-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 27 ก.พ. *มะนาว ระยะชิดพิเศษ ติดผลปีละหลายรุ่น
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 24 ก.พ. * ปลูกข้าว ตามใจข้าว ไม่ตามใจคน
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 24 ก.พ. * ปลูกข้าว ตามใจข้าว ไม่ตามใจคน

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11564

ตอบตอบ: 23/02/2023 4:22 pm    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 24 ก.พ. * ปลูกข้าว ตามใจข้าว ไม่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตร 24 ก.พ.

***********************************************************************
สวัสดีครับ ท่านผู้ฟัง ที่เคารพ
กองทัพบก เพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม
ผลิตรายการโดย กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

จุดยืนรายการ ....
* เกษตรแบบ อินทรีย์นำ - เคมีเสริม - ตามความเหมาะสม “.. ? ..”
* ปัจจัยพื้นฐาน ดิน - น้ำ - แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล - สารอาหาร - สายพันธุ์ - โรค
* หัวใจเกษตร ปุ๋ย-ยา-ไฟฟ้า-เวลา-ค่าแรง-ค่าที่-อารมย์-เทคนิค-เทคโนฯ-โอกาส-ตลาด-ต้นทุน
* พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ
เช่นเคย รายการเรา....
*** 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว-สายตรง ที่ (081) 913-4986, ....
*** FB วีระ ใจหนักแน่น, ....
*** อินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิม ดอทคอม .... เว้บนี้ ถาม 1 บรรทัด ตอบ 1 หน้า
ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU ....

รายการวิทยุ :
*** AM 594 ปตอ. เวลา 0815-0900 จันทร์-ศุกร์ คลื่นนี้ครอบคลุมพื้นที่ 40+ จังหวัด ***

งานสัญจรปกติตามวงรอบ :
* วันเสาร์ของสัปดาห์แรกของเดือน ....... ไปที่วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สองของเดือน ..... ไปที่วัดอัมพวัน (หลวงพ่อโหน่ง) สองพี่น้อง สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สามของเดือน ..... ไปวัดท่าตำหนัก เพชรเกษม แยกนครชัยศรี นครปฐม,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สี่ของเดือน ........ ไปวัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปา ถ.วงแหวนตะวันตก
* เดือนที่มี 5 เสาร์ เสาร์ที่ 5 ของเดือน ... ไปวัดทุ่งสะเดา แปลงยาว ฉะเชิงเทรา
** ถึงจุดนี้ เกษตรกรอยากให้งานสัญจรไปลง ที่ไหนก็ได้ ติดต่อมา พูดคุยกันในรายละเอียด

*** วันจันทร์ ทุกวันจันทร์ เฉพาะวันจันทร์ สมช.สีสันชีวิตไทย “คุณล่า” (081) 944-8494 ไปที่ตลาดนัด
วัดอมรญาติ ดำเนินสะดวก ราชบุรี พร้อมกับ ระเบิดเถิดเทิง. ไบโออิ. ไทเป. ยูเรก้า. ยาน็อค. กับหนังสือหัวใจเกษตรไทย มินิ ไปจำหน่าย....
*** ด้วยประสบการณ์ร่วม 20 ปี พบเห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวมามากมาย ใครสนใจใคร่รู้ก็ไปคุยกัน แล้วจะรู้ว่า อ้อออ เป็นอย่างนี้นี่เอง....

*** งานสีสันสัญจรวันเสาร์ เสาร์นี้วันที่ 25 ก.พ. ลุงคิม กับ อ.ณัฐ (086) 983-1966 สมุนไพรสำหรับคน ไปวัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปามหาสวัสดิ์ ถ.วงแหวนตะวันตก กาญจนาภิเษก ....
*** งานนี้ ซื้อหนังสือหัวใจเกษตรไท มินิ 1 เล่ม แถม หนังสือไม้ผลแนวหน้า 1 เล่ม........ใครไม่ซื้อ ไม่ซื้อแต่แจก แจกหนังสือไม้ผลแนวหน้า คนละ 1 เล่ม


***********************************************************************

***********************************************************************

จาก : 08 516x 732x
ข้อความ : ยาฆ่าหญ้าเอาหญ้าไม่อยู่ วันนี้หญ้าแย่งอาหารข้าว ทำไงดีครับ

จาก : 09 183x 250x
ข้อความ : ขอนาข้าว ปลูกข้าวตามใจข้าว ไม่ตามใจคน คนขายปุย คนขายยา

จาก : 08 518x 941x
ข้อความ : นาแบบเดิมไม่ขาดทุนกำไรก็ขาดทุนจริง อยากทำนาแบบใหม่แบบลุงครับ

จาก : 09 519x 438x
ข้อความ : ต้นทุนค่าปุ๋ย ปุ๋ยลุงซื้อถูกกว่าทำเอง จริงค่ะ เคยทำเองแล้ว


MOTIVATION แรงบันดาลใจ :

"ทำนาข้าวให้รวย"

คุณสุรพร ศรีพลอย
ในอดีตเมื่อนานมาแล้วถ้าใครมีที่นาและทำนามากนั้นถือได้ว่าเป็นผู้ที่มีอันจะกินมีชีวิตที่มั่นคง แต่เมื่อเวลาผ่านมาในปัจจุบัน ชาวนาหรืออาชีพทำนามักจะถูกมองว่าเป็นอาชีพที่ต่ำต้อยและยากจน มันก็อาจจะจริงอย่างที่คิด เพราะในปัจจุบันทั้งเศรษฐกิจและเทคโนโลยีกับค่าครองชีพนั้นต่างจากอดีต ชาวนาในสมัยก่อนก็ปรับตัวตามไม่ทัน แต่คุณสุรพร ศรีพลอย เกษตรกรหนุ่มรุ่นใหม่จะมาพิสูจน์ให้เป็นว่าการเลือกอาชีพทำนาในปัจจุบันนั้นถ้ามีวิธีการจัดการที่ดีก็สามารถทำให้เป็นชาวนาที่ร่ำรวยได้เหมือนกัน

คุณสุรพร ศรีพลอย จบปริญญาตรีบริหารธุรกิจ จากราชภัฎพระนคร ก่อนหน้าที่จะได้มาทำนาข้าวนั้น คุณสุรพรได้ทำงานให้กับโรงงานมาตลอด ราวๆ 5-6 ปี ซึ่งตอนที่ทำงานให้กับโรงงานนั้นก็ไม่ได้มีปัญหาอะไร ก็ทำงานปกติและมีช่วยที่บ้านทำนาบ้างตามเวลาที่ว่างจากงานหลัก “เงินเดือนจากโรงงานที่ทำอยู่ตอนนั้นล่าสุดก็ 12,000 บาท ถ้าพูดว่าพอกินพอใช้มันก็พอนะ แต่มันไม่พอเก็บ ก็รู้สึกว่าเหมือนชีวิตมันไปเรื่อยๆ ตอนที่ทำงานโรงงาน เมื่อมีเวลาก็มาช่วยที่บ้านทำนาด้วย ก็ได้เรียนรู้การทำนามาตลอด แล้วสาเหตุหลักที่ออกจากงานมาทำนาจริงๆก็คือ แม่เริ่มแก่แล้ว แล้วแม่ก็อยู่คนเดียว เราเลยตัดสินใจว่าจะออกมาทำนาเอง อยากดูแลแม่ด้วย”

ถือได้ว่าจุดเริ่มต้นในการหันมาทำนาข้าวอย่างจริงจังของคุณสุรพรมาจากความเป็นห่วงและความกตัญญู ซึ่งสิ่งนี้แหละที่เป็นหลักยึดให้คนเรามีจุดยืนและเป้าหมายในชีวิตมากขึ้น

“ก็อยู่กับการทำนามาตั้งแต่สมัยเรียน ช่วงหยุดเสาร์อาทิตก็ช่วยแม่ทำนามาตลอดเลยเกิดความผูกพัน ตอนนี้นาที่บ้านเท่าที่เห็นนี่ก็มี 70 ไร่ แล้วก็ยังมีอีก 40 ไร่ อยู่อีกฟากนึงครับ”

คุณสุรพรบอกถึงความแตกต่างจากงานที่เคยทำประจำ มาสู่การทำนาข้าว ว่าจริงๆแล้วตอนที่ออกมาทำนาใหม่ๆนั้นคุณสุรพรก็ไม่ได้ปรับตัวอะไรมาก เพราะเดิมก็ช่วยแม่ทำมาตลอดอยู่แล้ว แต่จะต่างกันหรือต้องปรับตัวก็ในเรื่องของค่าใช้จ่าย รายได้และรายรับ

“ตอนที่ทำงานมีเงินเดือน เราก็จะมีรายได้ที่จำกัดตายตัว ส่วนการทำนารายได้ก็จะขึ้นอยู่กับตัวเรา อยู่กับวิธีการที่เราจะจัดการกับนาข้าวของเรา เรื่องค่าใช้จ่ายก็จะมีการแบ่งแยกเงินไว้อย่างเป็นสัดส่วนชัดเจน ว่าส่วนไหนไว้ใช้ในครอบครัว ส่วนไหนเก็บไว้เป็นทุนทำนา”

เรียกได้ว่าคุณสุรพรมีการวางแผนใช้จ่ายในชีวิตมากขึ้น เพราะการจัดการบริหารที่นาที่มีอยู่ร้อยกว่าไร่นั้นไม่ใช่เรื่องง่ายกับการลงทุนทำนาทั้งหมดร้อยกว่าไร่ก็จะใช้เงินประมาณ 4 แสนบาท รวมค่าบริหารจัดการทั้งหมดเลยครับ

แม้จะฟังดูตัวเงินการลงทุนนั้นมากเป็นหลักแสน แต่รายรับที่ได้กลับมาจากการลงทุนทำนานั้นก็ไม่ใช่น้อยเช่นกันถ้าเทียบกับเวลาที่เสียไป กำไรหักค้าใช้จ่าย (ต้นทุน 4 แสน) ทั้งหมดแล้ว ต่อ1ฤดูการก็จะได้กำไรอยู่ที่ 4 แสนบาทครับ หนึ่งฤดูการทำนา 4 เดือน กำไรก็ตกถึงเดือนละแสนครับ เวลาหลังจากสี่เดือนก็ทำอย่างอื่นหารายได้ต่อ

คุณสุรพรยังเสริมอีกว่า ถ้าฟังจาสกข่าวหรือที่พูดกันมักจะบอกว่าทำนาแล้วจนนั้นไม่จริง เคล็ดลับทำนาแล้วให้รวยอยู่ที่การบริหารจัดการที่ดีต่างหาก

“ใช่ครับ การบริหาร การวางแผน การหาความรู้เพิ่มคือสิ่งสำคัญ เสียดายที่ชาวนาที่เป็นคนเก่าแก่เค้าก็จะใช้วิถีตามที่เคยทำมาแต่เก่าก่อน จนลืมไปว่าสมัยนี้ต้องรู้จักประยุคควบคู่ไปกับการจัดการที่ดี”

สิ่งที่คุณสุรพรกำลังสื่อก็คือ การทำเกษตรแบบสมัยใหม่ ซึ่งมีวิธีการเรียนรู้และการจัดการที่ควบคู่กันไปด้วย โดยจะช่วยให้ชาวนาลดต้นทุนได้และช่วยเพิ่มกำไรไปอีกทาง

“ถามถึงความสุขในการทำนา คือเราได้เป็นนายตัวเอง จะมีช่วงเหนื่อยหน่อยก็แค่ตอนเริ่มกับตอนเก็บเกี่ยว ซึ่งหลังจากช่วงแรกก็แค่ดูแลเรื่องน้ำเรื่องปุ๋ยอย่างเดียว ส่วนช่วงว่างจากการทำนาเราก็ได้ทำอาชีพเสริม ซึ่งยึดหลักตามแนวทางพอเพียง เลี้ยงกบ เลี้ยงปลาไปพอมีรายได้ และที่สำคัญที่สุดสำหรับผมความสุขจริงๆคือการได้อยู่ใกล้และได้ดูแลแม่ ครับ”


ช่องทางการตลาด : ในเรื่องของการตลาดการขายข้าวนั้นคุณสุรพรยึดหลักง่ายๆทั่วไป ไม่ได้ยุ่งยากต้องขายผ่านเว็บผ่านเน็ตอย่างเกษตรกรคนอื่นๆ

“ก็ยึดหลักแบบไม่คิดมาก ไม่ยุ่งยากไม่ปวดหัวครับ คือก็ขายตามปกติ ของผมนี่ก็อย่างที่เห็นปลูกร้อยกว่าไร่ ก็ไปขายที่โรงสี แล้วก็จะมีลูกค้าที่มาผูกติดขอซื้อถึงที่นาเลยก็มีครับ แล้วก็เหลือไว้ขายเอง ส่งขายตามร้านค้าบ้าง แค่นี้ก็พอเพียงแล้วครับ”

ก็ถือว่าแนวทางของคุณสุรพรนั้นเป็นหลักการขายที่เป็นพื้นฐานเบสิค แต่มีความแข็งแรงในเรื่องของการตลาดที่ไม่ซับซ้อนซ่อนอยู่ ซึ่งหลักการง่ายอย่างนี้ทำให้คุณสุรพรไม่เครียดและมีความสุขในการทำนาข้าวเป็นอาชีพหลัก


ข้อเสนอแนะจากเกษตรกร : คุณสรพรมีข้อเสนอแนะต่อเกษตรกรรุ่นใหม่ที่สนใจอยากจะลองหันมาทำนาเป็นอาชีพหลัก “สำหรับผมแล้ว การทำเกษตรไม่ว่าจะทำหรือปลูกพืชอะไร อันดับแรกเลยต้องศึกษาให้ดีก่อน มีผลดีมันก็มีเสียอยู่ ถ้าศึกษาดูไม่ดีก็อาจจะแย่ได้ อยากให้เริ่มจากทำเล็กๆน้อยๆก่อน เมื่อมีความชำนาญและมั่นใจแล้วค่อยลงมือทำให้สุด”

ช่องทางการติดต่อ : หากใครสนใจอยากที่จะเรียนรู้หลักและวิธีในการทำนาข้าวอย่างจริงจังสามารถติดต่อปรึกษาคุณสุรพรได้ที่ เลขที่ 30/2 ม.16 ต.คลองสี่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี หรือโทร. 0861321292

ทำนาข้าวให้รวยและยั่งยืน
เรื่อง/ภาพโดย : ทีมงานรักบ้านเกิด.คอม


https://www.rakbankerd.com/agriculture/millionaire-view.php?id=112



นาข้าว หญ้าครึ่ง-ข้าวครึ่ง
สายตรง (1) :
(098) 176-02xx
สรุปข้อความ : จากสิงห์บุรี.... นาข้าวทำแบบเดิมไปแล้ว วันนี้ข้าวอายุ 30 วัน คิด ต้นทุน-ราคาขาย แล้ว ชัดเจนว่าได้น้อย ถึงขาดทุน

สายตรง (2) : (083) 823-01xx
สรุปข้อความ : จากอยุธยา.... ข้าวลีบ ข้าวท้องไข่ เพราะยูเรีย. แต่ใส่ไปแล้วแก้ไขได้ไหม ? แก้ไขอย่างไร ?

สายตรง (3): (063) 478-31xx
สรุปข้อความ : จากสุพรรณบุรี.... ชาวนาวันนี้ ทำแล้วขาย ขายได้น้อย ลงท้ายขาดทุน เพราะชาวนาทำผิด อยากให้จัดอบรมบรรยายเรื่องนาข้าวตามสูตรสีสีนชีวิตไทย เหมือนที่เคยสัญจรเมื่อก่อนนี้

ตอบ :
- อาทิตย์เดียว 3 สายตรง แต่ละสายคุยยาวกว่าครึ่งชั่วโมง
- ทั้ง 3 คน ไม่ไม่มีอินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิมดอทคอม. ไม่มีหนังสือเกษตรลุงคิม. มือถือบันทึกเสียงจากวิทยุไม่ได้
- กรณีไปบรรยาย รวมกลุ่มให้พร้อม + นัดหมายกันก่อน แล้วลุงคิมจะไป

บ่น :
* ผลมาจากเหตุ .... ผลสำเร็จ มาจาก ทำถูก.... ผลล้มเหลว มาจาก ทำผิด ... ถูกหรือผิด วัดที่พืช
* ต้นทุนทำเกษตรยุคนี้ ค่าปุ๋ย 30% ค่ายา 30% ค่าเทคโน 20% ค่าเสียโอกาส 20%
** ทำแบบเดิมคงไม่มีอะไรดีไปกว่าเดิม เผลอๆ จะเลวร้ายไปกว่าเดิมด้วย
** ปัญหามีไว้ให้แก้ ไม่ใช่มีให้กลุ้ม .... ทุกปัญหาแก้ได้ ยากหรือง่าย อยู่ที่ “ใจ” ใจเท่านั้น เพราะใจเป็นคนสั่ง

** “ปุ๋ย-ปุ๋ย” ปุ๋ยมีกี่ตัว อินทรีย์/เคมี แต่ละตัวแต่ละอย่างมีประสิทธิภาพอย่างไร ? ทางใบ ? ทางราก ? เมื่อไร่ ? เท่าไหร่ ? .... ใช่ปุ๋ยต้องจับหลัก “สมการปุ๋ย”

** “ยา-ยา” ยาเคมี/ยาสมุนไพร มีกี่ตัว ? กี่อย่าง ? แต่ละตัวแต่ละอย่างมีสรรพคุณอย่างไร ? ทางใบ ? ทางราก ? เมื่อไร่ ? เท่าไหร่ ? .... ใช้ยาต้องจับหลัก “สมการยา”
**


คนถามใหม่ คำถามเก่า คำตอบเดิม

เก็บตกงานสัญจร เสาร์ที่ 18 ก.ค. วัดท่าตำนัก นครชัยศรี นครปฐม (1) :
สมช. 2 คน สามีภรรยามาพบที่งานสัญจร วัดท่าตำหนัก นครไชยศรี นครปฐม ด้วยเรื่องนาข้าวแบบเลยตามเลย

สมช. : ลุงครับ ผมทำนา 40 ไร่ วันนี้คิดคำนวณต้นทุน ใส่ปุ๋ยไร่ละ 2 สอบ 46-0-0 กับ 16-20-0 สอบละ 850 ยาฆ่าหญ้า ค่าแรง ค่าสูบน้ำ ค่าไถ ค่าทำเทือก ค่าหว่านปุ๋ย ค่าหว่านเมล็ดข้าว รวมต้นทุนแล้วตกไร่ละ 4,800 ยังไม่รวมค่ายาฆ่าแมลง ค่าจ้างฉีดยาฆ่าแมลง ค่ารถเกี่ยว ผมว่ารวมทั้งหมดคงไม่หย่อน 8,000 ครับ
ลุงคิม : อืมมม 8,000 /ไร่ ? .... นาแปลงอื่น ของคนอื่นล่ะ

สมช. : เหมือนกันครับ
ลุงคิม : แล้วเขาไม่สงสัย หรือไม่คิดเรื่องต้นทุนแบบนี้บ้างเลยเหรอ ?

สมช. : คิดครับ คิดมากด้วย พวกเราคุยกันอยากให้ลุงจัดสัญจรไปที่นั่นด้วยครับ
ลุงคิม : ที่นั่นน่ะ ที่ไหน ?

สมช. : เขตกำแพงแสน นครปฐม นี่แหละครับ
ลุงคิม : O.K. รับทราบ รับพิจารณา ไปจริง ไปวันไหน ไปยังไงค่อยว่ากันใหม่

สมช. : ขอบคุณครับ อยากถามลุงคิม เรื่องต้นทุนสูงนี่เราจะแก้ได้ยังไงครับ
ลุงคิม : ต้นทุนคือต้นทุน มันต้องมีอยู่แล้ว งานนี้ต้นทุน ค่าปุ๋ยเคมี ค่ายาฆ่ายาคุมหญ้า ค่าสารเคมียาฆ่าแมลง แก้ได้ แต่ค่าแรง ค่าสูบน้ำ ค่าไถ ค่าทำเทือก ค่าหว่านปุ๋ย ค่าหว่านเมล็ดข้าว อันนี้คงต้องจ่าย.... เอางี้ งานมี 3 ทางเลือก

* ทางแรก .... ทำแบบเดิมๆ เดิมทุกอย่าง ปล่อยให้ข้าวเกิดเองโตเองตามธรรมชาติของต้นข้าว คงได้ข้าวไม่เกิน 80 ถัง ค่าโรงสีตัดราคาข้าวลีบ ข้าวท้องไข่ ลงท้ายได้ราคา 8,000 หักต้นทุนจ่ายแล้ว 4,800 กับที่ยังไม่ได้จ่ายอีก 2,000 รวมเป็น 6,800 งานนี้เหลือคงกำไรแค่ 1,200 ....นา 40 ไร่ x ไร่ละ 1,200 = 48,000

* ทางที่สอง .... ทำแบบเดิมๆ เดิมทุกอย่าง ทำแล้วทำเลย ใส่แล้วใส่เลย แก้ไม่ได้ เอาออกไม่ได้ ให้บำรุง เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก ด้วยสูตรเลยตามเลย ไหนๆก็ไหนๆ แบบสูตรเหมาจ่าย จะแก้ปัญหา ค่าโรงสีตัดราคาข้าวลีบ ข้าวท้องไข่ อันนี้โรงสีไม่ตัดราคา กับข้าวรัฐบาลเกวียนละหมื่น ได้หมื่นเต็มๆ แถมปริมาณข้าวที่ได้ต่อไร่เพิ่มขึ้น จากไร่ละ 80 ถัง 100 ถัง

* ทางที่สาม .... ทำแบบเดิมๆ เดิมทุกอย่าง ทำแล้วทำเลย ใส่แล้วใส่เลย แก้ไม่ได้ เอาออกไม่ได้ ให้บำรุง เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก ด้วยสูตรเลยตามเลย ไหนๆก็ไหนๆ แบบประณีต ปัญหา ค่าโรงสีตัดราคาข้าวลีบ ข้าวท้องไข่ อันนี้โรงสีไม่ตัดราคา กับข้าวรัฐบาลเกวียนละหมื่น ได้หมื่นเต็มๆ แถมปริมาณผลข้าวเปลือกต่อไร่เพิ่มขึ้น จากไร่ละ 80 ถัง เป็น 120 ถัง

* ทางที่สี่ .... ทำนารอบหน้า นาข้าวแบบประณีต
- ลดปุ๋ยเคมีจาก 2 กส. 100 กก. /ไร่ ลงเหลือ 10 กก./ไร่ เปลี่ยนสูตรยูเรีย 16-20-0 เป็น 16-8-8 กับใช้น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงเตรียมดินทำเทือก

- ทำเทือกแบบประณีต ย่ำ 4 รอบ ใส่ปุ๋ยตอนย่ำเทือก (ไม่ต้องจ้างหว่าน), ไม่ต้องยาฆ่ายาคุมหญ้า (ย่ำเทือกกำจัดหญ้าให้), ขี้เทือกดี (จุลินทรีย์ในระเบิดเถิดเทิงช่วย), เนื้อปุ๋ยกระจายทั่วแปลง ทุกตารางนิ้ว ข้าวทุกต้นได้กินปุ๋ย (เครื่องใส่ปุ๋ย เคมี+อินทรีย์ ลงหน้ารถย่ำเทือก แล้วลูกทุบท้ายรถกวาดเนื้อปุ๋ยกระจายทั่วแปลง)

- ทำนาดำ (ดำด้วยเครื่อง), นาหยอด (หยอดด้วยเครื่องหยอด แรงคนลาก หรืออีต๊อกลาก), ได้ต้นข้าวดี เมล็ดดี ทำพันธุ์ได้.... ลดต้นทุน ค่าแรง ค่าเมล็ดพันธุ์ ลดโรค....

- นา 200 ไร่ นาข้าวแบบประณีต ซื้อทุกอย่าง จ้างทุกอย่าง ตั้งแต่ก้าวแรกลงนา ถึงก้าวสุดท้ายขายข้าวกลับเข้าบ้าน ได้ข้าว 100 ถึงขึ้น ได้กำไรเป็นล้าน

- ที่นา 40 ไร่แค่นี้ เตรียมใจทำนารอบหน้า นาข้าวแบบประณีต นะ....รึว่าไง ?

สมช. : จริงครับลุง รอบหน้าเอาแน่ แต่รอบนี้ขอเอาสูตรเลยตามเลย ไหนๆก็ไหนๆ แบบประณีต ไปก่อนครับ
ลุงคิม : ก็ดี วันนี้ถึงยุคถึงสมัยที่เราจะต้อง กล้าคิด-กล้าทำ แล้ว เพราะทำแบบเดิมๆยังไงๆมันคงไม่ดีไปกว่าเดิมแน่ เผลอๆจะแย่กว่าเดิมด้วย เพราะทุกอย่างเปลี่ยนไป เปลี่ยนไปในทางลบด้วย ดินแย่ลงๆ ปุ๋ยแพงขึ้นๆ ค่าแรงแพงหนักๆ แถมหายากอีกต่างหาก....ขอบอกว่าทุกอย่างอยู่ที่ “ใจ” เท่านั้น

สมช. : จริงครับลุง
ลุงคิม : เอาพวกเราละ โชคดีทุกคนนะ....

สมช. : ขอบคุณครับ

บำรุงต้นข้าวสูตรเลยตามเลย แบบหมาจ่าย :
- ให้ไบโออิ อย่างเดียวตั้งแต่ระยะกล้าถึงเกี่ยว ห่างกัน 7-10 วัน ....ทุกครั้งที่ให้ทางใบ + ยาน็อค สารสมุนไพรร่วมด้วยทุกครั้ง

- ป้องกันศัตรูพืช :
มาตรการ “กันก่อนแก้” : คือ แม็กเนเซียม. สังกะสี. ช่วยสร้างภูมิตานทานให้แก่ต้นข้าวเป็นพื้นฐาน แถมฉีดพ่นสารสมุนไพรทับเข้าไปอีก นี่คือ 2 เด้ง

มาตรการ “ป้องกัน + กำจัด” : ถ้าแปลงข้างๆกำลังเกิดระบาด ช่วงว่างระหว่าง 7-10 วัน ให้ฉีดพ่นสารสมุนไพรเดี่ยวๆ 2-3 รอบ ห่างกันวันเว้นวัน

บำรุงต้นข้าวสูตรเลยตามเลย แบบประณีต :
นาข้าวที่กำจัดวัชพืชไม่หมด ต้นข้าวโตขึ้นมาแล้วมีต้นข้าวกับต้นวัชพืช "ครึ่ง : ครึ่ง" จนเต็มนา แนะนำให้ใช้สูตร "เลยตามเลย หรือ ไหนไหนก็ไหนไหน" เพราะกำจัดวัชพืชไม่ได้แล้ว โดยเน้นบำรุงทางใบเป็นหลัก.....ดังนี้

ระยะกล้า :
- ฉีดพ่น "ไบโออิ + ยาน็อค" ทุก 7-10 วัน ระยะนี้หาโอกาสให้แคลเซียม โบรอน 1 รอบ
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร "สูตรเฉพาะ" เมื่อมีศัตรูพืชเฉพาะชนิดก่อนการระบาด (ป้องกัน) และระหว่างการระบาด (กำจัด) ทุก 3 วัน

ระยะตั้งท้อง ออกรวง :
- ฉีดพ่น "ไทเป 100 + ยาน็อค" 2 รอบ ห่างกันรอบละ 5-7 วัน
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร "สูตรเฉพาะ" เมื่อมีศัตรูพืชเฉพาะชนิดก่อนการระบาด (ป้องกัน) และระหว่างการระบาด (กำจัด) ทุก 3 วัน

ระยะน้ำนม :
- ฉีดพ่น "ไบโออิ + ยูเรก้า + ยาน็อค" ทุก 7-10 วัน
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร "สูตรเฉพาะ" เมื่อมีศัตรูพืชเฉพาะชนิดก่อนการระบาด (ป้องกัน) และระหว่างการระบาด (กำจัด) ทุก 3 วัน

หมายเหตุ :
- การให้ทางใบเท่ากับบำรุงทั้งต้นข้าวและต้นวัชพืช แม้จะสิ้นเปลืองปุ๋ยแต่จำเป็นต้องทำ เพราะไม่เช่นนั้นแล้ว ต้นข้าวก็จะไม่ได้ปุ๋ยเลย ส่งผลให้ไม่ได้ผลผลิตข้าวไปด้วย

- หลังจากต้น (ข้าว-วัชพืช) โตแล้ว ไม่ควรใส่ปุ๋ยทางราก เพราะธรรมชาติของต้นวัชพืชจะดูดสารได้เก่งกว่าต้นข้าว นี่คือ ต้นวัชพืชแย่งอาหารต้นข้าวนั่นเอง

- ปุ๋ยทางใบอยู่ที่ใบข้าว ต้นวัชพืชไม่สามารถแย่งได้ นั่นคือ ต้นข้าวยังได้รับปุ๋ยเท่าที่ให้อย่างแน่นอน
- หลังจากเกี่ยวข้าวแล้ว ก่อนทำนารุ่นต่อไป ทำการไถกลบฟางพร้อมต้นวัชพืช ก็จะได้ปุ๋ยที่ต้นวัชพืชเอาไปกลับคืนมา

http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=10


ชาวนามือใหม่ สิงห์บุรี :
“หญ้าขี่ข้าว” :
แก้ไขโดยการให้ปุ๋ยทางใบเป็นหลัก บำรุงทั้งสองอย่างไปเลย โตทั้งสองอย่างก็ช่างมัน เพราะถ้ามัวแต่กลัวหญ้าโตเลยไม่ให้ ต้นข้าวก็เลยอดด้วย เอาเถอะ ให้ปุ๋ยทางใบแล้ว ใบหญ้าไม่โน้มใบมาแย่งอาหารต้นข้าวที่ใบข้าวหรอก แต่ถ้าให้ปุ๋ยทางราก อันนี้ต้องยอมรับก่อนว่า ต้นหญ้าหาอาหารเก่งกว่าต้นข้าว ใส่ปุ๋ยลงไป 10 ส่วน หญ้าเอาไปกิน 8 ส่วน ต้นข้าวได้แค่ 2 ส่วนเท่านั้น

* ทำไงได้ นาข้าวรุ่นนี้ ต้องเลยตามเลย ไหนไหนก็ไหนไหน รุ่นหน้าเอาใหม่ เกี่ยวข้าวแล้วเอาปุ๋ยที่หญ้าเอาไปนั้นกลับคืนมาโดยการไถกลบ

* ประสบการณ์ตรง นาข้าวริมถนนสายบายพาส สิงห์บุรี ข้าวครึ่งหญ้าครึ่ง บำรุงทางใบทุก 7 วัน ไม่ให้ปุ๋ยทางดิน ยังได้ข้าวตั้ง 120 ถัง

http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=5581

------------------------------------------------------------------------------------------


.



กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©