไว้รวมยอด ไม่กี่ตังค์หรอก ถ้าพ่อเอ็งถามก็บอกไปเลย ลิตรละห้าพัน ลิตรละหมื่น ถ้าไม่ถามก็แล้วไป.....
...ฉันเอาครึ่งเดียวพอ แล้วสูตรใหม่ของ ‘ จารย์คิม มันจะเป็นยังไง ....

....ข้าก็ยังไม่รู้ว่ะ รู้แต่แกบอกว่า สูตรแก้หมากัด .. แต่รับรอง เชื่อขนมกินได้เลยว่า ไม่เกิน สาม สี่วัน ทั้งข้าว ทั้งผัก ทั้งอะไรที่โดนปุ๋ยสูตรนี้ ต้นจะแข็งโด่เด่ ใบจะเขียวปิ๊ด ยิ่งกว่าใส่ยูเรียสองกระสอบ ละเอ็งเอ๊ย.....

การใช้หัวฉีดแบบฝอยละเอียด ปุ๋ยที่ออกมาจะดูเหมือนพ่นควัน ตามตำราท่านว่า แบบนี้ปุ๋ยจะซึมเข้าปากใบได้เต็มที่ ประสิทธิดีนักแลฯ




(26) เหล็กคีเลท ซองขนาด 3 กรัม / น้ำ 20 ลิตร



(27) ธาตุรอง / ธาตุเสริม / ธาตุแซม ขนาดซอง 3 กรัม / น้ำ 20 ลิตร

(26 – 27) เป็นรูป เหล็กคีเลท และธาตุรอง/ธาตุเสริม ในรูปซอง ....คือจากสูตรแก้พืชที่โดนยาฆ่าหญ้าของลุงคิม ..มะละกอ. มะเขือพวง. ให้ใช้น้ำ 100 ล. + ไบโออิ 100 ซีซี. + ยูเรีย จี ครึ่ง กก. + กลูโคส 100 ซีซี. + สารสมุนไพร 1-2 ล." ฉีดพ่น 2-3 รอบ วันเว้นวัน....ผมก็ผสมตามสูตรลุงนี้แหละ แต่น้ำ 100 ลิตร ผมใช้ส่วนผสมแค่ ครึ่ง DOSE เท่านั้นเอง เพราะเข็ดขยาดว่า ปุ๋ยลุงมันแรงจริง ๆ
แต่ผมทำนอกครูโดย + ยูเรก้า 50 ซีซี + ไทเป 50 ซีซี + ธาตุรอง / ธาตุเสริม / ธาตุแซม(ชนิดซอง ๆ ละ 3 กรัม) + เหล็กคีเลต(ชนิดซอง - 2.5 กรัม) ผสมลงไปอย่างละ 1 ซอง + สมุนไพรต้มเอง 3 ลิตร




(2Cool



(29)



(30)



(31)



(32)



(33)



(34)



(35)



(36)



(37)



(38 )



(39)

(28 – 39) มาถึงวันนี้ 25 สค.56 ใบเขียวปี๋เลยครับ ..[color=blue]ถ้าจะถามว่า ใบเขียวเพราะสารอาหารตัวไหน .....อีนี่ จ๋านตอบม่ายด้ายนะนายจ๋า.[/color]... ลูกเล็ก ลูกน้อย ติดดอกออกผลยันถึงยอด แม้กระทั่งลูกเล็กเท่ากระป๊อยเดียว (รูปที่ 36 ) ยังไม่อยากจะรวงหล่น เพราะธรรมดาลูกลักษณะแบบนี้ จะเหลืองร่วงไปนานแล้วครับ.....รวมไปถึง มะเขือพวง กล้วย ชะอม มะนาว ผักหวาน....ได้รับอานิสสงส์ไปด้วย ใบเขียวปี๋เลยครับ

แต่ กรุณาสังเกต ยอดหญ้าต้นฝอย ๆ ในรูปที่ 28 ที่ยังไม่ได้ถางออก โดนละอองยา ยอดเหลืองกึ่งแห้ง กึ่งเขียว แต่บริเวณด้านหน้าที่โดนยาแห้งตายและถางออก แตกยอดเขียวขึ้นมาอีกแล้ว ..

..ตอนนี้ต้นไม้มันก็ฟื้นคืนมาเป็นปกติดีแล้ว .โล่งอกไปที . นี่ถ้าไม่เชื่อลุง ขืนไปทะเลาะกับคนฉีดยาฆ่าหญ้า ป่านนี้ก็คงมองหน้ากันไม่ติด จริงอย่างที่ลุงว่าทีเดียว.... .ก็ว่ากันไปครับ.

ก็ดีไปอีกอย่างครับ คือการที่เอาสมุนไพรหลาย ๆ อย่างต้มรวมกันไป กลิ่นมันพิลึก ๆ ชวนพิสมัย (แหวะ) และจากการฉีดทั้งปุ๋ย ทั้งสมุนไพรติด ๆ กัน 3 – 4 ครั้ง คนที่เคยขอมะกอ หรือมาเก็บตอนยามวิกาล ไปตำส้มตำ เลยไม่กล้าเก็บ

.....ทิดแดง เอ็งเอายาไรฉีดวะ กลิ่นพิลึก ยาถ้าจะแรงนะ ทุกทีไม่เห็นเอ็งใส่ชุดคลุมหน้าคลุมตา .....
....อ๋อ ยากันอีเบค (BEG = ขอ) ..แรงพอ ๆ กับอะบาฯ แต่ดีกว่า เพราะตายสนิทกว่า.....

....กันอะไรได้มั่ง.....
...กันทุกอย่างโดยเฉพาะพวกแมลงปากขอที่มาตอนกลางคืนน่ะ....

...คุมได้นานมั๊ย....
...อยู่ได้เป็นสองสามเดือนสบาย ๆ ....

เวลาฉีดก็เอาแป้งละลายผสมลงไปหน่อย พอมันแห้งก็จะเป็นคราบขาวติดที่ใบที่ลูกแล้วจะไม่ให้คลุมหน้าคลุมตาได้ยังไงล่ะครับ ก็สมุนไพรมันสุดจะขม แล้วก็ + ไอ้ที่มันสุดจะเผ็ด ถ้าเข้าตา หรือโดนผิวมันก็สุดจะแสบ อย่างน้อยก็ป้องกันแมงปากขอ สองขาได้อีกนานเป็นสองสามเดือนละน่า




(40)



(41)



(42)

(40 – 42) ไม้ต้องห้าม ...กำลังออกดอก มีอยู่ต้นเดียวเอง เอาไว้ใส่แกงน่ะครับ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 02/10/2013 9:29 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง …..ตอนที่ 4 – 3 กลับสู่ภาวะปกติ




(43)


(44)


(45)

(43 – 45) วันที่ 26 กย.56 มะละกอที่โดนละอองยาฆ่าหญ้า RED DOG ผ่านมาเกือบ 3 เดือนหลังจากใช้วิธีการแก้ไขตามแนวลุงคิม ก็ค่อยฟื้นกลับคืนสู่สภาวะปกติ แต่คงไม่เหมือนเดิมก่อนโดยยาฆ่าหญ้า ก็คิดว่า หลังจากเก็บรุ่นนี้หมด ตัดทิ้ง อาจจะปลูกใหม่ หรือปลูกอย่างอื่น ว่ากันอีกที เพราะ มะละกอ มะเขือ มีปฏิกิริยาตอบสนองกับสารเตมียาฆ่าแมลงและยาฆ่าหญ้าที่ว่องไวมาก




(46) บางต้น ติดลูกแค่ล่าง ๆ แต่ข้างบน ดอกกลายเป็นดอกตัวผู้ทั้งหมด ตอบไม่ได้ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร ....รูปมืดไปหน่อย (รอแก้ไขใหม่ครับ)



(47)


(48 )

(47 – 48 ) หลายต้นแตกกะโดงข้าง ต้นไหนลูกดก ลักษณะดี รอให้กิ่งยาวอีกหน่อย ผมจะตอนขยายพันธุ์



(49)


(50)


(51)

(49 – 51) บางต้นลูกดก บางต้นลูกไม่ดก เป็นเพราะ ?....ดิน น้ำ อุณหภูมิ แสงแดด ความสมบูรณ์ของเมล็ดพันธุ์ ฯลฯ



(52)


(53)


(54)


(55)


(56)


(57)



(58 )



(59)



(60)

(52 – 60) บางลูกสั้น บางลูกยาว บางลูกผอม บางลูกอ้วน บางลูกเล็ก บางลูกใหญ่ เป็นเพราะ ? ความสมบูรณ์ของเมล็ดพันธุ์ ...ปฏิกิริยาที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางพันธุพันธุกรรม หรือการกลายพันธุ์




(61) บริเวณขั้วเกิดรอยไหม้ ผิวแห้ง ดำ แต่ส่วนอื่น ดีปกติ ผลเกิดจาก ? ข้อสันนิษฐานของผม น่าจะเกิดจาก โดนละอองยา RED DOG ตอนที่ลูกยังเล็กเพียงบางส่วน ลูกไม่ร่วงหล่น จึงเจริญเติบโตมาถึงวันนี้ เลยกลายเป็นแบบนี้





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 03/10/2013 8:30 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง ..ตอนที่ 4 – 4 ปลูกกล้วย ตะไคร้ ริมทาง

เรื่องนี้ผมเคยนำเสนอมาแล้วครั้งหนึ่ง ในล้มสวนทำนารุ่นที่ 4 แต่ท่านอาจารย์ พงษ์เทพ ฯ ท่านขอให้กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับการปลูกพืชผักต่าง ๆ (แบบคนไม่บ้าไม่กล้าทำ)ริมคันนา หรือ ริมถนน หรือบริเวณที่รกร้างว่างเปล่า เพื่อสะดวกในการค้นหา ผมจึงขอนำมารวมไว้ ณ กระทู้นี้อีกครั้งหนึ่ง ซึ่งก็จะมีอะไรใหม่ ๆ เช่นการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อหรือการปั่นตาพืชบางอย่าง เพิ่มเติมเข้ามาด้วย

ระยะนี้ผมจะนำเสนอให้เพื่อน ๆ ได้แนวคิดคิดว่า ตามหัวไร่ปลายนา หรือแม้กระทั่งริมถนนที่ผ่านหน้าที่ดิน หน้าบ้านของเรา หรือจะเป็นที่ดินริมถนนทั่ว ๆไป หรือที่ดินที่รกร้างว่างเปล่า ถ้าเราปลูกพืชที่ไม่ต้องดูแลรักษาและไม่ต้องการน้ำมากนัก ...แต่สามารถสร้างรายได้เสริม โดยที่แทบไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ลงแต่แรงหักร้างถางพง แล้วลงมือปลูกเท่านั้น

สำหรับคนขยันน้อย(ผมไม่ได้บอกว่าคุณขี้เกียจนะครับ) ปลูกแล้วจะให้เทวดาเลี้ยง หรือให้นางฟ้าดูแลให้ก็ได้ หรือจะฝากน้องกุมารทองช่วยดูแลก็ได้อีกนั่นแหละ ปลูกแล้ว....ปล่อยทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ก็ได้.... ปุ๋ย ยา จะให้ก็ได้ ไม่ให้ก็ได้.... ถ้าให้ปุ๋ย ผลก็ออกมาดี จะเอาไปแจกหรือให้ใครก็ดูสวย เอาขายก็ได้ราคา ถ้าไม่ให้ปุ๋ยผลก็ออกมาด้อย จะไปแจกไปให้ใครก็ไม่กล้า จะขายก็จะได้ราคาต่ำ เป็นเรื่องธรรมดา มีต้นอะไรบ้างที่สามารถปลูกได้ริมถนน.....แยะแยะ ติดตามต่อไปครับ




(62)



(63)

(62 – 63) กล้วยของผมปลูกอยู่ริมถนน มันก็งอกงามดี แต่ผมรดน้ำ ให้ปุ๋ยสูตรลุงคิมตามเรื่องตามราว คือปุ๋ยเหลือก้นถัง ก็เอาน้ำเติมลงไป เดินพ่นเข้าไปในยอดบ้าง ลงดินบ้าง ถึงเวลามันก็ออกลูกออกเครือ และมันเป็นเรื่องตลกครับ ผมรดน้ำพ่นปุ๋ยต้นกล้วยที่ผมปลูกริมถนน คนข้างบ้านเค้าตะโกนบอก ..

..เฮ้ย ทิดแดง เอ็งจะบ้าเรอะ ปลูกกล้วยใครเค้ารดน้ำให้ปุ๋ยกันวะ ปลูกทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ก็ได้กินลูกแล้ว..
ผมตอบโดยไม่ต้องคิดก็ข้ามันคนบ้า คนไม่บ้าไม่ทำโว๊ย เอ็งไม่รู้
เรอะ .....






(64) ลุงคิมพูดจนปากจะฉีกถึงใบหู... ปลูกพืช ดินต้องมาก่อน.. จากนั้นจึงค่อยบำรุงรักษา รดน้ำพรวนดินให้ปุ๋ย...แล้วกล้วยเค้าไม่ต้องการน้ำ ไม่ต้องการอาหาร ไม่ต้องการ การบำรุงรักษาหรือครับ....ว่ากันไป ...จากการที่ผมบำรุงดินก่อนปลูก รดน้ำ ให้เศษปุ๋ยเหลือ ๆ ก้นถัง กล้วยที่ออกเครือมา เครือนี้ 12 หวี(ขายไปแล้ว 300 บาทเหนาะ ๆ) นี่แหละครับ คนไม่บ้าไม่ทำ ขอบคุณคำขวัญนี้จริง ๆ ...มาจากป้า Hans Mayer จาก ซาอุดร ครับ เย้...




(65)



(66)



(67)



(68 )



(69)



(70)



(71)



(72)

(65 – 72) จากวันนู๊น วันที่ผมหลงทางไปโพธาราม... เมื่อผมกลับมาถึงบ้าน วันรุ่งขึ้นผมก็ปลูกกล้วยริมถนน แล้วก็แนะนำนัอง ๆ สามสี่คนให้ลองทำดู(เฮ๊ย มาปลูกแข่งกันโว๊ย).. จนถึงวันนี้ กล้วยที่ผมปลูกออกปลี ตกเครือมาแล้ว และเพื่อนสองสามคนที่ปลูกไล่เลี่ยกันก็ออกปลี ออกเครือแล้วเหมือนกัน
..........และขอบอก ไม่น่าเชื่อว่า หัวปลี เวลานี้ตลาดนัดขายหัวละ 20 บาท ผมฟังแล้ว สะดุ้งมาร เพราะแต่ก่อนเคยทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่มีค่า ...แบบนี้ตัดหัวปลีครั้งละ 100 หัว ขอหัวละ 10 บาทพอแล้ว ...จะกินก๋วยเตี๋ยวผัดไทย หรือ กินหมี่กะทิ ถ้าไม่มีหัวปลีแนม อย่ากินซะดีกว่า




(73)



(74)



(75)

(73 – 75) กล้วยแต่ละเครือ 8 – 10 หวี ....ยังไม่ทันที่ผมจะบอกว่า ....ปลูกแล้วจะไปขายที่ไหน.....มีแม่ค้ามาหาถึงบ้าน

..ขายให้ฉัน ๆ เหมาหมดเครือสั้น ยาว ให้ราคาเครือละ 100 ..ถึงเวลาฉันมาตัดเอง
.ขออภัยคนสวย ผมยังไม่รับปากนะครับ ....

โห เจ๊จ๋า ...ผมขายตลาดล่าง(ตลาดนัด)หรือวางขายสาวพม่า ที่สามแยกปากหมา ไม่ต้องไปไกล ก็ได้หวีละ 20 – 25 เหนาะ ๆ .... ถ้าขายตลาดบน(ตลาดศาลายา) ไซ้ส์ขนาดนี้ หวีนึง 30 – 40 บาทแล้วจ้า(ถามลุงคิมดูได้เลยจ้า – เลียนแบบไอ้หนูหริ่งชอบพูด จ๊ะ จ๋า )





(76) สองคนยลตามช่อง ...แต่นี่คนเดียว มองผ่านอุโมงค์ เอ๊ะอะไร นั่นอะไร มีอะไร ต้นอะไร ..อ๋อ ต้นเท่าครก ใบปรกดิน ต้น..ตะไคร้จ้า ถ้าปลูกริมถนน ยาว 1 กม ปลูกข้างละ 3 แถว ๆ ละ 1000 กอ 2 ข้างก็ 6 แถว 6000 ขายยกกอ ๆ ละ 10 บาท เป็นเงินเท่าไหร่...ไม่ใช่เรื่องเพ้อฝัน ถ้าคุณทำได้ และ มีความบ้า กล้าที่จะทำ




(77)



(78 )

(77 – 78 ) ปลูกตะไคร้ยากมากเลย (คนตาบอดยังปลูกได้เลยคุณ) แต่ก็มีนะที่บางคนปลูกตะไคร้แล้วแห้งตาย..ก็ว่ากันไป

....ขุดหลุมกว้างซัก 1 คืบมือกว่า ๆ พรวนดินซะหน่อย เอาต้นตะไคร้ที่ซื้อมาจากตลาดนั่นก็ได้ ตัดยอดให้สั้นลงอีกหน่อย เหลือให้ยาวจากโคนขึ้นไป 1 คืบมือ ไม่ต้องชำให้ออกรากก่อน เสียเวลา จับมันจิ้มลงไปในหลุม ๆ ละ 1 ถึง 3 ต้น กดดินหรือเหยียบให้แน่น ...แต่ผมชอบปลูกหลุมละ 1 ต้นหรือเรียกให้โก้หน่อยก็เรียกว่า ปลูกตะไคร้ต้นเดี่ยว แตกกอดีเป็นบ้า แบบปลูกข้าวต้นเดี่ยวนั่นแหละ

....จิ้มลงไปแล้วก็กดดินให้แน่น เอาน้ำรดซะหน่อย ใหม่ ๆ รดวันละครั้งเดียว เช้า หรือเย็นก็ได้ พอมันแตกใบ ก็สอง-สามวันรดครั้ง ต่อ ๆ ไปถ้าขยันน้อย ก็อาทิตย์ละครั้ง ถ้าขยันมาก จะให้เทวดาเลี้ยงหรือให้นางฟ้าดูแลให้ก็ได้(แบบในรูป 77 นั่นแหละใช่เลย) หรือถ้ามี เศษปุ๋ยลุงคิมเหลือ ๆ ก้นถัง ฉีดโคน ปื๊ด ๆ พอแล้ว เอาสมุนไพรผสมลงไปด้วยเพื่อป้องกันหนอนกอ ..

..แล้วขอเตือน ใครที่ปลูกตะไคร้แล้วชอบหยอด ฟูราดาน เพื่อป้องกันหนอนกอน่ะ ตอนนี้โรงงานน้ำพริก เค้าไม่รับซื้อนะจ๊ะ
...ถ้าเค้าแหวกกาบใบออกดู เจอเกร็ดฟูราดาน สีม่วง แม้แต่เกร็ดเดียว ต่อให้คุณขนมาเป็นตู้คอนเทนเน่อร์ เค้าตีกลับหมดทั้งคัน และชื่อของคุณอาจจะถูกขึ้น Black List –ขายตะไคร้ให้กับโรงงานไหน ๆ ไม่ได้อีกต่อไป ….ถ้าไม่เชื่อ ลองดูก็ได้ โรงงานน้ำพริกแม่ประนอม อยู่ริมถนนปิ่นเกล้า-นครชัยศรี ขาออกซ้ายมือ ระหว่างถนนพุทธมณฑลสาย 3 กับสาย 4




(79)



(80)



(81)

(79 – 81 ) อันนี้เป็น ตะไคร้ตามแนวคันดินร่องน้ำเข้านา เป็นรำไพ่ของทิดคต สามีเจ๊ใหญ่ ในรูปจะเห็นมีคนกำลังแบกถุงปุ๋ยใส่ตะไคร้ที่ตัดเอาไปตัดแต่งทำสวย เพื่อมัดกำต่อไป ส่วนแปลงที่มีซาแรนแขวนกะรุ่งกะริ่ง ในรูป 81 เป็นแปลงผักชีฝรั่งของเจ็ใหญ่แก ตากดินเพื่อเตรียมหว่านเมล็ดครับ เห็นเดินบ่นพึมพำ ๆ .......ฝนตกทุกวัน ดินกูไม่ต้องแห้ง หว่านไม่ได้ซักที….




(82)



(83)



(84)

(82 – 84) ใหม่ ๆ หมาด ๆ วันที่ 14 กย.56 นี่เอง กล้วยน้ำว้า 1 เครือ 12 หวี กล้วยหอม 1 เครือ 6 หวี ...ผมไม่รู้จะไปขายที่ไหน ...ก็เลยบรรทุกสาลี่ ยกไปตลาดนัดมันทั้งยวงแบบนี้แหละ พอดีเจอร้านแม่ค้าคนรู้จักกัน..

.. ขอน้าแขวนดูเล่นหน่อยวะ ..
.. เอาเลยน้า โอ้โอ กล้วยสวยจังเลย แล่นตัดมาทั้งยวงเลยนะเนี่ย ยังกะเอาไปทอดผ้าป่า....

แขวนเสร็จยังไม่ทันจะนั่ง มีชายหนุ่มเดินลงจากรถ BMX

.....สองเครือนี้เท่าไหร่ครับ ....
....รูปหล่อซื้อหรือใครซื้อ ....
ไม่ตอบแต่ชี้มือไปที่รถ คนนั่งข้างในเปิดกระจก เป็นสุภาพสตรีวัยทึมทึกหน้าตา เฒ่าแก่เนี๊ยะ ส่งยิ้มมาให้...

...สองเครือนี่ขอ 600 จ้า....
ชายหนุ่มเดินกลับไปที่รถ เดินกลับมาพร้อมเงิน 600 ... ผมเอาใส่สาลี่เข็นไปท้ายรถ ช่วยกันยกขึ้นรถ.หนักดีเหมือนกันว่ะ....ผมบอกว่า ....

....ท่านครับ กล้วยหวีนี้มันมีลูกแตกอยู่ครับ....
....กล้วยสวน แก่จัดก็แบบนี้แหละ ไม่เป็นไรจ๊ะ....

ผมบอกคนรถว่า..
...เดี๋ยวรูปหล่อรอน้าแป๊บนึง....
ไม่เห็นยาก ใส่ถุงแถมให้อีก 2 หวี
...อันนี้น้าให้รูปหล่อนะ ...
เค้ายกมือไหว้ผม ยิ้มหล่อเลยแหละ ขอบคุณผม ก็แค่นั้น ของเราเอง ซื้อ 1 แถม 1 ยังได้ (ซื้อ 1 หวี แถมถุง 1 ใบจ้า)

เป็นไงล่ะ ลุงคิมบอกว่า การเกษตรว่ายากแล้ว แต่เทคนิคการตลาดยากที่สุด ....ถ้าผมชำแหระออกเป็นหวี ขายหวีละ 20 กว่าจะขายหมด 12 หวี ปิดตลาด 6 โมงเย็น อาจจะขายไม่หมด บอกแล้ว คนไม่บ้าไม่กล้าทำ

...แขวนขายมันทั้งเครือนี่แหละวะ มันดูสะดุดตาดี ยังไง ๆ ก็ต้องขายได้ ถ้าคุณ BMX ไม่มาซื้อ เดี๋ยวแม่ค้ากล้วยปิ้ง แม่ค้ากล้วยแขก ก็ต้องซื้อเพราะเป็นกล้วยสวน กล้วยมะลิอ่อง ไส้เหลือง ปิ้งกินอร่อยตายโหงเลย

กล้วยเครือนี้ 12 หวี ถ้าคนกันเอง กล้วยของเราเอง 200 ก็ขายแล้ว แต่ BMX มาซื้อแสดงว่าคนมีกะตังค์ บอก 300 ไม่ต่อซักคำให้ยกขึ้นรถเลย

ผมเอาเปรียบลูกค้ารึเปล่า...มันเป็นเทคนิคการตลาดครับ เมื่อผมบอกราคาไป 300 เค้าไม่ต่อราคา แสดงว่าเค้าพอใจราคานี้ หรือไม่ก็เค้าเคยซื้อราคาแพงกว่านี้...คุณว่ามั๊ย...





(85) คุณจะเป็นกล้วยวัยไหนก็เลือกเอานะครับ ยังขาดไปนะ กล้วยตาก กล้วยเชื่อม กล้วยบวดชี และกล้วยฉาบ ....กล้วยฉิ่งมีป่ะ ครับลุง...... กล้วยบวดชี ผมไม่ค่อยชอบ ถ้าเป็นกล้วยสึกชีละก็บอกมาเลย จะเอารถไปรอรับที่หน้าโบสถ์ เอาไปส่งบ้านเค้าน่ะครับ ...โห คิดมากไปได้แน่ะ...




(86)



(87)



(88 )

(86 – 88 ) ปลูกกล้วย ยากมั๊ยครับ..หลับตาปลูกยังขึ้นเลยครับ..ทีนี้คุณจะปลูกเอาเครือ หรือเอาหน่อ ล่ะ


ถ้าจะเอาเครือ
ขุดหลุมกว้างซักประมาณ 1 แขน ขุดให้ลึก ๆ ลึกแค่ไหน ถ้าหน่อเล็กก็ลึกแค่ศอก ถ้าหน่อใหญ่ก็ลึกศอกมือกว่า ๆ

ถ้ามีขี้เลนข้างร่อง
ก็ตักขี้เลนใส่ก้นหลุม ใส่มากแค่ไหน ...เคยเห็นถังหิ้วปูนก่อสร้างมั๊ยครับ ก็ประมาณนั้นแหละ แต่ผมจะใช้ แครง สำหรับรดน้ำ(รู้จักแครงสำหรับชาวสวนเค้าใช้ตักน้ำรดต้นไม้หรือเปล่า ถ้าไม่รู้จักก็แล้วไป ขี้เกียจบรรยาย ก็คล้ายกระบวยตักน้ำนั่นแหละ แต่มันใหญ่ประมาณหม้อมือจับที่ใช้ต้มโจ๊ก) ตักขี้เลนในร่องขึ้นมา 2 แครงพอแล้ว เอาหน่อกล้วยลงวางในขี้เลน ...

ถ้าไม่มีขี้เลน
แบบอยู่บ้านจัดสรร ก็ไม่ต้อง ให้ใช้น้ำประปาที่รองทิ้งเอาไว้ (น้ำประปาใหม่ ๆ จากก๊อกไม่ดี มันมีคลอรีน รากจะกุดสั้นไม่เจริญ กล้วยจะ จ๋องกรอด ซังกะตายอยู่แบบนั้น) เทน้ำใส่ลงก้นหลุม เอาหน่อกล้วยลงวาง

..ถ้าหน่อมันใหญ่
ก็ตัดออก กะประมาณว่า เมื่อกลบดินแล้วให้หน่อมันพ้นดินขึ้นมา 1/3 หรือ 1 ใน 3 ส่วน เอาดินกลบซักค่อนหลุม ใช้ตีนเหยียบให้ดินแน่นหน่อย ถ้ามีสวะหรือผักตบชวา ดึงขึ้นมาซักกอสองกอ สับ ๆ ๆ ๆ คลุมหน้าดินโคนต้นกล้วย ถ้าไม่มีก็เอายอดหน่อกล้วยที่ตัดออกนั่นแหละ ตัด แล้วก็สับ ๆๆๆๆ ให้มันสั้นลง หรือตัดหญ้าสด ๆ ก็ได้ เอาคลุมหน้าดินเอาไว้

..ทำวิธีนี้ จะไม่ต้องรดน้ำเป็นเดือน แล้วต้นและเครือมันจะใหญ่จนถึงหน่อรุ่นที่สามหรือสี่ ...ทั้งนี้เนื่องจาก กล้วยจะแตกหน่อสูงขึ้นเรื่อย ๆ จนถึงถ้า เมื่อหน่อพ้นดินเมื่อไหร่ เครือจะเล็กและสั้นจุ๊ดจู๋
เวลาตัดหน่อก็ให้ตัดเฉียงเป็นปากปลาฉลาม ...จะฉลามบก หรือฉลามทะเลก็ตามใจ ถ้าตัดตรง ๆ ยอดมันจะเน่า แต่ก็อาจไม่เสมอไปนะครับ ถ้าฟลุ๊คอาจไม่เน่าก็ได้ ถ้ายอดไม่เน่า มันก็จะโตช้า เพราะอะไร ?
เพราะว่าต้นกล้วยมีน้ำมาก พอเราตัดยอดปุ๊บ ตั้งทิ้งเอาไว้ มันจะมีน้ำล้นออกมาจาก รู กาบตรงรอยตัดตลอดเวลา ทีนี้กาบรอบนอก มันใหญ่กว่ากาบด้านใน น้ำรอบนอกมันก็ไหลออกมากกว่าด้านใน น้ำตรงกลางต้น มันไหลออกได้น้อย มันก็ขังอยู่อย่างนั้นแหละ โดนแดดเผาบ้าง โดนเชื้อราบ้าง สามสี่วันก็เริ่มเห็นแล้วว่ามันเริ่มจะเน่า


ทีนี้ถ้าจะเอาหน่อ เพื่อการขยายพันธุ์ ก็ปลูกตื้น ๆ ขุดหลุมลึกแค่ศอกแขนเดียวพอ พอมันแตกหน่อ หน่อแรกเอาไว้ พอหน่อที่ สอง สาม สี่ ห้า หก ออกมา ยาวประมาณ 1 แขนมือ ก็ขุดออกเอาไปปลูก พอต้นแม่ออกเครือ ตัดเครือไปแล้ว ตามที่พ่อ แม่ ปู่ ตา ย่า ยาย เคยสอน ก็จะขุดเหง้าต้นแม่ออก หน่อแรกก็จะกลายเป็นต้นแม่แทน ผมก็ได้รับการถ่ายทอดวิธีแบบโบราณมาแบบนี้

คนโบราณเค้าบอกว่า เจ้าลูกกล้วยนี่ เป็นลูกทรพี ลูกฆ่าแม่ พอออกลูกแล้วต้นแม่ก็จะตาย

สำหรับเหง้าต้นแม่ที่ขุดออก
สมัยก่อนก็ทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ ไม่ได้ทำอะไร เพราะถือว่า พออยู่ พอมี พอกิน พอเพียง พอแล้ว .....เหง้ากล้วยถ้าขุดออกปล่อยทิ้งให้อยู่ปกติ จะอยู่ได้เป็นปี ๆ โดยไม่เน่าไม่เปื่อย เผลอ ๆ ทิ้งเอาไว้ จะมีหน่องอกขึ้นมากลายเป็นต้นใหม่ได้ จะแยกเอาไปปลูกต่อหรือไม่แยกก็ตามใจ ถ้าไม่แยก มันก็จะงอกเป็นต้นขึ้นมา แต่ต้นมันจะผอมกะเหล๋นเป๋นเป็นไม้เสียบผี เวลาออกเครือจะมีหวีเล็ก ๆ แค่หวีเดียว อย่างมากไม่เกินสองหวี ชาวสวนจะปล่อยทิ้งไว้จนมันสุก เป็นอาหารของนกหนู เป็นสังคมของการแบ่งปันโดยแท้

แต่สมัยนี้เป็นยุคที่ต้องทำเกษตรแบบอุตสาหกรรม เหง้ากล้วยที่ขุดทิ้ง เอามาตัดต้นออกให้เหลือแต่เหง้า ล้างให้สะอาด ปล่อยทิ้งให้แห้ง มันไม่แห้งสนิทหรอกครับ เพราะกล้วยมีน้ำ เอาเป็นว่าพอแห้ง จากนั้นก็มาดูที่เหง้า มันจะมีตุ่มตา ที่จะเจริญเป็นต้นกล้วยได้ เค้าก็เอาเหง้ามาผ่า ตัดเอาเฉพาะบริเวณที่เป็นตุ่มตา แช่น้ำยาป้องกันเชื้อราซะหน่อย หรือไม่ก็เอาปูนแดงที่กินกับหมากทาให้ทั่ว ทิ้งไว้ให้ปูนแห้ง ก็เอาไปชำในขี้เถ้าแกลบ หรือขุยมะพร้าว บังร่มให้ซะหน่อย หลับ ๆ ตื่น ๆ ลืม ๆ ซะไม่กี่วัน มันก็จะงอกกลายเป็นต้นเล็ก ๆ ขึ้นมา ก็เอาใส่ถุงดำชำเอาไว้ พอโตซัก 1 ศอกแขนก็จะเอาไปปลูก หรือเอาไปขาย ก็ไม่มีใครว่า

ผมปลูกกล้วยก็ปลูกวันละ สี่ห้าต้น ปลูกไปเรื่อย ๆ เดือนหนึ่งก็ได้แล้ว 100 กว่าต้น
ถ้าจะปลูกกล้วยน้ำว้า หรือจะเรียกให้เต็มยศก็ต้องเรียกว่า กล้วยน้ำละว้า สายพันธุ์ดีก็จะมี มะลิอ่อง, กาบขาว, ปากช่อง 50 (แต่ ณ ปัจจุบันวันที่ผมเขียนกระทู้นี้ 3 ตค.56 กล้วยน้ำว้าพันธุ์กาบขาวกำลังฮิต ผลิตต้นออกไม่ทัน ) จะปลูกพันธุ์ไหน ให้ปลูกพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่งเพียงอย่างเดียวนะครับ อย่าปลูกปนกัน ถ้าปลูกปนกัน เครือรุ่นที่สามที่ออกมา คนซื้อจะเอากล้วยมาขว้างหน้าคุณไม่รู้ด้วยนะครับ เพราะกล้วยมันจะมีเมล็ด




(89)



(90)

(89 – 90) ถ้าจะปลูกพันธุ์ใดพันธุ์หนึ่งจำนวนมาก ปลูกเป็นสิบ เป็นร้อยไร่ ซื้อหน่อเค้ามาปลูก ถ้าเงินไม่หนาคุณก็หัวโต หน่อละ 45 – 60 บาท แล้วโอกาสที่จะได้หน่อกล้วยที่มีสายพันธุ์อื่นที่ไม่ต้องการปลอมปนมาเป็นไปได้สูง ยังไง ๆ ก็มีปน ถ้าจะให้ชัวร์ก็ต้องใช้กล้วยปั่นตาหรือที่เค้าเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ เค้าใส่ขวดเอาไว้ตามรูปข้างต้น ขายต้นละ 8 บาท 1 ขวดมี 40 ต้น ก็ 320 บาท ไม่รวมค่าส่งนะจ๊ะ





(91) ........อ้อครับ นอกจากนี้ ยังมีกล้วยยอดนิยมอีกอย่าง คนอยู่บ้านจัดสรรชอบมาก ๆ คือกล้วยหอมแคระ ต้นสูงไม่ถึงฟุตตามรูปนี้ 500 – 800 บาทจ้า...

ใครอ่านแล้ว ใครคิดได้ก็จำเอาไปทำนะครับ ใครคิดไม่ออก ก็ดักดานจมปลักอยู่ในกองหนี้ต่อไป.....มันยากนักหรือครับ ปลูกกล้วย ปลูกตะไคร้ ปลูกโหระพา กระเพรา ยังมีมะเขือพวงอีกอย่าง ...พืชพวกนี้ ปลูกริมถนนได้สบายมาก เงินทั้งน๊าน อยู่ที่ว่า คุณบ้าพอที่จะกล้าทำหรือไม่เท่านั้นแหละ.

..แต่ผมเคยได้ยินมานะครับ ปลูกตะไคร้ ห้าหกสิบหลุม งอกเป็นต้นแค่ 3 หลุม นอกนั้นตายหมด ผมฟังแล้วก็เง็ง เอาตะไคร้เหี่ยว ตะไคร้แห้งมาปลูกรึเปล่า ไม่รู้ซินะครับ....ก็ว่ากันไป


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 03/10/2013 12:22 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม เพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง ตอนที่ 4 - 5 ปลูกกระเพราไม่ยาก – เรื่องเก่าเล่าใหม่

กระเพรา ถือเป็นพืชผักทำเงินไม่น้อยกว่าพืชผักอย่างอื่นของชาวสวนผัก ไปที่ไหนก็ตาม หิวข้าวเมื่อไหร่ เข้าร้านอาหารตามสั่ง ที่ได้ยินบ่อยที่สุดแม้แต่ฝรั่ง หรือแม้แต่อาหารกล่องที่แจกบนรถทัวร์ จะสั่งข้าวผัดกระเพราไข่ดาว ...ยังไม่เคยได้ยิน ข้าวผัดโหระพาไข่ดาว

กระเพรา มีสองสายพันธุ์ กระเพราแดง กระเพราขาว
เคยได้ยิน หรือรู้จัก กระเพราทั้ง ๕ มั๊ยครับ มีสรรพคุณใช้ทำยาซึ่งได้จาก ราก ต้น ใบ ดอก เมล็ด ของต้นกระเพราแดง

กระเพราะ ปลูกง่าย ตายยาก(เหมือน ผบ.ทบ.หรือเปล่าครับ แก่ง่าย ตายช้า ฯลฯ) กระเพราหลับตาปลูกยังขึ้นเลยครับ เป็นพืชผักที่ อดทนมาก ๆ ทนต่อทุกสภาพกาลอากาศ ทนร้อน ทนแล้ง ทนหนาว ทนฝน ปลูกครั้งเดียวหรืองอกขึ้นมาเอง จะทนอยู่ได้เป็นปี ๆ จะงอกงามเจริญมากน้อยแค่ไหน อยู่ที่การบำรุงรักษา พอต้นโทรม ตัดต้นให้ติดดินเลย รดน้ำให้ซักหน่อย อีกไม่กี่วันก็จะแตกยอดใหม่ออกมางามเหมือนเดิม ตัดยอดได้อีกแล้ว





(92) กระเพรางอกขึ้นได้ทุกที่ ในรูปนี้ งอกขึ้นในดินที่ แห้ง แข็ง ริมถนน ด้านล่างเป็นลูกรัง ด้านบนที่เห็นเป็นหินคลุก น้ำไม่เคยรด อาศัยน้ำค้างยามค่ำคืน คนที่ปลูกบอกว่า ไม่เคยรดน้ำ ไม่เคยให้ปุ๋ยทางดิน พ่นแต่ปุ๋ยทางใบ 15 วันครั้ง ต้นนี้ตัดมาแล้ว สองมีด (สองครั้ง)




(93)



(94)



(95)



(96)



(97)



(98 ) กระเพราแดง



(99) กระเพราแดง

(93 – 99) กระเพราขึ้นง่าย ทนทานมาก รูปนี้งอกจากรอยปูนแตกข้างร่องระบายน้ำ บนดินแห้ง ไม่ได้ดูแลอะไรเลย ปล่อยตามธรรมชาติก็งอกงามอยู่ได้





(100) ต้นกระเพราแดง




(101)




(101 – 102) ช่อดอก และเมล็ดกระเพราที่อยู่ในเยื่อหุ้มเมล็ด คุณต้องการจะหว่านตรงไหน รูดดอกออกจากก้านดอกจับเอากำใส่มือ หลับตา หว่านลงไปเลย อีกไม่เกิน 2 อาทิตย์ จะมีต้นเล็ก ๆ งอกขึ้นมา หว่านแล้วถ้ามีฝักบัวก็เอาน้ำใส่เดินรดซะหน่อย ไม่มีก็ไม่ต้อง ผมหว่านแล้ว ไม่เคยรดน้ำ แม้กระทั่งไม่ได้หว่าน มันก็งอกขึ้นเองเป็นดงเป็นดาน

การปลูกกระเพรา เขียนแบบไม่เป็นวิชาการ ก็มีแค่นี้




(103)



(104)

(103 – 104) ต้นโหระพาที่เมล็ดถูกการอาบรังสีเพื่อทำหมัน ปลูกได้ครั้งเดียว ตอนที่ออกมาขายใหม่ ๆ คนปลูกกันแยะมาก เพราะใบใหญ่ น้ำหนักดี ตัดได้ไม่เกินสามมีด ก้านจะสั้นลง เวลาออกดอกจะเป็นพุ่มแบบนี้ มีแต่ดอก ไม่มีเมล็ด การขยายพันธุ์แบบประหยัด ใช้วิธีปักชำยอด แต่จะตัดได้มีดเดียว หรือไม่เกินสองมีด
ปัจจุบัน ตลาดไม่ต้องการ เพราะใบกลิ่นไม่ฉุนเหมือนโหระพาพื้นเมืองดั้งเดิม ใส่แกงจะเหม็นเขียว กินกับลาบ น้ำตก ไม่อร่อย




(105)



(106)

(105 – 106) โหระพาพื้นเมือง กลิ่นหอม ฉุน ก้านยาว ตัดยอดได้ประมาณ 5 – 6 มีด ก้านดอกยาว เมล็ดแยะ การเก็บเมล็ดพันธุ์ ต้องเก็บขณะที่ดอกยังไม่แห้ง เอามาตากแดดให้แห้งแล้วใช้วิธี นวด (จับขยำ ๆ ให้เมล็ดร่วงลงมา ปกติจะขยำในกะละมัง....ถ้าเก็บจากดอกที่แห้ง เมล็ดจะน้อยเพราะเมล็ดร่วงหล่นไปหมดแล้ว


รูปชุดต่อไป เป็นเรื่องเก่าเล่าใหม่ ตามที่ท่านอาจารย์ พงษ์เทพฯ ขอให้นำมารวมไว้ในกระทู้เดียวกัน เพื่อสะดวกเวลาค้นหา ขออภัยต่อท่านที่เคยอ่านมาแล้วต้องมาอ่านซ้ำด้วย นะครับ(มีแก้ไขเพิ่มเติมบ้างเล็กน้อยครับ)




(107)



(108 )

(107 – 108) ปกติชาวนาและชาวบ้านแถวบ้านผมปลูกกล้วยแล้วปล่อยทิ้ง.เลย ปล่อยให้เทวดาช่วยเลี้ยง มันก็ออกเครือครับ แต่มันเป็นอย่างที่เห็น ลูกเล็ก เครือสั้น ผมคิดว่าพวกเค้ามองข้าม โดยคิดว่าเป็นสิ่งไร้ค่า ไม่มีราคา หรือมีก็เพียงเล็กน้อย จึงไม่สนใจเท่าที่ควร ถ้าคนมีที่นา 20 ไร่ ถึง 100 ไร่ขึ้นไป ปลูกกล้วยรอบที่นาจะได้เงินเพิ่มมาอีกเท่าไหร่ แค่เครือละ 50 บาท ที่ 100 ไร่ ปลูกกล้วยรอบได้เป็นหมื่นกอ จึงเท่ากับว่า แต่ละปีพวกเค้าทิ้งเงินไปไม่ใช่น้อย โดยที่ความมุ่งหวังคือผลผลิตจากข้าวที่จะได้รับเท่านั้น ทุกวันนี้ก็เป็นอย่างนั้น หว่านข้าวแล้ว ถึงเวลาก็หว่านปุ๋ย ฉีดยา เวลาว่างก็ไม่ได้ทำอะไร

....แต่ผมเป็นลูกชาวสวน ได้เห็นสิ่งที่ผู้ใหญ่ทำให้เห็นตั้งแต่รุ่นปู่ย่าตายาย ว่า ชาวนสวนหยุดนิ่งไม่ได้ ต้องทำตลอด พืชผลในสวนทุกอย่างจะต้องเอาไปขายแลกเปลี่ยนเป็นเงินได้แทบจะทุกอย่าง ต้องเก็บเล็กผสมน้อย เก็บออมทีละนิด ตั้งแต่ของที่อยู่ใต้ดิน (ขิง ข่า เผือก มัน ฯลฯ )ไปจนถึงของที่อยู่บนยอดไม้ (ดอกขี้เหล็ก, ดอกสะเดา ดอกขจร ฯลฯ)

ผมเคยบอกแล้วว่า ผมอยู่ในสวน ผมไม่จำเป็นต้องมีเงินซักบาท ขอเพียงให้มีข้าวสาร เกลือ มีน้ำตาล มีน้ำสะอาดให้ผม ๆ อยู่ได้สบายมาก ในน้ำยังพอมีปลา บนฟ้ามีนก แม้กระทั่งในกอปรือ มีนกกวัก บางครั้งในกอหญ้า มีไข่นกเป็ดน้ำ มีไข่เต่า ...ผลไม้มีกล้วย มีมะพร้าวน้ำหอม แค่นี้ผมอยู่ได้ไม่อดตาย

ตอนที่น้ำท่วมปลายปี 2554 กว่าสองเดือนครึ่ง มีเพียงข้าวสารอาหารแห้งพอสมควร ผมอยู่ได้สบายไม่เดือดร้อน ถุงยังชีพที่เทศตูมมาแจก มีข้าวก้นโกดังสีหม่น ๆ เหม็นสาบ หุงให้หมา ๆ ยังไม่กิน มีปลากระป๋องหมดอายุ มีนมข้นตรานกกระปูด ตรานี้ไม่เคยเห็นมาก่อนเปิดออกมา สีขาวขุ่น กลิ่นอับ ๆ บอกไม่ถูก ของกินทุกอย่างในถุงที่เอามาแจก แหลกม่ายล่าย ที่ใช้ได้มีเทียนไข 2 ห่อ ไฟแช็ค 2 อัน
ผมดักตาข่ายหน้าประตูบ้าน เดี๋ยวก็ได้ปลากินแล้ว มีปลานิลตัวละประมาณ 1 กิโล กินกับน้ำพริกทุกมื้อ ปลาทอด ปลานึ่ง ปลาอบ วันละ 3 มื้อ กินปลาจนเบื่อปลามาจนถึงทุกวันนี้ น้ำท่วมเกือบถึงคอ พายเรือออกไปเก็บผักบุ้ง ผักปอด ผักที่ขึ้นในน้ำที่กินได้หลายอย่างเอามาต้มจิ้มน้ำพริก

...มีน้ำมันทอดปลาด้วยหรือ มีครับ พายเรือไปเก็บมะพร้าวแห้งมาปอกแล้วขูดคั้นเป็นกะทิ เอามาเคี่ยว เดี๋ยวก็ได้น้ำมันมะพร้าวมาใช้แล้ว ทอดปลาหอมดีกว่าน้ำมันพืชอย่างอื่น เอาไฟที่ไหนทำอาหาร ผมเตรียมแก๊สไว้ 3 ถัง ตั้งแต่น้ำท่วมจนแห้ง ใช้แก๊สยังไม่ถึงถัง




(109)



(110)

(109 – 110 ) กล้วยสองต้นนี้ให้นางฟ้าช่วยดูแล เครือยิ่งสั้นเข้าไปใหญ่..แต่แม้จะเครือสั้นขนาด สาม สี่หวีนี่ถ้าขายเองก็จะได้ 30-40 บาทแล้วครับ แต่ถ้าขายก็คงโดนด่า เพราะเป็นกล้วยไส้แดง กินมันฝาดครับ





(111) กล้วยต้นนี้ เป็นหน่อลูก ที่แตกหน่อจากต้นแม่เป็นหน่อแรก ทำไมออกลูกเร็วจัง ทั้งที่ต้นแม่ลูกเพิ่งจะแก่ มันเป็นวิธีการหรือภูมิปัญญาของชาวสวนรุ่นโบราณที่จะทำให้หน่อลูกออกเครือไล่ ๆ กับหน่อต้นแม่ครับ

วิธีการ ไม่เห็นจะยาก แค่ภูเขาบังเส้นผม .... ก็พอหน่อแม่เริ่มแตกเนื้อสาว มันก็จะมีหน่อลูกออกมา พอหน่อลูกยาวซักเกือบเมตร ก็แทงเพื่อแยกหน่อเหมือนกับจะเอาไปปลูก แต่ไม่ขุดออก เอาทิ้งไว้อย่างนั้น ต้นลูกก็จะแยกเป็นอิสระ มันก็ไม่ต้องพึ่งน้ำเลี้ยงจากต้นแม่ กลายเป็นกล้วยสองต้น ไม่เกี่ยวกัน ต่างก็เจริญเติบโตเป็นอิสระ แล้วก็จะตกเครือในระยะเวลาที่ไม่นานนัก






(112) นี่คือต้นแม่ ที่ลูกแก่ตัดเครือได้แล้ว และกล้วยกอนี้ ผมให้ลุงคิมดูแล ด้วยการใช้แค่ เศษ ปุ๋ย ของลุงคิมที่เหลือก้นถัง ก็เป็นอย่างที่เห็น .....ไหนใครว่ากล้วยไม่ต้องการปุ๋ย ปล่อยให้เทวดา นางฟ้าเลี้ยงก็ได้กิน...ใช่ครับ มันได้กิน แต่คุณภาพ และรสชาดล่ะครับ อย่างไหนมันจะดีกว่ากัน





(113 ) ตัดเครือมาแล้ว เดี๋ยวลองไปดูกันว่า มีกี่หวี





(114) ขนาดได้กินแค่เศษปุ๋ยก้นถัง ยังได้ถึง 9 หวี แล้วถ้าได้รับเต็มตามสูตรที่ลุงคิมบอก จะซักขนาดไหน....กล้วยกอนี้ ปีเดียว แยกหน่อออกไปแล้วไม่น้อยกว่า 15 หน่อ ทำไมได้มากจัง ก็มันแยกหน่อทิ้งเอาไว้ ก็เหมือนกับมี 2กอ แต่ละกอมันก็แตกหน่อของมัน พอแทงหน่อขึ้นมายาวซักศอกแขน แยกออก ทำแบบนี้แหละครับ

กล้วยทั้งหมดตามรูปที่นำเสนอ เป็นฝีมือที่เจ๊รองแกปลูกครับ รูป 108 – 110 ปลูกแล้วก็ปล่อยตามเวรตามกรรมตามที่เคยทำมา ส่วนรูป 112 – 113 เป็นกล้วยที่แกบอกว่า ได้เครือยาวที่สุดตั้งแต่ปลูกมา (ก็ได้อีตาแดง ศาลายา พ่นปุ๋ยให้น่ะซี๊ ถึงได้แบบนี้) ผมต้องการเปรียบเทียบให้แกเห็นว่า กล้วยที่ได้กินปุ๋ย กับที่ไม่ได้กินปุ๋ย มันแตกต่างกันอย่างไร...




(115)



(116)

(115 – 116) ผมไม่ชอบกินกล้วยสุก ชอบกินห่าม ๆ แล้วก็ต้องปิ้งหรือย่างครับ จะไปยากอะไร ใช้เวลาแค่ไม่ถึง 20 นาทีก็ได้กินกล้วยปิ้งแล้ว
ตอนผมเด็ก ๆ (เดี๋ยวนี้ก็ยังเด็ก ไร้เดียงสาจะตายไป)เคยมีเพลงร้องเล่นเกี่ยวกับกล้วยปิ้งอยู่เพลงนึง ไม่ต้องมีทำนองก็ได้ ว่าไปตามเนื้อที่ผมจะบอกนี้เลย
กระซิบบอกดัง ๆ นะว่า ถ้าใครอยากจีบคนที่ชื่อน้องกล้วยนะครับ จำเอาไปร้องจีบได้เลย รับรองว่า ถ้าไม่โดนด่า ก็อาจโดนสากกะเบือขว้าง ไม่รู้ด้วยนะเฟ๊ย....เนื้อร้องมีว่า

กล้วยปิ้ง กล้วยปิ้ง กล้วยปิ้ง ..ยิ่งกินก็ยิ่งอร่อย ชุบน้ำเกลือนิดหน่อย ยิ่งอร่อยก้อ....ยิ่งกิน ..กล้วยปิ้งกินไม่แสลง กล้วยปิ้งกินไม่แสลง ลูกเด็กเล็กแดงชอบกินกล้วยปิ้ง .ตะละวา...

ร้องซ้ำ ๆ แบบนี้แหละครับ รับรองว่าต้องได้ ....ไม่อะไร ก็อะไรซักอย่าง ผมมีสโลแกน สำหรับจีบผู้หญิงนะ ใครจะจำเอาไปใช้ก็ไม่ว่ากัน

.....ใจกล้า หน้าด้าน ขยันเดิน เงินหนา.....
แต่ลูกชายผมมันบอกว่า....
... เชยแล้วพ่อ สมัยนี้ไม่ต้องเดินจีบให้เมื่อยตุ้ม ...แค่ชายตาให้หน่อย มันตามมาหาถึงในมุ้ง....แต่ผมไม่กล้าทำ.....

...ทำไมวะ ผีมาถึงป่าช้าแล้ว ....
...ลืมซื้อถุงยาง กลัวมันท้อง....

...ทำไมไม่บอกพ่อวะ พ่อมีเป็นกะตั๊ก....

รายการสีสันชีวิตไทย สังคมแห่งการแบ่งปันครับ อะไรดีก็เก็บเอาไป อะไรที่ไม่ดีก็อย่าจำเอาไปใช้ คุยเรื่องน้องกล้วยถึงไหนแล้วล่ะ





(117) ไม่แน่ใจผ่าให้ดูด้านในก็ได้ กล้วยมะลิอ่อง ไส้เหลือง กินดิบก็ออกหวานแล้ม ๆ เค้านิยมเอาดิบใกล้จะห่าม เอาไปสไลด์ เป็นแผ่นบาง ๆ เอาไปทอด แบบกล้วยฉาบ ทอดกรอบแล้วไม่ต้องเคลือบน้ำตาล มันจะกินกรอบ ๆ มัน ๆ มีหวานแล้ม ๆ ลองซื้อกล้วยดิบใกล้ห่ามไปทำดูครับ ...

..แล้วชั้นจะสไลด์เดอร์บาง ๆ ได้ยังไงล่ะยะ...
...โห..คุณตุ้ยนุ๊ยคนสวย ...ที่บ้านน้องหนูมีมีดสองคมสำหรับปอกมะละกอมั๊ยจ๊ะ นั่นแหละตัวสไลด์เดอร์ ราคาถูกแล้วก็ต้องปอกเปลือกกล้วยออก เอาแต่เนื้อมาสไลด์นะจ๊ะ เปลือกกล้วยเอาใส่กระถางต้นไม้ เป็นปุ๋ยเกรด A เลยแหละ ....





(118) เป็นกล้วยมะลิอ่องอยู่ในขวด โดยการ ปั่นตา หรือเพาะเลี้ยงเนื้อเยื้อ ...1 ขวดมี 40 ต้น ขายต้นละ 8 บาท 1 ขวดก็ 320 บาท ยังไม่รวมค่าส่งนะจ๊ะ .

...แล้วจะเชื่อถือได้ขนาดไหนว่าของแท้...
...ขอถามคุณว่า ถ้าคุณเปิดห้องแลบราคาอย่างน้อย ๆ ก็เป็นล้าน ปั่นตาพืชขาย คุณจะยอมเสียชื่อด้วยการทำของปลอมออกมาขาย เพื่อที่จะปิดแลบตัวเองมั๊ยล่ะ ในวงการนี้ ปากต่อปาก ขนาดว่า บอกกันต่อแค่ว่า แลบนี้ฝีมือห่วย สูตรวุ้นไม่แรง ก็เจ๊งแล้วคุณ แล้วถ้าจะบอกว่า ต้นจิ๊ดเดียว ตั้ง 8 บาท ...ก็จะบอกว่า กว่าจะได้ต้นเท่าในขวดนั่น ใช้เวลามาเป็นปีแล้วครับ ..

..ถ้าคิดว่า 8 บาทแพงกับการที่จะได้ของแท้ ก็ไปซื้อ หน่อกล้วยมะลิอ่อง ที่ร้านต้นไม้เค้าวางขายก็ได้ ที่ตลาดนัดแถวบ้านผมก็มี ต้นละ 50 บาท แต่เท่าที่ผมดูแล้ว ต้นนี้ใช่ ต้นนี้ 50/50 ต้นนี้ไม่ใช่แน่ ๆ แต่พูดไม่ได้ครับ เดี๋ยวเค้าจะด่าเอา

เมื่อเอาออกจากขวด ก็เอามาลงถุงดำอนุบาลในที่ร่มหน่อย ทิ้งเอาไว้ เดือนกว่า ๆ ก็เอาปลูกลงหลุมได้แล้วครับ

นอกจากกล้วยมะลิอ่อง ผมเคยบอกแล้วว่ายังมีกล้วยน้ำว้าอีกสองสายพันธุ์ซึ่งนิยมปลูกกันคือ กาบขาว กับ ปากช่อง50 แต่กาบขาวกับปากช่อง50 หาพันธุ์ยาก ตอนนี้ก็มีคนปั่นตากาบขาวออกมาแยะ กำลังนิยม เพราะกายขาวลูกใหญ่กว่า มะลิอ่อง

และมันฟังดูตลก คือยังงี้ครับ พันธุ์กาบขาว เกิดที่บางกระทุ่ม - พิษณุโลก แล้วพันธุ์ปากช่อง50 - เกิดที่โคราช...แต่คนที่ปากช่อง ปลูกกาบขาว ของบางกระทุ่ม แต่คนที่บางกระทุ่ม ดันปลูก ปากช่อง50 ของโคราช เค้าบอกว่า ลูกมันใหญ่ ทำกล้วยตากได้ราคาดี

คงแบบเดียวกับ กาแฟโรบัสต้าทางใต้ เอาไปปลูกบนดอยสูงทางเหนือ หรือยางพาราทางใต้ปลูกไปทั่วประทศไทย แล้วคุณภาพทั้งยางและกาแฟ ดีกว่าทางใต้ซะอีก


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 04/10/2013 5:03 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำไ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง ตอนที่ 4 - 6 ประโยชน์ของกล้วย

ขออนุญาต ลงภาพอันเป็นมหามงคล ก่อนครับลุง




(119)

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ “Nuntdach Makswat” ได้โพสต์ภาพระบุข้อความว่า เมื่อวานนี้ (2 ตุลา 56)พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จประทับเรือรบ ซึ่งจอดอารักขาอยู่บริเวณพระราชวังไกลกังวล ก่อนเรือรบจะจัดขบวน 5 ลำวิ่งไปทางชะอำ และวกกลับมาที่พระราชวังไกลกังวล ต่อมาเรือธงได้ยิงสลุต 3 นัดถวาย สิ้นเสียงสลุตนัดที่ 3 รุ้ง 7 สีได้ปรากฏขึ้น ในลักษณะครึ่งวงกลมบริเวณเรือรบดังกล่าว สร้างความอัศจรรย์ใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างมาก ทั้งนี้มีผู้เข้ามาเขียนคำถวายระบุข้อความว่า “ทรงพระเจริญ” เป็นจำนวนมาก
โดยมีข้อความที่ในเฟซบุ๊คระบุไว้ดังนี้ เมื่อวานนี้ (2 ตุลา 56) ในหลวง เสด็จประทับเรือรบที่จอดถวายการอารักขาอยู่ที่บริเวณหน้าพระราชวังไกลกังวล เรือรบจัดขบวน 5 ลำวิ่งไปทางชะอำ แล้ววนกลับ เมื่อไกลพระราชวัง เรือธงได้ยิงสลุต ถวาย เมื่อยิงสลุตนัดที่ 3 สิ้นสุดลง ได้ปรากฏรุ้งเป็นรูปครึ่งวงกลมงดงามมาก (ตามภาพ)ขึ้นที่บริเวณเรือ มหัศจรรย์เกินกว่าที่จะบรรยายได้ หรือจะเป็นการสดุดีจากเทพเทวา แด่เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดินไทย
(เครดิต นิลยา มาลากุล ณ อยุธยา) ช่วงเวลานั้นผมไปเล่นกอล์ฟที่หัวหิน หลุม16 ติดทะเล เห็นรุ้งได้ชัดเจน สวยมากครับ


ข้อมูลโดย : www.talkystory.com

ขอพระองค์จงทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน.





(120)

ประโยชน์ของกล้วย
นอกจากรสชาติบรรดากล้วยทุกสายพันธุ์จะอร่อยถูกปากเรามากๆแล้ว กล้วยยังมีสารอาหารที่มีประโยชน์อัดแน่น แถมเป็นผลไม้ที่หาทานก็ง่าย ราคาก็ถูก...แต่ใครจะรู้บ้างว่าในอาหารง่ายๆนี่แหละมีประโยชน์ที่คุณคาดไม่ ถึงเพียบเลยล่ะ

กล้วยหอม

ช่วยเลิกบุหรี่อากาศร้อนๆแบบนี้ได้ไอศครีมใส่กล้วยหอมเย็นๆทานแล้วเข้ากันสุดๆ แต่ในกล้วยหอมที่เราทานเข้าไปยังมีประสิทธิภาพช่วยผู้ที่ต้องการเลิกบุหรี่ เพราะวิตามินบี 6 บี 12 โพแทสเซียมและแมกนีเซียมที่มีอยู่มาก ช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวเร็วจากการขาดสารนิโคตินได้ดี เรียกง่ายๆว่าช่วยลดอาการเหวี่ยงจากการขาดบุหรี่ได้ดีนั่นเอง นอกจากนี้สำหรับสาวๆ ก่อนมีประจำเดือน ที่ทำให้หงุดหงิด ปวดท้อง ปวดหัว กล้วยหอมก็ช่วยลดอาการเหล่านี้ได้ดีอีกด้วยนะจะบอกให้....

กล้วยน้ำว้า
แก้โลหิตจางคิดถึงของหวานทีไร เป็นต้องคิดถึงกล้วยบวชชีทุกที...แต่เพิ่งมารู้ประโยชน์เอาตอนโตแล้วว่า กล้วยน้ำว้านี่มีสารอาหารเพียบ โดยเฉพาะกล้วยน้ำว้าห่ามและสุกที่มีธาตุเหล็กในปริมาณสูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดแดง ป้องกันโรคโลหิตจาง และยังมีแคลเซียม ฟอสฟอรัส และวิตามินซี แคโรทีน ไนอาซีน และใยอาหาร ที่ช่วยแก้โรคเลือดออกตามไรฟันได้อีกด้วย

กล้วยไข่
ช่วยลดริ้วรอยหลังจากอ่านประโยคนี้จบ สาวๆคงมานิยมทานกล้วยไข่แน่ๆ เพราะในกล้วยไข่มีสารต้านอนุมูลอิสระที่เรารู้จักกันดี คือเบต้าแคโรทีน ช่วยชะลอความชราและริ้วรอยต่างๆ ร่วมไปถึงความเสื่อมของเซลล์ ที่สำคัญยังมีฤทธิ์ป้องกันการเกิดเซลล์มะเร็งและยับยั้งการเจริญเติบโตของ เซลล์เนื้อร้ายได้... ซึ่งไม่เฉพาะแต่ผลกล้วยเท่านั้น ในหัวปลียังมีแคลเซียม ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งเป็นประโยชน์ต่อกระดูกและเนื้อเยื่อของเราด้ว

กล้วยหักมุก

แก้โรคกระเพาะเด็กๆ รุ่นใหม่คงจะฟังดูไม่ค่อยคุ้นหูสักเท่าไร เพราะกล้วยหักมุกเป็นกล้วยที่ส่วนใหญ่แล้วเขาจะเอาไปปิ้งก่อนแล้วค่อยทาน ใครที่ปัญหาเรื่องโรคกระเพาะอาหารบ่อยๆ ต้องรีบหามาทานกันด่วนๆ ด้วยคุณสมบัติโดดเด่นของสารที่เรียกว่า ไซโตอินโดไซด์ 1, 2, 3, 4, 5 ซึ่งช่วยบรรเทาอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากแผลในกระเพาะอาหารได้ดีมากๆ และยังมีฤทธิ์ฆ่าเชื้อแบคทีเรียสาเหตุท้องเสีย จากเชื้อโรคเอสเคอริเคีย โคไลด้วยนะ...เจ๋งสุดๆ

ใครว่ากล้วยดีแค่ผล.....

-รากมีสรรพคุณในการขับน้ำเหลืองเสีย แก้ท้องเสีย
-น้ำคั้นจากต้นมีสรรพคุณใช้ทากันผมร่วง และทำให้ผมขึ้น
-น้ำจากก้านใบมีสรรพคุณใช้เป็นยาผาดสมาน รักษาโรคท้องเสีย แก้บิด
-ช่อดอกมีสรรพคุณใช้เป็นยารักษาโรคเบาหวาน
-แป้งที่ทำจากกล้วยดิบมีสรรพคุณใช้รักษาอาการแก่ผู้ที่อาหารไม่ย่อย ท้องขึ้น มีกรดมาก
-หยวกกล้วยมีสรรพคุณใช้เป็นอาหารที่ใช้ล้างในระบบทางเดินอาหาร

ที่มา : behealthy/by สาระแห่งสุขภาพ

ประโยชน์ของกล้วยจบไปแล้ว ต่อจากนี้ก็เป็นการปิ้งกล้วย ให้เป็นกล้วยปิ้ง

เนื่องจาก ฝนพรำ ๆๆๆ แฉ่ ๆๆๆ ทำอะไรก็ไม่ถนัด ข้าวของผม ใกล้จะ 70 วันแล้ว ยังไม่ได้พ่นปุ๋ยฉีดยาสมุนไพรอะไรซักอย่าง ฝนตกตั้งแต่วันที่ข้าวกำลังเริ่มตากเกสร ป่านนี้ดอกมิร่วงหมดไปแล้วรึ ปล่อยให้เทวดาช่วยดูไปพลาง ๆ อยู่ว่างจะท่องเน็ต ก็ติด ๆ หลุด ๆ ความเร็วจาก 10 เม็ก เหลือไม่ถึง 6 เม็ก

พอดีมีกล้วยตีนเต่าอยู่ ปิ้งกล้วยกินดีกว่าแฮะ

การปิ้งกล้วยสมัยก่อน ยุ่งยาก ต้องติดไฟ ใช้เตาถ่าน กว่าไฟจะติดร้อน กว่าจะได้กิน คอยกันหายอยาก

ปิ้งกล้วยสมัยใหม่ ง่ายมาก ไปดูกันครับ





(121) กล้วยตีนเต่าแบบนี้ ขายก็ได้ไม่กี่สตางค์ นอกจากจะนึ่ง ทับให้แบน จิ้มมะพร้าวคลุกน้ำตาลเกลือ หรือไม่ก็ปิ้ง ถ้าปล่อยให้สุกงอม ก็ทำกล้วยตาก แต่ถ้าทำกล้วยตากตอนนี้ คงได้กินกล้วยเน่าแน่ ๆ นอกจากจะมีที่อบ จะทำกล้วยบวดชีรึ ผมไม่ชอบบวดชี ชอบสึกชีมากกว่า ....อย่ากระนั้นเลย ปิ้งกินดีกว่า ง่ายดี





(122) ปอกเปลือกเสร็จก็เอาเรียงในหม้อสารพัดประโยชน์ ต้ม ตุ๋น อุ่น อบ คั่วข้าวโพดกินยังได้





(123) ตั้งไฟที่ 350 ํF เวลา 20 นาที..... พอเหลือ 15 นาทีก็ลดไฟลงเหลือ 300 ํ F พอเหลืออีก 10 นาที ก็ลดไฟเหลือ 250 ํ F พอมันดัง ติ๊ง ก็เรียบร้อย เปิดฝาหม้ออบ ก็เป็นดังที่เห็น




(124)



(125)

(124 - 125) ก็เอาขึ้นใส่จาน กินตอนนี้ยังไม่ได้นะครับ มันร้อน ปากคอได้พองกันพอดี รออีกซักแป๊บนึงครับ





(126) เปลือกกล้วย อย่าทิ้งขว้างครับ ของดีมีประโยชน์ เอาไปทำอะไร .....ตามไปดูครับ




(127)



(128)



(129)



(130)

(127 - 130) เอาใส่กระถางต้นไม้ครับ ดูภาพเรียงลำดับจาก 127 – 130 เลยครับ และอีกไม่นานก็จะย่อยสลายกลายปุ๋ยอินทรีย์ ได้น้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวอย่างดี จุลินทรีย์เพียบ จากเปลือกกล้วย




(131)

(131 ) ดอกแคแก้ไข้หัวลมในช่วงเปลี่ยนอากาศ เปลี่ยนฤดู... ดอกอัญชัน ลดความดัน ลดคลอเรสเตอรอล มะละกอก้านดำเนื้อแน่นปังเลยสำหรับคนเป็นเบาหวานครับ ลูกนี้ลองชั่งแล้วหนัก 1 กิโล

ไม่กล้าฉีดยูเรก้ามากครับ กลัวลูกมันใหญ่แล้ว สาวพม่าไม่ซื้อ ....หนู ช่อ ลู่ เละ เละ ลู่ หย่า ม่า ช่อ ...ขายสาวพม่า ลูกละ 20 พอแล้วครับ ส่วนดอกแค พอดีมีคนข้างบ้านผ่านมา เค้าเลยขอเอาไป





(132) ทานข้าวต้มดอกอัญชันกับผมครับ กับข้าวชาวนาตกยากก็ไม่มีอะไรมาก ปลาเกลือทอดกินกับข้าวต้ม ....ถ้วยเล็กนั่นของผม ถ้วยใหญ่ของเจ๊รอง





(133) ตำราท่านว่าไว้.... ให้ท่าน ท่านจักให้ ตอบสนอง ....ผู้ให้สิ่งที่เลิศ ย่อมได้รับสิ่งที่เลิศกว่า ....กินข้าวอิ่มพอดี ก็ได้รับการแปรสภาพดอกแคกลับคืนมา ให้ดอกแคสดไป ได้เป็นแกงส้มดอกแคกลับคืนมา ....มีแต่ดอกแค ไม่ยักมีกุ้ง มีปลามาด้วย..

.เจ๊รองบอกว่า ก็แกงส้มดอกแค ไม่ได้แกงส้มกุ้ง แกงส้มปลานี่ยะ จะได้มีกุ้งมีปลา ..
..เออ จริงของแกว่ะ... เก็บไว้มื้อกลางวันซีท่าน ...กินข้าวต้มดอกอัญชัน กับแกงส้ม ....ดีเหมือนกันนิ. จะว่าไป เจ๊ใหญ่ชอบแกงส้มดอกแคที่สุด เก็บไว้ให้แกก็ได้ เรากินข้าวต้มกับปลาเกลืออย่างเดิม...





(134) เครือนี้ก็คงไม่ต่ำกวา 12 หวีอีกนั่นแหละ แค่เศษ ๆ ปุ๋ยเหลือ ๆ ก้นถังนะครับ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 06/10/2013 10:44 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน.....ยิ่งให้ยิ่งได้ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง ตอนที่ 4 - 7 ยิ่งให้ยิ่งได้

จากคำพูดที่ว่า ยิ่งให้ยิ่งได้ ....ผมอยู่นาอยู่สวน ไม่อดครับ มีของกินตลอด ทำนองหมูไปไก่มา

เมื่อวันที่ 18 กย.56 บ้านถัดไปโน่น เค้ามาขอมะพร้าวแห้งไป 10 กว่าลูก เอาไปแกงทำบุญเลี้ยงพระที่วัด พอวันที่ 20 กย.56 เค้าก็เอามะพร้าวมาคืนให้ผม แต่เป็นไอ้นี่ครับ




(135)



(136)



(137)

(135 - 137) จากมะพร้าวแห้ง เค้าให้กลับคืนมา กลายเป็นทอง มีอะไรบ้างล่ะ ฝอยทอง ทองหยอด ที่สำคัญ มีขนมทองเอกติดมาด้วยแน่ะ ....คุณ ๆ รู้จัก เคยเห็นเคยกิน มั๊ยครับ ขนมทองเอก ไอ้ที่เป็นรูปดอกไม้ 2 ดอก แล้วมีเม็ดเล็ก ๆ ตรงกลางที่เค้าปิดทองคำเปลวเอาไว้นั่นแหละ เค้าเรียกขนมทองเอก

ขนมทองเอกเค้าต้องให้กันเป็นคู่ ไม่ใช่ว่าจะได้กินง่าย ๆ ส่วนมากจะต้องใช้ในงานพิธีแต่งงาน หรืองานบุญเลี้ยงพระงานวันเกิดครับ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 07/10/2013 9:27 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง ตอนที่ 4 - 8 มะละกอใบเหลือง


เดินข้าสวน ว่าจะไปถ่ายรูปข้าวในนา ผ่านแปลงมะละกอ เห็นใบเหลืองก็เลยเก็บเอามา พร้อมกับมีลูกใกล้สุกด้วย ..




(138 )



(139)

(138 – 139) ลักษณะของใบเหลืองไม่มีจุดด่างดำใสสะอาดแบบนี้ เป็นการเหลืองที่เกิดจากใบแก่จัด หมดอายุ ก็จะเหลืองแล้วร่วงหล่นไปตามธรรมชาติครับ

ก็อาจเหมือนบางคนที่แก่แล้ว ยกสมบัติให้ลูกให้หลานหมด ก็หมดคุณค่า อยู่ไปก็เกะกะ เค้าก็เอาไปส่งบ้านพักคนชรา ซึ่งก็ยังดี เพราะบางคน ลูกหลานเอาไปทิ้งไว้ที่วัด

...ข้างบ้านผมนี่ก็มีลูกสะใภ้หลอกให้เซ็นชื่อยกที่ให้ลูกชาย เสร็จแล้วไล่ออกจากบ้านเลย ... ระยะนี้ฝนตก ก็เลยไม่เห็นมานั่งตกปลา ก็เลยต้องรบกวนเจ๊ใหญ่ เพราะแกชอบเดินไปดูข้าวปลายนา ช่วยเอาเตาแก็สปิกนิก กับ ไข่ 1แผง แล้วก็เทียนไข กับยาแก้ไข้ ให้ไอ้ทิดลูกชายแกช่วยถือไปให้ ฝนตก ฟืนที่ใช้หุงหาอาหารมันเปืยก เอาเตาแก๊สไปใช้ชั่วคราวก่อน ....ตามมีตามเกิด ช่วยได้ก็ช่วยกันไปครับ....จนกว่า วาระสุดท้ายจะมาถึง ....คนเราก็มีแค่นั้นแหละครับ...




(140)



(141)

(140 – 141) สองลูกนี้ ลูกใหญ่ 1.20 กก. ลูกเล็ก 1 กก. เจ๊รอง บอกว่าขายไปแล้ว 50 บาท แกขายได้ยังไงวะ ...ขออนุญาตยืมคำพูดของลุงคิมที่ประทับใจผมมาก ๆ เลยว่า ....โหดไม่ลงว่ะ....





(142) พอดีมีลูกนึงมันหล่น มีรอยช้ำ ลองผ่าดูซิว่าเนื้อในเป็นยังไง ไม่มีเมล็ดครับ สงสัยเป็นกระเทย





(143) มันต้องพิสูจน์รสชาติว่าใช้ปุ๋ยลุงคิม นอกจากเป็นมะละกอไร้เมล็ดแล้ว เนื้อมันเป็นยังไง มันก็ต้องหวานละนะ ไม่งั้น สาวพม่าจะซื้อไปกินทำไมล่ะ

ไม่มีเรื่องจะเขียน ก็หามาเขียนจนได้ ก็คิดว่า รู้ไว้ใช่ว่าใส่บ่าแบกหาม ก็แล้วกันนะครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1914

ตอบตอบ: 09/10/2013 6:42 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว ใคร ๆ ก็ทำได้

บทที่ 3 เก็บตกจากข้างทาง ตอนที่ 5 - การขยายพันธุ์กล้วยด้วยวิธีการผ่าหน่อ

ในกรณีที่เรามีหน่อพันธุ์กล้วยไม่มาก หรือมีต้นกล้วยที่เราตัดเครือแล้ว เรามักปล่อยทิ้ง หรือตัดต้นทิ้งไป น่าเสียดายมากครับ ให้ขุดเอาเหง้ามาครับแล้วนำมาตัดแต่งดังภาพเพื่อขยายพันธุ์ครับ ( ของกล้วย ๆ ที่ไม่กล้วย)





รูป 1 - การขยายพันธุ์กล้วยด้วยวิธีการ ผ่าหน่อ ครับ





รูป 2 – วิธีการผ่า ตัดต้นให้เหลือแต่เหง้า แล้วก็เอามาผ่า ตามในรูปนั่นแหละ




รูป 3 – แล้วก็มาเลือกส่วนที่มีตา ก็คือตุ่มแหลมเล็ก ๆ ที่จะงอกเป็นต้น ชิ้นไหนที่ไม่
มีตาติดก็เอาทิ้งไป แต่ผมไม่เคยทิ้ง เอาไปหมักทำจุลินทรีย์หน่อกล้วย สบายมั่ก ๆ ..

..หน่อหรือเหง้ากล้วยตามในรูปที่ไม่มีตา เอามาสับ ๆๆๆๆๆ ให้มันย่อยเล็กลงไปอีก
หน่อยจำนวน 3 กิโล + กากน้ำตาล 1 กิโล มีน้ำมะพร้าว ไปขอจากร้านที่ขูดมะพร้าว
ขาย เอาใส่ลงไปพอท่วม ปิดฝาแง้ม ๆ ไว้หน่อย สองวันสามวันเปิดคนซะทีนึง ใครทำ
นาแยะ ๆ หมักไว้เป็นโอ่ง ๆ เลย


... เวลาจะใช้ เอาระเบิด 30-10-10 ของลุงคิมผสมลงไป อัตรา 1 : 3 ถึง 5 ลิตร
หมักทิ้งไว้อีกซักคืนสองคืน หมักไว้ทำไม เพื่อให้จุลินทรีย์มันผสมพันธุ์กันน่ะซี มันจะ
ได้ขยายตัวแยะ ๆ .... แล้วเอาไปผสมน้ำ อัตรา ปุ๋ย 3 ลิตร น้ำเท่าไหร่ก็ได้ + 16-8-
8 หรือ 18-8-8 ลงไป 10 กิโล / ไร่ เอาไปสาดใส่นาเนื้อที่ 1 ไร่ ก่อนย่ำเทือก อย่า
ลืมเอาน้ำต้มสมุนไพรรส โคตรขม ผสมลงไปด้วย ....ทำแล้วจะเป็นยังไง ....ทำใช้ดู
ครับ คำตอบอยู่ในนาของคุณ บอกได้คำเดียวว่า ยูเรีย กับ 16-20-0 ปุ๋ยห่วยแตก ไม่
ต้องใช้






รูป 4 จากเหง้าที่มีตารูปที่ 3 ก็เอามาตัดแต่ง ให้ดูเป็นผู้ดีขึ้นมาหน่อย ตามรูปนี้ เอา
มาเรียงผึ่งลมไว้ให้แห้งอีกนิด





รูปที่ 5 เมื่อได้ตามจำนวนที่ต้องการแล้ว ก็เอาใส่กะละมัง กระป๋อง กระแป๋ง หรือถัง
หรือถาด หรือ....





รูปที่ 6 จากนั้นก็เอา อ่างหรือกะละมังขนาดใหญ่หน่อย เอาผ้าพลาสติคผืนโต ๆ ปูลง
ไป เอาน้ำใส่ ...คนทำก็สรวมถุงมือยางซะด้วย

เอายาเร่งราก กับยากันเชื้อรา ผสมลงไป แล้วก็เอาเหง้ากล้วยตัดที่มีตาใส่แช่ลงไป
ซัก 15 นาที แล้วก็เอาขึ้นมาผึ่งลมให้แห้ง





รูป 7 จากนั้นก็เอามาเพาะชำในกระบะ จะใช้แกลบดำ หรือขุยมะพร้าวก็ได้ เกลี่ยให้
เสมอกันตามในรูป ปัจจุบันแกลบดำหายาก ก็ใช้ขุยมะพร้าว วางเรียงตามในรูปนั่น
แหละ





รูป 8 จากนั้นก็เอาแกลบดำ หรือขุยมะพร้าวกลบให้มิด ในรูปจะเห็น ด้านซ้ายเป็นขุย
มะพร้าว ด้านขวาเป็นแกลบดำ มันมีแค่นี้ ก็ใช้มันเท่าที่มี





รูป 9 รดน้ำปกติ อย่าให้แห้งหรือแฉะจนเกินไป เอาพอชื้น ๆ สามสี่วันรดซะครั้งนึง
ครับ ประมาณ 10-14 วัน หน่อกล้วยใหม่ก็จะงอกขึ้นมาแล้วครับ





รูป 10 จากนั้นแยกลงถุงดำตามสะดวกครับ คุณก็จะได้พันธุ์กล้วยที่มีลักษณะตามสาย
พันธุ์ของกล้วยต้นนั้น เร็วกว่าการขุดแยกหน่อตามปกติ 4-10 เท่า

ต้นจะเล็กหรือใหญ่ ขึ้นอยู่กับขนาดของหน่อหรือเหง้าที่เราเอามาผ่าครับ จะขาย จะ
เอาไปปลูกก็เชิญตามอัธยาศัยครับ

ทีนี้ยาเร่งราก และยากันเชื้อรา คงต้องบอกแต่ชื่อสามัญนะครับ

ยาเร่งราก ชื่อสามัญ : 4-อินโดล-3-อิลบิวทิริกแอซิด (4-indol-3-ylbutyric
acid) สารสำคัญ 4-(indol-3-yl) butyric acid 0.3% w/v


ยากันเชื้อรา ชื่อสามัญ เมทาแลคซิล ครับ

อัตราการใช้ก็ตามที่เค้าเขียนไว้ข้างภาชนะบรรจุน่ะครับ ยาเร่งรากเป็นน้ำ ยากันเชื้อ
รา เป็นผง ครับ

การผ่าหน่อกล้วยก็คล้าย ๆ กับการปั่นตาหรือการเพาะเลี้ยงเนื่อเยื่อกล้วย การผ่าหน่อ
หรือผ่าเหง้าจะได้ครั้งละ 5-10 ต้น ส่วนการปั่นตาจะได้คร้งละเป็นพันต้น

อยากรู้วิธีการปั่นตาหรือการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อมั๊ยล่ะ .....



เอวังฯ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3, 4, 5, 6  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 6

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©