-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ถาม-ตอบ ปัญหาวิทยุ 24 MAY *ดินเสื่อม,เพลี้ย+สำปะหลังก้าวหน้า
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาวิทยุ 24 MAY *ดินเสื่อม,เพลี้ย+สำปะหลังก้าวหน้า
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาวิทยุ 24 MAY *ดินเสื่อม,เพลี้ย+สำปะหลังก้าวหน้า

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10565

ตอบตอบ: 24/05/2013 8:34 pm    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาวิทยุ 24 MAY *ดินเสื่อม,เพลี้ย+สำปะหลังก้าวหน้า ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตร ทางรายการวิทยุ 24 MAY

********************************************************************

สร้างสรรสังคม....ส่งเสริมคนดี....พัฒนาชีวิต ให้มีคุณภาพ...

สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ

กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม ผลิตรายการโดยกองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

... สนับสนุนรายการโดย ...
... บ.นิมุติ เอ็นจิเนียริ่ง เครื่องย่อยเศษพืช (02) 322-9175-6
... ยิบซั่มธรรมชาติ เฟอร์มิกซ์ ------ ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ (089) 144-1112
... และ บ. มายซัคเซส อะโกร ----- ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย, กาวเหนียวดักแมลง มายฟิกส์, สารเสริมฤทธิ์สารสมุนไพร ไบโอเจ๊ต, ถังสพายฉีดพ่นใช้แบตเตอรี่ (081) 910-5034

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการครับ

เช่นเคยครับ รายการเรา 1188 สายด่วน 4 ตัว ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว ก่อนเริ่มรายการที่โทรศัพท์มือถือส่วนตัว (081) 913 – 4986

----------------------------------------------------------------------------------

ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณท์ (อินทรีย์ – เคมี) :

1) ชมรม (ใหญ่) ใกล้ไฟแดง สี่แยกบางแพ ราชบุรี (089) 814-3204
2) “คุณชาตรี” ทรัพย์ทวีการเกษตร ชัฎป่าหวาย สวนผึ้ง ราชบุรี (081) 841-9874

3) ร.ต.ต.นันท์สุรัตน์ จรเข้เผือก ด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี (089) 821-8273
4) “คุณล่า” ทุกวันจันทร์ ตลาดนัดวัดอมรญาติ ดำเนินสดวก ราชบุรี (081) 944-8494

5) “คุณประเสริฐ” บ.หนองแขม ต.เขาดิน เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี (080) 110-4645
6) “คุณอรุณ” ในร้านโครงการหลวง ตลาด อตก.

7) “คุณพรพรรณ” พลชัยเกษตรชีวภาพ ตลาดนัดธนบุรี ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา (089) 814-7944
8 ) “คุณน้ำส้ม” ชมรมฯ สาขาศาลายา หน้า ม.มหิดล พุทธมณฑลสาย 4 (085) 055-7706

--------------------------------------------------------------------------------


จาก : (089) 190-36xx
ข้อความ : ลุงคิมครับ อเมริกาว่าเก่งที่สุดในโลก ทำไมอเมริกาจึงปลูกสับปะรดไม่ได้ ยังมีพืชอย่างอื่นอีกไหมครับที่อเมริกาปลูกไม่ได้....คนชอบรู้
ตอบ :
- สับปะรดอเมริกา ปลูกมากที่ฮาวาย สำหรับทำสับปะรดกระป๋อง กินสดไม่ได้เพราะเนื้อแข็ง เสี้ยนมาก รสเปรี้ยว ผลไม้อย่างอื่น เช่น มะม่วง ทุเรียน เงาะ มังคุด ทั้งๆที่อเมริกันชนก็ชอบกิน รู้จากนักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทย แต่ก็ปลูกไม่ได้ ทั้งๆที่เอาไปปลูกแล้ว ทั้งวิเคราะห์ วิจัย กระทั่งรู้สาเหตุ แต่ก็แก้ไขอะไรไม่ได้ เพราะปัญหาเรื่องโซนภูมิศาสตร์โลก .... แม้แต่เมืองไทยเราเอง ไม้สักทองที่ปลูกในพื้นที่ต่ำกว่า จ.กำแพงเพชรลงมา กลายเป็นสักหยวก สักขี้ควาย ไม่ใช่สักทอง, สนสามใบ ปลูกในพื้นที่ต่ำกว่าทุ่งแสลงหลวง พิษณุโลกลงมา ก็ปลูกไม่ได้ ปลูกแล้วไม่โตก็ยืนต้นตาย นี่ก็เพราะโซนภูมิศาสตร์โลก ว่าด้วยความสูงระดับน้ำทะเลปานกลาง ในขณะที่ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ที่ว่าปลูกภาคเหนือไม่ได้ ครั้นเอาจริงเข้ากลับปลูกได้ นี่ก็เพราะมนุษย์ที่เรียกตัวเองว่า “นักวิชาการ” รู้ดีกว่าธรรมชาติ ..... รู้ดี คือ ไม่ดี นะ

- นี่แหละที่บอกว่า มนุษย์ไม่อาจเอาชนะธรรมชาติได้ รู้ทั้งรู้แต่ก็ทำอะไรไม่ได้
– ปัจจัยธรรมชาติที่เกี่ยวข้องที่สุด น่าจะเป็น โซนภูมิศาสตร์โลก
– ประเทศไทยตั้งอยู่ในโซนภูมิศาสตร์โลกที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโตทางชีวภาพมากที่สุดในโลก เรามี ข้าวนับหมื่นๆ สายพันธุ์ วันนี้เก็บไว้ที่พิพิธภัณท์ในเมืองไทยส่วนหนึ่ง กับส่วนหนึ่งฝากไว้ที่สวีเดน ซึ่งสถานที่เก็บอยู่ในถ้ำ เขาเจาะภูเขาทั้งลูกเข้าไป ควบคุมอุณหภูมิได้ดีที่สุด, นอกจากนี้ ทุเรียน-มะม่วง-ฯลฯ ที่สำรวจทำทะเบียนไว้แล้ว นับพันๆ สายพันธุ์ สายพันธุ์เหล่านี้เป็นพันธุ์ดีที่เกิดเองตามธรรมชาติทั้งสิ้น พันธุ์ดีๆยังมากเป็นพันๆสายพันธุ์อย่างนี้ แล้วสายพันธุ์ที่ไม่ดี ตัดทิ้งไป ยิ่งมากกว่าสายพันธุ์ดีหลายเท่า นี่ไหม แผนดินที่พระเจ้าประทานมาให้สำหรับคนไทยโดยเฉพาะ .... เคยมีคนต่อว่าพระเจ้าว่าไม่ยุติธรรม มอบแผ่นดินที่มีแต่ทะเลทรายให้ยิวอิสราเอล มอบแผ่นดินที่มีแต่ภัยธรรมชาติให้ญี่ปุ่น แต่มอบแผนดินที่สุดแสนอุดมสมบูรณ์ให้คนไทย พระเจ้าต้องออกมาแก้ต่างว่า ทำถูกต้องแล้ว ที่มอบทะเลทรายให้ยิวเพราะยิวฉลาด เอาตัวรอดได้ มอบภัยธรรมชาติให้ญี่ปุ่น เพราะคนญี่ปุ่นอดทน แต่มอบแผนดินที่อุดมสมบูรณ์ให้คนไทย เพราะคนไทยขี้เกียจคิด ขี้เกียจทำ ยังไงล่ะ....

--------------------------------------------------------------------------

จาก : (082) 173-03xx
ข้อความ : ที่ดินอยู่ลำนารายณ์ ปลูกข้าวโพดมาหลายสิบปี มาปีนี้ดินเสื่อมมาก ได้ข้าวโพดไม่ถึงหนึ่งในสี่ที่เคยได้ เป็นมาสามรุ่นแล้ว ขอปรึกษาว่าจะแก้ไขดินอย่างไร....ขอบคุณครับ
ตอบ :
- ดินเสื่อม คือ ดินไม่ดี ดินไม่สมบูรณ์ เนื่องจากขาดอินทรีย์วัตถุ จุลินทรีย์ และความชื้น แก้ไขโดยการใส่สิ่งที่ขาด นั่นคือใส่ อินทรีย์วัตถุ สารปรับปรุงบำรุงดิน จุลินทรีย์ และน้ำสร้างความชื้น

- อเมริกา ยุโรปทุกประเทศ เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน ทำเกษตรแบบ “อินทรีย์-เคมี” ผสมผสานกัน เรียกว่า “ตามความเหมาะสมของพืชแต่ละชนิด” บางพืช อินทรีย์นำ-เคมีเสริม บางพืช เคมีนำ-อินทรีย์เสริม ที่แน่ๆ ประเทศเหล่านี้ “ไม่เผาเศษซากพืช” แต่ใช้วิธีไถกลบหรือปล่อยให้เน่าสลายไปเองตามธรรมชาติ .... หลุยส์ เซียร์นา ของอเมริกา รัฐเดียวใหญ่กว่าประเทศไทยทั้งประเทศ รัฐนี้ปลูกข้าวทั้งรัฐ ข้าวหอมมะลิไทยก็เอาไปปลูกในรัฐนี้แล้วกลายเป็นแจสแมน .... ถ้ารัฐนี้เผาฟางจะเกิดอะไรขึ้น ควันมิลอยไปทั่วประเทศเมริการึ ? ที่นั่นเขา “ไม่เผา” แต่ใช้วิธี “ตีป่นไถกลบ” ลงไปเลย จากฟางข้าวธรรมดาๆ เขาทำให้เป็น “ฟางซุปเปอร์” โดยใส่ เพิ่ม/เติม/เสริม/บวก อินทรีย์วัตถุ เศษซากพืช เศษซากสัตว์ สารปรับปรุงบำรุงดิน จุลินทรีย์ และปุ๋ยเคมี .... นี่คือการทำเกษตรแบบ “อินทรีย์-เคมี ผสมผสานกัน” อย่างแท้จริง .... จนถึงวันนี้ยังหาคำตอบไม่ได้ว่า คนเคยไปเรียนที่อเมริกา ยุโรป เกาหลี ญี่ปุ่น ไต้หวัน เขาไปเรียนอะไรกัน แม้ไม่ได้เรียนวิชาการเกษตรแต่ก็ต้องมีเพื่อนให้สอบถามเรื่องนี้ได้ ถึงไม่ได้ไปต่างประเทศ แค่อ่านในอินเตอร์เน็ตก็รู้ได้ ถึงไม่ได้ไปต่างประเทศ ไม่ได้อ่านอินเตอร์เน็ต แค่อ่านในหนังสือในประเทศไทย แค่ฟังจากวิทยุ ดู ทีวี. ไม่ต้องรอให้ใครมาส่งเสริมถึงบ้าน ก็น่าจะเข้าใจได้เองว่า การเผาฟาง-เผาเศษซากพืช-เผาดินด้วยไฟ-เผาดินด้วยแดด-ผลาญดินด้วยยาฆ่าหญ้า-สารเคมียาฆ่าแมลง ล้วนแต่ทำให้ดินเสียทั้งนั้น .... ในทางกลับกัน “ไม่ใส่ไม่ทำไม่เชื่อ” สิ่งที่เรียกว่า “บำรุงดิน” ครั้นเมื่อดินไม่ดีก็ว่า อ่อนปุ๋ย ใส่ปุ๋ยเพิ่ม ดินไม่ดีต้นโทรมก็ว่าเป็นโรค ฉีดสารเคมี นี่แหละสาเหตุที่แท้จริงของ ต้นทุนเพิ่ม เพิ่มขึ้นเพิ่มขึ้นทุกรุ่น ผลผลิตลดลง ลดลงลดลงทุกรุ่น แล้วมาลงท้ายที่ หนี้เพิ่มหนี้เพิ่มหนี้เพิ่ม ทุกปี ..... ใช่หรือไม่

- ปกติพื้นที่เพาะปลูกพืชไร่เป็นพื้นที่ค่อนข้างแห้งแล้งเป็นทุนเดิมทางธรรมชาติอยู่แล้ว กอร์ปกับชาวไร่ไม่นิยมใส่อินทรีย์วัตถุ ไม่ใส่สารปรับปรุงบำรุงดิน และไม่ใส่จุลินทรีย์ เพื่อบำรุงดินแล้วยังใส่สารทำลายดิน เช่น ยาฆ่าหญ้า สารเคมียาฆ่าแมลง แถมไฟเผา แดดเผา ซ้ำเติมลงไปอีก ดินจึงเสียอย่างหนัก ดินยิ่งเสียมากเท่าไร ต้นพืชยิ่งไม่สมบูรณ์ ให้ผลผลิตยิ่งน้อย โรคแมลงยิ่งมาก ยิ่งต้นทุนยิ่งสูง และยิ่งขาดทุนมากขึ้นเท่านั้น ปัญหานี้เกษตรกรรู้อยู่แก่ใจ แต่ไม่ยอมรับความจริง เพราะ “ใจยึดติด” อยู่แต่แบบเดิมๆ .... ตราบใดที่ยังต้องปลูกพืชบนที่ดินผืนนี้ต่อไป ถามว่า วันนี้กล้าไหมที่ปรับปรุงบำรุงดินให้ดีขึ้น ดังนี้ :


@@ ปรับปรุงดินแบบประณีต ลงทุนด้วยเงิน :
1) ไถดินขี้ไถใหญ่ๆ หรือไถด้วยไถสิ่ว (ริปเปอร์) ระเบิดดินดาน ตากแดดจัด 15-20 แดด
2) ไถดะ ไถพรวน คลุกเคล้าอินทรีย์วัตถุกับเนื้อดินเข้ากันดี แล้วทำแปลงหรือชักร่อง
3) ใส่ยิบซั่ม เฟอร์มิกซ์ 2 กส. ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย 1 กส. กระดูป่น 10 กก. ขี้วัวขี้ไก่ 100-200 กก. แกลบดิบ 1 ตัน หว่านบางๆ เฉพาะบริเวณสันร่อง

4) ให้ “น้ำ + น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 2 ล./ไร่” ให้น้ำมากๆ จนดินชุ่มเหมือนฝนตก 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 10-15 วัน เพื่อให้เวลาแก่จุลินทรีย์ในการปรับสภาพดิน

5) ไถพรวนสันร่องรอบสุดท้าย แล้วลงมือปลูกข้าวโพดต่อไป

@@ ปรับปรุงดินแบบประณีต ลงทุนด้วยเวลา :
1) ไถดะ ไถพรวน ให้ทั้วแปลง ตากแดด 15-20 แดดจัด เพื่อฆ่าเชื้อโรค
2) ใส่ยิบซั่ม เฟอร์มิกซ์ 2 กส. ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย 1 กส. กระดูป่น 10 กก. ขี้วัวขี้ไก่ 100-200 กก. ให้ทั่วแปลง เป้าหมายเพื่อปรับสภาพดินในแปลงทุกตารางนิ้ว

3) ให้ “น้ำ + น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 2 ล./ไร่” ” ให้น้ำมากๆ จนดินชุ่มเหมือนฝนตก 2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 10-15 วัน เพื่อให้เวลาแก่จุลินทรีย์ในการปรับสภาพดิน

4) ไถพรวนประณีตรอบสุดท้าย ลงมือปลูกถั่วไร่ (ถั่วเขียว/เหลือง/แดง/ดำ) เอาผลผลิตบำรุงพอสมควร เก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วไถกลบเศษซากต้นถั่ว .... ถ้าไม่เอาผลผลิตก็ไม่ต้องบำรุง เมื่อต้นถั่วเริ่มออกดอกก็ให้ไถกลบต้นถั่วทันที ทั้งแบบเอาผลผลิตก่อนหรือไม่เอาผลผลิต ให้ทำซ้ำ 2-3 รอบ จะได้เศษซากต้นถั่วบำรุงดิน ได้จุลินทรีย์กลุ่ม คีโตเมียม. ไรโซเบียม. ไมโครไรซ่า. อย่างดี

หมายเหตุ :
- จากดินแล้วดูปัจจัยพื้นฐานอย่างอื่น คือ น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค ที่เกี่ยวข้องกับพืช แล้วจัดการให้ตรงกับความต้องการของพืช .... การจัดการมีหลายรูปแบบ เช่น หวังผลระยะสั้น ระยะปานกลาง ระยะยาว ผลกระทบโดยตรง ผลกระทบทางข้าง เป็นต้น

- การยอมลงทุนด้วยงินหรือเวลา ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพราะนอกจากจะได้ผลผลิตรุ่นแรกหลังปรับปรุงบำรุงดินที่เริ่มปลูกใหม่แล้ว ยังส่งผลไปถึงรุ่นหน้า และรุ่นต่อๆ ไปอีกด้วย

--------------------------------------------------------------------------------

จาก : (080) 806-05xx
ข้อความ : ลุงคิมครับ ผมหมูครับ เพลี้ยแป้งสำปะหลังจัดการยังไงครับ .... หมู โคราช

จาก : (086) 712-38xx
ข้อความ : ผู้พันครับ สำปะหลัง 20 ไร่ เจอแล้งมา 2 เดือน แล้วมีฝนลงมา 2-3 ครั้ง แตกใบใหม่ดีจัง สิ้นเดือนนี้จะเริ่มลงหัว เคยใส่ 13-13-21 ไร่ละครึ่ง กส. ได้ผล 4-5 ตัน รุ่นนี้อยากเปลี่ยนปุ๋ยสูตรใหม่ ใส่สูตรอะไรดีครับ .... สระแก้ว วังน้ำเย็น
ตอบ :
- สู้กับเพลี้ยแป้งสำปะหลังให้ได้ทั้ง ป้องกัน/ฆ่าเพลี้ย แถมบำรุงสำปะหลังด้วย “น้ำ” เท่านั้น ประหยัดและประโยชน์สูงสุด น้ำเปล่าๆ หรือ “น้ำ + สารสมุนไพร” หรือ “น้ำ + สมุนไพร + ปุ๋ย” .... สมุนไพรก็ บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร เมล็ดน้อยหน้า หัวกลอย สะเดา เมล็ดมันแกว .... ปุ๋ยก็ แม็กเนเซียม. สังกะสี. 5-10-40 (ไบโออิ) ยืนพื้น .... ทุกครั้งที่ใช้ให้ +น้ำยาล้างจาน +ไบโอเจ๊ต ฉีดพ่นให้เปียกโชกเพื่อน้ำยาล้างจานซึมทะลุแป้งเข้าถึงตัวเพลี้ยที่อยู่ข้างใน ช่วงระบาดหนักให้ฉีดพ่นแบบวันเว้นวัน ช่วงยังไม่ระบาดอาจจะห่างหน่อยตามความเหาะสม

- ธรรมชาติของเพลี้ยแป้งสำปะหลังชอบมากๆกับ “ความแห้งแล้ง” แล้งเมื่อไรมาเมื่อนั้น ออกลูกออกหลานขยายพันธุ์เต็มไร่ .... ในทางกลับกันเพลี้ยแป้งสำปะหลังไม่ชอบเอามากๆ กับ “ความชื้น” ฝนตก ให้น้ำ สร้างความชื้นขึ้นมา เพลี้ยแป้งในแปลงตาย แถมแปลงข้างเคียงก็ไม่เข้ามาอีกด้วย เมื่อรู้นิสัยเพลี้ยแป้งว่าไม่ชอบน้ำก็ให้น้ำซี่ นอกจากช่วย ป้องกัน/กำจัด เพลี้ยแป้งได้แล้วยังมีผลดีต่อต้นสำปะหลังอีกด้วย

– ไม่มีพืชใดในโลกไม่ต้องการน้ำ สำปะหลังต้องการน้ำระดับ “ชื้น” จากปริมาณน้ำ ชื้น/ชุ่ม/โชก/แฉะ/แช่ .... สังเกตุ : ฝนดี-ฝนพอดี-ฝนสม่ำเสมอ สำปะหลังแตกใบใหม่ เพลี้ยแป้งไม่มี เมื่อรู้ว่า สำปะหลังชอบฝนแต่เพลี้ยแป้งไม่ชอบฝน ถ้าฝนไม่ตกคนก็ทำเป็นฝนตกซะเอง โดยการฉีดพ่นน้ำเข้าไป ก็ได้ .... ความแห้งแล้งเป็นภาวะจำยอมโดยธรรมชาติ แม้จะต้องซื้อน้ำจากที่อื่นมาให้แก่สำปะหลังก็ต้องยอม มิเช่นนั้นจะไม่เหลืออะไรเลย แต่หากได้ให้น้ำ นอกจากสู้กับเพลี้ยแป้งได้แล้ว ยังได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นอีกด้วย .... นี่แหละการเกษตรที่ น้ำต้องมาก่อนน้ำต้องมาก่อนและน้ำต้องมาก่อน ....... (ย้ำจัง ! )

– การลงทุนติดสปริงเกอร์แบบหัวพ่นสูงเหนือยอด (สูง 1.5 ม.) ถอดประกอบได้ แบ่งเป็นโซนๆ มีหม้อปุ๋ยหน้าโซน หลังจากทำแปลงชักร่องเสร็จก็เริ่มให้น้ำได้ และให้ “น้ำ + ปุ๋ย” บำรุงต้นตั้งแต่เริ่มปลูกจนถึงขุด ก่อนขุดก็ให้ถอดปสริงเกอร์ออกไว้ใช้งานใหม่ได้ .... หากไม่ใช้ระบบสปริงเกอร์ก็ต้องมีเครื่องมือในการให้น้ำแบบอื่นที่เหมาะสม เครื่องมืออะไรก็ได้ที่สามารถส่งน้ำไปให้สำปะหลัง ณ เวลาที่ต้องการและจำเป็น

– การปลูกสำปะหลังแบบเดิม (เตรียมดิน เตรียมแปลง เตรียมท่อนพันธุ์ การใส่ปุ๋ย ไม่มีการให้น้ำ) ปีไหนฝนดี ได้ผลผลิต 4-6 ตัน/ไร่ ถ้าฝนไม่ดี ได้ผลผลิต 2-4 ตัน/ไร่


@@ สำปะหลังยุคก้าวหน้า :
1) ปลูกแบบ “แถวตอนเรียง 1” ยาวตามร่องปลูกแบบเดิม สำปะหลัง 1 กอจะให้หัว 1 พวง ถ้าปรับใหม่เป็นปลูกแบบ “แถวตอนเรียง 2” ยาวตามร่องปลูกเดิม เป็นสำปะหลัง 2 กอ เท่ากับได้หัวสำปะหลัง 2 พวง บนพื้นที่เท่าเดิม .... ติดสปริงเกอร์ให้น้ำ ให้ปุ๋ย ทั้งทางใบทางราก รุ่นเดียวที่ได้ทุนคืน ถ้าไม่มีสปริงเกอร์ก็ต้องลากสายยาง ที่สำคัญขอให้สำปะหลังได้น้ำได้ปุ๋ยก็แล้วกัน

2) ปลูกสำปะหลังแบบแถวตอนเรียง 2 แต่ละกอทำเป็น “สำปะหลังคอนโค” โดย 1 กอให้ 2-3 พวง บำรุงเต็มที่ตามความเหมาะสมของสำปะหลัง จะได้หัวสำปะหลังมากกว่า 2 พวง/กอ บนพื้นที่เท่าเดิม .... จากสำปะหลัง 1 กอ ได้หัว 1 พวง ถ้าสำปะหลัง 2 กอ 3 กอ 4 กอ ได้หัวกอละ 1 พวง บนเนื้อเท่าเดิมจะได้ไหม ?

3) ระยะยังไม่ลงหัว บำรุงต้นให้ลำต้น สูง-ใหญ่-ใบมาก เมื่อถึงระยะเริ่มลงหัวให้ตัดต้นเขาไปขายก่อน แล้วบำรุงตอสร้างต้นใหม่ ซึ่งการบำรุงตอสร้างต้นใหม่นี้ จะไม่ส่งผลเสียต่อการสร้างหัวแต่อย่างใด


@@ บำรุงสำปะหลัง :
- ระยะต้นเล็ก :
.... ทางใบ :
น้ำ 200 ล. + ไบโออิ 200 ซีซี. + ยูเรีย จี 250 กรัม + สมุนไพร 1 ล. ทุก 15 วัน
.... ทางราก : น้ำ 200-300 ล. + น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (1-2 ล.) + 25-7-7 (1-2 กก.) / ไร่ / เดือน .... ให้น้ำพอหน้าดินชื้น ทุก 7-10 วัน

หมายเหตุ : ระยะก่อนลงหัวเมื่อต้นโตสูงเต็มที่แล้ว ต้องการตัดต้นไปทำพันธุ์ให้ตัดได้เลย แล้วบำรุงด้วยสูตร “ระยะลงหัว” ต่อไปได้เลย ธรรมชาติของสำปะหลังจะสร้างยอดสร้างใบกลายเป็นลำต้นใหม่พร้อมกับสร้างหัวต่อได้เอง

- ระยะลงหัว :
.... ทางใบ :
น้ำ 200 ล. + ไบโออิ (5-10-40) 200 ซีซี. + สมุนไพร 1 ล. ทุก 15 วัน
.... ทางราก : น้ำ 200-300 ล. + น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 5-10-40 (1-2 ล.) + 8-24-24 (2-4 กก.) / ไร่ / เดือน .... ให้น้ำพอหน้าดินชื้น ทุก 7-10 วัน


หมายเหตุ : การให้ น้ำ+ปุ๋ย “ทางใบ” เป็นการสร้างความชื้นโดยตรง กับการให้ น้ำ+ปุ๋ย หรือ น้ำเปล่า “ทางราก” น้ำที่ระเกิดจากดินขึ้นไปบนอากาศก็เป็นการสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ซึ่งนอกจากช่วยป้องกันกำจัดเพลี้ยแป้งได้แล้ว ยังสร้างความสมบูรณ์ของต้น ส่งผลให้ผลผลิตดีอีกด้วย

---------------------------------------------------------------------------------





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©