-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 107 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

นาข้าว








นาข้าว  ปีละ 1 รุ่น               


จะเป็นหลักนิยมหรือเป็นความจำเป็นที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้ก็สุดแท้ เนื่องจากการขาดแคลนน้ำทำนาข้าวอย่างรุนแรง ซึ่งมิใช่มีแต่นาเขตอิสานเท่านั้น นาเขตภาคอื่นๆ ก็มีโอกาสขาดแคลนเหมือนกัน  เมื่อไม่มีน้ำจากแหล่งธรรมชาติสำหรับใช้ตลอดฤดูกาลทำนาก็ต้องอาศัยน้ำฝนและน้ำฝนก็กลับมีน้อยจนไม่พอหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้ตลอดฤดูกาลเสียอีก  ดังนั้น  จึงจำเป็นต้องใช้วิธีกักเก็บน้ำฝนที่แม้จะตกลงมาน้อยครั้ง และแต่ละครั้งก็ไม่มากนักนั้นไปไว้ใต้ดิน  โดยมีอินทรีย์วัตถุทั้งประเภทเศษซากพืช และสารปรับปรุงบำรุงดินช่วยดูดซับอุ้มน้ำไว้ให้ด้วยวิธีการปฏิบัติง่ายๆ แต่เป็นธรรมชาติ   ดังนี้........                

หลังเกี่ยวข้าวนาปีซึ่งเป็นหน้าแล้งเสร็จให้เกลี่ยฟาง   ไถดะ 1 รอบ   แล้วหว่านเมล็ดพันธุ์ถั่ว (เขียว  แดง ดำ เหลือง หรือถั่วปรับปรุงดินของกรมพัฒนาที่ดิน........อย่างใดอย่างหนึ่ง) โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่อจะอาศัยฟางและเศษซากต้นถั่วเป็นปุ๋ยพืชสดปรับปรุงดิน และสำหรับเป็นตัวช่วยกักเก็บน้ำไว้ในดินลึกเมื่อมีฝนตกมาในช่วงหน้าฝน                          
         
หลังจากหว่านเมล็ดถั่วลงไปแล้ว ถ้าไม่ต้องการผลผลิตก็ให้ไถกลบได้เลยเมื่อต้นถั่วเริ่มออกดอก  แต่ถ้าต้องการเก็บเกี่ยวผลผลิตถั่วก่อนก็ให้บำรุงเลี้ยงต่อไปจนกระทั่งเก็บเกี่ยวเสร็จจึงไถกลบเศษซากต้นถั่วลงดินทีหลังก็ได้                    
         
ถ้าจะไม่ปลูกต้นถั่วเพื่อใช้เป็นปุ๋ยพืชสดและกักเก็บน้ำ เมื่อเกี่ยวข้าวเสร็จไม่ควรปล่อยทิ้งฟางตากแดดหรือเผาอย่างเด็ดขาด แต่ให้ไถกลบฟางลงไปหมักเก็บไว้ใต้ดินก่อน หลังจากไถกลบฟางลงไปแล้วให้ปล่อยทิ้งไว้อย่างนั้น จนกว่าจะถึงฤดูกาลทำนาปีใหม่จึงลงมือทำนาตามปกติ ก็จะได้ฟางที่ผ่านกระบวนการหมักมาแล้วระดับหนึ่ง เมื่อได้รับน้ำฝนก็จะเปื่อยยุ่ยเปลี่ยนสภาพเป็นปุ๋ยเศษซากพืชได้ทันที                  

          หมายเหตุ  :                
        - เศษซากพืช (ฟาง  ต้นถั่ว วัชพืช) จะเป็นตัวช่วยซับและอุ้มน้ำที่ฝนตกลงมาให้ลงไปกักเก็บไว้ในเนื้อดิน แม้จะได้ฝนเพียงครั้งเดียวแต่ก็มีน้ำจำนวนมากเพียงพอสำหรับหล่อเลี้ยงต้นข้าวได้นานนับเดือน               
        - การทำนา  1 ครั้ง/ปีนั้น  ใช้เวลาจริงๆเพียง  4 เดือนเท่านั้น  ส่วน ระยะเวลา 8 เดือนที่เหลือ ถ้าได้ไถกลบเศษซากพืช (ฟาง-ต้นถั่ว)  ไว้ในดิน ก็จะมีจุลินทรีย์เข้าช่วยย่อยสลาย จนกลายเป็นสารอาหารแก่ต้นข้าวในรุ่นต่อไปได้เป็นอย่างดีอีกด้วย               
       
- เมื่อถึงฤดูกาลทำนาปีใหม่ ให้ไถดะไถแปร แล้วทำเทือกพร้อมกับใส่  ยิบซั่มธรรมชาติ + กระดูกป่นหรือปลาป่น + กากก้นถังปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง + 16-8-8 + ฯลฯ   เหมือนการทำนาตามปกติทุกประการ               
      
- ในเมื่อธรรมชาติเปิดโอกาสให้ทำนาเพียงครั้งเดียวใน  1 ปี  แนะนำให้ทำ นาดำ แล้วปฏิบัติบำรุงต่อต้นข้าวด้วยวิธี  การทำนาแบบประณีต  จะช่วยให้ได้ผลผลิตสูง   












สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2010-05-10 (2373 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©