-
++kasetloongkim.com++
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - * เล่าสู่ฟัง การเกษตรไทย ยุคใหม่ - 1
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

* เล่าสู่ฟัง การเกษตรไทย ยุคใหม่ - 1

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11967

ตอบตอบ: 16/02/2026 6:49 am    ชื่อกระทู้: * เล่าสู่ฟัง การเกษตรไทย ยุคใหม่ - 1 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

*******************************************************************
............................... การเกษตรไทย ยุคใหม่ - 1 ...........................

*******************************************************************

1. รับคำสั่ง ทำทันที ทำดีที่สุด :
26 มี.ค. 37 -10 โมงตรง KIM ZA GASS นายทหารยศ พ.ท. ตำแหน่ง น.ประชาสัมพันธ์ ยืนส้นเท้าชิด มือชิดข้างขา ท่าตรง ด้วยความเคารพ ตามแบบธรรมเนียมทหาร รายงานตัวอยู่หน้าโต๊ะทำงาน พล.ท.สำเภา ชูศรี ผบ.นปอ. เสียงแรกเรียกชื่อ CALL SING แทนชื่อจริงด้วยความรักและสนิมสนมนำขึ้น บนแววตาที่ยิ้มๆ ว่า

ผบ.นปอ. : (เงยหน้ามองหน้า KIM ZA GASS ยิ้ม แล้วพูด) เฮ่ยยยย.... คำสั่ง ทบ.ให้หน่วยที่มีสถานวิทยุ ผลิตรายการแล้วก็ดำเนินรายการเอง ด้วยกำลังพลของหน่วยเอง เวลามีภารกิจสำคัญเร่งด่วนจาก ทบ. จะได้ทำได้ทันที ไม่ต้องไปขอร้องขอแรงนักจัดรายการพลเรือน .... งานนี้ ตำแหน่งนายทหารประชาสัมพันธ์ รับเนื้อๆ
KIM ZA GASS : (มองหน้าตรงผู้บังคับบัญชา เอ่ยเสียงเบาๆ รับคำสั่ง) .... ครับ

ผบ.นปอ. : วันละ 2 เวลา เที่ยงตรง 1 ชั่วโมง กับ 2 ทุ่มตรงอีก 1 ชั่วโมง
KIM ZA GASS : (เหลือบสายตามองเอกสารบนโต๊ะ แล้วรับคำสั่ง) .... ครับ

ผบ.นปอ. : เริ่มพรุ่งนี้เลยนะ
KIM ZA GASS : (ก้มหน้ามองพื้น แล้วรับคำสั่ง) .... ครับ

ผบ.นปอ. : (ผบ. เอนหลังพิงเก้าอี้ แล้วให้เสียงยิ้มๆ) .... จะทำรายการอะไรล่ะ ?
KIM ZA GASS : (เพราะมั่นใจความเป็นนักเขียนเก่า กับอ่านหนังสือสารคดีมาเยอะ เงยหน้าแล้วตอบทันที) .... รายการสารคดีปกิณณกะครับ

ผบ.นปอ. : เอาซี่ เริ่มได้เลยนะ เดี๋ยวหัวหน้าฝ่ายรายการจะจัดผังเวลาให้
KIM ZA GASS : (คิดหนักขึ้น เตรียมเรื่องออกอากาศ แล้วรับคำสั่ง) .... ครับ

ผบ.นปอ. : (ผบ. เรียกซ้ำ) เฮ้ยยย KIM ZA GASS เดี๋ยว....
KIM ZA GASS : (กลับหลังหันทั้งๆ ที่ยังก้มหน้า คิดเรื่องรายการวิทยุ) .... ครับ

ผบ.นปอ. : ทำรายการเกษตรซี่
KIM ZA GASS : (ชัดเจนทุกคำ ดังก้องในหู ประสาททุกส่วนตื่นตัว ได้ยินแล้วคิด เกษตร-เกษตร เกษตร คือ อะไร ? กระนั้นก็ยังรับคำสั่ง) .... ครับ



2. ปรามาส 1 :
26 มี.ค. 37 - บ่ายโมงตรง KIM ZA GASS ยืนเท้าชิด มือชิดข้างขา ท่าตรง ด้วยความเคารพ ตามแบบธรรมเนียมทหาร อยู่หน้าโต๊ะทำงาน พ.อ.หน.ฝ่ายรายการ สถานีวิทยุ พล.ปตอ. น้ำเสียงที่เรียกชื่อ CALL SING แทนชื่อจริงนั้น แฝงด้วยปรามาสแกมเยาะเย้ย ไม่ปรากฏแววตาที่ยิ้มบนใบ หน้า เยี่ยงผู้บังคับบัญชาพึงมีต่อผู้ไต้บังคับบัญชา สะท้อนบอกให้เห็นความ “มีชอบขี้ หน้า” ชัด

หน.ฝ่ายรายการ : มึงกับกูก็เคยไปรบชายแดนที่อรัญญมาด้วยกัน มึงอยากทำรายการวิทยุ ทำไมไม่บอกกูก่อน ข้ามไปบอกนายเลย แล้วกูจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน ?

KIM ZA GASS : ขออนุญาตครับ ผมไม่ได้อยากทำรายการวิทยุหรอกครับ แล้วก็ไม่ได้ไปขอทำรายการวิทยุด้วยครับ แต่เป็นคำสั่งกองทัพบก ให้หน่วยเราผลิตรายการวิทยุเอง แล้วก็ดำเนินรายการเอง แล้ว ผบ.นปอ.ท่านบอกว่า หน้าที่นี้ตรงกับตำแหน่งของผม ท่านเลยให้ผมรับผิดชอบครับ

หน.ฝ่ายรายการ : (จ้องหน้า KIM ZA GASS เขม็ง ไม่ยิ้ม) .... แล้วมึงเคยทำรายการวิทยุเหรอ ? มึงจะทำได้เหรอ ?
KIM ZA GASS : ไม่เคยครับ

หน.ฝ่ายรายการ : อ้าว แล้วมึงรับปาก ผบ.นปอ. มาทำไม ?
KIM ZA GASS : เป็นคำสั่งก็ต้องรับ ทำไปก่อน ทำได้คือได้ ทำไม่ได้ก็จะมารายงานท่านว่าทำไม่ได้ครับ

หน.ฝ่ายรายการ : (เงียบ เหลือบสายตามองข้างฝา) .... ก็ได้ กูว่าไม่เกิน 3 วัน มึงก็หมดเรื่องพูด
KIM ZA GASS : ครับ

หน.ฝ่ายรายการ : มึงไม่ได้เรียนเกษตรมา มึงมีความรู้เรื่องเกษตรเหรอ ?
KIM ZA GASS : ครับ ตอนนี้ยังไม่มีครับ

หน.ฝ่ายรายการ : แล้วมึงมีแผนการยังไงบ้าง ?
KIM ZA GASS : ยังไม่ทราบเลยครับ ขอผมไปดูลาดเลาที่สถานีวิทยุก่อนครับ

หน.ฝ่ายรายการ : ก็ได้ .... ออกไปได้

ภารกิจเดียวกัน เมื่อวานนี้เดินออกมาจากห้อง ผบ.นปอ. ด้วยอาการก้มหน้ามองพื้น สมองหัวใจคิดหนัก เกษตร เกษตร และเกษตร แต่วันนี้เดินออกมาจากห้อง หน.ฝ่ายรายการ ด้วยอาการเชิดหน้ามองเพดาน สมองหัวใจคิด เอาชนะ เอาชนะ และเอาชนะ แว้บหนึ่งแห่งอดีตผุดขึ้นมา คำพูดของ พ.ท.วินิต เทศวิศาล ผบ.ปตอ.พัน 4 ว่า “ .... คนอิจฉา ดีกว่าคนสงสาร คนอิจฉาเพราะเรามีดีกว่า คนสงสารเพราะเรามีด้อยกว่า....”


3. ON AIR วันแรก :
26 มี.ค. 37 - 10 โมงตรง KIM ZA GASS ในเครื่องแบบปกติ เยื้องกายเข้าสู่สถานีวิทยุ พล. ปตอ. อาคารไม้สักเก่า อายุกว่า 50 ปี สร้างมารุ่นเดียวกันกับบ้านพักนายทหารระดับผู้ใหญ่ และบ้านพัก ร.ท.เจ้าฟ้าประชาธิปรก (ร.7) เมื่อครั้งยังไม่ได้รับการสถาปนาให้เป็นพระมหากษัตริย์

แม้จะรับราชการอยู่ในรั้วเดียวกัน แต่เป็นคนละหน่วย คนละหน้าที่ความรับผิดชอบ จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้ามาในหน่วยนี้ ทันทีที่เข้ามาก็พบกับอัทธาศรัยของทหารเพื่อนรุ่นน้อง นักจัดรายการวิทยุที่เป็นพลเรือน ซึ่งไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเลย

ทุกอนูแห่งบรรยากาศในสถานีวิทยุ ท่ามกลางเสียเพลงลูกทุ่งที่กำลังแพร่คลื่นอยู่นั้น หัวใจ KIM ZA GASS เต้นตูมๆ ๆๆ เกษตร-เกษตร เกษตร คือ อะไร ? ใจลอยสะบัดตัวเองนั่งบนเก้าอี้หน้าห้อง ON AIR ขณะเห็นนักจัดรายการกำลังเจื้อยแจ้วแว่วเสียงเพลงแคนอิสาน มือฉวยได้ น.ส.พ.เดลินิวส์ ข้างตัว แล้วพลิกด้านในด้วยความเคยชินมากกว่าเจาะจงเจตนา ทันใดนั้นก็พบคอลั่มน์การเกษตร ของชมรมเกษตรธรรมชาติ เขียนโดย อ.ดีพร้อม ชัยวงค์เกียรติ แล้วบอกกับตัวเองทันที นี่ไงเกษตร นี่แหละเกษตร นี่คือเกษตร ปากไวกว่าความคิด สั่งเพื่อนรุ่นน้องประจำสถานีวิทยุทันที

“.... เอาหนังสือพิมพ์เก่า ทุกฉบับ ทุกวัน มาให้หน่อย...”

ไม่เคนคิดมาก่อนเลยว่า น.ส.พ.รายวันอย่าง เดลินิวส์ ไทยรัฐ แนวหน้า มติชน จะมีคอลั่มน์การเกษตรอยู่ในนั้น มากบ้างน้อยบ้างก็ว่ากันไป รวมแล้วกว่า 10 กรอบ

เที่ยงตรง ถึงเวลา ON AIR จนท.ควบคุมเสียงเปิดสวิทช์โชว์สัญญานไฟ พร้อมกับพยักหน้าให้สัญญาน “เริ่มได้” .... บอกตามตรงว่า ไม่มีอาการตื่นเต้นหรือประหม่าใดๆ

“....สร้างสันสังคม ส่งเสริมคนดี พัฒนาชีวิตให้มีคุณภาพ.... สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ กอง ทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม ผลิตรายการโดย กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก....ฯลฯ....”

มือใหม่หัด ON AIR จริงๆ มารู้ทีหลังว่า เสียงพลิกหน้ากระดาษ น.ส.พ. ดังคว่ากๆ ออกอากาศดังไปทั่วประเทศ เรื่อง 1 กรอบใช้เวลาอ่านราว 3-5 นาที เบ็ดเสร็จใช้เวลาราวครึ่ง ชม.กว่าๆ เรื่องที่จะอ่านหมดแล้วแต่เวลายังเหลือ ต้องสวมวิญญาณกามนิตหนุ่ม เอากรอบเก่ามาอ่านซ้ำทันที กระ ทั่งหมดเวลาจนได้ .... ออกจากห้อง ON AIR จนท.ควบคุมเสียงบอก

“.... ผู้พัน เปิดเพลงคั่นระหว่างเรื่องก็ได้นี่ครับ...”
“.... ดี ได้ THANK YOU .... กูรู้ละ พรุ่งนี้เอาใหม่ ....”



4. หนังสือ คือ โรงเรียน :
26 มี.ค. 37 – บ่าย 2 โมง KIM ZA GASS ในเครื่องแบบครึ่งท่อน ปรากฏร่างขึ้นที่ “แพร่พิทยา” ถิ่นเก่ามาประจำติดตามข่าวแวดวงหนังสือ ร้านขายหนังสือในห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว ด้วยเวลาที่รวดเร็วราวแมลงกระพือปีกก็ได้พบกับ เกษตร เกษตร และเกษตร

ไม้ผล 50มะ ผักสวนครัว 30ผัก พืชไร่ 20พืช ไม้ดอกไม้ประดับ 30ดอก ไม้ใช้สอย 20ต้น นาข้าว นาบัว นากะเฉด นาแห้ว สารพัดเห็ด สารพัดสัตว์น้ำกุ้งหอยปูปลากบเต่าจระเข้ตะพาบ สารพัดสัตว์บกวัวควายไก่เป็ดห่านนกหนูหมูหมาม้าเก้งกวางนกกระจอกเทศ

จาก ... พืช-สัตว์-เห็ด สดใหม่จากฟาร์ม มาสู่ “แปรรูป” สร้างมูลค่าเพิ่ม ต้นน้ำ-กลางน้ำ-ปลายน้ำ
จาก ... รูปแบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน มาสู่ เทคโนโลยีชาวบ้าน และเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์
จาก ... แนวคิดแบบชาวบ้านๆ ทำแค่พออยู่พอกิน มาสู่ ทำขาย มุ่งเอากำไรเป็นหลัก

ทั้งที่เป็น POCKET BOOK เป็น MAGAZINE น่าสนใจอย่างมาก คือ หนังสือตำราเรียนระดับมหาลัย นี่คือ เกษตรทั้งนั้น แค่วันแรกซื้ออย่างละเล่มๆ สิริรวมแล้วเป็นเงินเกือบ “ครึ่งหมื่น” ต้องพึ่งรถเข็น 4 คัน กับเด็กในห้างเอาของมาส่งที่รถ

อีก 3 วันไปแพร่พิทยาอีกครั้ง ทำ CHECK LIST หนังสือที่มีแล้ว กับหนังสือเล่มที่ยังไม่มี แล้วซื้อมาอีก ก็แค่อย่างละเล่มๆ เหมือนกัน จึงไม่แปลกที่ค่าใช้จ่ายก็ต้องเกือบ “ครึ่งหมื่น” เหมือนกัน

วันแรกครั้งแรกของการออกอากาศเมื่อตอนเที่ยงนั้น สาระน้อยเวลามาก ถึงค่ำวันนี้ตอนสองทุ่ม เป็นการออกอากาศครั้งที่สอง รู้เลยว่า เวลาน้อยแต่สาระมาก จนท.ควบคุมเสียงปรารถนาดี เตรียมแผ่นเพลงไว้ กะเปิดแทรกระหว่างห้อข้อเรื่อง ครั้นเอาจริงเข้า จนท.ควบคุมเสียง ถึงกับเซ่อกิน เพราะเวลา 1 ชม.ไม่พอให้พูด (อ่าน) บางครั้งบางเรื่องต้องต่อมื้อรุ่งขึ้น ต่อ 2มื้อ ต่อ 3มื้อ

ตั้งแต่ก่อนวันแรกจะ ON AIR เคยถูกปรามาสว่า “.... กูว่าไม่เกิน 3 วัน มึงก็หมดเรื่องพูด...” นั้น ขนาดระหว่างพูดไม่มี เอ้อนะครับอ้า-อ้านะครับเอ้อ จนถึงวันนี้แล้วก็วันต่อๆไป รวมเวลากว่า 2 ทศวรรษ เวลายังไม่พอให้พูดเลย .... ไม่ได้โม้

หนังสือที่เขียนโดย ดร. ที่สอนในมหาลัย เมื่อเราอ่านหนังสือเล่มนั้น เท่ากับเราได้เรียนกับ ดร. ท่านนั้นเช่นกัน .... ใช่มั้ย

เรียนในมหาลัยมี ดร.มาสอนเพียงท่านเดียว แต่เราอ่านหนังสือที่เขียนโดย ดร. 10 เล่ม เท่ากับได้เรียนกับ ดร. 10 ท่าน .... ใช่มั้ย


5. วางปืน จับมีดจับจอบ :
วันไหน เดือนไหน ปีไหน จำไม่ได้ ไปธุระที่อิสาน บนเส้นทางผ่านถือโอกาสย้อนกลับไปหาเพื่อนเก่าที่
บ้านภูผีโห่ กุฉินารายณ์ กาฬสินธุ์ วันนี้เพื่อเรามีลูกสาว ชื่อ “เหวิ่ง” อารมณ์ดี พูดคำหัวเราะคำ อาชีพทำเกษตรผสมผเส ใครปลูกฉันปลูก ใครไม่ปลูกฉันไม่ปลูก ปลูกขาย ปลูกกิน

สาวเหวิ่ง : พ่อบอกว่า เมื่อตอนหนุ่มๆ ลุงเคยมาปราบ ผกค. ที่ภูผีโห่ด้วยเหรอ ? ฉันเกิดไม่ทัน เล่าให้ฟังหน่อยเซ่
KIM ZA GASS : พ่อมึงก็รู้ดี เพราะเป็น ทส.ปช.ของที่นี่ ปฏิบัติการด้วยกัน เลยรู้ จักกันดีมาตั้งแต่ตอนหนุ่มๆ ลุงมาตั้งฐานรถถังอยู่ที่นี่ร่วม 3 เดือนมั้ง มี ตชด.ร่วมด้วยนะ จำได้ตอนนั้นลูกทีมทหารคนนีง ชื่อจ่ารำไพ ลาดตระเวนไปถึงภูผีโห่ เข้าไปในถ้ำแล้วได้พระ มาด้วย สงสัยถ้ำนั้นคงจะเป็นกุพระเก่านะ

สาวเหวิ่ง : ป่านนี้คงหมดแล้วหละลุง .... ลุง พ่อบอกว่าลุงเก่งเรื่องเกษตรมาก งั้นขอปรึกษาหน่อยว่า กาฬสินธุ์ปลูกอะไรดี ?
KIM ZA GASS : ปลูกกินหรือปลูกขาย ?

สาวเหวิ่ง : (ท่าทางเอาจริง) ทั้งกินทั้งขาย เอาสองอย่างเลย....
KIM ZA GASS : (หัวเราะในลำคอ) ไม่ค่อยงกเลยเนาะมึงเนี่ย .... ปลูกกินถามคนในบ้าน ปลูกขายถามคนซื้อ...

สาวเหวิ่ง : (ทำคิ้วย่น) ทำไมต้องงี้ด้วยล่ะลุง
KIM ZA GASS : อ้าว....ปลูกกิน ถ้าคนในบ้านไม่ชอบกิน แม่บ่นจนไม้ต้นนั้นตาย ปลูกขาย ถ้าไม่มีคนรับซื้อไปขายต่อ คนปลูกก็บ่นจนไม้ต้นนั้นตาย ไงล่ะ

สาวเหวิ่ง : แล้วกาฬสินธุ์ปลูกมะพร้าวน้ำหอมได้ไหม ?
KIM ZA GASS : ได้ แต่ต้องมีน้ำ มะพร้าวน้ำหอม มะพร้าวแกง ต้องการน้ำมาก ทำสวนยกร่องน้ำหล่อ แล้วให้น้ำหมักกล้อมแกล้มประจำๆ เดี๋ยวดีเอง

สาวเหวิ่ง : ลุง ข้าวหอมมะลิอิสาน ทำยังไงถึงจะได้มากๆ เท่าที่ลำพูน พิจิตร ?
KIM ZA GASS : ง่ายนิดเดียว ก็ทำแบบเขาซี่

สาวเหวิ่ง : ลุงรู้เหรอ เขาทำยังไง
KIM ZA GASS : ที่ลำพูนไม่รู้ แต่ที่พิจิตร แล้วก็ที่สามพราน นครปฐม อันนี้รู้ เพราะเขาทำตามที่ลุงบอก
สาวเหวิ่ง : (หยิบกระดาษ ปากกา เตรียมจด) ทำไงล่ะลุง บอกหน่อยซี่

KIM ZA GASS : บอกมากๆก็ได้ แต่ต้องมีเวลา เปิดเน็ตแล้วทำตามโผซี่

สาวเหวิ่ง : ลุง อยากให้ผักกาด ผักคะน้าโตเร็วๆ ใช้ปุ๋ยตัวไหนดี ?
KIM ZA GASS : 21-7-14 + นมสด อย่าลืม + ยาสมุนไพรด้วย ทุก 5 วัน เดี๋ยวโตเอง

สาวเหวิ่ง : ปุ๋ยสูตรนี้ใช้อยู่แล้ว แต่ยังไม่ได้ลองใส่นมสดด้วย .... ลุง ไก่ชนพ่อชอบเป็นโรคห่าทุกปีเลย เอาสมุนไพรตัวไหนดีล่ะ
KIM ZA GASS : บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร ลูกไต้ใบ เสลดพังพอน เอามาต้มน้ำ แล้วเอาน้ำต้มนั้นให้ไก่กินตั้งแต่เป็นลูกเจี๊ยบเลย .... สูตร อ.ดีพร้อม ชัยวงศ์เกียรติ

สาวเหวิ่ง : (เหลียวไปมองหน้าพ่อ แล้วหันมาถามต่อ) ลุง ทำยังไงเกษตรกรถึงจะรวย ?
KIM ZA GASS : (หัวเราะในลำคอ) ก็ขายแล้วให้มันได้กำไรเยอะซี่ ก็วันนี้มันขายแล้ว
ขาดทุน ทั้งขาดทุนจริงๆ ขาดทุนกำไร แล้วจะเอาที่ไหนมารวยล่ะ

สาวเหวิ่ง : (เหลียวไปมองหน้าพ่อ แต่ไม่พูดอะไร)
KIM ZA GASS : มึงไม่ต้องไปมองหน้าพอมึงหรอก ที่พ่อมึงเป็นหนี้ทุกวันนี้ก็เพราะเอาเงินมาเลี้ยงมึงนี่แหละ

สาวเหวิ่ง : ลุงไม่ต้องพูด .... หนูถามหน่อย ลุงเป็นทหาร ทำไมไม่รบต่อ นี่มันเหมือนลุงวางปีนแล้วมาจับเกษตรแทน ลุงชอบเกษตรเหรอ ?
KIM ZA GASS : อืมมม ที่ไม่รบ ก็เพราะไม่มีข้าศึกมาให้รบด้วย ส่วนเกษตรเนี่ยเพราะเป็นคำสั่ง แบบนี้เขาเรียกว่า วางปืน จับมีดจับจอบ ไงล่ะ

สาวเหวิ่ง : ก็ดีนะลุง ช่วยเหลือเกษตรกร
KIM ZA GASS : ถ้าคิดว่าดีก็จงทำ ทำให้รวยก่อนที่ลุงกับพ่อตาย



6. สำคัญที่ใจ :
เหมือนลงสนามแข่งขันโดยไม่ผ่านรอบชิงเหรียญทองแดง เหรียญเงินมาก่อนแต่ลงแข่งรอบ FINAL ชิงเหรียญทองเลย เปรียบดั่งคนไม่ได้เรียนเกษตรมาโดยตรง แล้วมาทำงานส่งเสริมการเกษตรผ่านรายการวิทยุ ที่มีแต่เสียงไม่มีภาพเหมือน ทีวี. โดยมีเกษตรกรผู้ฟังเป็นเป้าหมาย เกษตรกรเขาไม่รู้หรอกว่า ผู้ส่งเสริมเป็นใคร มาจากไหน มีความพร้อมเพียงใด ข้อมูลเรื่องราวที่ออกอากาศไปนั้น ผิด/ถูก ใช่/ไม่ใช่ เขาไม่รู้ แต่เขาทำตามทันที บางคนประสบความสำเร็จ บางคนล้มเหลว ผู้ส่งเสริมก็แยกไม่ออกอีกว่า ระหว่าง “ความสำเร็จกับความล้มเหลว” อะไรเป็นสาเหตุ

เพราะประวัติชีวิตการทำงานไม่เคยล้มเหลว ทุกอย่างประสบความสำเร็จ แม้ไม่มากก็ถือว่าสำเร็จตามนโบยบายที่ ผบ.ชา กำหนด มางานนี้ เกษตรกรที่ล้มเหลวเป็นดั่งหนามไผ่ทิ่มแทงใจ หลายครั้งอยากบอก “ศาลา” ขอเลิกแล้วกลับไปนั่งโต๊ะทำงานที่เก่า

พลันเหมือนเสียงคำพูดที่เต็มไปด้วยกำลังใจจาก ผบ.นปอ.สั่งการ “ทำรายการ เกษตรซี่ ทำรายการเกษตรซี่....” กับเสียงคำพูดที่เต็มไปด้วยคำปรามาสจาก หน.ฝ่ายรายการ “กูว่า ไม่เกิน 3 วัน มึงก็หมดเรื่องพูด....” สะท้อนเข้ามาในจิตรสำนึกของลูกผู้ ชายชาติทหาร

เลือดชายคนนี้มีพ่อเป็นทหาร มีตาเป็นทหาร เรียนชั้นประถมจากโรงเรียนในกรมทหาร เรียนมัธยมจากโรงเรียนใกล้กรมทหาร เรียนจบมัธยมข้ามภูเขาไปเรียนโรง เรียนนายสิบทหารปืนใหญ่ จบโรงเรียนทหารปืนใหญ่ทำงานหน่วย 1 ปี สอบแข่งขันไปรบเกาหลี กลับจากเกาหลีไปรบเวียดนาม รบลาวต่อ เสร็จจากรบลาวมารบกับ ผกค.ในประเทศศึกแรกที่หินร่องกล้า รบไปเรื่อยๆกระทั่ง “ศึกร่มเกล้า” เป็นศึกสุดท้าย

คิด/วิเคราะห์ : ไม่มีช่วงใดของชีวิตเกี่ยวข้องกับการเกษตรเลย....

ระหว่างรับราชการทหารมีการศึกษาเพิ่มวิทยะฐานะ เฉพาะหลักสูตรที่น่าจะ (เน้น ย้ำ...น่าจะ) เกี่ยวเนื่องกับการเกษตร อาทิหลักสูตร ปฏิบัติการจิตรวิทยา นายทหารกิจการ พลเรือน รบร่วมอากาศพื้นดิน

คิด/วิเคราะห์ : ไม่มีหลักสูตรใดเกี่ยวข้องกับการเกษตรเลย....

คำถามใหม่เกิดขึ้นมา มนุษย์เงินเดือน ทำงานบริษัท โรงงาน ไม่ได้ร่ำเรียนวิชาที่ตรงกับงานที่ทำ แล้วทำไมประสบความสำเร็จอย่างสูงได้....กับคนที่เรียนมาทางทหารแล้วมาทำงานด้านเกษตร จะประสบความสำเร็จไม่ได้....”

ใครก็ตามที่อ่านหนังสือออก ลองไปอ่านหลักการบริหาร 6M เสริมด้วยหลัก SMART FARM แล้ว คิด/วิเคราะห์/เปรียบเทียบ/ประยุกต์ โดยมีเกษตรเป็นตัวตั้ง ก็สามารถประสบความสำเร็จในงานเกษตรได้


7. ไตรมาสแรกของงานส่งเสริมการเกษตร :
จากสโลแกนของตัวเอง รับคำสั่ง-ทำทันที-ทำดีที่สุด ถึงคำสั่ง ผบ.นปอ. ที่ ส่ง เสริม/สนับสนุน ให้ผู้ไต้บังคับบัญชาทุกคนทุกระดับชั้นได้ใช้ความสามารถจนเต็มที่ กระทั่งสำเร็จภารกิจ กับ หน.ฝ่ายรายการ สถานีวิทยุ ผู้มีอคติหรือไม่ชอบขี้หน้าเป็นต้นทุน เมื่อเข้ามาจับงานนี้แล้วควรเดินหน้าตาม ผบ.นปอ. หรือถอยหลังตาม หน.ฝ่ายรายการ จะเป็น ด้วยนิสัยประจำตัว หรือเพราะกรรมเก่าก็สุดแท้ งานนี้ คิดเอง-ทำเอง-ถามเอง-ตอบเอง KIM ZA GASS ตัดสินใจแน่วแน่เดินหน้าบนเส้นทางเกษตร

ทุกวัน วันละ 24 ชม. ต่อเนื่องอาทิตย์ละ7 วัน ถึงเดือนละ 30 วัน พูดในวิทยุวันละ 2 ชม. เที่ยงค่ำ กับอ่านอ่าน และอ่าน วันละ 10-15 ชม. ตัดเวลากินขี้ปี้นอนออกเท่านั้น

สัจจะธรรมจากการอ่านที่ไม่อาจปฏิเสธ คือ ยิ่งอ่านมาก ยิ่งรู้น้อย-ยิ่งไม่รู้มาก นั่นคือ รู้แค่ที่อ่าน อ่านกี่เล่มกี่เรื่องก็รู้แค่นั้น แต่เล่มหรือเรื่องที่ยังไม่ได้อ่านก็คือยังไม่รู้ ที่ยังไม่ได้อ่านปริมาณจำนวนมันมากกว่า มากมายมหาศาล นี่คือ LEARNING ALL THE LIFE การเรียนรู้ต้องตลอดชีวิต นั่นเอง

บนความไม่รู้แล้วอยากรู้ จึงเกิดคำถาม ยิ่งอ่านยิ่งเจอคำถาม อาทิ :
.... หัวใจของการเกษตร คืออะไร ? อยู่ที่ไหน ?
.... อาหาร คน-สัตว์-พืช-จุลินทรีย์ .... ตัวเดียวกันหรือไม่ ?
.... คนมีปัจจัย 4 เพื่อการดำรงชีวิต คน-สัตว์-พืช .... มีกี่ปัจจัย ?
.... พืชมีวงจรชีวิตการเจริญเติบโตที่แน่นอนอย่างไร ? หรือไม่ ?
.... ปุ๋ยมีกี่ชนิด ? กี่ประเภท ? กี่สูตร ? กี่แบบ ?
.... ปุ๋ยตัวเดียวกันกับพืชเดียวกัน คนหนึ่งใช้ได้ผล คนนึ่งใช้ไม่ได้ผล .... เพราะอะไร ?
.... ปุ๋ยใส่ลงดิน จุลินทรีย์ใส่ลงดิน เหมือนกันหรือต่างกันอย่างไร ?
.... ทำแล้วขาย ขายแล้วขาดทุน เพราะอะไร ? แก้ไขอย่างไร ?
.... ที่พูด พูด และพูด ออกอากาศทุกวัน ๆละ 2 เวลา ผู้ฟังรู้เรื่องมั้ย ?
.... ส่งเสริมทหาร กับส่งเสริมเกษตร ต่างกันหรือเหมือนกัน ตรงไหน ?
.... ทุกคำถามมีคำตอบอยู่ที่ไหน ?




8. ผักปลอดสารพิษ แต่ไม่รู้จักสมุนไพร :
จำได้ไม่ลืมจริงๆ เมื่อครั้งโครงการสีสันสัญจร กลุ่มสีสันชีวิตไทย ไปร่วมงานเกษตรอินทรีย์ ที่ อ.อัตตะปือ ถ.พหลโยธิน บรรยากาศคึกครื้นมาก มีดนตรี มีโคโยตี้ ที่บริษัทปุ๋ยเคมี สารเคมีเป็นเจ้าภาพ ซื้อปุ๋ยซื้อสารเคมีแล้วได้หางตั๋วไปจับฉลากชิงรางวัล คิวยาวเหยียด

ที่ลานแผงผักสวนครัว สารพัดผัก กินใบ กินผล กินยอด กินดอก กินหัว กินหน่อ



--------------------------------------------------


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 20/02/2026 3:35 pm, แก้ไขทั้งหมด 16 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11967

ตอบตอบ: 22/02/2026 7:57 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

..


ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิง :

INSIDE ระเบิดเถิดเทิง :

สูตรระเบิดเถิดเทิง เรียกว่า "ปุ๋ย-อินทรีย์-ชีวภาพ" ได้เต็มปากเพราะ มีปริมาณปุ๋ย (ธาตุอาหาร ชนิดและปริมาณ) ตามต้องการ, เป็นอินทรีย์เพราะทำมาจากเศษซากสัตว์ล้วนๆ, และเป็นชีวภาพเพราะมีจุลินทรีย์

คุณสมบัติอื่น ได้แก่ ....
* ผ่านการตรวจจากกรมวิชาการเกษตรมาแล้ว 3 ครั้ง
* เป็นอินทรีย์เพราะทำจาก กุ้งหอยปูปลาทะเล เลือด ไขกระดูก ขี้ค้างคาว นม น้ำมะพร้าว
* เป็นอินทรีย์เพราะมีจุลินทรีย์สารพัดชนิด พิสูจน์จากส่วนผสมที่ถูกย่อยสลาย
* ในเลือดมี ........... N P K Fe
* ในไขกระดูกมี ....... N P K Ca S
* ในขี้ค้างคาวมี ....... P K
* ในนมมี .............. P K Ca Mg Zn
* ในน้ำมะพร้าวมี ...... P Ca Zn ไซโคไคนิน กลูโคส

สารอาหารในอินทรีย์วัตถุที่นำมาทำ มีสารอาหาร มาก/น้อย ต่างกัน :
ผักผลไม้ ....................... น้อยสุด หรือน้อยกว่าหอยเชอรี่
หอยเชอรี่ ....................... มากกว่าผักผลไม้ แต่น้อยกว่าปลาน้ำจืด
ปลาน้ำจืด ...................... มากกว่าหอยเชอรี่ แต่น้อยกว่าปลาทะเล
ปลาทะเลอย่างเดียว ........... น้อยกว่า ปลากุ้งหอยปูทะเล รวมกัน

หรือ มากสุดไปหาน้อยสุด คือ ปลาทะเลรวม-ปลาทะเลเดี่ยว-ปลาน้ำจืด-หอยเชอรี่-ผักผลไม้
ข้อมูลทางวิชาโภชนาการระบุชัดเจนว่าในปลาทะเลมี แม็กเนเซียม. สังกะสี. โซเดียม ซึ่งในปลาน้ำจืดไม่มี

ฮอร์โมนที่ได้ ได้แก่ ฟลาโวนอยด์, โพลิตินอล, ควินนอยด์, จิ๊บเบอเรลลิน, ไซโตไคนิน, ท็อกซิก. ระหว่างการหมักไม่ปิดฝาเพื่อให้จุลินทรีย์ประเภทต้องการอากาศที่ปากถัง ได้รับอ๊อกซิเจน ระหว่างการหมักไม่คน เพื่อให้จุลินทรีย์ประเภทไม่ต้องการอากาศที่ก้นถัง ไม่โดนอากาศ ....จุลินทรีย์ประเภทไม่ต้องการอากาศมีพลังในการย่อยสลายสูงกว่าจุลินทรีย์ประเภทต้องการอากาศ

หมักนานแล้ว ใช้ไม้พายคนทั้งถังแล้วยื่นไม้พายให้หมา หมาดม ดมแล้วเลียหมับๆกิน กินเป็นว่าเล่น .... หนู ตกลงไปในถัง แสดงว่าต้องการกิน ถ้าไม่ต้องการกินคงไม่ลงไป ลงไปแล้วตกตายในถัง ปล่อยทิ้งไว้ 2 อาทิตย์ขึ้นอืด 2 เดือนละลายสลายหาไปทั้งตัว.... หมาเลีย/หนูกิน นี่คือ FOOD GRADE

ฟาร์มไก่ข้างไร่กล้อมแกล้ม ไก่ตาย หมาคาบมา คนแย่งหมาจับยัดลงถังหมักทั้งตัว ทิ้งไว้ 3 เดือนละลายสลายหายไปทั้งตัว หมากัดงูตาย จับงูยัดลงถังหมักทั้งตัว แม้แต่กบ เขียด คางคก กิ่งก่า กิ้งกือ ก็ไม่เว้น ทิ้งไว้ 3 เดือนละลายสลายหายไปทั้งตัว .... นี่คือผลงานโดยพลังจุลินทรีย์

วิธีหมัก :
หมักแยก :

ถัง 1. กุ้งหอยปูปลาทะเลสดใหม่ บดละเอียด 20 กก. + กากน้ำตาล 5 กก. +เปลือกสับปะรด + น้ำหมักชีวภาพเก่า 5 ล. หมักนาน 3 เดือน ....ใส่ “น้ำมะพร้าว” จนเต็มถังที่หมักขนาด 200 ล. หมักนานข้ามปี .... ได้ “น้ำหมักชีวภาพเริ่มต้น” พร้อมผสมต่อ

ถัง 2. เลือด 200 ล. + กากน้ำตาล 5 ล. + น้ำหมักเก่า 5 ล. หมักนานข้ามปี ..................... ได้ เลือดหมัก พร้อมผสมต่อ
ถัง 3. ไขกระดูก 100 กก. + กากน้ำตาล 5 ล. + น้ำหมักเก่า 5 ล. หมักนานข้ามปี .............. ได้ ไขกระดูกหมัก พร้อมผสมต่อ
ถัง 4. ขี้ค้างคาว 10 กก. + กากน้ำตาล 5 ล. + น้ำหมักเก่า 30 ล. หมักนานข้ามปี .............. ได้ ขี้ค้างคาวหมัก พร้อมผสมต่อ
ถัง 5. นม 100 ล. + กากน้ำตาล 5 ล. + น้ำหมักเก่า 5 ล. + ยิสต์ 1 กล่อง หมักนานข้ามปี .... ได้ นมหมัก พร้อมผสมต่อ

ใช้รวม :
น้ำหมักชีวภาพเปล่าเริ่มต้น 180 ล. + เลือดหมัก 5 ล. + ไขกระดูกหมัก 5 ล. + ขี้ค้างคาวหมัก 5 ล. + นมหมัก 5 ล. ได้น้ำหมักชีวภาพ “สูตรระเบิดเถิดเทิงอินทรีย์” 200 ล พร้อมใช้ หรือปรุงต่อ

หมายเหตุ :
- น้ำหมักชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิงอินทรีย์ แม้สมบูรณ์แบบด้วยวัสดุ ส่วนผสมที่มีสารอาหารพืชมาก และกรรมวิธีในการทำต้องตามหลักวิชาการที่ยืนยันได้ถึงกระนั้นชนิดและปริมาณของสารอาหารก็ยังถือว่าน้อยเมื่อเทียบกับปุ๋ยเคมี หรือปุ๋ยสังเคราะห์ กับทั้งเหมาะสมกับความต้องการหรือจำเป็นต้องใช้สำหรับพืชบางชนิดเท่านั้น

- ไม่มีกุ้งหอยปูปลาทะเลสดๆ จากแพปลา ใช้ปลาป่นส่วนผสมอาหารไก่แทนได้ ดีกว่ากุ้งหอยปูปลาทะเลสดๆ เพราะไม่ต้องบด หรือใส่ลงถังหมักได้เลย

อินทรีย์-เคมี :
จากสูตรระเบิดเถิดเทิงอินทรีย์ +เพิ่มแม็กเนเซียม 10%, สังกะสี 5%, รอง/เสริม 2%, ฮิวมิก 1%. เป็นตัวคงที่ กับ +เพิ่มธาตุหลักตามพืช 10-30% ผสมให้เข้ากันดีด้วยโมลิเน็กซ์ยักษ์ ได้ "ปุ๋ยน้ำชีว ภาพ สูตรระบิดเถิดเทิง อินทรีย์ -เคมี" พร้อมใช้

หมายเหตุ :
ปริมาณธาตุหลัก 10-30% ขึ้นกับพืช (ชนิด ระยะพัฒนาการ) การ +เพิ่มปุ๋ยเคมี (หลัก รอง เสริม) แล้วเรียกว่า “อินทรีย์เคมี ตามความเหมาะสม” ความเหมาะสม หมายถึง พืช (ชนิด ระยะพัฒนาการ) ที่จะให้

ตัวอย่าง .... ระหว่าง :
* ผักกาดผักคะน้า(กินใบ) กับพริกมะเขือ(กินผล) กับมะม่วงทุเรียน(กินผล)..หรือ
* มะม่วงทะวาย มีลูกหลายรุ่นบนต้น กับมะม่วงปี มีลูกรุ่นเดียวบนต้น ..........หรือ
* ลำไยอายุต้น 5 ปี กับลำไยอายุ 50 ปี มีลูกบนต้นเหมือนๆกัน .............. หรือ

* ไม้ผลยืนต้น ปีที่แล้วให้ผลผลิตมาก มาปีนี้ต้องให้ปุ๋ยมากขึ้น ตามความจำเป็นที่ต้นแม่ต้องเลี้ยงลูกมากขึ้น

น้ำหมักชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิงอินทรีย์ จากถังหมัก มีโมเลกุลขนาดใหญ่ผ่านปากใบไม่ได้ ต้องให้ทางดินเท่านั้น หากต้องการให้ทางใบต้องปรับโมเลกุลให้มีขนาดเล็ก เป็นโมเลกุลเดี่ยว เรียก ว่า “อะมิโน โปรตีน” ก่อน

เกษตรที่ประสงค์ไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ทำได้โดยใช้ "น้ำหมักชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิงอินทรีย์" (ไม่ปุ๋ยเคมี) ปรับโมเลกุล ให้เป็นโมเลกุลขนาดเล็ก ผ่านปากใบได้ เรียกว่า "อินทรีย์เกาะขอบ ชื่อ ฟาจีก้า" แล้วให้ทั้งทางใบและทางรากควบคู่กัน กับ เสริม/สลับ ด้วยฮอร์โมนธรรมชาติที่มีโมเลกุลขนาดเล็กผ่านปากใบได้

ฮอร์โมนธรรมชาติ ได้แก่ นมสด น้ำมะพร้าว น้ำคั้นหัวไชเท้า น้ำคั้นเมล็ดเริ่มงอก น้ำคั้นผักสด ฯลฯ เรื่องนี้ยาวต้องหาเวลาว่ากันต่างหาก

เกษตร “อินทรีย์ตกขอบ หรือ อินทรีย์มั่วซั่ว” หมายถึงการใช้น้ำหมักชีวภาพที่ ไม่มีสารอาหาร หรือมีสารอาหารน้อย กรรมวิธีการหมักไม่ถูกต้อง เหม็นเน่า มีหนอนเกิดขึ้น นั่นไม่ใช่สารอาหารแต่เป็น “เชื้อโรค”

ข้อสังเกต (1) : กุ้งหอยปูปลาทะเล สดใหม่ กลิ่นคาวจัด บนรถหน้าโรงปุ๋ย แมลงวันตอมหึ่ง ครั้นขนย้ายเข้าในโรงปุ๋ย แมลงวันหน้าโรงปุ๋ยไม่ตาม เข้าไปแม้แต่ตัวเดียว เหตุผลเพราะในน้ำหมักเก่าในโรงปุ๋ยมีสารท็อกซิก ที่เป็นพิษต่อแมลงเอง

ข้อสังเกต (2) : รอบๆ RKK มีฟาร์มไก่ คอกวัว มีแมลงวันเป็นธรรมดา ในครัว โต๊ะกินข้าว ที่ RKK ก็มีแมลงวัน แต่ในโรงปุ๋ยชีวภาพไม่มีแมลงวัน

กุ้งหอยปูปลาทะเล ทั้งตัว สดๆ ปั่นด้วยโมลิเน็กซ์ยักษ์ 15-20 นาที เหลวเป็นน้ำวุ้น หมักทั้งตัวแบบธรรมดา ใช้เวลา 3-6 เดือน ถึงจะเหลวโมลิเน็กซ์ยักษ์ ขนาด 1 แรงม้า ทำโดยกะเหรี่ยงสวนผึ้ง ใช้งานมาแล้ว 10 (+) ปี

น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง ขั้นตอนที่ 1 :
วัสดุส่วนผสม :

กุ้งหอยปูปลาทะเลสด ............... 20 กก.
กากน้ำตาล .......................... 5 ล.
เปลือกสับปะรด ...................... 2-3 หัว
น้ำหมักฯ เก่า พร้อมใช้งานแล้ว ..... 5 ล.

วิธีทำ :
ใส่ส่วนผสม “ทุกตัว” ลงถังขนาดจุ 200 ล. แล้วบดด้วยเครื่องบดโมลิเน็กซ์ยักษ์ บดให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้ จนเป็นน้ำวุ้น ถ้าส่วนผสมข้นมากจนบดไม่ได้ ให้เติมเพิ่มน้ำน้ำหมักระเบิดเถิดเทิงพร้อมใช้งานแล้ว พอเหลวให้เครื่องบดทำงานได้ บดเสร็จแล้วปิดฝาพอหลวม เก็บในอุณหภูมิโรงงาน ใช้ไม้พายคน 7 วัน/ครั้ง หมักทิ้งไว้ 3 เดือน ครบกำหนด 3 เดือนแล้วจะพบว่าส่วนผสมต่างๆในถังหมักเหลวเป็นน้ำ นั่นคือ "อะมิโน โปรตีน" มีกลิ่นคาวปลาแรงกว่า เดิม .... พร้อมปรุงต่อขั้นที่ 2

น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง ขั้นตอนที่ 2 :
อะมิโนโปรตีน. ที่ได้จากขั้นตอนที่ 1 ประมาณ 40 ล. ในถัง 200 ล.

ให้เติมน้ำมะพร้าว 160 ล. หรือจนเต็มถัง 21-0-0 500 กรัม

คนเคล้าให้เข้ากันดี แล้วเติมอากาศด้วยปั๊มออกซิเจนเฉพาะช่วงกลางวัน เช้าถึงเย็น นานติด ต่อกัน 7 วัน .... ระหว่างเติมอากาศหากหยุดเติม วัสดุส่วนผสมต่างๆ ช่วง แรกๆ จะลอยขึ้นมาอยู่ที่ผิวหน้า ครั้นเวลาผ่านไปประมาณ 1 เดือน ส่วนผสมเหล่านั้นจะจมลงก้นถังทั้งหมด เมื่อเห็นว่าส่วน ผสมจมลงก้นถังหมดแล้วให้หยุดเติมอากาศ หยุดการคนส่วนผสมก้นถังด้วยเครื่องมือใดๆ เพื่อปล่อยให้ส่วนผสมก้นถังอยู่ในสภาพไร้อากาศ ในสภาพไร้อากาศนี้จะเกิดจุลินทรีย์กลุ่มไม่ต้องการอากาศซึ่งมีพลังย่อยสลายดีกว่าจุลินทรีย์ประเภทต้องการอากาศบนปากถัง

เมื่อส่วนผสมต่างๆจมลงก้นถังหมดแล้ว ให้คนเฉพาะผิวหน้าด้านบน เพื่อให้จุลินทรีย์ประ เภทต้องการอากาศได้รับอากาศเท่านั้น

นอกจากนี้ยังพบสารเหลวที่เป็นเมือก มันวาว จำนวนมาก นั่นคือ "ฮอร์โมน ไซโตไคนิน และฮิวมัส" สารที่มีประโยชน์ต่อพืชอย่างมาก หมักนานข้าม 1ปี 2ปี 3ปี ตรวจสอบทุกระยะ ทุกขั้นตอน (สี กลิ่น กาก ฝ่า ฟอง) ดำเนินไปด้วยความเรียบร้อยๆ ได้ “น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบ” พร้อมปรุงต่อ

หมายเหตุ :
- ทุกขั้นตอนของการหมักไม่มีการเติม "น้ำเปล่า" เพราะในน้ำเปล่านอกจากไม่มีสารอาหารแล้ว ยังทำให้เปอร์เซ็นต์ของสารอาหารที่พึงมีเจือจางลงไปอีก กับทั้งน้ำเปล่าเป็นต้นสาเหตุทำให้การหมักเกิดเน่าเหม็นอีกด้วย

- คนเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันดี ปิดฝาพอหลวมหรือไม่ต้องปิดฝา เก็บในร่ม อุณหภูมิโรงงาน เติมอากาศช่วง 7 วันแรก ระหว่างเติมอากาศจะพบว่ามีฟองเกิด ขึ้น ถ้าลูกฟองมีขนาดใหญ่ให้เติมอากาศต่อไปเรื่อยๆ จนลูกฟองมีขนาดเล็กละเอียด จึงหยุดเติมอากาศ แล้วหมักทิ้งไว้ข้ามปี (ฟองขนาดใหญ่แสดงว่ายังไม่พร้อมใช้งาน .... ฟองเล็กละเอียดแสดงว่าพร้อมใช้งานแล้ว)

ไม่ปิดฝา แต่คนด้วยมือที่ปากถัง อาทิตย์ละครั้ง เพื่อให้อากาศแก่จุลินทรีย์ประ เภทต้องการอากาศฝ้าที่ปากถัง คือ จุลินทรีย์ที่ตายแล้ว ฝ้ามากแสดงว่าจุลินทรีย์มาก ฝ้าน้อยแสดงว่าจุลินทรีย์น้อย สี/รูปลักษณ์ ที่ต่างกัน คือ จุลินทรีย์ต่างกลุ่มกัน ทุกกลุ่ม คือ จุลินทรีย์ดี มีประโยชน์ทั้งสิ้นใช้ไม้พายคนให้จมลงก็จะเป็นอาหารให้แก่จุลินทรีย์ที่ยังไม่ตาย กระทั่งไม่มีฝ้าใดๆ บนปากถังเลย นั่นคือ “น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง ขั้นที่ 2 “ พร้อมใช้งาน หรือปรุงต่อ

ระยะเวลาหมักยิ่งหลายปียิ่งดี ก็จะได้ "น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบ" พร้อมปรุงต่อก่อนใช้งานจริง น้ำหมักระเบิดเถิดเทิงดิบที่ผ่านการหมักข้ามปีแล้วจะมีกลิ่นฉุนแอล กอฮอร์ หากใช้ไม้พายค่อยๆ งัดกากที่อยู่ก้นถังขึ้นมาดู จะพบว่าส่วนผสมที่อาจหยาบๆ ในครั้งแรกนั้นได้กลายสภาพเป็นของ เหลวเหมือนวุ้น

วิธีเก็บรักษา ปรับปรุง และแก้ไข :
ปฏิบัติเหมือนน้ำหมักชีวภาพสูตรกล้อมแกล้ม ทุกประการ ....

ส่วนผสมเสริม 1 (ไขกระดูก) :
- ถังขนาดจุ 100 ล. ใส่ไขกระดูก ½ ของความจุถัง เติมน้ำมะพร้าวท่วมไขกระดูก เติมกากน้ำตาล 3-5 ล. เติมน้ำหมักระเบิดเถิดเทิงพร้อมใช้งานเพื่อเอาจุลินทรีย์ 5 ล. ใช้โมลิเน็กซ์ยักษ์ปั่นให้เข้ากัน เรียบร้อยแล้ว ปิดฝาพอหลวม เก็บในร่ม อุณหภูมิโงงาน หมักนานข้าม 1ปี 2ปี 3ปี

- ระหว่างการหมัก มีกลิ่นเหม็นเน่า แสดงว่ากากน้ำตาลน้อย แก้ไขโดยใส่เพิ่มครั้งละ ¼ ของที่ใส่ครั้งแรก ถ้ากากน้ำตาลพอดี กลิ่นเหม็นจะหายใน 24 ชม. หากกลิ่นเหม็นยังไม่หาย ให้เติมกากน้ำตาลอีก ¼ ของครั้งที่สอง คราวนี้ ถ้ากากน้ำตาลพอดี กลิ่นเหม็นจะหายใน 24 ชม. เช่นกัน หากกลิ่นเหม็นยังไม่หาย ให้เติมกากน้ำตาลอีก ¼ ของครั้งที่สามแล้วหมักต่อเหมือนเดิม ถ้ากลิ่นเหม็นหาย แสดงว่ากากน้ำตาลพอดี ไขกระดูกหมักจะอยู่ได้ต่อไปนานนับปี

- หมักนานข้ามปี ได้ “ไขกระดูกหมัก” เข้มข้น พร้อมใช้งาน ....ไขกระดูก 1 กก. มีสารอาหารพืชเท่ากับกระดูกป่นอบแห้งบดละเอียด 1.000 กก. (สารคดีดิสคัพเวอรี่)

ส่วนผสมเสริม 2 (นม) :
- ถังขนาดจุ 100 ล. ใส่นมตกเกรดจากฟาร์ม ¾ ของความจุถัง เติมกากน้ำตาล 3-5 ล. เติมยิสต์ 1 กล่อง คนให้เข้ากันดี ปิดฝาพอหลวม เก็บในอุณหภูมิโรงงาน คนทุก 3 วัน

- เริ่มหมัก 7-10 วันแรก เติมอ๊อกซิเจน
- ระหว่างการหมัก มีกลิ่นเหม็นเน่า แสดงว่ากากน้ำตาลน้อย แก้ไขโดยใส่เพิ่มครั้งละ ¼ ของที่ใส่ครั้งแรก ถ้ากากน้ำตาลพอดี กลิ่นเหม็นจะหายใน 24 ชม. หากกลิ่นเหม็นยังไม่หาย ให้เติมกาก น้ำตาลอีก ¼ ของครั้งที่สอง คราวนี้ ถ้ากากน้ำ ตาลพอดี กลิ่นเหม็นจะหายใน 24 ชม. เช่นกัน หากกลิ่นเหม็นยังไม่หาย ให้เติมกาก น้ำตาลอีก ¼ ของครั้งที่สาม แล้วหมักต่อเหมือนเดิม ถ้ากลิ่นเหม็นหายแสดงว่ากาก น้ำตาลพอดี นมหมักจะอยู่ได้ต่อไปนานนับปี

- หมักนานข้ามปี ได้ “นมหมัก” เข้มข้น พร้อมใช้งาน .... นมมีค่า ซี/เอ็น เรโช 39 : 1 (สวพ.5 ชัยนาท)

ส่วนผสมเสริม 3 (ขี้ค้างคาว) :
- ถังขนาดจุ 100 ล. ใส่ขี้ค้าวคาว ½ ของความจุถัง เติมน้ำมะพร้าว ¾ ของความจุถัง ท่วมขี้ค้าง คาวแต่เหลือพื้นที่ ¼ ของความจุถังเพื่อให้ขี้ค้างคาวลอย เติมกากน้ำตาล 3-5 ล. เติมน้ำหมักระเบิดเถิดเทิงพร้อมใช้งานเพื่อเอาจุลินทรีย์ 5 ล. คนให้เข้ากัน เรียบ ร้อยแล้ว ปิดฝาพอหลวม เก็บในร่ม อุณหภูมิโรงงาน หมักนานข้าม 1ปี 2ปี 3ปี

- ระหว่างการหมัก มีกลิ่นเหม็นเน่า แสดงว่ากากน้ำตาลน้อย แก้ไขโดยใส่เพิ่มครั้งละ ¼ ของที่ใส่ครั้งแรก ถ้ากากน้ำตาลพอดี กลิ่นเหม็นจะหายใน 24 ชม. หากกลิ่นเหม็นยังไม่หาย ให้เติมกาก น้ำตาลอีก ¼ ของครั้งที่สอง คราวนี้ ถ้ากากน้ำตาลพอดี กลิ่นเหม็นจะหายใน 24 ชม. เช่นกัน หากกลิ่นเหม็นยังไม่หาย ให้เติมกากน้ำตาลอีก ¼ ของครั้งที่สามแล้วหมักต่อเหมือนเดิม ถ้ากลิ่นเหม็นหาย แสดงว่ากากน้ำตาลพอดี ไขกระดูกหมักจะอยู่ได้ต่อไปนานนับปี

- ระหว่างการหมัก 1-3 เดือนแรก ขี้ค้างคาวจะลอยถึงปากถัง เมื่อการหมักถูก ต้องก็จะค่อยๆ จมลง จนนอนก้นถัง เหลือเป็นน้ำใสสีดำอยู่ข้างบน

- หมักนานข้ามปี ได้ “ขี้ค้างคาว” เข้มข้น พร้อมใช้งาน

ส่วนผสมเสริม 4 (เลือด) :
- ถังขนาดจุ 100 ล. ใส่เลือด ½ ของความจุถัง เติมน้ำมะพร้าว ¾ เติมกากน้ำ ตาล 3-5 ล. เติมน้ำหมักระเบิดเถิดเทิงพร้อมใช้งานเพื่อเอาจุลินทรีย์ 5 ล. คนให้เข้ากัน เรียบ ร้อยแล้วปิดฝาพอหลวม เก็บในร่ม อุณหภูมิโรงงาน หมักนานข้าม 1ปี 2ปี

- ระหว่างการหมัก มีกลิ่นเหม็นเน่า แสดงว่ากากน้ำตาลน้อย แก้ไขโดยใส่เพิ่มครั้งละ ¼ ของที่ใส่ครั้งแรก ถ้ากากน้ำตาลพอดี กลิ่นเหม็นจะหายใน 24 ชม. หากกลิ่นเหม็นยังไม่หาย ให้เติมกาก น้ำตาลอีก ¼ ของครั้งที่สอง คราวนี้ ถ้ากากน้ำ ตาลพอดี กลิ่นเหม็นจะหายใน 24 ชม. เช่นกัน หากกลิ่นเหม็นยังไม่หาย ให้เติมกาก น้ำตาลอีก ¼ ของครั้งที่สามแล้วหมักต่อเหมือนเดิม ถ้ากลิ่นเหม็นหาย แสดงว่ากาก น้ำตาลพอดี เลือดหมักจะอยู่ได้ต่อไปนานนับปี .... หมักนานข้ามปี ได้ “เลือดหมัก” เข้มข้น พร้อมใช้งาน

น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง ขั้นตอนที่ 3 :
ส่วนผสมอินทรีย์ :

น้ำหมักระเบิดฯ (ขั้น 2 ) ...... 180 ล.
ไขกระดูก ...................... 5 ล.
เลือด ............................ 5 ล.
มูลค้างคาว ...................... 5 ล.
นม ............................... 5 ล.
ฮิวมิค แอซิด .................... ½ กก.

ส่วนผสมเคมี :
บี-1 ............................... ¼ กก.
ปุ๋ยธาตุหลัก (ทางราก) .......... 10-20 กก.
ธาตุรอง/ธาตุเสริม ................ 2 กก.
แม็กเนเซียม ...................... 10 กก.
สังกะสี ............................ 5 กก.

ใช้โมลิเน็กซ์ยักษ์ ปั่นส่วนผสมทุกอย่างให้เข้ากันดี ได้ "ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง อินทรีย์-เคมี" พร้อมใช้งาน อายุเก็บนานนับปี
หมายเหตุ :
- ปุ๋ย หมายถึง สารหรือธาตุอาหารพืช

** ส่วนที่เป็น “เคมีชีวะ” ได้จากส่วนผสมที่เกิดเองตามธรรมชาติ ได้แก่ กุ้ง-หอย-ปู-ปลา-เลือด-ไขกระดูก-นม-น้ำมะพร้าว-ขี้ค้างคาว

** ส่วนที่เป็น “เคมีสังเคราะห์” ได้จากส่วนผสมที่มนุษย์ผลิตหรือสร้างขึ้น ในน้ำหมักระเบิดเถิดเทิง ขั้นที่ 3 ได้แก่ N. P. K. TE. Mg. Zn.

- ไขกระดูก. เลือด. มูลค้างคาว. นม. หมักล่วงหน้านานข้ามปีจนพร้อมใช้งาน ...หมาย ถึง "หมักแยก” ก่อนใช้งานจริงจึงผสมรวมกับน้ำหมักระเบิดเถิดเทิง ขั้นที่ 2 แบบนี้เรียกว่า “ใช้รวม" นั่นเอง

- สารอาหารพืชที่พึงมีในน้ำหมักระเบิดเถิดเทิง ขั้นที่ 2 เป็นสารอาหารประ
เภท "อินทรีย์สาร" ที่ถูกจุลินทรีย์ย่อยสลายออกมาจากวัสดุส่วนผสมนั่นเอง ปริมาณสารอาหารที่มีหรือที่ได้เมื่อคิดปริมาณเป็นเปอร์เซ็นต์แล้วถือว่าไม่มากนัก ในพืชอายุสั้นฤดูกาลเดียวอาจเพียงพต่อการนำไปใช้เพื่อการเจริญเติบโต แต่ในพืชยืนต้นขนาดใหญ่ซึ่งต้องการใช้สาร อาหารในปริมาณมากขึ้นนั้นอาจจะไม่พอเพียง

- จากหลักการและเหตุผลที่ว่า น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง มีปริมาณเปอร์เซ็นต์ของอาหารน้อยถึงน้อยมาก ทางราชการ (เกษตร) จึงห้ามใส่หรือใช้คำว่า “ปุ๋ย” แต่ให้เรียกว่า “น้ำหมักชีวภาพ น้ำสกัดชีวภาพ ฯลฯ” เท่านั้น

**ในทางปฏิบัติจริง ผู้ใช้น้ำหมักชีวภาพมีการใส่ปุ๋ยเคมี “สูตรและปริมาณ” ตามต้องการลงไป (ผสมกัน) แล้วให้แก่ต้นไม้ หรือหว่านเม็ดปุ๋ย “สูตรและปริมาณ” ตามต้องการลงไปบนพื้นดินก่อน แล้วรดตามด้วยน้ำหมักชีวภาพ .... ทั้ง 2 แบบไม่ต่างกัน เพราะทั้งปุ๋ยเคมีและน้ำหมักชีวภาพต้องไปรวมกันอยู่ที่พื้นดิน แบบนี้นอก
จากทำได้ ดี และถูกต้องแล้ว ยังช่วยให้ปุ๋ยเคมีนั้นเกิดประ สิทธิภาพเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ด้วยข้อห้ามที่ทางราชการ ห้ามมีคำว่า “ปุ๋ย” ในชื่อของน้ำหมักชีวภาพ เพราะในน้ำหมักฯ มีสารอาหารน้อยนั้น ครั้นใส่ เติม/เสริม/เพิ่ม/บวก ปุ๋ยเคมี สูตรหรือปริมาณตามความเหมาะ สมและจำเป็นแล้ว สามารถเรียกชื่อว่า “ปุ๋ยน้ำชีวภาพ” ได้หรือไม่ ?

นี่คือ ปุ๋ยน้ำชีวภาพ อย่างแท้จริง ภายไต้ BRAND NAME “สูตรระเบิดเถิดเทิง” ได้อย่างมั่นใจ

อัตราใช้และวิธีใช้ :
- นาข้าว พืชไร่ ผักสวนครัว : ใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 2 ล./ไร่ รดทั่วแปลง ทุกตารางนิ้ว ใส่ครั้งเดียวช่วงเตรียมดินเตรียมแปลง

-ไม้ผล ไม้ดอก (ยืนต้น) : ใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 2 ล./ไร่ รดทั่วแปลง ทุกตาราง นิ้ว เดือนละครั้ง

- ทำปุ๋ยอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง 5-10 ล. /อินทรีย์วัตถุ 1 ตัน

น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง สูตรฟาจีก้า
น้ำหมักฯ ระเบิดเถิดเทิง ขั้นที่ 2 ......... 40 ล.
เลือดหมัก พร้อมใช้ ....................... 5 ล.
นมหมัก พร้อมใช้ .......................... 5 ล.
ขี้ค้างคาวหมัก พร้อมใช้ ................... 5 ล.
ไขกระดูกหมัก พร้อมใช้ ................... 5 ล.

1. คนเคล้าให้เข้ากันดี ต้มเดือดจัด 100 องศา 4 ชม. ต้มร้อนไอกรุ่นๆ 70 องศา 2 ชม. ปล่อยให้เย็น กรองเอากากออก ได้น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิงโมเลกุลเดี่ยว (อะมิโนโปรตีน) ชื่อ “โอไฮ โอ” หรือ “โอไฮโอ อินทรีย์” เข้มข้น พร้อมใช้หรือพร้อมปรุงต่อ.... ใช้ 50 ซีซี./น้ำ 20 ล.

2. ต้มร้อนยกลงแล้ว ใส่ปุ๋ยเคมีประเภทให้ทางใบ (จี. เกรด) แม็กเนเซียม ซัลเฟต 4 กก., สังกะสี ซัลเฟต 1 กก., ธาตุรอง/ธาตุเสริม ½ กก. ธาตุหลัก สูตรตามชนิดและระยะพืช 7 กก. ชื่อ “โอไฮโอ เคมี” เข้มข้น พร้อมใช้ .... ใช้ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.

หมายเหตุ :
- โอไฮโอ อินทรีย์ สำหรับเกษตรแบบ “อินทรีย์ ไม่ปุ๋ยเคมี”
- โอไฮโอ เคมี สำหรับเกษตรแบบ “อินทรีย์ เคมี ผสมผสม”
- สารอาหารทั้งอินทรีย์ และเคมีประเภทให้ทางใบ ในโอไฮโอ สามารถผ่านปากใบและปลายรากเข้าสู่ภายในต้นได้

น้ำหมักชีวภาพ สูตรก้นครัว
วิธีทำ :
น้ำต้มก้นหม้อก๋วยเตี๋ยว :
ทำมาจาก กระดูกสดใหม่ หัวไชเท้าสดใหม่ ต้มเดือด 100 องศา 1-2 ชม. ต้มร้อนไอกรุ่นๆ 70 องศา 3-4 ชม.

น้ำเต้าหู้ : ทำมาจากถั่วเหลือง ต้มเดือด 100 องศา 1-2 ชม. ต้มร้อนไอกรุ่นๆ 70 องศา 3-4 ชม.
** ใช้ : น้ำต้มก้นหม้อก๋วยเตี๋ยว น้ำเต้าหู้ เจือจางน้ำเปล่า 3-4 เท่า ให้พืชสวนครัวประเภทกินใบ จะทำให้ได้ใบขนาดใหญ่ สมบูรณ์

** เก็บนาน : น้ำต้มก้นหม้อก๋วยเตี๋ยว น้ำเต้าหู้ 10 ล. เติมสารกันบูด 1 ช้อน

การต้มเดือดและต้มร้อนไอกรุ่นนานแบบนี้ทำให้โปรตีนแตกตัวเป็น “อะมิโน โปรตีน หรือ โปรตีน โมเลกุลเดี่ยว” เป็นโปรตีนขนาดเล็ก เมื่อคนกินเข้าไปถึงกระเพาะแล้วส่งต่อไปลำไส้เล็ก จากลำไส้เล็กไปทางเส้นเลือดสู่กล้ามเนื้อได้เลย น้ำเต้าหู้ที่ต้มไม่นาน กลิ่นเหม็นเขียว รสชาดไม่อร่อย ชัดเจน

** กรณีใช้กับพืช อะมิโน โปรตีน สามารถผ่านปากใบเข้าสู่ต้นเลย เมื่อตกลงดิน ระบบรากดูดซึมเข้าไปใช้ได้ทันทีอีก โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการย่อยสลายจากจุลิน ทรีย์ก่อน

น้ำล้างเขียง : ปลาช่อนสดใหม่ยังมีชีวิต แช่ในกะละมัง 1 คืน เพื่อให้คายขี้คายเมือก รุ่งเช้าเชือดปลาช่อนนำไปปรุงข้าวต้มปลา ข้าวต้มจะอร่อยเพราะไม่มีกลิ่นคาวปลา หั่นปลาช่อนบนเขียงตามปกติ หั่นแล้วล้างเขียง (มี เลือด/คาว ปลาติด)

** ใช้ : นำน้ำขังปลาในกะละมัง เจือจางน้ำเปล่า 3-4 เท่า ให้พืชสวนครัวประเภทกินใบ จะทำให้ได้ใบขนาดใหญ่ สมบูรณ์

** เก็บนาน : น้ำล้างเขียง 10 ล. เติมสารกันบูด 1 ช้อน

น้ำล้างจาน : เศษอาหารที่ปรุงจนกินได้แล้ว เศษซากที่เหลือจากการปรุง ทุกชนิด ทุกรสชาด รวมถึงน้ำล้างจาน นำปั่นลงในโมลิเน็กซ์ ปั่นให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้

** ใช้ : น้ำล้างจานบดละเอียด 1 ล. ผสมน้ำ 20-40 ล. ให้ได้ทั้งผักกินใบ และผักกินดอก

** เก็บนาน : น้ำล้างจาน 10 ล. เติมสารกันบูด 1 ช้อน
หมายเหตุ :

น้ำหมักชีวภาพ สูตรก้นครัว ทุกสูตรที่กล่าว และ/หรือ สูตรอื่นที่คิดได้ใหม่ตามหลัก การและเหตุผลนี้ ทำเป็น “ซุปเปอร์” โดย ....
+ กลูโคสหรือน้ำมะพร้าวแก่ เป็นทางด่วนผ่านปากใบได้เร็ว
+ ธาตุรอง/ธาตุเสริม (เคมี) ทำให้ผลผลิตเนื้อแน่นขึ้น
+ สารสมุนไพร เป็นทั้งสารอาหาร และยา
- กรองชั้นดี ให้น้ำใสที่สุด ใส่สีผสมอาหาร ช่วยให้ดูขลังขึ้น
- ทำด้วยหม้อนึ่งความดัน ใช้เวลาต้ม 1 ชม. นอกจากประหยัดพลังงานกว่าต้มบนเตา 4-6 ชม.แล้ว ยังได้เปอร์เซ็นต์สารอาหารสูงกว่าอีกด้วย

ฮอร์โมนก้นครัว :
ส่วนผสม :

น้ำเต้าหู้ 5 ล.
น้ำมะพร้าวแก่ 5 ล.
นมสดจากเต้า 5 ล.
กระดูกสด 1 กก.
เลือดสด ½ กก.
เนื้อหอยเชอรี่ ½ กก.
หัวไชเท้า ½ กก.
ผงชูรส 100 กรัม

วิธีทำ :
บดหรือสับเล็กส่วนผสมทุกตัว ใส่หม้อ ตั้งไฟ ต้มเดือด 4 ชม. ต้มไอกรุ่น 4 ชม. จะเหลือน้ำต้มประมาณ 7-10 ล. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน ต้องการ เก็บนาน เติมสารกันบูด 1 ช้อน หรือแต่งสีโดยใส่สีผสมอาหาร

วิธีใช้ :
ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ให้พืชอายุสั้น ช่วยบำรุงขยายขนาด ใบ-ผล

น้ำหมักชีวภาพ BMW (Bacterio Mineral Water)
ขั้นตอนที่ 1

1. เปล่า 100 ล.
2. ขี้วัวนมตั้งท้องใหม่ 5 กก.
3. มูลหมูตั้งท้องใหม่ 5 กก.
4. มูลไก่ไข่ 5 กก.
5. มูลค้างคาว 2 กก.
6. เลือด 1 ล.
7. ไขกระดูก 1 ล.
8. นมสดจากฟาร์ม 1 ล.
9. น้ำมะพร้าว 5 ล.
10. น้ำผักดอง 1 ล.
11. สับปะรด 1 หัว
12. กากน้ำตาล 2 ล.

คนเคล้าให้เข้ากันดี เติมออกซิเจนตลอด 24 ชม. นาน 7-10 วัน.....ครบกำหนดแล้วกรองน้ำใสออกมาใช้

ขั้นตอนที่ 2
น้ำใสปุ๋ยคอกหมัก 100 ล.+ ธาตุหลัก 8 กก. (สูตรตามพืช) +ธาตุรอง/ธาตุเสริม 2 กก.+ สาหร่ายทะเล 1 กก.+ ฮิวมิก แอซิด 1 กก. .... คนเคล้าให้เข้ากันดี ได้ “หัวเชื้อ" เข้มข้น พร้อมใช้งาน

อัตราใช้ :
หัวเชื้อ 500 ซีซี./น้ำ 100 ล. ..... ให้ทางราก ทุก 20-30 วัน

น้ำหมักชีวภาพสูตร มั่วซั่วซุปเปอร
หลักการและเหตุผล :

- วัตถุประสงค์ของการทำน้ำหมักชีวภาพเพื่อให้ได้ สารอาหาร (หลัก/รอง/เสริม/ฮอร์โมน) พืช จุลินทรีย์ และสารอาหารสำหรับจุลินทรีย์ประจำถิ่น
- “มั่วซั่ว” แปลว่า ไม่มีหลักเกณฑ์หลักการ ส่งเดช โมเม ไม่รู้จริง เดาสุ่ม
- วัสดุส่วนผสมที่นำมาทำแล้วให้สารอาหารจาก “น้อยสุด ไปหามากสุด” ดังนี้ ...
* พืชผักผลไม้ มีสารอาหารน้อยกว่า หอยเชอรี่
* หอยเชอรี่ มีสารอาหารน้อยกว่า ปลาน้ำจืด
* ปลาน้ำจืด มีสารอาหารน้อยกว่า ปลาทะเล
* ปลาทะเลอย่างเดียว มีสารอาหารน้อยกว่า ปลากุ้งหอยปูทะเล

**** สรุป ปลากุ้งหอยปูทะเล มีมากสุด
- สาอาหารมี 2 ชนิด คือ “เคมีชีวะ” และ “เคมีสังเคราะห์” .... เคมีชีวะ ได้มาจากอินทรีย์วัตถุ .... เคมีสังเคราะห์ ได้มาจากการผลิตโดยมนุษย์

- น้ำหมักชีวภาพที่ทำแล้วมีสารพืชอาหารน้อยหรือไม่มีเลยหรือมีไม่ครบ แก้ไขได้ด้วย “เสริม/เพิ่ม/เติม/บวก” สารอาหารลงไป ทั้งชนิดและปริมาณตามต้องการ

** ต้องการแบบ “อินทรีย์ 100%” ให้ เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก น้ำมะพร้าว นมสด
** ต้องการแบบ “อินทรีย์ เคมี ผสมผสาน” ให้ เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก โดย “อินทรีย์” : น้ำมะพร้าว นมสด .... “เคมี” : แม็กเนเซียม สังกะสี รอง/เสริม ธาตุหลักตามชนิดพืช

หมายเหตุ :
- แบบอินทรีย์ 100% นอกจากน้ำมะพร้าว นมสดแล้ว เพิ่มอย่างอื่นที่เป็นอินทรีย์ตามหลักวิชาการได้อีก
- แบบอินทรีย์ เคมี ผสมผสาน ส่วนของปุ๋ยเคมี ใส่มากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับชนิดของพืชที่จะให้

ฮอร์โมนสมส่วน
วัสดุส่วนผสม :

น้ำคั้นหัวไชเท้าสดใหม่ 1 ล.
น้ำคั้นเมล็ดงอก 1 ล.
น้ำมะพร้าวอ่อน (เนื้อเป็นวุ่น) 1 ล.
น้ำมะพร้าวแก่ (แกง) 1 ล.
น้ำส้มสายชู 30 ซีซี.
ธาตุรอง/ธาตุเสริม 50 กรัม
กลูโคสน้ำ 100 ซีซี.

วิธีทำ :
1. หัวไชเท้าสดใหม่ สมบูรณ์ โตเร็ว เก็บตอน ตี.5 เข้าเครื่องปั่นแบบแยกกากแยกน้ำ (จุ๊ยเซอร์)

2. แช่เมล็ดถั่วเขียว (น้ำมากที่สุดในบรรดาเมล็ดพืชด้วยกัน) 2-3 วัน เหมือนการเพาะถั่วงอก เมื่อเริ่มมีรากโผล่ออกมาให้นำขึ้น

3. นำเมล็ดถั่วเขียวรากเริ่มงอกผสมกับ น้ำมะพร้าวอ่อน+ น้ำมะพร้าวแก่ พอท่วม ใส่เครื่องปั่นโมลิเน็กซ์ ปั่นให้เมล็ดถั่วเขียวละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้

4. ผสมน้ำคั้นไชเท้า. น้ำมะพร้าว น้ำเมล็ดเริ่มงอก. คนเคล้าให้เข้ากันดีแล้วเติมน้ำส้มสายชู. คนเคล้าให้เข้ากันดีอีกครั้ง แล้วเติมธาตุรอง/ธาตุเสริม คนเคล้าให้เข้ากันดีอีกครั้ง ได้ "หัวเชื้อฮอร์โมนขยายขนาด เข้มข้น" พร้อมใช้งาน

อัตราใช้ :
หัวเชื้อ 50 ซีซี./น้ำ 20 ล. ฉีดพ่นทางใบ ให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบลงถึงพื้นช่วงเช้า แดดไม่ร้อน

หมายเหตุ :
- ฮอร์โมนธรรมชาติที่เป็น “เคมีชีวะ” ไม่สู้แสงแดด (รังสีอุลตรา ไวโอเลต) จึงควรใช้หลังสิ้นแสงอาทิตย์ แม้ไม่มีแสงแดดปากใบพืชไม่เปิด แต่ให้ทางดินแทน รากก็จะทำหน้าที่ดูดสารอาหารไปไว้ที่ใบ ครั้นรุ่งขึ้นมีแสงแดดใบจะทำหน้าที่สังเคราะห์ฮอร์โมนนั้นส่งลงมาให้ต้นเอง

- ในน้ำคั้นไชเท้าสด มีฮอร์โมนไซโตคินนิน. ประสิทธิภาพในการขยายขนาด "ทางข้าง" ของพืช

- ในน้ำคั้นเมล็ดเริ่มงอก มีฮอร์โมนจิ๊บเบอเรลลิน. ประสิทธิภาพในการขยายขนาด "ทางยาว" ของพืช

- เมื่อใช้ ไซโตคินนิน + จิ๊บเบอเรลลิน (1 : 1) จึงมีประสิทธิภาพในการขยายขนาดพืชทั้ง"ทางข้าง และ ทางยาว" จึงเท่ากับโตอย่างสมส่วน

- น้ำมะพร้าวอ่อน (เนื้อเป็นวุ้น) มีฮอร์โมนจิ๊บเบอเรลลิน. ขยายขนาดทางยาว และน้ำมะพร้าวแก่มีฮอร์โมนไซโตคินนิน. ขยายขนาดทางข้าง

- น้ำส้มสายชู ช่วยป้องกันไม่ให้ส่วนผสมเปลี่ยนสีจากเดิมเป็นสีน้ำตาล หรือดำคล้ำ
- ส่วนผสมทุกตัวที่กล่าว เมื่อใช้แล้วขยายขนาดพืชได้ แต่ เนื้อหลวม น้ำหนักน้อย สีไม่จัด กลิ่นและรสไม่ดี เมื่อได้เพิ่ม “ธาตุรอง/ธาตุเสริม” (เคมี) ลงไปจะช่วยแก้ปัญหานี้ได้ กล่าวคือ เนื้อแน่น น้ำหนักดี สีจัด กลิ่นรสดี

- การเก็บรักษา เก็บในตู้เย็น บรรจุภาชนะทึบแสง หากต้องการเก็บไว้นาน แนะนำให้เติมสารกันบูด 0.5 %

พืชเป้าหมาย :
- ไม้ใบ ........ ยืนต้นได้ดีแล้วช่วยขยายขนาดใบให้ใหญ่ขึ้น
- ไม้ดอก ..... เมื่อดอกออกมาแล้วช่วยขยายขนาดดอกให้ใหญ่ขึ้น
- ไม้ผล ....... ช่วงผลโตได้ 25-75% ช่วยขยายขนาดผลให้ใหญ่ขึ้น

ฮอร์โมนเขียว
สำหรับผักกินใบ :
วัสดุ ส่วนผสม และวิธีทำ :

เลือกผักสวนครัวกินใบ อายุสั้น ฤดูกาลเดียว เช่น ผักกาด ผักคะน้า ต้นที่สมบูรณ์ แข็งแรงโตเร็ว อัตราโตประมาณ 50% ไม่มีโรคแมลง และไม่มีการใช้สาร เคมียาฆ่าแมลง หรือสารสมุนไพรทุกประเภท เก็บตอนเช้าตรู่ก่อนพระอาทิตย์ขึ้น
ถอนขึ้นมาทั้งต้น (ใบ+ราก) สลัดดินติดรากทิ้ง ไม่ต้องล้างน้ำ นำเข้าเครื่องปั่นแบบแยกกากแยกน้ำ (จุ๊ยเซอร์) น้ำคั้นผักที่ได้ เรียกว่า “ฮอร์โมนเขียว” พร้อมใช้ เก็บในภาชนะทึบแสง รักษาอุณหภูมิโดยการเก็บในตู้เย็นช่องแช่เย็นธรรมดา

วิธีใช้ :
ตกค่ำพระอาทิตย์สิ้นแสงแล้ว นำ “ฮอร์โมนเขียว” พร้อมใช้ 500 ซีซี. ผสมน้ำ (พีเอช 6.0) จำนวน 100 ล. นำไปรดให้แก่ผักประเภทที่นำมาคั้นน้ำนั้น (น้ำคั้นผักอะไรให้ผักชนิดเดียวกัน) ทุก 3-5 วัน จะช่วยบำรุงให้ผักนั้นโตเร็ว สมบูรณ์ แข็งแรง คุณภาพดี

ทำฮอร์โมนเขียว ซุปเปอร์.โดย "น้ำคั้นผัก + น้ำคั้นหัวไชเท้า+ น้ำมะพร้าวแก่" อัตราส่วน 10 : 10 : 1 แล้วใช้อัตราเดิมและวิธีเดิม

สำหรับผักกินยอด :
ใช้ "น้ำคั้นผักกินใบทั้งต้น + น้ำคั้นยอดผักเด็ดด้วยมือ + น้ำคั้นหัวไชเท้า + น้ำมะพร้าวอ่อน" อัตรา ส่วน 1 : 1 : 1 : 5 ไม่ใช้กากน้ำตาลหรือกลูโคส เพราะในน้ำมะพร้าวอ่อนมีกลูโคสอยู่แล้ว .... วิธีใช้และอัตราใช้ เหมือนสำหรับผักกินใบ

หมายเหตุ :
น้ำหรือสารเหลวในต้นผัก คือ สารอาหารที่ผักต้นนั้นผลิตขึ้นเพื่อพัฒนาตัวเอง
เป็นสารอาหารที่พืชนำไปใช้ได้ทันที โดยไม่ต้องผ่านกระบวนการปรุงแต่งใดๆอีก
(เข้าข่าย NANO)

เกษตรกรเกาหลีใช้น้ำคั้นผักกินใบ อายุสั้นฤดูกาลเดียว สารพัดชนิด สดใหม่สมบูรณ์ ให้แก่ผักกินใบ ปรากฏว่า ผักกินใบต้นที่ไดรับสารอาหารนี้ มีอัตราการเจริญเติบโตสูงกว่าต้นที่ไม่ได้ให้ 2-3 เท่า (อ้างอิง : ดร.โช - เกาหลี)

จุลินทรีย์จาวปลวก
จาวปลวก คือ รังของปลวกสีขาวขุ่น รูปร่างคล้ายปะการัง หรือมันสมอง เป็นช่องตารางเหมือนรังผึ้ง มีแบคทีเรียกลุ่มโปรโตซัวร์ ชื่อ BACILLUS SEREUS ช่วยบำรุงราก เป็นเชื้อปฏิปักษ์ต่อโรครากเน่า รากขาว รากปม ในลำไส้ปลวกมีจุลินทรีย์ที่ย่อยสลายเส้นใยของเศษซากพืช แล้วเปลี่ยนน้ำตาลให้เป็นสาร อาหารสำหรับพืชได้

ขยายเชื้อจุลินทรีย์จาวปลวก :
วิธีที่ 1 :

จาวปลวกสดใหม่ 1 กก., ข้าวเหนียวนึ่งปล่อยให้เย็น 1 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้วนำลงผสมน้ำ 20 ล. คนเคล้าให้เช้ากัน ปิดฝาภาชนะสนิท เก็บในอุณหภูมิ ห้อง ทิ้งไว้ 7 วัน เริ่มเกิดฝ้าสีขาวปนเทา ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน

วิธีที่ 2 :
จาวปลวกสดใหม่ 1 กก., ข้าวจ้าวสุกปล่อยให้เย็น 1 กก. คลุกเคล้าให้เข้ากันดี แล้วนำลงผสมน้ำ 20 ล. คนเคล้าให้เข้ากัน ปิดฝาภาชนะสนิท เก็บในอุณหภูมิห้อง ทิ้งไว้ 7 วัน เริ่มเกิดฝ้าสีขาวปนเทา ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน

วิธีที่ 3 :
- จาวปลวกสดใหม่ 1/2 กก. พ่นน้ำซาวข้าวพอชื้นๆ ใส่ลงในกระติกน้ำแข็ง ปิดฝาสนิท วางไว้กลางแดดวันละ 4-5 ชม. หน้าร้อน 2-3 วัน หน้าหนาว 5-7 วัน

- ครบกำหนดเปิดกระติก เส้นใยสีขาว คือ เชื้อโปรโตซัวร์ พร้อมขยายต่อ
- นำเชื้อโปรโตซัว. คลุกกับข้าวเหนียวนึ่งสุก 1/2 กก. (1:1) ใส่ลงภานะน้ำซาวข้าว 20 ล. ปิดฝาสนิท อุณหภูมิห้อง นาน 7-10 วัน เริ่มเกิดฝ้าสีขาวปนเทา ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน

วิธีที่ 4 :
น้ำ 10 ล. + กากน้ำตาล 1 ล. คนเคล้าให้เข้ากันดี เป็นน้ำขยายเชื้อ ใส่จาวปลวกสดใหม่บด ละเอียด 1 กำปั้นมือ ลงในน้ำขยายเชื้อคนเคล้าให้เข้ากันดี ปิดฝาพอหลวม วางไว้ในร่ม อุณหภูมิห้อง ใส่ปั๊มอ๊อกซิเจน (ปั๊มปลาตู้) เพื่อเติมออกซิเจนให้แก่จุลินทรีย์ ปล่อยไว้ 5-6-7 วัน เพื่อให้เวลาแก่จุลินทรีย์ขยายพันธุ์ อากาศร้อนขยายพันธุ์เร็ว อากาศเย็นขยายพันธุ์ช้า

ใช้งาน :
- หัวเชื้อเข้มข้น 1-2 ล. + น้ำตามความจำเป็น ใส่นาข้าว/พืชไร่ 1 ไร่ หรือแปลงปลูกผัก 1 ไร่ หรือโคนต้นไม้ผลบริเวณทรงพุ่ม 10-20 ต้น หรือใส่ในกองปุ๋ยอินทรีย์ 1 กอง (1 ตัน) ใส่มากเกินไม่ส่งผลเสีย แต่สิ้นเปลืองเท่านั้น

- จาวปลวก สดใหม่ บดละเอียด ผสมปุ๋ยอินทรีย์ในกอง หรือหว่านลงพื้นในแปลงปลูก จุลินทรีย์ในจาวปลวกก็ขยายเผ่าพันธุ์เองได้

หมายเหตุ :
- ทดสอบจุลินทรีย์ที่ผ่านกระบวนการขยายพันธุ์แล้ว ตักน้ำเลี้ยงจุลินทรีย์ใส่ขวดน้ำดื่ม ปิดฝาขวดด้วยลูกโป่ง ทิ้งไว้ 3-4-5 วัน แล้งสังเกตลูกโป่ง .... ลูกโป่งพองโตมากและเร็ว แสดงว่าจุลินทรีย์มาก สมบูรณ์ แข็งแรง ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ถ้าลูกโปร่งพองโตน้อยและช้า แสดงว่าจุลินทรีย์น้อย ไม่สมบูรณ์ และไม่แข็ง แรง ให้ขยายเชื้อต่อไป

- วิธีการนี้นำไปทดสอบจุลินทรีย์ได้ทุกชนิด


จุลินทรีย์หน่อกล้วย
เตรียมเชื้อจุลินทรีย์เริ่มต้น :

1. เลือกหน่อกล้วยความสูง 1 ม.จากพื้นถึงยอด เป็นหน่อชนิดที่สมบูรณ์ แข็งแรง ไม่มีโรค เกิดจากต้นแม่ที่สมบูรณ์แข็งแรงให้ผลผลิตดี ทั้งต้นแม่และหน่ออยู่ในบริเวณที่ดินมีค่ากรด-ด่างเป็นกลางหรือเป็นกรดอ่อนๆ

2. ขุดหน่อขึ้นมาให้มีเหง้าติดรากมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ สลัดดินทิ้งไปให้เหลือติดรากไว้เล็กน้อย ไม่ต้องล้างน้ำ

3. สับเล็กหรือบดละเอียดทั้งต้น (ราก เหง้า ต้น) ที่ตัดมา อัตราส่วน หน่อกล้วย 3 ส่วน : กากน้ำ ตาล 1 ส่วน (3:1) เติมน้ำมะพร้าวอ่อนพอเหลว บรรจุในภาชนะที่ไม่ ใช่โลหะ คลุกเคล้าให้เข้ากันดี เก็บในร่ม อุณหภูมิห้อง คนบ่อยๆ เพื่อเร่งอากาศให้แก่จุลินทรีย์ หมักนาน 7-10 วัน กรองเอากากออก น้ำที่ได้คือ “น้ำหัวเชื้อจุลินทรีย์หน่อกล้วยเข้มข้น” พร้อมใช้งาน

ขั้นตอนการหมัก การตรวจสอบ และการนำไปใช้ เหมือนจุลินทรีย์ประจำถิ่น อายุการเก็บนาน 6 เดือนหลังจากหมดอายุแล้วนำมาขยายเชื้อด้วยจุลินทรีย์เริ่มต้นชุดใหม่ได้

ประโยชน์ :
- ใช้ในการหมักปุ๋ยน้ำชีวภาพ ฮอร์โมนพืช บ่มดิน ปรับปรุงดิน ฯลฯ
- ราดลงดินช่วยปรับโครงสร้างของดิน ทำให้ดินโปร่งร่วนซุยและกำจัดเชื้อโรคในดิน
- ผสมกับปุ๋ยหมัก-ปุ๋ยคอก ได้ความชื้น 50% ช่วยเร่งให้ ปุ๋ยหมัก-ปุ๋ยคอก ใช้งานได้เร็วและดีขึ้น

- ย่อยสลายเศษซากอินทรีย์วัตถุที่ใส่ลงไปในดินให้เกิด “ฮิวมิค แอซิด” ได้เร็วและจำนวนมาก

- ช่วยย่อยสลายฟางในนาข้าวที่ไถกลบช่วงทำเทือกให้เปื่อยยุ่ยเร็วขึ้น
- ฉีดพ่นทางใบช่วยกำจัดเชื้อรา ทำให้หนอนไม่ลอกคราบไม่กินอาหาร (ทำลายพืช) ทำให้ไข่ของแม่ผีเสื้อฝ่อจนฟักออกมาเป็นตัวหนอนไม่ได้ และขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้าวางไข่

- กำจัดเชื้อโรคในน้ำในร่องสวน สระกักเก็บน้ำ และคอกปศุสัตว์

หมายเหตุ :
- ในหน่อกล้วยมีจุลินทรีย์กลุ่ม “แอ็คติโนมัยซิส” ซึ่งมีประสิทธิภาพในการย่อยสลายสูง
- ฉีดพ่นจุลินทรีย์หน่อกล้วยทางใบให้ทั่วทรงพุ่มตอนกลาวันช่วงหลังฝนหยุด (ฝนต่อแดด) เพื่อล้างน้ำฝนออกจากต้นไม่ให้น้ำฝนแห้งคาต้นช่วยกำจัดเชื้อราแอนแทร็คโนส. ไม่ให้เข้าทำลายใบ ยอด ดอก ผล และส่วนต่างๆ ของพืชได้ .... ฉีดพ่นตอนเช้ามืดเพื่อล้างน้ำค้างและหมอกออกจากต้นก่อนที่น้ำค้างและหมอกจะแห้งคาต้น ช่วยกำจัดเชื้อราน้ำค้าง. ราแป้ง. ราสนิม. ไม่ให้เข้าทำลายส่วนต่างๆ ของต้นพืช

- จุลินทรีย์กลุ่มแอ็คติโนมัยซิส. มีประสิทธิภาพในการกำจัดจุลินทรีย์เชื้อโรคพืชประเภทเชื้อราในดิน เช่น เชื้อไฟธอปเทอร่า. พิเทียม. ฟูซาเลียม. สเคลโรเทียม. และไรช็อคโธเนีย. มาก... ถ้าไม่ใช้หน่อกล้วยทั้งหน่อ สามารถใช้เฉพาะส่วนลำต้นของต้นกล้วยแก่ตัดเครือใหม่ๆ แทนได้ ด้วยอัตราส่วนและวิธีการเดียวกัน

ปุ๋ยเคมีทางใบ

สมการปุ๋ย :
ปุ๋ยถูก + ใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ปุ๋ยผิด + ใช้ถูก = ไม่ได้ผล
ปุ๋ยผิด + ใช้ผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังสอง
ปุ๋ยถูก + ใช้ถูก = ได้ผล ยกกำลังสอง

สูตรบำรุงต้น สร้างความสมบูรณ์สะสม (ไบโออิ)
1. น้ำ พีเอช 5.0 90 ล.
2. แม็กเนเซียม ซัลเฟต 8 กก.
3. สังกะสี อะมิโน คีเลต 4 ล.
4. ไบยูเร็ต 2 กก.
5. ธาตุรอง/ธาตุเสริม 2 กก.
6. โบรอน 1 กก.
7. กลูโคส 2 ล.
8. ธาตุหลักสูตรตามพืช 4 กก.
9. เติมน้ำให้เต็ม 100 ล.
10. แต่งสีผสมอาหารตามต้องการ

วิธีทำ :
ปรับ พีเอช.น้ำ ด้วยน้ำส้มสายชู หรือสารปรับ พีเอช.น้ำ บั๊ฟเฟอร์ อัลคาไรด์เซอร์ ใส่ส่วนผสมตามลำดับทีละตัว คนให้ละลายจนใส ได้ “ไบโออิ” เข้มข้นพร้อมใช้งาน

วิธีใช้ :
ใช้ไบโออิ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล. ฉีดพ่นทางใบ ทุก 7-10 วัน สำหรับบำรุงต้น

หมายเหตุ :
การเตรียมน้ำครั้งแรก 80 ล. เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับรับส่วนผสมต่างๆ กระทั่งใส่ส่วน ผสมครบถ้วนแล้ว จึงเติมน้ำเพิ่มให้เต็ม 100 ล. นั่นคือ ปุ๋ยทางใบสูตรนี้มี “น้ำ + ส่วนผสม = 100 ล.” หรือ WEIGHT BY WEIGHT (WT/WT) ซึ่งจะทำให้ได้เนื้อส่วนผสม (ปุ๋ย) เข้มข้นที่สุด .... ส่วนผสมที่ใช้ คลาดเคลื่อนได้ +/- 1-3%

สูตรขยายขนาดผล (ยูเรก้า)
1. น้ำ (พีเอช 5.0) 90 ล.
2. ไคโตซาน 8 ล.
3. แม็กเนเซียม ซัลเฟต 6 กก.
4. สังกะสี อะมิโน คีเลต 4 ล.
5. 15-0-0 2 กก.
6. โบรอน ½ กก.
7. ไบยูเร็ต 2 กก.
8. กลูโคส 2 ล.
9. 21-7-14 8 กก.
10. เติมน้ำให้เต็ม 100 ล.
11. แต่งสีตามต้องการ

- ปรับ พีเอช.น้ำ ด้วยน้ำส้มสายชู หรือสารปรับ พีเอช.น้ำ บั๊ฟเฟอร์ อัลคาไรด์เซอร์ ใส่ส่วนผสมที่ละตัวตามลำดับคนเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันดีได้ "ยูเรก้า” สูตรเข้มข้น พร้อมใช้

อัตราใช้และวิธีใช้ :
ใช้ "ยูเรก้า 20 ซีซี./น้ำ 20 ล." ฉีดพ่นทางใบให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบลงถึงพื้นโคนต้นช่วงเช้าแดดจัด ทุก 5-7 วัน .... เป้าหมาย บำรุงขยายขนาดผล (ไม้ผล) ขยายขนาดดอก (ไม้ดอก)

หมายเหตุ :
- การเตรียมน้ำครั้งแรก 80 ล. เพื่อเปิดพื้นที่สำหรับรับส่วนผสมต่างๆ กระทั่งใส่ส่วนผสมครบถ้วนแล้ว จึงเติมน้ำเพิ่มให้เต็ม 100 ล. นั่นคือ ปุ๋ยทางใบสูตรนี้มี “น้ำ + ส่วนผสม = 100 ล.” หรือ WEIGHT BY WEIGHT (W/W) ซึ่งจะทำให้ได้เนื้อส่วนผสม (ปุ๋ย) เข้มข้นที่สุด .... ส่วนผสมที่ใช้ คลาดเคลื่อนได้ +/- 1-3%

สูตรเปิดตาดอก (ไทเป)
ขั้นตอนที่ 1 :
วัสดุส่วนผสม และวิธีทำ :

1. นมสด 50 ล.
2. ไข่สดพร้อมเปลือก 50 ฟอง
3. กลูโคส 2 ล.
4. ยิสต์ 100 กรัม
5. น้ำส้มสายชู 200 ซีซี.

- บดไข่พร้อมเปลือกกับน้ำมะพร้าว ด้วยเครื่องโมลิเน็กซ์ ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้ เติมส่วนผสมอื่นๆ ลงไปตามลำดับจนครบ บดซ้ำอีกครั้งเพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้าเป็นเนื้อเดียวกันดี

- เติมออกซิเจนตลอด 24 ชม. ติดต่อกัน 7 วัน (อากาศปกติ) หรือเติมออกซิเจน ติดต่อ กัน 10 วัน (อากาศหนาว)

- ยิสต์ คือ จุลินทรีย์กลุ่มย่อยสลายนมโดยเฉพาะ (อ้างอิง : จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
- น้ำส้มสายชูทำให้นมไม่เปลี่ยนสีเป็นสีดำ (จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
- เติมออกซิเจนครบ 7 วันแล้วหยุดเติม หมักต่อ 1 เดือน ระหว่างหมักต่อให้ไม้พายคน 2-3 วัน/ครั้ง ครบกำหนด 3 เดือน ได้ฮอร์โมนไข่พร้อมปรุงต่อ

ขั้นตอนที่ 2 :
- เติมน้ำมะพร้าว 200 ล. คนเคล้าให้เข้ากันดี ไม่ต้องให้ออกซิเจน หมักต่อ 3 เดือน ได้ฮอร์โมนไข่พร้อมปรุงต่อ

ขั้นตอนที่ 3 :
1. 13-0-46 12 กก.
2. 0-52-34 4 กก.
3. ธาตุรอง/ธาตุเสริม 1 กก.
4. แม็กเนเซีย ซัลเฟต 2 กก.
5. สังกะสี ซัลเฟต 2 กก.
6. สาหร่ายทะเล 1 กก.
7. โบรอน ½ กก.
8. แต่งสี ตามต้องการ

วิธีทำ :
ใส่ส่วนผสมที่ละตัว ตามลำดับ คนเคล้าส่วนผสม

อัตราใช้และวิธีใช้ :
- ใช้ "ฮอร์โมนไข่ 20-30 ซีซี./น้ำ 20 ล." ฉีดพ่นทางใบให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบลงถึงพื้นโคนต้น ช่วงเช้าแดดจัด ทุก 5-7 วัน

หมายเหตุ :
- ส่วนผสมที่ใช้ คลาดเคลื่อนได้ +/- 1-3%
- พืชเป้าหมาย : ผักสวนครัวกินผล ไม้ผลพันธุ์เบา (ทะวาย) หรือออกดอกง่าย

แคลเซียม โบรอน (สูตรเข้มข้น)
1. น้ำ (พีเอช 4.5-5.0) 20 ล.
2. โบรอน เกรด 10 โมเลกุลน้ำ 400 กรัม
3. 15-0-0 จี. 1,200 กรัม
4. กลูโคส 200 ซีซี.
5. สีผสมอาหาร - -

ปรับ พีเอช.น้ำด้วยน้ำสมสายชู หรือสารปรับ พีเอช.น้ำ บั๊ฟเฟอร์ อัลคาไรด์เซอร์ แล้วใส่ส่วน ผสมตัวแรก คนช้าๆ ละลายดีใส่ตัวใหม่ คนช้าๆทุกครั้ง ใส่ครบทุกตัวแล้วได้ “แคลเซียม โบรอน” สูตรเข้มข้นพร้อมใช้งาน

อัตราใช้และวิธีใช้ :
ใช้แคลเซียม โบรอน 20 ซีซี./น้ำ 20 ล. ฉีดพ่นทางใบ ใช้ ถี่/ห่าง ตามอัธยาศัย ถ้าเก็บนานแล้วมีกากนอนก้นให้เขย่าก่อนใช้งาน

หมายเหตุ :
- ส่วนผสมที่ใช้ คลาดเคลื่อนได้ +/- 1-3%


สูตรสารลมเบ่งนาข้าว (พร้อมใช้)
1. น้ำ (พีเอช 6.0) 200 ล.
2. 46-0-0 จี. 400 กรัม
3. ธาตุรอง/ธาตุเสริม 400 กรัม
4. เอ็นเอเอ. 100 ซีซี.
5. กลูโคส 200 ซีซี.

ปรับ พีเอช. น้ำด้วยน้ำส้มสายชู หรือสารปรับ พีเอช.น้ำ บั๊ฟเฟอร์ อัลคาไรด์เซอร์ แล้วใส่ส่วนผสมตัวแรก คนช้าๆ ละลายดีใส่ตัวใหม่ คนช้าๆทุกครั้ง ครบทุกตัวแล้วได้สูตร “กระตุ้นข้าวออกรวง” ใช้ได้เลย ฉีดพ่นทุก 7 วันใช้ครั้งต่อครั้ง ถ้าเก็บนานแล้วมีกากนอนก้นให้คนก่อนใช้งาน

http://www.plantmediashop.com http://yvp.co.th/ninee/products_detail.php?pid=63


.............................................................................................................
หัวใจห้องที่ 2 ยา
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©