-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 255 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

ฝรั่ง




หน้า: 1/3




ที่มา : http://61.19.69.9/~purita/studentwork50/310b/28678/page%203%20fruiy%20real.html



                   ฝรั่ง

 

           ลักษณะทางธรรมชาติ               
        * เป็นไม้ผลยืนต้นอายุหลายสิบปี ปลูกได้ทุกพื้นที่ของประเทศ เจริญเติบโตได้ดีในดินดำร่วน  ดินปนทราย  ดินปนลูกรัง  มีอินทรีย์วัตถุมากๆ  ระบายน้ำได้ดี  ชอบความชื้นแต่ก็พอทนต่อสภาพน้ำท่วมขังได้บ้าง  ต้องการแสงแดดร้อยเปอร์เซ็นต์
                

        * ทนทานต่อสภาพ  กรดจัด ถึง ด่างจัด  ได้ดีกว่าไม้ผลอื่น  แม้แต่พื้นที่ลักจืดลักเค็มก็สามารถออกดอกติดผลคุณภาพดีได้  
                

        * ต้นแก่อายุมากเริ่มให้ผลผลิตน้อยและคุณภาพด้อยแก้ไขได้ด้วยตัดแต่งกิ่งอย่างหนัก (ทำสาว) ทั้งกิ่งและราก
                

        * ออกดอกติดผลได้ตลอดปีแบบไม่มีรุ่น ความดกหรือความไม่ดกขึ้นอยู่กับการบำรุงมากกว่าขึ้นอยู่กับสภาพอากาศหรือฤดูกาล
                

        * ตอบสนองต่อสารอาหารพืชประเภททำเองดีมาก เช่น  ปุ๋ยน้ำชีวภาพ.  ฮอร์โมนไข่.ฮอร์โมนขยายขนาดสมส่วน.  ฮอร์โมน เอ็นเอเอ.  ฮอร์โมนเร่งหวาน.  ฮอร์โมนบำรุงราก.  เป็นต้น
                
 
       * เกษตรกรภาคเหนือนิยมเพาะเมล็ดพันธุ์พื้นเมือง เป็นต้นตอก่อน บำรุงเลี้ยงต้นกล้าจนได้ขนาดโตเท่าแท่งดินสอดำจึงเสริมราก จากนั้นเปลี่ยนยอดเป็นพันธุ์ดีตามต้องการ บางครั้งใช้ยอดแป้นสีทองเปลี่ยนให้กับตอแป้นสีทองก็มี ทั้งนี้เพราะต้องการให้ฝรั่งต้นนั้นมีรากแก้วซึ่งสามารถหาอาหารได้เก่งและมีอายุยืนนานกว่ากิ่งตอนธรรมดาๆซึ่งมีแต่รากฝอย........จากวิธีการเพาะตอเสริมรากแล้วเปลี่ยนยอดนี้หากใช้ฝรั่งพื้นเมือง (ฝรั่งขี้นก) เป็นต้นตอจะได้ต้นที่มีระบบรากดีกว่าตอแป้นสีทอง
                

        * แปลงปลูกแบบยกร่องน้ำหล่อมักอายุต้นไม่ยืนนาน ประมาณ 4-5 ปีต้นจะโทรม  เพราะรากที่เจริญยาวไปถึงน้ำในร่องแล้วปลายรากเน่านั่นเอง ในขณะที่แปลงปลูกแบบพื้นราบหรือยกร่องแห้งลูกฟูก ใส่อินทรีย์วัตถุพูนโคนต้นล่อรากขึ้นมาอยู่บริเวณผิวหน้าดินจะมีอายุยืนนานกว่ามาก
                
 
       * ผลเกิดที่ด้านบนของกิ่ง เมื่อโตขึ้นน้ำหนักผลจะรั้งตัวเองให้ลงไปอยู่ใต้กิ่ง ขั้วผลจึงคดงอส่งผลให้น้ำเลี้ยงส่งไปไม่สะดวก ทำให้ผลด้านบนของกิ่งไม่สมบูรณ์เท่าที่ควร  แก้ไขโดยใช้เชือกผูกถุงห่อผลแล้วยกขึ้นเพื่อไม่ให้ขั้วคดงอก็จะช่วยได้ระดับหนึ่ง แต่หากกิ่งนั้นมีผลหลายผลแนะนำให้เด็ดผลด้านบนกิ่งทิ้งไปเหลือเฉพาะผลใต้กิ่งจะทำให้ผลใต้กิ่งได้รับน้ำเลี้ยงเต็มที่

    
    * ทรงผลไม่สวยเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น  ผิวไม่เรียบหรือขรุขระเกิดจากได้รับไนโตรเจนมากเกินไป........ขั้วหรือจุกสูงเกิดจากได้รับแคลเซียมมากเกินไป......ทรงผลแป้นไม่สม่ำเสมอหรือบิดเบี้ยวเกิดจากได้รับฮอร์โมนขยายขนาดผิดอัตราส่วนหรือไม่ได้รับเลย หรือเกิดจากเกสรที่ไม่สมบูรณ์ผสมกัน  หรือได้รับจิ๊บเบอเรลลินมากเกินไป

         * คุณภาพเนื้อไม่ดีเกิดจากหลายสาเหตุ เช่น เนื้อหยาบเกิดจากได้รับแคลเซียมน้อยเกินไป...เปลือกสีเขียวหนาเกิดจากได้รับโปแตสเซียมช่วงผลแก่ก่อนเก็บเกี่ยวน้อย...ไส้หลวมหรือเป็นโพรงเกิดจากได้รับแคลเซียมน้อย...เมล็ดมากเกิดจากได้รับสังกะสีมากเกินหรือบำรุงด้วยสูตร "หยุดเมล็ด-สร้างเนื้อ" ผิดจังหวะหรือไม่ได้ใช้เลย.....รสจืดเกิดจากช่วงผลแก่ได้รับน้ำมากเกิน....เปลือกและเนื้อส่วนติดเปลือกแข็งกระด้างเกิดจากได้รับธาตุหลักไม่เพียงพอ
        
                

        * การบำรุงแบบให้ต้นมีสารอาหารกินตลอด 24 ชม.ต่อเนื่องตลอดหลายๆปีส่งผลให้ต้นสมบูรณ์เต็มที่ เมื่อโน้มระนาบกิ่ง แล้วตัดปลายกิ่งใดก็จะมียอดพร้อมกับดอกแตกออกมาตามข้อทันทีโดยไม่ต้องเปิดตาดอก แบบนี้จึงทำให้ฝรั่งออกดอกติดผลตลอดปีแบบไม่มีรุ่นได้ กิ่งใดมีผลขนาดใหญ่อยู่ก่อนแล้วโอกาสออกดอกใหม่ซ้อนขึ้นมาอีกในกิ่งเดียวกันนั้นค่อนข้างน้อย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับอัตราส่วนระหว่างสารอาหาร  "กลุ่มสร้างดอกบำรุงผล"  กับ  "กลุ่มสร้างใบบำรุงต้น" เป็นหลัก  กรณีมีผลหลายรุ่นเช่นนี้หากต้องการเก็บผลไว้ทั้งหมดหรือมากๆก็ให้พิจารณาตำแหน่งของการติดผล โดยให้มีใบอยู่ระหว่างผลต่อผล 3-5 ใบ ส่วนการบำรุงดอกที่ออกซ้อนมานั้นไม่ต้องเน้นบำรุงดอกเป็นการเฉพาะ แต่ให้บำรุงผลด้วยสารอาหารสูตร  บำรุงผลต่อตามปกติ

                
       *  ช่วงต้นเล็ก – ต้นโตให้ผลผลิตแล้วตอบสนองต่อฮอร์โมน "เอ็นเอเอ." ดีมาก  ถ้าต้นได้รับ เอ็นเอเอ.ทุก 10-14 วันจะช่วยให้ต้นโตเร็ว  สมบูรณ์  ดังนั้นจึงควรให้ฮอร์โมน เอ็นเอเอ.สม่ำเสมอ  ยกเว้นช่วงผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยวให้งด เอ็นเอเอ. แล้วให้ธาตุรอง/ธาตุเสริมแทนเพื่อปรับปรุงคุณภาพผลก่อนเก็บเกี่ยว
                
 
       * ระยะดอก–ผลเล็ก  ให้ "ฮอร์โมนจิ๊บเบอเรลลิน" 2-3 รอบ จะช่วยให้มีเมล็ดน้อยหรือไม่มีเลยและเป็นเมล็ดขนาดเล็ก  หรือใช้จิ๊บเบอเรลลิน อัตรา 10 กรัม/น้ำ 1 ล.  ป้ายที่ก้านเกสรตัวเมีย (ตัดก้านเกสรตัวผู้แล้ว) 1 ครั้ง  เมื่อฝรั่งผลนั้นโตขึ้นจะไม่มีเมล็ดแต่รูปทรงผลอาจจะบิดเบี้ยว
                
 
       *  ดอกฝรั่งมีทั้งเกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียว  ผสมกันเองหรือต่างดอกต่างต้นได้
  
                
        * เกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่ง  หรือทั้งสองอย่างไม่สมบูรณ์   เกิดจากขาดสารอาหาร/ฮอร์โมน หรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม (อากาศร้อนหรือฝนตกชุก) ผสมกัน แล้วพัฒนาเป็นผลจะเป็นผลไม่สมบูรณ์ ไม่โต รูปทรงบิดเบี้ยว
                

        * อายุผลตั้งแต่ผสมติดถึงเก็บเกี่ยว 5 เดือน  ถ้าบำรุงฝรั่งให้ได้ผลผลิตเป็นรุ่นเดียวพร้อมกันทั้งต้นก็จะได้ปีละ  2 รุ่น
                             
                

        * ฝรั่งออกดอกติดผลได้แบบไม่มีรุ่นและฤดูกาล การบำรุง  "ดอก + ผลเล็ก + ผลกลาง + ผลแก่" ในต้นเดียวกันนั้นไม่จำเป็นต้อง "เร่งหวาน" ให้กับผลแก่ก่อนเก็บเกี่ยวโดยเฉพาะเพราะรสชาติของฝรั่งไม่จำเป็นต้องหวานจัดเหมือนมะม่วงหรือลำไย แต่ต้องการหวานเล็กน้อยอมเปรี้ยวนิดหน่อย และต้องการเนื้อกรอบนิ่มกลิ่นหอมมากกว่า  ดังนี้ จึงขอแนะนำให้บำรุงไปตามปกติ   ผลไหนแก่ก่อนให้เก็บก่อนผลไหนแก่ทีหลังก็ให้เก็บทีหลัง
                
 
        * ฝรั่งตอบสนองต่อ "ยิบซั่มธรรมชาติ" ดีมาก  แนะนำให้ใส่ปีละครั้งหรือแบ่งใส่ 2 ครั้ง/ปี  ครั้งละ ½ - 1 กก./ต้น/6 เดือน (ทรงพุ่ม 3 ม.) จะช่วยสร้างและบำรุงเนื้อให้คุณภาพดีขึ้น....แต่กระดูกป่นแม้จะเป็นตัวเสริมในการสร้าง ซี/เอ็น เรโช. ช่วยให้ออกดอกติดผลดีและต้นมีความสมบูรณ์สูง แต่หากต้นได้รับมากเกินไปจะทำให้ผิวเปลือกหนาสีเขียวจัดดูแล้วไม่น่ารับประทาน จึงแนะนำให้ใส่แต่น้อย
                

         *  ระบบรากตื้นหาอาหารบริเวณผิวหน้าดินลึกไม่เกิน 20 ซม. ช่วงต้นเล็กไม่ควรพรวนดินโคนต้น แต่ต้นอายุมาก (5-6 ปีขึ้นไป) และทรงพุ่มขนาดใหญ่มากต้องตัดแต่งรากและตัดแต่งกิ่งแบบทำสาว 
                
 
        * วิธีการพูนดินโคนต้นด้วยอินทรีย์วัตถุปีละ 1 ครั้ง จะช่วยให้ต้นสร้างรากใหม่ดูดซับสารอาหารได้ดีและมากขึ้น
                
 
        * ฝรั่งออกดอกติดผลจากซอกใบของยอดแตกใหม่ในกิ่งที่ระนาบกับพื้นระดับเสมอ จากลักษณะทางธรรมชาติการออกดอกนี้ จึงสามารถบังคับให้ฝรั่งออกดอกด้วยวิธีการง่ายๆ  ดังนี้
                 
 
           วิธีที่ 1.....บังคับแบบให้ออกเองตามธรรมชาติ  
               
            โน้มกิ่งประธานทุกกิ่งในต้นให้เอนลงระนาบกับพื้นระดับ แล้วผูกยึดติดกับหลักโดยไม่ต้องตัดแต่งกิ่ง  
                 

            วิธีที่ 2.....บังคับแบบเร่งให้ออกเร็วขึ้น
               
            โน้มกิ่งประธานเฉพาะกิ่งที่ต้องการให้ออกดอกติดผลลงระนาบกับพื้นระดับ แล้วผูกยึดติดกับหลักหรือไม้ค้ำกิ่ง  เด็ดยอด ณ ใบคู่ที่ 4  ด้วยกรรไกคมๆ เหนือข้อประมาณ 2-3 ซม. วิธีนี้ฝรั่งจะแตกยอดแล้วออกดอกตามมาเร็วกว่าวิธีที่ 1   
                 

            วิธีที่ 3.....บังคับให้ออกเฉพาะกิ่ง  
                
            โน้มกิ่งประธานเฉพาะกิ่งที่ต้องการให้ออกดอกติดผลลงระนาบกับพื้นไม่ต้องตัดยอดเหมือนวิธีที่ 1  เสร็จแล้วฉีดพ่นด้วยน้ำ 100 ล. + 46-0-0 (250 กรัม)  เฉพาะกิ่งโน้มลงระนาบกับพื้นเพื่อล้างใบให้ร่วง  หลังจากใบร่วงแล้วเริ่มบำรุงเรียกยอดชุดใหม่ซึ่งที่ยอดแตกใหม่นี้จะมีดอกออกตามมาด้วย
   
                

            วิธีที่ 4......บังคับให้ออกพร้อมกันทั้งต้น
               
            โน้มกิ่งประธานทุกกิ่ง (ทั้งต้น) ลงระนาบกับพื้นแล้วตัดยอดทุกยอด  ณ ใบข้อที่ 4 เหมือนวิธีที่ 2  แล้วบำรุงเรียกยอดใหม่  วิธีนี้จะทำให้ฝรั่งแตกยอดใหม่และมีดอกออกมาพร้อมกันทั้งต้น  เป็นการบังคับให้ฝรั่งติดผลเป็นรุ่นเดียวกันทั้งหมด                  
                 

            วิธีที่ 5......บังคับแบบตัดกิ่งแก่
               
            ต้นอายุมาก กิ่งแก่ขนาดใหญ่และทรงพุ่มขนาดใหญ่เกินจำเป็น เริ่มด้วยบำรุงต้น โน้มกิ่งแก่ลงระนาบกับพื้นแล้วตัดกิ่งแก่นั้น ณ ความยาวตามต้องการ (ความยาวกิ่ง คือ รัศมีทรงพุ่ม) ตัดกิ่งแล้วเด็ดใบที่เกิดจากกิ่งแก่ทิ้งทั้งหมดหรือคงไว้ 5-10 เปอร์เซ็นต์  ถ้ามีกิ่งแขนงให้ตัดปลายกิ่งแขนงหรือตัดทิ้งไปเลยก็ได้  จากนั้นบำรุงเรียกยอดใหม่  เมื่อยอดออกมาจากข้อใบเดิมพร้อมกับมีดอกออกมาด้วย  ดอกผลที่เกิดจากกิ่งแก่นี้จะดกและคุณภาพผลดีกว่ากิ่งอ่อน
 
                
            สายพันธุ์
               
            ปัจจุบันได้มีการพัฒนาพันธุ์ขึ้นมาใหม่จำนวนมาก มีทั้งพันธุ์ที่มาจากต่างประเทศ (จีน เวียดนาม  อินเดีย  ไต้หวัน  อินโดเนเซีย) โดยตรง  พันธุ์เกิดใหม่จากการผสมระหว่างสายพันธุ์ต่างประเทศด้วยกัน และพันธุ์ที่เกิดจากการผสมข้ามไปข้ามมาระหว่างพันธุ์ต่างๆที่เกิดใหม่ เพื่อให้ได้พันธุ์ดีที่สุด ทั้งเพื่อการบริโภคสดและการแปรรูป
  
              
            สายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน  ได้แก่  กลมสาลี่.  บางกอกแอ๊ปเปิ้ล.  เย็น-2.  เด่นขุนวัง (เมล็ดน้อย).  แป้นสีทอง.  กลมสาลี่.  สาลี่ทอง (ไร้เมล็ด).  ฝรั่งแดง (ไส้แดง).  เวียดนาม.  เจินจู.  ขาวเมืองชล.  ขาวบุญสม.  เพชรจินดาทอง (เมล็ดน้อย).  แป้นไร้เมล็ด (เมล็ดน้อย). ทูลเกล้า.  โบร
มองต์ (ไส้แดง).  กุดจับ-1.
         
                
             เตรียมกิ่งพันธุ์
               
           - เลือกต้นกล้ากิ่งตอนมาจากกิ่งกระโดงเท่านั้น อายุกิ่งกลางอ่อนกลางแก่ ช่วงข้อหรือปล้องยาวตั้งตรง  แตกใบอ่อนในถุงอนุบาลมาแล้ว 2-3 ชุด  มีรากเจริญยาวทะลุออกมานอกถุงให้เห็นจำนวนมาก
               
           - ระยะกล้าหรือระยะต้นเล็ก  กิ่งพันธุ์ฝรั่งมีลักษณะคล้ายกันมากจนแยกสายพันธุ์ไม่ออก การที่จะได้พันธุ์แท้จริงๆ จะต้องใช้ดุลยพินิจและพิจารณาอย่างละเอียดรอบคอบเท่านั้น
                
              เตรียมดินและอินทรีย์วัตถุ  
               
           - ใส่ปุ๋ยคอก (มูลวัวเนื้อ/นม + มูลไก่ไข่/เนื้อ/นกกระทา (แห้งเก่าข้ามปี) ปีละ 2 ครั้ง  
               
           - ให้ยิบซั่มธรรมชาติ  ปีละ 2 ครั้ง
               
           - ให้กระดูกป่น  ปีละ 1 ครั้ง  
               
           - คลุมโคนต้นด้วยเศษพืชแห้งหนาๆเต็มพื้นที่บริเวณทรงพุ่ม  ล้ำออกไปถึงนอกเขตทรงพุ่ม
                
          
 - ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิงหรือจุลินทรีย์ 1-2 เดือน/ครั้ง
                
             หมายเหตุ :
               
           - การฝังซากสัตว์ เช่น หอยเชอรี่  ปลาสด  เป็นชิ้นเท่าลูกมะนาวหรือบดละเอียด ที่ชายเขตทรงพุ่ม 4-5 หลุม/ต้นทรงพุ่ม 3-5 ม. ฝังปีเว้นปี เพื่อให้ต้นมีสารอาหารกินตลอด 24 ชม. ต่อเนื่องหลายๆปีจะทำให้ต้นมีความสมบูรณ์สูงพร้อมต่อการบำรุงทุกขั้นตอน
  
         - ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ (ทางใบ-ทางราก) บ่อยเกินไปจะทำให้ต้นหยุดการเจริญเติบโต ไม่แตกใบอ่อน  ผลหยุดขยายขนาดแล้วกลายเป็นผลแก่  การให้ทางใบอาจเป็นแหล่งอาศัยและแพร่ระบาดของเชื้อราได้                 
           - ให้กลูโคสเฉพาะช่วงสำคัญ เช่น เร่งใบอ่อนเป็นใบแก่ สะสมอาหาร  บำรุงผลกลาง ช่วงละ 1-2 ครั้ง ห่างกันครั้งละ 20-30 วัน.....ถ้าให้บ่อยเกินไปจะทำให้ต้นเกิดอาการนิ่ง ไม่ตอบสนองต่อสารอาหารหรือฮอร์โมนใดๆทั้งสิ้น
           - ฮอร์โมนธรรมชาติและฮอร์โมนวิทยาศาสตร์จะให้ประสิทธิภาพเต็มร้อยก็ต่อเมื่อ ต้นมีสภาพความสมบูรณ์สูง                 

             เตรียมต้น
                
             ตัดแต่งกิ่ง :
                 
               
             ต้นที่มีกิ่งมากจนทรงพุ่มแน่นทึบ  ให้ตัดแต่งกิ่งบังแสงแดดต่อกิ่งอื่นออกทิ้งไปจนเหลือประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์  หรือเลือกเฉพาะกิ่งที่เหมาะสมต่อการออกดอกติดผลไว้เท่านั้น เมื่อเลือกเก็บกิ่งไหนไว้ได้แล้วให้โน้มกิ่งนั้นลงระนาบกับพื้น ผูกรัดกับไม้ค้ำ แล้วเด็ดยอด ณ ข้อใบที่ 4 
                
             - ฝรั่งออกดอกจากซอกใบปลายกิ่งแตกใหม่เสมอ  
               
             - ตัดกิ่งบังแสงแดดต่อกิ่งอื่นออก ทำทรงพุ่มให้โปร่งแสงแดดสามารถส่องได้ถึงทุกกิ่งทั่วทรงพุ่ม  กิ่งได้รับแสงแดดจะสมบูรณ์ดีกว่ากิ่งไม่ได้รับแสงแดดหรือได้รับแสงแดดน้อย
             
- ตัดกิ่งกระโดง  กิ่งในทรงพุ่ม  กิ่งคดงอ  กิ่งชี้ลง  กิ่งไขว้  กิ่งหางหนู  กิ่งเป็นโรค และกิ่งที่ออกดอกติดผลแล้วเพื่อเรียกยอดใหม่สำหรับออดอกติดผลในรุ่นปีต่อไป การตัดแต่งกิ่งภายในทรงพุ่มควรให้โปร่งจนแสงส่องผ่านลงไปถึงโคนต้นได้               
             - ตัดแต่งกิ่งปกติควรตัดให้เหลือใบประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์และเมื่อใบอ่อนชุดใหม่ออกมาแล้วให้มีใบประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์จะช่วยให้การผลิดอกติดผลดี      
               
             - ตัดยอดกิ่งประธาน (ผ่ากบาล) ณ ความสูงต้นตามต้องการ  นอกจากช่วยทำให้แสงแดดผ่านจากยอดเข้าสู่ภายในทรงพุ่มได้อย่างทั่วถึงแล้วแสงแดดที่ร้อนยังช่วยกำจัดเชื้อราได้เป็นอย่างดี และเพื่อควบคุมขนาดความสูงทรงพุ่มอีกด้วย
               
             - นิสัยการออกดอกของฝรั่งไม่จำเป็นต้องกระทบหนาว  แต่ถ้าตัดแต่งกิ่ง-เรียกใบอ่อนช่วงต้นหน้าฝนแล้วเข้าสู่ขั้นตอนการปฏิบัติบำรุงจะดีกว่าการตัดแต่งกิ่งในช่วงอื่น
 
             ตัดแต่งราก  :               
            - ระยะต้นอายุยังน้อยไม่ควรตัดแต่งรากแต่ให้ใช้วิธีการล่อราก ต้นอายุหลายปี  ระบบรากเก่าและแก่มาก  ก่อนการตัดแต่งรากให้งดน้ำนาน  2 เดือนจนใบแก่ร่วงและใบอ่อนสลดแล้วขูดหน้าดินโคนต้นลึก 6 นิ้วเพื่อตัดรากฝอยที่ผิวหน้าดิน ทิ้งไว้ 1 อาทิตย์ จากนั้นนำดินที่ขูดออกมาผสมกับอินทรีย์วัตถุกลับเข้าคลุมโคนต้นอย่างเดิม  คลุมให้หนากว่าเดิม 2-3 เท่า แผ่คลุมทั่วพื้นที่เขตทรงพุ่มถึงล้ำออกไปด้านนอก  แล้วให้น้ำเต็มที่พร้อมกับให้  ปุ๋ย  ฮอร์โมนบำรุงราก  และจุลินทรีย์   ซึ่งหลังจากระดมให้น้ำ 2-3 สัปดาห์ไปแล้วฝรั่งจะแยกยอด
ใหม่พร้อมกับมีดอกออกมาจำนวนมาก    
  


                         ขั้นตอนการปฏิบัติบำรุงต่อฝรั่ง
                         (ให้ได้ผลผลิตเป็นรุ่นเดียวกันทั้งต้น)

     
           1.เรียกใบอ่อน  + เปิดตาดอก
               
              ทางใบ  :
               
              สูตร 1
.....
ให้น้ำ 100 ล. + สาหร่ายทะเล 100 ซีซี. + ฮอร์โมนไข่ 100 ซีซี.+ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี.+ แคลเซียม โบรอน 100 ซีซี.+ สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี.
              สูตร 2...ให้น้ำ 100 ล.+13-0-46 (200 กรัม) + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี.+ แคลเซียม โบรอน 100 ซีซี.+ สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี.
 
             เลือกใช้สูตรใดสูตรหนึ่งหรือทั้งสองสูตรแบบสลับครั้งกัน  ห่างกันครั้งละ 5-7 วันด้วยการฉีดพ่นให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบ               
            - ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร  ทุก 2-3 วัน  
               
              ทางราก :
               
            - ให้น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง + 8-24-24 (½-1 กก.)/ต้นทรงพุ่ม 3-5 ม.
            - ให้น้ำปกติทุก 2-3 วัน                

              หมายเหตุ  :
               
            - เริ่มให้หลังจากโน้มกิ่ง-ตัดยอด
               
            - ฝรั่งไม่จำเป็นต้องเร่งใบอ่อนให้เป็นใบแก่ เพราะธรรมชาติของฝรั่งเมื่อแตกใบอ่อนออกมาจะมีดอกออกตามมาด้วย   
               
            - เลือกใช้ให้ทางใบด้วยสูตรใดสูตรหนึ่งหรือใช้ทั้งสองสูตรแบบสลับครั้งกันก็ได้
 
            - ปริมาณ 8-24-24  หรือ 9-26-26  ใส่มากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณการติดผลในรุ่นที่ผ่านมา  กล่าวคือ  ถ้ารุ่นที่ผ่านมาติดผลดกมาก  ผลผลิตมีคุณภาพดีมากให้ใส่ในปริมาณมากขึ้น  แต่ถ้ารุ่นที่ผ่านมาติดผลดกน้อยหรือไม่ติดผลเลยให้ใส่ในปริมาณปานกลาง
            - หลังจากเปิดตาดอกแล้ว ถ้าดอกออกมาไม่มากหรือยังมีซอกใบอีกหลายใบที่น่าจะออกดอกได้แต่ไม่ออก ระหว่างที่ดอกชุดแรกยังเป็นดอกตูมอยู่นั้นก็ให้เปิดตาดอกซ้ำอีก 1-2 รอบด้วยสูตรเดิม หรือจนกระทั่งดอกชุดแรกบานแล้วจึงยุติการเปิดตาดอกซ้ำ       

         2. บำรุงดอก
               
             ทางใบ  :
               
             ให้น้ำ 100 ล. + 15-45-15 (200 กรัม) + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 กรัม + เอ็นเอเอ. 100 ซีซี. + ฮอร์โมนไข่  25 ซีซี. + สารสกัดสมุน
ไพร 250 ซีซี.   ทุก 5-7 วัน ฉีดพ่นพอเปียกใบ
               
             ทางราก :
                
           - ให้น้ำปกติทุก 2-3 วัน
                
           - ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร  ทุก 2-3 วัน
                

             หมายเหตุ :                              
               
           - ช่วงดอกตั้งแต่เริ่มแทงออกมาให้เห็นหรือระยะดอกตูม  บำรุงด้วยฮอร์โมน เอ็นเอเอ. 1-2 รอบ จะช่วยบำรุงเกสรทั้งตัวผู้และตัวเมียให้สมบูรณ์พร้อมรับผสม  แต่ต้องใช้ด้วยระมัดระวังเพราะถ้าให้เข้มข้นเกินไปจะเกิดความเสียหายต่อดอกและถ้าให้อ่อนเกินไปก็จะไม่ได้ผล
               
           - ช่วงดอกเริ่มแทงออกมาใหม่ๆให้แคลเซียม โบรอน.  1 รอบ  จะช่วยให้ดอกสมบูรณ์ผสมติดดี
               
           - ช่วงดอกตูมควรฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพรให้บ่อยขึ้น เพื่อป้องกันกำจัดโรคและแมลงจนถึงช่วงดอกบาน
               
           - ช่วงดอกบานควรงดการฉีดพ่นทางใบโดยเฉาะช่วงกลางวัน (08.00-12.00 น.) เพราะอาจทำให้เกสรเปียกจนผสมไม่ติดได้  หากจำเป็นต้องฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพรให้ฉีดพ่นช่วงหลังค่ำ
               
           - ระยะดอกบาน ถ้าตรงกับช่วงฝนชุกเกสรจะเปียกชื้นจนทำให้ผสมไม่ติด กรณีนี้แก้ไขโดยกะระยะเวลาบำรุงให้ดอกออกมาแล้วไม่ตรงกับช่วงฝนชุกเท่านั้น  แต่ถ้าดอกออกมาตรงกับช่วงแล้งอากาศร้อนมากเกสรจะฝ่อทำให้ผสมไม่ติดเช่นกัน แก้ไขโดยสร้างความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศและที่พื้นดินในทั้งในแปลงปลูกและรอบๆแปลงปลูก......มาตรการบำรุงต้นและดอกให้สมบูรณ์อย่างแท้จริงอยู่เสมอจะช่วยลดความสูญเสียได้เป็นอย่างมาก 
               
           - เพื่อความมั่นใจในเปอร์เซ็นต์หรือประสิทธิภาพของฮอร์โมน เอ็นเอเอ.  แนะนำให้ใช้ฮอร์โมน เอ็นเอเอ.วิทยาศาสตร์แทนฮอร์โมน เอ็นเอเอ.ทำเองซึ่งจะได้ผลกว่า
           - ฉีดพ่นสารอาหารเพื่อบำรุงดอกด้วยเครื่องมือฉีดพ่นที่มีแรงลมพ่นเบาที่สุดตามความเหมาะสมเพื่อไม่ให้กระทบกระเทือนต่อส่วนต่างๆของดอก  ฉีดพ่นที่ช่อดอกโดยตรงพอเปียกหรือฉีดพ่นให้ทั่งทรงพุ่มพอเปียกใบก็ได้             
           - บำรุงดอกช่วงฝนชุกให้เน้น  “สังกะสี และ แคลเซียม โบรอน”  โดยให้เมื่อดอกออกมาแล้วหรือให้แบบสะสมล่วงหน้าตั้งแต่ช่วงเปิดตาดอก ด้วยวิธีให้เดี่ยวๆหรือผสมรวมไปกับธาตุอาหารอื่นๆก็ได้
               
           - การไม่ใช้สารเคมีเลยติดต่อกันเป็นเวลานานๆ  จะมีผึ้งหรือแมลงธรรมชาติอื่นๆเข้ามาช่วยผสมเกสรส่งผลให้ติดผลดกขึ้น
          

          3.บำรุงผลเล็ก
                  
             ทางใบ  :
                   
           - ให้น้ำ 100 ล. + 21-7-14 (200 กรัม) + ธาตุรอง/ธาตุเสริม  100 ซีซี. +แคลเซียม โบรอน 100 ซีซี.+ ฮอร์โมนไข่ 25 ซีซี. + สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี.   ฉีดพ่นพอเปียกใบ  ทุก 5-7 วัน
               
           - ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร  ทุก  2-3 วัน
                  
              ทางราก :
                 
            - ใส่ยิบซั่มธรรมชาติ 10% ของอัตราการใส่เมื่อช่วงเตรียมดิน
 
           - ให้น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง + 25-7-7 (1/2 กก.)/ต้นทรงพุ่ม 3-5 ม.
            - ให้น้ำทุก 2-3 วัน      

          4. บำรุงผลกลาง
               
              ทางใบ  :
               
              ให้น้ำ 100 ล. + 21-7-14  (200 กรัม) + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี.+ ฮอร์โมนไข่  25 ซีซี.+ ไคโตซาน 100 ซีซี.+ แคลเซียม โบรอน 100 ซีซี.+ สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี.   ฉีดพ่นพอเปียกใบทุก 5-7 วัน 2-3 รอบ
               
               ทางราก :
               
             - ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง + 21-7-14  หรือ  8-24-24  สูตรใดสูตรหนึ่ง (1/2 กก.)/ต้นทรงพุ่ม 3-5 ม./เดือน
               
             - ให้น้ำปกติทุก 2-3 วัน
                   

                หมายเหตุ :
                
           
   - ให้ 21-7-14 เพื่อบำรุงผลให้มีขนาดใหญ่เหมาะสำหรับต้นที่มีผลรุ่นเดียวกันทั้งต้น.......ให้  8-24-24  นอกจากเพื่อบำรุงผลให้มีขนาดใหญ่แล้วยังเสริมการสะสมตาดอกอีกด้วย  จึงเหมาะสำหรับต้นที่มีผลหลายรุ่นและช่วยให้มีดอกออกมาอีก  หากต้องการทั้งบำรุงผลและสะสมตาดอกในเวลาเดียวกันต้องปรับวิธีให้โดยให้ 21-7-14  สองรอบแล้วให้  8-24-24 หนึ่งรอบ  แต่ละรอบห่างกัน 1 เดือน  อัตราให้แต่ละรอบ 1/2 กก.                
      
      - ถ้าต้นติดผลดกมากควรให้ฮอร์โมนน้ำดำ กับ แคลเซียม โบรอน 
1-2 รอบ โดยแบ่งให้ตลอดระยะผลกลางจะช่วยให้ต้นไม่โทรมเนื่องจากรับภาระเลี้ยงผลมาก
           

            5.บำรุงผลแก่ก่อนเก็บเกี่ยว 
                    
              ทางใบ :
                    
            - ให้น้ำ 100 ล. + 0-21-74 (200 กรัม) หรือ 0-0-50 (200 กรัม) สูตรใดสูตรหนึ่ง + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี. + สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี. หรือ น้ำ 100 ล.+ มูลค้างคาวสกัด 100 ซีซี. + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี. + สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี.  1-2 รอบ ห่างกันรอบละ 5-7 วันก่อนเก็บเกี่ยว  ฉีดพ่นพอเปียกใบ
               
            - ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร  ทุก 2-3 วัน
                   
              ทางราก :
                   
            - ให้ 8-24-24 หรือ 13-13-21 สูตรใดสูตรหนึ่ง (1/2 กก.)/ต้นทรงพุ่ม 3-5 ม.
  
          - งดน้ำ                                                  
 
             หมายเหตุ :                
                
            - การบำรุงผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยวโดยให้ทางรากด้วย 13-13-21 เหมาะสำหรับต้นทีผลรุ่นเดียวกันทั้งต้น  หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วต้นมักโทรม ต้องบำรุงเพื่อฟื้นฟูสภาพต้นเรียกความสมบูรณ์กลับคืนมาโดยเร็ว
         
           - การบำรุงผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยวโดยให้ทางรากด้วย 8-24-24 เหมาะสำหรับต้นที่มีผลหลายรุ่นซึ่งหลังจากเก็บเกี่ยวผลแก่รุ่นแรกไปแล้วจะช่วยบำรุงผลชุดหลังต่อได้ นอกจากนี้ยังทำให้ต้นไม่โทรมเหมาะสำหรับการเตรียมความพร้อมต้นต่อการปฏิบัติบำรุงรุ่นปีต่อไปอีกด้วย
           - ให้ฮอร์โมนน้ำดำ กับ แคลเซียม โบรอน  1-2 เดือน/ครั้ง  จะช่วยบำรุงให้ต้นไม่โทรมส่งผลให้คุณภาพผลผลิตดี
  
      










หน้าถัดไป (2/3) หน้าถัดไป


Content ©