kimzagass |
ตอบ: 04/09/2014 8:50 pm ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร 4 SEP **ขยายพันธุ์ไผ่, *ปลูกผักกาดเขีย |
|
.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ทางรายการวิทยุ 4 SEP
AM 594 เวลา 08.10-09.00 & 20.05-20.30 ทุกวัน และ FM 91.0 (07.00-08.00 / วันอาทิตย์)
********************************************************************
สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ
กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม
ผลิตรายการโดยกองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก
@@ สนับสนุนรายการโดย ...
... บ.นิมุติ เอ็นจิเนียริ่ง เครื่องย่อยเศษพืช (02) 322-9175-6
... ยิบซั่มธรรมชาติ เฟอร์มิกซ์, ธันเดอร์พลัส, ธันเดอร์แคล, เอ็ม.แคล--- ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ (089) 144-1112
... และ บ.มายซัคเซส อะโกร--- ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย, กาวเหนียวดักแมลง มายฟิกส์, กลิ่นล่อแมลงวันทอง ฟลายแอต,
สารเสริมฤทธิ์สารสมุนไพร ไบโอเจ๊ต, ถังฉีดพ่นรุ่นใหม่ ใช้แบตเตอรี่ (081) 910-5034
กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการครับ
เช่นเคยครับ รายการเรา 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม ที่ (081) 913-4986
----------------------------------------------------------------------------------------------
ตัวแทนจำหน่าย ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง, ไบโออิ, ไทเป, ยูเรก้า. (อินทรีย์ เคมี)
1) ชมรม (ใหญ่) สีสันชีวิตไทย (089) 814-3204 ใกล้ไฟแดง สี่แยกบางแพ ราชบุรี
2) คุณชาตรี (081) 841-9874 ทรัพย์ทวีการเกษตร ชัฎป่าหวาย สวนผึ้ง ราชบุรี (ส่งทาง ปณ.)
3) ร.ต.ต.นันท์สุรัตน์ (089) 821-8273 ต.จรเข้เผือก ด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี (ส่งทาง ปณ.)
4) คุณล่า (081) 944-8494 ทุกวันจันทร์ ตลาดนัดวัดอมรญาติ ดำเนินสดวก ราชบุรี
5) คุณประเสริฐ (080) 110-4645 บ.เขาดิน หนองแขม เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี
6) คุณอรุณ (085) 058-1737 ในร้านโครงการหลวง ตลาด อตก.
7) คุณพรพรรณ (089) 814-7944 พลชัยเกษตรชีวภาพ ตลาดนัดธนบุรี ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา
8 ) คุณน้ำส้ม (085) 055-7706 ชมรมฯ สาขาศาลายา หน้า ม.มหิดล พุทธมณฑลสาย 4 (ส่งทาง ปณ.)
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
@@ สารอาหาร (ปุ๋ย) เพื่อการสื่อสาร :
** ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง : ส่วนผสมหลัก .... อินทรีย์/เคมี (กุ้งหอยปูปลาทะเล, เลือด,
ไขกระดูก, นม, ขี้ค้างคาว, น้ำมะพร้าว, ธาตุหลักตามพืช, แม็กเนเซียม. สังกะสี. รอง/เสริม
** ไบโออิ : ส่วนผสมหลัก .... เคมี (แม็กเนเซียม. สังกะสี. รอง/เสริม)
** ยูเรก้า : ส่วนผสมหลัก .... เคมี (21-7-14, ไคโตซาน, อะมิโนโปรตีน)
** ไทเป : ส่วนผสมหลัก ..... อินทรีย์/เคมี (นม, ไข่, น้ำมะพร้าว, 13-0-46. 0-52-34)
มิได้มีเจตนาโฆษณาผลิตภัณฑ์ แต่ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์เพื่อง่ายต่อการสื่อสารข้อมูล เท่านั้น
.... ต้นพืชไม่รู้จักยี่ห้อ ไม่รู้จักเจ้าของสูตร .....
.... ไม่รู้เจ้าของคนปลูก ไม่ฟังโฆษณา .........
.... ต้นพืชรู้จักแต่ส่วนผสมหรือเนื้อใน .........
-----------------------------------------------------------
จาก : (084) 819-37 xx
ข้อความ : เรียนผู้พัน 1. ตอนกิ่งไผ่ทำอย่างไร 2. เสียบยอดไผ่ทำอย่างไร 3. แยกหน่อทำอย่างไร 4. ไผ่นอกฤดูทำอย่างไร ....ขอบคุณครับ
ตอบ :
- อะไรก็แล้วแต่ มีมากราคาถูก มีน้อยราคาแพง หน่อไม้ก็เหมือนกัน หน้าฝนมีมาราคาถูก หน้าแล้งมีน้อยราคาแพง เพราะฉะนั้น นอกฤดู คือ คำตอบที่ดีที่สุด
ตอนกิ่งไผ่ทำอย่างไร .... เลือกกิ่งที่ตา (ข้อ/ปล้อง) โตขนาดนิ้วก้อย .... ใช้เลื่อยตัดเหล็ก(คองเลื่อยแคบ) เลื่อยที่ตุ่มตา ทำมุม 90 องศากับลำไผ่ .... เลื่อยลึก 1 ใน 3 ของความหนาของตุ่มตา .... เลื่อยแล้วหุ้มด้วยตุ้มตอนกิ่งธรรมดาๆ ปล่อยไว้ประมาณ 1-2 เดือนออกราก .... รากเต็มตุ้มแล้วตัดที่ปล้องไม้ไผ่ เหนือแผลตอนกับไต้แผลตอน ข้างละ 1 ฝ่ามือ .... ตัดลงมาแล้วนำไปอนุ บาลต่อในถุงชำ เลี้ยงในร่ม กระทั่งมียอดใหม่จากยอดเดิม 1-2 ยอดจึงนำไปปลูก .... ระหว่าง การตอน-การตัด-การขนย้าย ต้องระวังอย่าให้ยอดหัก ถ้ายอดเดิมหักต้องเลี้ยงนานจนกว่าจะเกิดหน่อใหม่ขึ้นมาจากรากทำให้เสียเวลา ทั้วนี้ไผ่จะแตกยอดใหม่ต่อจากยอดเดิม
เสียบยอดไผ่ทำอย่างไร .... ไม่มีข้อมูล ไม่เคยได้ข่าว ไม่ได้บอกว่าทำไม่ได้ แต่สงสัยเสียบยอดเพื่อวัตถุประสงค์อะไร ? ยอดใหม่เสียบแล้วเป็นอย่างไร ?
แยกหน่อทำอย่างไร .... เลือกไผ่ที่เป็นลำแล้ว กลางอ่อนกลางแก่ ตัดส่วนที่เป็นลำทิ้งไปเหลือไว้ประมาณ 1 แขน .... ขุดโคนลำไผ่ที่ตัดลำจนถึงไหลที่เจริญออกมาจากกอแม่ .... ค่อยๆแหวกดินออก อย่าให้รากกระทบกระเทือนหรือขาด และพยายามเก็บดินเดิมหุ้มรากไว้ให้มากที่สุด .... ตัดไหลยาวประมาณ 1 คืบมือ ยกตอไผ่ขึ้นมาพร้อมกับให้ดินหุ้มราก นำลงถุงเพาะชำ ใส่ดินเพาะชำให้เต็มถุง นำไปอนุบาลต่อในเรือนเพาะชำ.... ตอไผ่จะแตกหน่อใหม่ขึ้นมาจากไหล ได้หน่อใหม่สมบูรณ์แข็งแรงดีแล้วก็นำไปปลูกในแปลงจริง .... ระหว่างอนุบาลจะมียอดแทงออกมาจากตุ่มตาที่ข้อปล้อง แล้วโตเป็นกิ่งไผ่ได้ ช่วยเสริมให้หน่อใหม่เจริญเติบโตดีขึ้น
* ไผ่นอกฤดูทำอย่างไร :
- เดือนนี้ ก.ย. เริ่มได้เลย .... ใส่ยิบซั่ม, ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย, กระดูกป่น, ขี้วัวขี้ไก่, ใบไผ่แห้งคลุมโคนต้นหนาๆ, ใส่ 8-24-24 (1 กก.) /ต้น /เดือน หว่านรอบทรงพุ่ม, ให้น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 5-10-40 (2 ล.) /ไร่ รดทั่วแปลง ทุกตารางนิ้ว
- สิ้นเดือน ต.ค. หรือเริ่มหมดฝน ระดมให้น้ำเหมือนยังเป็นหน้าฝน ให้น้ำหมักระเบิดเถิดเทิง 5-10-40 เดือนละครั้ง
- ประมาณ ก.พ.- มี.ค. จะเริ่มมีหน่อออกมาให้เก็บ เป็นหน่อไผ่นอกฤดู
หมายเหตุ :
- วิธีทำนอกฤดู ทำได้ทั้งหน่อไผ่ และหน่อรวก
- การที่ไผ่จะแทงหน่อ ต่อเมื่อสภาพอากาศมีความชื้นสูงๆ ทั้งที่พื้นดิน และในอากาศ การปลูกพืชคลุมดิน (พริก มะเขือ กล้วย) นอกจากมีรายได้แล้ว ยังเป็นการช่วยสร้างความชื้นทั้งในดิน และในอากาศได้เป็นอย่างดีอีกด้วย
- หน่อไผ่ตอบสนองดีมากกับ กระดูกป่น
- ยิบซั่ม ช่วยให้ดินโปร่ง การแทงหน่อดี
- ระเบิดเถิดเทิง 5-10-40 ช่วยให้หน่อใหญ่ เนื้อแน่น น้ำหนักดี เสี้ยนน้อย
- ไผ่/รวก ไม่ถูกกันมากๆกับแกลบดำ จึงไม่ควรใส่ หากต้องการทำหน่อหมกสีขาว ให้ใช้ใบแห้งของเขาเองใส่ถุงครอบหน่อแทน
--------------------------------------------------------------
จาก : (090) 620-37 xx
ข้อความ : อยากให้ผักกาดเขียวต้นใหญ่ ใช้ปุ๋ยลุงคิมสูตรไหนครับ....
ตอบ :
* ก่อนอื่น ปุ๋ยลุงคิมไม่ใช่ของวิเศษ ปุ๋ยยี่ห้อไหนก็ไม่ใช่ของวิเศษ ปุ๋ยเป็นเพียงสารอาหารซึ่งเป็นหนึ่งในจำนวนปัจจัยทั้ง 6 คือ "ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค" หากปัจจัยใดปัจัยหนึ่งไม่เหมาะสมสำหรับผักกาดเขียว ใส่ปุ๋ยลงไปไร่ละตันก็ไม่โต ในความเป็นจริงทางธรรมชาติ พืชไม่ได้ต้องการกินปุ๋ยเคมีมากมายเท่า "ไอ้คนขายปุ๋ย" บอกหรอก .... ผักขาดเขียวเป็นพืชอายุสั้นฤดูกาลเดียว อายุแค่ 3 เดือนเท่านั้น เพราะฉะนั้น เขาจะต้องได้กินสารอาหารตั้งแต่วินาทีแรกที่เกิด อย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ จนถึงวันเก็บเกี่ยว แค่ปุ๋ยเคมีในน้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง กับปุ๋ยทางใบที่ให้ก็เกินพอแล้ว
* เตรียมดิน เตรียมแปลง :
ดินต้องมาก่อน ดินต้องมาก่อน .... ใส่ยิบซั่ม เฟอร์มิกซ์, ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย, กระดูกป่น, ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ, พรวนให้เข้ากันดี คลุมสันแปลงด้วยหญ้าแห้งหนาๆ .... รดด้วยน้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (2 ล.) /ไร่ .... บ่มดินทิ้งไว้ 20-30 วัน เพื่อให้เวลาแก่จุลินทรีย์ ทั้งจุลินทรีย์จากน้ำหมัก และจุลินทรีย์ประจำถิ่น ปรับสภาพดินให้ก่อน .... ระหว่างนี้หากมีวัชพืชขึ้นให้ถอนทิ้งด้วยมือ .... ขอให้เน้นยิบซั่มมากๆ เพื่อเอาแคลเซียม ช่วยป้องกันโรคไส้กลวง (โอกึน) แบบล่วงหน้า
* พันธุ์ :
1. พันธุ์เข้าปลี (ปลีกลม ปลีแหลม) นิยมปลูก ส่วนใหญ่เป็นพันธุ์ปลีกลม
2. พันธ์ลำต้นพองหนา ทำผักดอง
3. พันธ์ไม่เข้าปลี ใช้เป็นผักสดปรุงอาหารได้โดยตรง
* การปลูก :
- แบบหว่าน : ถอนแยกต้นที่อ่อนแอ ไม่สมบูรณ์ เป็นโรค หรือเบียดกันแน่นออก การถอนแยกอาจทำหลายครั้ง ครั้งสุดท้ายไม่ควรปล่อยให้ต้นกล้าอายุเกิน 25-30 วัน พร้อมทั้งจัดระยะระหว่างต้น 50 ซม.
- แบบโรยเป็นแถวหรือหยอดหลุม : หยอดเมล็ดประมาณ 3-5 เมล็ด /หลุม เมื่อต้นกล้า งอกมีใบจริง 1-2 ใบ ควรถอนแยก และถอนแยกครั้งสุดท้ายเมื่อมีใบจริง 3-4 ใบ หรืออายุ 25-30 วัน ให้เหลือหลุมละ 1 ต้น
- แบบเพาะ-ย้ายกล้า : เป็นวิธีที่ประหยัดเมล็ดพันธุ์มากที่สุด ได้ผลผลิตคุณภาพดีที่สุด แต่สิ้นเปลืองแรงงานมากจึงไม่ค่อยนิยม
* เตรียมเมล็ด :
- แช่เมล็ดพันธุ์ใน น้ำอุ่น 50 องศา + สังกะสี. (ไบโออิ) + โบรอน (แคลเซียม โบรอน) + ไคโตซาน (ยูเรก้า) น้ำเย็นแล้วผึ่งลมให้แห้ง นำไปปลูก (หว่าน-เพาะ) ได้ .... สังกะสี. โบรอน. ส่งเสริมการงอกของรากของเมล็ดดี. ไคโตซาน.ช่วยกำจัดเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมากับเมล็ดพันธุ์
* บำรุงแบบ อินทรีย์นำ เคมีเสริม :
- ทางใบ : ให้ ยูเรก้า + นมสด + สมุนไพร 2 รอบ สลับด้วยแคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน .... นมสด.ช่วยให้โตเร็ว, แคลเซียม โบรอน.ช่วยป้องกันโรคโอกึน และคุณภาพดี น้ำหนักดี เนื้อไม่มีเสี้ยน อายุหลังเก็บนาน
- ทางราก : ให้น้ำหมักระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 ทุก 15 วัน .... ไม่ต้องใส่ปุ๋ยเคมีเพิ่ม
@@ ผักสวนครัวแบบ อินทรีย์เกาะขอบ :
- เพราะผู้บริโภคผักสวนครัวปฏิเสธ ปุ๋ยเคมี อย่างเด็ดขาด ผู้ปลูกหรือผู้ผลิตจึงต้องไม่ใช้ปุ๋ยเคมีอย่างเด็ดขาด ตามเงื่อนไขสัญญาซื้อขาย (เกษตรพันธะสัญญา) ในขณะที่พืชต้องกินสารอาหาร หากพืชไม่ได้รับสารอาหาร หรือได้น้อย หรือได้ไม่ครบทั้ง 14 ตัว พืชผักนั้นย่อมไม่โต หรือมีคุณค่าทางโภชนาการน้อย หรือพัฒนาเป็นเกรด เอ. จัมโบ้. ไม่ได้ นั่นหมายถึงราคาที่หายไป
- สารอาหารพืชประกอบด้วย 14 ตัว (หลัก/รอง/เสริม) กับฮอร์โมนอีก 2-3 ตัว ตามความจำเป็น สารอาหารพืชมีทั้งในอินทรีย์และเคมี เมื่อไม่พึ่งพาสารอาหารเคมีก็ต้องพึ่งพาสารอาหารอินทรีย์แทน
สารอาหารเคมี ส่วนมากได้มาจากกระบวนการผลิตปิโตเลียม เรียกว่า ปุ๋ยเคมี
- สารอาหารอินทรีย์ ได้มากจากกระบวนย่อยสลายเศษซากพืชเศษซากสัตว์โดยจุลินทรีย์ เรียกว่า ปุ๋ยอินทรีย์ หรือ น้ำหมักชีวภาพ
- ปุ๋ยอินทรีย์หรือน้ำหมักชีวภาพที่ทำจาก วัสดุอะไรก็ได้ + กรรมวิธีในการทำไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการ + ไม่มีการปรับโครงสร้างทางโมเลกุลก่อนใช้งาน แล้วนำไปใช้เลยนั้น ปุ๋ยอินทรีย์หรือน้ำหมักชีวภาพแบบนี้เรียกว่า อินทรีย์ตกขอบ .... ไม่มีสารอาหารหรือมีน้อยมากๆ ทั้งชนิดและปริมาณ สิ่งที่ได้มีเพียงจุลินทรีย์ กับสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ประจำถิ่น (กากน้ำ ตาล) เท่านั้น
- ปุ๋ยอินทรีย์หรือน้ำหมักชีวภาพที่ทำจาก วัสดุคัดสรรโดยเฉพาะ + กรรมวิธีในการทำถูกต้องตามหลักวิชาการ + ปรับโครงสร้างทางโมเลกุลก่อนใช้งาน ปุ๋ยอินทรีย์หรือน้ำหมักชีว ภาพแบบนี้เรียกว่า อินทรีย์เกาะขอบ .... สารอาหารที่ได้มีมากกว่าทั้ง ชนิด-ปริมาณ-จุลินทรีย์ และสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ประจำถิ่น
(.... ว่าด้วยน้ำหมักชีวภาพที่ทำๆกันนั้น ทั้งชนิดและปริมาณของสารอาหารพืช จากน้อยสุดไปหามากสุดตามลำดับ คือ พืชผักผลไม้ (น้อยสุด) -หอยเชอรี่-ปลาน้ำจืด-ปลาทะเล (มากสุด) .... หมักนานข้ามปี ระหว่างการหมักไม่มีหนอน ไม่มีกลิ่นเหม็น สภาพเหลวเป็นน้ำวุ้น .... จากปลาทะเลหมักจนเป็นน้ำวุ้นแล้วเสริมด้วย เลือด-ไขกระดูก-นม-น้ำมะพร้าว-ขี้ค้างคาว ที่แต่ละอย่างหมักแยกจนพร้อมใช้งานเช่นกัน ... ก่อนนำไปใช้งานจริง ทำการปรับโครงสร้างโมเลกุลให้เป็นโมเลกุลเดี่ยว .... สรุป : วัสดุส่วนผสมในน้ำหมักชีวภาพ ปลาทะเล + เลือด-ไขกระดูก-นม-น้ำมะพร้าว-ขี้ค้างคาว แล้วปรับโครงสร้างโมเลกุลให้เป็นโมเลกุลเดี่ยว ....)
- การปฏิบัติ :
- เตรียมดิน เตรียมแปลง (บ่มดิน) กับบำรุงตั้งแต่เริ่มปลูกถึงเก็บเกี่ยว (ให้ทางใบอาบลงดิน) ด้วย น้ำหมักชีวภาพอินทรีย์เกาะชอบ แท้ๆ
- ให้ฮอร์โมนอินทรีย์ เช่น น้ำมะพร้าว, ฮอร์โมนเขียว (น้ำคั้นผักสด), นมน้ำเหลืองสดใหม่, ให้ต่างหากแยกกันกับน้ำหมักชีวภาพ
- ฉีดพ่นสารสมุนไพรบ่อยๆ แบบกันก่อนแก้ ร่วมกับ ไอพีเอ็ม.
------------------------------------------------------------
. |
|