-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 30 พ.ย. *สมุนไพร สูตรรวมมิตร สูตรเฉพาะ
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 2 ธ.ค.. * แนวคิดใหม่ มะละกอ
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 2 ธ.ค.. * แนวคิดใหม่ มะละกอ

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11571

ตอบตอบ: 01/12/2022 5:12 pm    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 2 ธ.ค.. * แนวคิดใหม่ มะละกอ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรประจำวัน 2 ธ.ค.

***********************************************************************
สวัสดีครับ ท่านผู้ฟัง ที่เคารพ
กองทัพบก เพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม
ผลิตรายการโดย กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

จุดยืนรายการ ....
* เกษตรแบบ อินทรีย์นำ - เคมีเสริม - ตามความเหมาะสม “.. ? ..”
* ปัจจัยพื้นฐาน ดิน - น้ำ - แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล - สารอาหาร - สายพันธุ์ - โรค
* หัวใจเกษตร ปุ๋ย-ยา-ไฟฟ้า-เวลา-ค่าแรง-ค่าที่-อารมย์-เทคนิค-เทคโนฯ-โอกาส-ตลาด-ต้นทุน
* พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ
เช่นเคย รายการเรา....
*** 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว-สายตรง ที่ (081) 913-4986, ....
*** FB วีระ ใจหนักแน่น, ....
*** อินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิม ดอทคอม .... เว้บนี้ ถาม 1 บรรทัด ตอบ 1 หน้า
ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU ....

รายการวิทยุ :
*** AM 594 ปตอ. เวลา 0815-0900 จันทร์-ศุกร์ คลื่นนี้ครอบคลุมพื้นที่ 40+ จังหวัด ***

งานสัญจรปกติตามวงรอบ :
* วันเสาร์ของสัปดาห์แรกของเดือน ....... ไปที่วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สองของเดือน ..... ไปที่วัดอัมพวัน (หลวงพ่อโหน่ง) สองพี่น้อง สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สามของเดือน ..... ไปวัดท่าตำหนัก เพชรเกษม แยกนครชัยศรี นครปฐม,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สี่ของเดือน ........ ไปวัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปา ถ.วงแหวนตะวันตก
* เดือนที่มี 5 เสาร์ เสาร์ที่ 5 ของเดือน ... ไปวัดทุ่งสะเดา แปลงยาว ฉะเชิงเทรา
** ถึงจุดนี้ เกษตรกรอยากให้งานสัญจรไปลง ที่ไหนก็ได้ ติดต่อมา พูดคุยกันในรายละเอียด

*** วันจันทร์ ทุกวันจันทร์ เฉพาะวันจันทร์ สมช.สีสันชีวิตไทย “คุณล่า” (081) 944-8494 ไปที่ตลาดนัดวัดอมรญาติ ดำเนินสะดวก ราชบุรี พร้อมกับ ระเบิดเถิดเทิง. ไบโออิ. ไทเป. ยูเรก้า. ยาน็อค. กับหนังสือหัวใจเกษตรไทย มินิ ไปจำหน่าย....
*** ด้วยประสบการณ์ร่วม 20 ปี พบเห็นทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวมามากมาย ใครสนใจใคร่รู้ก็ไปคุยกัน แล้วจะรู้ว่า อ้อออ เป็นอย่างนี้นี่เอง....

*** งานสีสันสัญจรวันเสาร์ เสาร์นี้วันที่ 3 ธ.ค. ลุงคิม กับ อ.ณัฐ (086) 983-1966 สมุนไพรสำหรับคน
ไปวัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี....
*** งานนี้ ซื้อหนังสือหัวใจเกษตรไท มินิ 1 เล่ม แถม ไม้ผลแนวหน้า 1 เล่ม....


***********************************************************************
***********************************************************************

จาก : 08 486x 7118x
ข้อความ : คนถามใหม่ คำถามเก่า คำตอบเดิม แนวคิดใหม่ มะมะ ละละ กอกอ

MOTIVATION แรงบันดาลใจ :

มะละกอทำเงิน 1 ไร่ ได้ 5 แสน

ส.ค.- ต.ค. ทุกปีมะละกอจะแพง เพราะเป็นช่วงที่ให้ผลผลิตน้อยตามธรรมชาติ ราคาหน้าสวนเบอร์ เอ. ปกติ กก.ละ 30-40 บาท แต่ปีนี้แพงที่สุดในรอบ 20 ปี รับซื้อกันที่45-50 บาท ราคาขายส่งตลาดไทขยับขึ้นไปถึง กก.ละ 70-80 บาท…สาเหตุหลักมาจากภัยแล้งเมื่อต้นปี

“มะละกอที่เก็บช่วง ส.ค.- ต.ค. ต้องออกดอกในช่วงแล้ง มี.ค.- เม.ย. เมื่อออกดอก ส่วนใหญ่จะร่วง ผลเลยติดน้อย อีกทั้งช่วงแล้งขาดน้ำในช่วงออกดอกและติดผล มะละกอที่เหลือรอดลูกเล็ก ผิวหยาบกระด้างเหี่ยวย่น เก็บได้ไม่นาน ตลาดไม่เอา ที่สำคัญช่วงแล้งยังทำให้ดอกมะละกอมีแต่เกสรตัวเมีย ไร้ตัวผู้ คนปลูกจึงไม่มีลูกให้ขาย”

แต่หากเกษตรกรวางแผนการผลิตที่ดี ธีรยุทธ มนตรี เกษตรกรผู้ปลูกมะละกอ อ.เลาขวัญ จ.กาญจนบุรี บอกว่า… นี่คือโอกาสรับทรัพย์ของเกษตรกร

จะทำให้มะละกอมีดอกผลในช่วงราคาแพงได้ ก่อนอื่นต้องวางแผนการผลิตให้ดี โดยต้องปรับเปลี่ยนการปลูกเป็นช่วง พ.ย.- ธ.ค. เพื่อให้ออกดอกในช่วง มี.ค.-เม.ย. และเก็บได้ช่วงราคาแพงคือ ส.ค.- ก.ย….ช่วงออกดอก อากาศร้อนมาก มักมีปัญหาดอกร่วงหรือไม่ออกดอก ฉะนั้นน้ำต้องถึง ความชื้นต้องสูง “เราต้องลดความร้อน และเพิ่มความชื้นในอากาศ โดยการติดตั้งสปริงเกอร์ในแปลง ให้มีระดับความสูงของสปริงเกอร์ในตำแหน่งที่มะละกอออกดอกติดผล หรือสูงประมาณ 1.5 - 2 เมตร เพราะต้องให้ดอกและผลชุ่มชื่นอยู่เสมอ อย่าให้ขาดน้ำ”

สำหรับพื้นที่มีปัญหาน้ำน้อยหรือไม่สามารถหาน้ำในฤดูแล้งได้ ธีรยุทธ แนะนำให้เลื่อนเวลาปลูกมาเป็นช่วง ก.ย.- พ.ย. เพื่อให้ออกดอกในช่วงที่ไม่ร้อนเกินไป เพราะมะละกอจะเริ่มออกดอกหลังปลูกประมาณ 2-3 เดือน เก็บผลได้นาน 4-7 เดือน ทั้งนี้ขึ้นอยู่ที่การดูแลให้ต้นสมบูรณ์แค่ไหน แม้ช่วงนี้ราคามะละกอจะไม่สูงมากนัก แต่เป็นวิธีที่ทำให้เรามีมะละกอออกจากสวนไปทำเงินได้บ้าง

ส่วนการเลี้ยงบำรุงเพื่อเสริมการออกดอกติดผล ธีรยุทธ ใช้วิธีให้ปุ๋ยทางดิน สูตรตัวท้ายสูง ร่วมกับฉีดพ่นปุ๋ยเกล็ดทางใบ สูตรตัวท้ายสูงเช่นกัน รวมทั้งให้ธาตุอาหารรองจำพวกแคลเซียม โบรอน เพื่อให้ดอกตัวเมียบานนานขึ้น มีโอกาสติดผลมากขึ้น

ถ้าทำได้อย่างนี้ มะละกอ 1 ไร่ ใช้เงินลงทุน 15,000-20,000 บาท ปลูก 8 เดือน เก็บผลผลิตได้เดือนละ 8 ครั้ง ครั้งละ 300 กก. นาน 8 เดือน…แค่นำออกมาขายในช่วง 3 เดือน (ส.ค.- ต.ค.) ที่ขายได้ กก.ละ 45 บ. เป็นเงิน 324,000 บาท นี่ยังไม่นับอีก 5 เดือน ที่เหลือ ขายได้ กก.ละ 15 บาท เป็นเงินอีก 180,000 บาท

อ่านข่าวต่อได้ที่ : https://www.thairath.co.th/content/730836



มะละกอ :
ลักษณะทางธรรมชาติ :

- เป็นไม้ผลยืนต้นอายุหลายสิบปี ปลูกได้ในทุกพื้นที่ ทุกภาคและในดินทุกชนิด เจริญเติบโตได้ดีในดินดำร่วน หรือดินเหนียวปนทรายมีอินทรีย์วัตถุมากๆ ระบายน้ำได้ดีมีความชื้นแต่ไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขังค้างนาน

- การที่มะละกอมีอายุเพียง 3-5 ปีหรือกลายเป็นพืชอายุข้ามปีเท่านั้น เนื่องมาจากการจัดการเกี่ยวกับปัจจัยพื้นฐานด้านการเกษตร (ดิน-น้ำ-แดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-อาหาร-พันธุ์-โรค) ไม่ถูกต้องตรงกับความต้องการตามธรรมชาติที่แท้จริงของมะละกอ

- ให้ผลผลิตตลอดปีแบบไม่มีรุ่น แต่จะให้ผลผลิตมากปีละ 3 รุ่น
- ออกดอกจากซอกก้านใบทุกก้าน ถ้ามีใบมาก (ไม่เรียกว่าเฝือใบ) จะมีดอกและผลมากตามมาด้วย
- ตอบสนองต่อปุ๋ยน้ำ-ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพและฮอร์โมนธรรมชาติดีมาก
- ต้องการมะละกอต้นเตี้ยให้ปลูกต้นกล้าลงแปลงจริงช่วงเดือน ธ.ค.- มี.ค. (หน้า แล้ง) แล้วรดน้ำบ้างพอให้ยืนต้นได้ซึ่งต้นจะไม่ตายแต่โตช้ากว่าปกติเท่านั้น ครั้นเมื่อถึงอายุให้ผลผลิตได้ก็จะออกดอกติดผลตาม ปกติแต่ต้นจะเตี้ย

ต้นกระเทย : คือต้นที่มีดอกสมบูรณ์เพศ เกสรตัวผู้และเกสรตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกัน และผสมกันเองได้ ผลที่เกิดมาตรงตามสายพันธุ์เดิม

ต้นตัวผู้ : คือต้นที่ดอกมีแต่เกสรตัวผู้ ไม่สามารถเป็นผลได้
ต้นตัวเมีย : คือต้นที่ดอกมีแต่เกสรตัวเมีย ต้องอาศัยละอองเกสรตัวผู้จากต่างต้น จึงทำให้ผลที่ออกมาผิดเพี้ยนไปจากสายพันธุ์เดิม

- ต้นที่ปลูกจากเพาะเมล็ดต้องรอให้ต้นโตจนมีผลผลิตออกมาให้เห็น (ประมาณ 6-8 เดือน) จึงจะรู้ว่าเป็นต้นกระเทย. ต้นตัวผู้ หรือต้นตัวเมีย ซึ่งค่อนข้างใช้เวลานาน บางคนแก้ ปัญหาโดยหยอดเมล็ดหลุมละ 3 เมล็ด หรือปลูกต้นกล้าหลุมละ 3 ต้น แล้วบำรุงเลี้ยงไปตาม ปกติ จนกระทั่งทุกต้นมีดอกหรือผลออกมาให้เห็นจึงเลือกตัดต้นตัวผู้และต้นตัวเมียทิ้ง คง เหลือแต่ต้นกระเทยไว้เพียงต้นเดียว แต่ถ้าเป็นต้นตัวเมียหรือต้นตัวผู้ทั้งหมดก็ตัดทิ้งทั้ง หมด หรือถ้าเป็นต้นกระเทยทั้งหมดก็จะเก็บไว้เพียงต้นเดียว

- สภาพอากาศที่แปรปรวนอย่างมาก เช่น หนาวจัด ร้อนจัด ก็มีผลต่อการแปรปรวนของเพศดอก โดยต้นตัวผู้หรือต้นตัวเมียอาจจะให้ผลผิดเพี้ยนไปบ้าง เมื่อเข้าสู่สภาพอากาศปกติแล้วอาการแปรปรวนทางสายพันธุ์นี้จะหายไป ส่วนต้นกระเทยจะไม่มีอาการแปรปรวนทางสายพันธุ์แต่อย่างใด เพียงแต่ปริมาณผลผลิตอาจจะลดลงบ้างเท่านั้น

- วิธีทำมะละกอ 1 ต้นให้เป็น 3 ต้น โดยเริ่มจากปลูกต้นแรกก่อนรอจนกระทั่งรู้แน่ว่าเป็นต้นกระเทย เมื่อมะละกอกระเทยต้นแรกนี้โตขึ้นสูง 1-1.20 ม. ให้ตัดต้นเหลือเป็นตอสูงจากพื้น 30-50 ซม. ทาแผลด้วยปูนกินหมากเพื่อป้องกันเชื้อโรค มีถุงพลาสติกครอบไว้ป้องกันน้ำ แล้วบำรุงต่อไปตามปกติ ตอจะยอดแตกใหม่จำนวนมากก็ให้เลือกเก็บไว้ 2-3 ยอดอยู่ตรงข้ามกัน ยอดที่เหลือทั้งหมดให้ตัดทิ้ง จากนั้นบำรุงต่อไปตามปกติ เมื่อยอดทั้ง 3 โตขึ้นก็จะให้ผลผลิตเหมือนมะละกอทั่วๆไปกลายเป็นมะลำกอ 3 ต้นบนตอเดียวกัน

- มะละกอต้นสูงทำให้เตี้ยได้ เมื่อต้นสูงเกินความต้องการ โดยเจตนาทำให้ต้นล้มลงนอนราบกับพื้น ด้วยการแซะหน้าดินพร้อมกับตัดรากยึดลำต้นด้านตรงข้ามกับด้านที่ต้องการให้ต้นลมลงนอน พยายามตัดรากให้น้อยที่สุดหรือตัดเฉพาะรากที่ทำหน้าที่ยึดลำต้นจริงๆ เพื่อให้เหลือรากดูดสารอาหารไว้อย่างเดิมมากที่สุด เมื่อต้นเริ่มๆเองลง ใช้มือช่วยส่งผลักให้ต้นเอนลงไปทางทิศที่ต้องการจริงๆ เมื่อส่วนยอดใกล้ถึงพื้น ใช้ไม้ง่ามแข็งแรงรองรับต้นไว้ ให้สูงกว่าพื้นพื้นดิน 50-75 ซม. จังหวะนี้ยอดหรือผลมะละกอที่เคยสูงก็จะต่ำลงมาอยู่เหนือจากพื้นเพียง 50 ซม.เท่านั้น ส่วนปลายใบด้านล่างของต้นสัมผัสกับพื้น ให้ปล่อยไว้อย่างนั้น จัดระเบียบทิศทางและความสูงใหม่ของต้นเสร็จแล้ว ให้กลบรอยขุดรากด้วยดินปลูกที่เตรียมไว้ล่วงหน้า กดดินแน่นพอประมาณ คลุมทับด้วยหญ้าแห้งหนาๆ รดด้วยน้ำหมักชีวภาพ .... ส่วนยอดของต้น ใหม่ๆจะชี้ระนาบไปกับพื้น เมื่อต้นฟื้นตัวได้ ส่วนยอดจะค่อยๆ ปรับตัวชี้ตรงขึ้นฟ้าตามธรรมชาติ พร้อมกับออกดอกติดลผลต่อได้เอง

- มะละกออ่อนแอต่อสารกำจัดวัชพืช (ยาฆ่าหญ้า) อย่างมาก เพียงกลิ่นระเหยลอยตามลมก็ทำให้มะละกอต้นนั้นเกิดอาการใบหงิกเสียหายได้

- มะละกอไม่ชอบดินแฉะ หรือรากแช่น้ำ แนะนำให้ทำร่องระบายน้ำจากทรงพุ่มพร้อมกับพูนดินโคนต้นให้สูงๆไว้ จะช่วยให้อายุยืนนานขึ้น

- โรคใบหงิกหรือใบด่างเกิดจากเชื้อไวรัสโดยมีแมลงปากกัดปากดูดทุกประเภทเป็นพาหะ ปัจจุบันไม่มีสารเคมียี่ห้อใดในโลกแก้ไขโรคนี้ได้ แนวทางแก้ไข คือ

1. ป้องกันแมลงพาหะ โดยการฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพรให้ตรงกับชนิดแมลงและช่วงจังหวะที่แมลงนั้นจะเข้ามา
2. บำรุงต้นให้สมบูรณ์ด้วย ธาตุรอง/ธาตุเสริม อยู่เสมอ
- ไม่ควรปลูกพืชที่ล่อแหลมต่อการแพร่ระบาดของเพลี้ย (ทุกชนิด) แซมแทรกหรือใกล้เคียงกับแปลงปลูกมะละกอ เพราะเพลี้ยจะเป็นพาหะนำเชื้อไวรัสมาสู่มะละกอได้

- ลงมือเพาะเมล็ดมะละกอช่วงเดือน ม.ค. แล้วย้ายกล้าลงปลูกในแปลงจริงช่วงเดือน มี.ค. จะเริ่มเก็บเกี่ยวผลผลิตชุดแรกได้ในช่วงเดือน ต.ค. ช่วงนี้มะละกอราคาดีเนื่องจากไม่มีผลไม้อื่นเป็นคู่แข่ง

- การเก็บเกี่ยวผลแก่จัดตรงกับช่วงฤดูหนาวที่อากาศค่อนข้างหนาว เมื่อผลนั้นสุกความหวานจะลดลง ดังนั้นจึงควรเก็บเกี่ยวสำหรับรับประทานผลสุกในช่วงฤดูแล้งจึงจะได้ความหวานสูง

เพาะเมล็ด :
1. เลือกเมล็ดในผลจากต้นแม่ที่เป็นต้นกระเทย แข็งแรง ตั้งตรง อวบอ้วน ปล้องถี่ ออกดอกติดผลตั้งแต่ต้นยังเตี้ย และให้ผลผลิตจำนวนมากติดต่อกันเป็นเวลานานๆ คุณภาพผลดี

2. เลือกผลสุก 50-75% คาต้น ผ่าผลนำเมล็ดออกมาแล้วล้างเนื้อและเปลือกหุ้มเมล็ดออก แช่เมล็ดในไคตินไคโตซาน หรือธาตุรอง/ธาตุเสริม 6-12 ชม. นำลงเพาะในกระบะหรือถุงดำหรือในแปลงปลูกจริงทันที ทั้งนี้เมล็ดมะละกอไม่ต้องการพักตัว ถ้าเก็บไว้นาน เปอร์เซ็นต์ความงอกจะลดลงจนไม่งอกหรืองอกขึ้นมาจนโตแล้วก็จะให้ผลผลิตไม่ดี ....เมล็ดที่ได้จากผลสุกงอมเมื่อนำไปขยายพันธุ์ต่อจะเกิดอาการกลายพันธุ์สูงมาก

สร้างเมล็ดพันธุ์ :
1. คัดเลือกต้นแม่พันธุ์กระเทยที่มีคุณสมบัติดีพร้อมทุกประการ ปฏิบัติบำรุงตามขั้นตอนเพื่อให้ได้ผลคุณภาพดี
2. เลือกดอกสมบูรณ์ที่สุดของต้น 1-2 ดอก อยู่ตรงข้ามกัน ช่วงใกล้บานให้ห่อดอกด้วยถุงใยสังเคราะห์ ปิดปากถุงให้มั่นคงเพื่อป้องกันการผสมข้าม และเพื่อเปิดโอกาสให้เกสรในดอกผสมกันเอง

3. เมื่อดอกที่ห่อด้วยถุงใยสังเคราะห์ผสมติดเป็นผลแล้ว และเมื่อขนาดผลโตเท่ามะนาวให้ถอดถุงออกแล้วบำรุงต่อไปตามปกติ

บำรุง :
ทางใบ :

- ให้ไบโออิ 15-45-15 (2 รอบ) สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน
- ฉีดพ่นสารสมุนไพร ทุก 3-5 วัน เพื่อกันก่อนแก้....
ทางราก :
- ให้น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 15-45-15 เดือนละครั้ง....ไม่ต้อง +เพิ่มปุ๋ยเคมี
5. เลือกมะละกอผลสุก รูปทรงผลตรงตามสายพันธุ์ สดใหม่ สมบูรณ์ ขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานสายพันธุ์ สุก 75% (สีแดงหรือเหลือง 75% ของผิวทั้งผล) นำมาผ่าตามขวาง 3 ท่อน เลือกเอาเมล็ดเฉพาะท่อนกลาง คัดเมล็ดขนาดใหญ่ สีดำสนิท ซึ่งจะมีโอกาสเป็นต้นกระเทยได้มากกว่าเมล็ดขนาดเล็ก หรือมีสีเทา ได้เมล็ดมาแล้วล้างเอาเมือกหุ้มเมล็ดออก นำเมล็ดไปตากแดดจัด 2-3 แดด ตากแดดแล้วพร้อมนำไปเพาะต่อต่อ หรือเก็บในที่ไม่มีความชื้นได้นานข้ามปี

6. เมล็ดจากช่วงกลางผลจะเป็นกะเทยมากที่สุด
7. เมล็ดสีดำ สมบูรณ์ ใหญ่ มีเปอร์เซ็นต์เป็นต้นกระเทยสูงกว่าเมล็ดสีขาว/เทา
8. นำเมล็ดที่ได้ไปเพาะตามปกติ ต้นที่เกิดมาเมื่อโตขึ้นจะให้ผลผลิตตรงตามสายพันธุ์ต้นแม่ค่อนข้างสูง หรืออาการกลายพันธุ์ค่อนข้างน้อย

ปักชำ :
1. ตัดต้นกระเทยตั้งแต่โคนถึงยอดออกเป็นท่อนๆ ยาว 10-15 ซม. มีตุ่มตาหลายๆตา ตัดท่อนพันธุ์ด้วยมีดคมจัดเพื่อให้แผลเรียบ ตัดเป็นท่อน แช่ไคตินไคโตซานหรือธาตุรอง/ธาตุเสริม นาน 6-12 ชม.

2. แช่ครบกำหนดแล้วนำขึ้นผึ่งลมให้แห้ง ทาแผลด้วยปูนกินหมาก ทิ้งไว้ใน
3. นำท่อนพันธุ์ที่เครียดดีแล้วปักในวัสดุเพาะชำธรรมดา ให้ตุ่มตาฝังดินลึก 2-3 ตุ่ม คลุมทับด้วยเศษฟางบางๆ รดน้ำแบบพ่นฝอยวันละ 4-5 ครั้ง เมื่อท่อนพันธุ์แตกรากและใบแล้วจึงแยกออกมาเพาะต่อในถุงดำ อนุบาลในโรงเรือนจนกระทั่งแข็งแรงดีจึงนำลงปลุกในแปลงจริงต่อไป

เปลี่ยนเพศมะละกอ (โดยการเสียบยอด) :
1. ตัดตอต้นกระเทย บำรุงเรียกยอด
2. ตัดตอต้นตัวผู้หรือต้นตัวเมีย บำรุงเรียกยอด
3. เมื่อยอดต้นกระเทยและตัวเมีย โตประมาณ 1 ซม. ให้ตัดยอดต้นตัวผู้ ผ่าเป็นง่ามหนังสติ๊ก แล้วตัดยอดจากต้นกระเทยทำเป็นลิ่มมาเสียบลงบนง่ามหนังสติ๊กของต้นตัวผู้หรือตัวเมีย เสร็จแล้วรัดแผลด้วยเทปพลาสติกเหมือนการเสียบยอดไม้ผลทั่วๆไป เมื่อยอดโตที่เสียบขึ้นจะให้ผลเหมือนต้นกระเทยเดิม

ขั้นตอนการปฏิบัติบำรุงต่อมะละกอ :
ระยะกล้า :
ทางใบ :

- ให้ไบโออิ 25-5-5 + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน ช่วงเช้าแดดจัด ฉีดพ่นให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบลงถึงพื้นดินโคนต้น

- ฉีดพ่นสารสมุนไพร ทุก 2-3 วัน

หมายเหตุ :
- การให้ไบโออิ 25-5-5 จะช่วยให้ได้ใบขนาดใหญ่หนาเขียวเข้ม เป็นใบที่มีคุณภาพดีกว่าใส่ปุ๋ยสูตรเสมอ

ทางราก :
- ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ (แห้งเก่าข้ามปี) แล้วคลุมโคต้นด้วยหญ้าแห้งหนาๆ
- ให้น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (1-2 ล.) /ไร่ ด้วยการรดโคนต้น เดือนละครั้ง
- ให้น้ำปกติ ทุก 3-5 วัน

หมายเหตุ :
- ต้องเลี้ยงนาน 6-8 เดือน รอให้ออกดอกติดผลแล้วนั่นแหละจึงจะรู้แน่ว่า ต้นไหนตัวผู้ ต้นไหนกระเทย หรือต้นไหนตัวเมีย

- ต้นตัวผู้ ก้านดอกยาวมาก ยาวเป็นเมตร ไม่ติดลูก .... ต้นตัวเมีย ก้านดอกสั้น สั้นมากๆ เกือบติดต้น ให้ผลรูปทรงผิดเพี้ยนไปจากพันธุ์แท้ ส่วนใหญ่กลมสั้น .... ต้นกระเทย ก้านดอกยาวปกติ ให้ผลผลิตทุกอย่างตรงตามสายพันธุ์

ระยะต้นโตให้ผลผลิตแล้ว :
ทางใบ :

- ให้สูตรสหประชาชาติ (ไบโออิ ไทเป ยูเรก้า ) + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7-10 วัน

- ฉีดพ่นสารสมุนไพร ทุก 2-3 วัน

หมายเหตุ :
- ให้ “น้ำตาลทางด่วน” (กลูโคส น้ำมะพร้าวแก่) 1-2 เดือนต่อครั้ง
- ฉีดพ่นสารสมุนไพรบ่อยๆ เพื่อกันก่อนแก้

ทางราก :
- ใส่ปุ๋ยอินทรีย์ ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ หญ้าแห้งใบไม้แห้งคลุมโคนต้นหนาๆ,
- ให้ปุ๋ย 8-24-24 สลับเดือนกับ 21-7-14 (250 กรัม) /ต้น /เดือน ละลายน้ำรดโคนต้น เขตทรงพุ่ม
- ให้น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 8-24-24 (2 ล.) สลับเดือนกับ ระเบิดเถิดเทิง 21-7-14 (2 ล.) ตามปุ๋ยเคมีธาตุหลัก 2/เดือน /ไร่ รดทั่วแปลงทุกตารางนิ้ว

- ติดสปริงเกอร์เหนือยอด/โคนต้น หม้อปุ๋ยหน้าโซน/ถังปุ๋ยที่ปั๊ม แยกวาวล์ทางใบกับทางราก ใช้งานให้ ปุ๋ย/ยาสมุนไพร ได้ทุกเวลาตามต้องการ

--------------------------------------------------------------------------------------------


.



กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©