-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-โฆษณาฟรี (โพสที่นี่)
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 18 DEC * รวมปัญหาเลี้ยงปลา (3)
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 18 DEC * รวมปัญหาเลี้ยงปลา (3)

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10051

ตอบตอบ: 18/12/2017 6:47 am    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 18 DEC * รวมปัญหาเลี้ยงปลา (3) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางรายการวิทยุ 18 DEC

AM 594 เวลา 08.15-09.00 (จันทร์-ศุกร์)
********************************************************************

สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ
กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม
ผลิตรายการโดยกองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

@@ สนับสนุนรายการโดย ...
http://www.nimut.com/
* บ.นิมุติ เอ็นจิเนียริ่ง เครื่องย่อยเศษพืช (02) 322-9175-6

http://www.bkgmax.com/kaset/product.html
* ยิบซั่มธรรมชาติ เฟอร์มิกซ์, ธันเดอร์พลัส, ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ (089) 144-1112

http://www.mysuccessagro.com
* บ.มายซัคเซส อะโกร---ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย, กาวเหนียวดักแมลง มายฟิกส์, กลิ่นล่อแมลงวันทอง ฟลายแอต,
สารเสริมฤทธิ์สารสมุนไพร ไบโอเจ๊ต, ถังฉีดพ่นรุ่นใหม่ ใช้แบตเตอรี่ (081) 910-5034

* และ ชมรมสีสะนชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ

เช่นเคย รายการเรา 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว ที่ (081) 913-4986 โทรศัพท์เข้ารายการคุยกันสดๆ
ออกอากาศ สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน (02) 888-0881 และอินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิมดอทคอม ถาม 1 บันทัด ตอบ 1 หน้า....

--------------------------------------------------------------------------------------

ตัวแทนจำหน่าย ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง, ไบโออิ, ไทเป, ยูเรก้า. (อินทรีย์ – เคมี)

1) ชมรม (ใหญ่) สีสันชีวิตไทย (089) 814-3204 ใกล้ไฟแดง สี่แยกบางแพ ราชบุรี
2) “คุณชาตรี” (081) 841-9874 ทรัพย์ทวีการเกษตร ชัฎป่าหวาย สวนผึ้ง ราชบุรี (ส่งทาง ปณ.)

3) ร.ต.ต.นันท์สุรัตน์ (089) 821-8273 ต.จรเข้เผือก ด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี (ส่งทาง ปณ.)
4) “คุณล่า” (081) 944-8494 ทุกวันจันทร์ ตลาดนัดวัดอมรญาติ ดำเนินสดวก ราชบุรี

5) “คุณประเสริฐ” (080) 110-4645 บ.เขาดิน หนองแขม เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี
6) “คุณพรพรรณ” (089) 814-7944 พลชัยเกษตรชีวภาพ ตลาดนัดธนบุรี ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา
7) “คุณน้ำส้ม” (085) 055-7706 ชมรมฯ สาขาศาลายา หน้า ม.มหิดล พุทธมณฑลสาย 4 (ส่งทาง ปณ.)


----------------------------------------------------------------------------------------

@@ สารอาหาร (ปุ๋ย) เพื่อการสื่อสาร :

** ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง : ส่วนผสมหลัก .... อินทรีย์/เคมี (กุ้งหอยปูปลาทะเล, เลือด, ไขกระดูก, นม, ขี้ค้างคาว, น้ำมะพร้าว, ธาตุหลักตามพืช, แม็กเนเซียม. สังกะสี. รอง/เสริม

** ไบโออิ : ส่วนผสมหลัก .... เคมี (แม็กเนเซียม. สังกะสี. รอง/เสริม)
** ยูเรก้า : ส่วนผสมหลัก .... เคมี (21-7-14, ไคโตซาน, อะมิโนโปรตีน)
** ไทเป : ส่วนผสมหลัก ..... อินทรีย์/เคมี (นม, ไข่, น้ำมะพร้าว, 13-0-46. 0-52-34)

มิได้มีเจตนาโฆษณาผลิตภัณฑ์ แต่ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์เพื่อง่ายต่อการสื่อสารข้อมูล เท่านั้น
.... ต้นพืชไม่รู้จักยี่ห้อ ไม่รู้จักเจ้าของสูตร .....
...... ไม่รู้เจ้าของคนปลูก ไม่ฟังโฆษณา .......
...... ต้นพืชรู้จักแต่ส่วนผสมหรือเนื้อใน .......


**********************************************************


จาก : (083) 902-45xx
ข้อความ : เลี้ยงปลานิลมานาน 10 ปี ปลาตัวเล็กลงเรื่อยๆ เป็นเพราะอะไร แก้ไขอย่างไร กับขอสูตรทำอาหารปลาแบบประหยัดด้วยครับ....ขอบคุณล่วงหน้าอย่างสูงครับ

จาก : (096)
289-36xx
ข้อความ : สวนเก่ามีสระน้ำขนาด 2 ไร่ ลึก 2-3 ม. อยากเลี้ยงไก่บนบ่อปลา เรื่องไก่รู้แล้ว แต่เรื่องปลายังไม่รู้ อยากรู้เรื่องปลานิล อาหารปลานิลครับ....ขอบคุณครับ

จาก :
(063) 045-82xx
ข้อความ : ระหว่างปลานิลตัวผู้กับตัวเมีย สังเกตุจากอะไรครับ

ตอบ :

เกษตรานุสติ :
การเลี้ยงปลาเป็นอีกกิจกรรมเกษตรหนึ่งที่น่าสนใจ เอาปลามาเป็นตัวเริ่มต้นคิด จากนั้น วิเคราะห์/เปรียบเทียบ ทุกมุมทุกมิติก็จะรู้ว่า ในความเป็นสระน้ำนั้นยังเลี้ยงอย่างอื่นๆได้อีกหลากหลาย ในน้ำได้แก่ กบ ตะพาบ บนน้ำได้แก่ ไก่ เป็ด หมู นก

เมื่อคิดจะเลี้ยงปลาหรือเลี้ยงอะไรก็สุดแท้ย่อมมีปัญหาทั้งนั้น เพราะไม่มีอะไรในโลกนี้ที่ไม่มีปัญหา มากหรือน้อย เล็กหรือใหญ่ ชั่วคราวหรือถาวร ปัญหาทั้งน้านนนนน

จะทำกิจกรรมใดๆ ขอให้ศึกษาส่วนที่จะเป็นหรือเคยเป็นปัญหาก่อน ทั้งของเขาของเรา แล้วค่อยศึกษาความสำเร็จทีหลัง หากไม่รู้ล่วงหน้าว่าจะเกิดปัญหาแล้วลงมือทำเลย เมื่อทำไป ๆ ๆ แล้วเกิดปัญหา ๆ ๆ ๆ บางปัญหาแก้ได้ บางปัญหาแก้ไม่ได้ เป็นแล้วเป็นเลย เมื่อทำ ๆ ๆ แล้วมีแต่ปัญหา ปัญหาเรื่องไม่เป็นเรื่อง ปัญหาโลกแตก ก็จะต๊อแต๊ ทำแล้วขาดทุน สุดท้ายก็เป็นหนี้

ปัญหามีให้แก้ ไม่ใช่มีให้กลุ้ม วิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด คือ “ป้องกัน” ไม่รอให้ปัญหาเกิดแล้วจึงแก้ แบบนี้บางปัญหาแก้ได้ บางปัญหาแก้ไม่ได้ เสียหายแล้วเสียหายเลย

เกษตรกรเกือบทุกสาขามักมองแต่ “รายได้” โดยไม่มอง “ต้นทุน”
ทำแล้วขาย ขายแล้วขาดทุน โดยไม่รู้ว่าต้นทุนมันสูงเกินจำเป็น
ทำแล้วขาย ขายได้ราคาต่ำ โดยไม่รู้ว่าตลาดต้องการอย่างนั้นเท่านั้น

ว่ามั้ย....
** ทำแบบเดิม นอกจากไม่มีอะไรดีกว่าเดิมแล้ว ยังเลวร้ายไปกว่าเดิมอีกด้วย เพราะปัจจุบันทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปทางลบหมดแล้ว

** ทำตามคนที่ล้มเหลวจะล้มเหลวยิ่งกว่า เพราะทุ่มทุนมากกว่าเขา เพียงเพื่อหวังเอาชนะ
** ความล้มเหลวทั้งสิ้นทั้งปวงล้วนเกิดจาก “ไม่มีข้อมูลทางวิชาการที่แท้จริง” แล้วทำตามความเคยชิน คิดเอง ถามเอง ตอบเอง

.....................................................................................................
คำถามนี้ ถามสั้นตอบยาว นี่คือ ถาม 1 บรรทัด ตอบ 1 หน้า ไม่ใช่เจตนาตอบยาวเหมือนอวดรู้อวดเก่ง ในขณะเดียวกัน คำตอบขนาดนี้ “ย่อ” ให้สั้น กะทัดรัด ได้ใจความ ที่สุดแล้ว หากสั้นกว่านี้ก็จะไม่รู้เรื่อง ปัญหานี้แก้ไขโดย หาคำตอบที่เป็นเอกสารเป็นตัวหนังสือมาอ่าน อ่านซ้ำ อ้ายแล้วอ่านอีก อ่านหลายๆรอบ อ่านหลายๆที่ หลายๆแหล่ง นั่นแหละจึงจะได้ผล 100%
...................................................................................................


- เลือดชิด หมายถึง การผสมพันธุ์ระหว่างพ่อแม่พันธ์ที่เป็นเครือญาติกัน โดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ หรือเกิดจากผลของการใช้พ่อแม่จํานวนน้อยจากฟาร์มเดียวกัน .... การผสมระบบปิด โอกาสเกิดเลือดชิดจะมากกว่าระบบเปิดและระบบผสม .... ส่งผลให้สูญเสียความแปรปรวนทางพันธุกรรม และความหลากหลายของลักษณะทางพันธุกรรม

- การคัดเลือกพ่อแม่ปลานิล จากการสังเกตจากลักษณะภายนอกของปลาที่สมบูรณ์ปราศจากเชื้อโรคและบาดแผล สำหรับพ่อแม่ปลาที่พร้อมจะวางไข่นั้นสังเกตได้จากอวัยวะเพศถ้าเป็นปลาตัวเมียและมีสีชมพูแดงเรื่อๆ ส่วนปลาตัวผู้ก็สังเกตได้จากสีของตัวปลาที่เข้มสดโดยเปรียบเทียบกับปลานิลตัวผู้อื่นๆ ที่จับขึ้นมา ขนาดของปลาตัวผู้และตัวเมียควรมีขนาดไล่เลี่ยกันคือมีความยาวตั้งแต่ 15-25 ซม. น้ำหนักตั้งแต่ 150-200 กรัม

- การป้องกันการเกิดเลือดชิด ในการเก็บรักษาสายพันธุ์ปลาไว้ในฟาร์มหลายๆ ชั่วอายุ จําเป็นต้องระวังให้เกิดการผสมเลือดชิดน้อยที่สุด ซึ่งทําได้โดย

การคัดเลี้ยงพ่อแม่พันธุ์ :

- คัดปลาที่โตได้ขนาดตลาดรุ่นแรกสุดในบ่อมาเป็นพ่อแม่พันธุ์
- เลี้ยงพ่อแม่พันธุ์อายุต่างกันแยกกันใช้หลายขนาดและหลายกลุ่มอายุหลีกเลี่ยงการ ผสมปลาต่างรุ่น ฟาร์มส่วนใหญ่มักจะเก็บพ่อแม่พันธุ์ที่ใช้แล้วไว้ใช้ในปีต่อไป และอาจนํามาผสมกับ พ่อแม่พันธุ์รุ่นใหม่ ซึ่งการผสมข้ามรุ่นนี้จะเพิ่มอัตราการผสมเลือดชิดมากกว่าการผสมพันธุ์ภายในปลารุ่นเดียวกัน

- ในการเพาะพันธุ์แต่ละครั้งควรใช้พ่อแม่พันธุ์หลายคู่ หากการเพาะแต่ละครั้งใช้ ปลาเพศเมียน้อยตัว สามารถเพิ่มจํานวนพ่อแม่พันธุ์ได้ โดยใช้น้ำเชื้อจากปลาตัวผู้หลายตัวผสมกับไข่จากปลาตัวเมีย 1 ตัว เพื่อให้ไข่และน้ำเชื้อผสมกันได้หลายๆ คู่

พ่อพันธุ์และแม่พันธุ์ปลานิล :

- ปลานิลตัวผู้และตัวเมียจะมีลักษณะภายนอกคล้ายกันมาก ตัวผู้อวัยวะเพศจะมีลักษณะเรียวยาว และจะมีสีเข้มตรงใต้คางและตามลำตัว ส่วนตัวเมียจะมีอวัยเพศเป็นรูและกลม และในฤดูผสมพันธุ์จะมีสีบริเวณลำตัวและใต้คางเข้มน้อยกว่าตัวผู้

- ปลานิลที่มีอายุประมาณ 4 เดือนก็สามารถที่จะเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ได้ สังเกตได้จากพ่อพันธุ์จะแยกตัวออกจากฝูง เพื่อสร้างรังบริเวณขอบบ่อตื้น ๆ ประมาณครึ่งเมตร

- โดยปลานิลตัวผู้จะใช้หัวและปากขุดหลุมบริเวณดังกล่าว จนรังมีลักษณะเป็นหลุม และแผ่ครีบหลังอ้าปากกว้างเชิญชวนให้ปลานิลตัวเมียว่ายเข้ามาผสมพันธุ์

การผสมพันธุ์ปลานิล :

- ปลานิลจะผสมพันธุ์ภายนอก โดยปลานิลตัวเมียจะวางไข่ในรังทีละ 10-20 ฟอง พร้อมกับที่ปลานิลตัวผู้ปล่อยน้ำเชื้อผสมกับไข่ เมื่อไข่และน้ำเชื้อผสมกันแล้ว ปลานิลตัวเมียก็จะอมไข่ไว้ในปากและออกจากรังไปยังก้นบ่อ

- ประมาณ 4-5 วัน ไข่จะฟักเป็นตัว แต่ก็จะยังอยู่ในปากแม่ปลา โดยมีถุงอาหารติดอยู่ที่ท้องของลูกปลาในระยะ 3-4 วันหลังฟักเป็นตัวลูกปลาจะออกจากปากแม่ปลาและกินไรน้ำและพืชน้ำ โดยจะยังมีแม่ปลาคอยระวังภัยอยู่ใกล้ ๆ ตลอดเวลา และลูกปลาจะหลบในปากแม่ปลาเมื่อมีภัยเข้ามา

เมื่อลูกปลามีอายุประมาณ 1 สัปดาห์จึงจะเลิกหลบซ่อนในปากแม่ปลา และจะหาอาหารกินเองได้และว่ายรวมกันเป็นฝูงเมื่อายุได้ประมาณ 3 สัปดาห์

- แม่ปลานิลจะสามารถวางไข่ได้ครั้งละ 50-600 ฟอง ขึ้นอยู่กับขนาดของแม่ปลา และใน 1 ปี จะสามารถวางไข่ได้ 3-4 ครั้ง

- ปริมาณพ่อแม่ปลาที่จะนำไปปล่อยในบ่อเพาะ 1 ตัว/4 ตร.ม. หรือไร่ละจำนวน 400 ตัว ควรปล่อยในอัตราส่วนพ่อปลา 2 ตัว/แม่ปลา 3 ตัว เนื่องจากได้สังเกตจากพฤติกรรมในการผสมพันธุ์ของปลาชนิดนี้ ปลาตัวผู้มีสมรรถภาพที่จะผสมพันธุ์กับปลาตัวเมียอื่นๆ ได้อีก ดังนั้นการเพิ่มอัตราส่วนของปลาตัวเมียให้มากขึ้นคาดว่าจะได้ลูกปลานิลเพิ่มขึ้นส่วนการเพาะปลานิลในกระชังใช้อัตราส่วนของปลา 6 ตัว/ตร.ม. โดยใช้ตัวผู้ 1 ตัว/ตัวเมีย 335 ตัว การเพาะปลานิลแต่ละรุ่นจะใช้เวลาประมาณ 2 เดือน จึงเปลี่ยนพ่อแม่ปลารุ่นใหม่ต่อไป

- การเลี้ยงปลานิลมีความจำเป็นที่จะต้องให้อาหารสมทบ หรืออาหารผสม ได้แก่ ปลายข้าว สาหร่าย รำละเอียด ในอัตราส่วน 1:2:3 โดยให้อาหารดังกล่าวแก่พ่อแม่ปลานิลประมาณ 2% ของน้ำหนักตัว ทั้งนี้เพื่อให้ปลานิลใช้เป็นพลังงาน ซึ่งต้องใช้มากกว่าในช่วงการผสมพันธุ์ ส่วนปุ๋ยคอกแห้งก็ต้องใส่ในอัตราส่วนประมาณ 100-200 กก./ไร่/เดือน ทั้งนี้เพื่อเพิ่มพูนอาหารธรรมชาติในบ่อได้แก่ พืชน้ำขนาดเล็กๆ ไรน้ำ และตัวอ่อน อันจะเป็นประโยชน์ต่อลูกปลานิลวัยอ่อนที่หลังจากถุงอาหารยุบตัวลง และจะต้องดำรงชีวิตอยู่ในบ่อเพาะดังกล่าวประมาณ 1 สัปดาห์

- ก่อนที่จะย้ายไปเลี้ยงในบ่ออนุบาล ถ้าในบ่อขาดอาหารธรรมชาติดังกล่าวผลผลิตลูกปลานิลจะได้น้อย เพราะขาดอาหารที่จำเป็นเบื้องต้นหลังจากถุงอาหารได้ยุบตัวลงใหม่ๆ

- ก่อนที่ลูกปลานิลจะสามารถกินอาหารสมทบอื่นๆ ได้ อาหารสมทบที่หาได้ง่ายคือ รำข้าว ซึ่งควรปรับปรุงคุณภาพให้ดียิ่งขึ้นโดยใช้ปลาป่น กากถั่ว และวิตามิน เป็นส่วนผสม นอกจากนี้แหนเป็ดและสาหร่ายหลายชนิดก็สามารถจะใช้เป็นอาหารเสริมแก่พ่อแม่ปลานิลได้เป็นอย่างดี ในกรณีที่ใช้กระชังไนล่อนตาถี่เพาะพันธุ์ปลานิลก็ควรให้อาหารสมทบแก่พ่อแม่ปลาอย่างเดียว

https://web.ku.ac.th/nk40/nk/data/04/nk1p4s10.htm


การให้อาหารปลานิล :

- โดยทั่วไปปลานิลจะกินอาหารตามธรรมชาติและอาหารที่คนให้ ซึ่งอาหารตามธรรมชาติสามารถทำได้โดยโรยปุ๋ยมูลสัตว์แห้งลงในเพื่อให้เกิดอาหารธรรมชาติ เช่น ตะไคร่ ไรน้ำ ตัวอ่อนแมลงในน้ำ โดยสังเกตจากสีของน้ำ ถ้ามีสีเขียวแสดงว่ามีอาหารธรรมชาติจำพวกพืชน้ำ แต่ถ้ามีสีคล้ำแสดงว่ามีอาหารธรรมชาติจำพวกไรน้ำ ซึ่งทั้งสองเป็นอาหารตามธรรมชาติที่สำคัญในการเลี้ยงปลานิล

- ส่วนอาหารเสริมเพื่อให้ปลาได้รับอาหารครบถ้วน เช่น รำ ปลายข้าว กากถั่วต่าง ๆ ให้ประมาณ 5% ของน้ำหนักปลาที่เลี้ยง เพราะถ้าให้มากเกินไปจะทำให้น้ำเน่าเสียเร็ว

อาหารปลานิล :
ส่วนผสม :

1. รำ 6 กิโลกรัม
2. เปลือกถั่วเหลือง 1 กิโลกรัม
3. เศษผัก 3 กิโลกรัม
วิธีการทำ
นำรำ เปลือกถั่วเหลือง และเศษผักในอัตราส่วนที่กำหนด มาต้มรวมกัน ต้มไว้ประมาณ 20 นาที ก็สามารถนำไปเทให้ปลากินได้ โดยให้กินวันละ 1 ครั้ง

***คุณอำนาจ ได้แนะนำข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการให้อาหารปลาเพิ่มเติม ว่าควรจะให้ปลากินฟาง เป็นอาหารเสริม หรือเรียกอีกอย่างว่าปลากินพืช โดยที่นำฟางไปใส่ไว้ในบ่อปลาไม่ต้องผสมอะไรเลย แช่ไว้ให้เปื่อยแล้วปลาก็จะมากัดกินเอง

ข้อมูลโดย : คุณอำนาจ ปัญญามัง ผู้เลี้ยงไก่ไข่และเลี้ยงปลา จ.ลพบุรี
ที่มา : ศูนย์ทางด่วนข้อมูลการเกษตร *๑๖๗๗
สถานีวิทยุร่วมด้วยช่วยกัน จ.สระบุรี
http://www.rakbankerd.com/agriculture/page.php…


ปลานิลจัดเป็น “ปลากินพืช” แบบเดียวกับปลาทับทิม ปลาตะเพียน ปลาไน ปลานวลจันทร์ และปลายี่สก ซึ่งกินพืชเป็นหลัก โดยเฉพาะพืชที่เกิดหรืออยู่ในน้ำ เช่น ตะไคร่น้ำ ไข่น้ำ จอก แหน และหญ้าทุกชนิด เป็นต้น

- ตอนนำลูกปลามาปล่อยใหม่ๆ ลูกปลายังมีขนาดเล็กมาก ขนาดประมาณ 1 ซม. ให้อาหารเม็ดเล็กมาเลี้ยงอยู่ประมาณ 1 สัปดาห์ จากนั้นก็นำเศษผัก เศษหญ้า เศษอาหารเหลือต่างๆ รวมทั้งขี้วัวขี้ควายด้วย มาให้ปลากินแทน เพื่อจะได้ประหยัดต้นทุน

- ปลานิลเป็นปลากินพืชและกินพืชทุกชนิด ใส่ฟางข้าวไปโยนไว้ในบ่อ ปรากฏว่าเพียงแค่สัปดาห์เดียวปลาจัดการฟางข้าวหนักประมาณ 300 กก. จนหมด

- ฟางหมดก็ตัดหญ้าโยนลงในบ่อให้ปลากินแทน รวมทั้งนำขี้วัวหรือขี้ควายใส่กระสอบไปแช่ไว้ในน้ำให้ปลากินด้วย ซึ่งก็เป็นสิ่งที่ปลาโปรดปรานมากๆ อีกเช่นกัน

- ประโยชน์ของการใช้หญ้าหรือฟางข้าวเลี้ยงปลานิล ก็คือ จะทำให้ต้นทุนในการเลี้ยงลดลงมากถึง 80% ปลาเติบโตอย่างธรรมชาติ เนื้อแน่นและอร่อยกว่าปลาที่เลี้ยงด้วยอาหารเม็ด ที่สำคัญที่สุดก็คือ ปลอดจากสารพิษและมีความปลอดภัยสูง เข้ากันได้อย่างดีเลยกับแนวทางของ “อาหารเพื่อสุขภาพ” หรือ GFGAP

- แม้ว่าปลานิลจะเป็นปลากินพืช แต่ก็ไม่ได้เป็น “มังสวิรัติ” เพราะมันกินแมลง แพลงตอน ไส้เดือน และสิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่อยู่ในน้ำด้วย เพียงแต่มันจะไม่กินปลาตัวใหญ่ๆ และชอบกินพืชมากกว่าเท่านั้นเอง

https://www.gotoknow.org/posts/502792



การเลี้ยงปลาด้วยฟางข้าว :

- จะใช้บ่อเก่าหรือขุดใหม่ก็แล้วแต่ ความลึกของบ่อควรจะเป็น 2 ม. เป็นอย่างน้อย ขนาดของบ่ออาจจะเป็น 1 ไร่ หรือ 2-3 งาน เมื่อนำน้ำใส่ในบ่อแล้ว ให้หามูลโค-กระบือ ใส่ไว้เพื่อเพาะลูกไร ก็จะเกิดลูกไรและแมลงตัวเล็กๆ ซึ่งจะได้เป็นอาหารของปลากินเนื้อต่อไป

- การเลี้ยงปลาด้วยฟางข้าวปล่อยลูกปลากินพืช เช่น ปลาสวาย ปลานิล ปลาทับทิม ปลาสลิด และลูกปลากินเนื้อ เช่น ปลาหมอ ปลาดุกอุ้ย ในพื้นที่บ่อ 1ไร่ ปล่อยลูกปลาจำนวน 10,000 ตัว ปลากินพืชจะกินฟางข้าว ส่วนปลากินเนื้อจะกินลูกไรและแมลงที่เกิดจากฟางข้าว ปลาทั้งสองประเภทจะไม่ทำลายซึ่งกันและกัน ยกเว้นปลาช่อน

- การให้ฟางข้าว จะต้องกองฟางข้าวไว้ที่ริมบ่อ ส่วนหนึ่งให้จมน้ำ ควรวางฟางข้าวไว้ใต้ลม เพื่อให้ได้รับอากาศจากลมพัด และฟางจะได้ไม่กระจายไปทั่วบ่อ เมื่อฟางข้าวในบ่อยุบตัวลงก็ดันฟางข้าวที่ขอบบ่อลงไป ปลาก็จะมากินฟางข้าวที่เน่าเปื่อย ปลาสวาย ปลาสลิด ก็จะมากินฟางข้าวโดยตรง ส่วนปลาทับทิมจะกิน หนอน แมลง และ ลูกไรที่เกิดจากการหมักของฟางข้าว

- การเลี้ยงปลาโดยวิธีนี้ไม่ต้องให้อาหารอื่นใดเลยนอกจากฟางข้าวเพียงอย่าง เดียว เกษตรกรจะต้องกำหนดให้เวลา 1 ปี หมดฟางข้าวพอดี ก็จะเหลือแต่ฟางข้าวที่เป็นตอซังแข็งๆ เท่านั้นที่เหลืออยู่ที่ริมบ่อ

- การจับปลาจะต้องดูว่าช่วงใดราคาแพง ให้เลือกจับในช่วงนั้น หากช่วงใดราคาไม่ดี เราก็ขยายเวลาออกไปก่อน เพราะไม่มีต้นทุนอาหาร ยิ่งนานออกไปปลาก็ยิ่งโต ปลาก็ยิ่งได้ราคา

- การเจริญเติบโตในระยะเวลา 1 ปี การเติบโตของปลาเฉลี่ยแล้วปลาสวายตัวละ 2 กก. ปลาทับทิม ตัวละ 3-4 ตัวต่อ กก. ปลาหมอ ขนาด 5-6 กก.

- คุณภาพ ของปลาเหมือนกับปลาที่จับมาจากแหล่งน้ำธรรมชาติ เป็นที่ต้องการของผู้บริโภค ปลาไม่ผอม ไม่มีกลิ่น การคำนวณรายได้ต่อบ่อ ต่อไร่ คำนวณอยาก เนื่องจากขึ้นอยู่กับจำนวนอัตราการรอดของลูกปลาเป็นสำคัญ หากได้น้ำหนักโดยรวมประมาณ1 ตัน ต่อพื้นที่บ่อ 1 ไร่ ซึ่งเป็นอัตราขั้นต่ำก็มีรายได้แล้วไม่น้อยกว่า 60,000 บาท

- และ ที่สำคัญที่คันบ่ออย่าปล่อยให้ว่าง ควรหาพืชยืนต้นมาปลูก จะเป็นมะพร้าว ตาล หรือ มะพร้าวน้ำหอม ชมพู่ทับทิมจันทร์ ฝรั่ง ส้มโอ พืชสวนครัว หรือพืชเก็บยอดก็ดี เพื่อสร้างรายได้รายวันรายได้รายเดือน ส่วนปลาก็เป็นรายได้รายปี

- คิดแบบนี้ ทำแบบนี้ ครอบครัวมีอนาคตครับ หลักคิดนั้นสำคัญครับ ท่านที่อ่านแล้วนำไปปฏิบัติลงมือทำ ในการทำครั้งต่อไป หรือคิดที่จะปลูกสิ่งใดๆ ต่อไป ท่านควรคิดเพื่อสร้างหลักคิดเป็นของตัวเอง คิดให้ดี ก้าวหน้า และลงมือทำครับ

http://sopprap.lampang.doae.go.th/?p=38

----------------------------------------------------------------------------------



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©