-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี บุคคลทั่วไป และ สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

ภูมิปัญญาพื้นบ้าน




หน้า: 3/5



   51. ป้องกันมอดข้าวสาร            
       ข้าวสารที่เก็บในถังหรือในกระสอบเป็นเวลานานๆ อาจจะมีมอดและหนอนชักใยอยู่ในข้าวสาร ให้เอาผลมะนาวหรือมะกรูดอ่อน เริ่มมีน้ำเล็กน้อย 1-2 ผล คลุกรวมกับข้าวสารที่ก้นถัง  กลิ่นมะกรูดจะระเหยขึ้นมาทำให้มอดหนีไป

   52. ป้องกันมะม่วงผลเน่า

       มะม่วงประเภทกินสุกช่วงที่เก็บลงมาจากต้นยังเป็นผลดิบนั้นอาจไม่มีลักษณะหรืออาการผลเน่าหรือผลจุดแต่อย่างใด ผิวดูเขียวสดสวย แต่เมื่อมะม่วงผลนั้นเริ่มสุกจนกระทั่งถึงสุกงอม ปรากฏว่าผิวเริ่มมีลักษณะอาการเป็นจุดสีน้ำตาลไหม้แล้วค่อยๆขยายใหญ่ขึ้นจนทั่วทั้งผล จากผิวภายนอกเป็นจุดแล้วกินลึกเข้าไปเนื้อจนรับประทานไม่ได้นั้น อาการนี้เกิดจากเชื้อแอนแทร็คโนส ซึ่งเชื้อเกาะอยู่บนผิวมะม่วงตั้งแต่ยังเป็นผลดิบ แต่ตอนที่ผลมะม่วงยังดิบอยู่นั้นเชื้อนี้จะไม่เจริญหรือขยายพันธุ์ เมื่อมะม่วงเริ่มสุก เนื้อมะม่วงมีรสหวานกลายเป็นอาหารของเชื้อ เชื้อจึงเจริญขยายพันธุ์ได้....แก้ไขโดยเมื่อเก็บมะม่วงลงมาจากต้นใหม่ๆ  หลังจารกจัดการเรื่องยางไหลเรียบร้อยแล้วให้นำผลมะม่วงลง  แช่-ล้างใน "น้ำ 20 ล.+ เหง้าว่านน้ำ 250 กรัม" จากนั้นนำขึ้นผึ่งลมให้ผลแห้ง เสร็จแล้วจึงนำไปบ่มตามปกติ สารออกฤทธิ์ในว่านน้ำจะช่วยกำจัดเชื้อที่เกาะอยู่ตามผิวมะม่วง เมื่อมะม่วงสุกก็จะไม่เกิดอาการผิวจุดหรือผลเน่า แม้มะม่วงผลนั้นจะสุกงอมจนผิวเหี่ยวย่นก็ตาม 
     

   53. แก้โรค “ไอ้ฮวบ” ในกล้วยไม้                  
       โรคเน่าของกล้วยไม้ที่เรียกว่า “ไอ้ฮวบ” นั้นเป็นเชื้อไวรัสที่มี “แมลงบั่ว” เป็นพาหะแมลงบั่วเป็นแมลงประเภทปากกัดปากดูด ปีกชั้นเดียว ตัวเล็กมากจนแทบมองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ปัจจุบันยังไม่มีสารเคมีกลุ่มใดกำจัดไวรัสไอ้ฮวบในกล้วยไม้ได้ ต้องใช้วิธีป้องกันที่แมลงพาหะเท่านั้นโดย
       สูตร 1               
       ใช้พริกแห้งเผ็ดจัดคั่วไฟอ่อนๆจนน้ำมันจับผิวผลพริกเป็นมันวาว ให้นำขึ้นมาโขลกละเอียดทั้งเนื้อและเมล็ด (น้ำมันพริกมีมากในเมล็ด) แล้วนำไปแช่ในแอลกอฮอร์ล้างแผลพอท่วม  นาน 6-12 ชม.ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น”  พร้อมใช้งาน......ใช้ “หัวเชื้อ 10-20 ซีซี./น้ำ 20 ล.”  ฉีดพ่นให้เปียกโชกทั้งทั้งใต้ใบบนใบ   หลังค่ำหรืออากาศไม่ร้อน  ช่วงอากาศร้อนชื้นเป็นช่วงที่แมลงบั่วระบาดมากที่สุด
       สูตร 2               
       ใช้ “น้ำมะพร้าวอ่อน + น้ำหวานเฮลบลูบอย + เลนเนท” ฉีดพ่นทั้งที่ต้นกล้วยไม้ บริเวณโรงเรือน และบริเวณใกล้เคียง เป็นกลิ่นล่อแมลงบั่วเข้าไปกิน เมื่อแมลงบั่วหลงกินเข้าไปก็จะได้รับสารเลนเนทแล้วตายไปเอง


   54. สมุนไพรกำจัดเพลี้ยอ่อน
               
       ใช้น้ำแช่ผลมะกรูดแก่สดที่ยังไม่ได้กลั่นหรือกลั่นแล้วก็ได้ 1 ส่วน  ใส่พริกสดเผ็ดจัดบดละเอียด 1 ส่วน น้ำเปล่า 1 ส่วน ผสมให้เข้ากันดี ได้  “หัวเชื้อเข้มข้น”  พร้อมใช้งาน.....ใช้หัวเชื้อ 20-30 ซีซี./น้ำ 20 ล.  ฉีดพ่นให้ทั่วทรงพุ่มช่วงเย็นอากาศไม่ร้อน  ทุก 2-3 วัน  นอกจากช่วยกำจัดเพลี้ยอ่อนได้แล้วยังกำจัดหนอนแก้ว  หนอนชอนใบได้อีกด้วย               
      (ศรีไพร อินทร์ทองหลาง 70 หมู่ 3 ต.ชัยนารายณ์ อ.ชัยบาดาล จ.ลพบุรี)


   55. หางไหลฆ่าปลา
             
       ก่อนลงมือปล่อยปลาเลี้ยงลงบ่อ ถ้ามีปลาชนิดอื่นตกค้างอยู่ในบ่อ ปลาที่ตกค้างนี้อาจทำอันตรายแก่ปลาเลี้ยงได้ จึงควรกำจัดปลาที่หลงเลือกนั้นเสียก่อน โดยการใช้ รากหางไหลสดแก่จัดบุบพอแหลก 1 กก. แช่น้ำ 20 ล. ขยำให้ยางหางไหลออกมามาก จนน้ำเป็นสีขาวขุ่นเหมือนน้ำซาวข้าว นำน้ำละลายหางไหลสาดลงบ่อขนาด 1 ไร่ ระดับน้ำลึก 1 ฝ่ามือ ให้ทั่วทั้งบ่อ ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที บรรดาปลาทั้งหลายที่หลงเหลืออยู่ในบ่อ ทั้งที่อยู่ในน้ำและมุดดินก้นบ่อ จะมีอาการทุรนทุรายเนื่องจากหายใจไม่ออกแล้วตายในที่สุด อาจทำซ้ำ 2 รอบ ห่างกันรอบละ 2-3 วัน เพื่อความแน่ใจ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีปลาเก่าหลงเหลืออยู่แล้ว ให้ปล่อยสะอาดน้ำเข้าบ่อพร้อมกับสูบน้ำเจือจางสารออกฤทธิ์จากหางไหลในบ่อออกออก (น้ำดีไล่น้ำเสีย) เรียบร้อยแล้วจึงปล่อยน้ำลงบ่อก่อนปล่อยปลาต่อไปตามปกติ                 


     56. สมุนไพรกำจัดไรไก่              
         ใช้ “ยาฉุน ½ กก.+ น้ำคั้นหางไหลขาว ½ ล.+ สบู่เหลว 20 ซีซี.”  ผสมน้ำเปล่า 40 ล.  สีน้ำจะเป็นสีน้ำตาลไหม้  ใส่ในกะละมังซักผ้า  นำไก่ทั้งตัวลงอาบน้ำในกะละมัง  ใช้มือขยำตามซอกขนเบาๆเพื่อให้น้ำยาผ่านซอกขนลงถึงผิวหนังกระจายทั่วตัว สารออกฤทธิ์จากยาฉุนหับหางไหลขาว จะช่วยกำจัดไรในตัวไก่ได้ ควรทำซ้ำ 2-3 รอบ ห่างกับรอบละ 3-5 วัน และต้องทำกับไก่ทุกตัวในเล้าเดียวกัน
         แนะนำให้ทำช่วงกลางวัน  แดดจัด  กลางแจ้ง  หลังจากไก่อาบน้ำแล้วให้ปล่อยอยู่กลางแจ้งเพื่อเรียกความอบอุ่นแก่ร่างกายกลับมาโดยเร็ว  มิฉะนั้นไก่อาจจะเป็นหวัดได้  ทั้งนี้ไก่เป็นสัตว์ไม่ต้องการอาบน้ำ
         สูตรเดียวกันนี้สามารถใช้กำจัดหมัดสุนัข. หรือสัตว์เลี้ยงอื่นๆได้  นอกจากนี้ยังใช้เป็นสารสกัดสมุนไพรกำจัดแมลงศัตรูพืช เช่น หมัดกระโดด. หนอนหนังเหนียว. หนอนกระทู้. เพลี้ยต่างๆ ได้อีกด้วย


     57. น้ำมันออริกาโน่.ป้องกันอหิวาต์หมู                      
         ใช้พริกแห้งรสเผ็ดปานกลาง (พริกชี้ฟ้า) ตากแห้ง  บดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้ทั้งเนื้อและเมล็ดใน (สารออกฤทธิ์ชื่อ  “ออริกาโน่”  อยู่ในเมล็ดใน)  น้ำขึ้นความร้อนไฟกลาง  คั่วให้เป็นมันวาว  ช่วงที่พริกเริ่มเกิดมันวาวให้ลดความร้อนลงตามลำดับ  จนถึงไฟอ่อนๆ  เมื่อเห็นว่าพริกเป็นวาวดีที่สุดแล้วนำลง  ทิ้งให้เป็น  เก็บในถุงสุญญากาศ   อุณหภูมิห้อง  อยู่ได้นานนับปี......ใช้พริกคั่วที่ได้ 100 กรัม ผสมอาหารแห้ง 100 กก. ให้หมูกิน ตั้งแต่แรกเกิด จะช่วยป้องกันหมูเป็นโรคอหิวาต์ได้.....ระวังอย่าใส่มาก เพราะถ้าอาหารมีรสเผ็ดมากหมูจะกินอาหารน้อย
                 

      58. กาแฟชะมด                       
         นำผลกาแฟสดใหม่แก่จัดคาต้นทั้งผลให้ชะมดที่เลี้ยงกรงกิน  เมื่อชะมดถ่ายมูลออกมาจะมีเมล็ดกาแฟปนออกมาด้วย  เป็นเมล็ดที่ยังสมบูรณ์เนื่องจากกระเพาะชะมดไม่ได้ย่อยเมล็ดกาแฟไปด้วย  นำเมล็ดกาแฟในมูลชะมดมาล้างทำความสะอาด  แล้วเข้าสู่กระบวนการอบแห้งตามปกติ  เมื่อนำเมล็ดกาแฟที่อบแห้งดีแล้วมาบด  จากนั้นชงดื่มจะได้รสชาติที่เหนือกว่าเมล็ดกาแฟปกติ  เพราะในน้ำย่อยในกระเพาะชะมดมีสารชนิดหนึ่งที่ทำให้รสชาติกาแฟเปลี่ยนแปลงไป......กาแฟมูลชะมด 50 กรัม ราคา 500 ฟรังซ์ฝรั่งเศส
        (สารคดีเนชั่นแนล จีโอกราฟฟิค / เกษตรกรฝรั่งเศส)       
 
               

     59. เพาะเมล็ดฟักทอง               
        เลือกผลฟักทองที่แก่จัดคาต้นจนใบแห้ง   สภาพสมบูรณ์  น้ำหนักดี  ไม่มีศัตรูพืชรบกวน ได้มาแล้วผ่าเอาเมล็ดออกมา  ล้างน้ำให้สะอาด  ผึ่งลมให้แห้งสนิท  เก็บในกระป๋องปิดฝาสนิท  ในกระป๋องใส่ถ่านหุงข้าว  ก้อนเพื่อดูดซับความชื้น  เก็บเมล็ดฟักทองในร่ม  อุณหภูมิห้อง  นาน 6 เดือน – 1 ปี ขึ้นไปจึงนำไปปลูก  ทั้งนี้เมล็ดฟักทองที่เก็บนานหรือใกล้หมดอายุจะให้เปอร์เซ็นต์ความงอกสูงและผลมีคถุณภาพดีกว่าเมล็ดใหม่     


     60. ขยายพันธุ์ดาวเรืองลูกผสม               
        ดาวเรืองที่ปลูกกันในปัจจุบัน  เป็นการปลูกด้วยเมล็ดลูกผสม (ไฮบริด) หรือเป็นหมัน  ซื้อขายกันในราคาเมล็ดละ 1-1.50 บาท  เนื้อที่ 1 ไร่ ต้องใช้ต้นทุนเมล็ดพันธุ์มากกว่า 10,000 บาท   ต้นดาวเรืองหมันเมื่อเจริญเติบโตจนเป็นดอกและมีเมล็ดไม่สามารถนำเมล็ดที่ได้ขยายพันธุ์ต่อได้  แนวทางแก้ไขทำได้โดยการเด็ดยอดไปปักชำแล้วนำไปปลูกต่อก็จะได้ต้นที่ตรงตามสายพันธุ์เดิม  เป็นการขยายพันธุ์แบบทวีคูณ  กล่าวคือ
        ดาวเรืองต้นแม่ 1 ต้น  เด็ดยอดได้ 20 ยอด  นำยอดไปชำแล้วอนุบาลจนต้นโตแข็งแรงจึงนำไปปลูกก็จะได้ดาวเรืองสายพันธุ์เดิม 20 ต้น.......            
      ดาวเรือง 20 ต้น โตขึ้นเด็ดยอดได้ ต้นละ 20 ต้น เท่ากับได้ต้นใหม่ 400 ต้น
      ดาวเรือง 400 ต้น โตขึ้นเด็ดยอดได้ต้นละ 20 ยอด เท่ากับได้ต้นใหม่ 8,000 ต้น


     61. เลี้ยงผีเสื้อสวยงาม             
        ใช้สำลีอัดแน่น  ทำเป็นแท่งขนาดเท่านิ้วมือ  จุ่มใน  “ซูโครส (น้ำหวานเฮลบลูบอย) สีแดง 50 – 100 ซีซี. + น้ำสะอาด 1 ล.”  ให้ชุ่ม  แล้วนำไปผูกแขวนกับกิ่งไม้  แสงแดดรำไร  บริเวณที่แม่ผีเสื้อสวยงามชอบเข้าไปตอมดอกไม้ หรือนำไปผูกแขวนไว้ในโรงเรือนเลี้ยงผีเสื้อสวยงาม ผีเสื้อจะตอมแล้วดูดกินน้ำหวาน


    
62. ทดสอบ กรด-ด่าง ด้วยกระดาษลิสมัส                 
        ใช้กระดาษลิสมัส (มีจำหน่ายในร้านอุปกรณ์การเรียน แผนกอุปกรณ์วิทยาศาสตร์)  จุ่มลงในสารประเภทของเหลว (น้ำ) ที่ต้องการวัดค่า  กรด-ด่าง  ถ้ากระดาษลิสมัสเปลี่ยนสีเป็น  “สีแดง”  แสดงว่าสารตัวนั้นมีสถานะเป็น  “กรด”   แต่ถ้ากระดาษลิสมัสเปลี่นสีเป็น  “สีน้ำเงิน”  แสดงว่าสารตัวนั้นมีสถานะเป็น “ด่าง” ...กระดาษลิสมัสแต่ละชิ้นใช่งานได้ครั้งเดียวและค่า กรด-ด่าง ที่ทราบเป็นเพียงค่าโดยประมาณ


     63. ทำกระดาษลิสมัส               
      - เตรียมน้ำคั้นกะหล่ำปลีสีม่วง สภาพสดใหม่ สมบูรณ์ โตเต็มที่ ไม่มีสารเคมีปนเปื้อน เก็บตอน ตี.5 เข้าเครื่องปั่นแยกกากแยกน้ำ (จุ๊ยเซอร์) ได้นั้นคั้นมาแล้วใสหม้อสะอาด ต้มให้เดือดจัดจนเหลือ ½ ของครั้งแรก ยกหม้อต้มลง ปล่อยให้เย็น
        - นำกระดาษสีขาว ตัดเป็นริ้ว กว้าง ½ ซม. ยาว 5-10 ซม. จุ่มลงในน้ำคั้นกะหล่ำปลีสีม่วง แช่นาน 20-30 นาที ครบกำหนดเวลาแล้วนำขึ้นผึ่งลมให้แห้ง
ได้ “กระดาษลิสมัส” พร้อมใช้งาน
        ทดสอบการใช้งาน                 
      - จุ่มกระดาษลิสมัสลงในน้ำมะนาว ถ้ากระดาษลิสมัสเปลี่ยนสีเป็นสีแดง แสดงว่า “ใช้งานได้”  แต่ถ้าจุ่มในน้ำมะนาวแล้วไม่เปลี่ยนสีเป็นสีแดง แสดงว่า “ใช้งานไม่ได้”
      - จุมกระดาษลิสมันในน้ำปูนใส ถ้ากระดาษลิสมัสเป็นสีเป็นสีน้ำเงิน แสดงว่า “ใช้งานได้”แต่ถ้าจุ่มในน้ำปูนใสแล้วไม่เปลี่ยนสีเปลี่ยนสีน้ำเงิน แสดงว่า“ยังใช้ไม่ได้”
   

     64. พิสูจน์แหล่งน้ำบาดาล               
      - ช่วงหลังค่ำพระอาทิตย์ตกดินใหม่ๆ  อากาศเริ่มเย็น  ไปยืนบนพื้นดินในที่โล่งจะรู้สึกอุ่นเนื่องน้ำใต้ดินถ่ายเทความร้อนขึ้นมา               
      - ใช้ไข่สดวางบนพื้นบริเวณที่รู้สึกไออุ่นแล้วครอบด้วยให้ปากถ้วยสัมผัสผิวดิน  ทิ้งไว้ค้างคืน  รุ่งเช้ายกถ้วยขึ้นมาดู  ถ้ามีหยดน้ำเกาะตามถ้วยแสดงว่าใต้ดินบริเวณนั้นมีน้ำ  หยดน้ำมากมีน้ำมาก  หยดน้ำน้อยมีน้ำน้อย  ถ้าเจาะบ่อบาดาลก็จะพบน้ำ

     65. ฟอสเฟตจากงา               
        ใช้งาดำตากแห้ง  คั่วไฟอ่อนๆจนเกรียม  บดละเอียดแช่ในกากน้ำตาล  ใส่จุลินทรีย์ อัตรา 3:1:1 นาน 15-30 วัน ได้ “หัวเชื้อฟอสเฟตเข้มข้น” พร้อมใช้งาน....ใช้ 20-30 ซีซี./น้ำ 20 ล.

     66. เบียร์สดบำรุงพืช               
        น้ำกลั่นบริสุทธิ์  20 ล.+ กลูโคสน้ำ 5 ล.+ ยิสต์ทำไวน์ 100 กรัม + แป้งข้าวโอ๊ต 1 กล่อง + ข้าวเหนียวนึ่ง 100 กรัม หมักในอุณหภูมิห้องนาน 7 วัน ได้ “เบียร์สด” พร้อมดื่ม
      - ถ้าต้องการกลิ่นรสเบียร์สิงห์  ให้ใส่เบียร์สิงห์ 1 ขวด
      - ระหว่างหมักมีฟอง  มากดี-น้อยไม่ดี  หมดฟองถือว่าใช้ได้
      - หมักจนหมดฟองแล้วมี “ฟอง + กาก” ที่ผิวหน้าใช้เลี้ยงสัตว์หรือใส่ดินบำรุงพืช “น้ำ" ใช้รดดินบำรุงดินและบำรุงจุลินทรีย์”                


     67. บำรุงปลาช่อนช่วงอากาศวิปริต               
      - ช่วงอากาศร้อนจัดให้ผสม  “น้ำยาอุทัยกับอาหาร”  ให้ปลากินทุกครั้ง
      - ช่วงฝนตกชุกหรือฝนตกใหม่ๆ  ปลาลอยหัวให้  “ผสมยาน้ำระดมพล 1-2 ขวดต่ออาหารที่ให้ 1 ครั้ง”  ให้ปลากิน


     68. ฟอกหนังให้นิ่ม               
         หนังสัตว์ใหม่ๆแช่แล้วย่ำด้วยเท้าแรงๆในน้ำมูลนกพิลาป  นาน 1-2 ชม.  แล้วนำออกตากแดดให้แห้ง  หนังสัตว์จะนุ่ม.......ในอุตสาหกรรมฟอกหนังระดับโรงงานใช้กรดเกลือปาเปนจากมะละกอฟอก
        (เกษตรกรอินเดีย)

 
    69. กำจัดราดำ-เพลี้ยจักจั่นในมะม่วง               
         ใช้ “น้ำมันละหุ่ง 1 ส่วน + น้ำมันมะพร้าว 1 ส่วน + น้ำคั้นหัวกลอยสด 1 ส่วน + ตัวทำละลาย”  ฉีดพ่นมะม่วงช่วงเริ่มแทงช่อดอกนอกจากช่วยป้องกันราดำ  เพลี้ยจั๊กจั่น  แล้วยังช่วยให้ดอกสมบูรณ์ติดผลดีอีกด้วย 

 
    70. บ่มมะม่วง
               
         นำมะม่วงวางเรียงในภาชนะบ่ม  รองด้วยใบตองหรือใบขี้เหล็ก  ใส่แก๊สจุดตะเกียง (แคลเซียมคาร์ไบท์) ก้นภาชนะบ่ม ทำเหมือนปกติทุกประการ  เรียบร้อยแล้วฉีดพ่นด้วยเหล้าขาวเฉพาะผลมะม่วงชั้นบนสุดของภาชนะบ่มหรือจุ่มมะม่วงที่จะบ่มทั้งผลแล้งบรรจุลงภาชนะบ่มตามปกติ  แอลกอฮอร์จากเหล้าขาวจะช่วยให้ผิวมะม่วงเหลืองสวยตลอดผลเท่ากันทุกผล  


     71. น้ำยาล้างปากกำจัดเชื้อรา               
         ใช้น้ำยาล้างปากเดดตอล 1 ขวดเล็ก  ผสมน้ำกลั่น 5 ล.  เขย่าให้เข้ากันดีจะเกิดสีขาวขุ่น  เมื่อใส่น้ำมันข้าวโพด (น้ำยาล้างขวดนมเด็ก) 250 ซีซี.  สีที่ขาวขุ่นจะใสและเมื่อใส่สีผสมอาหาร (เลือกสีและใส่มากน้อยเพื่อให้สีจัดตามต้องการ)  เขย่าให้เข้ากันดีอีกครั้งก็จะได้น้ำยามีสีตามต้องการ  ได้  “หัวเชื้อเข้มข้น”  พร้อมใช้งาน......ใช้   “หัวเชื้อ 10 ซีซี./น้ำ 20 ล.”   ฉีดพ่นให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบ  ช่วยกำจัดเชื้อราและแบคทีเรียได้ดี  โดยเฉพาะโรคตากบตาเสือในเผือก   


     72. นมผงบำรุงผักหวาน               
         ใช้ “น้ำ 100 ล. + นมผง 100-200 กรัม + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี.” ฉีดพ่นทางใบให้กับผักหวาน ช่วงเช้าอากาศเปิด อาทิตย์ละครั้ง หรือก่อนเด็ดยอด 2-3 วัน จะช่วยบำรุงให้ยอดผักหวานอวบอ้วน เนื้อแน่น น้ำหนักดี รสชาติดี
   


     73. จีเอ-3 บำรุงแก้วมังกร               
         จีเอ-3 หรือจิ๊บเบอเรลลิน #3 อัตรา 10-20 พีพีเอ็ม. ให้แก้วมังกรช่วงเริ่มออกดอก 1-2 รอบ ห่างกันรอบละ 3-5 วัน  จะช่วยให้ทรงผลเมื่อโตขึ้นสวย  ระวังถ้าให้มากเกินจะทำให้ทรงผลยา;

 
    74. เร่งยอดเฟิร์นข้าหลวง               
         ใช้แกลบดำใส่ยอดเฟิร์นข้าหลวงแล้วรดน้ำตามปกติจะช่วยให้แตกยอดใหม่เร็วและได้ใบมากขึ้น   


     75. เร่งยอดแก้วมังกร               
         ใช้ฟางหรือหญ้าแห้งปกคลุมหัวหลักแก้วมังกรให้แสงแดดผ่านได้เล็กน้อยจะช่วยให้แก้วมังกรแตกยอดใหม่เร็ว.......ใช้ฟางหรือหญ้าแห้งคลุมยอดแก้วมังกรขณะเกาะเลื้อยขึ้นเสาจะช่วยให้กิ่งแก้วมังกรออกรากเร็วและแทงยอดใหม่เร็ว




หน้าก่อน หน้าก่อน (2/5) - หน้าถัดไป (4/5) หน้าถัดไป


Content ©