-
++kasetloongkim.com++
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - เบื้องหลัง ถ่ายทำรายการ ทีวี. "ลุยไม่รู้โรย"
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

เบื้องหลัง ถ่ายทำรายการ ทีวี. "ลุยไม่รู้โรย"

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 136

ตอบตอบ: 10/10/2011 9:34 pm    ชื่อกระทู้: เบื้องหลัง ถ่ายทำรายการ ทีวี. "ลุยไม่รู้โรย" ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เบื้องหลัง ถ่ายทำรายการ ทีวี. "ลุยไม่รู้โรย"



ความเป็นมา :
รายการ ทีวี. "ลุยไม่รู้โรย" เป็นรายการนำเสนอการดำเนินชีวิตของผู้สูงอายุหรือข้า
ราชการหลังเกษียณ ในอันที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมส่วนรวม....ลุงคิม เป็นคนหนึ่งที่
ทางรายการมองเห็นว่า เป็นข้าราชการเกษียณอายุแล้วยังทำงานหนัก ถึงหนักมาก
อาทิ ฟรีอินเตอร์เน็ต (UP DATE ข้อมูลทุกวัน). รายการวิทยุ (วันละ 2 เวลา).
งานที่ไร่กล้อมแกล้ม. และงานสอนเกษตรกร. โดยเป้าหมายการนำเสนอเน้นตัว
บุคคลมากกว่าเนื้องาน ที่สำคัญ เป็นรายการ ทีวี.ที่ไม่มีโฆษณา


-----------------------------------------------------------------
-----------------------------------------------------------------

Posted By: tummy พฤศจิกายน 18, 2015

สวัสดีครับ ผม ณัฐวุฒิ บำรุงสรณ์ เจ้าของ Ohozaa.com ครับ

ผมเขียนข้อความตรงนี้ขึ้นมาเนื่องจากผมมีความประสงค์จะขอโทษอย่างเป็นทางการแก่ Sanook.com ซึ่งที่ผ่านมาผมเองยอมรับว่าได้มีการนำเนื้อหาจำนวนหนึ่งมาจากเว็บไซต์ Sanook.com ไปใช้เผยแพร่บนเว็บไซต์ Ohozaa.com โดยไม่ได้มีการพูดคุยหรือขออนุญาตอย่างถูกต้อง ต่อมา เมื่อ Sanook.com ได้ตรวจพบ และไม่สามารถติดต่อผมได้ จึงทำให้เกิดการฟ้องร้องคดีไปสู่ชั้นศาล ซึ่งผมยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง โดยผมใคร่ขอให้เว็บไซต์ต่างๆ ที่กำลังกระทำผิดอยู่ในขณะนี้ ได้นำบทเรียนที่ผมได้รับในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อมิให้ผู้ใดดำเนินการอย่างเช่นที่ผมได้กระทำลงไปซ้ำอีก

จึงขอโทษต่อ Sanook.com อีกครั้งมา ณ ที่นี้ครับ อนึ่ง ผมจะขอชี้แจงเพิ่มเติมให้ทุกคนทราบไว้ ณ ที่นี้ว่า ผมเป็นเจ้าของและผู้ดูแล Ohozaa.com เท่านั้น ซึ่งผมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์อื่นใดที่มีชื่อคล้ายกันทั้งสิ้นครับ

-------------------------------------------------------------------
-------------------------------------------------------------------

สวัสดีครับลุงคิม และเพื่อนสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน
เกษตรสัญจร 10 เซ็ง ตอน แถลงการณ์ - รูปในกระทู้ลุงคิมหายไปไหนหมด
เพราะว่า ..... มันเป็นอย่างที่มันควรจะเป็น

อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา - เกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เป็นเรื่องธรรมดา

รายการ สีสันชีวิตไทย เป็นชีวิตที่มีสีสัน....มันจริง ๆ....
อย่าเพิ่งปักใจเชื่อ.....อ่านแล้วพิจารณาครับ....ขออนุญาตครับลุง....
-------------------------------------------------------------

ลุงคิม บ่นในกระทู้ 3136 เมื่อวันที่ 22 /11 / 2015

เสียดายภาพ (ว่ะ....)
เมื่อมีใครซักคนมา "ให้บริการ" ฝากภาพ เราก็ฝากน่ะซี .... เราผิดเหรอ ?
ก่อนตัดสินใจ "ฝากภาพ" คนฝากจะรู้เบื้องหน้าเบื้องหลัง ของเว้บที่จะฝากนั้น ได้ยังไง...

http://www.ohozaa.com
/%e0%b9%81%e0%b8%96%e0%b8%a5%e0%b8%87%e0%b8
%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%88%e0%b8%b2%e0
%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a7%e0%b9%87%e0%b8%9a-
ohozaa/

(1) แถลงการณ์จากเว็ป Ohozza.com

พฤศจิกายน 18, 2015

สวัสดีครับ ผม ณัฐวุฒิ บำรุงสรณ์ เจ้าของ Ohozaa.com ครับ
ผมเขียนข้อความตรงนี้ขึ้นมาเนื่องจากผมมีความประสงค์จะขอโทษอย่างเป็นทางการแก่ Sanook.com ซึ่งที่ผ่านมาผมเองยอมรับว่าได้มีการนำเนื้อหาจำนวนหนึ่งมาจากเว็บไซต์ Sanook.com ไปใช้เผยแพร่บนเว็บไซต์ Ohozaa.com โดยไม่ได้มีการพูดคุยหรือขออนุญาตอย่างถูกต้อง ต่อมา เมื่อ Sanook.com ได้ตรวจพบ และไม่สามารถติดต่อผมได้ จึงทำให้เกิดการฟ้องร้องคดีไปสู่ชั้นศาล ซึ่งผมยอมรับว่าการกระทำดังกล่าวเป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้อง โดยผมใคร่ขอให้เว็บไซต์ต่างๆ ที่กำลังกระทำผิดอยู่ในขณะนี้ ได้นำบทเรียนที่ผมได้รับในครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์ เพื่อมิให้ผู้ใดดำเนินการอย่างเช่นที่ผมได้กระทำลงไปซ้ำอีก

จึงขอโทษต่อ Sanook.com อีกครั้งมา ณ ที่นี้ครับ อนึ่ง ผมจะขอชี้แจงเพิ่มเติมให้ทุกคนทราบไว้ ณ ที่นี้ว่า ผมเป็นเจ้าของและผู้ดูแล Ohozaa.com เท่านั้น ซึ่งผมไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับเว็บไซต์อื่นใดที่มีชื่อคล้ายกันทั้งสิ้นครับ
---------------------------------------------------------------------

ก็ว่ากันไป...เห็นใจครับ แต่....

รูปของลุงคิมก็เยอะ รูปของผมก็แยะ งานนี้ ผม อ่วม อรทัย แน่ ๆ แก้ไข ลงรูปกันใหม่บานตะกูดเลยก็แล้วกัน...

Mai Pen Rai. เพื่อสมาชิก เพื่อเว็ปลุงคิม สีสันชีวิตไทย มันสนุกแบบนี้แหละ

(2) ใกล้จะถึงวันคริสมาสแล้วเนาะ ฝากคุณซานตาครอสล่วงหน้าเพื่อมาเตรียใของขวัญก่อนละกัน...แต่ปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี ซานตาแกเลยตกทุกข์ได้ยาก ต้องหาของขวัญตามที่แบบนี้ ไม่ว่ากันนะครับ

ทีนี้ว่า ใครอยากจะนำรูปมาลงในเว็ปลุงละก็ มีโปรแกรมทำง่าย ๆ ที่ผมใช้ในระยะหลัง ๆ ตั้งแต่รู้ว่า Ohozaa เริ่มจะมีปัญหา ใครที่รู้แล้วก็แล้วกันไป ใครที่ยังไม่รู้ก็ลองเอาไปใช้ดูนะครับ

(1) Upic.me
(2) Image.gooSiam.com
(3) MX7.com

พิมพ์ลงในช่องที่มีตัวกระพริบ ตามนี้แหละ เมื่อหน้าจอขึ้นมาแล้ว เค้าบอกให้ทำอะไร ทำยังไงก็ทำตามเค้าบอก อย่าไปนอกครูก็แล้วกัน...

เซ็งจริง ๆ อยู่ดี ๆ รูปหาย....มึนไปเลยกรู

---------------------------------------------------------------------

1.
ทีมงานถึงบ้านที่พุทธมณฑลสาย 3 ตั้งแต่ ตี.5 ครึ่ง เสียงกริ่งหน้าบ้านดัง เจ้าของ
บ้านยังอยู่ในห้องน้ำ..... เข้าบ้านแล้ว จิบกาแฟ คุยกันเบาๆ แต่ถูกคอ ราวกับรู้จักกัน
มานาน

คัทแรกเริ่มจากหน้าบ้าน (นอกบ้าน) เจ้าของบ้านเชิญแขกเข้าบ้าน

กล้องจับภาพตั้งแต่ประตูบ้านถึงที่นั่งเตรียมออกอากาศ FM.91 ช่วง 7-8 โมงเช้า





2.
หะแรก ทีมงานไม่เชื่อว่า อยู่กับบ้านก็สามารถทำรายการวิทยุได้ โดยไม่ต้องเดิน
ทางไปที่สถานีวิทยุ พอมาเห็นของจริงเข้า จึงถึงบางอ้อ แบบนี้นี่เอง .... ขณะออก
อากาศมีหลานชายคนเล็กมานั่งบนตักตา เป็นภาพแห่งความอบอุ่นในครอบครัว

ในรายการมีการบันทึกเสียงขณะออกอากาศไว้ด้วย





3.
ในสคริป ผู้กำกับรายการสั่งให้อ่านข้อความที่หน้าจออินเตอร์เน็ตตอนตอบคำถาม
ด้วย ครั้นเอาจริงเข้า ออกนอกบท ไม่ได้อ่านข้อความในเน็ตเลย เพราะเนื้อเรื่องใน
เน็ตไม่ตรงกับคำถามที่ผู้ฟังถามมา

ทุกคำถาม ที่ถามมา ตอบเดี๋ยวนั้น ตอบสดๆ ไม่มีโผ ไม่มีโฉนด ไม่มีเอ้อนะครับอ้า
อ้านะครับเอ้อ ให้เสียอารมย์ ต่อคำถามที่ว่า "มีเทคนิคอย่างไรที่ทำให้ผู้ฟังไม่เบื่อ
ในการฟัง...." คำตอบคือ ทำยังไงก็ได้ให้ "สด-ใหม่-มันส์-สนุก" บางครั้งหรือ
บ่อยครั้ง ต้อง "ใส่อารมย์" สวมวิญญานนักปลูกระดมมวลชนเก่าด้วย เพื่อให้ผู้ฟัง
ตื่นอยู่เสมอ.....ก็แค่นี้เอง




4.
เสร็จรายการวิทยุที่บ้าน กทม.แล้วออกเดินทางไปไร่กล้อมแกล้มเพื่อถ่ายทำต่อ

วันนั้นมีกลุ่มเกษตรกรที่เป็นสมาชิกของรายการจากนครสวรรค์มาร่วมทัศนศึกษาด้วย
ราว 20 คน โดยรถตู้ 2 คัน

ถาม : เป็นทหาร ไม่ได้เรียนเกษตร ไม่เคยทำเกษตร แล้วมาทำเกษตรได้อย่างไร ?

ตอบ : เป็นคำสั่งจาก ผบ.นปอ. พลโทสำเภา ชูศรี สมัยนั้น สั่งให้ทำรายการวิทยุ
เพราะเป็นงานในตำแหน่งโดยตรง

ถาม : เริ่มต้นอย่างไร ?
ตอบ : อ่านหนังสือ อ่านวันละ 20 ชม. ตลอด 1 เดือนแรกที่จับงาน แรกๆก็อ่านโผ
ออกอากาศ หนักเข้าๆ เริ่มจำได้ เริ่มเข้าใจ ก็ไม่ต้องอ่านโผ ร่ายยาวสดๆกันเลย

ถาม : จากงานวิทยุ มาที่ไร่กล้อมแกล้ม ได้อย่างไร ?

ตอบ : เริ่มจากงานวิทยุ ต่อด้วยทำวารสารเกษตรใหม่ ทำพ็อคเก็ตบุ๊ค มีคนปรามาส
ว่า ทำเกษตรหลังไมค์ ทำเกษตรบนแผ่นกระดาษ เลยคิดจะลบคำปรามาสด้วยของ
จริง เลยตัดสินใจซื้อที่ดินแปลงนี้ ทำไร่กล้อมแกล้มซะเลย

ถาม : วันนี้ลบคำปรามาสสำเร็จหรือยัง ?
ตอบ : ยัง ยังอีกยาวไกล เพราะยังปรับเปลี่ยนทัศนคติของเกษตรกรไม่ได้

ถาม : แล้วเรื่องทำปุ๋ย ทำฮอร์โมน ทำยาสมุนไพร นี่เกี่ยวด้วยยังไง ?

ตอบ : คงต้องเกี่ยว เพราะการเกษตรต้องใช้ตัวนี้อยู่แล้ว จึงตัดสินใจทำ

ถาม : ทำใช้ หรือทำขาย ?
ตอบ : ทั้ง 2 อย่าง แรกๆไม่ได้ตั้งใจทำขาย ตั้งใจลบคำปรามาสเท่านั้น ทำเสร็จก็
ให้คนชอบพอกันเอาไปทดลองใช้ คนที่ใช้แล้วได้ผลมาขอซื้อ แบบบังคับซื้อ เลยจำ
ใจขาย ทั้งขายปลีก ขายส่งให้บริษัทเอาไปบรรจุขวดขายเอง ออร์เดอร์ครั้งละหลาย
ร้อยลิตรต่อเดือน ทุกเดือน วันนี้ก็ยังทำส่ง

ถาม : แล้วที่สอนล่ะ ?
ตอย : ก็สูตรเดียวกันนี่แหละ เป็นคนบ้าคนเดียวในโลก กล้าบอกสูตรที่ตัวเองทำ
ขายให้คนที่ไม่ได้ถามแม้แต่ชื่อ สอนกับแบบ LEARNING BY DOING ทำเสร็จ
แจกเลย

ถาม : ที่สอนไปแล้ว มีใครทำเองได้บ้างไหม ?
ตอบ : ทำไม่ได้เลยซักกะคนเดียว เพราะเขาหาวัสดุส่วนผมไม่ได้ บางคนใช้ส่วน
ผสมผิด เพราะหาส่วนผสมที่ถูกต้องไม่ได้ หรือไม่ก็เรียนวิธีทำแล้วแต่ไม่ได้เรียนวิธี
ใช้ เมื่อใช้จึงไม่ได้ผล พอไม่ได้ผลเลยพาลมาด่าลุงคิม ...... เจ็บไหมล่ะ

รึอาจจะมีก็ได้นะที่ ทำเอง-ใช้เอง แล้วได้ผล เพราะสอนให้ทำทั้งแบบเต็มสูตร แล้วก็
แบบสูตรเล็ก เรียกว่า กล้อมแกล้มกล้อมแกล้ม ทำไปเถอะ เพียงแต่เขาไม่ได้ส่งข่าวมา
ให้เรารู้เท่านั้น




5.
โซนนี้ ตั้งใจทำอุโมงตะกู ที่เลือกตะกูก็เพราะเป็นไม้โตเร็ว ต้นนี้อายุแค่ปีเดียว ถ้า
อายุ 3 ปี 5 ปี ถึง 10 ปี ต้นใหญ่ขนาดคนโอบ คงสง่าไม่น้อย วิธีเลี้ยงต้น ตัดยอด
ด้วน ควบคุมความสูงที่ 6 ม. ส่วนกิ่งที่ชี้ออกด้านนอกไปบังแดดไม้อื่น ตัดออก
เหลือแต่กิ่งที่ชี้เข้าด้านในอุโมง เก็บไว้ ..... ก็แค่นี้แหละ





6.
ไม้ที่นี่ 90% อายุ 5 (+) ปี บางส่วนเท่านั้นที่ปลูก เติม/เสริม/เพิ่ม ภายหลัง อายุ
ต้น 1-2 ปี ..... เปรียบเทียบกระท้อนกับมะยงชิดแล้วพบสัจจะธรรม คือ

เรารักมะยงชิดแต่มะยงชิดไม่รักเรา .... เราไม่รักกระท้อนแต่กระท้อนรักเรา

เหตุผล :
ทั้งมะยงชิดไข่ทองและกระท้อนอีล่าเริ่มปลูกพร้อมกัน 5 ปีผ่าน ..... มะยงชิดสูง
1.5 ม. โคนต้นโตขนาดข้อมือ ยอดแตกใหม่ทีไรเป็นใบไหม้ทุกที ถึงกระนั้นเขาก็ยัง
ให้ผลผลิตได้ เริ่มให้มาตั้งแต่อายุต้นปีแรก ไม่ดกเท่าที่ควรแต่คุณภาพดี ... กระท้อน
ปลูกเคียงกัน พร้อมกัน วันนี้ต้นสูง 5-6 ม. โคนต้นใหญ่ขนาดโคนขา ให้ผลผลิตมื่อ
อายุต้นขึ้นปีที่ 2 แล้วให้ตลอดมาทุกปี ผลผลิตดกและดีมากๆ

สาเหตุ :
เพราะสภาพดินเหนียวจัด น้ำไต้ดินตื้น หน้าดินแข็งและแห้งเร็ว มะยงชิด ไม่ชอบ
(เหมือนทุเรียน มังคุด เงาะ ลิ้นจี่ ส้มเปลือกล่อน ทับทิม)

แนวทางแก้ไข :
- ปลูกไม้ประเภทนี้ด้วยเมล็ดเพื่อเอารากแก้ว แล้วเปลี่ยนยอดเป็นพันธุ์ดีภายหลัง
(ตัวอย่าง : เงาะ-ลิ้นจี่ ต้นเพาะเมล็ดเจริญเติบโตดีมาก)
- เปลี่ยนทัศนคติ จากไม่ชอบกระท้อนมาเป็นชอบกระท้อน รวมทั้งไม้อื่นๆที่ชอบสภาพ
ดินแบบนี้ แล้วทำให้ออกนอกฤดู เกรด เอ. จัมโบ้....






7.
สองข้างทางเดิน จากหน้าสวนถึงท้ายสวน ปกติเป็นพื้นที่ว่าง ถ้าลงไม้ผลพุ่มเตี้ย อายุ
สั้นฤดูกาลเดียว(พริก มะเขือ กะเพรา โหระพา แมงลัก) จะได้ 500 (+) หรือลงไม้
ผลอายุยืนหลายปี (มะกอกฝรั่ง เชอร์รี่) จะได้ 100 (+) ต้น โดยปลูกแบบแถวเดี่ยว
ทุกต้นมีสปริงเกอร์ประจำต้น.... จำนวนต้นขนาดนี้ก็สามารถทำเงินได้ไม่ใช่น้อยแล้ว





8.
ค้างอุโมง ความยาวประมาณ 100 (+) ม. กว้าง 3 ม. สูง 2 ม. อดีตเคยปลูกบวบ
เหลี่ยม บวบหอม แฟง น้ำเต้า มะระจีน ก็ได้ผลดี ผักประเภทนี้ ต้องรื้อปลูกใหม่ทุก
3-4 เดือน เพราะหมดอายุ ..... วันนี้พบว่า "ดอกขจร" เป็นไม้เถากินดอก อายุยืน
นับสิบปี เก็บดอกขายส่งให้ร้านขายกับข้าวหน้าวัดได้ กก.ละ 40 บาท

อุโมงนอกจากเป็นร่มเงาสำหรับคนเดินแล้ว ยังได้ประโยชน์ในด้านภูมิทัศน์ และยัง
สร้างรายได้ได้ด้วย ..... เหนืออุโมงมีสปริงเกอร์




9.
ข้างทางเดิน มี "ตะ-กูดัด" โคนต้นอยู่ริมทางเดิน แต่ยอดถูกดัดให้มาอยู่ที่กึ่งกลางทาง
เดิน หมั่นตัดแต่งกิ่งให้แผ่กิ่งตามความยาวทางเดิน วันนี้อายุต้น 1 ปี รออีก 2-3 ปี
นอกจากจะเป็นร่มเงาให้คนเดินสบายแล้ว ยังได้ภูมิทัศน์แบบ UNSEEN อีกด้วย

โซนนี้ ชี้นำให้เห็น แนวคิดในการใช้พื้นที่ทุกตารางนิ้วให้เกิดประโยชน์สูงสุด ไม้ผล
ยืนต้นเป็นไม้ประธาน ระยะชิดปกติ 4 x 4 ม. เนื้อที่ 1 ไร่ ลงได้ 100 ต้น พื้นที่ว่าง
ระหว่างต้น x ระหว่างแถว ลงพืชเสริม (พริก-มะเขือ-ฯลฯ) ช่องละ 4-6 ต้น ได้อีก
1,000 (+) ต้น ทั้งไม้ประธานและไม้ เสริม/แซม/แทรก ใช้สปริงเกอร์ตัวเดียวกัน
ให้สารอาหารตัวเดียวกัน





10.
หม้อปุ๋ยหน้าโซนระบบ "กะเหรี่ยง" อันละ 120 บาท เลียนแบบระบบ "เวนจูรี่"
(ของต่างประเทศ เมด อิน ไทยแลนด์/บางปู) อันละ 3,500-5,000 ประสิทธิภาพ
ไม่ต่างกัน.....ระบบกะเหรี่ยง ให้ได้ทั้ง ปุ๋ย/ฮอร์โมน/สารสมุนไพร/สารเคมี ให้ได้
ทั้งทางรากและทางใบ ความจุหม้อตั้งแต่ 1 ล. ถึง 100 ล. ว่าตามอัทธยาศรัย

ที่นี่ สารทุกชนิดที่ให้แก่พืช ถ้าเป็นน้ำก็ O.K. ให้ได้เลย ถ้าเป็นของเข็ง (ปุ๋ยเม็ดทาง
ดิน ยิบซั่ม ปุ๋ยคอก) ต้องละลายน้ำก่อน แล้วจึงให้ผ่านสปริงเกอร์ ..... อัตราใช้แต่
ละครั้ง ตวงเป็น "โอ้กโอ้ก" ไม่ใช่ตวงเป็น "ซีซี." ไม่กลัวเปลืองเพราะทำเอง ไม่
กลัวใบไหม้เพราะทุกตัวไม่มีสารที่ทำให้ใบไหม้อยู่แล้ว





11.
วาล์วซ้าย สำหรับให้ทางใบ - วาล์วขวา สำหรับให้ทางราก .... ต้องการให้ทางไหน
เปิดทางนั้น พร้อมกับปิดทางที่ไม่ได้ให้....หรือจะเปิดพร้อมกัน ให้ทั้ง บน-ล่าง เลย
ก็ได้ ถ้าพอใจหรือจำเป็น

เนื้อที่ 1 โซน ไม้ 40 ต้น/ทำงาน 1 ครั้ง :
- ลากสายยาง ทีละต้น ๆละ 10 นาที ใช้เวลา 400 นาที นั่นคือ 400 นาทีไฟฟ้าปั๊ม
- สปริงเกอร์ 40 ต้น ให้พร้อมกันทุกต้นใช้เวลา 10 นาที นี่คือ 10 นาทีไฟฟ้าปั๊ม

- สปริงเกอร์ทำงานได้ทุกเมื่อ เช้ามืด-สาย-บ่าย-ค่ำ-กลางคืน...ก่อนฝน-หลังฝน
ถ้าต้องการ
- การติดตั้ง เนื้อที่ 1 โซนที่นี่ ค่าอุปกรณ์ 5,000 (ไม่รวมปั๊ม) ค่าแรง 10,000
แบบนี้ทำเองดีกว่า ...... ว่ามั้ย

สปริงเกอร์ ติดตั้งครั้งเดียวใช้งานได้ 10 (+) ปี ถามว่า อย่างไหนประหยัด ไฟฟ้า/
เวลา/แรงงาน ได้มากกว่ากัน อย่างไหนให้ประสิทธิภาพประสิทธิผลของเนื้องาน
มากกว่ากัน .....ที่นี่ แรงงานไม่มีสิทธิ์อู้ เว้นเสียแต่ไม่ได้เปิดสปริงเกอร์เท่านั้น






12.
ถึงจุดนี้หลากหลายคำถามจากผู้ดำเนินรายการ สรุปคำตอบ :

- ปลูกอะไรก็ได้ที่ราคาต่อ กก.แพงๆ แล้วถือหลัก ทำให้ได้เกรด เอ. จัมโบ้. โก
อินเตอร์. ออกนอกฤดู. คนนิยม.

- ในฤดู ทุเรียนลูกละ 500-1,000 มะม่วงลูกละ 5 บาท ลงทุนเท่ากัน ใช้เนื้อที่เท่า
กัน อยากปลูกแต่ปลูกไม่เป็น บำรุงไม่เป็น ก็ต้องเรียน เรียนแล้วรู้แล้ว ความรู้อยู่กับเรา
ตลอดชีวิต ถ่ายทอดให้ลูกหลานได้

- เลือกไม้ผล 2-3 อย่าง ที่ฤดูออกไม่ตรงกัน จะได้ขายทั้ง 3 อย่าง โดยไม่แย่ง
ตลาดกันเอง ไม่แย่งแรงงาน หรือถ้าพลาด 1 อย่าง ก็ยังเหลืออีก 2 อย่าง เรียกว่า
ตัวตายตัวแทน ระหว่างต้นไม้ผลลงพืชล้มลุก สลับ/แซม/แทรก นี่ก็ได้เงินเหมือน
กัน....ว่ามั้ย

- เงาะ-ทุเรียน-มังคุด-ลองกอง สี่อย่างนี้ คือ ตัวเดียวกัน เพราะออกพร้อมกัน คนทำจะ
เหนื่อยมากๆ เพราะต้องบำรุงที่ละอย่าง ทีละสูตร แต่คนกินสบาย เพราะมีของให้เลือก
กินเลือกซื้อ มากมายหลายอย่าง

- แปลงขนาดใหญ่ 20-50-100 ไร่ ปลูกพืชอย่างเดียว ทำงานทั้งปีได้ขายรอบ
เดียว ขายได้คือได้ ขายไม่ได้คือสูญ ถ้าตัดแบ่งที่ออกมาซัก 2-4 ไร่ ปลูกพืชอายุ
สั้น 2 อย่าง ๆละ 2 ไร่ แบบนี้เท่ากับ ทำงานทั้งปีได้ขายหลายรอบ รอบใดรอบหนึ่ง
ขาดทุนยังมีรอบอื่นแก้ตัวได้

- ลงมะม่วงสายพันธุ์ออกดอกติดผลทั้งปี ระยะชิดพิเศษ ไร่ละ 400 ต้น 3 ไร่
1,200 ต้น ขายเป็นมะม่วงดิบน้ำปลาหวาน 1 โฟม มะม่วง 1 ลูก น้ำปลาหวาน 1
ซอง ขายส่ง 10 บาท วันละ 100 โฟม ได้แล้ว 1,000 บาท หรือขายปลีกโฟมละ
15 บาท ก็ได้แล้ว 1,500 บาท ติดสปริงเกอร์ ทำปุ๋ย/ฮอร์โมน/ยา ใช้เอง แรง
งาน ผัว-เมียเมีย หรือจะทำเป็นมะม่วงดอง ขายส่ง กก.ละ 15 บาท จากมะม่วงดอง
ทำมะม่วงแช่อิ่มน้ำผึ้ง ขายส่ง กก.ละ 30 บาท





13.
ที่นี่ยังมีอีกหลายอย่างให้เล่น แต่ไม่ได้เล่น ในแปลงมีหญ้าเยอะแยะ ถ้าเลี้ยงวัวขุน
ซัก 10 ตัว แล้วตัดหญ้าในสวนวันเว้นสองวันให้วัวกิน 1 ปี ขายวัวได้เท่าไหร่ ในบ่อ
น้ำเลี้ยงไก่บนบ่อปลา ริมบ่อเลี้ยงเป็ด-เลี้ยงกบ ได้ทั้งนั้น นี่แหละเข้าข่ายเกษตร
ทฤษฎีใหม่เป๊ะ ก็เคยมีคนถามว่า ทำไมลุงคิมไม่ทำ ลุงคิมก็ตอบเขาไปว่า ขี้เกียจ ที่
นี่ วันนี้เอาแค่นี้พอแล้ว





14.
สมาชิกรายการ ทีวี. คุยกับสมาชิกชมรมสีสันชีวิตไทย....คุณล่า กุลีน้อย (081)
944-8494 จอมบึง ราชบุรี ....... กับตำรวจเก่า นันท์สุรัตน์ รักรุกรบ (089)
821-8273 จระเข้เผือก ด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี




15.
ทำเกษตรเพาะปลูกพืช วันนี้ต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี 30% ค่าสารเคมียาฆ่าแมลง 30%
ค่าแรงงาน 20% เบ็ดเสร็จรวม 80% ที่เหลือ 20% แค่นี้กำไรหรือขาดทุน

ถ้าลดต้นทุนลงได้ ขายได้เท่าเดิมคือกำไรเพิ่มขึ้น ขายได้เท่าข้างบ้านเท่ากับกำไร
มากกว่าข้างบ้าน

เกษตรกรส่วนใหญ่ไม่มองต้นทุน มุ่งแต่ปริมาณผลผลิตที่จะได้เท่านั้น ใกล้ๆไร่กล้อม
แกล้มนี่เอง ผัวเมียทะเละกันบ้านแทบแตก จับใจความได้ว่า ข้างผัวขายข้าวได้ 1 แสน
เหลือเงินมาให้เมียที่บ้าน 40 บาท

เชื่อไหม ขายข้าวได้ 1 แสน คุยโวแปดบ้าน ครั้นถามว่าลงทุนเท่าไหร่ เท่านั้นแหละ
มองหน้าตาเขียว ถามแบบนี้ชกหน้ากันดีกว่า ..... ก็แสดงว่า เกษตกรเราไม่สนใจ
ต้นทุนเลย ที่ลงทุนๆ แล้วก็ลงทุนๆ ไปน่ะ ต้นทุนที่สูญเปล่าทั้งนั้น




16.
ปุ๋ยทางใบที่ขายๆ กันตามท้องตลาด โฆษณาบ้าเลือดกันนั่นน่ะ ใช้ไต้ถุนบ้าน หลัง
บ้าน โรงรถ เป็นโรงงานกันทั้งนั้นแหละ

วิชาหรือหลักสูตรวิธีผสมปุ๋ยสูตรต่างๆ ไม่มีสอนใน ร.ร.ใดๆ ไม่มีสอนในหลักสูตร
ปริญญาตรี-โท-เอก ทั้งนั้น อย่างดีก็สอนแค่ให้รู้จักกับธาตุอาหารพืชแต่ละตัวเท่า
นั้น แต่วิธีเอาธาตุอาหารแต่ละตัวมาผสมกันให้ออกมาเป็นสูตรนั้นสูตรนี้ สำหรับพืช
ชนิดนั้น ชนิดนี้น่ะ ไม่มีการสอนหรอก

ถามว่า แล้วคนที่ทำขาย เขาเรียนมาจากไหน คำตอบคือ "ประสบการณ์" ครับ
แต่ละคน หัดทำ-ลองทำ ทำซ้ำหลายๆรอบ ทำจนทุกสูตรเข้าที่ กันทั้งนั้น พูดง่ายๆ
ก็คือ เขาเรียนรู้ด้วยตัวเอง

เหมือนเราอยากทำก๋วยเตี๋ยวเป็น ก็ต้องเริ่มจาก ลองชิม ลองกิน ดูเขาทำ หัดทำ ทำ
ซ้ำหลายๆรอบ ทำครั้งแรกไม่อร่อย กินไม่ได้ก็เททิ้งแล้วทำใหม่ ไม่กี่รอบ เชื่อเถอะ
เดี๋ยวก็ชำนาญเอง

ในโลกนี้ไม่มีใครรู้ หรือทำเป็นมาตั้งแต่เกิด แม้แต่พระศาสดา เกิดมาแล้วยังต้องเรียน
ต้องฝึกต้องหัด ถึงจะรู้ ถึงจะทำเป็น

ที่เอามาโชว์ให้เห็นวันนี้เป็นปุ๋ยทางใบ ทำที่นี่ ใช้ที่นี่ ใช้มาตั้งแต่กำเนิดไร่กล้อมแกล้ม
มีสูตรขยายขนาดผล, สูตรบำรุงต้น, ฮอร์โมนไข่, น้ำหมักชีวภาพ แล้วก็สารสกัดสมุน
ไพรกำจัดหนอนโดยเฉพาะ ที่จริงอยากทำให้ดู แค่ดูนะ แต่ไม่มีเวลา ก็น่าจะทำให้ดู
ได้แค่แคลเซียม โบรอน.เท่านั้น

ที่นี่เคยมีเกษตรกรรวมกลุ่มกันมาเรียน พอกลับไปแล้วทำเองไม่ได้ซักกะราย เพราะหา
ส่วนผสมไม่ได้ ก็แนะนำวิธีแก้ปัญหาให้.... 1) รวมกลุ่มกันซื้อ แล้วเฉลี่ยค่าใช้จ่าย
กัน.... 2) ไม่รู้แหล่งซื้อส่วนผสม สอบถามมาที่นี่ จะบอกให้..... 3) ร้านค้าสหกรณ์
ในตำบลหมู่บ้าน ซื้อมาขายให้สมาชิก.... 4) ไปที่ร้านขายปุ๋ยใหญ่ๆ ให้ทางร้านสั่ง
มาให้ ก็น่าจะได้ น่าจะได้นะ อันนี้ได้หรือไม่ได้ ไม่รับรอง ..... หรือแม้แต่ทำแบบ
"เต็มสูตร" ไม่ได้ก็ทำ "สูตรเล็ก" กล้อมแกล้มกล้อมแกล้มทำใช้ไปก่อน ก็สอน

ปุ๋ยทุกสูตร "ทำง่ายแต่ใช้ยาก" เพราะฉนั้น เมื่อสอนวิธีทำแล้วต้องสอนวิธีใช้ด้วย
นั่นหมายความว่า คนเรียนต้องมีเวลา ไม่ใช่มาสายกลับบ่าย แบบนี้คุณจะได้แค่
"เห็น" เท่านั้น .... แนวสอนที่นี่ สอนแบบ "ปฏิบัตินำ-ทฤษฎีเสริม" สอนให้ลงมือ
ทำเลยแล้วค่อยๆ สอดแทรกวิชาการให้ทีหลัง

เราเป็นเกษตรกรอาชีพ ทำไมไม่คิดที่จะทำปุ๋ย ทำฮอร์โมน ทำยาสมุนไพร ให้เป็น
เพราะต้องใช้อยู่แล้ว ทำเป็นแล้วถ่ายทอดส่งต่อให้ลูกหลานได้

หลักการส่งเสริมการทำเกษตรของที่นี่อย่างหนึ่ง คือ "พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อ
สอนวิธีเลือกซื้อ" ปลูกพืชบำรุงพืชตามใจพืช ไม่ใช่ตามใจคน พืชไม่รู้จักยี่ห้อ ไม่รู้จัก
โฆษณา ไม่รู้จักเจ้าของสูตร พืชรู้จักแต่สารอาหารในขวดเท่านั้น

วันนี้ ซื้อทุกอย่าง สากกะเบือยันเรือรบ มีความีรู้เรื่องเกษตรแค่โฆษณา ซื้อปุ๋ยเอาของ
แถม แบบนี้เมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น มีแต่จนกับจน ทำนาปีเหลือแต่หนี้กับฟาง ทำนาปรัง
เหลือแต่ฟางกับหนี้ ..... นี่แหละ ที่มาของหนี้สิน





17.
ไร่กล้อมแกล้มอยู่มา 5 ปี ไม่เคยซื้อปุ๋ยสำเร็จรูปใช้เลย ที่นี่ใช้แต่ปุ๋ยทำเองของที่นี่ทั้ง
นั้น ทั้งปุ๋ยทางใบทางราก ผลไม้ที่คุณกินเป็นไง รสชาดจัดจ้านไหม

ที่นี่ไม่เคยใช้สารเคมียาฆ่าแมลงเลย แล้วเป็นไง มีหนอน มีแมลง มีโรคไหม เราก็ใช้
สารสมุนไพรที่เราทำเองอีกนั่นแหละ เมื่อกี้นี้ใครได้ชิมถั่วฝักยาวบ้าง รสชาดดี ไม่มี
สารเคมียาฆ่าแมลง ปลอดภัย 100% .... ไม่ใช่ปลอดภัยอย่างเดียว แต่มันสะท้อนไป
ถึงต้นทุนด้วยนะ

ข้าวโพดแปลงข้างๆที่เห็นนี่ 350 หลุม ๆละ 2 ต้น เราใช้ปุ๋ยทางราก ทั้งแปลงตั้งแต่
เริ่มปลูกถึงเก็บเกี่ยวแค่ 20 ช้อนเท่านั้น แล้วผลผลิตเป็นไง แล้วใครที่สอนเกษตรกร
ปลูกข้าวโพดแปลงแค่นี้ใส่ปุ๋ยเป็นกระสอบๆ ขายข้าวโพดแล้วเหลืออะไร นี่ใช่ไหม
คือสิ่งที่พวกเราต้องคิด

แคลเซียม โบรอน. ในโหลแก้วใบนี้ 20 ล. ราคาขายในท้องตลาดลิตรละ 300 เพราะ
ฉนั้น 20 ลิตรนี้ มูลค่า 6,000 บาท

คุณซื้อส่วนผสม 1 ชุด ทำได้ 40 ล. นี่เท่ากับ 40 ลิตร x 300 บาท = 12,000
ใช่หรือไม่ ..... เห็นจุดจนตัวเองหรือยัง

แคลเซียม โบรอน. ชุดนี้ เดี๋ยวทำเสร็จ กรอกใส่ขวด แล้วแจกเลยครับ






18.
น้ำหมักชีวภาพที่นี่ ไม่มีหนอน ไม่เน่า ไม่เหม็น ไม่มีฝาปิด ไม่มีแมลงวันตอม ถึงจะ
ไม่หอมอย่างน้ำอบไทย แต่ดมกลิ่นแล้วไม่เวียนหัว ไม่ชวนอ้วก

ลุงคิมชื่นชมเกษตรกรที่ไฝ่รู้ อยากทำน้ำหมักชีวภาพเป็น อุตส่าห์เสียเวลาไปเรียน
ไปรับการอบรม แต่ลุงคิมสงสัยคนที่สอน เอาอะไรไปสอนเกษตรกร ทำแล้วส่งกลิ่น
เหม็นไปแปดบ้าน หนอนเต็มถัง นั่นมันเชื้อโรคทั้งนั้น ไม่ใช่เหรอ ?

เกษตรกรดีเด่น ปราชญ์ชาวบ้าน บอกว่า น้ำหมักชีวภาพมีหนอนแสดงว่า พร้อมใช้
งานแล้ว ก็ขอบอกว่า การมีหนอนเกิดขึ้น นั่นหมายถึงเชื้อโรคประเภทแบคทีเรีย
นะ .... ในกระบวนการหมัก หมักนาน 3 เดือน ได้ธาตุหลัก, หมักนาน 6 เดือน
ได้ธาตุรอง, หมักนาน 9 เดือน ได้ธาตเสริม ฮอร์โมน เพราะฉนั้นต้องหมักข้ามปี
จึงจะได้ธาตุอาหาร ฮอร์โมน จุลินทรีย์ ครบถ้วน

วัตถุประสงค์ของการทำน้ำหมักชีวภาพก็คือ ให้ได้ปุ๋ยกับจุลินทรีย์ ..... ปุ๋ยได้แก่
ธาตุหลัก ธาตุรอง ธาตุเสริม ได้ฮอร์โมน และอื่นๆ ที่พืชต้องใช้เพื่อการเจริญเติบโต
กับจุลินทรีย์ที่มีประโยชน์ เพราะฉนั้นการที่จะให้ได้ปุ๋ย ฮอร์โมน จุลินทรีย์ ตามต้อง
การ จำเป็นต้องคัดสรรวัสดุส่วนผสมที่จะนำมาทำเป็นการเฉพาะ กับทั้งขั้นตอนหรือ
กระบวนการทำก็ต้องถูกต้องด้วย

ที่นี่ใช้ปลาทะเลเป็นหลัก เพราะในปลาทะเลมี แม็กเนเซียม. สังกะสี. แมงกานิส.
โซเดียม. ซึ่งในปลาน้ำจืด ในหอยเซอรี่ ไม่มี หมักนานข้ามปีจะได้ อะมิโน โปรตีน.
โอเมก้า. ฟลาโวนอยด์. ควินนอยด์ โพลิตินอล. ไซโตไคนิน. ไคติน ไคโตซาน. จิ๊บ
เบอเรลลิน. สารพัดออร์แกนิค แอซิด. และจุลินทรีย์กลุ่มบาซิลลัส

ที่เห็นเป็นน้ำเต็มถังขนาด 200 ล.นี้ ไม่ใช่น้ำเปล่า แต่เป็นน้ำมะพร้าวเพียวๆ ในน้ำ
มะพร้าวมี ฟอสเฟอรัส. แม็กเนเซียม. แคลเซียม. จิ๊บเบอเรลลิน. ไซโตไคนิน.
แอสโตรเจน. แล้วก็เป็นแหล่งพลังงานสำหรับจุลินทรีย์อีกด้วย

ขนาดเลือกสรรวัสดุส่วนผสม กับกระบวนการหมักถึงระดับนี้ ธาตุอาหารที่ได้ยังได้
เพียง 1-2-3% เท่านั้น ให้พืชอายุสั้นฤดูกาลเดียว (พริก มะเขือ ผักกาด ผักคะน้า)
อาจจะพอเพียง แต่ให้ไม้ผลยืนต้น (ทุเรียน มะม่วง) คงไม่พอเพียงแน่ เพราะฉนั้น
ต้อง เติม/เสริม/เพิ่ม/บวก ธาตุอาหารสังเคราะห์ ก็คือ ปุ๋ยเคมี เข้าไปด้วย ..... นี่คือ
ที่มาของคำว่า "อินทรีย์นำ-เคมีเสริม-ตามความเหมาะสมของพืช แต่ละชนิด แต่ละ
ระยะ แต่ละต้น แต่ละพื้นที่ แต่ละสภาพอากาศ...." นั่นเอง





19.
กิน-คุย-หัวเราะ.....ทั้งๆที่ ไม่รู้ชื่อ ไม่รู้บ้าน ไม่รู้อาชีพ ไม่รู้เบอร์โทร ไม่รู้อะไรทั้ง
นั้น ....มาไร่กล้อมแกล้มแล้ว ไม่กิน ไม่รับของฝาก ถือว่าไม่รักกันจริง




20.
"ติ๋ม" แคนตาลูป ประจวบ (ใส่เสื้อสีส้ม) เอาผลงานมาฝาก เรียกความสนใจได้มาก
เนื้อที่ 5 ไร่ แบ่งเป็น 2 โซน ปลูกโซนหนึ่ง พักดินโซนหนึ่ง แรงงาน 2 คน ผัวเมีย

ผลผลิตวันนี้ไม่พอขาย ลูกค้าคนมีเงินไปซื้อถึงสวนเพราะติดใจในคุณภาพ
สนนราคาหน้าสวน กก.ละ 50 บาท ลูกหนึ่งแค่ กก.ครึ่ง เท่านั้นเอง

นี่คือสไตล์เกษตร "เฮ็ดน่อย สิได้หลาย - เฮ็ดหลาย สิได้น่อย" อะไรก็ได้ เกรด
เอ. จัมโบ้. คนนิยม เท่าไหร่ก็ไม่พอขาย





21.
สัมภาษณ์ สมช.ชมรมสีสันชีวิตไทย "ชาตรี คงอยู่" (081) 841-9874 สวนผึ้ง
ราชบุรี จากอดีตหนี้สินเฉียด "ล้าน" เปลี่ยนรูปแบบทำเกษตรแบบที่ทำอยู่มาเป็น
แบบลุงคิม แค่ 4 ปี ไถ่ถอนหนี้สินจนเป็นไทให้กับตัวเองได้ จากนั้นอีก 4 ปี มีเงิน
ซื้อที่ดิน ซื้อตึก เปิดร้านขายปุ๋ยเป็นของตัวเอง .... วันนี้ลูกชาย 1 ลูกสาว 2 กำลัง
เรียนระดับมหาวิทยาลัย




22.
สัมภาษณ์ สมช.ชมรมสีสันชีวิตไทย "ล่า กุลีน้อย" (081) 944-8494 จอมบึง
ราชบุรี เนื้อที่ 10 ไร่ ตัดสินใจปลูกไผ่รวก เอาหน่อ ขายหน่อสดได้น้อย แปรรูป
สร้างมูลค่าเพิ่มโดยทำหน่อไม้อัดปี๊บ รายได้เพิ่มหลายเท่าตัว





23.
สัมภาษณ์ สมช.ชมรมสีสันชีวิตไทย "นันท์สุรัตน์ รักรุกรบ" (089) 821-8273
จระเข้เผือก ด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี อดีตตำรวจกองปราบ ผันชีวิตมาเป็น
เกษตรกร เรียนรู้เรื่องทำปุ๋ยสารพัดสูตรจากลุงคิม วันนี้ทำขาย ขายทั้งของตัวเอง
และรับของลุงคิมไปขายได้ ..... ก็รวยได้




24.
"มงคล นาคอ่อน" (089) 144-1112 ดีกรีปริญญาตรีเกษตร ม.ขอนแก่น ฝ่ายส่ง
เสริมยิบซั่ม "ธันเดอร์แม็กซ์" กว่า 15 ปี สมช.ชมรมสีสันชีวิตไทย บนแนวทาง
"อยู่ด้วยกัน ทำด้วยกัน รวยด้วยกัน" .... วันนี้ "หมง" ก็รวยได้






ขออภัย : การเก็บภาพโดยตากล้องสมัครเล่น มอง HILIGHT ของงานไม่กระจ่าง
จึงได้ภาพที่มีรายละเอียดไม่ครบถ้วนนัก ภาพส่วนใหญ่ เน้นลุงคิม ไม่เน้นทีมงาน
ทีวี. งานหน้า จะให้ดีกว่านี้ ....... สัญญาลูกผู้ชาย GENTLE AGREEMENT





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©