-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 107 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

พืชสวนครัว





ตะไคร้


1. พันธุ์ :
ตะไคร้ม่วงหรือตะไคร้แกง  และตะไคร้ขาวหรือตะไคร้ยำ

2. การเตรียมดิน : ไถดินตากทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน แล้วไถพรวนยกร่องแบบปลูกอ้อยหรือข้าวโพดฝักอ่อน ปล่อยนำ้ไปตามร่องทิ้งไว้ 2-3 วันให้ดินชื้น ไม่แห้งหรือเฉะเกินไปพอปักต้นพันธุ์แล้วไม่ล้ม

3. การปลูก : ต้นพันธุ์ให้ใช้ต้นตะไคร้ที่ปลูกไว้นานเฉลี่ย 8-10 เดือน ตัดใบออกเหลือแต่ต้นยาวประมาณ 30-40 ซม. นำไปปลูกได้ทันทีหรือแช่น้ำไว้ประมาณ 5-7 วันเพื่อให้รากงอก รากที่แก่เต็มที่จะมีสีเหลืองเข้ม แล้วนำไปปลูกในร่องที่ปล่อยนำ้้แล้วลึกประมาณ 1-2 นิ้ว ปักต้นตะไคร้หลุมละ 1 ต้น  ให้ต้นตะไคร้เอียง 45 องศาไปด้านใดด้านหนึ่ง ใช้ระยะปลูก 15x15 เซนติเมตร หรือ 20x20 เซนติเมตร พื้นที่ปลูก 1 ไร่ จะปลูกต้นตะไคร้ได้ประมาณ 10,000-15,000 ต้น ถ้าคำนวณเป็นน้ำหนักจะใช้ต้นพันธุ์ประมาณ 400-500 กิโลกรัมต่อไร

4. การให้น้ำ : หลังจากปลูกตะไคร้ไปแล้วเกษตรกรจะต้องให้น้ำทุก 5-7 วัน โดยการปล่อยไปตามร่องหรือการรดน้ำทางสายยาง

5. การใส่ปุ๋ย : ต้นตะไคร้จะเริ่มตั้งตัวได้เมื่อต้นมีอายุได้เฉลี่ย 7-10 วันหลังปลูก ให้หว่านปุ๋ยยูเรีย (สูตร 46-0-0) อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ สลับกับสูตรเสมอ 15-15-15 หว่านเป็นประจำทุกเดือน

6. การเก็บเกี่ยว : เก็บเีกี่ยวเมื่ออายุ 6 เดือนแต่ถ้าบำรุงรักษาดี 4 เดือนก็เก็บได้แล้ว การปลูก 1 ครั้งเก็บได้ 3 รอบ วิธีการเก็บใช้มีดตัดและผลผลิตทำการลอกกาบและตัดแต่ง ตัดใบ ตัดรากทิ้งล้างน้ำให้สะอาด มัดเป็นกำละ 10 กิโลกรัม

7. โรคแมลง : มีปัญหาน้อย ถ้าจะพบก็มีหนอนเจาะลำต้นแต่ทำลายไม่มากถ้ามีการจัดการที่ดี

8. ผลผลิต : ประมาณ 2,000 กิโลกรัม/ไร่


ที่มา  :   กรมวิชาการเกษตร







ปลูกตะไคร้ 1 ไร่เศษ ทำเงินถึง 4 หมื่น

"ไม่มีความยากจน...ในหมู่คนขยัน" ท่านที่เคารพครับ!!! ช่องทางการประกอบอาชีพทางการเกษตรนั้นมีอยู่เยอะแยะมากมายเลยทีเดียว อยู่ที่ว่าเราจะสนใจไขว่คว้าหามันหรือเปล่า

ตะไคร้ เป็นอีกพืชหนึ่งที่หลายคนมองข้าม ไม่คิดสนใจที่จะปลูกเพื่อการค้า ทั้งที่ตะไคร้นั้นเป็น "พืชคู่ครัวของไทย" ที่นิยมใช้ปรุงแต่งอาหารให้เอร็ดอร่อยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้มยำ แกง ยำตะไคร้ และอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมีการนำเอาตะไคร้ไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในเชิงอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก เช่น ตะไคร้ผง และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เกษตรกรที่เห็นคุณค่าของมันหันมาปลูกเป็นการค้า ทำให้มีรายได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ

อย่างเช่น นายอภิสิทธิ์ บัวระบัดทอง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 10 บ้านโนนหันใน ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ที่ปลูกตะไคร้เป็นอาชีพเสริมในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง และขายผลผลิตในช่วงแล้ง สามารถทำรายได้สูงประมาณ 40,000 บาท เลยทีเดียว

คุณอภิสิทธิ์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาและแรงบันดาลใจในการปลูกตะไคร้ว่า "มีอาชีพหลักคือทำไร่อ้อยและทำนา ต่อมาก็สนใจอยากจะปลูกส้มโอเพราะว่ามีหลายคนปลูกแล้วได้ผลดี จึงซื้อส้มโอมาปลูกในปี 2547 จำนวน 50 ต้น ในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง โดยใช้ระยะปลูก 6X8 เมตร หลังจากที่ปลูกส้มโอแล้ว จึงได้ตัดสินใจปลูกตะไคร้แซมช่องว่างระหว่างต้นและระหว่างแถวของส้มโอ เพื่อเสริมรายได้และลดการกำจัดวัชพืชในสวนส้มโออีกทางหนึ่งด้วย"

คุณอภิสิทธิ์ บอกว่า การปลูกตะไคร้นั้นไม่ยากเลย โดยเริ่มจากไถพรวนในช่องว่างระหว่างแถวของส้มโอ จากนั้นนำตะไคร้ลงปลูก จำนวน 3 ต้น ต่อหลุม ระยะปลูก 50X50 เซนติเมตร เมื่ออายุได้ 2 เดือน ก็กำจัดวัชพืช และก็ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ผสมกับยูเรีย (46-0-0) อย่างละเท่าๆ กัน หว่านให้ทั่วทั้งแปลง ซึ่งใช้ประมาณ 20 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ไร่ครึ่ง หากปลูกในช่วงฤดูฝนก็ไม่ต้องให้น้ำเลย จากนั้นไม่นานตะไคร้ก็จะเจริญเติบโตแตกกอใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ใบจะคลุมพื้นที่จึงไม่มีวัชพืชขึ้น ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืชอีกเลย และเมื่ออายุได้ 5 เดือน ก็ใส่ปุ๋ยเคมีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน

การเก็บเกี่ยว โดยการขุดมาทั้งกอ นำมาตัดแต่งส่วนโคนและตัดปลายใบทิ้ง ให้ได้ความยาวของตะไคร้สำหรับส่งตลาดประมาณ 1 ฟุต จากนั้นบรรจุในถุงพลาสติก ถุงละ 10 กิโลกรัม ส่งขายให้กับแม่ค้าต่อไป

คุณอภิสิทธิ์ บอกว่า ขณะนี้เก็บผลผลิตทุกวัน วันละประมาณ 200 กิโลกรัม ขายส่งให้กับแม่ค้าที่ตลาดอำเภอชุมแพ วันละ 4-6 ราย สำหรับราคาขายนั้นในช่วงเดือนมีนาคม กิโลกรัมละ 5 บาท พอเดือนเมษายนได้ราคาดีขึ้นกิโลกรัมละ 8 บาท จึงคิดว่าช่วงฤดูแล้งเป็นช่วงที่ตลาดต้องการสูง ดังนั้น ในปีนี้จึงตั้งเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ปลูกตะไคร้ให้มากขึ้น คือประมาณ 5 ไร่ และจะให้มีผลผลิตออกในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ขายได้ราคาดี เพียงแค่ขายกิโลกรัมละ 5 บาท ก็คาดว่าจะทำรายได้เป็นเงินหลักแสนบาทอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การปลูกตะไคร้เพื่อให้ผลผลิตออกในช่วงฤดูแล้งนั้น ควรเป็นพื้นที่ที่ให้น้ำได้บ้าง โดยเฉลี่ยเดือนละ 2-3 ครั้ง จึงจะได้ผลดี

"ช่วงที่ผมปลูกตะไคร้ใหม่ๆ มีเพื่อนบ้านบอกว่า บ้าหรือเปล่าที่ปลูกตะไคร้เป็นไร่สองไร่ เพราะปกติแล้วจะมีคนปลูกกันเพียงไม่กี่กอ แต่ว่าตอนนี้ผมดีใจที่ตะไคร้สามารถทำรายได้เกินความคาดหมาย

" เป็นคำกล่าวของเจ้าของสวนตะไคร้แห่งอำเภอชุมแพ

ท่านที่เคารพครับ!!! จะเห็นว่า ตะไคร้พืชสมุนไพรใกล้ตัวนี้ เป็นอีกพืชหนึ่งที่สามารถสร้างงานทำเงินแก่เจ้าของได้เป็นอย่างดี คือทำรายได้และให้ผลตอบแทนต่อไร่ดีกว่าการทำนา หรือทำไร่หลายเท่าตัว การปลูก การดูแลรักษาก็ง่าย ต้นทุนก็ต่ำ สามารถปลูกได้ในหลายๆ สภาพพื้นที่ เช่น ปลูกเป็นแปลง หรือแซมในช่องว่างของไม้ผลที่ยังเล็กอยู่ ปลูกบนคันบ่อหรือปลูกบนคันนาก็ได้ จึงนับว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับเกษตรกร ที่กำลังมองหาช่องทางการประกอบอาชีพทางการเกษตรอยู่ในขณะนี้


http://www.leksound.net/forum/index.php?topic=14570.0
http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=26505.0;wap2








ปลูกตะไคร้ 1 ไร่เศษ ทำเงินถึง 4 หมื่น

"ไม่มีความยากจน...ในหมู่คนขยัน" ท่านที่เคารพครับ!!! ช่องทางการประกอบอาชีพทางการเกษตรนั้นมีอยู่เยอะแยะมากมายเลยทีเดียว อยู่ที่ว่าเราจะสนใจไขว่คว้าหามันหรือเปล่า

ตะไคร้ เป็นอีกพืชหนึ่งที่หลายคนมองข้าม ไม่คิดสนใจที่จะปลูกเพื่อการค้า ทั้งที่ตะไคร้นั้นเป็น "พืชคู่ครัวของไทย" ที่นิยมใช้ปรุงแต่งอาหารให้เอร็ดอร่อยมากยิ่งขึ้น ไม่ว่าจะเป็นต้มยำ แกง ยำตะไคร้ และอื่นๆ ซึ่งปัจจุบันมีการนำเอาตะไคร้ไปเป็นส่วนผสมของผลิตภัณฑ์ต่างๆ ในเชิงอุตสาหกรรมเป็นจำนวนมาก เช่น ตะไคร้ผง และอื่นๆ อีกมากมาย ทำให้เกษตรกรที่เห็นคุณค่าของมันหันมาปลูกเป็นการค้า ทำให้มีรายได้อยู่ในระดับที่น่าพอใจ

อย่างเช่น นายอภิสิทธิ์ บัวระบัดทอง อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 3 หมู่ที่ 10 บ้านโนนหันใน ตำบลโนนหัน อำเภอชุมแพ จังหวัดขอนแก่น ที่ปลูกตะไคร้เป็นอาชีพเสริมในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง และขายผลผลิตในช่วงแล้ง สามารถทำรายได้สูงประมาณ 40,000 บาท เลยทีเดียว

คุณอภิสิทธิ์ ให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นมาและแรงบันดาลใจในการปลูกตะไคร้ว่า "มีอาชีพหลักคือทำไร่อ้อยและทำนา ต่อมาก็สนใจอยากจะปลูกส้มโอเพราะว่ามีหลายคนปลูกแล้วได้ผลดี จึงซื้อส้มโอมาปลูกในปี 2547 จำนวน 50 ต้น ในพื้นที่ประมาณ 1 ไร่ครึ่ง โดยใช้ระยะปลูก 6X8 เมตร หลังจากที่ปลูกส้มโอแล้ว จึงได้ตัดสินใจปลูกตะไคร้แซมช่องว่างระหว่างต้นและระหว่างแถวของส้มโอ เพื่อเสริมรายได้และลดการกำจัดวัชพืชในสวนส้มโออีกทางหนึ่งด้วย"

คุณอภิสิทธิ์ บอกว่า การปลูกตะไคร้นั้นไม่ยากเลย โดยเริ่มจากไถพรวนในช่องว่างระหว่างแถวของส้มโอ จากนั้นนำตะไคร้ลงปลูก จำนวน 3 ต้น ต่อหลุม ระยะปลูก 50X50 เซนติเมตร เมื่ออายุได้ 2 เดือน ก็กำจัดวัชพืช และก็ใส่ปุ๋ยเคมีสูตร 15-15-15 ผสมกับยูเรีย (46-0-0) อย่างละเท่าๆ กัน หว่านให้ทั่วทั้งแปลง ซึ่งใช้ประมาณ 20 กิโลกรัม ต่อพื้นที่ 1 ไร่ครึ่ง หากปลูกในช่วงฤดูฝนก็ไม่ต้องให้น้ำเลย จากนั้นไม่นานตะไคร้ก็จะเจริญเติบโตแตกกอใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ใบจะคลุมพื้นที่จึงไม่มีวัชพืชขึ้น ทำให้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการกำจัดวัชพืชอีกเลย และเมื่ออายุได้ 5 เดือน ก็ใส่ปุ๋ยเคมีอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งสามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุประมาณ 6 เดือน

การเก็บเกี่ยว โดยการขุดมาทั้งกอ นำมาตัดแต่งส่วนโคนและตัดปลายใบทิ้ง ให้ได้ความยาวของตะไคร้สำหรับส่งตลาดประมาณ 1 ฟุต จากนั้นบรรจุในถุงพลาสติก ถุงละ 10 กิโลกรัม ส่งขายให้กับแม่ค้าต่อไป

คุณอภิสิทธิ์ บอกว่า ขณะนี้เก็บผลผลิตทุกวัน วันละประมาณ 200 กิโลกรัม ขายส่งให้กับแม่ค้าที่ตลาดอำเภอชุมแพ วันละ 4-6 ราย สำหรับราคาขายนั้นในช่วงเดือนมีนาคม กิโลกรัมละ 5 บาท พอเดือนเมษายนได้ราคาดีขึ้นกิโลกรัมละ 8 บาท จึงคิดว่าช่วงฤดูแล้งเป็นช่วงที่ตลาดต้องการสูง ดังนั้น ในปีนี้จึงตั้งเป้าหมายที่จะขยายพื้นที่ปลูกตะไคร้ให้มากขึ้น คือประมาณ 5 ไร่ และจะให้มีผลผลิตออกในช่วงเดือนมีนาคม-พฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่ขายได้ราคาดี เพียงแค่ขายกิโลกรัมละ 5 บาท ก็คาดว่าจะทำรายได้เป็นเงินหลักแสนบาทอย่างแน่นอน อย่างไรก็ตาม การปลูกตะไคร้เพื่อให้ผลผลิตออกในช่วงฤดูแล้งนั้น ควรเป็นพื้นที่ที่ให้น้ำได้บ้าง โดยเฉลี่ยเดือนละ 2-3 ครั้ง จึงจะได้ผลดี

"ช่วงที่ผมปลูกตะไคร้ใหม่ๆ มีเพื่อนบ้านบอกว่า บ้าหรือเปล่าที่ปลูกตะไคร้เป็นไร่สองไร่ เพราะปกติแล้วจะมีคนปลูกกันเพียงไม่กี่กอ แต่ว่าตอนนี้ผมดีใจที่ตะไคร้สามารถทำรายได้เกินความคาดหมาย

" เป็นคำกล่าวของเจ้าของสวนตะไคร้แห่งอำเภอชุมแพ

ท่านที่เคารพครับ!!! จะเห็นว่า ตะไคร้พืชสมุนไพรใกล้ตัวนี้ เป็นอีกพืชหนึ่งที่สามารถสร้างงานทำเงินแก่เจ้าของได้เป็นอย่างดี คือทำรายได้และให้ผลตอบแทนต่อไร่ดีกว่าการทำนา หรือทำไร่หลายเท่าตัว การปลูก การดูแลรักษาก็ง่าย ต้นทุนก็ต่ำ สามารถปลูกได้ในหลายๆ สภาพพื้นที่ เช่น ปลูกเป็นแปลง หรือแซมในช่องว่างของไม้ผลที่ยังเล็กอยู่ ปลูกบนคันบ่อหรือปลูกบนคันนาก็ได้ จึงนับว่าเป็นอีกช่องทางหนึ่งสำหรับเกษตรกร ที่กำลังมองหาช่องทางการประกอบอาชีพทางการเกษตรอยู่ในขณะนี้


http://www.leksound.net/forum/index.php?topic=14570.0
http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=26505.0









สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2010-05-05 (2723 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©