-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 160 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

สารสมุนไพร





ศัตรูพืช....เรื่องที่ไม่ควรมองข้าม



หลายคนที่ได้คลุกคลีและลงมือดูแลสวนด้วยตัวเองคงพอจะทราบว่ายังมีปัญหาที่ไม่ควรมองข้ามอีกเรื่องหนึ่ง นั่นคือ “ศัตรูพืช” ซึ่งแบ่งออกได้เป็น 3 จำพวก คือ โรค แมลง และวัชพืช “บ้านและสวน” จึงมีวิธีสังเกตอาการ การป้องกันและกำจัดเจ้าวายร้ายทั้ง 3 ตัวนี้มาฝากกัน
   
โรคพืช หลักง่าย ๆ สำหรับสังเกตต้นไม้ว่ามีโรคพืชเข้าทำลายหรือไม่ มีดังนี้
   
- ถ้าต้นไม้มีรอยฉ่ำน้ำ เหี่ยว เห็นจุดสีดำ หรือมีลักษณะเป็นเส้นใย แสดง   ว่าพืชนั้นถูก เชื้อรา เข้าทำลาย ซึ่งสภาพอากาศในบ้านเรานั้นเหมาะต่อการแพร่กระจายและการเจริญเติบโตของเชื้อราด้วย สำหรับการป้องกันนั้น ทำได้โดยพยายามตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่งบาง เพื่อให้ลมและแสงแดดเข้าถึง ถ้าพบกิ่งที่แสดงอาการ หากมีไม่มากก็ตัดแล้วทำลายทิ้งเสีย พอถึงช่วงฤดูฝน   ก็ควรฉีดพ่นยาป้องกันเชื้อราด้วย สารเคมีที่ใช้กันอยู่ทั่วไป ได้แก่ ออร์โทไซด์ ผสมน้ำฉีดพ่นตามอัตราที่ระบุไว้ในฉลาก
   
- ถ้าต้นไม้ในสวนมีใบหงิกงอหรือใบด่าง มีจุดเขียวคล้ำที่ลำต้นหรือใบ เนื่องจากเนื้อเยื่อถูกทำลาย แสดงว่าต้นไม้นั้นติดโรคที่เกิดจาก เชื้อไวรัส ซึ่งเป็นโรคที่รักษาได้ยาก ควรตัดส่วนที่เป็นโรคหรือนำทั้งต้นไปเผาทำลาย นอกจากนี้เชื้อไวรัสยังแพร่กระจายโดยมีแมลงพาหะ โดยเฉพาะกลุ่มแมลงที่มีปากดูด เช่น เพลี้ยอ่อน เพลี้ยจักจั่น หรือบางครั้งอาจติดมากับวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้งานก็ได้ ดังนั้นจึงควรป้องกันไม่ให้แมลงเหล่านี้เข้ามาในสวน โดยหมั่นฉีดน้ำขึ้นไปที่ทรงพุ่มต้นไม้บ้าง เพื่อไล่แมลงเหล่านี้ไป นอกจากนี้ควรดูแลวัสดุอุปกรณ์ที่ใช้ตัดแต่งต้นไม้ให้สะอาดอยู่เสมอ
   
- สำหรับโรคที่เกิดจาก เชื้อแบคทีเรีย ส่วนมากมักจะรักษาไม่ทันการ เพราะเชื้อจะแพร่เข้าไปตามท่อน้ำและท่ออาหารของพืช อาการของต้นไม้ที่สังเกตได้คือ ต้นไม้เริ่มออกอาการเปลี่ยนเป็นสีเหลือง ฉ่ำน้ำ เน่าเละ การป้องกันจึงเป็นวิธีแก้ปัญหาที่ดีที่สุด โดยดูแลให้พืชเจริญเติบโตแข็งแรง และควรเผาทำลายชิ้นส่วนต้นพืชที่ได้รับเชื้อด้วย เพื่อป้องกันการลุกลามต่อไป
   
แมลงศัตรูพืช แบ่งได้เป็น 2 จำพวก ดังนี้
   
- แมลงปากกัด ได้แก่ ด้วง หนอนเจาะลำต้น ตั๊กแตน หอยทาก และทาก พวกนี้ทำให้ต้นไม้มีรอยแหว่งหรือเป็นรูพรุนเต็มไปหมด ทำให้พืชชะงักการเจริญเติบโต แคระแกร็น หรือบางทีลำต้นโดนเจาะทำลาย ซึ่งส่งผลต่อท่อลำเลียงน้ำและอาหาร ทำให้พืชเหี่ยวเฉา และอาจตายได้ในที่สุด วิธีกำจัดอาจใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น สะเดา หรือสารเคมีที่ดูดซึมเข้าไปในลำต้น ทำให้แมลงที่มากัดกิน ดูดน้ำเลี้ยงจากส่วนต่าง ๆ ของลำต้นตายหมดไปได้ เช่น ไซเปอร์เมทริน อะบาเมคติน
   
- แมลงปากดูด ได้แก่ เพลี้ยแป้ง เพลี้ยหอย เพลี้ยอ่อน เพลี้ยไฟ ไรแดง แมงมุมแดง และแมลงหวี่ขาว พวกนี้จะดูดกินน้ำเลี้ยงอย่างค่อยเป็นค่อยไป จนพืชที่ถูกทำลายแสดงอาการแคระ   แกร็น ใบหงิกงอ และตายในที่สุด สารเคมีที่นิยมใช้ ได้แก่ เซฟวิน หรือ เอส-85 ควรฉีดพ่นตามอัตราที่ระบุไว้ในฉลาก
   
วัชพืช คือ ต้นไม้ที่ขึ้นเองโดยมิได้ต้องการ ได้แก่ หญ้าแห้วหมู หญ้าขน หญ้าคา หรือหญ้าเจ้าชู้ ถ้าเจ้าของสวนหมั่นเดินสำรวจตรวจตราแปลงต้นไม้ พรวนดินเป็นประจำ เวลาพบเห็นวัชพืชก็เด็ดถอนทิ้งไป วัชพืชก็จะไม่สร้างปัญหากวนใจให้เรา.

บ้านและสวน


ที่มา  :  เดลินิวส์









สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2010-06-09 (1594 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©