-
++kasetloongkim.com++
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - * เล่าสู่ฟัง เรื่องสารสมุนไพร
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

* เล่าสู่ฟัง เรื่องสารสมุนไพร

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 11953

ตอบตอบ: 15/02/2026 7:33 pm    ชื่อกระทู้: * เล่าสู่ฟัง เรื่องสารสมุนไพร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

******************************************************************
........................ เล่าสู่ฟัง เรื่องสารสมุนไพร ..................................

******************************************************************

สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ

กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม ผลิตรายการโดยกองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

.... สนับสนุนรายการโดย ...
* บ.นิมุติ เอ็นจิเนียริ่ง เครื่องย่อยเศษพืช ..... (02) 322-9175-6
ยิบซั่มธรรมชาติ เฟอร์มิกซ์, ธันเดอร์แม็กซ์, ธันเดอร์พลัส, ธันเดอร์แคล, เอ็มแคล, แคลซี, แคลสตาร์ ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ ..... (089) 144-1112

บ.มายซัคเซส อะโกร --- ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย, กาวเหนียวดักแมลง มายฟิกส์,กลิ่นล่อแมลงวันทอง ฟลายแอต, สารเสริมฤทธิ์สารสมุนไพร ไบโอเจ๊ต, ถังฉีดพ่นรุ่นใหม่ ใช้แบตเตอรี่ ..... (081) 910-5034

และชมรมสีสันชีวิตไทย .... เกษตรลดต้นทุน อินทรีย์นำ เคมีเสริม ตามความเหมาะสม

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการครับ

เช่นเคยครับ รายการเรา 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว ที่ (081) 913-4986

โทรศัพท์เข้ารายการ คุยกันสดๆ ออกอากาศ สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน (02) 888-0881

KASETLOONGKIM.COM ..... KIMZAGASS & HOTMAIL.
และ หนังสือ “หัวใจเกษตรไท” ความหนา 1,200 หน้า สาระเนื้อหาว่าด้วย ปุ๋ย-ยา-เทคโน-โอกาส เจตนาทำหนังสือ ความหนามากๆ เนื้อหามากๆ อ่านมากๆ จะได้มีความรู้ข้อมูลมากๆ พูดคุยกับใครจะได้ว่า “คนนี้รู้จริง - มีหลักการ - มีเหตุผล”

อรรถาธิบาย :
“ปุ๋ย” หมายถึง สารอาหารพืช อินทรีย์/เคมี ชนิดน้ำ/ชนิดแห้ง จุลินทรีย์ และฮอร์โมน

“ยา” หมายถึง สารป้องกันกำจัด/กำจัด โรค แมลง ศัตรูพืช

เทคโน” เทคโนโลยี หมายถึง/แปลว่า วิธีการ .... การปฏิบัติต่อพืช การบำรุงต่อพืช ตามชนิด ระยะ และปัจจัยพื้นฐาน การใช้เครื่องทุ่นแรง การผลิต การตลาด “โอกาส” หมายถึง ช่วงเวลา เช่น นอกฤดู แจ๊คพ็อต คุณภาพ ปริมาณ

------------------------------------
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=2027
----------------------------------------

... สมุนไพร ...
** งานวิจัยระดับโลก :
Grainge and Ahmed (1988) :
ในโลกมีพืชมากกว่า 2,400 ชนิด ที่มีพิษต่อแมลง

** บัญญิติ 10 ประการ สารสมุนไพร ป้องกัน/กำจัด ศัตรูพืช :

1. ตัวยา ป้องกัน/กำจัด ศัตรูพืชที่แท้จริง คือ กลิ่น รส ฤทธิ์
2. วิธีเลือกสมุนไพรที่ดีที่สุด คือ ใช้มากอย่างมากตัว ดีกว่าน้อยอย่างน้อยตัว
3. วิธีทำ คือ แช่ในน้ำร้อน และเร่งให้ตัวยาออกมาเร็วคือ เติมแอลกอฮอร์ 10% ของน้ำ น้ำส้มสายชู 10% ของแอลกอฮอร์
4. ใช้ ยาสมุนไพร+ยาเคมี แบบ ลด-ละ-เลิก สารเคมี
5. วิธีใช้ที่ดีที่สุด คือ กันก่อนแก้ และฉีดพ่นบ่อยๆ

6. ใช้ ยาสมุนไพร+ปุ๋ย (อินทรีย์/เคมี) เพื่อสู้กับศัตรูพืชและบำรุงต้นให้สมบูรณ์เป็นภูมิต้านทาน
7. ใช้กับดัก กาวเหนียว/แสงไฟ/กลิ่นล่อ ช่วยกำจัด และช่วยให้รู้ล่วงหน้า
8. ไม่มีพืชใดในโลกนี้ ที่ไม่มีศัตรูพืชประจำตระกูล หรือเผ่าพันธุ์
9. ไม่มี ยาสมุนไพร-ยาเคมีใด ช่วยให้พืชที่ถูกทำลายไปแล้ว ฟื้นคืนดีอย่างเดิมได้
10. หลักสมการยาสมุนไพร

** ปัญหาที่แท้จริง :
1. ไม่เชื่อ
2. ไม่รู้จักตัวสมุนไพร
3. ทำไม่เป็น
4. ไม่มีเครื่องทุ่นแรง
5. ไม่เข้าใจวงจรชีวิตศัตรูพืช

6. ไม่เข้าใจสมการยาสมุนไพร
7. ไม่เฉลียว ไม่สังเกต ไม่ยอมรับ
8. ไม่ห่วงต้นทุน
9. ไม่ห่วงตลาด
10. ไม่มีหลักการและเหตุผล

สัจจธรรม ธรรมชาติ : สะเดากำจัดหนอน โดนหนอนทำลาย
งานวิจัยไทย : ครูโบราณสอนศิษย์ ให้หาอะไรที่ไม่ใช่
งานวิจัยฝรั่ง : พืชสมุนไพร 2,400 ชนิด

สารพัดสูตร :
สูตรเฉพาะ :
ใช้สมุนไพร (ขม/เผ็ด/ร้อน/ฝาด/เบื่อเมา หรือ กลิ่น/รส/ฤทธิ์) ทุกตัว ที่มีฤทธิ์ กำจัดหนอน-โรค-แมลง แต่ละสมุนไพรทำแยกกัน ..... พร้อมใช้แล้วเลือกใช้เฉพาะสมุนไพรตัวใดตัวหนึ่งเพียงตัวเดียวที่มีฤทธิ์ต่อศัตรูพืชชนิดนั้นๆ (หมักแยก ใช้แยก) 1 สมุนไพร ต่อ 1 ศัตรูพืช .... เหมาะสำหรับใช้กำจัด

สูตรตัวต่อตัวมีรุม : ใช้สมุนไพร (ขม/เผ็ด/ร้อน/ฝาด/เบื่อเมา หรือ กลิ่น/รส/ฤทธิ์) ที่มีฤทธิ์กำจัดหนอน-โรค-แมลง แต่ละสมุนไพรทำแยกกันเป็นกลุ่ม เช่น กลุ่มขม กลุ่มเผ็ด/ร้อน กลุ่มฝาด กลุ่มเบื่อเมา ฯลฯ พร้อมใช้แล้วเลือกใช้สมุนไพรกลุ่มที่มีฤทธิ์ต่อศัตรูพืชชนิดนั้นๆ (หมักแยก ใช้รวม) หลายสมุนไพร ต่อ 1 ศัตรูพืช.... เหมาะสำหรับกำจัด

สูตรรวมมิตร : ใช้สมุนไพร (ขม/เผ็ด/ร้อน/ฝาด/เบื่อเมา หรือ กลิ่น/รส/ฤทธิ์) ที่มีฤทธิ์กำจัด หนอน-โรค-แมลง โดยเฉพาะ .... เหมาะสำหรับใช้กำจัด

สูตรสหประชาชาติ : ใช้สมุนไพร (ขม/เผ็ด/ร้อน/ฝาด/เบื่อเมา หรือ กลิ่น/รส/ฤทธิ์) ทุกตัวที่ทุกมีฤทธิ์กำจัด แมลง-หนอน-โรค ครบทุกอย่าง ทำในถังเดียวกัน วิธีการเดียวกัน ทั้งหมด พร้อมใช้แล้วนำไปใช้เลย ปล่อยให้ตัวยาในสมุนไพรแต่ละอย่างทำหน้าที่ของเขาเอง....เหมาะสำหรับใช้ป้องกัน

สูตรผีบอก : เช่น
- สะเดา. ตัวเองมีฤทธิ์กำจัดหนอน โดน แมลง/หนอน ทำลาย ป้องกัน/กำจัดด้วยกลอย น้อยหน่า

** แหล่งข้อมูลเรื่องสมุนไพร คือ
ร้านขายยาสมุนไพร องค์การเภสัชกรรม ร.พ. อภัยภูเบศร์

** ปัจจัยพื้นฐาน เสริม/ต้าน ศัตรูพืช :
กลิ่น : แมลงเข้าหาพืชเพื่อวางไข่ หรือกัดกิน ด้วยการตามกลิ่นของพืชที่ต้องการ ถ้าพืชนั้นถูกเปลี่ยนกลิ่น หรือเอากลิ่นอื่นไปฉีดพ่นเคลือบไว้ แมลงก็จะเข้าใจผิด หลงคิดว่าไม่ใช่พืชที่ต้องการ หรือ เป็นพืชชนิดอื่น .... ผลรับคือ ไม่มีแมลงเข้าหาพืชนั้น

รส : แมลงหรือทายาท (หนอน) ของแมลง กินพืชเป็นอาหารเพราะต้องการรสชาดของพืชนั้นๆ ถ้าพืชนั้นถูกเปลี่ยนรส เพราะมีพืชอื่นไปฉีดพ่นเคลือบไว้ แมลงก็จะเข้าใจผิด หลงคิดว่าไม่ใช่พืชที่ต้องการกิน หรือเป็นพืชชนิดอื่น .... ผลรับคือ ไม่มีแมลงกัดกินพืชนั้น

ฤทธิ์ : คือตัวยาเฉพาะในสมุนไพรบางชนิด ที่แมลง หรือหนอน หรือเชี้อโรค กินแล้วตาย หรือหยุดการกิน แล้วรอเวลาตาย ไม่ช้าก็เร็ว .... ผลรับคือ ไม่มีแมลงกัดกินพืชนั้น

ดิน :
- เป็นกรด เกิดโรคไฟธอปเทอร่า, พิเทียม, ฟูซาเลียม, สเคลโรเทียม, ไรซ็อคโทเรีย. ไส้เดือนฝอยรากปม.
- ทำให้ต้นพืชอ่อนแอ ไม่มีภูมิต้านทาน-

น้ำ :
- น้ำมาก รากแช่น้ำ เน่า,
- น้ำมาก อากาศลงไม่ได้ รากขาดอากาศ จุลินทรีย์ดีตาย จุลินทรีย์เชื้อโรคเกิด,--

แสงแดด :
- แดดดี ในทรงพุ่มร้อน ไม่มีเชื้อรา แมลงไม่วางไข่ ไม่มีหนอน
- ต้นพืชสังเคราะห์แสงดี มีความแข็งแรง เกิดภูมิต้านทานโรค

อุณหภูมิ : ---
ฤดูกาล : ---

สารอาหาร :
- เคมี :
ยูเรีย (อวบ ล่อแมลง) ขาดสารอาหาร (โรคไม่มีเชื้อ)

สายพันธุ์ :
- พันธุ์ต้านทาน พันธุ์ผสมใหม่ พันธุ์พื้นเมือง

โรค :
- โรคมีเชื้อ อาการพืชเกิดจากการกระทำของศัตรูพืช
- โรคไม่มีเชื้อ อาการพืชเกิดเพราะขาดสารอาหาร
- ปรัชญาโรค ไม่มีพืชใดในโลกที่ไม่มีศัตรูพืชประจำเผ่าพันธุ์ ไม่มีสารสมุนไพรใดและไม่มีสารเคมีใดในโลกนี้ที่สามารถทำให้ส่วนของพืชที่ถูกทำลายไปแล้ว ฟื้นคืนดีอย่างเดิมได้

วิธีสกัดเอาสารออกฤทธิ์ (ตัวยา)
- ประเภท ขม/ฝาด ใช้วิธี “หมัก/แช่
- ประเภท ขม/เผ็ด/ร้อน ใช้วิธี “ต้ม”
- ประเภท กลิ่น ใช้วิธี “กลั่น”

พาหะ :
- มดนำพาเพลี้ยแป้ง
- เพลี้ยไฟนำพาเชื้อไวรัส
- เครื่องมือเกษตร
- ปนเปื้อนเมช็ดพันธุ์

วงจรชีวิต :
- เกิด กิน แก่ เจ็บ ตาย ขยายพันธุ์
- สะสม
- ปนเปื้อนมากับพันธุ์
- เกิดเองเมื่อสภาพแวดล้อมเหมาะสม

ศัตรูธรรมชาติ :
- มดแดง
- นก
- ตัวห้ำ ตัวเบียน
- นก-

เชื้อปฏิปักษ์ :
- เชื้อราคีโตเมียม, ไรโซเบียม, ไมโครไรซ่า, ไตรโคเดอร์ม่า, บาซิลลัสซับติลิส.
- ไม่สู้แสงแดด-

ภูมิต้านทาน :
- บำรุงต้นแบบสะสมความสมบูรณ์
- โรคแมลงเข้าต้นที่อ่อนแอ มักสร้างความสูญเสียแก่พืชและขยายพันธุ์ได้มาก กว่า ต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง-

ไอพีเอ็ม :
- กับดักกาวเหนียว +กลิ่นล่อ +แสงล่อ
- เชื้อปรปักษ์
- สัตว์ปรปักษ์
- ตัดวงจรชีวิต--

เครื่องทุ่นแรง :
- พลังแสงอาทิตย์ :
หม้อต้มพลังแสงอาทิตย์ แผงกระจกสะท้อนแสง ที่ RKK :
- กระจกเงาแบนราบส่องหน้าธรรมดาๆ ขนาดกว้าง 1 คืบมือ ยาวครึ่งศอกแขน จำนวน 4 แผ่น เรียงต่อกันทางตั้ง เป็นแผงบนราวไม้ยาว ประมาณ 1 ม. สูงจากพื้น 1 ม. ปรับระยะห่างจากกระจก (ราว) ถึงถังต้มให้สะท้อนแสงได้พอดีเต็มพื้นที่ถังต้ม

- ทำแผงกระจก (4 แผ่น) บนราวไม้ คือ 1 ราว .... ทำซ้ำอีก 3 ราว เป็น 4 ราว หรือ 1 แผง เรียงลำดับ บน-ล่าง ห่างกันประมาณ 1 ฝ่ามือ

แผงกระจกด้านตะวันตกของหม้อต้ม เพื่อรับแสงแดดช่วงเช้า :
- ปรับมุมสะท้อนกระจกราวที่ 1 (ล่างสุด) ให้กระจกทั้ง 4 แผ่น สะท้อนแสงลงจุดเดียวกัน ช่วงเวลา 08.30 - 09.30 .... ก่อน 08.30 แสงแดดไม่มีความร้อน
- ปรับมุมสะท้อนกระจกราวที่ 2 ให้กระจกทุกแผ่นสะท้อนแสงลงจุดเดียวกัน ช่วงเวลา 09.30-10.30
- ปรับมุมสะท้อนกระจกราวที่ 3 ให้กระจกทุกแผ่นสะท้อนแสงลงจุดเดียวกัน ช่วงเวลา 10.30-11.30
- ปรับมุมสะท้อนกระจกราวที่ 4 (บนสุด) ให้กระจกทุกแผ่นสะท้อนแสงลงจุดเดียวกัน ช่วงเวลา 11. 30-12.00

แผงกระจกด้านตะวันออกของหม้อต้ม เพื่อรับแสงแดดช่วงบ่าย :
- ปรับมุมสะท้อนกระจกราวที่ 1 (ล่างสุด) ให้กระจกทั้ง 4 แผ่น สะท้อนแสงลงจุดเดียวกัน ช่วงเวลา 12.30-13.30
- ปรับมุมสะท้อนกระจกราวที่ 2 ให้กระจกทั้ง 4 แผ่น สะท้อนแสงลงจุดเดียวกัน ช่วง เวลา 13.30-14.30
- ปรับมุมสะท้อนกระจกราวที่ 3 ให้กระจกทั้ง 4 แผ่น สะท้อนแสงลงจุดเดียวกัน ช่วง เวลา 14.30-15.30
- ปรับมุมสะท้อนกระจกราวที่ 4 (บนสุด) ให้กระจกทั้ง 4 แผ่น สะท้อนแสงลงจุดเดียว กัน ช่วงเวลา 15.30-16.30 .... 17.00 ไปแล้ว แสงแดดไม่มีความร้อน

หมายเหตุ :
- หม้อต้มทำจากปี๊บ ใส่น้ำเต็มปี๊บ กับใส่สมุนไพรพอท่วมน้ำ
- แผ่นกระจกเงา กว้าง 1 คืบมือ ยาวครึ่งศอกแขน หรือ 20 x 30 ซม. ปรับระยะห่างให้แสงสะท้อนจากทั้ง 4 แผ่น ไปรวมกันเป็นจุดเดียว (จุดรวมแสงสะท้อน) คลุมพื้นที่ด้านกว้างของปี๊บพอดี .... ถังต้มวางสูงจากพื้น 30 ซม.
- ถังต้ม (ปี๊บ) ใส่เครื่องต้มแล้ว ปล่อยสะท้อนแสงไว้ 3 ชม. น้ำจะมีไอกรุ่นๆ ขึ้นมา วัดอุณห ภูมิในน้ำต้มได้ 72 องศา ซ. ถือว่าพอเพียงสำหรับการต้มสมุนไพร
- การปรับมุมสะท้อนแสงของกระจกแต่ละแผงๆ ทำตามเวลาในนาฬิกา นั่นคือ ปรับมุมสะท้อนแสงครั้งเดียวใช้งานได้ตอดปี หรือปรับใหม่เมื่อเกิดตะวันอ้อมข้าว
- ต้มนานกี่วัน ว่ากันตามอัทยาศัย
- ตอนเที่ยงวัน 12.00-13.00 ปรับมุมกระจกไม่ได้
- กระจกเงาแบนราบส่องหน้าธรรมดาๆ (20 x 30 ซม.) ซื้อที่ร้านตัดกระจกแผ่นละ 8 บาท ....กระจกนูนสร้างจุดรวมแสง 1 แผ่น อาจให้ความร้อนสูงกว่ากระจกแบน 4 แผ่น แต่ราคากระจกนูนแพงกว่ามาก และหาแห่งซื้อยาก
- เตาพลังแสงอาทิตย์ กระจกสะท้อนแสงแบบนี้ ที่ร้านขายไก่ย่างย่านมีนบุรี ให้ความร้อนจนไก่ควันโก๋ ลุกเป็นเปลวไฟขึ้นมาได้

สปริงเกอร์ :
- สปริงเกอร์ หม้อปุ๋ยหน้าโซน/ถังปุ๋ยที่ปั๊ม : คือ ตัวช่วยที่ดีที่สุด สปริงเกอร์ก็คือเครื่องมือฉีดพ่นธรรมดาๆ ตัวหนึ่ง แต่ที่ไม่ธรรมดาเพราะทำงานได้ทุกเวลา เช่น
* เช้ามืด ..... ฉีด น้ำเปล่าหรือสารสมุนไพร ล้างน้ำค้างกำจัดราน้ำค้าง
* สาย ......... 10 โมงเช้า ให้ปุ๋ย/ฮอร์โมน +ยาสมุนไพร
* เที่ยง ....... ฉีด น้ำเปล่าหรือสารสมุนไพร กำจัดเพลี้ยไฟ ไรแดง
* บ่าย ........ ฉีด น้ำเปล่าหรือสารสมุนไพร วันฝนตกต่อแดด ให้ปุ๋ยกดใบอ่อนสู้ฝน
* ค่ำ .......... ฉีด น้ำเปล่าหรือสารสมุนไพร ล้างช่อกำจัดราดำ กำจัดเพลี้ยจั๊กจั่น
* มืด .......... ฉีด สารสมุนไพร กำจัดมีผีเสื้อเข้ามาวางไข่

นวตกรรม : ---
สมการสารสมุนไพร : ---
** สมการสารสมุนไพร (ย่อ) :
ยาถูก + ใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ยาผิด + ใช้ถูก = ไม่ได้ผล
ยาผิด + ใช้ผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังสอง
ยาถูก + ใช้ถูก = ได้ผล ยกกำลังสอง

สมการ สารสมุนไพร (พิสดาร) :
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + ชนิดพืชถูก + ระยะใช้ถูก + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + ชนิดพืชผิด +ระยะใช้ผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำผิด + ชนิดพืชผิด + ระยะใช้ผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชผิด + วิธีทำผิด + ชนิดพืชผิด + ระยะใช้ผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล

ตัวสมุนไพรผิด + ตัวศัตรูพืชผิด + วิธีทำผิด + ชนิดพืชผิด + ระยะใช้ผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + ชนิดพืชถูก + ระยะใช้ถูก + วิธีใช้ถูก = ได้ผล

(เปรียบเสมือนยาคน : ตัวสมุนไพรผิด+ตัวโรคผิด+วิธีทำผิด+ระยะใช้ผิด +วิธีใช้ผิด=ไม่ได้ผล)

(เปรียบเสมือนยาคน : ตัวสมุนไพรถูก + ตัวโรคถูก + ระยะใช้ถูก + วิธีทำถูก = ได้ผล)

สารสมุนไพรบูรณาการ : -ทุกอย่างที่ เกี่ยวข้อง/เกี่ยวเนื่อง กับงานสารสมุนไพร--
สมการต้นทุน : ---
สมการวางแผน : ---

** เกษตรานุสิติ :
อเมริกา ซื้อลิขสิทธิ์ ราติโนน ในหนอนตายหยาก
เยอรมัน ซื้อลิขสิทธิ์ อะแซดิแร็คติน ในสะเดา
ฝรั่งเศส ซื้อซื้อลิขสิทธิ์ แค็ปไซซิน ในพริก

--------------------------------------------- http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1840&start=25
---------------------------------------------

จาก : (092) 029-28 xx
ข้อความ : ผู้พันครับ อยากทำสารสมุนไพรที่แรงเทียบเท่ายาน็อค ถ้าตัวสมุนไพรมีตัวยาไม่แรงเท่ายาน็อคแต่ทำให้แรงเท่ายาน็อค ได้ไหมครับ ทำอย่างไรครับ จะเอาไปขายให้คนในหมู่บ้านใช้ ต้องโฆษณาอย่างไรครับ .... ขอบคุณครับ

ตอบ :
1. สูตรหมักน้ำเปล่า
2. สูตรหมักเหล้าขาว หรือแอลกอฮอร์
3. สูตรแช่น้ำร้อน
4. สูตรต้มพอร้อน
5. สูตรต้มเคี่ยว
6. สูตรกลั่น
-----------------------------------------------------------------

สูตรยาน็อค :
“ยาน็อค” .... หมายถึง สารเคมีหรือสารสมุนไพร ที่มีฤทธิ์รุนแรง ทำให้ศัตรูพืช ประเภท หนอน-แมลง ตายทันทีทันใดต่อหน้าต่อตา สารเคมียาฆ่าแมลง ยี่ห้อชื่อทางการค้าหรือชื่อสามัญ อะไรก็ว่ากันไป
กรณีสารสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์หรือตัวยาแรงๆ นอกจากคุณสมบัติเฉพาะตัวของสมุนไพรตัวนั้นๆแล้ว กรรมวิธีในการทำ ที่ภาษาวิชาการเรียกว่า “สกัด-สกัด” ก็มีส่วนทำให้ได้สารออกฤทธิ์หรือตัวยาแรงๆด้วย .... ภาษาวิชาการเรียกว่า “สกัด” แต่ภาษาชาวบ้านเรียก ว่า “แช่-ต้ม-หมัก-ดอง-กลั่น-ฯลฯ” ตามความถนัดของท้องถิ่น ก็ว่ากันไป
สารสมุนไพร ที่มีสารออกฤทธิ์หรือตัวยาแรง ได้แก่ เมล็ดมันแกว เมล็ดสะเดา เมล็ดน้อยหน่า หัวกลอย เปลือกต้นซาก หางไหลขาว หนอนตายหยาก
---------------------------------------------------------------
สูตรข้างทางต้มพอเดือด :
เลือกเก็บพืชสมุนไพรที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ สภาพสดใหม่ สมบูรณ์ มีงานวิจัยรอง รับ ในพื้นที่ทั่วๆ ไป เช่น....
เก็บจากข้างถนน : สาบเสือ. สบู่ต้น. แมงลักคา. สะเดา. ผกากรอง. ว่านน้ำ. กระเพาผี. ฝักคูน. เขียวไข่กา, ตูดหมูตูดหมา, โด่ไม่รู้ล้ม,
เก็บจากหลังบ้าน-หน้าบ้าน-ในครัว : ตะไคร้. ข่า. พริก. กระชาย. กะเพรา. โหระพา. แมงลัก. งวงเครือกล้วย, เปลือกมังคุด,
เก็บในสวนตัวเอง-สวนเพื่อนบ้าน : ใบน้อยหน่า. บอระเพ็ด. ฟ้าทะลายโจร. ลูกใต้ใบ. ใบฝรั่ง. เสลดพัง พอน.
เก็บมาอย่างละกำมือใหญ่ๆ ปริมาณเท่าๆ กัน ทุกอย่างสดใหม่ อัดลงปี๊บได้ประมาณ 3 ใน 4 ของความจุ ใส่น้ำให้เต็มปี๊บ ยกขึ้นตั้งไฟ เร่งไฟอ่อนๆ (เร่งมากเปลืองแก๊ส) ระหว่างต้มคนพอเป็นพิธี ต้มพอเดือดปุดๆ เสร็จแล้วดับไฟ ยกลง ทิ้งให้เย็น .... เย็นแล้วกรองกากออกเอาไปใส่โคนไม้ เท่านี้ก็ได้สารสกัดสมุนไพรสูตรข้างทาง เป็นสารสกัด "เข้มข้น" พร้อมใช้งาน.... ถ้าจะใช้เลย ให้เจือจางกับน้ำเปล่า 3-4 เท่า
ต้องการเก็บนาน ให้เติมแอลกอฮอร์ 1-2 ส่วน ต่อน้ำต้มสมุนไพร 10 ส่วน และเติมน้ำส้มสายชู 1-2 ส่วนต่อแอลกอฮอร์ 10 ส่วน .,.. อัตราใช้ 20-50 ซีซี./น้ำ 20 ล.
หมายเหตุ :
สูตรรวมมิตร .... หมายถึง สมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์กลุ่ม “กำจัดหนอน + ขับไล่แมลง + กำจัดแมลง + กำจัดโรค + ทำให้ไข่แมลงฝ่อ” ใช้รวมกัน พร้อมกัน ในเวลาเดียวกัน.... ประสิทธิภาพ “ป้องกัน + กำจัด”
สูตรเฉพาะ .... หมายถึง สมุนไพรหลายตัว แต่ละตัวต่างมีสารออกฤทธิ์ กำจัดศัตรูพืชตัวเดียวกัน... ประสิทธิภาพ “กำจัดโดยตรง”
- เลือกพืชสมุนไพรอะไรก็ได้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว เผ็ด/ร้อนจัด. ขมจัด. ฝาดจัด. มีฤทธิ์เบื่อเมา.
- น้ำพริกแกงเผ็ดซึ่งมี พริก. มะกรูด. ตะไคร้. สามารถพัฒนาให้เป็นสารสกัดสมุนไพรได้ โดยเติมเพิ่ม ข่า. ขิง. ขมิ้น. ไพล. ฯลฯ
- พืชปลูกบางชนิดเมื่อสัมผัสกับแอลกอฮอร์แล้วเกิดอาการใบกร้าน ให้เลิกใช้แอลกอฮอร์แล้วใช้เหล้าขาวแทน
- ปุ๋ยทางใบที่มีกากน้ำตาล. หรือกลูโคส. เป็นส่วนผสม เนื่องจากความหวานของสารดังกล่าวอาจจะเป็นตัวเรียกเชื้อราเข้ามาได้ แก้ไขโดย ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบช่วงกลางวัน แล้วฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพรกำจัดเชื้อราในช่วงเย็นหรือค่ำ ของวันเดียวกัน
*** ไม่มีสารเคมีใดๆ ไม่มีสารสมุนไพรใดๆ และไม่มีวิธีการใดๆ วิธีการหนึ่งเพียงอย่างเดียว กำจัดศัตรูพืชได้ผลเด็ดขาด 100% และไม่สามารถทำให้ส่วนของพืชที่ถูกทำลายไปแล้ว ฟื้นคืนดีอย่างเก่าเหมือนเดิมได้ นั่นคือ เสียแล้วเสียเลย ....
- เยอรมัน ซื้อลิขสิทธิ์สารอะแซดิแร็คติน ในสะเดา
- ฝรั่งเศส ซื้อลิขสิทธิ์สารแค็ปไซซิน ในยาสูบ
- อเมริกา ซื้อลิขสิทธิ์สารราติโนน ในหนอนตายหยาก
คนรุ่นใหม่มีหัวการค้า :
- ทำสารสมุนไพร สูตรรวมมิตร หรือสูตรเฉพาะ หรือสูตรเย้ยฟ้าท้าดิน หรือสูตรตัวต่อตัวมีรุม ให้ได้สารออกฤทธิ์หรือตัวยาเข้มข้น สุดๆ เสร็จแล้วกรอง แต่งสี แต่งกลิ่น ตั้งชื่อยี่ห้อ บรรจุขวดดีๆ ใช้เอง (ยึดหลักสมการยาสมุนไพร) ใช้เองเพื่อยืนยันแล้วขายตามหมู่
- ไม่รู้ไม่เชื่อ ต้องลอง ทุกอย่างในธรรมชาติมีหลักการและเหตุผล อ่าน LINE หรือทางธรรมชาติให้ออก อย่ายึดติด อย่าทิฐิ เพราะรังแต่จะเจ็บตัว
- CASE STUDY กรณีศึกษาหนึ่งที่น่าเรียนรู้ คือ หมอโบราณหรือแพทย์แผนไทย ซิแสร้านขายยาจีน ถามถึงวิธีการทำยาสมุนไพร เอาวิธีการนั้นนั่นแหละมางาน
@@ ปฏิทิน ลด-ละ-เลิก สารเคมี :
- กาปฏิทิน วันที่ 1-2-3-4 จนถึงวันสุดท้ายของเดือน แล้วปฏิบัติตามวันที่ในปฏิทิน ดังนี้....
- วันที่ 1 ฉีดพ่น น้ำ 100 ล. + สารสมุนไพร 1 ล. + สารเคมี 100 ซีซี.
- วันที่ 2 - 3 - 4 ..... งด
- วันที่ 5 ฉีดพ่น น้ำ 100 ล. + สารสมุนไพร เดี่ยวๆ 1 ล.
- วันที่ 6 - 7 - 8 .... งด
- วันที่ 9 ฉีดพ่น น้ำ 100 ล. + สารสมุนไพร เดี่ยวๆ 1 ล.
- วันที่ 10 - 11 - 12 .... งด
- วันที่ 13 ฉีดพ่น น้ำ 100 ล. + สารสมุนไพร 1 ล. + สารเคมี 25 ซีซี.
- วันที่ 14 - 15 - 16 .... งด
- วันที่ 17 ฉีดพ่น น้ำ 100 ล. + สารสมุนไพร เดี่ยวๆ 1 ล.
- วันที่ 18 - 19 - 20 .... งด
- วันที่ 21 ฉีดพ่น น้ำ 100 ล. + สารสมุนไพร เดี่ยวๆ 1 ล.
- วันที่ 22 - 23 - 24 .... งด
- วันที่ 25 ฉีดพ่น น้ำ 100 ล. + สารสมุนไพร 1 ล. + สารเคมี 15 ซีซี.
- วันที่ 26 - 27 - 28 .... งด
- วันที่ 29 ฉีดพ่น น้ำ 100 ล. + สารสมุนไพร เดี่ยวๆ 1 ล.
- วันที่ 30 - 31 .... งด
สรุป :
- ฉีด 1 ครั้ง เว้น 3 วัน หรือเว้น 3 วัน ขึ้นวันที่ 4 ให้ฉีด
- ฉีดสมุนไพร 2 ครั้ง สลับด้วย สมุนไพร+เคมี 1 ครั้ง
- ธรรมชาติไม่มีตัวเลข เพราะฉะนั้นในการปฏิบัติจริงอาจจะ +/- ได้ตามความเหมาะสม
- ฉีดสมุนไพรแบบ เช้ารอบค่ำรอบ/ค่ำรอบเช้ารอบ ไม่เป็นอันตรายต่อพืช แล้วศัตรูพืชจะทนอยู่ได้ยังไง
@@ บัญญัติ 10 ประการ สมุนไพร :
1. เลือกพืชสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ตามงานวิจัย ตรงกับชนิดของศัตรูพืช
2) ใช้สมุนไพร 1 ตัวที่มีสารออกฤทธิ์ตรงกับชนิดศัตรูพืช หรือใช้หลายตัวแต่มีสารออกฤทธิ์ตรงกับชนิดศัตรูพืชเหมือนกัน เรียกว่า “สูตรเฉพาะ”
3) ใช้สมุนไพรหลายตัว แต่ละตัวมีสารออกฤทธิ์ ไล่แมลง-กำจัดไข่-กำจัดหนอน-กำจัดโรค (รา แบคทีเรีย ไวรัส) ตอนทำทำแยกกัน แต่ตอนใช้ใช้รวมกัน เรียกว่า “สูตรรวมมิตร” หรือจะเรียกว่า “สูตรสหประชาชาติ” ก็ได้
4. วิธีทำ .... สมุนไพรรสขม ใช้วิธีต้ม, รสฝาด / เผ็ด ใช้วิธีหมัก, กลิ่น ใช้วิธีกลั่น
5. สูตรเฉพาะเหมาะสำหรับกำจัดโดยตรง .... สูตรรวมมิตรเหมาะสำหรับป้องกัน
6. ฉีดพ่นด้วยสารสมุนไพรสูตรเฉพาะก่อนเกิดการระบาด แล้วฉีดพ่น “สารสมุนไพรสูตรเฉพาะ + สารเคมี” เมื่อเกิดการระบาด
7. สารออกฤทธิ์ในสมุนไพรไม่เป็นอันตรายต่อแมลงธรรมชาติ
8. สารสมุนไพรได้มาจากพืช เมื่อเข้าสู่ปากใบพืชจึงไม่เป็นพิษต่อพืช
9. สมุนไพรที่ใช้กำจัดศัตรูพืช แท้จริงคือ สมุนไพรสำหรับคน ต่างกันที่ วิธีทำ วิธีใช้ อัตราใช้ เท่านั้น
10. ไอพีเอ็ม.
11. ภูมิต้านทาน
@@ บัญญัติ 10 ประการ สารเคมี :
1. เลือกสารเคมีที่มีสรรพคุณตรงกับชนิดของศัตรูพืช
2. ใช้สารเคมีเพียง “ยี่ห้อเดียว” ต่อการใช้แต่ละครั้ง
3. รู้ชื่อสามัญ รู้ชื่อการค้า รู้เล่ห์เหลี่ยมโฆษณา
4. ไม่ใช้สารเคมีตัวเดียวกันกับข้างบ้านที่ใช้ก่อนแล้ว
5. ใช้สารเคมีตัวเดิมซ้ำ 2-3 รอบ โดยลดอัตราใช้ลง ไม่ใช่เพิ่มอัตราใช้
6. สารเคมีเป็นอันตรายต่อแมลงธรรมชาติ....แมลงธรรมชาติมีประโยชน์ต่อพืช
7. สารเคมีไม่ใช่สารอาหารแต่เป็นสารพิษ เมื่อเข้าสู่ปากใบพืชจึงทำให้ต้นพืชได้รับสารพิษ โดยเฉพาะประเภทสารดูดซึม
8. การนับจำนวนครั้งของสารเคมี นับจำนวนครั้งที่แมลงได้รับ ไม่ใช้นับจำนวนครั้งที่คนใช้
9. ผสมสารเคมีทุกครั้งควรปรับค่า pH น้ำให้เป็นกรดอ่อนๆ โดยใส่สารสกัดสมุนไพรก่อนแล้ววัดค่า pH เมื่อได้ค่า pH ตามต้องการแล้วจึงใส่สารเคมีตาม แต่หากใส่สารสมุนไพรแล้ววัดค่า pH ยังไม่ได้ตามต้องการก็ให้ปรับค่า pH ด้วยน้ำส้มสายชู วัดค่า pH อีกครั้ง กระทั่งได้ค่า pH ตามต้องการแล้วจึงใส่สารเคมี
10. ฯลฯ
@@ ศาสตร์และศิลป์ “ลด-ละ-เลิก” สารเคมี :
1. สารสมุนไพรกับสารเคมีสามารถใช้ “ร่วม-รวม-ผสม” กันได้
2. ใช้สารสมุนไพรบ่อยๆทุก 3 วันก่อนเพื่อ “ป้องกันและกำจัด” จากนั้นจึงค่อยๆห่าง
3. ระยะเวลาการใช้สารเคมีทุก 7 วัน เป็นการปฏิบัติตามที่ระบุในฉลาก
4. ศัตรูพืชดื้อต่อสารเคมี แต่จะไม่ดื้อต่อสารสมุนไพร
5. การลดสารเคมีลงครั้งละครึ่งหนึ่งของการให้ครั้งที่แล้ว ได้ผลเพราะศัตรูพืชเริ่มอ่อนแอลง จนกระทั่ง แม้สัมผัสกับสารเคมีเพียงเล็กน้อยก็ตายได้
เกษตรานุสติ :
- ไม่มีพืชใดในโลกนี้ที่ไม่มีศัตรูพืชประจำตัว และไม่มีสารเคมีหรือสารสมุนไพรใดในโลกนี้ ที่ทำให้ส่วนของพืชที่ถูกทำลายไปแล้วคืนสภาพดีอย่างเดิมได้ เสียแล้วเสียเลย ดังนั้นมาตรการต่อสู้กับศัตรูพืชที่ดีที่สุด คือ “ป้องกันก่อนกำจัดหรือกันก่อนแก้” เท่านั้น
– รู้เรา รู้เขา รบร้อยครั้ง ชนะร้อยครั้ง.... ไม่รู้เรา ไม่รู้เขา รบร้อยครั้ง แพ้ร้อยกับหนึ่งครั้ง
- รู้เรา หมายถึง ตัวเรามีความรู้เรื่องศัตรูพืช มีความรู้เรื่องสารกำจัดศัตรูพืช หรือไม่
- รู้เขา หมายถึง รู้ ชนิด-ตัว-นิสัย-ฤดูกาล-ทุกอย่างที่เกี่ยวกับตัวศัตรูพืช
- รบ หมายถึง กลยุทธในการป้องกัน-กำจัด ศัตรูพืช
- ร่างกายมนุษย์มีภูมิต้านทานในร่างกายสูง กินสารเคมียาฆ่าแมลงเข้าไปยังตายได้ ในขณะที่ แมลง หนอน ตัวเล็ก เชื้อโรคเป็นสัตว์เซลล์เดียวแท้ๆ จะมีภูมิต้านทานในร่างกายอะไรมากนัก เมื่อสัมผัสกับสารออกฤทธิ์ระดับ พีพีเอ็ม. (1 ส่วนใน 1,000,000 ส่วน) ก็ตายแล้ว
- วงรอบชีวิตของแมลง ประกอบด้วย “แม่ผีเสื้อ-ไข่-ดักแด้-หนอน” หากช่วงใดช่วงหนึ่งถูกตัดลง วงจรชีวิตของหนอนและแมลงก็จะหมดไปเอง เพราะฉะนั้นถึงจะทำลายช่วงไหนของมันก็ได้เหมือนกัน ไม่ใช่มุ่งเอาแต่หนอน เอาแต่แมลงเท่านั้น
- ใช้สารสมุนไพรมาก ทำให้สภาพแวดล้อมที่เหมาะสมต่อการเจริญพัฒนาของศัตรูพืช แต่เหมาะสมต่อแมลงธรรมชาติ ทำให้มีแมลงธรรมชาติช่วยผสมเกสรอีกด้วย
- ประเทศไทยนำเข้าสารเคมียาฆ่าแมลง ปีละ 75,000 ล้าน (ข่าว นสพ. สิงค์โปร์ อ้างข้อมูลจากกระทรวงพานิชไทย) ถ้าตลาดโลกยกข้อนี้มาอ้างว่า ผลผลิตทางเกษตรของไทยไม่ปลอดภัยจากสารเคมียาฆ่าแมลง แล้วไม่อนุญาตให้นำเข้า ความเสียหายย่อมเกิดแก่เกษตรกรไทยอย่างแน่นอน .... ตรงกันข้าม หากไม่นำเข้าสารเคมียาฆ่าแมลง แต่นำเข้าสารสมุนไพร ซึ่งที่จริงไม่ต้องนำเข้าก็ได้ เพราะของเราในประเทศมีมากมายอยู่แล้ว แต่แกล้งนำเข้าจากลาว เขมร พม่า เพื่อสร้างภาพ
- ผลเสียจากสารเคมี เงินเสีย, ดินเสีย, น้ำเสีย, อากาศเสีย, เวลาเสีย, แรงงานเสีย, สภาพแวดล้อมเสีย, สุขภาพคนฉีดเสีย, ตลาดในประเทศต่างประเทศเสีย
- การใช้สมุนไพร “ป้องกัน/กำจัด” ศัตรูพืช มีมาตั้งแต่ยุคอียิปต์โบราณแล้ว
- ปัจจุบัน เยอรมันมุ่งค้นคว้าวิจัยเรื่องสารออกฤทธิ์ในสมุนไพรป้องกันกำจัดศัตรูพืชอย่างมาก โดยนำเข้าสะเดาจากอินเดียปีละ 5,000 ตัน นำเข้าหางไหลจากอินโดเนเซียปีละ 3,000 ตัน นำเข้าหนอนตายหยากจากไทยปีละ 3,000 ตัน .... ผลงานวิจัยได้ตีพิมพ์เป็นเอกสารตำราภาษาต่างๆ ทั่วโลก 17 ภาษา ยกเว้นภาษาไทย
- สารคดีดิสคัพเวอรี่พบว่า แมลงศัตรูพืชชอบเข้าหาพืชที่อ่อนแอมากกว่าพืชที่สมบูรณ์แข็งแรงและเมื่อเข้าหาพืชแล้ว ในพืชที่อ่อนแอจะแพร่ระบาดได้รวดเร็วรุนแรงกว่าพืชที่สมบูรณ์แข็งแรง
- สารออกฤทธิ์ในสมุนไพร ได้รับการค้นคว้าวิจัยโดยนักวิชาการระดับดอกเตอร์ เช่นเดียวกับสารเคมี จึงไม่มีเหตุใดที่จะบอกว่า สารสมุนไพร “เป็นไปไม่ได้ หรือ ไม่น่าเชื่อถือ”
---------------------------------------------------------------
จาก : (083) 630-17xx
ข้อความ : คุณลุงครับ สารสมุนไพรกำจัดศัตรูพืช ที่ขายตามท้องตลาด เขาทำตามแบบของลุงคิมหรือไม่ .,.. ขอบคุณครับ
ตอบ :
บางยี่ห้อตาม บางยี่ห้อไม่ตาม บางยี่ห้อมีหลักวิชาการรองรับ บางยี่ห้อมั่วซั่ว คนใช้ไม่มีทางรู้เพราะไม่ได้เป็นคนทำ เพราะฉะนั้น “ทำเอง” ชัวร์ที่สุด
สารหรือตัวทำละลายที่ใช้สกัดสารออกฤทธิ์ในพืชสมุนไพร ได้แก่ แอลกอฮอร์, เบนซีน, โทลูอีน, เฮกเซน, เมธานอล, เอทานอล แล้วแต่ชนิดของสมุนไพรและสารออกฤทธิ์ที่ต้องการ
ทำเองแบบ ภูมิปัญญาพื้นบ้าน-มาตรฐานโรงงาน-มีหลักวิชาการรองรับ ใช้เหล้าขาว น้ำส้มสายชู เป็นตัวทำละลาย ก็พอมั้ง
CASE STUDY วันนี้ คือ :
สหรัฐ อเมริกา ซื้อลิขสิทธิ์ราติโนน หนอนตายหยาก .... เอาไปทำอะไร ?
เยอรมัน ซื้อลิขสิทธิ์อะแซดิแร็คติน สะเดา ............... เอาไปทำอะไร ?
ฝรั่งเศส ซื้อลิขสิทธิแค็ปไซซิน พริก ..................... เอาไปทำอะไร ?
นักวิชาการไทย ไม่รู้ ..................................... จริงหรือ ?
เกษตรกรไทย ไม่เป็น .................................... จริงหรือ ?
---------------------------------------------------------------------
จาก : (089) 625-49xx
ข้อความ : แพทย์แผนโบราณบอกว่า สมุนไพรมีทั้งยาร้อน ยาเย็น เราเอามาใช้เป็นยาฆ่าแมลง ต้องแยกยาร้อนยาเย็นไหมครับ ...
ตอบ : ในพืชไม่มียาร้อนยาเย็น ต้องการแค่ สาระสำคัญหรือสารออกฤทธิ์หรือตัวยา ในสมุนไพรตัวนั้นๆ เท่านั้น
--------------------------------------------------------------------
จาก : (090) 182-48xx
ข้อความ : เรารู้ได้อย่างไรว่า ยาสมุนไพรที่ทำเอง ใช้แล้วใบไหม้ หรือใบไม่ไหม้ ใช้สมุนไพรอย่างหนึ่งแล้วใบไหม้ ต้องใช้สมุนไพรตัวไหนแก้ ผมเคยใช้สมุนไพรสะเดาหมักกับกากน้ำตาลมากเกิน ฉีดพริกแล้วใบไหม้ทั้งแปลงเลย .... สวนพริก วังน้ำเย็น
ตอบ :
ตัวที่ทำให้ใบไหม้ คือ กากน้ำตาล ไม่ใช่สารอะแซดิแร็คตินในสะเดา อยากจะบอกว่า ที่นี่ที่เดียวที่แนะนำให้ทำสารสมุนไพรโดย ไม่ใส่กากน้ำตาล ไม่ใส่จุลินทรีย์
สารสะเดาตัวนี้เลิกใช้แล้วทำใหม่ตามสูตรของ ร.พ.อภัยภูเบศร์ องค์การเภสัชกรรม
----------------------------------------------------
จาก : (083) 725-50xx
ข้อความ : ฟังเรื่องสารสมุนไพรแล้วสนใจอยากทำยาสมุนไพรกำจัดศัตรูพืช จะทำให้ครบทุกชนิด ให้ได้ตัวยาแรงที่สุด แต่ละอย่างมีวิธีทำอย่างไร การเก็บรักษาให้ใช้นานหลายเดือน ทำอย่างไร .... ขอบคุณค่ะ
ตอบ :
วิธีทำ : จับหลักสมการสารสมุนไพร
วิธีเก็บนาน : ใส่สารกันบูด
ความสนใจระดับไหน ทำใช้-ทำขาย-ทำแจก-ทำเททิ้ง ทำแบบไหนก็คือทำ ทำถูก-ทำผิด-ทำมั่ว-ทำตามกระแส
* สมการ สารสมุนไพร :
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรผิด + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรผิด + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำผิด + วิธีใช้ถูก = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรผิด + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังสาม
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + วิธีใช้ถูก = ได้ผล ยกกำลังสาม
@ ตัวสมุนไพร ถูกต้อง :
* สมุนไพรที่มีตัวยากำจัด หนอน - แมลงปากกัดปากดูด (สมุนไพรเบื่อเมา) .... สะเดา หนอนตายหยาก หางไหล น้อยหน่า กลอย ซาก มันแกว บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร สบู่ต้น
* สมุนไพรที่มีตัวยาไล่แมลงวางไข่ (สมุนไพรกลิ่นไล่) .... ยูคาลิปตัส ตะไคร้ ขิง ข่า ฝักคูน แมงลักคา กระเพาผี ดาวเรือง ผกากรอง
* สมุนไพรที่มีตัวยากำจัด โรค (รา แบคทีเรีย .... สมุนไพร ฝาด/เผ็ด/ร้อน) .... พริก ดีปลี พริกไทย ขิง ข่า ขมิ้น กระชาย หอม กระเทียม ตะไคร้ ตะบูน เสม็ด เปลือกมังคุด ว่านน้ำ
* วิธีทำสารสกัดสมุนไพรที่นี่ไม่มีการใช้ กากน้ำตาล และ/หรือ จุลินทรีย์ ทั้งนี้ได้ถือหลัก การจากองค์การเภสัชกรรม และ ร.พ.อภัยภูเบศร์ เป็นมาตรฐาน
วิธีสกัดเอาสารออกฤทธิ์ (ตัวยา) :
*** ประเภท “ขม/ฝาด/เบื่อเมา” ใช้วิธี “หมัก/แช่”
*** ประเภท “เผ็ด/ร้อน” ใช้วิธี “ต้ม”
*** ประเภท “กลิ่น” ใช้วิธี “กลั่น”
- วิธี “แช่” .... น้ำ + แอลกอฮอร์ 10% ของน้ำ + น้ำส้มสายชู 10% ของแอลกอฮอร์ + สมุน ไพรพอท่วม .... แช่ 3-5 วัน คนวันละครั้ง กรองกากออก ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน
– วิธี “ต้ม” .... น้ำ + สมุนไพรพอท่วม ต้มพอเดือด ปล่อยให้เย็น กรองกากออก ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน
– วิธี “กลั่น” .... ใช้วิธีกลั่นแบบ “ต้มเหล้าป่า” กลั่นแล้วได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน
หมายเหตุ :
- ที่นี่ไม่มีการใส่กากน้ำตาล หรือจุลินทรีย์
- วิธีแช่ใส่ “แอลกอฮอร์-น้ำส้มสายชู” ช่วยเร่งให้ตัวยาออกมาเร็ว และดี
- ทำสารสมุนไพรเสร็จพร้อมใช้แล้ว ป้องกันการเกิดฝ้าด้วยการใส่ “สารกันบูด”
- สมุนไพรหลายอย่างแต่มีสรรพคุณกำจัดศัตรูพืชตัวเดียวกัน เอามา แช่/ต้ม/กลั่น รวมกันแล้วใช้ เรียกว่า “สูตรเฉพาะ” เช่น ....

** ประเภทเบื่อเมา .... สะเดา น้อยหน่า กลอย หางไหล หนอนตายหยาก บอระเพ็ด ฟ้าทะลายโจร เขียวไข่กา ฯลฯ หมักรวมกันเป็น “สูตรเฉพาะกำจัดหนอน”
** ประเภทเผ็ดร้อน .... พริก ขิง ข่า ขมิ้น กระชาย หอม กระเทียม พริกไทย ดีปลี ฯลฯ ต้มรวมกันเป็น “สูตรเฉพาะกำจัดเชื้อรา”
** ประเภทกลิ่นจัด .... ตะไคร้ ยูคาลิปตัส ดาวเรือง ผกากรอง สาบเสือ กะเพรา แมงลัก ฯลฯ กลั่นรวมกันเป็น “สูตรเฉพาะไล่แมลง”
- สูตรเฉพาะ “กำจัดหนอน-กำจัดเชื้อรา-ไล่แมลง” แต่ละสูตรพร้อมใช้แล้ว นำมารวมกันแล้วใช้ร่วมกัน เรียกว่า “สูตรรวมมิตร” .... พูดง่ายๆ ก็คือ “ทำแยกแต่ใช้ร่วม” ประมาณนี้
- สารสมุนไพรทุกสูตรใช้ร่วมกับปุ๋ยทางใบ (เฉพาะสูตรของลุงคิม) ได้
- สารสมุนไพร (เฉพาะสูตรของลุงคิม) ทุกสูตร ใช้ร่วมกับสารเคมีได้
- ตัวยาหรือสารออกฤทธิ์ในสมุนไพร มีงานวิจัยจากนักวิชาการรองรับยืนยันว่าได้ผล
- แหล่งข้อมูลทางวิชาการที่น่าเชื่อถือที่สุด คือ องค์การเภสัชกรรม หรือ ร.พ.อภัยภูเบศร์ หรือร้านขายยาแผนโบราณ
- ในพืชทุกชนิดมีสารออกฤทธิ์ (ตัวยา) ทั้งนั้น เพียงแต่สรรพคุณในการกำจัด โรค/แมลง/ศัตรูพืช ตัวไหนเท่านั้น
- ไม่มีสารเคมีใดในโลกนี้ ไม่มีสารสมุนไพรใดในโลกนี้ ที่สามารถทำให้ส่วนของพืชที่ถูกทำลายเสียหายไปแล้ว ฟื้นคืนดีอย่างเก่าได้ เรียกว่า เสียแล้วเสียเลย .....
- ไม่มีพืชใดในโลกนี้ที่ไม่มี “ศัตรูพืช” ประจำเผ่าพันธุ์ วันนี้ยังไม่มีเพราะยังไม่มา ถ้ามาแล้วจะเอาไม่ทัน ทุกครั้งที่กำจัดศัตรูพืชได้ แต่พืชก็เสียหายไปแล้ว ไม่ได้อะไรคืนมานอกจากความสะใจเท่านั้น เพราะฉนั้นต้อง “กันก่อนแก้” เท่านั้น....
- สมุนไพรบางตัวมีฤทธิ์เทียบเท่ายาน็อค (สารเคมี) ทำให้ศัตรูพืชตายทันทีทันใดได้ ถ้าไม่ตายทันทีทันใดก็กิน (หยุดทำลาย) พืชต่อ แล้วรอวันตายเอง
- วิธี ป้องกัน/กำจัด ศัตรูพืชที่ดีที่สุด คือ วิธีแบบผสมผสาน หรือ ไอพีเอ็ม.
** วิธี ลด-ละ-เลิก สารเคมี คือ ....
ครั้งที่ 1 .......... ใช้สารสมุนไพร + สารเคมี
ครั้งที่ 2 .......... ใช้สารสมุนไพรเดี่ยวๆ
ครั้งที่ 3 .......... ใช้สารสมุนไพรเดี่ยวๆ
ครั้งที่ 4 .......... ใช้สารสมุนไพร + สารเคมี
ครั้งที่ 5 .......... ใช้สารสมุนไพรเดี่ยวๆ
ครั้งที่ 6 .......... ใช้สารสมุนไพรเดี่ยวๆ
แต่ละครั้งห่างกัน 3 วัน หรือใช้สารเคมีทุก 7 วัน
นั่นคือเพียง 2 รอบ (14 วัน) ศัตรูพืชก็ตาย ถึงไม่ตายด้วยสารเคมีก็หมดอายุขัย
** หลักการทำ-หลักการใช้ สารสมุนไพร :
แบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน - มาตรฐานโรงงาน - มีหลักวิชาการรองรับ
* IPM (ป้องกัน/กำจัด แบบผสมผสาน) :
กับดักสีเหลือง : ........ เพลี้ยไฟ แมลงกลางวัน
กาวเหนียว : ........... คอสฟิกซ์
แสงไฟล่อ : ............ แสงไฟสีขาว
แสงไฟไล่ : ............. แสงไฟสีส้ม สีเหลือง
กลิ่นล่อ : .............. ฟลายแอต (แมลงวันทอง)
กลิ่นไล่ : ............... ข่า (แมลงวันทอง)
สัตว์ศัตรู : ............. มดแดงกำจัดหนอน, นกฮูกกำจัดหนู, เป็ดกำจัดหอยเชอรี่
พืชศัตรู : .............. ดาวเรือง ตระไคร้
แสงแดด : .............. โรค หนอน แมลง อยู่ไม่ได้
เชื้อปฏิปักษ์ : .......... ไตรโคเดอร์ม่า. บาซิลลัสส,
อื่นๆ : ................... น้ำปูนใส > แคงเคอร์, น้ำส้มสายชู+เหล้าขาว > เพลี้ยอ่อน, น้ำเปล่า > เพลี้ยไฟ ไรแดง,
--------------------------------------------------------
12 FEB
สารสมุนไพร (1)
สายตรง : (095)738-01xx
สรุปข้อความ : อยากให้รายการสีสันชีวิตไทยปรับรายการ ช่วงแรกนำเสนอเรื่องสารสมุนไพรทุกวัน ช่วงหลังนำเสนอเรื่องทั่วๆไป
สายตรง: (082)702-47xx
สรุปข้อความ : ขอให้พูดเรื่องสารสกัดสุมนไพร กำจัดโรคแมลงทุกวัน พูดบ่อยๆ เหมือนนาข้าว
สายตรง: (093) 762-93xx
สรุปข้อความ : เห็นด้วยกับคนที่เสนอให้พูดเรื่องสารสมุนไพร
สายตรง: 063) 276-49xx
สรุปข้อความ : อยากให้เน้นสูตรยาน็อค
ตอบ :
- THANK YOU VERY MUCH ทุกสาย งานนี้ O.K. ไม่ตามใจคนจัด ไม่ขัดใจคนขอ เพราะคนฟัง คือ พระเจ้า
- รอไม่ได้ รอไม่ไหว ตามไปอ่านในเน็ต เกษตรลุงคิมดอมคอม ที่เมนูหลัก สารสมุนไพร
- เมื่อก่อนเคยเขียนหนังสือ 1 เล่ม เรื่อง สารสมุนไพรป้องกันกำจัดโรคแมลงศัตรูพืชล้วนๆ หนังสือเล่มนี้ไม่มีวันล้าสมัย ตราบใดที่ยังทำการเกษตรอยู่ ถ้าไม่มีหนังสือเล่มนั้น ก็ไปอ่านในเน็ต อ่านอย่างเดียวไม่พอ อ่านแล้วปริ๊นท์ออกมาใส่แฟ้มเก็บไว้เป็นห้องสมุดส่วนตัว
- ถ้าลงมือทำตั้งแต่ตอนนั้น ถึงวันนี้คงมาไกลแล้ว .... เพราะไม่ทำด้วยเหตุผล ไม่เชื่อ/ไม่รู้/ไม่เป็น ถึงได้ไปไกลไงล่ะ ไกลจนกู่ไม่กลับ
- ทำใช้ ทำขาย ทำแจก ทำเททิ้ง ซะก็ได้
------------------------------------------------------
สมการสารสมุนไพร :
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + ชนิดพืชถูก + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + ชนิดพืชผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังสอง
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำผิด + ชนิดพืชผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังสาม
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชผิด + วิธีทำผิด + ชนิดพืชผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังสี่
ตัวสมุนไพรผิด + ตัวศัตรูพืชผิด + วิธีทำผิด + ชนิดพืชผิด + วิธีใช้ผิด = ไม่ได้ผล ยกกำลังห้า
ตัวสมุนไพรถูก + ตัวศัตรูพืชถูก + วิธีทำถูก + ชนิดพืชถูก + วิธีใช้ถูก = ได้ผล ยกกำลังห้า
ตัวสมุนไพร ................. ชื่อ (ภาษาพื้นบ้าน ภาษาวิชาการ), ราก หัว ต้น เปลือก ใบ ดอก
วิธีทำ ...................... ต้ม (เผ็ดร้อน), หมัก (เบื่อเมา), กลั่น (กลิ่น)
ตัวศัตรูพืช :
หนอน ..................... ออกหากินกลางวัน/กลางคืน, อยู่ภายใน/ภายนอกพืช
แมลง ...................... ปากกัด/ปากดูด/วางไข่
โรคมีเชื้อ .................. รา/แบคทีเรีย/ไวรัส
โรคไม่มีเชื้อ ................ ขาดสารอาหาร, ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล
วงจรชีวิต .................. เกิด กิน แก่ เจ็บ ตาย ขยายพันธุ์
พาหะ ...................... ไป/มาเอง ผู้อื่นนำพา
ฤดูกาล .................... ร้อน หนาว ฝน ชื้น แห้ง สภาพแวดล้อม
ช่วงเวลาระบาด ............ ช่วงเจริญเติบโตของพืช
ชนิดพืชเป้าหมาย .......... (แหล่งอาหารของศัตรูพืช)
วิธีใช้ ...................... ฉีดพ่น เวลา ถี่/ห่าง ป้องกัน/กำจัด
ผลรับ ..................... ตายทันทีทันใด, ตายช้าๆหยุดกินอาหาร, ขยายพันธุ์ต่อไม่ได้ (ไม่ลอกคราบ ไข่ฝ่อ), ไล่ (ไม่เข้าหาพืช),
-------------------------------------------------------------------------
13 FEB
สารสมุนไพร (2)
IPM (ป้องกัน/กำจัด แบบผสมผสาน) :
กับดักสีเหลือง ..... เพลี้ยไฟ แมลงกลางวัน
กาวเหนียว ........ คอสฟิกซ์
ไฟล่อ ......... แสงไฟสีขาว
แสงไฟไล่ ......... แสงไฟสีส้ม สีเหลือง
กลิ่นล่อ .......... ฟลายแอต (แมลงวันทอง)
กลิ่นไล่ ........... ข่า ตะไคร้ ผกากรอง ยูคาลิปตัส น้ำหมักชีวภาพ
สัตว์ศัตรู ......... มดแดงกำจัดหนอน, นกฮูกกำจัดหนู, เป็ดกำจัดหอยเชอรี่
พืชศัตรู .......... ดาวเรือง ตระไคร้ ผักกาดแก้ว
แสงแดด .......... โรค หนอน แมลง อยู่ไม่ได้
เชื้อปฏิปักษ์ ...... ไตรโคเดอร์ม่า, บีเอส., บีที., เอ็นพีวี.
อื่นๆ ............. น้ำปูนใส กำจัด แคงเคอร์, น้ำส้มสายชู+เหล้าขาว กำจัด เพลี้ยอ่อน, น้ำเปล่ากำจัด เพลี้ยไฟ ไรแดง ราน้ำค้าง ราสนิม ราแอนแทร็คโนส
---------------------------------------------------------
- สารคดีดิสคัพเวอรี่ นำเสนอเรื่องสมเด็จฟ้าชายชาร์ล แห่งอังกฤษ ทรงทำสวนเกษตรด้วยพระหัตถ์ของพระองค์เอง .... ในสารคดีบอกว่า ศัตรูพืช ชอบเข้าหาต้นพืชที่อ่อนแอ มากกว่าต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง
ศัตรูพืชที่เข้าหาต้นที่อ่อนแอแล้ว การขยายพันธุ์ สูง/มาก/เร็ว กว่าต้นที่สมบูรณ์แข็งแรง เพราะในต้นที่สมบูรณ์แข็งแรงมีภูมิต้านทานโรคและแมลงสูงนั่นเอง
- เยอรมัน ซื้อลิขสิทธิ์สาร “อะแซดิแร็คติน” ในสะเดา ...... เอาไปทำอะไร ?
- ฝรั่งเศส ซื้อลิขสิทธิ์ “แค็ปไซซิน” ในพริก ................ เอาไปทำอะไร ?
- อมเริกา ซื้อลิขสิทธิ์ “ราติโนน” ในหนอนตายหยาก ...... เอาไปทำอะไร ?
--------------------------------------------------------------
- เกมส์นี้ สปริงเกอร์-หม้อปุ๋ยหน้าโซน/ถังปุ๋ยที่ปั๊ม คือ ตัวช่วยที่ดีที่สุด สปริงเกอร์ก็คือเครื่องมือฉีดพ่นน้ำธรรมดาๆตัวหนึ่ง แต่ที่ไม่ธรรมดาก็เพราะสามารถทำงานได้ทุกเวลา เช่น
** เช้ามืด ................. ฉีดล้างน้ำค้างกำจัดราน้ำค้าง
** สาย .................... 10 โมงเช้า ให้ ปุ๋ย/ฮอร์โมน +ยาสมุนไพร
** เที่ยง มีแดด ........... กำจัดเพลี้ยไฟ
** เที่ยง ไม่มีแดด ......... กำจัดไรแดง
** กลางวันฝนตก ......... วันฝนตกต่อแดด ล้างน้ำฝนป้องกันกำจัดแอนแทร็คโนส,
** กลางวันฝนตก ......... ก่อนฝนตก หรือหลังฝนตก ให้ปุ๋ยกดใบอ่อนสู้ฝน
** ค่ำ ..................... ล้างช่อกำจัดราดำ กำจัดเพลี้ยจักจั่น, หนอนเจาะช่อดอก
** มืด .................... กำจัดแม่ผีเสื้อเข้าวางไข่. หนอนออกหากิน
*** กรณีสปริงเกอร์หม้อปุ๋ยหน้าโซน ฉีดพ่นบ่อยๆ ฉีดประจำๆ ลำพังศัตรูพืชตัวเล็กแค่ปลายไม้จิ้มฟันจะมีภูมิต้านทานอะไรนักหนา โดนสารออกฤทธิ์ในสมุนไพรเข้าไป 2-3-4 ครั้ง ก็อยู่ไม่ได้แล้ว ปัญหาก็คือ ฉีดบ่อยๆ ฉีดประจำๆ ชนิดวันต่อวันหรือวันเว้นวัน ต้องใช้เครื่องมืออะไร แบบไหน ลองเปรียบเทียบระหว่าง เครื่องฉีดพ่นที่เป็นสปริงเกอร์ ฉีดพ่นครั้งละ 20-30-50 ต้น กับ เครื่องฉีดพ่นแบบลากสายยาง หรือแบบอื่นๆ ที่ฉีดพ่นทีละต้นๆ อย่างไหน ประหยัด (เวลา แรงงาน) ประสิทธิภาพประ สิทธิผล มากกว่ากัน....
ก็มีนะที่บางคนบอกว่า สปริงเกอร์ฉีดพ่นได้ไม่ทั่วทรงพุ่ม อันนี้ก็อยากจะบอกว่า ไม่จริง ที่ฉีดพ่นได้ไม่ทั่วทรงพุ่มเพราะ ติดผิดแบบ ว่าตั้งแต่ รัศมีพ่นน้ำ ละอองน้ำที่พ่นออกมา สปริงเกอร์ที่ไร่กล้อมแกล้ม ไม้ผล 1 ต้น สปริงเกอร์ทางใบ 1 หัว ตอนลมปกติก็เปียกได้ทั่วทางพุ่ม ตอนมีลมพัดละอองน้ำจะปลิวซัดไปทั่วทั้งสวน ....
แม้ว่าสปริงเกอร์จะทำงานได้ระดับนี้ก็ไม่ใช่ได้ผล 100% บางสถานการณ์โรคบางชนิด แมลงศัตรูพืชบางอย่าง อาจจะแทรกเข้ามาได้ เพราะฉะนั้นจึงควรใช้วิธี ไอพีเอ็ม. หรือการป้องกันกำจัดแบบผสม ผสาน คือ ใช้หลายอย่างร่วมกัน เช่น กับดักกาวเหนียว, แสงไฟล่อ, แสงไฟไล่, กลิ่นล่อ, กลิ่นไล่, รวมไปถึงแมลงธรรมชาติ เช่น มดแดงกำจัดหนอน แมลงตัวห้ำตัวเบียน และบำรุงพืชให้สมบูรณ์แข็งแรง เป็นภูมิต้านทานในตัวของต้นพืชเอง ***
- หลักการนี้ ไม่ใช่ได้ผลเฉพาะมะม่วงเท่านั้น ไม้ผลอื่นๆ ทั้งไม้ผลยืนต้นอายุนับร้อยปี ไม้ผลอายุสั้นฤดูกาลเดียว พืชที่มีศัตรูพืชทุกชนิด กรอบในการคิด คือ เอาศัตรูพืชเป็นเป้าหมาย ศัตรูพืช คือ ศัตรูพืช ไม่ว่าจะเป็นศัตรูพืชของพืชอะไรก็ตาม ใช้หลักการเดียว กันนี้นี่แหละ
- ขอให้เกษตรกรทบทวนตัวเองใหม่ว่า ในอดีตที่ผ่านมา รุ่นแล้วรุ่นเล่า ครั้งแล้วครั้งเล่า ของเขาของเรา ความสูญเสียที่เกิดจากศัตรูพืชรวมแล้วเป็นเท่าไหร่ อนาคตข้างหน้าจะต้องสูงสูญเสียอีกเท่า ไหร่ กับการที่คิดว่า สปริงเกอร์แพงสปริงเกอร์แพง สิ้นเปลืองโดยใช่เหตุ
- ไร่กล้อมแกล้ม มะม่วง 10 โซน ๆละ 50 ต้น รวม 500 ต้น วันนี้ขึ้นปีที่ 10 ไม่เคยใช้สารเคมีใดๆ แก่ศัตรูพืชใดๆ ทั้งสิ้น ใช้แต่สมุนไพร สมุนไพรก็ไม่ได้ใช้บ่อยๆแบบวันต่อวัน วันเว้นวัน ตลอดทั้งปี ใช้จริงๆก็เฉพาะช่วงวิกฤต เช่น ช่วงใบอ่อน ช่วงออกดอก ช่วงผลเล็ก เท่านั้น ทั้งหมดทั้งสิ้นนี้มิใช่มะม่วงอย่างเดียว ไม้ผลอื่นๆก็อีหร็อบเดียวกัน
-------------------------------------------------------------------------
15 FEB
สารสมุนไพร (3)
วิธีสกัดพืชสมุนไพร แบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน
1. หมักน้ำเปล่า
วัสดุส่วนผสม และวิธีทำ :
เลือกพืชสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ สภาพสดหรือแห้ง ส่วนที่มีสารออกฤทธิ์มากที่สุด อายุและสภาพแวดล้อมเหมาะสม ตามต้องการหรือตามหลักวิชาการ สับเล็กหรือบดละเอียดปริมาณ 1-2 กก. น้ำที่ออกมาอย่าทิ้ง ใส่ลงในถังพลาสติก เติมน้ำเปล่า 10-20 ล. คนให้เข้ากันดี ทิ้งไว้ 24-48 ชม. ระหว่างนี้ให้คน 2-3 รอบ ครบกำหนด 24-48 ชม. ก็จะได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้น พร้อมใช้งาน
หมักต่อไป 15-20 วัน หรือเมื่อเห็นว่าพืชสมุนไพรเปื่อยยุ่ย นอนก้นถังดี ให้กรองเอากากออก เก็บน้ำใสไว้ใช้งานจะดีมาก กากก้นถังที่ได้นำไปตากแห้ง เก็บไว้ใช้รองก้นหลุมปลูก หรือโรยหน้าดิน ช่วยป้องกันแมลงในดินได้เป็นอย่างดี
สูตรนี้ไม่แนะนำให้เก็บไว้นานเพราะจะเน่าหรือบูด กรณีพืชสมุนไพรประเภทหัว ซึ่งมีแป้งเป็นส่วนผสมหลักจะบูดเน่าเร็วกว่าสมุนไพรประเภทใบ/ดอก/ผล ดังนั้นจึงควรทำครั้งละเพียงพอต่อการใช้ 1 ครั้ง แต่หากต้องการเก็บนานให้เติมเหล้าขาวหรือแอลกอฮอร์ อัตรา 1 ล.ต่อน้ำสกัด 10 ล. แอลกอฮอร์จะช่วยแก้อาการบูดเน่าได้
2. สูตรหมักเหล้าขาว หรือแอลกอฮอร์ :
วัสดุส่วนผสม และวิธีทำ :
เลือกพืชสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ สภาพสดหรือแห้ง ส่วนที่มีสารออกฤทธิ์มากที่สุด อายุและสภาพแวดล้อม ตามต้องการหรือตามหลักวิชาการ สับเล็กหรือบดละเอียดปริมาณ 1-2 กก. น้ำที่ออก มาอย่าทิ้ง ใส่ลงในถังพลาสติก เติมเหล้าขาวหรือแอลกอฮอร์ (อย่างใดอย่างหนึ่ง) 1 ล. เติมน้ำส้มสายชู 100 ซีซี. อัตราเหล้าขาวหรือแอลกอฮอร์กับน้ำส้มสายชูให้ได้พอท่วมสมุนไพร ถ้าไม่ท่วมให้เติมน้ำ เปล่าเพิ่มจนกระทั่งพอท่วม คนเคล้าให้เข้ากันดี ทิ้งไว้ 24-48 ชม. ระหว่างนี้ให้คน 2-3 รอบ เพื่อให้แอลกอฮอร์กับน้ำส้มสายชูจะสกัดเอาสารออกฤทธิ์ในสมุนไพรออกมา ครบกำหนด 24-48 ชม.แล้วให้เติมน้ำเปล่า 10-20 ล. ก็จะได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้น พร้อมใช้งาน
หมักต่อไป 15-20 วัน หรือเมื่อเห็นว่าพืชสมุนไพรเปื่อยยุ่ย นอนก้นถังดี ให้กรองเอากากออก เก็บน้ำใสไว้ใช้งานจะดีมาก กากก้นถังที่ได้นำไปตากแห้ง เก็บไว้ใช้รองก้นหลุมปลูกหรือโรยหน้าดิน ช่วยป้องกันแมลงในดินได้เป็นอย่างดี
3. สูตรแช่น้ำร้อน
วัสดุส่วนผสม และวิธีทำ :
เลือกพืชสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ สภาพสดหรือแห้ง ส่วนที่มีสารออกฤทธิ์มากที่สุด อายุและสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมหรือตามหลักวิชาการ สับเล็กหรือบดละเอียดปริมาณ 1-2 กก. น้ำที่ออกมาอย่าทิ้ง ใส่ลงในถังพลาสติกที่มีน้ำต้มเดือดแล้ว 10-20 ล. คนให้เข้ากันดี ทิ้งไว้ 24-48 ชม. ระหว่างนี้ให้คน 2-3 รอบ ครบกำหนด 24-48 ชม. ก็จะได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้น พร้อมใช้งาน
หมักต่อไป 15-20 วัน หรือเมื่อเห็นว่าพืชสมุนไพรเปื่อยยุ่ย นอนก้นถังดี ให้กรองเอากากออก เก็บน้ำใสไว้ใช้งานจะดีมาก กากก้นถังที่ได้นำไปตากแห้ง เก็บไว้ใช้รองก้นหลุมปลูกหรือโรยหน้าดิน ช่วยป้องกันแมลงในดินได้เป็นอย่างดี
สูตรนี้ไม่แนะนำให้เก็บไว้นานเพราะจะเน่าหรือบูด กรณีพืชสมุนไพรประเภทหัว ซึ่งมีแป้งเป็นส่วนผสมหลักจะบูดเน่าเร็วกว่าสมุนไพรประเภทใบ/ดอก/ผล ดังนั้นจึงควรทำครั้งละเพียงพอต่อการใช้ 1 ครั้ง แต่หากต้องการเก็บนานให้เติมเหล้าขาวหรือแอลกอฮอร์ อัตรา 1 ล.ต่อน้ำสกัด 10 ล. แอลกอฮอร์จะช่วยแก้อาการบูดเน่าได้
4. สูตรต้มพอร้อน
วัสดุส่วนผสม :
เลือกพืชสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ สภาพสดหรือแห้ง ส่วนที่มีสารออกฤทธิ์มากที่สุด อายุและสภาพแวดล้อมตามความเหมาะสม หรือตามหลักวิชาการ สับเล็กหรือบดละเอียดปริมาณ 1-2 กก.น้ำที่ออกมาอย่าทิ้ง ใส่ลงในถังโลหะ (ปี๊บ) ที่มีน้ำ 10-20 ล. คนให้เข้ากันดี ยกขึ้นตั้งไฟ ต้มพอเดือด เสร็จแล้วยกลงปล่อยให้เย็น ก็จะได้สารสกัดสมุนไพรเข้มข้น พร้อมใช้งาน
เมื่อน้ำต้มเย็นลงแล้วให้กรองเอากากออก เก็บน้ำใสไว้ใช้งาน กากก้นถังที่ได้นำไปตากแห้ง เก็บไว้ใช้รองก้นหลุมปลูก หรือโรยหน้าดิน ช่วยป้องกันแมลงในดินได้เป็นอย่างดี
สูตรนี้ไม่แนะนำให้เก็บไว้นานเพราะจะเน่าหรือบูด กรณีพืชสมุนไพรประเภทหัว ซึ่งมีแป้งเป็นส่วนผสมหลักจะบูดเน่าเร็วกว่าสมุนไพรประเภทใบ/ดอก/ผล ดังนั้นจึงควรทำครั้งละเพียงพอต่อการใช้ 1 ครั้ง แต่หากต้องการเก็บนานให้เติมเหล้าขาวหรือแอลกอฮอร์ อัตรา 1 ล.ต่อน้ำสกัด 10 ล. แอลกอฮอร์จะช่วยแก้อาการบูดเน่าได้
5. สูตรต้มเคี่ยว
วัสดุส่วนผสมและวิธีทำ :
เลือกพืชสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ สภาพสดหรือแห้ง ส่วนที่มีสารออกฤทธิ์มากที่สุด อายุและสภาพแวดล้อมตามความเหมาะสม หรือตามหลักวิชาการ สับเล็กหรือบดละเอียดปริมาณ 1-2 กก. น้ำที่ออกมาอย่าทิ้ง ใส่ลงในถังโลหะ (ปี๊บ)ที่มีน้ำ 10-20 ล. ยกขึ้นตั้งไฟ
ต้มครั้งที่ 1 .... ให้เดือดจัด เสร็จแล้วใช้ตะแกงกรองเอาสมุนไพรที่ต้มแล้วออกทิ้งไป ใส่สมุน ไพรตัวเดิม ปริมาณเท่าเดิมลงไปแทน เตรียมต้มรอบ 2
ต้มครั้งที่ 2 .... เดือดจัดแล้วใช้ตะแกงกรองเอาสมุนไพรที่ต้มแล้วออกทิ้งไป ใส่สมุนไพรตัวเดิม ปริมาณเท่าเดิมลงไป เตรียมต้มรอบ 3
ต้มครั้งที่ 3 .... เดือดจัดแล้วใช้ตะแกงกรองเอาสมุนไพรที่ต้มแล้วออกทิ้งไป ใส่สมุนไพรตัวเดิม ปริมาณเท่าเดิมลงไปแทน แล้วต้มจนเดือดจัดเป็นครั้งสุดท้าย เสร็จแล้วยกลง ปล่อยให้เย็น แล้วให้กรองเอากากออกก็จะได้หัวเชื้อน้ำต้มสมุนไพรเข้มข้นพร้อมใช้งาน
กากก้นถังที่ได้นำไปตากแห้ง เก็บไว้ใช้รองก้นหลุมปลูก หรือโรยหน้าดิน ช่วยป้องกันแมลงในดินได้เป็นอย่างดี
สูตรนี้ไม่แนะนำให้เก็บไว้นานเพราะจะเน่าหรือบูด กรณีพืชสมุนไพรประเภทหัว ซึ่งมีแป้งเป็นส่วนผสมหลัก จะบูดเน่าเร็วกว่าสมุนไพรประเภทใบ/ดอก/ผล ดังนั้นจึงควรทำครั้งละเพียงพอต่อการใช้ 1 ครั้ง แต่หากต้องการเก็บนานให้เติมเหล้าขาวหรือแอลกอฮอร์ อัตรา 1 ล.ต่อน้ำสกัด 10 ล. แอลกอฮอร์จะช่วยแก้อาการบูดเน่าได้
หมายเหตุ :
สูตรต้มเคี่ยวทำได้ 2 แบบ คือ
แบบที่ 1 .... ต้มเคี่ยวครบ 3 รอบ แล้วกรองเอากากออกได้น้ำใสเท่าไรก็ได้เท่านั้น ใช้งานได้เลย ความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์มีเท่าไรก็มีเท่านั้น
แบบที่ 2. .... ต้มเคี่ยวครบ 3 รอบ กรองเอากากออกจนได้น้ำใส แล้วให้ต้มเคี่ยวต่อโดยไม่ต้องเติมพืชสมุนไพรอีก ต้มเคี่ยวจนกระทั่งน้ำระเหยไปไอหายไป เหลือ 1 ใน 4 ของครั้งแรก เสร็จแล้วปล่อยทิ้งให้เย็น ความเข้มข้นของสารออกฤทธิ์จะแรงขึ้น
6. สูตรกลั่น
ถังกลั่น :
- เป็นถังโลหะทรงสูง
- ใส่น้ำเปล่าก้นถัง ปริมาณตามความเหมาะเมื่อเทียบกับปริมาณของพืชสมุนไพรที่จะกลั่น ไม่ควรเกิน 1 ใน 4 ของความสูงถัง
- มีตะแกงติดในถัง ณ ระดับความสูง 3 ใน 4 จากก้นถังของความสูงถัง
- มีฝาปิดสนิทป้องกันไอระเหยออกได้
- ที่ฝาปิดมีท่อให้ไอระเหยผ่านไปสูงระบบควบเย็นได้สะดวก
- ท่อนี้จะผ่านระบบควบเย็น ส่วนปลายดัดแปลงให้แทงเข้าไปในถังกลั่น เพื่อให้ไอระเหยที่ถูกควบเย็นจนกลายเป็นน้ำแล้วกลับเข้าไปกลั่นซ้ำในถังอีกครั้ง
ส่วนผสมและวิธีทำ :
เลือกพืชสมุนไพรประเภทสกัดด้วยวิธีกลั่นโดยเฉพาะ มีสารออกฤทธิ์ตรงกับชนิดศัตรูพืช สดหรือแห้ง สับเล็กหรือบดละเอียด การกลั่นทำได้ 2 แบบ
แบบที่ 1 .... กลั่นแบบต้มเหล้าป่า (ชาวบ้านแอบทำ /เหล้าเถื่อน) หรือเหล้าขาว (รัฐบาลทำ)การกลั่นแบบนี้ต้องอาศัยความร้อนสูง น้ำที่ต้มเพื่อเอาไอระเหยต้องเดือดจัด 100 องศา ซ. ทำให้ได้ "น้ำ + สารออกฤทธิ์" ซึ่งจะมีน้ำ 70% สารออกฤทธิ์ 30% ถ้าน้ำที่ต้มเพื่อเอาไอระเหยร้อน 60-70 องศา ซ. จะทำได้เปอร์เซ็นต์ของสารออกฤทธิ์สูงขึ้น อัตราส่วน น้ำ 30% สารออกฤทธิ์ 70% แต่เนื่องจากความร้อนเพียงเท่านี้ไอน้ำจะไม่พุ่งออกมาสู่ระบบควบเย็นได้ แก้ไขโดยการใช้ตัวดูดไอระเหย (แว็ค กั้ม) ..... สารออกที่ได้ใช้งานได้เลย หากต้องการเก็บนานให้เติมแอลกอฮอร์ 10-20% ของน้ำกลั่นสารออกฤทธิ์
แบบที่ 2 .... กลั่นซ้ำ เป็นการกลั่นแบบให้ความร้อนสูงเดือดจัด ไอระเหยที่ถูกควบเย็นแล้วผ่านท่อที่ดัดแปลงเป็นการเฉพาะไหลกลับเข้าไปในหม้อกลั่นอย่างเดิมรวมกับน้ำก้นถังกลั่นอีกครั้ง แล้วถูกต้มกลายเป็นไอระเหยสูงขึ้นสู่ระบบควบเย็นซ้ำโดยอัตโนมัติ น้ำจะถูกกลั่นเป็นไอน้ำ ถูกควบเย็นเป็นน้ำไหลกลับเข้าถังกลั่น หมุนเวียนซ้ำอย่างนี้จนเป็นที่พอใจ น้ำก้นถังกลั่น คือ น้ำกลั่นสารออกฤทธิ์ มีน้ำกับสารออกฤทธิ์ 1 : 1 ใช้งานได้เลย
แบบที่ 3 .... กลั่นด้วยเครื่องกลั่นเฉพาะแบบ "แยกน้ำ-แยกน้ำมัน" น้ำมันที่ได้เป็นสารออกฤทธิ์ 100% ไม่มีน้ำปน สารออกฤทธิ์ที่ได้ใช้งานได้เลย และสามารถเก็บนานได้โดยไม่ต้องเติมแอลกอฮอร์
------------------------------------------------------------
17 FEB
สารสมุนไพร (4)
ประสบการณ์ตรงที่ไร่กล้อมแกล้ม
เลือกเก็บพืชสมุนไพรที่ขึ้นเองตามธรรมชาติ สภาพสดใหม่ สมบูรณ์ ทั้งที่มีงานวิจัยรองรับ ในพื้นที่ทั่วๆไป เช่น

เก็บจากข้างถนน : สาบเสือ. สบู่ต้น. แมงลักคา. สะเดา. ผกากรองป่า. กระเพาผี. ฝักคูน. ชุมเห็ด.
เก็บจาก หลังบ้าน-หน้าบ้าน-ในครัว : ตะไคร้. ข่า. พริก. กระชาย. กะเพรา. โหระพา. แมงลัก.
เก็บใน สวนตัวเอง-สวนเพื่อนบ้าน : ใบน้อยหน่า. บอระเพ็ด. ฟ้าทะลายโจร. ลูกใต้ใบ. ใบฝรั่ง. เสลดพังพอน.
เก็บมาอย่างละกำมือใหญ่ๆ ปริมาณเท่าๆ กัน ทุกอย่างสดใหม่ อัดลงปี๊บได้ประมาณ 3 ใน 4 ของความจุ ใส่น้ำให้เต็มปี๊บ ยกขึ้นตั้งไฟ เร่งไฟอ่อนๆ (เร่งมากเปลืองแก๊ส) ระหว่างต้มคนพอเป็นพิธี ต้มพอเดือดปุดๆ เสร็จแล้วดับไฟ ยกลง ทิ้งให้เย็น .... เย็นแล้วกรองกากออกเอาไปใส่โคนไม้ เท่านี้ก็ได้สารสกัดสมุนไพรสูตรข้างทาง เป็นสารสกัด "เข้มข้น" พร้อมใช้งาน .... ถ้าจะใช้เลย ให้เจือจางกับน้ำเปล่า 3-4 เท่า
ถ้าต้องการเก็บนาน ให้เติมแอลกอฮอร์ 1-2 ส่วนต่อน้ำต้มสมุนไพร 10 ส่วน และเติมน้ำส้ม สายชู 100 ส่วนต่อแอลกอฮอร์ 10 ส่วน .... อัตราใช้ 20-50 ซีซี./น้ำ 20 ล.
หมายเหตุ :
- เลือกพืชสมุนไพรอะไรก็ได้ที่มีคุณสมบัติเฉพาะตัว เผ็ด/ร้อนจัด. ขมจัด. ฝาดจัด. มีฤทธิ์เบื่อเมา.
- น้ำพริกแกงเผ็ดซึ่งมี พริก. มะกรูด. ตะไคร้. สามารถพัฒนาให้เป็นสารสกัดสมุนไพรได้ โดยเติมเพิ่ม ข่า. ขิง. ขมิ้น. ไพล. ฯลฯ
- พืชปลูกบางชนิดเมื่อสัมผัสกับแอลกอฮอร์แล้วเกิดอาการใบกร้าน ให้เลิกใช้แอลกอฮอร์แล้วใช้เหล้าขาวแทน
- ปุ๋ยทางใบที่มีกากน้ำตาล. หรือกลูโคส.เป็นส่วนผสม เนื่องจากความหวานของสารดังกล่าวอาจจะเป็นตัวเรียกเชื้อราเข้ามาได้ แก้ไขโดย ฉีดพ่นปุ๋ยทางใบช่วงกลางวัน แล้วฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพรกำจัดเชื้อราในช่วงเย็นหรือค่ำของวันเดียวกัน
-----------------------------------------------------------

จาก : (087) 720-07 xx
ข้อความ : เกษตรแจ๊คพ็อต กับ เกษตรผสมผสาน ต่างกันอย่างไรครับ ....
ตอบ :
แจ๊คพ็อต โดยมาตรฐาน แปลว่า ....
- ประสบความสำเร็จ อย่างมาก อย่างสูง อย่างเร็ว เช่น ถูกหวย เล่นการพนัน (สล็อตแมทชีน บิงโก) ได้รางวัล

- JACKPOT เป็นคำที่มาจากนิทานเด็ก เล่ากันว่า มีเทพองค์หนึ่งชื่อ “มีเอลล์” อยู่บนสวรรค์ หลังฝนตกจะมีสายรุ้งเกิดขึ้น ก็เดินตามลงมาจนถึงปลายสายรุ้งแล้วพบหม้อ (POT) ทองคำของเทพเจ้าอีกองค์หนึ่งชื่อ JACK ตัวหม้อเป็นทองคำ แถมมีทองคำในหม้ออีก จึงเรียกหม้อทองคำนั้นว่า JACKPOT

“เกษตรแจ๊คพ็อต” ที่นี่ รายการสีสันชีวิตไทย คิดหรือกำหนดขึ้นมาเอง ไม่มีในเอกสารตำราใดๆ ในโลกทั้งสิ้น กับอีกหลายๆคำพูดในเรื่องการเกษตร เช่น ขี้วัวซุปเปอร์ ฟางซุปเปอร์ นมซุปเปอร์ แรกๆก็มีคนคัดค้าน หัวเราะเยาะ “ตาคิมเป้อ” ประมาณนั้น หลังๆกลืนน้ำลายตัวเองเอื๊อกๆ เอาไปพูดหน้าตาเฉย ..... คำว่า “เกษตรแจ๊คพ็อต” เป็นการบอกหรือพูดเหมือนอุปมาอุปมัย ฉันใดก็ฉันนั้น .... ที่นี่แปลว่า ประสบความสำเร็จอย่างมาก มากๆ เนื่องจากมีการวางแผนไว้ล่วงหน้า ทั้งแผนการผลิต แผนการตลาด แน่นอน เป็นขั้นเป็นตอน เช่น

- มะลิ หน้าหนา/วันแม่/วันครู, ดาวเรือง วันแม่/วันครู/วันเลือกตั้ง, กุหลาบ วาเลนไทน์, มะนาวหน้าแล้ง, กล้วยหอม-แก้วมังกร-ส้มสีเหลืองทอง-สับปะรด ตรุษจีน/สาร์ทจีน/เชงเม้ง/ไหว้พระจันทร์ ไหว้เจ้า/คนกินตลอดปี, ผักเจ ก่อนเจ/ระหว่างเจ/หลังเจ, ผักชีหน้าฝน, ไผ่หน้าแล้ง

- ผลไม้ประเภทออกตลาด ก่อนฤดู/หลังฤดูกาล โดยการบังคับด้วยฮอร์โมนบังคับ ..... (ชะอม หน้าหนาว)

- ผลไม้ประเภทออกตลาดไม่ตรงกับไม้ผลเด่นๆ เช่น กระท้อน มะขามหวาน มะขามเทศ
- ไม้ผลประเภทออกตลาดในฤดูกาล แต่คุณภาพ ซูพรีม พรีเมียม เกรด เอ. รสจัดจ้าน จัมโบ้ โดยการบำรุงด้วยสูตร ขยายขนาด-หยุดเมล็ด-สร้างเนื้อ

“เกษตรผสมผสาน” แปลตามตัวอักษร :
- ทำเกษตรหลายๆอย่าง ผสมผเสปนเป (เน้นย้ำ .... ผสมผเส ปนเป) กันในแปลงเดียวกัน โดยแบ่งเป็นสัดส่วน ประเภท ชนิด ว่ากันตั้งแต่ ไร่, นา, สวน (ไม้ผล ไม้ดอก ผักบก ผักน้ำ ผักอากาศ ฯลฯ) ก็ว่ากันไป

- เกษตรผสมผสานที่ชัดเจน ได้แก่ เกษตรทฤษฎีใหม่ 30-30-30 และ 10, เกษตรไร่นาสวนผสม
- ไม่กะเก็งการตลาด แก่ก่อนเก็บก่อนขายก่อน แก่หลังเก็บหลังขายหลัง ได้ราคาเท่าไหร่เอาเท่านั้น

---------------------------------------------------------
18 FEB
สารสมุนไพร (5)
เคล็ด (ไม่) ลับ เรื่องสารสมุนไพร :
การสกัดหรือการทำให้สารออกฤทธิ์หรือตัวยา ในพืชสมุนไพรให้ออกมาได้ปริมาณมากที่สุดเข้มข้นที่สุดนั้น กรรมวิธี หรือ วิธีการทำ ถือว่ามีความสำคัญไม่ใช่น้อย หากทำผิดวิธีนอกจากจะได้สารออกฤทธิ์ หรือตัวยาน้อย หรือไม่ได้เลยแล้ว เมื่อนำไปใช้อาจจะเป็นพิษต่อพืช คน สัตว์ และสิ่งแวดล้อม ก็ได้

พืชสมุนไพร ชนิดกลิ่น ........................ สกัดหรือทำด้วยวิธี กลั่น
พืชสมุนไพร ชนิดรส ขม/เผ็ด/ร้อน/เย็น ...... สกัดหรือทำด้วยวิธี ต้ม
พืชสมุนไพร ชนิดรสฝาด ..................... สกัดหรือทำด้วยวิธี หมัก

และวิธีการสกัดหรือวิธีทำในแต่ละวิธีก็ต้องมีเทคนิคเฉพาะ แหล่งข้อมูลเรื่องเทคนิคเฉพาะสามารถสอบถามได้ที่ องค์การเภสัชกรรม หรือหน่วยงานแพทย์แผนไทย ชื่อของพืชสมุนไพรต่างๆที่ได้กล่าวไปแล้ว หรือที่จะกล่าวต่อไปนี้ เป็นชื่อที่ใช้ในหลักฐานทางวิชาการ ไม่ใช่ชื่อภาษาพื้นเมืองหรือภาษาท้องถิ่น การที่จะรู้ว่าพืชสมุนไพรตัวใดมีชื่อทางวิชาการว่าอย่างไรนั้น ให้พิจารณาเปรียบจากรูปถ่ายของจริง หรือสอบถามจากผู้รู้จริงเท่านั้น

สารออกฤทธิ์จากพืชสมุนไพรกำจัดหนอนไม่อาจทำให้หนอนตายอย่างเฉียบพลันได้เหมือนสารเคมีประเภทยาน็อค แต่จะทำให้หนอนเกิดอาการทุรนทุรายจนต้องออกมาจากที่หลบซ่อน ไม่ลอกคราบและไม่กินอาหาร (ทำลายพืช) ไม่ช้าไม่นานหนอนตัวนั้นก็จะตายไปเอง

มาตรการขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้ามาวางไข่ หรือการทำให้ไข่ของแม่ผีเสื้อฝ่อ จนไม่อาจฟักออกมาเป็นตัวหนอนได้สำเร็จ ก็ถือว่าเป็นการกำจัดหนอนได้อีกวิธีหนึ่ง

สารสมุนไพรที่ใช้ในอัตราเข้มข้นเกินจะทำให้ใบพืชไหม้หรือกร้านได้ ทั้งนี้สารออกฤทธิ์ที่ได้จากพืชสมุนไพรแต่ละชนิด จากแต่ละแหล่ง แต่ละฤดูกาล แต่ละอายุ แต่ละส่วนที่ใช้ แต่ละวิธีในการสกัด และแต่ละครั้ง จะมีความเข้มข้นและปริมาณไม่เท่ากัน ดังนั้นก่อนใช้งานจริงจำเป็นต้องทด สอบอัตราใช้สูตรของตนเองก่อนว่า ใช้อัตราเท่าใดจึงจะทำให้ใบพืชไหม้หรือหยาบกร้าน

จากนั้นจึงยึดถืออัตราใช้นั้นประจำต่อไปสารออกฤทธิ์จากพืชสมุนไพรรส ฝาด เผ็ด ร้อน ขม และกลิ่นจัด มีประสิทธิภาพทำให้แมลงปากกัด/ปากดูด เช่น เพลี้ย ไร ไม่เข้ากัดกินพืชและจากกลิ่นจัดของสมุนไพรนี้ยังทำให้แมลงประเภทผีเสื้อไม่เข้าวางไข่อีกด้วยสารออกฤทธิ์จากพืชสมุนไพรประ เภทรสฝาดจัด ในความฝาดมีสารเทนนินที่สามารถทำให้ รา แบคทีเรีย ไวรัส ตายได้

สารออกฤทธิ์ในพืชสมุนไพรไม่ต้านทานต่อแสงแดด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องใช้หรือฉีดพ่นช่วงไม่มีแสงแดด หรืออากาศไม่ร้อนสารออกฤทธิ์ในพืชสมุนไพรสลายตัวเร็ว ดังนั้นจึงจำเป็นต้องฉีดพ่นบ่อยๆน้ำสารสมุนไพรที่ไหลอาบลำต้นผ่านลงถึงพื้นดินโคนต้นกระจายทั่วบริเวณทรงพุ่มนั้น นอกจากช่วยกำจัดหนอนที่พื้นดินโคนต้นโดยตรงแล้ว ยังทำให้ไข่ของแมลงแม่ผีเสื้อฝ่อ และสภาพแวดล้อมบริเวณโคนต้นเปลี่ยนแปลงไปจากสภาพปกติ จนเป็นเหตุให้แม่ผีเสื้อไม่เข้าวางไข่ได้ ส่วนตัวแมลงแม่ผีเสื้อที่หลบอาศัยอยู่ก็จะหนีไปอีกด้วย

น้ำสารสมุนไพรที่ได้จากการหมักครั้งแรก เรียกว่า "น้ำแรก หรือ น้ำหนึ่ง" ให้ใช้ในอัตราใช้ปกติ เมื่อใช้น้ำแรกหมดแล้วเหลือกาก สามารถหมักต่อด้วยวิธีการเดิมเป็น "น้ำสอง" ได้ กรณีน้ำสองเมื่อจะใช้ แนะนำให้เพิ่มอัตราการใช้หรือใช้เข้มข้นขึ้น .... อย่างไรก็ตาม น้ำสอง มีสารออกฤทธิ์น้อยกว่า น้ำหนึ่ง ทางเลือกที่ดีก็คือ ใช้น้ำหนึ่งหมดแล้วให้ทิ้งไปหรือนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น ไม่ควรหมักเป็นน้ำสองแล้วใช้อีก เพราะจะไม่ได้ผลไม่ควรใช้สารสกัดสมุนไพรตัวใดตัวหนึ่งเพียงตัวเดียวเดี่ยวๆประจำๆ ติดต่อกันหลายๆรอบ เพราะจะทำให้แมลง/หนอน ปรับตัวเป็นดื้อยาได้ ควรเปลี่ยนหรือสลับใช้สารสมุนไพรชนิดอื่นๆ บ่อยๆ หรือใช้ "สูตรเฉพาะ" แต่ละตัวสลับกันไปเรื่อยๆ หรือสลับกับสูตรอื่นๆ (สูตรรวมมิตร สูตรข้างทาง สูตรเหมาจ่าย) ก็ได้ สารสกัดสมุนไพรที่ได้ หรือผ่านกรรมวิธีสกัดมาแล้ว มีกลิ่นและรสจัดรุนแรงมากๆ ย่อมหมายถึงประสิทธิภาพหรือสรรพคุณของสารสมุนไพร

สารออกฤทธิ์นั้นพืชสมุนไพรประเภทหมักด้วย "น้ำ” แนะนำให้ +แอลกอฮอร์ +น้ำส้มสายชู เพื่อเร่งให้สารออกฤทธิ์ออกเร็วขึ้น (อัตราใช้ : น้ำส้มสายชู 10% ของแอลกอฮอร์, แอลกอฮอร์ 10% ของน้ำ, น้ำตามความเหมาะสมและจำเป็นที่ใช้) ยิ่งหมักนานจะยิ่งได้สารออกฤทธิ์เข้มข้นมากขึ้น ทั้งนี้ ช่วงระหว่างการหมักนั้นจะต้องถูกวิธีด้วยแมลงกลางวันจะมองเห็นพืชเป้าหมายขณะเคลื่อนที่ด้วยการ "มองเห็น" ถ้ามีสารเคลือบใบหรือส่วนต่างของพืชให้เป็นมันวาว จะทำให้ภาพการมองเห็นของนัยตาแมลงผิดเพี้ยนไป จนทำให้แมลงเข้าใจผิดว่านั้นไม่ใช่พืชเป้าหมายที่ต้องการจึงเลี่ยงไปหาที่อื่นแทน (นัยตาของแมลงมีเลนส์ 200,000 เลนส์ ลูกนัยตาของแมลงจึงกลอกกลิ้งไปมาไม่ได้ หรืออยู่นิ่งตลอดเวลา แต่สามารถมองเห็นได้จากเลนส์ใดเล็นส์หนึ่งนั่นเอง .... (สารคดีดิสคัฟเวอรี่)

แมลงกลางคืนเคลื่อนที่เข้าหาพืชเป้าหมายด้วยประสาทดมกลิ่น ถ้ามีกลิ่นอื่นหรือกลิ่นพืชสมุนไพรซึ่งไม่ใช่กลิ่นพืชเป้าหมายเคลือบอยู่ แมลงก็จะไม่เข้าหาพืชเป้าหมายนั้น แต่จะค้นหาพืชเป้าหมายจากแหล่งอื่นต่อไป (ประสาทการรับรู้กลิ่นของแมลงสูงกว่าคน 600,000 เท่า, ประสาทการรับรู้กลิ่นของหมาสูงกว่าคน 200,000 เท่า / สารคดีดิสคัฟเวอรี่)

สารสกัดสมุนไพรไม่เป็นอันตรายต่อแมลงธรรมชาติ จึงทำให้ยังคงมีแมลงธรรมชาติคอยช่วยผสมเกสร นอกจากนี้ยังเป็นการส่งเสริม หรือดึงดูดแมลงธรรมชาติอื่นๆ ให้เข้ามาอยู่ในแปลงเกษตรเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

สารสกัดสมุนไพรทุกสูตร สามารถใช้ร่วมกับ ปุ๋ย ฮอร์โมน และสารเคมีทุกชนิดได้

ไม่ควรใช้สารสกัดสมุนไพรร่วมกับ จุลินทรีย์ทุกชนิด เชื้อโรคของศัตรูพืช เช่น บีที. บีเอส. เอ็นพีวี. ฯลฯ เพราะสารออกฤทธิ์ในพืชสมุนไพรจะยับยั้งหรือทำลายจุลินทรีย์เหล่านี้

พืชสมุนไพรประเภทหัว มีแป้งเป็นองค์ประกอบ เมื่อนำมาหมักมักเกิดอาการบูดเน่า กลิ่นเหม็นรุนแรง วิธีการแก้ไข คือ เพิ่มอัตราส่วนแอลกอฮอร์ให้มากขึ้น 2-3 เท่าจากอัตราปกติ และอาจจะเพิ่มได้อีกในระหว่างการหมักเมื่อเห็นว่าลักษณะไม่ค่อยน่าพึงพอใจ

สารสกัดสมุนไพร "สูตรเฉพาะ" ใช้สลับกันบ่อยๆ ได้ผลสูงกว่า "สูตรรวมมิตร" หรือเพื่อความแน่นอนควรใช้ทั้งสองสูตรสลับกัน

พืชสมุนไพรที่ให้สารออกฤทธิ์รุนแรงเทียบเท่ายาน็อคสารเคมี คือ หัวกลอย. เมล็ดมันแกว. เมล็ดน้อยหน่า. เปลือกต้นซาก. ซึ่งให้สารออกฤทธิ์ทั้งในรูปของ "กลิ่นไล่" และสารออกฤทธิ์ประ เภท "เบื่อเมา-กินตาย ไม่ลอกคราบ"

สารออกฤทธิ์ในบอระเพ็ดเป็น "สารดูดซึม" เมื่อฉีดพ่นให้แก่พืชแล้วสารออกฤทธิ์จะซึมเข้าไปอยู่ในเนื้อพืช ทำให้เกิดรสขมอยู่นาน 7-10 วัน จึงไม่ควรให้แก่พืชประเภทกินสด เช่น ผักสวน ครัว ผลไม้ใกล้เก็บเกี่ยว .... สารออกฤทธิ์ใน "ลางจืด" สามารถถอนฤทธิ์รสขมในบอระเพ็ดได้

ใช้สารสกัดสมุนไพรอย่างทันเวลา เช่น ฉีดพ่นช่วงเช้ามืดของคืนที่น้ำค้างลงแรงๆ ฉีดพ่นก่อนที่น้ำค้างจะแห้ง หรือฉีดพ่นเพื่อล้างน้ำค้างออกจากต้น จะช่วยป้องกันและกำจัดเชื้อโรคที่มากับน้ำค้าง เช่น ราน้ำค้าง ราแป้ง ราสนิม ได้ดี หรือฉีดพ่นหลังฝนหยุดช่วงกลางวันเพื่อล้างน้ำฝนออกจากส่วนต่างๆ ของต้นก่อนที่น้ำฝนนั้นจะแห้งคาต้นจะช่วยป้องกันและกำจัดเชื้อโรคที่มากับน้ำฝน เช่น ราโรคขอบใบไหม้ ราโรคปลายใบไหม้ ราโรคใบจุด ราโรคใบติด ได้ดี
หมายเหตุ :
ราน้ำค้าง ราแป้ง ราสนิม เกิดจากพื้นดินแล้วล่องลอยปลิวไปตามอากาศ เมื่อพบหยดน้ำค้างก็จะแฝงตัวเข้าไปอาศัยอยู่ในหยดน้ำค้างนั้น เมื่อน้ำค้างแห้ง ราเหล่านี้ก็จะซึมแทรกเข้าสู่ภายในของพืชแล้วแพร่ขยายพันธุ์ต่อไป ....

ราโรคขอบใบไหม้ ราโรคปลายใบไหม้ ราโรคใบจุด ราโรคใบติด ก็มีพฤติกรรมเหมือนราน้ำค้าง ราแป้ง ราสนิม แต่เข้าไปแฝงตัวอาศัยในหยดน้ำฝน เมื่อนำฝนแห้งก็จะซึมแทรกเข้าสู่ส่วนต่างๆ ของพืช ....
กรณีราที่มากับน้ำฝน หากฝนตกช่วงกลางคืน ก็ควรฉีดพ่นตอนเช้าตรู่ เป็นการฉีดล้างก่อนที่หยดน้ำฝนจะแห้ง

หลักนิยมของเกษตรกรในการกำจัดเชื้อโรคราดังกล่าว มักใช้สารเคมีประเภท "ดูดซึม" บาง ครั้งก็ได้ผลบางครั้งก็สูญเปล่า แม้ว่าจะได้ผลสามารถเข่นฆ่าเชื้อราเหล่านั้นให้ด่าวดิ้นสิ้นใจไปได้ แต่ส่วนของพืชที่ถูกซึมแทรกเข้าไปก็ถูกทำลายไปแล้ว ไม่อาจทำให้ดีคืนเหมือนเดิมได้ เท่ากับเสียทั้งเงินและเสียทั้งพืช

วิธีกำจัดที่นิยมกันก็คือ ใช้สารเคมีประเภทดูดซึม ก่อนตัดสินในเลือกใช้สารสกัดสมุนไพรควรรู้ให้แน่ก่อนว่า ศัตรูพืชที่ต้องการกำจัดนั้น ชื่ออะไร มีวงจรชีวิตอย่างไร แล้วเลือกพืชสมุนไพรที่มีสารออกฤทธิ์ (ผ่านงานวิจัยมาแล้ว) ตรงกับชนิดของศัตรูพืชนั้นๆ กับใช้อย่างถูกวิธีก็จะได้ประสิทธิผลสูงสุด ใช้สารสกัดสมุนไพรแบบ "ป้องกัน" จะได้ผลดีกว่าใช้แบบ "กำจัด" หรือ ใช้แบบ "กันก่อนแก้" นั่นเอง

ไม่มี "สารออกฤทธิ์ในพืชสมุนไพร" ใดๆ และไม่มี "สารออกฤทธิ์ในสารเคมี" ใด อย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวเดี่ยว สามารถป้องกันและกำจัดโรค แมลง ศัตรูพืชอย่างได้ผล วิธีการที่ได้ผลที่สุด คือ ไอ.พี.เอ็ม.

เมื่อพบลักษณะหรืออาการผิดปกติในพืช อย่ารีบด่วนตัดสินใจว่านั่นเป็นสาเหตุเกิดจาก "โรค" โดยเฉพาะ ในบางครั้งลักษณะอาการนั้นอาจจะเกิดจากการ "ขาดสารอาหาร หรือ "ปัจจัย พื้น ฐานเพื่อการเพาะปลูก" ไม่ถูกต้องก็ได้....แนวทางแก้ปัญหา คือ ให้ทั้ง "ยา" และ "อาหาร" ไปพร้อมกันในเวลาเดียวกันเลย

สารออกฤทธิ์หรือตัวยาในสารสกัดสมุนไพรสามารถเป็นพิษแก่คนฉีดพ่นได้ ดังนั้น การใช้ทุกครั้งจึงต้องระมัดระวังเหมือนการใช้สารเคมี

วิธีทำสารสกัดสมุนไพรขอ งที่นี่ รายการสีสันชีวิตไทย ทุกสูตร ทุกชนิดสมุนไพร ไม่มีการใส่ “กากน้ำตาล และ/หรือ จุลินทรีย์” ใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้ รายการสีสันชีวิตไทยใช้ข้อมูลจาก องค์การเภสัชกรรม และ ร.พ.อภัยภูเบศร์ เป็นบรรทัดฐาน
-------------------------------------------------------------
23 FEB
สารสมุนไพร สูตร เย้ยฟ้าท้าดิน :
อ้างอิง :
งานวิจัยทางวิชาการของไทย
งานส่งเสริมของต่างประเทศ
ประสบการณ์ตรงปราชญ์ชาวบ้าน, เกษตรกรดีเด่น
ภูมิปัญญาพื้นบ้านไทย, ต่างประเทศ
หนังสือ POCKETBOOK สารสกัดสุมนไพร KIM ZA GASS
สารสมุนไพร (7)
สูตร 4. หางไหล
ใช้รากสดหางไหลขาว/แดงแก่จัดสับเล็ก 1 กก. แช่น้ำ 100 ล.นาน 48 ชม.ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน......ใช้ “หัวเชื้อ” ฉีดพ่นได้เลยตอนเย็น ทุก 5-7 วัน
พืชเป้าหมาย :
ขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้าวางไข่. ทำให้ไข่แม่ผีเสื้อฝ่อ. หนอนเจาะเมล็ดถั่ว. หนอนกระทู้ผัก. หนอนเจาะสมอฝ้าย. หนอนใยผัก. หนอนคืบกะหล่ำ. หนอนกินใบแตง. หนอนกินใบทั่วไป. เพลี้ยอ่อน. ด้วงหมัดผัก. แมลงวันผลไม้ทั่วไป. และโรคราบลาสของข้าว
สูตร 5. ว่านน้ำ
เหง้าว่านน้ำ สด แก่จัด สับเล็ก 30 กรัม แช่น้ำเปล่า 4 ล. นาน 24 ชม. หรือต้มนาน 45 นาที ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 10-20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็น ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้าวางไข่. ทำให้ไข่ของแม่ผีเสื้อฝ่อ. แมลงวันแตง. แมลงวันทอง. ด้วงหมัดผัก. หนอนทุกชนิด. แมลงในโรงเก็บ. ด้วงงวงข้าว. ด้วงเจาะเมล็ดถั่ว. มอดข้าวเปลือก. แมลงปากกัด/ปากดูด.
สูตร 6. สาบเสือ
ทุกส่วนของสาบเสือ ช่วงที่กำลังออกดอก บดหรือโขลกพอแหลก สาบเสือสด 1 กก. แช่น้ำ 5 ล. นาน 24 ชม. หรือสาบเสือแห้ง 1 กก. แช่น้ำ 20 ล. นาน 24 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” .... ใช้ “หัวเชื้อ 10-20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นได้เลยตอนเย็น ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ทำให้ไข่แม่ผีเสื้อฝ่อ. เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล. เพลี้ยจักจั่นสีเขียว. เพลี้ยหอย. เพลี้ยอ่อน. หนอนกระทู้กัดต้น. หนอนกระทู้ควายพระอินทร์. หนอนใยผัก. รา. ไวรัส. แบคทีเรีย.
สูตร 7. ขมิ้นชัน
หัวขมิ้นชัน สด แก่จัด บดหรือโขลกพอแหลก 500 กรัม. แช่น้ำ 2 ล. นาน 24 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็น ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้าวางไข่. ทำให้ไข่ของแม่ผีเสื้อฝ่อ. หนอนใยผัก. หนอนกระทู้ผัก. หนอนหลอดหอม. หนอนคืบ. หนอนกระทู้. ด้วงงวง. ด้วงถั่วเขียว. มอดข้าวเปลือก. มอดแป้ง. รา. ไร
สูตร 8. พริกสด
พริกสดแก่เผ็ดจัด บดละเอียด 100 กรัม. แช่น้ำ 1 ล. นาน 24 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” ใช้งานได้เลย .... ใช้ “หัวเชื้อ 20-30 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็น ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้าวางไข่. เพลี้ยอ่อน. เพลี้ยไฟ. หนอนต่างๆ. ด้วงปีกแข็ง. ด้วงใบข้าว. ด้วงเต่าโคโลราโด. รา. แบคทีเรีย. แมลงในโรงเก็บ. มด. ไวรัสใบด่างแตง. ไวรัสใบจุดวงแหวนแตง. ไวรัสใบหดยาสูบ. ไวรัสใบด่างยาสูบ. ไวรัสใบจุดวงแหวนยาสูบ.
สูตร 9. ดาวเรือง
ดอกดาวเรืองสด 500 กรัม. ต้มในน้ำ 4 ล. นาน 15-20 นาที ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20-30 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็น ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล. เพลี้ยจักจั่น. แมลงหวี่ขาว. แมลงวันผลไม้. ตั๊กแตน. หนอนผีเสื้อกะโหลก. หนอนใยผัก. หนอนกะหล่ำปลี. ด้วงปีกแข็ง. ไส้เดือนฝอย (รากปม).
-------------------------------------------------------
25 FEB
** สารสมุนไพร สูตร เย้ยฟ้าท้าดิน :
อ้างอิง :
งานวิจัยทางวิชาการของไทย
งานส่งเสริมของต่างประเทศ
ประสบการณ์ตรงปราชญ์ชาวบ้าน, เกษตรกรดีเด่น
ภูมิปัญญาพื้นบ้านไทย, ต่างประเทศ
หนังสือ POCKETBOOK สารสกัดสุมนไพร KIM ZA GASS
สารสมุนไพร (8 )
สูตร 10. มะเขือเทศ
ใบมะเขือเทศสด แก่จัด บดหรือโขลกพอแหลก 300 กรัม” แช่น้ำ 5 ล. นาน 24 ชม.หรือต้ม 15-20 นาที ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้.... ใช้ “หัวเชื้อ 20-30 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็น ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ด้วงปีกแข็ง. เพลี้ยอ่อน. เพลี้ยไฟ. ไรขาว. ไรแดง. แมลงหวี่ขาว. ราสนิม. ราน้ำค้าง. ไส้เดือนฝอย (รากปม).
สูตร 11 : ยูคาลิปตัส + ขมิ้นชัน
ใบสดแก่ยูคาลิปตัส 2 กก. บดหรือโขลกพอแหลก + ผงขมิ้นชัน 2 ช้อนโต๊ะ ใส่น้ำ 2 ล. ต้มนาน 15-20 นาที ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน....ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็น ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้าวางไข่. ทำให้ไข่ของแม่ผีเสื้อฝ่อ. หนอนใยผัก. หนอนหลอดหอม. หนอนคืบ. หนอนกระทู้. ด้วงงวง. ด้วงถั่วเขียว. มอดข้าวเปลือก. มอดแป้ง. รา. ไร
สูตร 12. น้อยหน่า. น้อยโหน่ง. ทุเรียนเทศ :
เมล็ด/ใบสดแก่จัด บดหรือโขลกพอแหลก 1 กก. แช่น้ำ 10 ล. นาน 24 ชม. หรือต้ม 15-20 นาที ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน ....ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็น ทุก 2-3 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ตั๊กแตน. เพลี้ยอ่อน. เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล. เพลี้ยกระโดดหลังขาว. หนอนใยผัก. หนอนกระทู้. หนอนคืบกะหล่ำ. หนอนหลอดหอม. หนอนกอข้าว. มอดแป้ง. มอดฟันเลื่อย. ด้วงเต่าฟักทอง. ด้วงเต่าแตง. มวนเขียว.
สูตร 13. กระเทียม
หัวกระเทียมสดแก่ 100 กรัม. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 500 ซีซี. นาน 24 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนค่ำ ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
หนอนกระทู้ผัก. ด้วงเต่าโคโลราโด. ผีเสื้อแอปเปิ้ล. ด้วงขนสัตว์. ด้วงถั่วแม็กซิกัน หนอนผีเสื้อกะหล่ำ. หนอนด้วงดีด. ราน้ำค้าง. ราแป้ง. ราสนิม.

สูตร 14. สารภี
เมล็ดสารภีสดแก่จัด บดละเอียด 225 กรัม. แช่น้ำ 1-2 ล. นาน 24 ชม. ได้ “หัวเชื้อพร้อมใช้” ใช้งานได้เลย .... ใช้ “หัวเชื้อพร้อมใช้” ฉีดพ่นได้เลยตอนค่ำ ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
เพลี้ยอ่อน. หนอนใยผัก. เต่าแตง. หนอนผีเสื้อกะหล่ำ. หนอนแตงเทศ. ไร. ด้วงงวงช้าง.
สูตร 15. ประทัดจีน
ลำต้นประทัดจีนสดแก่จัด 500 กรัม. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 10 ล. นาน 30 นาที ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนค่ำ ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
เพลี้ยอ่อน. หนอนใยผัก. หนอนชอนใบ. หนอนแตงเทศ. ด้วงเต่าโคโลราโด. ไร.
สูตร 16. ยาสูบ
ใบ/ก้านใบ/ไส้ในลำต้น สดแก่ยาสูบ 250 กรัม. บดละเอียด แช่น้ำ 9 ล. นาน 24 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนค่ำ ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
เพลี้ยอ่อน. หนอนกะหล่ำ. หนอนผีเสื้อ. หนอนเจาะลำต้น. ด้วงหมัดกระโดด. ด้วงงวงทำลายเมล็ด. หนอนชอนใบ. ไร. เพลี้ยไฟ. ราสนิม. โรคราในมันฝรั่ง. ไวรัสโรคใบหงิก.

สูตร 17. เครือบักแตก. ค้อแลน. ตีนตั่งน้อย. ส้มกบ. ปลีขาว. เก็ดลิ้น. ทองพันชั่ง. พวงพี่. เข็มขาว. ทวดข่าบ้าน :
อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน 1 กก. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 20 ล. นาน 24 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็นทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
หนอนกระทู้. หนอนใยผัก. หนอนคืบกะหล่ำ. หนอนม้วนใบ. หนอนเจาะต้น/ดอก/ผล. หนอนหนังเหนียว.

สูตร 18. ว่านไฟ. ขมิ้นเครือ. ภังคีน้อย. หัวข่อ. ลิงไคต้น. พะยอม. ไพล. แก่นคลี. ดีปลีเชือก. แก่นประดู่ :
อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกัน 1 กก. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 20 ล. นาน 24 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็นทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ราสนิม. ราแป้ง. ราแอนแทร็คโนส. โรคใบจุด. โรคขอบใบไหม้. ราเม็ดผักกาด. แคงเคอร์.
--------------------------------------------------
26 FEB
** สารสมุนไพร สูตร เย้ยฟ้าท้าดิน :
อ้างอิง :
งานวิจัยทางวิชาการของไทย
งานส่งเสริมของต่างประเทศ
ประสบการณ์ตรงปราชญ์ชาวบ้าน, เกษตรกรดีเด่น
ภูมิปัญญาพื้นบ้านไทย, ต่างประเทศ
หนังสือ POCKETBOOK สารสกัดสุมนไพร KIM ZA GASS

สารสมุนไพร (9)
สูตร 19. มะระขี้นก
ใบมะระขี้นกสดแก่จัด 1 กก. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 20 ล. นาน 24 ชม. หรือแช่ในแอลกอฮอล์พอท่วม นาน 20 นาที แล้วนำขึ้นอุ่นไฟ 2 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน....ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนค่ำ ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ด้วงหมัดผัก. หนอนกอ. เพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล. แมลงสิง. แมลงบ่วง.

สูตร 20. มะละกอ :
ใบมะละกอสดแก่จัด 1 กก. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 20 ล. นาน 24 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนค่ำ ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ราสนิม. ราแป้ง. ราน้ำค้าง.

สูตร 21. ยาฉุน
ยาฉุนแห้ง 1 กก. แช่น้ำ 20 ล. นาน 24 ชม. หรือต้มเคี่ยวนาน 1 ชม. ได้ “หัวเชื้เข้ม ข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็น ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ด้วงหมัดผัก. หนอนหนังเหนียว. หนอนเจาะสมอฝ้าย. หนอนชอนใบ. เพลี้ยไฟ. เพลี้ยอ่อน. เพลี้ยไก่แจ้. เพลี้ยจักจั่น. ไรแดง. ไรขาว.

สูตร 22. คูนฝักคูน
ฝักคูนแก่จัด 1 กก. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 20 ล. นาน 72 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนค่ำ ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ทำให้ไข่ของแม่ผีเสื้อฝ่อ. ขับไล่แมลงปากกัด/ปากดูด.

สูตร 23. ผกากรอง :
เมล็ด/ดอก/ใบ ผกากรองสดแก่จัด 1 กก. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 20 ล.นาน 24 ชม. ได้ “หัวเชื้อเข้มข้น” พร้อมใช้งาน .... ใช้ “หัวเชื้อ 20 ซีซี./น้ำ 20 ล.” ฉีดพ่นตอนเย็น ทุก 5-7 วัน
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ขับไล่แม่ผีเสื้อของหนอนหนังเหนียว-หนอนห่อใบข้าว-หนอนม้วนใบ-หนอนหลอดหอม-หนอนกระทู้ผัก-หนอนคืบกะหล่ำ ไม่ให้เข้าวางไข่ ทำให้ไข่แม่ผีเสื้อฝ่อ

สูตร 24. โหระพา
ใบ/เมล็ดโหระพาแก่สดใหม่ ½ กก. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 100 ล. นาน 1-2 ชม. ใช้งานได้เลย ฉีดพ่นให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบ ช่วงใกล้ค่ำ
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ช่วยขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้ามาวางไข่. เพลี้ยอ่อน. ด้วงโคโลราโด. หนอนเจาะหัวมันเทศ. แมลง วันผลไม้.
------------------------------------------------------------------------
27 FEB
** สารสมุนไพร สูตร เย้ยฟ้าท้าดิน :
อ้างอิง :
งานวิจัยทางวิชาการของไทย
งานส่งเสริมของต่างประเทศ
ประสบการณ์ตรง ปราชญ์ชาวบ้าน, เกษตรกรดีเด่น
ภูมิปัญญาพื้นบ้านไทย, ต่างประเทศ
หนังสือ POCKETBOOK สารสกัดสุมนไพร, สูตรฟันธง, โดย KIM ZA GASS

สารสมุนไพร (10)
สูตร 25. สลอด
เมล็ด/รากสลอด1/2 กก. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 100 ล. นาน 24 ชม. ใช้งานได้เลย ฉีดพ่นให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบ ช่วงใกล้ค่ำ
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
เพลี้ยอ่อน. หนอนกระทู้. หอยทาก. หนอนไหม.

สูตร 26. ยูคาลิปตัส
ใบสดแก่ยูคาลิปตัส ½ กก. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 100 ล. นาน 1-2 ชม. ใช้งานได้เลย ฉีดพ่นให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบ ช่วงใกล้ค่ำ
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
ขับไล่แม่ผีเสื้อไม่ให้เข้าวางไข่, ใบแห้งคลุกดินหลุมปลูก ป้องกันแมลงศัตรูพืชในดิน

สูตร 27. มันแกว
เมล็ดสดแก่มันแกว 1/2 กก. บดหรือโขลกพอแหลก แช่น้ำ 20 ล. นาน 24 ชม. ใช้งานได้เลย ฉีดพ่นให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบ ช่วงใกล้ค่ำ
ศัตรูพืชเป้าหมาย :
หนอนหนังเหนียว. หนอนกระทู้. หนอนคืบ. หนอนเจาะต้น/ดอก/ผล. หมัดกระโดด. มวนเขียว. แมลงปากกัด/ปากดูด.

สูตร 28. หมาก-มังคุด-แค-รากหม่อน
ผลหมากสดแก่ หรือเปลือกมังคุดสด/แห้ง หรือเปลือกต้นแคสด หรือรากหม่อนสดแก่ อย่างใดอย่างหนึ่งหรือ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©