kimzagass หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009 ตอบ: 12194
|
ตอบ: 24/06/2026 8:19 am ชื่อกระทู้: * ธาตุอาหารพืช |
|
|
* ธาตุอาหารพืช :
https://www.google.com/search?q=%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A+&sca_esv=22d96e499f8085bd&rlz=1C1GCEA_enTH1067TH1067&ei=HzA7aojjOYyR4-EPjISpgAs&biw=780&bih=342&ved=0ahUKEwjI7s2Y2p6VAxWMyDgGHQxCCrAQ4dUDCBM&uact=5&oq=%E0%B8%98%E0%B8%B2%E0%B8%95%E0%B8%B8%E0%B8%AD%E0%B8%B2%E0%B8%AB%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%9E%E0%B8%B7%E0%B8%8A+&gs_lp=Egxnd3Mtd2l6LXNlcnAiJeC4mOC4suC4leC4uOC4reC4suC4q-C4suC4o-C4nuC4t-C4iiAyBRAAGIAEMgUQABiABDIFEAAYgAQyBRAAGIAEMgUQABiABDIFEAAYgAQyBRAAGIAEMgUQABiABDIFEAAYgAQyBRAAGO8FSIsNUABYAHAAeACQAQCYAT6gAT6qAQExuAEDyAEA-AEBmAIBoAJFmAMAkgcBMaAHlAayBwExuAdFwgcDMi0xyAcFgAgB&sclient=gws-wiz-serp
* ธาตุหลัก :
1. ธาตุอาหารหลัก (Macronutrients / Primary Elements)พืชต้องการในปริมาณมาก ประกอบด้วยธาตุ N, P, K ซึ่งมักขาดแคลนในดินทั่วไปและต้องเสริมด้วยปุ๋ย N ]
(ไนโตรเจน): เร่งการเจริญเติบโตของใบและลำต้น ช่วยให้พืชมีใบสีเขียวเข้มสมบูรณ์P
(ฟอสฟอรัส): เสริมสร้างระบบรากให้แข็งแรง ช่วยในการออกดอกและติดผลK
(โพแทสเซียม): ช่วยเคลื่อนย้ายน้ำตาล เพิ่มคุณภาพผลผลิต ขนาด รสชาติ และสร้างความแข็งแรงให้ต้านทานโรค
* ธาตุรอง :
2. ธาตุอาหารรอง พืชต้องการในปริมาณรองลงมาเพื่อเสริมโครงสร้างและการทำงานของเซลล์
Ca (แคลเซียม) : สร้างความแข็งแรงให้ผนังเซลล์ ช่วยในการแบ่งเซลล์และการเจริญเติบโตของยอด
Mg (แมกนีเซียม) : เป็นองค์ประกอบหลักของคลอโรฟิลล์ ช่วยในกระบวนการสังเคราะห์แสง
S (กำมะถัน) : ช่วยในการสร้างโปรตีนและกรดอะมิโน มีส่วนสำคัญในการสร้างสีเขียวและกลิ่นในพืชบางชนิด
* ธาตุเสริม :
พืชต้องการในปริมาณที่น้อยมาก แต่ขาดไม่ได้โดยเด็ดขาด หากขาดจะแสดงอาการผิดปกติทันที
Fe (เหล็ก) : ช่วยในการสังเคราะห์คลอโรฟิลล์และการหายใจของพืช
Mn (แมงกานีส) : ทำงานร่วมกับเอนไซม์ในการสังเคราะห์แสงและกระตุ้นการทำงานของไนโตรเจน
Zn (สังกะสี) : ช่วยสร้างฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโตบริเวณปลายยอด
Cu (ทองแดง) : ช่วยกระตุ้นระบบเอนไซม์และการสร้างโปรตีน
B (โบรอน) : ช่วยในการเคลื่อนย้ายน้ำตาล การแบ่งเซลล์ และการผสมเกสร
Mo (โมลิบดินัม) : ช่วยพืชใช้ไนโตรเจนให้เกิดประโยชน์สูงสุด
Cl (คลอรีน) : เกี่ยวข้องกับกระบวนการสังเคราะห์แสงและการแบ่งเซลล์
Ni (นิกเกิล) : เป็นองค์ประกอบสำคัญของเอนไซม์ ช่วยในการงอกของเมล็ด
* ฮอร์โมน :
ฮอร์โมนบำรุงพืช เป็นสารควบคุมการเจริญเติบโตที่ช่วยกระตุ้นการแตกราก ออกดอก ติดผล และบำรุงต้นให้สมบูรณ์ โดยทั่วไปแบ่งเป็นฮอร์โมนธรรมชาติที่สกัดหรือหมักขึ้นเอง (เช่น ฮอร์โมนไข่, ฮอร์โมนนมสด) และฮอร์โมนสังเคราะห์ที่ใช้ในเชิงเกษตรกรรมเพื่อเร่งผลผลิตให้ได้มาตรฐาน
ชนิดของฮอร์โมนพืชหลักฮอร์โมนพืชที่พบและใช้กันทั่วไปแบ่งเป็น 5 กลุ่มหลัก ตามการทำงานเฉพาะด้าน :
ออกซิน : ช่วยกระตุ้นการเจริญเติบโตของปลายยอด นิยมใช้ในการ เร่งราก สำหรับกิ่งตอนหรือกิ่งปักชำ ช่วยป้องกันการหลุดร่วงของดอกและผล
จิบเบอเรลลิน : ช่วยในการ ยืดตัวของเซลล์ ทำให้ต้นยืดสูง ขยายขนาดผล และกระตุ้นการงอกของเมล็ด
ไซโทไคนิน : กระตุ้นการ แตกตาข้าง เพิ่มการแบ่งเซลล์ และชะลอความแก่ของใบ ทำให้พืชเขียวทน
เอทิลีน : เป็นฮอร์โมนชนิดก๊าซ ช่วยในการ เร่งการสุกของผลไม้ และกระตุ้นการออกดอกของพืชบางชนิด เช่น สับปะรด
กรดแอบไซซิก : ทำหน้าที่ยับยั้งการเจริญเติบโต กระตุ้นการพักตัวของเมล็ด และช่วยให้พืชทนทานต่อสภาวะความเครียด เช่น ภาวะขาดน้ำฮอร์โมนจากธรรมชาติยอดนิยม (ทำเองได้) เกษตรกรและผู้ปลูกต้นไม้ทั่วไปนิยมทำฮอร์โมนใช้เองเพื่อลดต้นทุนและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
ฮอร์โมนไข่ : ทำจากไข่ไก่ นมเปรี้ยว และน้ำตาลหมักรวมกัน อุดมไปด้วยโปรตีนและธาตุอาหาร ช่วย บำรุงดอกและเร่งผลผลิต
ฮอร์โมนนมสด : ทำจากนมสดหมักกับจุลินทรีย์ ช่วยเพิ่มไนโตรเจน ทำให้ พืชโตไว ใบเขียว และเพิ่มรสชาติหวานกรอบ ให้กับพืชผักเคล็ดลับการใช้ฮอร์โมนพืชให้เห็นผลการใช้ฮอร์โมนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด
ปัจจัยแวดล้อม :
ช่วงเวลาที่เหมาะสม : ควรฉีดพ่นในช่วงเช้า (05:00 - 09:00 น.) หรือช่วงเย็น (16:00 - 19:00 น.) เนื่องจากเป็นเวลาที่ปากใบพืชเปิดกว้างที่สุด ทำให้พืชดูดซึมธาตุอาหารไปใช้ได้ทันที
ฉีดพ่นเป็นละอองฝอย : ช่วยให้ฮอร์โมนกระจายตัวทั่วถึงทั้งใต้ใบและบนใบ
ใช้อย่างพอเหมาะ : ฮอร์โมนพืชต้องการในปริมาณที่น้อยมาก เข้มข้นสูงเกินไปอาจทำให้พืชชะงักการเติบโต
.......................................................................................................
https://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=12
........................................................................................................
* อะมิโน :
กรดอะมิโน คือ หน่วยย่อยของโปรตีน เป็นสารกระตุ้นเชิงชีวภาพที่ช่วยให้พืชนำธาตุอาหารไปใช้ได้ทันที ฟื้นตัวไว ทนต่อสภาพอากาศแปรปรวน และช่วยในการสังเคราะห์แสง
ประโยชน์ของอะมิโนต่อพืชเสริม :
การดูดซึม : ช่วยนำพาธาตุอาหาร (เช่น ปุ๋ย NPK หรือจุลธาตุ) เข้าสู่ปากใบพืชได้รวดเร็วขึ้น
สร้างเซลล์ใหม่ : เป็นสารตั้งต้นในการสร้างโปรตีนและคลอโรฟิลล์ ทำให้ใบเขียวสด แตกยอด และเร่งรากได้ดี
ลดความเครียด : ช่วยให้พืชทนต่อสภาพอากาศร้อน แล้ง ดินเค็ม หรือฟื้นตัวหลังย้ายปลูกได้ดี
กระตุ้นฮอร์โมน : ส่งเสริมการออกดอกและพัฒนาผลให้สมบูรณ์
วิธีการใช้งาน :
ทางใบ : ผสมอัตรา 3050 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วใบและยอดอ่อนในช่วงเช้าหรือเย็น
ทางดิน : ผสมอัตรา 50100 ซีซี ต่อน้ำ 20 ลิตร รดบริเวณโคนต้นหรือร่องราก
ความถี่ : สามารถใช้ทุก 710 วัน ควบคู่ไปกับรอบการให้ปุ๋ยปกติ
ข้อควรระวังควรหลีกเลี่ยงการฉีดพ่นช่วงแดดจัดหรือช่วงที่พืชกำลังออกดอกบานสะพรั่งเต็มที่ควรระมัดระวังในการผสมร่วมกับสารเคมีกำจัดศัตรูพืชที่มีความเป็นกรดหรือด่างสูง
* โปรตีน :
โปรตีนในพืชถูกสร้างขึ้นจากกระบวนการสังเคราะห์ โดยมี ธาตุไนโตรเจน (N) เป็นองค์ประกอบหลักในการสร้างกรดอะมิโนและโปรตีน ซึ่งจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของลำต้นและใบความสำคัญของโปรตีนและไนโตรเจนต่อพืช
สร้างเซลล์พืช : เป็นโครงสร้างพื้นฐานในการเจริญเติบโตและการแบ่งเซลล์
เร่งการเติบโต : ช่วยให้พืชตั้งตัวได้เร็ว มีใบเขียวเข้มและสมบูรณ์
สังเคราะห์แสง : ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการสร้างอาหารของพืชอาการเมื่อพืชขาดโปรตีน (ขาดธาตุไนโตรเจน) ใบพืชมีสีเหลืองซีดหรือเขียวจางใบมีขนาดเล็กลงและร่วงหล่นผิดปกติลำต้นแคระแกรน ไม่เจริญเติบโต
* อากาศ น้ำ :
จากอากาศและน้ำ (3 ชนิด) พืชสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เองฟรีจากธรรมชาติ ไม่ต้องใส่ปุ๋ยคาร์บอน (C) ไฮโดรเจน (H)ออกซิเจน (O)
* จุลินทรีย์ :
https://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=13
. |
|