-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-* ปรัชญาเกษตร สีสันชีวิตไทย (1)
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - * ปรัชญาเกษตร สีสันชีวิตไทย (1)
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

* ปรัชญาเกษตร สีสันชีวิตไทย (1)

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11549

ตอบตอบ: 13/08/2023 9:24 am    ชื่อกระทู้: * ปรัชญาเกษตร สีสันชีวิตไทย (1) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ปรัชญาเกษตร สีสันชีวิตไทย (1) :


พจนานุกรม ฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน ได้ให้ความหมายไว้ว่า
ปรัชญา คือ วิชาที่ว่าด้วยหลักแห่งความรู้และความจริง


................................................................................................................................


บ่น :

*** เกษตรานุสติ :

....................... ทำอย่างเดิม = ได้อย่างเดิม ได้น้อยกว่าเดิม ....................
...................... คิดใหม่ ทำใหม่ = ได้ดีกว่าเดิม ได้มากกว่าเดิม .................

........ เนื้อที่ 1 ไร่ ทำ 1 ปี .... ได้ 1 ครั้ง.... เกรด เอ. VS เกรด ฟุตบาธ .........
....... เนื้อที่ 1 ไร่ ทำ 1 ปี .... ได้หลายครั้ง.... เกรด เอ. VS เกรด ฟุตบาธ .......

............ ขายได้เท่าเดิม ได้เท่าข้างบ้าน แต่ต้นทุนลด คือกำไรเพิ่ม ................
............... ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้ เพราะ ..... ต้นทุนสูง ต้นทุนสูญเปล่า ..................

........ ทุกคนเกิดมา เก่งเท่ากัน รู้เท่ากัน ..... แต่ แพ้-ชนะ กัน ที่โอกาส ............
............... เรื่องง่ายทำไม่ได้ .... เรื่องยากทำได้ ..... เพราะ “ใจ” .................

............................... ทำน้อย .... ทำถูก = ได้มาก ................................
............................... ทำมาก .... ทำผิด = ได้น้อย ................................

........................ คนที่จะช่วยเราได้ดีที่สุด คือ คนในกระจก ........................


******************************** ตั้งคำถาม แล้วหาคำตอบ ***



"นักปราชญ์” หมายถึง เป็นผู้มีปัญญารอบรู้ เป็นผู้ศึกษาเล่าเรียนมาก สามารถจำไว้ได้เป็นอย่างดี จนกลายเป็นผู้รู้

"หัวใจนักปราชญ์” ประกอบด้วย "สุ จิ ปุ ลิ” คือ
สุ. ย่อมาจาก สุตะ คือ การฟัง
จิ. ย่อมาจาก จินตะ คือ การคิด
ปุ. ย่อมาจาก ปุจฉา คือ การถาม และ
ลิ. ย่อมาจาก ลิขิต คือ การเขียน

ทั้ง สุ. จิ. ปุ. ลิ. ต่างเป็นแนวทางที่ทำให้ผู้ปฏิบัติเกิดผลเป็นผู้มีความรู้ ความสามารถ

ธรรมชาติในมนุษย์ :
ฟัง : ฟังจบ ลืม
อ่าน : จำได้มากกว่าฟัง
ทำ : จำ รู้ คิด มากและลึก กว่า ฟัง+อ่าน
พูด : ง่ายกว่าเขียน
เขียน : ยากที่สุด

ธรรมชาติ ไม่มีตัวเลข ไม่มีสูตรสำเร็จ แพ้-ชนะ กันที่ "โอกาส" .... จับหลัก "เกษตรานุสติ" ดีๆ

*****************************************************************




GENTLE AGREEMENT :
จริงจัง จริงใจ เสียสละ .... ให้มากกว่ารับ
พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ .... ทำใช้ ทำขาย ทำแจก ทำเททิ้ง.... เยยยย !


อยากทำปุ๋ย แต่....
หาวัสดุส่วนผสมไม่ได้ : ไปที่ร้าน บอก ร้าน/เซลล สั่งให้ .... บอกให้สหกรณ์เอาสินค้านี้มาขาย

อยากทำยาสมุนไพร แต่....
ไม่รู้จัก หาซื้อไม่ได้ : ไปที่ร้านยาไทย บอก ร้าน/เซลล สั่งให้ .... บอกให้สหกรณ์เอาสมุนไพร สำเร็จรูป/พร้อมใช้ มาขาย

อยากรู้เทคโนโลยี แต่....
ไม่รู้ ไม่เคยเห็น : อ่านตำรา .... ไปสวน ดูหลายๆสวน แล้ว คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ ด้วยเหตุและผล

อยากได้โอกาส แต่....
ไม่รู้ ไม่เชื่อ : ถามคนขาย สินค้านั้นมาจากไหน ไปดูถึงแหล่ง แล้ว คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ ด้วยเหตุและผล


ต้นทุนทำเกษตรยุคนี้ ค่าปุ๋ย 30% ค่ายา 30% ค่าเทคโน 20% ค่าเสียโอกาส 20%
ไม่มีใครรู้ ไม่มีใครทำเป็นมาตั้งแต่อยู่ในท้อง เกิดมาแล้วมาเรียนมาหัดเอาเองทั้งสิ้น
สวมวิญญาณนักปราชญ์ สุ จิ ปุ ลิ .... อ่าน ดู ทำ ใช้ ขาย แจก



ปุ๋ยทางใบชนิดน้ำ :
- เกษตรกร อเมริกา ยุโรป อิสราเอล ทำปุ๋ยน้ำทางใบใช้เองในบ้าน
- มือผสมปุ๋ยน้ำทางใบที่หนองเสือ ปทุมธานี ผสมปุ๋ยส่งให้อเมริกา งวดละ 10,000-20,000 ล. ลงเรือที่ระยองไปโรงแพ็กที่เรือใหญ่ในมหาสมุทรแปซิฟิก แพ็กแล้วพะยี่ห้อภาษาฟิลิปปินส์ส่งฟิลิปปินส์ พะยี่ห้อภาษาไต้หวันส่งไต้หวัน พะยี่ห้อภาษามาเลเซียส่งมาเลเซีย พะยี่ห้อภาษาเวียดนามส่งเวียดนาม พะยี่ห้อภาษาอินโดเนเซียส่งอินโดเนเซีย ที่ไม่รู้และอยากรู้คือ พะยี่ห้อภาษาไทยส่งประเทศไทยหรือไม่เท่านั้น

- ในประเทศไทย ไม่มีคณะเกษตรมหาวิทยาลัยใด ไม่มีระดับปริญญาตรีโทเอก มีหลักสูตรการทำปุ๋ยน้ำทางใบสำหรับนักศึกษา ในขณะเดียวกันก็ไม่ ปลูกฝัง/ชี้นำ/แนะนำ ให้ นศ.สาขาการเกษตรด้านพืชขวนขวายหา ข้อมูล/ความรู้/ประสบการณ์ ด้วยตัวเอง ทั้งๆที่ “ปุ๋ย” เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับพืช

- ผู้มีความสามารถ ผสม/ผลิต ปุ๋ยนำทางใบได้ในวันนี้ ทุกคนใช้ “ประสบการณ์ตรง” ของตัวเองทั้งสิ้น
- สจล. (สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง) ส่ง นศ.สาขาเกษตร มาฝึกงานที่ RKK เน้น 3 วิชาสำคัญ คือ สูตรปุ๋ยน้ำ ระบบสปริงเกอร์ การจัดแปลงระยะชิด

- ปุ๋ยน้ำทางใบในประเทศไทยทุกชนิดพืช ทุกยี่ห้อ ทั้งชื่อไทยชื่อเทศ ทั้งขายตรงขายฝากขายปลีกขายส่งขายสดขายเชื่อ ทั้งลดแลกแจกแถม ล้วนทำในเมือไทยทั้งนั้น




*******************************************************************


*** ผลผลิตเพิ่ม - ต้นทุนลด - อนาคตดี :

ปรัชญาชีวิต
http://kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=6631&postdays=0&postorder=asc&start=0&sid=c3922616892a5a63e641bf5f70d9cfc0



หัวใจเกษตรไท ห้อง 1 “ปุ๋ย-จุลินทรีย์”
- ต้นทุนค่าปุ๋ยเคมี 30%
- ในธรรมชาติไม่มีตัวเลข ไม่มีสูตรสำเร็จ ไม่มีคันเร่ง ไม่มีบล็อก
- ปัจจัยพื้นฐาน “ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค” ผิดพลาดปัจจัยเดียว หมายถึง ล้มเหลวทั้งหมด
- จุลินทรีย์-ปุ๋ย คนละตัวกัน แต่อยู่ด้วยกัน
- ปุ๋ยถูก + ใช้ผิด = ไม่ได้ผล
- ปุ๋ยผิด + ใช้ถูก = ไม่ได้ผล
- ยุโรปทำเกษตร อินทรีย์-เคมี-ผสมผสาน
- อเมริกาทำนาข้าว ไม่เผาฟาง แต่ทำฟางเปล่าๆ ให้เป็นฟางซุปเปอร์
** "ปุ๋ย อินทรีย์/เคมี ชนิดน้ำ ทางใบ-สารสมุนไพร" ที่วางขายในท้องตลาด....
- มหาลัยไหน สอนวิธีทำ ........................................ คำตอบ ไม่มี
- คณะภาควิชาอะไร สอนวิธีทำ .............................. คำตอบ ไม่มี
- ระดับปริญญาตรี หรือโท หรือเอก สอนวิธีทำ ..... คำตอบ ไม่มี

หัวใจเกษตรไท ห้อง 2 “ยา”
- ต้นทุนค่าสาร ป้องกัน/กำจัด ศัตรูพืช 30%
- ทั่วโลกมีพืช 2,400 ชนิด เป็นสารสมุนไพรกำจัดโรคพืชได้
- สารออกฤทธิ์ในสมุนไพร คือ กลิ่น - รส - ฤทธิ์
- อเมริกา ซื้อลิขสิทธิ์ราติโนน ในหนอนตายหยาก
- เยอรมัน ซื้อลิขสิทธิ์อะแซดิแร็คติน ในสะเดา
- ฝรั่งเศส ซื้อลิขสิทธิ์แค็ปไซซิน ในพริก
** ศัตรูพืช ในพืชอ่อนแอ แพร่ระบาดรุนแรงกว่าในพืชสมบูรณ์แข็งแรง
- ไม่มีพืชใดในโลก ที่ไม่มีศัตรูพืชประจำเผ่าพันธุ์
- ไม่มีสารเคมีในโลก ไม่มีสารสมุนไพรใดในโลก ทำให้ส่วนของพืชที่ถูกทำลายไปแล้ว ฟื้นคืนดีอย่างเดิมได้ เสียแล้วเสียเลย มาตรการที่ดีที่สุด คือ “กันก่อนแก้”
- สารเคมี .... คนใช้รับ 10 เท่า - คนกินรับ 1 เท่า
- สารเคมี .... ทำบาป กรรมตามสนอง คือ "หนี้" ยิ่งทำยิ่งเป็นหนี้
- สารเคมี .... ทั่วโลกรังเกียจ ประเทศไทยนำเข้าปีละ 75,000 ล้าน
- สารเคมี .... ฯลฯ

หัวใจเกษตรไท ห้อง 3 “เทคโนโลยี”
- ขาดทุนเพราะเทคโนโลยีผิด หรือปฏิเสธเทคโนโลยี 20%
- ซูเรียม พรีเมียม เกรด เอ. จัมโบ้ โกอินเตอร์ ขึ้นห้าง ออกนอกฤดู ปลอดสาร เคมี คนนิยม ไม่พอขาย จองล่วงหน้าข้ามปี
- เครื่องทุ่นแรง ประหยัด เพิ่มประสิทธิภาพประสิทธิผลเนื้องาน กว่า 100 เท่า
- นาข้าว 2รุ่น ล้างหนี้ 1ล้านแล้ว ยังเหลือ 2ล้าน
- ขายข้าว 1 แสน เหลือเงิน 40 บาท
- ชาวนาญี่ปุ่น ต้นทุน 23,000 ขายได้ 100,000
- ชาวนาไทย ต้นทุน 3,000 ขายได้ 100,000

หัวใจเกษตรไท ห้อง 4 “โอกาส”
- ขาดทุนเพราะเสียโอกาส 20%
- คนเรา แพ้-ชนะ กันที่โอกาส
- เกษตรแจ๊คพ็อต มะลิ ลิตรละ 3,500 กุหลาบ ดอกละ 1,500 ผักชี กก.ละ 200
- เกษตรแจ๊คพ็อต ไม่ใช่ดวง แต่เป็นผลจากการวางแผนล่วงหน้า
- ทำอย่างเดิม แย่ยิ่งกว่าเดิม
- รวมกลุ่มไม่ได้ ทำคนเดียว แต่ต้อง คิดเป็น-ทำเป็น-ขายเป็น
- ที่น้อย ทำน้อยแต่ได้มาก เพราะ การตลาดนำการผลิต
- ทำขาย ขายแล้วขาดทุน รุ่นแล้วรุ่นเล่าก็ยังทำ ไม่รู้จักโตซะที (นายกฯ)


ปุ๋ย สูตรสั่งตัด
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=7237&sid=f04687a4a0eff41030b7d1dfda13e4ef

สมุนไพร สูตรสั่งตัด
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=7230&sid=e486a6fea3ffe579f1e71884735f830c


ปฏิทิน ลด-ละ-เลิก สารเคมี :
วันที่ 1 (ในปฏิทิน) ฉีดพ่น สารเคมี (ครั้งที่ 1) +สารสมุนไพร .........วันที่ 2, 3, 4 เว้น
วันที่ 5 (ในปฏิทิน) ฉีดพ่นสารสมุนไพรเดี่ยวๆ ................................วันที่ 6, 7, 8 เว้น
วันที่ 9 (ในปฏิทิน) ฉีดพ่นสารสมุนไพรเดี่ยวๆ ...............................วันที่ 10, 11, 12 เว้น
วันที่ 13 (ในปฏิทิน) ฉีดพ่น สารเคมี (ครั้งที่ 2) +สารสมุนไพร .......วันที่ 14, 15, 16 เว้น
วันที่ 17 (ในปฏิทิน) ฉีดพ่นสารสมุนไพรเดี่ยวๆ ..............................วันที่ 18, 19, 20 เว้น
วันที่ 21 (ในปฏิทิน) ฉีดพ่นสารสมุนไพรเดี่ยวๆ ............................. วันที่ 22, 23, 24 เว้น
วันที่ 25 (ในปฏิทิน) ฉีดพ่น สารเคมี (ครั้งที่ 3) +สารสมุนไพร........ วันที่ 26, 27, 28 เว้น
วันที่ 29 (ในปฏิทิน) ฉีดพ่นสารสมุนไพรเดี่ยวๆ ............................. วันที่ 30, 31, 32 เว้น
วันที่ 33 (ในปฏิทิน) ฉีดพ่นสารสมุนไพรเดี่ยวๆ ............................. วันที่ 37, 38, 39 เว้น


CASE STUDY :
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=5150

I.P.M. :
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=2302

เทคนิค/เทคโน ทำยาน็อค :
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=6887



.


*** พืชปัจจัย 6
1.ดิน, 2.น้ำ, 3.แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดกาล, 4.สารอาหาร, 5.สายพันธุ์, 6.โรค.

.


*** หนี้สินเกษตรกร
หนี้ท่วมหัว ! คนไทยเป็นหนี้ 5.5 แสนบาท/ครัวเรือน หนี้นอกระบบ 19.8%
จุกๆ ข้อมูล ม.หอการค้า เผย สถิติครึ่งปี 2566 คนไทยเป็นหนี้ 5.5 แสนบาท/ครัวเรือน หนี้นอกระบบ 19.8% ขณะที่กลลวงดอกเบี้ยหนี้นอกระบบสูงปรี๊ดถึง 365% ต่อปี


https://www.ejan.co/economic/ct7x4jg5pe



*** เกษตรยุคนี้ คิด-วิเคราะห์-เปรียบเทียบ-ฟันธง
.



*** เกษตรในฝัน
.




.


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 17/01/2024 9:22 am, แก้ไขทั้งหมด 6 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11549

ตอบตอบ: 14/01/2024 4:19 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
.
39. THAILAND ประเทศเกษตร 1 :
การศึกษาสาขาเกษตรระดับ ปฐม-มัธยม-อุดมศึกษา-ปริญญาตรี-โท-เอก ไม่มีหลักสูตรการ “ทำ” ปุ๋ยปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยเคมี ชนิด/ประเภท-ทางใบ/ทางราก ฯลฯ (ภาคปฏิบัติ-พิสดาร) ทั้งๆ ที่จำเป็นต้องใช้

นอกจากไม่มีหลักสูตรสอนแล้วยังไม่แนะให้ไปหาแหล่งเรียนรู้ด้วยตัวเองอีกด้วย นร.-นศ. จบไปแล้ว ไม่คิด/คิดไม่เป็น ไม่คิดที่จะทำเอง คิดแต่ซื้อ ที่ซื้อก็ซื้อตามโฆษณา

คนทำปุ๋ยขายทุกวันนี้ ทำได้ทำเป็นเพราะ “ประสบการณ์ตรง” ของตัวเอง
ห้ามใช้สารเคมีกำจัดวัชพืช ................. แล้ว ใช้/ทำ อะไรแทน
ห้ามใช้สารเคมีกำจัดศัตรูพืช ............... แล้ว ใช้/ทำ อะไรแทน
ห้ามใช้ปุ๋ยเคมี .............................. แล้ว ใช้/ทำ อะไรแทน
ห้ามปลูกพืช จีเอ็มโอ ...................... แล้ว ใช้/ทำ อะไรแทน

40. THAILAND ประเทศเกษตร 2 :
วิชาการเกษตร :

วิชา ได้จาก อาจารย์ ............... ประสบการณ์ ได้จาก เกษตรกร
ความรู้ ได้จาก อาจารย์ ............ ความคิด ได้จาก เกษตรกร

หลักสูตรการเกษตรของไทย “ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้” (ประสบการณ์) โดย.....
ในหลักสูตร “มีเวลา” สำหรับประสบการณ์ โดนเชิญเกษตรกรที่ สำเร็จ/ล้มเหลว มาเล่าประสบการณ์ตรงให้ นักเรียน/น.ศ. ฟังในหรือนอกเวลาเรียน แล้ว คิด/วิเคราะห์ ทุกมิติ

ในหลักสูตร “มีเวลา” สำหรับประสบการณ์ โดยให้ นักเรียน/น.ศ. ลงพื้นที่จริงของเกษตรกร แล้ว คิด/วิเคราะห์...ปัญหา/การแก้ปัญหา ในแต่ละแปลงเกษตรอย่างมีหลักการและเหตุผล

ในหลักสูตร “มีเวลา” สำหรับประสบการณ์ โดยให้ นร./น.ศ. สำรวจแปลงเกษตรของ พ่อแม่ญาติพี่น้องตัวเอง แล้ว คิด/วิเคราะห์...ปัญหา/การแก้ปัญหา ในแต่ละแปลงเกษตรอย่างมีหลักการและเหตุผล

ในหลักสูตร “มีเวลา” สำหรับประสบการณ์ โดยให้ นักเรียน/น.ศ. ศึกษาระบบการเกษตรของต่างประเทศแล้ว คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ กับระบบการเกษตรของไทยอย่างมีหลักการและเหตุผล

ในหลักสูตร “มีเวลา” สำหรับประสบการณ์ โดยให้ นักเรียน/น.ศ. ทำโครงการเกษตรของตัวเองที่บ้านของตัวเอง เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องเพื่อนบ้าน รู้และใช้เป็นแนวทาง


106. THAILAND ประเทศเกษตร (4) :
รัฐบาลส่งเสริม วิจัย/ผลิต/ใช้/ซื้อ/ขาย/แจก ....
- เครื่อง ตรวจ/วัด สารพิษบน ผัก/ผลไม้ แบบพกพา
- เครื่อง ตรวจ/วัด ค่าความหวาน/ความสุก ของผลไม้ แบบพกพา
- ชุดตรวจอัตรา C/N RATIO บนต้น แบบพกพา
- ฮม.ทาบกิ่ง/เสียบยอด ต่าง SPECIE ( ตัวอย่าง : ยอดทุเรียน เสียบ/ทาบ/ติดตา บนตอมะม่วง, ยอดเงาะ เสียบ/ทาบ/ติดตา บนตอขนุน, ฟักทอง เสียบ/ทาบ/ติดตา บนตอฟักเขียว, ฯลฯ)

- ปุ๋ย/ฮม. สูตรตามพืช แทงเข้าต้น
- ปุ๋ย/ฮม. ต้นข้าว ให้มีกลิ่นข้าวหอมมะลิ กข105
- ผลิต อุปกรณ์/เครื่องมือ ทางการเกษตรที่นำเข้าจากต่างประเทศ ด้วยตัวเองแล้วส่งเสริมเข้าไปในประเทศ AEC


UNHCR ออสเตรเลีย ประจำสหประชาชาติ สาขาประเทศไทย มอบให้เพื่อการประสานงานที่ราบรื่น

ด้วยเงื่อนไขในการรับผู้อพยพระหว่าง สหรัฐ-แคนนาดา-ฝรั่งเศส กับออสเตรเลีย ต่างกันอย่างสิ้นเชิงทำให้เกิดอาการสงสัยใคร่รู้

คำเกิด : ทำไมออสเตรเลียถึงยินดีรับผู้อพยพมากมายขนาดนี้
UNHCR : ออสเตรเลียต้องการให้โอกาสชีวิตเขาใหม่

คำเกิด : อืมม ออสเตรเลียประเทศใหญ่ ใหญ่มาก ระดับทวีป แล้วออสเตรเลียได้อะไรจากงานนี้
UNHCR : ได้ซี่ ได้ทั้งออสเตรเลียและผู้อพยพ ผู้อพยพนอกจากจะได้สิทธิประโยชน์เทียบเท่าประชาชนออสเตรเลีย ยังได้ชีวิตใหม่ที่ดีขึ้น ในขณะที่ออสเตรเลียได้ประชาชนกลุ่มใหม่สร้างแผ่นดิน

คำเกิด : สร้างแผ่นดิน.... หมายความว่างไง ?

บรรยากาศยามนั้นเงียบกริบ ทุกสายตาจ้องจับที่คู่สนทนา ไทย-ออสซี่ เป็นตาเดียว ด้วยความสนใจ โดยเฉพาะคำถามนี้

UNHCR : หมายความว่า เราให้ผู้อพยพทั้งหมดที่เป็นคนชาติเดียวกัน หรือผู้อพยพชาติอื่นด้วย ถ้ามีนะ ไปอยู่ที่เมืองเพิร์ธด้วยกัน เมืองนี้เป็นทะเลทราย เราจะเปลี่ยนทะเลทรายเป็นป่าไม้ แล้วให้เป็นเมือง เป็นเมืองขนาดใหญ่ที่มีสาธารณูปโภคสมบูรณ์แบบ
คำเกิด : ว้าววว .... ทะเลทราย ป่าทรายเป็นป่าต้นไม้ ถึงวันนี้คืบหน้าไปเท่าไหร่แล้ว ?

UNHCR : วันนี้มีผู้อพยพจากเวียดนามไต้ไปอยู่แล้วกว่า 10,000 คน ผู้อพยพจากลาวไปแล้วกว่า 2,000 คน
คำเกิด : ได้เมืองขนาดใหญ่หรือยัง ?

UNHCR : ใหญ่ ยอมรับว่าใหญ่มาก
คำเกิด : มีปัญหาไหม ?

UNHCR : ตั้งแต่เริ่มต้นมา ปีนี้เป็นปีที่ 4 ยังไม่เคยมีปัญหาเลย ผู้อพยพทุกคนเรียบร้อยดี
คำเกิด : ที่น่าสนใจอย่างมาก คือ ทะเลทราย ทะเลทรายคือความแห้งแล้ง แล้วออสเตรเลียทำการเกษตรได้หรือ

UNHCR : ได้ ในเมื่อความแห้งแล้ง คือไม่มีน้ำ เราก็ส่งน้ำเข้าไป ส่งไปให้ถึงทุกบ้าน ถึงพืชทุกต้น จุดไหนของพื้นที่นั้นมีน้ำไต้ดินเราก็เจาะสูบขึ้นมาเสริม ปัจจุบันพื้นที่ๆเป็นป่าหายจากความแห้งแล้งแล้ว
คำเกิด : อื้อฮือ ยอมรับ ยอมรับ....แล้วพันธุ์ไม้พันธุ์พืชล่ะ เอามาจากไหน ?

UNHCR : อันนี้ต้องฝากขอบคุณรัฐบาลไทยเป็นอย่างสูง ที่มอบพันธุ์ไม้โดยเฉพาะผลไม้จากประเทศไทยเป็นที่พอใจของผู้อพยพเป็นอย่างมาก แต่น่าเสียดาย....
คำเกิด : เสียดายอะไรเหรอ ?

UNHCR : ต้นไม้ผล ออกผลมาแล้วกินไม่อร่อยเลย ไม่เหมือนผลไม้จากประเทศไทยโดยตรง เพราะโซนภูมิศาสตร์โลกของออสเตรเลียไม่เหมือนของประเทศไทย
คำเกิด : แล้วออสเตรเลียจะแก้ปัญหานี้อย่างไร ?

UNHCR : ให้ปลูกไม้ผล ผลไม้ของออสเตรเลียแทน
คำเกิด : O.K. GOOD IDEA THANK YOU


107. THAILAND ประเทศเกษตร (5) :
รัฐบาลส่งเสริม วิจัย/ผลิต/ใช้/ซื้อ/ขาย/แจก ....
- ส่งเสริมตั้ง ร.ง.ผลิตยางนอกมอเตอร์โซด์ที่ จ.บึงกาฬ แล้วส่งออกไปเวียดนาม ลาว กัมพูชา โดย ระยะแรกลดภาษีเพื่อให้ ร.ง.อยู่ได้

- ส่งเสริมตั้ง ร.ง.แปรรูปสำปะหลังที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา แล้วส่งออกไปกัมพูชา ลาว เวียดนาม โดยระยะแรกลดภาษีเพื่อให้ ร.ง.อยู่ได้

- ส่งเสริมตั้ง ร.ง.อุตสาหกรรม บนพื้นที่แห้งแล้ง (ไม่เหมาะต่อการทำเกษตร) ในเขตภาคอิสาน และภาคเหนือ แล้ว ย้าย/ลด ร.ง. ในเขตภาคกลาง และภาคตะวันออก (พื้นที่เหมาะต่อการทำเกษตร) ไปอยู่ภาคเหนือ และภาคอิสาน กรณีนี้ สังคมชนบทจะไม่ล่มสลายเพราะแรงงานยังอยู่ในพื้นที่ กับสังคมเมือง (รอบที่ตั้งโรงงาน) ไม่เสื่อมทราม

- ส่งเสริมการทำเกษตรแบบ “ผลผลิตเพิ่ม (คุณภาพ ปริมาณ) ต้นทุนลด (ทำเอง/ซื้อ เทคนิค เทคโนฯ) อนาคตดี (พันธะสัญญา)” อย่างเป็นเหตุเป็นผล โดยให้ “เงิน/พัสดุภัณฑ์” เป็นรางวัล

- ไม่ห้าม/ไม่ส่งเสริม เกษตรเคมี (ปุ๋ยเคมี สารเคมี) อย่างออกนอกหน้า แต่ส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ (ปุ๋ยอินทรีย์ สารสมุนไพร ไอพีเอ็ม) อย่างสมบูรณ์แบบ ครบวงจร เป็นรูปธรรม .... รัฐบาลเจรจาประเทศจำหน่าย ปุ๋ยเคมี/สารเคมี ให้รับซื้อสินค้าเกษตรไทยในราคาแพงขึ้น

- ส่งเสริม ราชการ/เอกชน ขุดลอกพื้นดินก้น ห้วย/คลอง/บึง/ห้วย เพื่อเพิ่มพื้นที่รับน้ำ ดินที่ขุดลอกไปนี้เป็แบบให้ฟรี

- ส่งเสริมให้สูบบาดาลไต้ คลอง/หนอง/บึง ขึ้นมาเติมน้ำใน ห้วย/คลอง/หนอง/บึง นั้น
- ส่งเสริมโครงการสูบน้ำด้วยไฟฟ้า จากแหล่งน้ำขนาดใหญ่ (ตัวอย่างริมแม่โขง) สูบน้ำส่งไปจุดพักน้ำแก้มลิง จากแก้มลิง 1 ต่อไปแก้มลิง 2 - 3 ตามความจำเป็นและเหมาะสม ทั่วประเทศ




.............................................................................................................................

41. เรียน = รู้....ไม่เรียน = รู้ :
คนเรียนสูง แต่ไม่ได้เรียนสาขาเกษตร จึงไม่มีความรู้เรื่องเกษตร .... เป็นธรรมดา
คนเรียนน้อย แถมไม่ได้เรียนเกษตรด้วย จึงไม่มีความรู้เรื่องเกษตร....เป็นธรรมดา เหมือนกัน

ทั้งคนเรียนสูง คนเรียนน้อย ไม่ได้เรียนสาขาเกษตรเหมือนๆกัน จึงไม่มีความรู้เรื่องเกษตร ครั้นอ่านหนังสือเกษตร อ่านๆๆ เรียนรู้ด้วยตัวเองก็มีความรู้เรื่องเกษตรได้ เป็นธรรมดา อีกนั่นแหละ ฟัง คิด ถาม เขียน .... อ่าน ดู ทำ ใช้ คิด วิเคราะห์ เปรียบเทียบรัฐบาลช่วย ให้เงิน ....... ก.เกษตรช่วย ให้ความรู้ แต่เกษตรกรรับเงินอย่างเดียว ไม่รับสิ่งที่เรียกว่าความรู้ ที่จริง รัฐบาลช่วย + ช่วยตัวเอง = 2 เด้ง ยกกำลังสอง

รัฐบาลช่วย ให้ราคาสินค้าเกษตรจากฟาร์มแพงๆ พ่อค้าคนกลางรับซื้อมาราคาแพงๆ ก็ต้องขายแพงๆ แบบนี้ คนกิน/ผู้บริโภค ก็ต้องซื้อแพงด้วยน่ะซี ว่ามั้ย

ขายแล้วได้กำไรน้อย อ้างว่าต้นทุนสูงแต่ไม่เคยมีใครถามเลยว่า “ต้นทุนค่าอะไร ? ลดได้ไหม ?”

ทำไมรัฐบาลไม่ “ส่งเสริม/ให้ความรู้” แก่เกษตรกรในการ “บริหาร/จัดการ” ต้นทุนการผลิต ทำยังไงให้ ผลผลิตเพิ่ม-ต้นทุนลด-อนาคตดี

นักส่งเสริมการเกษตร “บอก/พูด” แต่ ปัญหา 5 W. ไม่ “พูด/บอก” ถึงสาเหตุ วิธีการแก้ไข

นักส่งเสริมการเกษตร วันนี้ทำงานแบบ “เชิงรับ” (PASSIVE) รอให้ปัญหา เกิด/เข้ามาหา มากกว่า “เชิงรุก” (ACTIVE) เข้าหาปัญหาก่อนปัญหาเกิด หรือ ป้องกันก่อนแก้ไข

นักส่งเสริมการเกษตร อินทรีย์ ออร์แกนิค ฯลฯ แนะนำการใช้สารเคมีสารพัดอย่างถูกวิธี แต่ไม่แนะนำ ไอพีเอ็ม.

นักส่งเสริมการเกษตร “แนะนำ/สอน/บอก” เกษตรกรให้เรียกร้องความช่วยเหลือจากรัฐบาล แต่ไม่ “บอก/สอน/นำ” ให้ช่วยตัวเอง




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11549

ตอบตอบ: 03/03/2024 9:16 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

....
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©