online pharmacy
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ดอกขจร 1 ไร่ ..... รายได้วันละ 3 พัน
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ดอกขจร 1 ไร่ ..... รายได้วันละ 3 พัน
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ดอกขจร 1 ไร่ ..... รายได้วันละ 3 พัน

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 11005

ตอบตอบ: 13/01/2011 4:06 pm    ชื่อกระทู้: ดอกขจร 1 ไร่ ..... รายได้วันละ 3 พัน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


ขจรพืชพื้นบ้านไม่ควรมองข้าม ปลูกพื้นที่ 1 ไร่ รายได้วันละ 3 พัน














คมชัดลึก : จากเดิมที่ บุญทัน วงศ์โพธิ์ หนุ่มใหญ่วัย 45 ปี ใช้พื้นที่กว่า 15 ไร่ ปลูก
มันสำปะหลังและทำนาข้าวที่บ้านหม้อ ต.คูคำ อ.ซำสูง จ.ขอนแก่น แต่ชีวิตอยู่อย่าง
ลุ่มๆ ดอนๆ มีกินมีใช้ไปวันๆ แต่หลังจากที่หันมาปลูก "ขจร" หรือสลิดขายดอก ได้
เพียง 2 ปี ฐานะความเป็นอยู่พลิกราวฟ้ากับดิน เพราะรายได้จากการขายดอกขจร
หรือดอกสลิดนั้น ตกวันละ 3,000 บาท เช่นเดียวกับ หนูอาจ เฝ้าหอม เกษตรกรวัย
56 ปี เพิ่งปลูกขจรในพื้นที่ 1 ไร่เช่นกัน ในช่วงที่ขจรยังเจริญเติบโตไม่เต็มที่ ก็ปลูก
กวางตุ้งใต้ห้างแปลงขจร ทำให้มีรายวันละ 3,500 บาท


บุญทัน บอกว่า ก่อนที่จะยึดอาชีพปลูกขจรเพื่อเก็บดอกขายนั้น เคยทำไร่มัน
สำปะหลังมาก่อนในพื้นที่ 10 ไร่ และทำนาข้าวไว้กินเองอีก 5 ไร่ แต่รายได้ไม่ค่อย
เพียงพอ เนื่องจากราคาผลผลิตมันสำปะหลังตกต่ำมาตลอด พอดีเห็นเพื่อนที่อยู่ต่าง
อำเภอ ปลูกขจรหรือสลิดเพื่อขายดอก มีรายได้ดี จึงปรึกษาหารือกันและเรียนรู้ใน
การปลูกและดูแลต้นจขร จากนั้นตัดสินใจสร้างห้างทำด้วยไม้ไผ่สูงกว่า 1 เมตร
ขนาดกว้างของห้างราว 1 เมตร แล้วไปซื้อต้นกล้าขจรพันธุ์ดอกจากภาคกลาง
จำนวน 400 ต้นในราคาต้นละ 50 บาท เมื่อ 2 ปีก่อน

หลังจากที่ปลุกขจรได้ 3 เดือน ขจรเริ่มออกดอกเก็บได้วันละ 10-20 กิโลกรัม นำ
ไปขายเองในเมืองขอนแก่นในราคากิโลกรัมละ 100 บาท พอขจรมีอายุ 6 เดือนซึ่ง
ให้ดอกเต็มที่สามารถเก็บดอกขายได้วันละ 40-50 กิโลกรัม ขายส่งให้พ่อค้าใน
ตลาดบางลำภู เทศบาลนครขอนแก่น ในราคากิโลกรัมละ 60-70 บาท พ่อค้าที่รับ
ซื้อขายต่อในราคากิโลกรัมละ 100 บาท นอกจากนี้ยังมีการขยายต้นกล้าขจรขาย
อีกด้วย และขณะนี้กำลังจะขยายพื้นที่ปลูกอีก 2 งาน


"การปลูกขจรเพื่อขายดอกนั้นรายได้ดีมาก แต่ต้องมีเงินในการลงทุนครั้งแรกที่ต้อง
ลงทุนสร้างห้างเพื่อให้ขจรเลื้อย และค่าต้นกล้าซึ่งตอนนี้ราคายังสูงอยู่ ซึ่งต้องลงทุน
หลายหมื่นบาท แต่พอปลูกแล้วแต่ละรุ่นเราสามารถเก็บดอกขายได้ทุกวันนานถึง 4
ปี ผมยังมีที่อีกหลายไร่จะขยายไม่ได้เพราะไม่มีคนดูแล เพราะการปลูกขจรต้อง
ดูแลรดน้ำทุกวันหรือวันเว้นวันกรณีฝนไม่ตก การเก็บดอกต้องเก็บทุกวันแบ่งกันเป็น
3 ล็อก วันแรกเก็บล็อกที่ 1 พอวันรุ่งขึ้นเก็บล็อกที่ 2 แล้ววันถัดก็เก็บล็อกที่ 3
หมดแล้วย้อนกลับล็อกที่ 1 อีก" บุณทัน กล่าว


ด้าน หนูอาจ เฝ้าหอม ซึ่งปลูกขจรอยู่ใกล้กัน บอกว่า เห็นบุญทัน ปลูกขจรมีรายได้
ดี แต่ช่วงแรกมีปัญหาตรงที่ไม่สามารถหาต้นกล้าได้ จนบุญทัน ยอมขายต้นกล้าจึง
ซื้อต้นกล้ามา 260 ต้น พร้อมขยายพันธุ์ต้นกล้าเองด้วย ปลูกในพื้นที่ 1 ไร่ เมื่อไม่
กี่เดือนที่ผ่านมา พอปลูกได้ 3 เดือนขจรเริ่มให้ผลผลิตเก็บดอกขายได้แล้ว ตอนนี้
สามารถเก็บได้วันละเฉลี่ย 30 กิโลกรัม มีพ่อค้ามาซื้อในราคากิโลกรัมละ 70 บาท

"ตอนที่ปลูกขจรใหม่ๆ ซึ่งขจรยังไม่ออกดอก ป้าเอากวางตุ้งมาปลูกใต้ห้างของแปลง
ขจร เพราะต้นขจรยังเล็กยังไม่มีรายได้ ตอนต้นขจรยังโตไม่เต็มที่ หรือไม่เต็มห้าง
ป้าก็ยังปลูกกวางตุ้งอยู่ ทำให้มีรายได้ 2 ทาง คือ ในส่วนของขจรจะขายได้วันละ
2,000 บาท ส่วนกวางตุ้งได้ราว 1,500 บาท" หนูอาจ กล่าว


สำหรับการปลูกของหนูอาจ จะใช้ปุ๋ยคอกและปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้น เพื่อประหยัดต้น
และเป็นการผลิตพืชผักปลอดสารพิษตามนโยบายของนายอำเภอซำสูง ที่จะให้
อำเภอซำสูงเป็นแหล่งผลิตพืชผักปลอดสารพิษป้อนตลาด โดยให้แปลงปลูกขจรทั้ง
สองแปลงเป็นศูนย์เรียนด้านการเกษตรบ้านหม้อ ซึ่งเป็นหนึ่งในโครงการเเศรษฐกิจ
พอเพียงของอำเภอบ้านหม้อนั่นเอง

ขจรนับเป็นพืชผักพื้นบ้านชนิดที่น่าจะจัดเป็นพืชผักเศรษฐกิจตัวใหม่อีกชนิดหนึ่งที่
ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากสร้างรายให้แก่เกษตรกรอย่างเป็นกอบเป็นกำ ขนาดปลูก
ในพื้นที่ 1 ไร่ มีรายได้ถึงเดือนละ 9 หมื่นบาท ขณะที่ตลาดยังต้องการอีกมาก

"ดลมนัส กาเจ"



http://www.komchadluek.net/detail/20091015/32634/%E0%B8%82%E0%B8%88%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%9A%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%A1%E0%B9%88%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%A3%E0%B8%A1%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%B8%9B%E0%B8%A5%E0%B8%B9%E0%B8%81%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B5%E0%B9%881%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A3%E0%B8%B2%E0%B8%A2%E0%B9%84%E0%B8%94%E0%B9%89%E0%B8%A7%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%A5%E0%B8%B03%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99.html


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 15/01/2011 8:34 pm, แก้ไขทั้งหมด 6 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 11005

ตอบตอบ: 13/01/2011 9:14 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ต่อยอด....


นี่คือ 1 ในอีกหลายๆ ชนิดพืช ที่เข้าข่าย 1 ไร่รวย

ในแปลงพืชอะไรก็สุดแท้ ขนาดใหญ่ 20 - 30 - 100 ไร่ ทำงานทั้งปีได้ขายรอบ
เดียว ตัดแบ่งออกมา 2-4 ไร่ แล้วเลือกปลูกพืชประเภท 1 ไร่รวย ทำงานทั้งปีได้
ขายหลายรอบ ซัก 2 อย่างๆ ละ 2 ไร่ ด้วยแรงงานภายในบ้าน ก็น่าจะเพียงพอแล้วมั้ง....


ลุงคิมครับผม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 15/01/2011 8:35 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 11005

ตอบตอบ: 15/01/2011 7:25 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ข้อมูลเรื่องดอกขจร....











http://www.google.co.th/imglanding?q=%E0%B8%94%E0%B8%AD%E0%B8%81%E0%B8%82%E0%B8%88%E0%B8%A3&imgurl=http://likaroon.exteen.com/images/ka3.jpg&imgrefurl=http://likaroon.exteen.com/20080911/entry-1&usg=__a3oh36NQJUWPYOdZd8VnXX3PKrA=&h=320&w=400&sz=58&hl=th&zoom=1&um=1&itbs=1&tbnid=ci92JyoSBokpkM:&tbnh=99&tbnw=124&prev=/images%3Fq%3D%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%2582%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25A3%26um%3D1%26hl%3Dth%26sa%3DX%26tbs%3Disch:1&ei=zI0xTbbTJIu4vQOjyPW4Cw&um=1&sa=X&tbs=isch:1&start=0#tbnid=rOxPtiaG-GY8uM&start=542



.... เป็นไม้เถา ไม่มีมือจับ โคนต้นส่วนที่อยู่ในดินใหญ่คล้ายหัวหรือเหง้า เหมือน
ตำลึง หรือถั่วพู อายุยืนหลายปี เมื่อต้นส่วนที่เป็นเถาเลื้อยโทรมจะเกิดยอดใหม่
ออกมาจากหัวหรือเหง้านี้แล้วเจริญเติบโตเป็นต้นใหม่ได้

.... ดอกมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ดอกเป็นช่อสั้นๆ ที่โคนก้านใบ แต่ละช่อมีดอก 10-
20 ดอก สีเขียวอมเหลือง กลีบดอกหนา ออกดอกได้ตลอดปีแบบไม่มีฤดูกาล

.... ขยายพันธุ์ด้วยวิธี "ปักชำ หรือ ชำกิ่ง" โดยตัดส่วนที่เป็นเถาแก่ หรือกลาง
อ่อนกลางแก่ ให้มีข้อ 2-4 ข้อ ปักลงดินเพาะชำปกติ ให้ส่วนที่เป็นข้อฝังลงไปใน
เนื้อดินลึก 1-2 ข้อ เก็บในร่ม ให้น้ำปกติ ประมาณ 15-20 วัน จะเริ่มแตกยอด
ใหม่จากข้อที่อยู่เหนือผิวดิน เลี้ยงจนกระทั่งยอดยาวประมาณ 1 คืบมือ ถึง 1 ศอก
แขน หรือได้ใบ 4-5 ใบ แล้วจึงนำไปปลูกในแปลงจริง .... เมื่อยอดของกิ่งชำเริ่ม
แตกออกมาให้เห็นแล้ว บำรุงด้วย "น้ำมะพร้าวอ่อน + น้ำมะพร้างแก่" 2-3 รอบ
ห่างกันรอบละ 7-10 วัน ในน้ำมะพร้าวอ่อนมีจิ๊บเบอเรลลิน.ช่วยเร่งการแตกยอด
ส่วนในน้ำมะพร้างแก่มีไซโตไนคิน.ช่วยเร่งราก

.... เนื่องจากเป็นไม้เถาจึงต้องมีค้างสำหรับให้เถาเลื้อยขึ้นไป ลักษณะค้างเหมือน
ค้างตำลึง การช่วยจัดเถาให้เลื้อยไปอย่างเป็นระเบียบ นอกจากช่วยไม่ให้ใบบัง
แสงแดดซึ่งกันและกันแล้ว ยังช่วยให้การทำงาน (เก็บดอก) ทำได้ง่ายและสะดวก
ดีอีกด้วย

.... การบำรุง
- ทางราก ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ (ขี้ไก่ + ยิบซั่ม + กระดูกป่น) เดือนละ 1 ครั้ง กับ
ให้ "น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง + 8-24-24" เดือนละ 1 ครั้ง โดยให้ไป
พร้อมกันในครั้งเดียวกันเลยก็ได้ เพื่อประหยัดเวลาและแรงงาน ให้น้ำทุก 3 วัน

- ทางใบ ให้ "ฮม.น้ำดำ + ฮม.ไข่" อาทิตย์ละ 1 ครั้ง กับสลับด้วย "แคลเซียม
โบรอน" 15 วัน/ครั้ง

หมายเหตุ :
ฮม.ไข่, ฮม.น้ำดำ, และแคลเซียม โบรอน. ทำเอง สูตรอยู่ที่หน้าเว้บ


ลุงคิมครับผม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 15/01/2011 9:32 pm, แก้ไขทั้งหมด 3 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 11005

ตอบตอบ: 15/01/2011 9:19 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ดอกขจรเพิ่มฮอร์โมนหญิง


ว่าแล้วอย่ารอช้า เรามาทำความรู้จักกับ ต้นขจร หรือที่รู้จักกันอีกชื่อว่า ต้นสลิด กัน
ค่ะ คุณค่าทางอาหาร ทั้งยอดอ่อน ผลอ่อน และดอกของขจรสามารถนำมาทำอาหาร
ได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะใช้เป็นผักต้มหรือผักลวกจิ้มน้ำพริก หรือทำเป็นอาหารอื่นๆ เช่น
แกงส้มดอกขจร ยำดอกขจร แกงจืดดอกขจร ข้าวต้มดอกขจร เป็นต้น

ส่วนที่มีคุณค่าทางอาหารมากที่สุดคือส่วนยอดอ่อน ทั้งนี้ดอกขจรมีคุณค่าวิตามิน
และแร่ธาตุต่างๆ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี แคลเซียม และฟอสฟอรัสสูง

สรรพคุณทางยา ดอกขจร มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการวิงเวียนศีรษะ คลื่นไส้
อาเจียน รักษาหวัดที่เกิดจากการตากลมหรืออากาศเย็น ช่วยบำรุงตับ บำรุงสายตา
บำรุงเลือด บำรุงฮอร์โมนของสตรี ช่วยขับเสมหะ และแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ

ราก เป็นเครื่องยาสมุนไพรใช้หยอดรักษาตา อีกทั้งมีสรรพคุณทำให้อาเจียน ถอน
พิษเบื่อเมา ดับพิษได้อีก ใครว่าต้นไม้ไทยๆ จะสวยแต่รูปใช่ไหมค่ะ

ขอบคุณข้อมูลจากชีวจิต


http://www.musicradio.in.th/station/thread-2440-1-1.html
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©