-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 155 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

ส้มโอ




หน้า: 1/4


                             
ส้มโอ
                

          ลักษณะทางธรรมชาติ
               
       * เป็นพืชอายุยืนนานหลายสิบปี ปลูกได้ทุกพื้นที่ ทุกภาค และทุกฤดูกาล  ชอบดินดำร่วนมีอินทรียวัตถุมากๆ  ระบายน้ำดี  ไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขังค้างนาน
                

       * เริ่มให้ผลผลิตได้เมื่ออายุ 2-3 ปีหลังปลูกขึ้นอยู่กับการบำรุง ระยะที่อายุต้นยังน้อยเริ่มให้ผลผลิตช่วงแรก (สอนเป็น) ไม่ดีนัก แต่เมื่ออายุต้น 10 ปี (ต้นสาว) ขึ้นไปจะให้ผลผลิตดีและดีตลอดไป (นิ่ง) เท่าที่ต้นสมบูรณ์
                

       * ส้มโอตอบสนองต่อ  "ขี้แดดนาเกลือ"  ดีมาก  แนะนำให้ใส่ ปีละ 2 ครั้ง ๆ ละ 1/2 กก./ต้น (ทรงพุ่ม 3-5 ม.)  จะช่วยให้ต้นสมบูรณ์  ออกดอกติดผลดี  รสชาติดี

       
* เทคนิคบำรุงด้วย  "แม็กเนเซียม + สังกะสี"  (ฮอร์โมนน้ำดำ) กับแคลเซียม โบรอน ประจำ 1-2 เดือน/ครั้ง  ตลอดปี  จะช่วยให้ต้นมีความสมบูรณืสูง  คุณภาพผลผลิตดี

       * ส้มโอตัดแต่งกิ่งเพื่อควบคุมขนาดทรงพุ่ม หรือเพื่อวัตถุประสงค์อื่นใด  หลังยอดแตกใหม่ออกมา  ต้องใช้เวลาเลี้ยงกิ่งนั้น 1-2 ปี  จึงจะออกดอกออกผล

       * ส้มโอที่ได้รับ  "ธาตุรอง/ธาตุเสริม"  สม่ำเสมอตลอดทั้งปี  นอกจากทำให้ต้นไม่เฝือใบแล้วยังมีใบน้อย  แต่ต้นสมบูรณ์พร้อมที่จะออกดอกออกผลได้ตลอดทั้งปี

       * การห่อผลส้มโอจะทำให้เกิดราสนิม และราอื่นๆ  ง่าย  จึงไม่ควรห่อผล  แต่ควรฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพรกำจัดเชื้อรา  และเปิดทรงพุ่มให้โปร่ง  เพื่อให้แสงแดดกำจัดเชื้อราแทน


       
* เสน่ห์ที่เกี่ยวกับการตลาดของส้มโอก็คือ  อายุผลของส้มโอตั้งแต่ผสมติดถึงเก็บเกี่ยวได้ประมาณ 8 เดือน  แต่สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่ออายุ 8 เดือน (ส่งออก) หรือครบอายุ 8 เดือน(ตลาดในประเทศ)  นั่นหมายความว่า  ถ้าส่งออกไม่ได้ก็ขายในประเทศ  เพราะมีเวลาแก้ตัวนานถึง 2 เดือน   แม้แต่เก็บลงมาจากต้นแล้วยังขายไม่ออกก็สามารถทิ้งไว้บนแผงนานถึง 1-2 เดือน  นี่ก็คืออีกโอกาสหนึ่งของคนขายส้มโอ......ส้มโอบนแผง  เปลือกเหี่ยวย่น รสชาติดี
กว่าผิวสดเต่งตึง 

       * ตลาดต่างประเทศต้องการผลขนาดกลาง  แต่ตลาดในประเทศต้องการผลขนาดใหญ่

       * การบำรุงต้นโดยหว่านเกลือแกง ½-1 กก./ต้นทรงพุ่ม 3-5 ม./6 เดือน (ช่วงเตรียมต้น) จะช่วยให้ได้รสชาติหวานกรอบและกลิ่นดีขึ้น
                

       * กากถั่วเหลืองที่เหลือจากการทำน้ำเต้าหู้  หมักเปล่าๆทิ้งไว้นานข้ามปีขึ้นไป จนหมดกลิ่น (หมักใหม่ๆกลิ่นแรงมาก) สาดรดบนดินในแปลงปลูก 1-2 ครั้ง/ปี  จะช่วยให้ต้นสมบูรณ์ ใบใหญ่เขียวเข้ม ให้ผลผลิตดีมาก 
                

       * ช่วงผลเล็กขนาดเท่ามะนาวใหญ่ให้ เอ็นเอเอ. และ จิ๊บเบอเรลลิน  ทั้งสองอย่างหรืออย่างใดอย่างหนึ่งร่วมกับ  ธาตุรอง/ธาตุเสริม  โดยการฉีดพ่นทางใบ  1 นอกจากช่วยลดอาการผลแตกผลร่วงได้ดีแล้วยังช่วยให้คุณภาพดีอีกด้วย
 
                

       * นิสัยส้มโอทุกสายพันธุ์ออกดอกติดผลปีละ 2 รุ่น  โดยรุ่นแรกออกดอกเดือน ธ.ค.-ม.ค. ผลแก่เก็บเกี่ยวเดือน ส.ค.-ก.ย. (ดกมาก)  รุ่นสองออกดอกเดือน ส.ค.-ก.ย. ผลแก่เก็บเกี่ยวเดือน มี.ค.-เม.ย. (ดกน้อยกว่ารุ่นแรก) แต่ผลรุ่นสองมีคุณภาพดีกว่ารุ่นแรกเพราะผลแก่ตรงกับช่วงแล้ง.......ถ้าต้องการทำให้ผลรุ่นแรกดีเหมือนรุ่นสองจะต้องควบคุมปริมาณน้ำโดยเฉพาะน้ำใต้ดินโคนต้นให้ได้เท่านั้น
                

       * อกดอกติดผลตลอดปีแบบไม่มีรุ่น การปล่อยให้มีผลต่างรุ่นจำนวนมากในต้นจะทำให้ยุ่งยากต่อการบำรุงระยะผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยว เพราะระหว่างบำรุงผลแก่นั้นผลรุ่นหลังจะชะงักการเจริญเติบโต  ดังนี้จึงจำเป็นต้องบำรุงแล้วเปิดตาดอกแบบให้มีดอกผลเป็นรุ่นเดียวกันทั้งต้น........หากต้องการผลหลายรุ่นในต้นเดียวกันก็จะต้องทำให้แต่ละรุ่นห่างกัน 3-4 เดือน

       * ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศผสมตัวเอง หรือต่างดอกในต้นเดียวกัน หรือต่างดอกต่างต้นได้ดี
                

       * เกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างไม่สมบูรณ์เกิดจากขาด
สารอาหาร/ฮอร์โมนหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม (อากาศร้อนหรือฝนตกชุก) แล้วผสมกันแล้วพัฒนาเป็นผลจะเป็นผลไม่สมบูรณ์ ไม่โต รูปทรงบิดเบี้ยว                

       * การบังคับให้ส้มโอออกนอกฤดูสามารถทำได้โดยใช้สารพาโคลบิวทาโซล ชนิด 10 %  อัตรา 5-10 กรัม/เส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม  1 ม. ราดทั่วบริเวณทรงพุ่มช่วงเดือน พ.ค. ควบคู่กับการรัดกิ่งจนใบสลดจึงแก้รัดกิ่งออกแล้วให้น้ำตามปกติ  จากนั้นประมาณ 70-90 วัน ส้มโอต้นนั้นจะแทงช่อดอกออกมา..........การบังคับด้วยวิธีทรมานต้นแบบนี้จะทำให้ต้นโทรมอย่างมาก อาจจะต้องเอาผล 1 รุ่นแล้วเว้น 1 รุ่นซึ่งทำให้เสียโอกาสอย่างมาก  ในเมื่อธรรมชาติของส้มโอออกดอกติดผลปีละ  2 รุ่น หรือออกดอกได้ตลอดปีอยู่แล้ว  จึงน่าจะ
พิจารณาการบังคับด้วยวิธีบำรุงต้นจะดีกว่า  
                

       * ต้นที่มีรากเสริม 1-3 รากจะให้ผลผลิตคุณภาพดี  อายุต้นยืนนานกว่าต้นมีรากเดียว

       * ลักษณะส้มโอ  ขี้เมา  คือ  สภาพทรงพุ่มต้นดีมากและสวยมาก  ติดผลดกมาก  ขนาดผลมีทั้งเล็กและใหญ่  แต่เปลือกหนามากจนเนื้อในไม่มีหรือมีเนื้อน้อยมาก  กลิ่นรสไม่ดีรับประทานไม่ได้  เมื่อผลมีขนาดใหญ่ขึ้นมักจะร่วง  แม้จะได้บำรุงดีอย่างไรก็ไม่อาจแก้ไขให้ดีได้ ลักษณะนี้เกิดจากพันธุกรรมซึ่งปลูกจากกิ่งที่ขยายพันธุ์มาจากต้นแม่ที่เป็นขี้เมา

       
* ผลผลิตส้มโอเพื่อการส่งออกควรเก็บที่ความแก่ 75-80 เปอร์เซ็นต์ เพราะมีรสหวานอมเปรี้ยวมาก ส่วนผลผลิตสำหรับตลาดในประเทศให้เก็บที่ความแก่ 85-95 เปอร์เซ็นต์เพราะมีรสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อยหรือหวานสนิท
                

       * ผลแก่ใกล้เก็บเกี่ยวมีฝนตกชุกจะทำให้ตัวกุ้งแข็งกระด้าง (ข้าวสาร) เปลือกหนา รกหนา รสเปรี้ยว
                

       * ผลที่เก็บลงมาจากต้นแล้วปล่อยทิ้งไว้ให้ลืมต้น 15-20 วันจนเปลือกเหี่ยวมีรสชาติดีมาก
                

       * ผลแก่ที่ถูกมวนหวานต่อยจนผิวเปลือกตะปุ่มตะปั่ม (ท้าวแสนปม) จะมีคุณภาพดีกว่าผลที่ผิวเปลือกเรียบสะอาด 
                

       * ต้นที่ได้รับแคลเซียมมากเกินหัวจุกจะสูง
                

       * ช่วงพักต้นต้องการน้ำพอหน้าดินชื้น  แต่ช่วงพัฒนาดอกและผลต้องการน้ำมาก  ถ้าต้นขาดน้ำหรือได้รับน้ำไม่เพียงพอจะดอกร่วง  ผลเล็กและร่วง
  
                

       * ต้นที่มีความสมบูรณ์สูงจะออกดอกครั้งละจำนวนมาก เป็นดอกสมบูรณ์เพศที่ผสมตัวเองหรือต่างดอกได้  จึงทำให้แต่ละรุ่นติดผลจำนวนมาก  ถ้าต้องการผลขนาดเล็กให้ไว้ผล 2-3 ผล/ขั้วได้  แต่ถ้าต้องการผลขนาดใหญ่ให้ซอยผลออกเหลือเพียง  1 ผล/ขั้ว  หรืออาจจะไว้  2  ผล/ขั้ว  กรณีที่ขั้วขนาดใหญ่เกิดจากกิ่งใหญ่ซึ่งมีน้ำเลี้ยงเพียงพอ 
                

       * อายุผลตั้งแต่ดอกบานผสมติดถึงแก่เก็บเกี่ยว 8 เดือน  
                

       * ต้นส้มโอที่มีความสมบูรณ์สูง ได้รับการปฏิบัติบำรุงแบบมีสารอาหารกินตลอด 24 ชม.ต่อเนื่อง
มาหลายปี ส้มโอต้นนั้นจะออกดอกติดผลตลอดปีแบบไม่มีรุ่น จากลักษณะทางธรรมชาตินี้ ถ้าต้องการให้ผลแก่เก็บเกี่ยวได้ตรงกับช่วงเทศกาล (ตรุษจีน สารทจีน  ไหว้พระจันทร์  เชงเม้ง  ฯลฯ)  ให้นับวันเก็บเกี่ยวย้อนหลังมาถึงวันแทงช่อดอก 8 เดือน  แล้วเก็บดอก-บำรุงดอกที่ออกมาในช่วงนั้นไว้ เมื่อดอกผสมติดเป็นผลแล้วก็ให้บำรุงตามปกติ  ดอกชุดนั้นก็จะเป็นผลแก่ให้เก็บเกี่ยวได้ตรงกับช่วงเทศกาลที่ต้องการพอดี........ส่วนดอกที่ออกตาม
หลังชุดที่เก็บไว้ให้เด็ดทิ้งเพื่อให้ต้นได้ส่งน้ำเลี้ยงไปให้ดอกและผลเต็มที่
                

       * การดูผลแก่จัดให้สังเกตที่ต่อมน้ำมันใสนูนกว้าง  ช่องระหว่างต่อมน้ำมันกว้าง  กดที่ก้นผล (สะดือ) จะยุบตามแรงกดแล้วพองขึ้นอย่างเดิม  น้ำหนักดีเมื่อเทียบกับผลอื่นขนาดเท่ากัน
 
                

       * การตัดแต่งกิ่งแก่เพื่อควบคุมทรงพุ่ม  ยอดที่แตกใหม่ต้องใช้เวลาบำรุงประมาณ 2 ปี จึงจะออกดอกติดผล
                

       * อายุต้น 2-5 ปีแรกที่เมให้ผลผลิตอาจจะไม่ดีนัก  แต่เมื่อต้นอายุมากขึ้นหรือเป็นต้นสาวแล้วจะให้ผลผลิตดี
                

       * ลำต้นเปล้าเดี่ยวๆหรือกิ่งง่ามแรกสูงจากพื้น 50-80 ซม.จะให้ผลผลิตดีกว่าต้นที่ลำเปล้าสั้นหรือกิ่งง่ามแรกอยู่ต่ำ  แนะนำให้ตัดแต่งกิ่งจัดรูปทรงพุ่มให้มีลำเปล้าสูงๆตั้งแต่ต้นเริ่มให้ผลผลิตปีแรกๆ  รูปทรงต้นก็อยู่อย่างนั้นตลอดไป
  



พันธุ์และลักษณะประจาพันธุ์ของส้มโอ


ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่า ประเทศไทยเป็นถิ่นกำเนิดของส้มโอ เพราะมีสายพันธุ์ส้มโอ
มากที่สุดในโลก จึงพบว่าพันธุ์ส้มโอที่ปลูกในประเทศไทย ปัจจุบันมีมากกว่า 30 สายพันธุ์ พันธุ์ที่นิยมปลูกและที่มีการกล่าวถึงในตำราและเอกสารวิชาการต่าง ๆ ได้แก่ พันธุ์ขาวพวง ทองดี หรือขาวทองดี ขาวแป้น ขาวใหญ่ ขาวหอม ขาวแตงกวา ขาวน้ำผึ้ง ทับทิม บางขุน-
นนท์ มรกต
ขาวจีบ ขาวพ้อมหรืออีพ้อม ท่าข่อย ปัตตาเวีย กรุ่น ขาวแก้ว หอมหาดใหญ่ เจ้าเสวย แสงวิมาน ยะรังและดำเนินเบอร์หนึ่ง ซึ่งในที่นี้จะกล่าวถึงเฉพาะพันธุ์ส้มโอที่นิยมปลูกตาม แหล่งปลูกทั่วไป ดังนี้

1. พันธุ์ขาวพวง
เป็นส้มโอพันธุ์ที่มีการส่งออกไปขายยังตลาดต่างประเทศ มากที่สุด โดยเฉพาะ
ชาวจีนในฮ่องกง และสิงคโปร์ จะมีเทศกาลไหว้พระจันทร์ ในราวเดือนสิงหาคม ถึงเดือนกันยายน ซึ่งตรง กับช่วงที่ส้มโอพันธุ์ขาวพวงผลแก่ออกสู่ตลาดพอดี แหล่งปลูกที่สำคัญ คือ นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี ปราจีนบุรี และสุราษฎร์ธานี


ลักษณะโดยทั่วไป ใบมีรูปร่างยาวรีลักษณะมน เป็นมันและหนา สีเขียว ผลมีขนาดโตปานกลาง
ทรงผลกลมสูงเล็กน้อย หัวจุกมีจีบ ส่วนของจุกมีขนาดโตปานกลางสูงประมาณ 1.5 – 2 เซนติเมตร เปลือกหนาปานกลาง ผิวเปลือกเรียบมีสีเขียวอมเหลือง ต่อมน้ำมันที่ผิวเปลือกค่อนข้างใหญ่ ห่างกันพอสมควร น้ำหนักผล เฉลี่ย 950 กรัมต่อผล เส้นผ่าศูนย์กลางบริเวณกลางผลประมาณ 13 เซนติเมตร ที่ด้านก้นผลเว้าเล็กน้อย กลีบภายในผลแยกออกจากกันได้ง่าย มีประมาณ 11 – 13 กลีบ เนื้อสีขาว อมเหลือง ลักษณะแห้ง ง่ายต่อการรับประทาน ไม่แฉะและเปื้อนมือ ตัวกุ้งมีขนาดเล็กนิ่ม รสหวานอมเปรี้ยว เหตุที่มีทรงผลสวย หรือ ทรงผลมีสกุล จึงเป็นที่นิยมใช้ในเทศกาลไหว้พระจันทร์ ส้มโอพันธุ์นี้ชาวต่างประเทศรู้จักในนามของ “ Siamese Seedless Pummelo” เนื่องจากมีเมล็ดน้อยมากหรือไม่มีเลย



2. พันธุ์ทองดีหรือขาวทองดี
แต่ก่อนมีผู้เรียกส้มโอพันธุ์นี้ว่าส้มสีปูน เนื่องจากลักษณะ
สีของเปลือกในและเนื้อที่มีสีแดงคล้ายปูน แหล่งปลูกที่สำคัญ คือ นครปฐม ราชบุรี สมุทรสาคร และปราจีนบุรี เป็นส้มโอพันธุ์ที่สามารถ รักษารสชาติไว้ได้เป็นอย่างดีไม่ว่าจะปลูกที่ไหน ในสภาพพื้นที่อย่างไร คุณภาพของรสชาติไม่เปลี่ยน จึงเป็นที่นิยมทั้งภายในและต่างประเทศ


ลักษณะโดยทั่วไป ใบจะมีลักษณะค่อนข้างมนหรือกลม สีเขียวเข้ม บริเวณริมใบเป็นจักเล็ก ๆ และ
มีจักใหญ่ 1 จักตรงส่วนปลายใบ เส้นใบจะหยาบและหนา ผลมีขนาดโตปานกลาง รูปทรงกลมแป้นไม่มีจุก มีจีบเล็กน้อยบริเวณด้านขั้วผลหรืออาจไม่พบเลยก็ได้ ก้นผลค่อนข้างตัด เส้นผ่าศูนย์กลางบริเวณกลางผล ประมาณ 14 – 16 เซนติเมตร เส้นรอบวงด้านกว้างบริเวณกลางผลประมาณ 40 เซนติเมตร เปลือกค่อนข้างบาง มีความหนาประมาณ 1.2 เซนติเมตร ผิวผลเรียบสีเขียว มีต่อมน้ำมันเล็กละเอียดและมีขนอ่อนนุ่มเล็กน้อย ถ้าใช้มือกดที่เปลือกจะรู้สึกนุ่ม สีของเปลือกในและผนังกลีบมีสีชมพูอ่อนเรื่อ ๆ เนื้อผลมีประมาณ 14 – 16 กลีบ มีสีชมพูเรื่อ ๆ มีลักษณะนิ่ม ฉ่ำน้ำและแฉะ รสหวานเย็นฉ่ำ มีความหวานสูง หวานสนิท กลิ่นหอมชวนรับประทาน ภายในผลมีเมล็ดขนาดเล็กค่อนข้างมากถึง 43 เมล็ด น้ำหนักต่อเมล็ดประมาณ 14 กรัม


3. พันธุ์ขาวน้าผึ้ง
มีแหล่งปลูกเช่นเดียวกับพันธุ์ขาวทองดี ปลูกมากที่ อำเภอ
สามพราน จังหวัดนครปฐม ได้รับการตั้งชื่อใหม่ว่า “ขาวอุดมสุข” ซึ่งก็เป็นพันธุ์เดียวกับ พันธุ์ขาวน้ำผึ้งนั่นเอง ลักษณะโดยทั่วไป ผลมีขนาดค่อนข้างใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางบริเวณกลางผล ประมาณ 15 - 18 เซนติเมตร  ลักษณะภายนอกของผลจะคล้ายกับพันธุ์ขาวใหญ่มาก แต่มีขนาดผลที่เล็กกว่า ผลมีความสูง ประมาณ 15 - 20 เซนติเมตร

ลักษณะผลมีจุกแต่ไม่เด่นชัด ภายในผล มีประมาณ 11-12 กลีบ ผนังกลีบสีขาว
ตัวกุ้งใหญ่กว่าพันธุ์ขาวทองดี เนื้อกุ้งเป็นสีน้ำผึ้ง รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย ให้ผลดก ในบางแหล่งหรือ บางฤดูกาล ส้มโอพันธุ์นี้จะไม่มีเมล็ด ราคาของส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งจะใกล้เคียงกับพันธุ์ขาวทองดี


4. พันธุ์ขาวใหญ่
ปลูกมากที่สมุทรสงคราม นครปฐม สมุทรสาครและเชียงใหม่ เข้าใจ
ว่าเป็นพันธุ์ที่มีกำเนิดมาจากเมล็ดของส้มโอพันธุ์ปัตตาเวีย หรืออาจมาจากส้มโอในประเทศจีน แต่ไม่พบหลักฐานหรือยังไม่มีผู้ยืนยันที่แน่นอน

ส้มโอในกลุ่มสายพันธุ์นี้ที่มีชื่อเป็นที่รู้จัก ได้แก่
พันธุ์ขาวแตงกวา ปลูกมากที่จังหวัดชัยนาท พันธุ์ขาวหอมและพันธุ์ดำเนินเบอร์หนึ่ง เป็นพันธุ์ส้มโอที่มีชื่อเสียงและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสมุทรสงคราม  

ลักษณะโดยทั่วไป ผลมีขนาดใหญ่ กลม ค่อนข้างสูง เส้นผ่าศูนย์กลางผล ประมาณ
14-18 เซนติเมตร ถ้าหากดินมีความอุดมสมบูรณ์และมีการดูแลรักษาอย่างดี จะได้ผลขนาด ใหญ่น้ำหนักประมาณ 3-4 กิโลกรัม เปลือกค่อนข้างหนาประมาณ 1.5-2 เซนติเมตร เปลือกในสีขาว จำนวนกลีบในแต่ละผลประมาณ 14 กลีบ ผนังกลีบสีขาว เนื้อกุ้งสีขาวอมเหลือง รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย รสชาติอร่อย จำนวนเมล็ดต่อผลมากถึง 94 เมล็ด น้ำหนักต่อเมล็ดประมาณ 40 กรัม ราคาใกล้เคียงกับพันธุ์ขาวทองดี


5. พันธุ์ขาวหอม
คาดว่ากลายพันธุ์มาจากเมล็ดส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ มีแหล่งปลูกมาก
ที่อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม มีลักษณะเฉพาะที่เด่น คือ ผลที่เก็บทิ้งไว้จะมีกลิ่นหอม

ลักษณะโดยทั่วไป ผลมีขนาดปานกลาง เส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 12 - 16 เซนติเมตร ทรงผลกลม ส่วนของเปลือกมีสีเขียวอมเหลืองอ่อนเล็กน้อย ค่อนข้างบาง แม้จะเป็นต้นที่เพิ่งเริ่มให้ผลผลิตใหม่ ผิวเปลือก ผลละเอียด ต่อมน้ำมันมีขนาดเล็กละเอียด ไม่มีจุกและจีบ ที่ขั้วผล ปลายผลจะตัด ผนังหรือเยื่อหุ้มกลีบ มีสีขาว เนื้อกุ้งมีสีขาวอมเหลือง นิ่มไม่แฉะน้ำ รสหวานอมเปรี้ยวเล็กน้อย เป็นที่นิยมบริโภคมาก

ส้มโอพันธุ์นี้มีจุดอ่อน คือ ผลผลิตต่ำ อ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์ และระยะเวลาการเก็บต้องได้เวลา พอดี คือ ประมาณ 9 เดือน จึงจะได้คุณภาพ จำนวนเมล็ดมีปานกลาง หรือบางผลมีเมล็ดน้อยจนถึง ไม่มีเมล็ดเลย


6. พันธุ์ขาวแป้น
ส้มโอพันธุ์นี้นิยมส่งออกขายต่างประเทศมาก มีการเรียกชื่อส้มโอพันธุ์
ขาวแป้นที่ปลูกในจังหวัดนนทบุรีว่า “ ขุนนนท์ ” ลักษณะโดยทั่วไป ผลมีขนาดปานกลาง เส้นผ่าศูนย์กลางบริเวณกลางผลประมาณ 12-15 เซนติเมตร ทรงผลมีรูปร่างกลมแป้น แต่ไม่แป้นเท่าพันธุ์ขาวทองดี ด้านขั้วผลไม่มีจุกและจีบ ฐานของผลมนราบหรือแบนเว้าเล็กน้อยผิวผลเรียบสีค่อนข้างเขียว แต่ถ้าห่อผลจะได้ผลสีอมเหลืองสวยงามมาก มีตุ่มน้ำมันค่อนข้างชัดเจนห่างกันพอประมาณ เปลือกค่อนข้างบาง มีความหนาประมาณ 2 เซนติเมตร ติดแน่นกับเนื้อผล เปลือกในมีสีขาว กุ้งค่อนข้างใหญ่ สีเหลืองอมขาว ตัวกุ้งมีน้ำมากและแยกออกจากกันได้ง่าย ภายในผลมีจำนวนกลีบประมาณ 13 กลีบ เยื่อหุ้มกลีบ สีขาวหนาและเหนียว เนื้อกุ้งแยกออกจากเยื่อหุ้มกลีบได้ง่ายเช่นกัน รสหวาน อมเปรี้ยวออกขมเล็กน้อย รสชาติสู้พันธุ์ขาวทองดีไม่ได้ ไม่เป็นที่ชื่นชอบของคนไทย แต่เป็น ที่นิยมของชาวต่างประเทศที่ชอบส้มรสออกเปรี้ยวเล็กน้อยใน
ลักษณะดังกล่าวนี้ เมล็ดพบเป็น
จำนวนน้อยหรือไม่พบเลย โดยส่วนมากแล้วเมล็ดจะฝ่อ


7. พันธุ์ขาวแตงกวา
เป็นส้มโอที่เด่นดังประจำจังหวัดชัยนาท จะได้กล่าวถึงรายละเอียด
ในลำดับต่อไป ซึ่งจะเป็นเรื่องของการปลูกส้มโอขาวแตงกวาจังหวัดชัยนาทโดยเฉพาะ


8. พันธุ์ท่าข่อย
มีผู้เข้าใจว่าส้มโอพันธุ์นี้กลายพันธุ์มาจากเมล็ดส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ซึ่ง
เป็นส้มโอที่มีชื่อเสียงประจำจังหวัดพิจิตร มีเปลือกใน และเนื้อเป็นสีออกชมพู ตัวกุ้งยาวใส เปลือกมีกลิ่นหอมฉุนมีการนำเปลือกในส้มโอมาแปรรูปเป็นส้มโอแก้วสี่รส ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์แปรรูป จากเปลือกส้มโอที่มีชื่อเสียงของจังหวัดพิจิตร ลักษณะโดยทั่วไป ผลมีรูปทรงกลมสูง ด้านขั้วผลมีจีบเล็กน้อย ขนาดผลโตปานกลาง เส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 15 - 18 เซนติเมตร ผนังกลีบสีชมพู เนื้อกุ้งสีชมพูอ่อน ฉ่ำน้ำ รสหวานอมเปรี้ยว เมล็ดมีจำนวนน้อยหรือเมล็ดลีบ บางผลไม่มีเมล็ด ราคาไม่สูงเหมือนส้มโอพันธุ์อื่น ๆ ที่กล่าวมา


9. พันธุ์ปัตตาเวีย
เป็นส้มโอพันธุ์พื้นเมืองของทางภาคใต้ไม่พบในภาคอื่น จากชื่อพันธุ์
ฟังดูแล้วคล้ายกับมีถิ่นกำเนิดในชวาแต่จากที่ได้มีผู้สำรวจในประเทศอินโดนีเซียตามเกาะใหญ่ ๆ เช่น สุมาตรา ชวา มาดูรา บาหลี บอร์เนียว หรือคาลิมันตัน พบว่า ไม่ปรากฏชื่อพันธุ์ส้มโอ ที่มีชื่อว่าปัตตาเวีย แม้ในเอกสารประเทศอินโดนีเซียรวมทั้งในกรุงจาการ์ต้า ซึ่งแต่เดิมชื่อว่า ปัตตาเวีย ลักษณะโดยทั่วไป ผลมีขนาดใหญ่ปานกลาง เนื้อและเปลือกในมีสีขาว ลักษณะของเนื้อสวยมากแต่มักกระด้าง คือ เนื้อแข็งร่วน รสจืดชืด ซึ่งอาจเป็นลักษณะประจำพันธุ์หรือเพาะปลูกกันอย่างขาดการดูแลเอาใจใส่ในการให้ปุ๋ยหรืออาจมาจากเหตุผลทั้งสองประการ เมื่อได้พิจารณาลักษณะผลแล้วกล่าวกันว่าใกล้เคียงกับส้มโอพันธุ์ขาวใหญ่ที่สุด


10. พันธุ์ทับทิม
ส้มโอพันธุ์นี้ผลมีขนาดโตปานกลาง ค่อนข้างใหญ่ เส้นผ่าศูนย์กลางผล
ประมาณ 17 เซนติเมตร น้ำหนักต่อผลเฉลี่ย 1 กิโลกรัม ภายในผลมีกลีบประมาณ 17 กลีบ ผนังกลีบมี สีชมพูเข้มเกือบแดง เนื้อมีสีแดงยิ่งกว่าส้มโอพันธุ์ใด ๆ สีแดงสดคล้ายทับทิมสวยงามมาก รสชาติจะมีความเปรี้ยวมากกว่าส้มโอพันธุ์อื่น ๆ เมื่อแก่จัดความเปรี้ยวจะลดลงบ้าง นิยมใช้แต่งจานผลไม้ในโรงแรมและภัตตาคารใหญ่ ๆ เพราะสีสันที่สวยงาม และรสชาติเป็นที่นิยมสำหรับชาวต่างประเทศอีกด้วย เมล็ดมีจำนวนมาก ถึง 12 9 เมล็ดในแต่ละผล น้ำหนักต่อเมล็ดประมาณ 43 กรัม


11. พันธุ์มรกต
ส้มโอพันธุ์นี้มีทรงผลกลม คล้ายกับส้มโอพันธุ์ขาวทองดี เปลือกหนา ขนาดผล
ปานกลางค่อนข้างเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลางบริเวณกลางผลประมาณ 13.66 เซนติเมตร ภายในผลมีจำนวนกลีบ ประมาณ 16 กลีบ ผนังกลีบ และเนื้อมีสีชมพูอ่อนแต่เข้มกว่าพันธุ์ขาวทองดี ตัวกุ้งมีสีชมพูเรื่อ ๆ รสชาติดีมาก มีเมล็ดจำนวนมาก

12. พันธุ์ขาวจีบ
ลักษณะของผลมีรูปร่างกลมสูง เห็นรอยจีบชัดเจน ขนาดของจุกเล็กกว่าพันธุ์
ขาวพวง ขนาดของผลปานกลางค่อนข้างเล็ก เส้นผ่าศูนย์กลาง
บริเวณกลางผลประมาณ 13.40 เซนติเมตร
เปลือกหนา ภายในผลมีจำนวนกลีบประมาณ 14 กลีบ ผนังกลีบมีสีขาว ตัวกุ้งมีสีเหลืองอมขาว รสชาติดี เมล็ดมีจำนวนน้อยมาก



13. พันธุ์หอมหาดใหญ่
ปลูกมากที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ผลมีขนาดปานกลาง
เส้นผ่าศูนย์กลางผลประมาณ 15 เซนติเมตร ผลมีรูปทรงกลมสูงเล็กน้อย คล้ายพันธุ์ขาวหอมผนังกลีบ มีสีขาวอมชมพูอ่อน เนื้อมีสีแดงทับทิมหรือชมพูเข้มถึงแดง ภายในผลมีจำนวนกลีบประมาณ 13-15 กลีบ เนื้อกุ้งฉ่ำน้ำแต่แห้ง รสหวานอมเปรี้ยว ความหวานประมาณ 13.4 องศา บริกซ์ น้ำหนักผลโดยเฉลี่ย 1-1.5 กิโลกรัม ต้นส้มโอที่เริ่มให้ผลผลิตใหม่ ๆ ผลจะมีเปลือกหนา ถ้าแก่ต้นผลส้มโอจะมีเปลือกบาง เห็นต่อมน้ำมันชัดเจน ราคาดีและมีการส่งออกไปขายประเทศสิงคโปร์ และมาเลเซีย

ส้มโอเป็นพืชพื้นเมืองที่นิยมปลูกกันมาช้านานในทุกภาคของประเทศไทย ในระยะแรก ๆ
ของการปลูกส้มโอมักจะนิยมปลูกด้วยเมล็ดตามสวนหลังบ้าน ส้มโอชนิดเดียวกันหรือพันธุ์ เดียวกันเมื่อถูกนำไปปลูกในแต่ละท้องถิ่นที่มีสภาพแวดล้อมต่างกัน อาจได้ส้มโอที่มีลักษณะ แตกต่างไปจากพันธุ์เดิม เป็นพันธุ์ใหม่ ๆ เกิดขึ้นจากการนำ เมล็ดไปปลูกขยายพันธุ์ การเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีทำให้มีการตั้งชื่อขึ้นมาใหม่ โดยเฉพาะที่มีลักษณะแตกต่างจากพันธุ์เดียวกันในถิ่นเดิม และจะเห็นว่าการตั้งชื่อพันธุ์ส้มโอนั้น บางครั้งชื่อก็ไม่ตรงกับความเป็นจริง  เช่น พันธุ์ที่มีคำ ว่าขาวนำหน้า แต่เนื้อกลับมีสีอื่น ได้แก่ พันธุ์ขาวทองดี มีสีชมพูอ่อน พันธุ์มรกตเนื้อควรจะมีสีเขียวแต่กลับมีสีชมพูเป็นต้นและกรณีส้มโอพันธุ์ท่าข่อยซึ่งเป็นส้มโอ ประจำจังหวัดพิจิตรนั้น บางคนเชื่อว่าคือส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้งซึ่งนำไปปลูกที่บ้านท่าข่อย ตำบล เมืองเก่า อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร ซึ่งมีลักษณะแตกต่างไปจากพันธุ์เดิมเป็นพันธุ์ใหม่ ที่เกิดขึ้น และจากเหตุผลดังได้กล่าวมาข้างต้น จึงมีการแบ่งส้มโอตามสีของเนื้อผล (Color of flesh) เป็น 4 พวก คือ


1. พวกที่มีเนื้อผลสีครีมอ่อน ได้แก่ ส้มโอพันธุ์ขาวจีบ ขาวพวง ขาวใหญ่และขุนนนท์


2. พวกที่มีเนื้อผลสีครีมแก่ ได้แก่ ส้มโอพันธุ์ขาวหอม ขาวแตงกวาและขาวแป้น


3. พวกที่มีเนื้อผลสีชมพูอ่อน ได้แก่ ส้มโอพันธุ์ขาวน้ำผึ้ง ท่าข่อย ขาวทองดี ขาวพ้อม และมรกต


4. พวกที่มีเนื้อสีชมพูแก่ ได้แก่ ส้มโอพันธุ์แดงทับทิม

               

          สายพันธุ์นิยม
               
          ขาวใหญ่ (สมุทรสงคราม สมุทรสาคร)... ขาวน้ำผึ้ง.  ทองดี.(นครปฐม)...... ขาวหอม.  สายน้ำผึ้ง (สงขลา)........เขียวมะนาว (เชียงราย).........ท่าข่อย (พิจิตร).........  ขาวแตงกวา (ชัยนาท).......  ขาวพวง (ราชบุรี)......... ทับทิมสยาม (นครศรีธรรมราช) ขาวแป้น.  ขาวนวล.  ขาวมะลิ.  ปัตตาเวีย. (ไม่มีแหล่ง)                
          ปัจจุบันมีสายพันธุ์ไร้เมล็ด (มีเมล็ดแต่เล็กและน้อยมาก) ออกจำหน่ายกิ่งพันธุ์ อ้างว่าเป็นสายพันธุ์ที่ผสมขึ้นมาใหม่โดยไม่มีหลักฐานทางราชการรองรับ  อันที่จริงธรรมชาติของพืชตระกูลส้มทุกสายพันธุ์  ถ้าได้รับปุ๋ยคอกมูลสัตว์ปีก (ไก่ นกกระทา ค้างคาว) มากๆ  จะออกดอกง่าย ติดผลดก  แต่มีเมล็ดมากและขนาดใหญ่ ถ้าไม่ให้มูลสัตว์ปีกเลยก็จะออกดอกยาก ติดผลไม่ดก  จึงจำเป็นต้องพึ่งสารอาหารอื่นแทน เมื่อไม่ให้ปุ๋ยคอกมูลสัตว์ปีกเลยจึงทำให้ไม่มีเมล็ด
หรือมีน้อยและขนาดเล็กมาก......การบำรุงด้วยสูตร หยุดเมล็ด-สร้างเนื้อ  อย่างถูกต้องและเหมาะสมก็สามารถทำให้มีเมล็ดน้อยและขนาดเล็กลงได้เช่นกัน 




 





หน้าถัดไป (2/4) หน้าถัดไป


Content ©