-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 20 มี.ค. *สารสกัดสมุนไพรฯ ราชการส่งเสริม
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 20 มี.ค. *สารสกัดสมุนไพรฯ ราชการส่งเสริม
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 20 มี.ค. *สารสกัดสมุนไพรฯ ราชการส่งเสริม

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11566

ตอบตอบ: 23/03/2023 3:36 pm    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 20 มี.ค. *สารสกัดสมุนไพรฯ ราชการ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตร 20 มี.ค.

***********************************************************************
สวัสดีครับ ท่านผู้ฟัง ที่เคารพ
กองทัพบก เพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม
ผลิตรายการโดย กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

จุดยืนรายการ ....
* เกษตรแบบ อินทรีย์นำ - เคมีเสริม - ตามความเหมาะสม “.. ? ..”
* ปัจจัยพื้นฐาน ดิน - น้ำ - แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล - สารอาหาร - สายพันธุ์ - โรค
* หัวใจเกษตร ปุ๋ย-ยา-ไฟฟ้า-เวลา-ค่าแรง-ค่าที่-อารมย์-เทคนิค-เทคโนฯ-โอกาส-ตลาด-ต้นทุน
* พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ
เช่นเคย รายการเรา....
*** 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว-สายตรง ที่ (081) 913-4986, ....
*** FB วีระ ใจหนักแน่น, ....
*** อินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิม ดอทคอม .... เว้บนี้ ถาม 1 บรรทัด ตอบ 1 หน้า
ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU ....

รายการวิทยุ :
*** AM 594 ปตอ. เวลา 0815-0900 จันทร์-ศุกร์ คลื่นนี้ครอบคลุมพื้นที่ 40+ จังหวัด ***

งานสัญจรปกติตามวงรอบ :
* วันเสาร์ของสัปดาห์แรกของเดือน ....... ไปที่วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สองของเดือน ..... ไปที่วัดอัมพวัน (หลวงพ่อโหน่ง) สองพี่น้อง สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สามของเดือน ..... ไปวัดท่าตำหนัก เพชรเกษม แยกนครชัยศรี นครปฐม,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สี่ของเดือน ........ ไปวัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปา ถ.วงแหวนตะวันตก
* เดือนที่มี 5 เสาร์ เสาร์ที่ 5 ของเดือน ... ไปวัดทุ่งสะเดา แปลงยาว ฉะเชิงเทรา
** ถึงจุดนี้ เกษตรกรอยากให้งานสัญจรไปลง ที่ไหนก็ได้ ติดต่อมา พูดคุยกันในรายละเอียด

*** วันจันทร์ ทุกวันจันทร์ เฉพาะวันจันทร์ สมช.สีสันชีวิตไทย “คุณล่า” (081) 944-8494 ไปที่ตลาดนัด
วัดอมรญาติ ดำเนินสะดวก ราชบุรี พร้อมกับ ระเบิดเถิดเทิง. ไบโออิ. ไทเป. ยูเรก้า. ยาน็อค. กับหนังสือหัวใจเกษตรไทย มินิ ไปจำหน่าย....
*** แจกหนังสือไม้ผลแนวหน้า *** แจกกับดักแมลงวันทอง....
*** ด้วยประสบการณ์ร่วม 20 ปี พบเห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวมามากมาย ใครสนใจใคร่รู้ก็ไปคุยกัน แล้วจะรู้ว่า อ้อออ เป็นอย่างนี้นี่เอง....


*** งานสีสันสัญจรวันเสาร์ วันที่ 25 มี.ค. ลุงคิม กับ อ.ณัฐ (086) 983-1966 สมุนไพรสำหรับคน งวดนี้ “งด” ....


***********************************************************************

***********************************************************************

จาก : 08 418x 361x
ข้อความ : ขอข้อมูลสารสกัดสมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืชที่ราชการส่งเสริม เอาไปเขียนรายงานค่ะ ขอบคุณอย่างสูงค่ะ

จาก : 09 261x 791x
ข้อความ : สู้กับศัตรูพืช รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง สมุนไพรอะไรมีสารออกฤทธิ์ตามสายพันธุ์ อย่างไหน สู้แมลง สู้หนอน สู้โรค

จาก : 09 449x 618x
ข้อความ : ข่าว ทีวี ประเทศไทย ติดกับดักรายได้ต่ำ รายได้ปานกลาง เพราะ ผู้บริหาร ประชาชน ปฏิเสธ เทคนิค เทคโน นวัตกรรม วันนี้ภาคเกษตรยึดติด ทำด้วยมือ ทำตามกัน ภูมิปัญญาพื้นบ้าน


MOTIVATION

คนเรียนสูงระดับปริญญาเอกแต่ไม่ได้เรียนสาขาเกษตรจึงไม่มีความรู้เรื่องเกษตร เป็นธรรมดา ฉันใด คนที่เรียนมาน้อย ที่เรียนก็ไม่ได้เรียนสาขาเกษตรซะอีก จึงไม่มีความรู้เรื่องเกษตรก็เป็นเรื่องธรรมดา ฉันนั้น ....

คนที่เรียนในโรงเรียน มหาลัย สถานศึกษา มีครูผู้สอนพูดอยู่หน้าห้องเรียน คนเรียนจึงมีความรู้ แต่คนที่ไม่ได้เรียนในสถานศึกษา ไม่มีครูมาพูดให้ฟัง แต่อ่านหนังสือเอง อ่านที่บ้าน อ่านในแปลงเกษตร อ่านไปดูของจริงไป ก็สามารถมีความรู้ได้เช่นกัน

มีหนังสือไว้ในบ้านเหมือนเป็น เอกสาร/ตำรา/คัมภีร์/มรดก ใช้ได้ตลอดชีวิต ถ่ายทอดให้ลูกหลานเหลนโหลน อ่านในบ้าน อ่านในแปลงไต้ต้นไม้ อ่านไปดูไป เชื่อเถอะ รุ่นเดียวรอบเดียว ก็เก่งได้

ในโลกนี้ อาชีพที่มนุษย์ทำมี 2 อย่าง คือทำ “ของกิน (เกษตรกรรม)” กับทำ “ของใช้ (อุตสาหกรรม)” ประเทศที่ทำของใช้ทำของกินไม่ได้ เพราะพื้นที่ทำของกินไม่ได้ แต่ประเทศที่ทำของกิน ทำของใช้ได้ ทำของกินได้ เพราะพื้นที่ไม่จำกัด ในเมื่อประเทศทำของใช้ต้องกินจึงต้องขายสิ่งที่ทำคือของใช้แล้วเอาเงินมาซื้อของกิน

สัจจะธรรมโลกในเมื่อประเทศไทยทำได้ทั้งของกิน/ของใช้จึงน่าจะทำทั้งเกษตรกรรมและอุตสาหกรรม นั่นคือ “เกษตรอุตสาหกรรม” โดยนำผลผลิตทางเกษตรกรรมมาแปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม ทำให้ครบวงจร ต้นน้ำ/กลางน้ำ/ปลายน้ำ ทำให้ได้ เกรด เอ. ปลอดสารเคมี/ฯลฯ


รวมผลงานวิจัยสารสมุนไพรฯ
สารสมุนไพรป้องกันกำจัด โรคพืช แมลงศัตรูพืช.... โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ http://www3.oae.go.th/rdpcc/images/filesdownload/km/Knowledge/productions/9.pdf

พืชสมุนไพรไล่แมลง แทนสารเคมีสังเคราะห์...อ.แสงเดือน อินชนบท สำนักฟาร์ม ม.แม่โจ้
https://www.technologychaoban.com/bullet-news-today/article_87501

การกำจัดศัตรูพืชด้วยสมนุไพร .... กรมพัฒนาที่ดิน กระทรวงเกษตรและสหกรณ์
http://www.ldd.go.th/menu_Dataonline/G1/G1_30.pdf

การใช้สมุนไพรป้องกันและกำจัดศัตรูพืช .... สำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 จ.เชียงใหม่
http://www.ndoae.doae.go.th/article2010/2011004.html

สมุนไพรไล่แมลง สูตรร้อนแรง ... อ.เกศศิรินทร์ แสงมณี สาขาวิชาเกษตรศาสตร์ ม.ราชภัฏพระนคร
https://www.baanlaesuan.com/150794/garden-farm/herbal-insect-repellent-2

ควบคุมศัตรูพืชด้วยสารธรรมชาติ .... กรมวิชาการเกษตร
http://www.doa.go.th/pibai/pibai/n9/v-8-sep/cheaksong.pdf

สมุนไพรไล่แมลงแทนสารเคมี (ตอน 2)...สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร ม.แม่โจ้
http://researchex.rae.mju.ac.th/agikl/index.php/knowledge/37-organic/165-

งานวิจัยฯ .... ม.เทคโนโลยีราชมงคลศรีวิชัย
http://rdi.rmutsv.ac.th/rmutsvrj/download/year6-issue1-2557/p_39.pdf

การใช้สมุนไพรป้องกันและกำจัดศัตรูพืช..... กรมวิชาการเกษตร http://www.pmc03.doae.go.th/webpage/research/researchsamunphai.pdf

สมุนไพร : เพลี้ยแป้งมันสำปะหลัง .... วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกำแพงเพชรhttp://www.kpcat.ac.th/BWLFSD/document/07102556.pdf

การศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัยจังหวัดเชียงใหม่ .... สมุนไพรกำจัดศัตรูพืช http://lpsci.nfe.go.th/lpsci/attachments/184_bb11.pdf

คลื่นวิทยุลดความชื้นในข้าวและกำจัดแมลง .... คณะเกษตรศาสตร์ ม.เชียงใหม่ https://www.voicetv.co.th/read/76546

นี่คือส่วนหนึ่งของตัวอย่าง หน่วยราชการ/นักวิชาการ/นักวิจัย ที่มี ข้อมูล/ประสบการณ์ตรง เรื่องสารสมุนไพร ป้องกัน/กำจัดศัตรูพืช ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า ส่วนราชการต้นสังกัดของ นักวิชาการ/นักวิจัย เหล่านี้ทำไมจึงไม่นำเสนอให้รัฐบาลได้รับรู้ กับให้สงสัยอย่างมากๆ (เน้นย้ำ...มากๆ) คือ ....

** เกษตรกร (ตัวจริง) ที่ใช้สารธรรมชาติ (สารสมุนไพร) แทนสารเคมีแล้วได้ผล ทำไมจึงไม่พูดเรื่องนี้...
** รายการ ทีวี. พบเกษตรกรใช้สารธรรมชาติกำจัดศัตรูพืช แล้วทำไมไม่ทำข่าวเจาะลึกเรื่องสารธรรมชาตินั้น ....

คนที่ อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย อาฟริกา ทั่วโลก รังเกียจสารเคมียาฆ่าแมลงกันทั้งนั้น ถ้าวันนี้มีอะไรที่ไม่เป็นพิษมาใช้แทนสารเคมียาฆ่าแมลงได้ เชื่อว่าผู้คนประเทศเหล่านี้ยินดีต้อนรับกันทั้งนั้น

ในโลกนี้โซนภูมิศาสตร์ที่มีการเจริญเติบโตของชีวภาพมากที่สุด คือ โซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และศูนย์กลาง คือ พม่า ไทย ลาว เขมร เวียด นาม มาเลเซีย สิงค์โปร์ อินโดเนเซีย และศูนย์ของศูนย์กลางจริงๆ คือ “ไทย THAILAND” นี่แหละ ....

วันนี้ หรืออนาคตอันใกล้ ถ้า พม่า ลาว เขมร เวียดนาม มาเลเซีย สิงค์โปร์ อินโดเนเซีย ประ เทศใดประเทศหนึ่ง ผลิตสารสมุนไพรเพื่อการเกษตร ครอบคลุมทั้งพืชและสัตว์ ทั้งสัตว์และสัตว์ป่า ทั้งผลผลิตสดและผลผลิตแปรรูป ออกขาย จำหน่ายทั่วโลกได้ รูปแบบการเกษตรจะเปลี่ยน ไปทางไหน ....

ในเมื่อพืชสมุนไพรไม่อาจปลูกได้ใน อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย อาฟริกา แต่เขาจำเป็นต้องใช้ หรือต้องบริโภคผลิตภัณฑ์จากการเกษตร เขาก็ต้อง WELCOME ต่อสารสมุนไพรแน่นอน

สังคมไทย รวมไปถึงสังคมโลกนนี้ ยาสมุนไพรสำหรับคน (เน้นย้ำ...คน) มาแรงมาก ๆๆ ๆๆ ทีวี.ทุกช่อง วิทยุทั้ง เอฟเอ็ม./เอเอ็ม. ทุกสถานี โฆษณาสมุนไพรสำหรับคนรุนแรงมาก ๆๆ ทุกตัวทุกผลิตภัณฑ์ได้ผลทั้งนั้น ....

จากสมุนไพรสำหรับคน หันมามอง สมุนไพรสำหรับพืช สมุนไพรสำหรับสัตว์เลี้ยง ยังไม่มีวี่แววแจ้งเกิด ทั้งๆที่ ประเทศไทย ประเทศเกษตร ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า นักนวตกรรมเกษตร นักภูมิปัญญาประดิษฐ์ ทำไมไม่สวมวิญญาณนักการตลาด ผลิตสารสมุนไพรสำหรับพืช สำหรับสัตว์เลี้ยง ออกมาขายบ้าง

175. ชาวนายุคใหม่ :
- เลิก....มุ่งแต่เอาปริมาณผลผลิตให้ได้มากๆ แต่ให้ระวังต้นทุน ลดต้นทุนให้ได้ทุกรูปแบบ
- เลิก....ทุ่มทุนซื้อทุกอย่าง แต่ให้ทำเองทั้งหมด หรือทำเองครึ่งหนึ่ง ซื้อครึ่งหนึ่ง
- เลิก....กะรวยคนเดียว แต่ให้กะรวยด้วยกันทั้งกลุ่ม ทั้งหมู่บ้าน
- เลิก....คิดคนเดียว ทำคนเดียว แต่จงระดมแลกเปลี่ยนความคิดซึ่งกันและกัน
- เลิก....ทำแบบเดิมๆ แต่จงเปลี่ยนมาทำตามแบบคนที่ประสบความสำเร็จ แล้วต่อยอด
- เลิก....ทำตามคนที่ล้มเหลว แต่จงเป็นตัวของตัวเอง ด้วยความมั่นใจ มีหลักวิชาการ
- เลิก....กลัวเสียเหลี่ยม เลิกมิจฉาทิฐิ แต่จงยอมรับความจริง แล้วแก้ไข ปรับเปลี่ยนประยุกต์
- เลิก....ปิดกั้นตัวเอง แต่จงเปิดโลก รับรู้ข้อมูลใหม่ๆ เสมอ
- เลิก....ตามใจคน แต่จงตามใจข้าว ข้าวต้องการอะไรให้อันนั้น ต้องการเท่าไหร่ให้เท่านั้น
- เลิก....ปล่อยวิถีชีวิตไปวันๆ แต่จงมุ่งรุ่นหน้าต้องดีกว่า ยิ่งทำยิ่งดีขึ้น ดีขึ้น และดีขึ้น
- เลิก....ทำตามประเพณี ทำตามกระแส แต่จง แม่นสูตร-แม่นหลักการ
- เลิก....เชื่อคนขายปุ๋ย-ขายยา แต่จงเชื่อซึ่งกันและกัน


ข่าว ทีวี. เวียดนามแบนสารเคมีไกรโฟเสต. กับข่าวผู้ใช้ไกรโฟเสต.แล้วได้รับอันตราย ฟ้องศาลอเมริกา เรียกค่าเสียหายกว่า 9,000 คดี ทั้ง 2 ข่าว ในข่าวไม่มีรายละเอียด.... เวียดนามเลิกใช้ไกรโฟเสต.แล้วใช้อะไรแทน กับคดีฟ้องร้องในศาลที่อเมริกามีความคืบหน้าไปถึงไหน....

กรณีประเทศไทยต่อสารเคมี ยาฆ่าหญ้า-ยาฆ่าแมลง ไม่ต้องแบน ไม่ต้องห้าม แต่มีข้อแม้ ไม่ส่งเสริม ห้ามโฆษณา เก็บภาษีนำเข้า เก็บภาษีการค้า (ภาษีบาป) เหมือนเหล้า-บุหรี่ .... พร้อมกันนั้น รัฐ ส่งเสริม/สนับสนุน ตั้ง ร.ง.ผลิต สารสมุนไพร-ไอพีเอ็ม. (เฉพาะ ร.ง.คนไทย) ตั้งมาแล้วไม่ต้องเก็บภาษีเพื่อให้ขายราคาถูกๆ ของคุณภาพดี ใช้ได้ผล ขายได้มากๆ ทั้งในประเทศและส่งออก รัฐให้เงินโบนัสอีก (เหมือนไต้หวันให้โบนัสเกษตรกรที่ส่งออกได้) กับทั้ง ส่งเสริม/สนับสนุน นักวิชาการสร้างผลงานวิจัย จดทะเบียนลิขสิทธิ์แล้วแถมเงินให้อีก เอาไปสร้างผลงานต่อ....

ว่ามั้ย อเมริกา-ยุโรป-ทั่วโลก สัญชาติญาณมนุษย์ รังเกียจ/กลัว สารเคมียาฆ่าแมลงกันทั้งนั้น วันนี้ถ้ามีอะไรที่ไม่เป็นอันตรายมาแทนสารเคมีได้ เขายินดีต้อนรับกันทั้งนั้นแหละ ....

ถ้าประเทศไทย ประเทศเกษตร ผลิตสารสมุนไพรเพื่อการเกษตรได้ ประเทศที่ผลิตไม่ได้ เพราะโซนภูมิศาสตร์ไม่อำนาย จะสั่งนำเข้าเอง

ส่วนลึกของใจ :
เจตนานำเสนอเรื่องสารสมุนไพร ป้องกัน/กำจัด ศัตรูพืช ทั้งๆที่กว่า 10 ปี ได้นำเสนอแล้ว ทั้งใน....
* หนังสือ (ร้อยสูตรสารสมุนไพร, สูตรฟันธง, หัวใจเกษตรไท 1,000 หน้า, หัวใจเกษตรไท มินิ 500 หน้า,)
* อินเตอร์เน็ต http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=14

* วิทยุ 20 (+) ปี
* สอนทำเองที่ไร่กล้อมแกล้ม
* ทำใช้-ทำขาย-ทำแจก ที่ไร่กล้อมแกล้ม

เพราะ พฤติกรรม-วัฒนธรรม-ประเพณี ของคนไทยไม่ชอบการอ่าน เปรียบเทียบจาก คนไทยประชากร 70 ล้านคน เฉพาะเกษตรกร 22 ล้านคน พิมพ์หนังสือทุกปกรวมทั้งหมดไม่ถึง 1 แสนเล่ม ทั้งๆที่จิตวิทยาการอ่าน ผู้อ่านสามารถ ซึมซับ-รับรู้ ได้มากกว่าการ ดู-ฟัง ถึง 100-1,000 เท่า และนี่คือ คำตอบ ทำไมภาคเกษตรไทยจึงมีหนี้มาก....

ญี่ปุ่น อังกฤษ พิมพ์หนังสือครั้งละ ล้าน-หลายล้านเล่ม/ครั้ง ในขณะที่หนังสือไทยพิมพ์ละครั้ง หมื่นเล่ม-น้อยกว่าหมื่นเล่ม/ครั้ง นี่ต่างกันนับ 100 เท่า ....


สมุนไพรสูตรยาน็อค ส่วนผสมประกอบด้วย....
* สะเดา. สาบเสือ. ผกากรอง. กลอย. ซาก. น้อยหน่า. ส้มเช้า. หนอนตายหยาก. หางไหล. ว่านน้ำ. สบู่ต้น. สบู่ดำ. มันแกว. ..... มีฤทธิ์ ฆ่าหนอน ฆ่าแมลงปากกัดปากดูด ทำให้ไข่แมลงฝ่อฟักออกเป็นตัวหนอนไม่ได้ หนอนไม่ลอกคราบ

*** ขิง. ข่า. ตะไคร้. .... มีฤทธิ์ ไล่แมลงแม่ผีเสื้อ
*** มังคุด. พริก. ขมิ้น. กระชาย. ดีปลี. .... มีฤทธิ์ กำจัดเชื้อรา แบคทีเรีย
*** สังเกต : ที่นี่ไม่ใส่กากน้ำตาล ไม่ใส่จุลินทรีย์ เพราะนี่คือทำยา ไม่ใช่ทำปุ๋ย .... ข้อมูลได้ มาจาก ร.พ.อภัยภูเบศร์, องค์การเภสัชกรรม ให้ทำยาสำหรับคน เอามาปรับใช้เป็นยาสำหรับพืช

สูตรนี้คือ “สูตรรวมมิตร” ใช้ทั้ง “ป้องกันและกำจัด” ต่อศัตรูพืช “หนอน แมลง โรค” ทั้ง 3 กลุ่มในเวลาเดียวกัน

- จากสูตรรวมมิตร “ต่อยอด-ขยายผล” เป็น “สูตรเฉพาะ” สำหรับ “ป้องกันและกำจัด” ศัตรูพืชเฉพาะตัวเฉพาะอย่าง โดย เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก” สมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ต่อศัตรูพืชตัวนั้นๆ เช่น
*** สูตรยาน็อคเดิม +เพิ่ม กลอย หางไหล หนอนตายหยาก ฯลฯ อย่างใดอย่างหนึ่ง หลายอย่างดีกว่าอย่างเดียว เพื่อ “กำจัด” หนอนโดยเฉพาะ....

*** สูตรยาน็อคเดิม +เพิ่ม ตะไคร้ ขิง ข่า ฯลฯ อย่างใดอย่างหนึ่ง หลายอย่างดีกว่าอย่างเดียว เพื่อ “ไล่” แมลงโดยเฉพาะ....

*** สูตรยาน็อคเดิม +เพิ่ม พริก ขมิ้น กระชาย ฯลฯ อย่างใดอย่างหนึ่ง หลายอย่างดีกว่าอย่างเดียว เพื่อ “กำจัด” โรค (รา แบคทีเรีย) โดยเฉพาะ....

ตอบ :
รอบรู้เรื่องแมลง :

แมลงปากกัด หมายถึง แมลงที่ทำลายส่วนต่างๆของพืชโดยการกัดแล้วกินส่วนนั้นของพืชโดยตรง
แมลงปากดูด หมายถึง แมลงที่ทำลายส่วนต่างๆของพืชโดยการใช้กาดกัดก่อนแล้วจึงดูดกินน้ำเลี้ยงจากพืชนั้น

แมลงกลางวัน หมายถึง แมลงที่ออกหากินช่วงตอนกลางวัน เข้าหาพืชเป้าหมายโดยใช้สายตาในการเดินทาง นอกจากเข้าทำลายพืชโดยตรงแล้ว ยังอาศัยวางไข่อีกด้วย

แมลงกลางคืน หมายถึง แมลงที่ออกหากินตอนกลางคืน ช่วงหัวค่ำ 19.00-21.00 น. และช่วงก่อนสว่าง 05.00-06.00 น. เดินทางเข้าหาพืชเป้า หมายโดยการใช้ประสาทสัมผัสกลิ่น ส่วนใหญ่ไม่ได้เข้าทำลายพืชโดยตรงแต่จะอาศัยวางไข่เท่านั้น มีเพียงส่วนน้อยที่เข้าทำลายพืชโดยการกัดกินโดยตรง

แมลงขยายพันธุ์โดยการออกไข่ จากนั้นไข่จะฟักออกเป็นตัวหนอน และหนอนคือตัวทำลายพืชโดย ตรง จากนั้นหนอนจะเจริญเติบโตกลายเป็นแมลงต่อไป

แมลงไม่ชอบวางไข่บนส่วนของพืชที่ชื้น เปียกแฉะ เพราะรู้ว่าความเปียกชื้นหรือแฉะนั้น นอกจากจะทำให้ไข่ฝ่อฟักไม่ออกแล้วยังเกาะส่วนของพืชไม่ติดอีกด้วย

แมลงไม่ชอบวางไข่ในบริเวณที่แสงแดดส่องถึงเพราะรู้ว่า ถ้าวางไข่ไว้ในที่โล่งแจ้ง แสงแดดส่องถึงจะทำให้ไข่ฝ่อไม่อาจฟักออกเป็นตัวหนอนได้ จึงเลือกวางไข่บริเวณใต้ใบพืช ซอกเปลือก เศษซากพืชคลุมโคนต้น หรือไต้พื้นดินโคนต้น

แมลงกลางวันเดินทางด้วยการมองเห็น แก้วตาของแมลงมีเลนส์ 200,000 ช่อง ลูกนัยน์ตาของแมลงจึงไม่กลิ้งไปมาได้เหมือนนัยตาคนหรือสัตว์อื่นๆ ถ้าส่วนของพืชเป้าหมายของแมลงกลางวันเปียกน้ำหรือมีสารคล้ายน้ำมันสะท้อนแสงได้เคลือบทับอยู่จะทำให้ภาพการมองเห็นของแมลงผิดเพี้ยนไปจากความเป็นจริง แมลงก็จะไม่เข้าหาพืชเป้าหมายนั้น

แมลงกลางคืนเดินทางด้วยประสาทสัมผัสกลิ่นหรือดมกลิ่น ทั้งนี้ประสาทสัมผัสกลิ่นของแมลงสูงกว่าคน 600,000 เท่า (สารคดีดิสคัพเวอรี่) ถ้ากลิ่นพืชเป้าหมายผิดเพี้ยนหรือเปลี่ยนไปจากความเป็นจริงเนื่องจากมีกลิ่นพืชอื่นเคลือบอยู่ แมลงจะเข้าใจผิดไม่เข้าหาพืชเป้าหมายนั้น

แมลงกลางวันชอบเข้าหาวัสดุที่มีสีเหลือง และสีฟ้า ส่วนแมลงกลาง คืนชอบเข้าหาแสงสีม่วงและแสงสีขาว แต่ไม่ชอบเข้าหาแสงสีเหลืองหรือแสงสีส้ม

แมลงบินตลอดเวลา ประสาทความรู้สึกเร็วมาก เมื่อรู้ว่าจะมีอันตรายเป็นต้องบินหนีทันที จากลักษณะทางธรรมชาติแบบนี้ทำให้ไม่สามารถกำ จัดแมลงด้วยวิธีการ “ฉีดพ่น” ใดๆได้ทั้งสิ้น ในความเป็นจริงนั้น แมลงใดๆ ที่ปีกเปียกไม่สามารถขึ้นบินได้ นั่นหมายความว่า แม้แต่น้ำเปล่าก็สามารถกำจัดแมลงได้ แต่มีข้อแม้ว่าต้องฉีดพ่นให้ปีกเปียกให้ได้

- แมลงมีช่วงหรือฤดูกาลแพร่ระบาด นั่นคือ สภาพแวดล้อมที่เกี่ยวกับสภาพอากาศ (อุณหภูมิ/ความชื้น) มีผลอย่างมากต่อวงจรชีวิตแมลง (เกิด-กิน-แก่- เจ็บ-ตาย-ขยายพันธุ์) การรู้ล่วงหน้าถึงฤดูกาลแพร่ระบาดแล้วใช้มาตรการ “ป้องกัน” หรือ “ขับไล่” จึงเป็นแนวทางที่ดีที่สุดเพื่อเอาชนะแมลง

แมลงบางอย่างมีปีกแต่ไม่สามารถใช้บินเป็นระยะทางไกลๆได้ แมลงประเภทนี้จะพึ่งพาสายลมช่วยพัดไป หรือมีสัตว์อย่างอื่นเป็นพาหะเพื่อการเดินทาง

แมลงหายใจทางรูขุมขน หรือ ต่อมบนผิวหนัง แมลงตัวเล็กๆ หรือเล็กมากๆ เมื่อถูกสารประเภทน้ำมันเคลือบบนลำตัว จะทำให้หายใจไม่ออกแล้วตายได้ ส่วนแมลงขนาดใหญ่ เมื่อได้สัมผัสกับกลิ่นที่เป็นสารออกฤทธิ์ สำ หรับแมลงก็ทำให้แมลงตายได้เหมือนกัน

เทคนิคเอาชนะแมลงที่ดีที่สุด คือ “ไล่” ด้วยกลยุทธ “กันก่อนแก้” เท่านั้น

รอบรู้เรื่องหนอน :
หนอนเกิดจากไข่ของแม่ผีเสื้อกลางคืน (มาหัวค่ำหรือก่อนสว่าง) ถ้าขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้าวางไข่ได้หรือทำให้ไข่ของแม่ผีเสื้อฝ่อจนฟักไม่ออก ก็ถือเป็นการกำจัดหนอนได้อีกทางหนึ่ง

หนอนไม่ชอบแสงแดดหรือแสงสว่าง จึงออกหากินตอนกลางคืน ส่วนตอนกลางวันจะหลบซ่อนอยู่ตามซอกหลืบหรือใต้ใบพืช หรือเข้าไปอยู่ภายในส่วนของพืชโดยการเจาะเข้าไป

อายุหนอนเริ่มตั้งแต่ออกจากไข่ถึงเข้าดักแด้ 10-15 วัน แบ่งออกเป็น 5 วัย จากวัยหนึ่งไปสู่วัยหนึ่งต้องลอกคราบ 1 ครั้งเสมอ ถ้าไม่ได้ลอกคราบหรือลอกคราบไม่ออก หนอนตัวนั้นจะตายในคราบ

หนอนที่ขนาดลำตัวโตเท่าก้านไม้ขีด ลำตัวด้านข้างมีลายตามยาวจากหัวถึงหาง และที่ลำตัวด้านบนมีขนขึ้น เป็นหนอนที่มีความทนทานต่อสาร เคมีอย่างมาก เรียกว่า “ดื้อยา” ซึ่งจะไม่มีสารเคมีใดที่ใช้ตามอัตราปกติทำร้ายมันจนตายได้

หนอนทุกชนิดแม้จะดื้อยา (สารเคมี) แต่จะไม่มีความสามารถดื้อต่อเชื้อโรค (ยาเชื้อ) เช่น บีที.-บีเอส.-เอ็นพีวี.-ไส้เดือนฝอย.-โบวาเลีย. ได้เลย

สาร “ท็อกซิก” ที่เกิดจากจุลินทรีย์กลุ่มบาซิลลัส.ประเภทไม่ต้องการอากาศ ก้นถังหมักน้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง หมักนานข้ามปีถึงหลายๆปี เป็นพิษต่อหนอน สามารถทำให้หนอนหยุดกินอาหาร (ทำลายพืช) และลอกคราบไม่ออก ไม่เข้าดักแด้ ทำให้หนอนตายได้

สารออกฤทธิ์ในพืชสมุนไพรหลายชนิด มีพิษต่อหนอนโดยทำให้หนอนไม่กินอาหาร ไม่ลอกคราบ ไม่เข้าดักแด้ จึงทำให้หนอนตายได้

ต้นไม้ผลที่ทรงพุ่มโปร่ง แสงแดดส่องผ่านจากยอดลงถึงพื้นดินโคนต้นได้ แสงแดดร้อนทำให้หนอนอยู่ไม่ได้ จนกระทั่งตายไปเอง

หนอนเลือกกินพืชแต่ละชนิดถือเป็นสัญชาติญาณของสิ่งมีชีวิตตามธรรมชาติ การเคลือบส่วนของพืชที่หนอนชอบกินด้วยรสของพืชอื่นที่หนอนไม่กิน จะทำให้หนอนไม่ได้กินอาหาร ไม่นานหนอนก็ตายได้เช่นกัน

หนอนเป็นสัตว์เหมือนกับกับสิ่งมีชีวิตอื่นๆในโลกย่อมต้องการสภาพ แวดล้อมที่เหมาะสมเพื่อการดำรงชีวิต มาตรการทำให้สภาพแวดล้อมไม่เหมาะสมเปลี่ยนแปลง จนเป็นสภาพแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม หนอนก็อยู่ไม่ได้หรือตายไปในที่สุด

หนอนที่เจาะส่วนของพืชแล้วเข้าไปแฝงตัวอยู่ในซึ่งเป็นแหล่งอาหาร เช่น หนอนเจาะยอด หนอนเจาะดอก หนอนเจาะผล หนอนเจาะต้น ฯลฯ แม้สรีระของหนอนจะไม่แข็งแรงนัก แต่ก็ยากที่จะทำอันตรายต่อตัวหนอนนั้นได้โดยง่าย เปรียบเสมือนมีแหล่งกำบังอย่างแข็งแรง มาตรการกำจัดจึงไม่อาจนำมาใช้ได้ จำเป็นต้องใช้มาตรการอื่นแทน เช่น ป้องกันแม่ผีเสื้อเข้าวาง ไข่ กำจัดไข่แม่ผีเสือให้ไม่สามารถฟักออกเป็นตัวหนอนได้ หรือห่อผลเท่านั้น

หนอนกออ้อย เกิดและแพร่ระบาดได้ดีเมื่อมีการใช้ปุ๋ยเคมีมากๆ ...(นักวิชาการนิคารากัว)
หนอนและแมลง รู้และชอบที่จะเข้าทำลายพืชที่อ่อนแอมากกว่าพืชที่สมบูรณ์แข็งแรง และเชื้อโรค สามารถแพร่ระบาดในพืชที่ไม่สมบูรณ์หรืออ่อนแอได้ดีและเร็วกว่าในพืชที่สมบูรณ์แข็งแรง...(สารคดีดิสคัพเวอรี่)

รอบรู้เรื่องโรค :
เชื้อโรคพืชในดินสามารถเกิดขึ้นได้เองตามธรรมชาติเมื่อสภาพ แวด ล้อม (ดิน-น้ำ) มีความเป็นกรดจัดหรือด่างจัด และเชื้อโรคในดินจะดำรงชีวิตอยู่ไม่ได้เลยหรือตายไปเองเมื่อสภาพแวดล้อม (ดิน-น้ำ) เป็นกลาง

การใส่สารเคมีกำจัดเชื้อโรคลงไปในดิน เมื่อใส่ลงไปเชื้อโรคในดินก็ตายได้ในทันที ครั้นสารเคมีนั้นหมดฤทธิ์ เชื้อโรคชุดใหม่ก็จะเกิดขึ้นมา"ดินยังเป็นกรดจัดหรือด่างจัด" แทน "เกิดใหม่ใส่อีก-เกิดอีกก็ใส่ใหม่" เป็นอย่างนี้ไปเรื่อยๆ เรียกว่า ใส่ทีก็ตายที ตายแล้วก็เกิดใหม่ขึ้นมาแทน สาเหตุที่เชื้อชุดใหม่เกิดขึ้นมาแทนได้ทุกครั้งก็เพราะ อยู่นั่นเอง ในเมื่อสารเคมีที่ใส่ลงไปในดินส่วนใหญ่หรือเกือบทุกตัวมีสถานะเป็นกรดจัด มีเพียงบางตัวหรือส่วนน้อยเท่าที่นั้นที่เป็นด่างจัด เมื่อใส่สารที่เป็นกรดจัดลงไป จากดินที่เป็นกรดอยู่ก่อนแล้วจึงเท่ากับเพิ่มความเป็นกรดให้กับดินหนักขึ้นไปอีก หรือดินที่เคยเป็นด่างอยู่แล้ว เมื่อใส่สารที่เป็นด่างเพิ่มลงไป จึงกลายเป็นเพิ่มความเป็นด่างของดินให้หนักยิ่งขึ้น .... ปุ๋ยเคมีประเภทให้ทางราก ทุกตัวทุกสูตรมีสถานะเป็นกรด การใส่ปุ๋ยเคมีลงไปมากๆ บ่อยๆ ย่อมเกิดการสะสมอยู่ในเนื้อดินเนื่องจากพืชนำไปใช้ไม่หมด เมื่อดินเป็นกรดจัดจึงเกิดเชื้อโรคในดินเป็นธรรมดา

เชื้อโรคในดินเข้าสู่ลำต้นแล้ว ส่งผลให้เกิดอาการยางไหล เถาแตก ใบเหี่ยว ยอดกุด ต้นโทรม แคระแกร็น ดอกผลไม่สมบูรณ์

เชื้อโรคที่เข้าทำลายส่วนต่างๆของพืชที่อยู่เหนือดินนั้น เป็นเชื้อโรคที่เกิดจากดินทั้งสิ้น จากเชื้อในดินเมื่อเกิดขึ้นแล้วจะเจริญพัฒนาแตกตัวเป็นสปอร์ล่องลอยไปตามอากาศ เมื่อเกาะยึดส่วนของพืชได้ก็จะซึมแทรกเข้าสู่เนื้อพืชนั้น .... เชื้อบางตัวอาศัยอยู่กับหยดน้ำฝน (เรียกว่า ราน้ำฝนหรือแอ็นแทร็คโนส) หรือหยดน้ำค้าง (เรียกว่า ราน้ำค้าง) ซึ่งทั้งน้ำค้างและน้ำฝนต่างก็มีสถานะเป็นกรดอ่อนๆ เมื่อหยดน้ำฝนหรือหยาดน้ำค้างแห้ง เชื้อโรคเหล่า นั้นก็จะซึมแทรกเข้าสู่ภายในสรีระของพืชต่อไป

เชื้อโรคพืชมี 3 กลุ่มใหญ่ๆ ประกอบด้วย "รา - แบคทีเรีย - ไวรัส" เป็นหลัก
ลักษณะหรืออาการพืชที่ถูก "เชื้อรา" ทำลาย บริเวณกลางแผลจะแห้ง ไม่มีกลิ่น ขอบแผลฉ่ำเล็กน้อย แผลจะลุกลามขยายจากเดิมจนมีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับเกิดแผลใหม่ทั้งบริเวณใกล้เคียงและห่างออกไป .... เชื้อตัวนี้มักเกิดเองจากดินที่มีสภาพแวดล้อมเหมาะสม

ลักษณะหรืออาการพืชที่ถูก "เชื้อแบคทีเรีย" เข้าทำลาย บริเวณกลางแผลจะเปียกฉ่ำเละและมีกลิ่นเหม็น แผลจะลุกลามขยายจากแผลเดิมจนมีขนาดใหญ่ขึ้น พร้อมกับเกิดแผลใหม่ทั้งบริเวณใกล้เคียงและห่างออกไป ..... เชื้อตัวนี้มักเกิดเองจากดินที่สถภาพแวดล้อมเหมาะสม

ลักษณะหรืออาการพืชที่ถูก "เชื้อไวรัส" เข้าทำลาย บริเวณถูกทำลายจะลายด่าง ขาวซีด เป็นทางยาวตามความยาวของส่วนของพืช หรือไม่มีรูป ทรงที่แน่นอน ขึ้นอยู่กับลักษณะของพืชส่วนที่เชื้อเข้าทำลาย.....เชื้อตัวนี้ส่วนหนึ่งเกิดจากพันธุ์กรรม กับบางส่วนมีแมลงเป็นพาหะ

เชื้อโรคพืชมักเข้าทำลายแล้วขยายเผ่าพันธุ์ตามส่วนของพืชที่เป็นร่มเงา มีความชื้นสูง และเชื้อมักไม่ชอบแสงแดดหรือบริเวณที่มีอุณหภูมิสูง .... เชื้อตัวนี้มักไม่เกิดจากดิน

เชื้อโรคพืชหลายตัวที่ยังไม่มีแม้สารเคมีชนิดใดกำจัดได้ เช่น โรคตายพรายกล้วย. โรคใบแก้วส้ม. โรคยางไหล. โรคใบด่างมะละกอ. โรคใบขาวอ้อย. โรคใบขาวข้าว. โรคกระเจี๊ยบใบด่าง. โรคเถาแตก. ฯลฯ เชื้อโรคเหล่า นี้มิได้เกิดเฉพาะในพืชที่กล่าวถึงเท่านั้น หากยังสามารถเกิดกับพืชอื่นๆ ได้อีกด้วย

โรคไม่มีเชื้อ หมายถึง พืชมีลักษณะอาการเหมือนเป็นโรคที่เกิดจาก รา-แบคทีเรีย-ไวรัส แต่ในความเป็นจริงนั้นเกิดจากการ "ขาดสารอาหาร" ซึ่งการแก้ไขย่อมแตกต่างจากโรคที่มีเชื้ออย่างแน่นอน

ทั้งโรคมีเชื้อและไม่มีเชื้อจะไม่สามารถทำลายพืชได้ หรือทำลายได้แต่เพียงเล็กน้อย ไม่ถึงระดับ "สูญเสียทางเศรษฐกิจ" หากพืชมีสมบูรณ์แข็งแรงแล้วเกิดเป็นภูมิต้านทานสู้กับเชื้อโรคเหล่านั้นได้

รอบรู้เรื่องโลก :
ใช้สารเคมีโดยไม่รู้ประสิทธิภาพ หรือสรรพคุณที่แท้จริงของสารเคมีตัวนั้น
ใช้สารเคมีโดยไม่เข้าใจ "ชื่อสามัญ" สนใจแต่ชื่อ "การค้า"
ใช้สารเคมีครั้งละหลายๆตัวผสมกัน โดยไม่รู้ว่านอกจากทำให้สิ้น เปลืองแล้วยังทำให้ประสิทธิภาพเสื่อมอีกด้วย

ไม่มีความรู้ทางวิชาการที่บริสุทธิ์ในการบริหารจัดการศัตรูพืช หรือมีความรู้แค่โฆษณา
หลงช่วยเชียร์ให้สารเคมี โดยว่า "ยาแพงเพราะเป็นยาดี"
5. ใจร้อน ทุกอย่างต้องแรงอย่าง "ยาน็อค" จึงจะถือว่าได้ผล
7. ในฉลากข้างขวดกำหนดให้ใช้ 7 วัน/ครั้ง แต่ใช้จริง "ใช้ทุกวัน"
8. ปิดตัวเอง
9. มิจฉาทิฐิ

-----------------------------------------------------------------------------------------


.


กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©