-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 7 OCT.... * เทคนิคเจาะบาดาล
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 7 OCT.... * เทคนิคเจาะบาดาล
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 7 OCT.... * เทคนิคเจาะบาดาล

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10628

ตอบตอบ: 07/10/2020 5:50 am    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาทางวิทยุ 7 OCT.... * เทคนิคเจาะบาดาล ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางรายการวิทยุ 7 OCT..
AM 594 เวลา 08.15-09.00 (จันทร์-ศุกร์)

*****************************************************************
สวัสดีครับ ท่านผู้ฟัง ที่เคารพ
กองทัพบก เพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม ...

ผลิตรายการโดย....
กองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

จุดยืนรายการ ....
* เกษตรแบบ อินทรีย์นำ - เคมีเสริม - ตามความเหมาะสม “.. ? ..”
* ปัจจัยพื้นฐาน ดิน - น้ำ - แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล - สารอาหาร - สายพันธุ์ - โรค
* หัวใจเกษตร ปุ๋ย - ยา - เทคนิค - เทคโนฯ - โอกาส - ตลาด - ต้นทุน
* พร้อมทำเองสอนวิธีทำ พร้อมซื้อสอนวิธีซื้อ

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ

ผู้สนับสนุนรายการ ....
*** ยิบซั่มธรรมชาติ เฟอร์มิกซ์, ธันเดอร์พลัส ธันเดอร์แคล.... ออร์เดอร์จาก ออสเตรเลีย แคนนาดา อเมริกา +Mg. Zn. เคมี, .... ออร์เดอร์จากเกาหลี ให้ +Cu เคมี อย่างละ 5% .... ยิบซั่มเพื่อการเกษตรที่ทั่วโลกยอมรับ คือ ยิบซั่มจากประเทศไทย นี่แหละ

*** ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ คุณภาพผลผลิต (ยอด-ใบ-ดอก-ผล-เมล็ด-เนื้อ-ต้น-ราก) จะดกดี สีสวยสด รสจัดจ้านได้ ด้วยธาตุรอง/ธาตุเสริม ....

*** แม็กเนเซียม. สังกะสี. สาหร่ายทะเล. แคลเซียม โบรอน. ส่วนผสมเอาไปทำเอง ....
*** กลิ่นล่อดักแมลงวันทอง, กาวเหนียวดักแมลงศัตรูพืช.... คิดง่ายๆ ถ้าแมลงศัตรูพืชไม่มาที่กับดัก เขาก็จะไปที่ต้นพืช ว่ามั้ย ..... (089) 144-1112

เช่นเคย รายการเรา
*** 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว-สายตรง ที่ (081) 913-4986, ....
*** FB วีระ ใจหนักแน่น, ....
*** อินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิม ดอทคอม .... เว้บนี้ ถาม 1 บรรทัด ตอบ 1 หน้า

ถนัดช่องทางไหนเลือกช่องทางนั้นตามอัธยาศัย นักรบไม่ว่ากัน THANK YOU ....

........................................................................................................
........................................................................................................


งานสัญจรปกติตามวงรอบ :
* วันเสาร์ของสัปดาห์แรกของเดือน ไปที่วัดพยัคฆาราม (วัดเสือ) ศรีประจันต์ สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สองของเดือน ไปที่วัดอัมพวัน (หลวงพ่อโหน่ง) สองพี่น้อง สุพรรณบุรี,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สามของเดือน ไปวัดท่าตำหนัก เพชรเกษม(ขาล่อง) ก่อนถึงแยกนครชัยศรี นครปฐม,
* วันเสาร์ของสัปดาห์ที่สี่ของเดือน ไปที่วัดส้มเกลี้ยง ใกล้โรงกรองประปามหาสวัสดิ์ ถ.วงแหวนตะวันตก
** ถึงจุดนี้ เกษตรกรที่ไหนอยากให้งานสัญจรไปลงที่นั่น ที่ไหนก็ได้ ติดต่อมา พูดคุยกันในรายละเอียด


- งานสัญจรปกติวันเสาร์ ตรงกับวันที่ 10 ต.ค.ไปวัดอัมพวัน (หลวงพ่อโหน่ง) สองพี่น้อง สุพรรณบุรี

- งานสัญจรพิเศษ เสาร์สัปดาห์ที่ 5 ของเดือน ตรงกับวันที่ 31 ต.ค. ไปวัดทุ่งสะเดา แปลงยาว ฉะเชิงเทรา....

*** ทุกครั้งที่สัญจร แน่นอน ระเบิดเถิดเทิง. ฟาจีก้า. ไบโออิ. หัวโต. ไทเป. ยูเรก้า. ยาน็อค. ซื้อปุ๋ย 3,000 แถมหนังสือ 1 เล่ม เลือกเอาระหว่าง ไม้ผลแนวหน้า กับหัวใจเกษตรไท หรือ ซื้อปุ๋ย 1,000 แถม แคลเซียม โบรอน. 1 ล.

*** สนใจอยากยลโฉม หม้อปุ๋ยหน้าโซน ส่งข่าวล่วงหน้าหน่อยก็ดี จะได้เตรียมไป ส่วนกับดักแมลงวันทองเอาไปแจก กับดักแมลงวันทองที่ขายๆในท้องตลาดอันละ 60 บาท ลุงคิมทำอันละ 60 ตังค์ อันนี้เอาไปดู ดูแล้วทำ ออกแบบใหม่ ....


************************************************************
************************************************************

จาก : (090) 617-35xx
ข้อความ : ขอให้คุณตาผู้พันเล่าประสบการณ์เรื่องขุดบ่อบาดาล ตั้งแต่คำถามแรก ถึงคำตอบสุดท้าย น้ำพุ่งขึ้นมาจากพื้นดิน ....ขอบคุณครับ
ตอบ :

บ่น :
- น้ำต้นทุน : สระคือโอ่ง วัสดุอุปกรณ์สำหรับใส่น้ำ ขนาดเล็กขนาดใหญ่ก็ว่ากันไป โอ่งไม่มีน้ำคือโอ่งเปล่า แต่สระไม่มีน้ำคือหลุมอุกาบาตร...ที่เห็นๆ ส่งเสริมสร้างสระน้ำประจำสวนประจำไร่นา ขุดเล็กขุดใหญ่ ขุดตื้นขุดลึก ก็ทำไป แต่ไม่สร้างไม่ส่งเสริมไม่บอกไม่พูดถึงน้ำเติมสระ เน้นย้ำ...น้ำเติมสระ

- ที่ไร่กล้อมแกล้ม รู้แล้วว่าจะ สร้าง/ขุด สระตรงไหน ตรงไหนไม่มีปัญหา แต่ปัญหาอยู่ที่ มีสระแล้วเอาน้ำที่ไหนเติมสระ น้ำนี้เรียกว่า “น้ำต้นทุน” มาจากไหน คำตอบคือ....

* น้ำต้นทุนแหล่งที่ 1 น้ำจากชลประทาน คลองไส้ไก่ผ่านหน้าสวน มีน้ำไหลผ่านตลอดปี ยกเว้นช่วงชาวนาเกี่ยวข้าว เขาหยุดปล่อยน้ำ 2 เดือน

* น้ำต้นทุนแหล่งที่ 2 ขุด/เจาะ บ่อบาดาลข้างบ่อ ช่วงที่น้ำชลประทานไม่มา เราก็สูบน้ำบาดาลเติมสระแทน

*** จะ ขุด/เจาะ บ่อบาดาล ต้องมี เน้นย้ำ...ต้องมี ข้อมูล/วิชาการ/ประสบการณ์/ความคิดริเริ่ม เรื่องบาดาล ช่องทางหนึ่ง คือ อ่านเรื่องบาดาลจากที่นี่ อ่านแล้วไปดูของจริง เห็นกับตา จับกับมือ กินกับปาก พูดคุยกับเจ้าของบ่อ ลงท้ายมา พูด/สัญญา กับคนที่จะรับจ้าง ขุด/เจาะ บาดาลให้เรา....

*** จะว่าจ้าง ต้องถาม ....
1) ผลงานความสำเร็จ ที่ไหน ? อย่างไร ? ....
2) ผลงานความไม่สำเร็จ ที่ไหน อย่างไร ? เพราะอะไร ? แก้ไขได้ไหม ? ที่นี่จะมีปัญหาไหม ? ....

*** คิดเสมอ สมัยนี้ เงินหาง่ายแต่คนหายาก เสียเงินพอว่า แต่ เสียของ/เสียเวลา/เสียโอกาส/เสียความรู้สึก มันไม่ดีนะ .... ว่ามั้ย ?


คนถามใหม่ คำถามเก่า คำตอบเดิม :
น้ำต้องมาก่อน เพราะน้ำคือชีวิต....มีน้ำ ไม่มีไฟฟ้า คนอยู่ได้...ไม่มีน้ำ มีไฟฟ้า คนอยู่ไม่ได้ แนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ที่ว่า เมื่อมีสระกักเก็บน้ำแล้ว จะต้องมีน้ำจากแหล่งธรรมชาติสำหรับเติมน้ำลงสระด้วย

ปัจจัยที่สามารถแก้ปัญหาความยากจนของคนชนบทได้อย่างแท้จริง คือ "น้ำ" เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ว่าไหม.... แล้วทำไมจึงสร้างแต่ถนน. สร้างแต่ไฟฟ้า.

ลงทุนซื้อที่ดินแต่ไม่ลงทุนสร้างแหล่งน้ำ หรือไม่ก็ ก่อนตกลงใจซื้อที่ดินทำไมไม่ดูด้วยว่า "น้ำอยู่ไหน" ..... ขุดสระแล้วคิดอย่างเดียวว่า เมื่อถึงหน้าฝนก็จะมีน้ำเติมสระให้เอง ถามว่า น้ำนั้นมาจากไหน ? ตลอดหน้าฝนจะมีน้ำฝนลงมาให้จนเต็มสระเลยหรือ ? น้ำเต็มสระใช้งานได้กี่ครั้ง กี่วัน ?

ขนาดสระ กว้าง-ยาว-ลึก เท่าไรไม่สำคัญ ข้อสำคัญ คือ น้ำจะระเหยหายไปในอากาศวันละ 1 ซม. ถ้าสระน้ำนั้นลึก 3 ม. เท่ากับ 300 ซม. นั่นคือ น้ำจะสามารถอยู่ในสระได้เพียง 300 วัน โดยที่ไม่ได้นำน้ำนั้นออกไปใช้เลยแม้แต่น้อย แล้วน้ำอีกส่วนหนึ่งที่ซึมลงดินก้นสระอีกล่ะ เพราะก้นสระไม่ได้ซีลป้องกันน้ำซึมไม่ใช่หรือ

เพราะฉนั้น เมื่อขุดสระ (ขนาดเท่าไรก็ได้ ตามความเหมาะสม/สวยงาม) แล้ว ควรมีน้ำจากแหล่งธรรมชาติ เช่น แม่น้ำ. คลอง. ห้วย. หนอง. ที่มีน้ำให้สูบเติมสระของเราได้ตลอดปี เมื่อไม่มีแหล่งน้ำธรรมชาติดังกลาว ก็ต้องเจาะ "บาดาล" เจาะข้างๆ สระนั่นแหละ เมื่อใดน้ำในสระยุบก็ให้สูบบาดาลเติมลงไป...... ตัวอย่างมีที่ไร่กล้อมแกล้ม วันที่ใครๆ เขาแล้งกัน แต่ที่ไร่กล้อมแกล้ม ถ้าเผลอเป็นน้ำท่วมแน่

ถ้าไม่มีน้ำจากแม่น้ำ. คลอง. ห้วย. หนอง. ที่มีน้ำตลอดปี หรือไม่มีแม้แต่น้ำใต้ดิน เจาะบาดาลไม่ขึ้น ก็ไม่ต้องขุดสระ (สระน้ำแต่ไม่มีน้ำ บ้านลุงคิมเรียก หลุมอุกาบาด) ให้ทำแท๊งค์น้ำ ขนาดจุ 10,000-20,000 ล. (ตามความจำเป็น) ยกสูง 8-10 ม. ช่วงหน้าฝนก็ซื้อน้ำ (ราคาถูก) มาสูบใส่รอไว้

เห็นว่ามีทะเลสาบ วิเคราะห์ซิ น้ำในทะเลสาบมีมานานกี่ร้อยปีแล้ว น้ำที่เติมทะเลสาบทุกปีๆ มาจากไหน ฝนตกแล้วไหลเข้าไป หรือมีตาน้ำใต้ดินก้นทะเลสาบไหลซึมพุ่งขึ้นมาเองตลอดปีตลอดชาติ น้ำในทะเลสาบสามารถซึมลงไต้ดินก้นทะเลสาบได้ไหม ถ้าซึมได้มันควรจะซึมแผ่กว้างไปได้ไกลซักเท่าไหร่ ..... เหล่านี้ คือ ลักษณะทางธรรมชาติ ทั้งสิ้น

ถ้าแปลงเราอยู่ไม่ไกลจากทะเลสาบนัก (กะระยะแน่นอนไม่ได้ ขึ้นอยู่กับขนาดของทะเลสาบ เพราะมันหมายถึงปริมาณน้ำในทะเลสาบกับน้ำส่วนที่ซึมแผ่กว้างออกไป) เชื่อว่า "เจาะบาดาล" ได้ หรือไม่ก็ ขุดสระลงไปแล้วอาจจะเจอตาน้ำใต้ดินก้นสระ เป็นน้ำมี่ซึมแผ่มาจากทะเลสาบก็ได้.....น่าจะตระเวนไปตามบ้านต่างๆ รัศมี 500 ม. - 1 กม. รอบแปลงเรา สำรวจซิว่ามีใครเจาะบ่อบาดาลบ้าง นั่นคือ คำตอบที่ดีที่สุด

เมื่อมีน้ำปริมาณจำกัด ให้เลือกปลูกพืชประเภทใช้น้ำน้อย พืชอายุสั้นฤดูกาลเดียว ราคาดี ออกนอกฤดู ให้น้ำด้วยระบบน้ำหยด (อิสราเอล) ..... แต่ถ้าอยากลงไม้ผลยืนต้น ให้เริ่มปลูกด้วยเมล็ด เพื่ออาศัยรากแก้วสู้กับความแล้งบนผิวดิน รากแก้วจะหยั่งลงดินลึกหากินก็พอจะช่วยตัวเองได้ช่วงแล้งจัดๆ 2-3 เดือน จากนั้น พยายามให้มีพืชคลุมหน้าดินเพื่อป้องกันแดดเผา กับช่วยกักเก็บความชื้นได้อีกด้วย

การคิดคำนวน พืชต้องการน้ำเท่านั้นเท่านี้ ลิตร/วัน น่ะ วิชาการมากไป เขาเรียกว่า วิชาเกิน พืชต้องการน้ำในดินในระดับ "ชื้น-ชุ่ม-โชก-แฉะ-แช่" แค่ไหนก็แค่นั้น.....ผักบุ้ง ผักกะเฉด แห้ว กระจับ ต้อง การน้ำมากระดับ "แช่" ตลอดอายุขัย ถ้าน้อยกว่านี้ไม่ตายก็ไม่โต ในขณะที่ "เคกตัส" (ต้นละเป็นหมื่น) ต้องการน้ำ 1 ซีซี./อาทิตย์ ถ้าให้มากกว่านี้ รากเน่า/ตา

-------------------------------------------------------------------------------------


สายตรง : (074) 813-73xx, (084) 489-01xx, (061) 810-34xx, (082) 182-39xx, (081) 972-46xx, (087) 184-38xx
สรุป คำถาม-คำตอบ :
ถาม : วิธีการแบบภูมิปัญญาพื้นบ้าน ดูอย่างไรจึงรู้ว่าตรงไหนมีน้ำบาดาลไต้ดิน ?
ตอบ :
วิธีที่ 1 :
อุปกรณ์ :
ใช้ลวดทองแดง ขนาด 1/2 ซม. ยาว 50 ซม. ดัดงอเป็นรูปแอลล์ ภาษาอังกฤษ ให้ด้านยาว 40 ซม. ด้านสั้น 10 ซม. จำนวน 2 อัน
วิธีใช้ : ถอดรองเท้า จับลวดทองแดงด้านสั้นทั้ง 2 อัน ด้วยมือซ้ายขวา จับหลวมๆ ให้ด้านยาวชี้ตรงไปข้างหน้า แล้วออกเดินไปข้างหน้าช้าๆ จังหวะนี้จะพบว่า ลวดทองแดงด้านยาวที่ชี้ไปข้างหน้านั้นแกว่งสายไปมา ส่ายแรงมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับปริมาณน้ำไต้ดิน ถ้าไม่ส่ายเลยแสดงว่าไม่มีน้ำเลย ถ้าส่ายมากๆ ส่ายกว้างๆ แสดงว่ามีน้ำไต้ดินมาก จังหวะนี้ให้สังเกตปลายลวด ถ้าปลายลวดส่ายปลายเข้าหากันจนมาชนกัน แสดงว่าจุดศูนย์กลางของน้ำไต้ดิน (บาดาล) อยู่ ณ ตรงจุดนั้น แนะนำว่า ควรสำรวจบริเวณที่ลวดส่ายจนปลายมาชนกันให้ทั่วบริเวณ เพื่อให้รู้ขนาดพื้นที่ทั้งหมดที่คาดว่ามีน้ำไต้ดิน

วิธีที่ 2 : ต้องการพิสูจน์ว่าบริเวณไหนมีน้ำไต้ดิน เริ่มจากสังเกตหญ้าหรือวัชพืชสามารถเจริญเติบโตได้แม้หน้าแล้ง เบื้อต้นให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่ามันต้องมีน้ำ และน้ำนั้นก็ต้องอยู่ไต้ดินที่รากลงไปได้ด้วย ให้ตัดหญ้าหรือวัชพืชออกก่อน แล้วขูดหน้าดินบริเวณนั้นลึกประมาณครึ่งฝ่ามือ พื้นที่กว้างประมาณ 1 ฝ่ามือ แล้วปรับเรียบ ถึงตอนค่ำให้ใช้ถ้วยกระเบื้องเซรามิก คว่ำครอบดินบริเวณนั้นไว้ ทำ 2-3-4-5 จุด ห่างกันจุดละ 2-3-4-5 ม. ตามความเหมาะสม ปล่อยทิ้งไว้จนกระทั่งเช้าตรู่ ตี4 ตี5 ตี6 ยังไม่มีแสงแดด ไปสำรวจโดยยกถ้วยขึ้นดูด้านใน ถ้ามีหยดน้ำจับที่ก้นถ้วยแสดงว่าบริเวณนั้นมีน้ำบาดาลอยู่ไต้ดิน หยดน้ำมากมีมาก หยดน้ำน้อยมีน้อย ทำซ้ำ 2-3 ครั้ง วันต่อวัน หรือวันเว้นวัน หรือตามสภาพฤดูกาล เพื่อความมั่นใจในวิธีการ ....

จุดสังเกต : ช่วงหน้าแล้ง บริเวณที่มีจอมปลวก รังมดในดิน รังมดบนต้นไม้ วัชพืชขึ้นปกคลุมหน้าดิน ไม้ใหญ่เขียวสดไม่ทิ้งใบ บ่งบอกว่าบริเวณนั้นมีน้ำ

ลักษณะภูมิประเทศของพื้นที่ที่มีน้ำบาดาลไต้ดิน :
- พื้นที่มีลักษณะเป็นทุ่งราบ มีกรวด ทราย หนาเกินกว่า 25 ม. จากผิวดิน กรวดทรายมีลักษณะกลมมน ถ้าไม่กลมมน แต่มีเหลี่ยม มีแง่หรือมุม มีดินเหนียวขาวๆ มักจะไม่มีแหล่งน้ำ

- บ่อน้ำชาวบ้านมีบ่อน้ำใช้ตลอดปี ระดับน้ำในบ่อไม่ลึกมาก
- พื้นที่เป็นทุ่งราบหรือหุบเขา มีแม่น้ำ ลำธาร ห้วย หนอง ไหลผ่าน ลำน้ำคดเคี้ยวไปมา และมีหาดทรายกว้างขวาง ฤดูฝนมักมีน้ำล้นฝั่ง ฤดูแล้งมีน้ำไหล ท้องที่นั้นจะเป็นแหล่งน้ำบาดาลอย่างดี เจาะตรงไหนก็ได้

- พื้นที่เป็นคุ้งน้ำ เลือกเจาะบริเวณคุ้งน้ำด้านที่มีหาดทราย ส่วนด้านตรงข้ามซึ่งมีตลิ่งชันและน้ำเซาะไม่ควรเจาะ

- พื้นที่ทุ่งราบกว้างขวางริมทะเล มีน้ำบาดาล แต่หากลึกเกินไป อาจได้น้ำเค็ม
- พื้นที่เป็นราบลานเทขั้นบันไดหลายชั้น ควรเจาะบริเวณที่อยู่ระดับต่ำที่สุด บริเวณที่ราบอยู่ระดับสูงๆ ถึงจะมีน้ำแต่อยู่ลึก

- พื้นที่ชั้นดินเหนียวสลับชั้นกรวดทราย ครั้งแรกพบน้ำน้อย ให้เจาะลึกลงไปอีกจนถึงชั้นทรายล้วนๆ ก็จะมีน้ำ

- บ่อเจาะควรอยู่ห่างจากแหล่งน้ำโสโครก เช่น ส้วม หรือท่อระบายน้ำ ให้มากกว่า 20-30 ม.
- พื้นที่ทุ่งราบแล้ง แต่มีต้นไม้ขึ้นเขียวชอุ่มเป็นแนวยาว เป็นตอนๆ ตลอดปี แสดงว่าบริเวณนั้นมีแหล่งน้ำบาดาล ซึ่งอาจจะอยู่ในบริเวณร่องน้ำเก่า ถ้าจะเจาะน้ำบาดาลบริเวณนั้นจะได้ผล

- พื้นที่เป็นหิน แบบโผล่ให้เห็นบนผิวดิน หรือฝั่งตื้นๆ อยู่ใต้ผิวดิน บริเวณนั้นมักไม่มีน้ำบาดาล แต่ถ้าเป็นบริเวณต่ำๆ เป็นหุบแนวยาวๆ จะมีน้ำ

- พื้นที่แหล่งน้ำเค็ม หรือแหล่งเกลือ (ที่ราบตอนกลางของภาคอิสาน) ควรจะเลือกเจาะบริเวณที่เป็นเนินสูงๆ มีป่าหรือพุ่มไม้ อาจจะมีโอกาสได้น้ำจืด

- พื้นที่ภูเขา มีหินแข็งโผล่ทั่วไป ชั้นหินเอียงเทลงไปทางเชิงเขา ไม่มีน้ำบาดาล แต่ถ้าเลื่อนไปทางเชิงเขาอาจจะได้น้ำ และน้ำอาจจะพุ

http://www.dgr.go.th/water/waterforlife2_1.htm


ลักษณะทางภูมิศาสตร์ไร่กล้อมแกล้มต่อน้ำไต้ดิน :
- ห่างจากคลอง (กว้าง 80 ม.) ส่งน้ำจากเขื่อนศรีนครินทร์ 200 ม. (วัดทางตรง) มีน้ำตลอดปีทั้งแต่สร้างเขื่อน
- ห่างไปทางเหนือ 200 ม. มีบ่อบาดาลชาวบ้าน 1 บ่อ ยังใช้การใช้ดี
- ห่างไปทางไต้ 1 กม. มีบ่อบาดาลประปาหมู่บ้าน ยังใช้การได้
- ไร่กล้อมแกล้มอยู่ตรงกลางระหว่าง บ่อบาดาลชาวบ้าน กับบ่อบาดาลประประปาหมู่บ้าน บนเส้นตรงแนวเดียวกัน

ถาม : ก่อนลงมือเจาะบาดาลที่ไร่กล้อมแกล้ม พูดคุยตกลงกับคนรับจ้างเจาะอย่างไร ?
ตอบ :
ลุงคิม :
เคยเจาะบาดาลมากี่ปีแล้ว ?
คนเจาะ : ตั้งแต่เป็นหนุ่ม ตอนนี้อายุเกือบ 60 แล้ว

ลุงคิม : บ้านอยู่แถวไหน ?
คนเจาะ : จอมบึง ราชบุรี .... คุณล่าฯ สมาชิกสีสันฯ รู้จักดี

ลุงคิม : บาดาลบ่อสุดท้ายที่ทำหรือเจาะ อยู่ที่ไหน ?
คนเจาะ : บ้านโป่งแยง ห่างจากที่นี่ไปกิโลกว่าๆ เจาะเมื่อปีที่แล้ว

ลุงคิม : ยังใช้งานได้ดีไหม ?
คนเจาะ : ดีครับ ปีกว่าแล้วน้ำยังพุ่งแรงอยู่เลย กับห่างไปทางนี้อีก 2 กิโล ก็อีกบ่อนึง บ้านนั้นใช้งานมากว่า 10 ปีแล้ว ก็ยังใช้การใช้อยู่ .... เฉพาะราชบุรี เจาะมาซัก 20 บ่อ

ลุงคิม : O.K. ตกลงจ้างคุณ .... ถามราคาหน่อย คิดราคาเท่าไหร่ ?
คนเจาะ : ขอ 4 หมื่นครับ รวมซัมเมิร์ซ อุปกรณ์ทุกอย่าง

ลุงคิม : O.K. ราคานี้ไม่ต่อ แต่ขอถามหน่อยว่า ซัมเมิร์ซ ปั๊มไต้ดินยี่ห้ออะไร ? ท่อที่เจาะลงไปเป็นเหล็กหรือ พีวีซี. ? ขนาดเท่าไร ? ลึกเท่าไร ? ท่อน้ำที่พุ่งออกมาขนาดกี่นิ้ว ?
คนเจาะ : ซัมเมิร์ซยี่ห้อแฟลงค์กิ้ล ของแท้อเมริกา ท่อเจาะเหล็กขนาด 2 นิ้ว ความลึกบ้านนี้ผมคิดว่า 4 ท่อน 24 ม. น่าจะใช้ได้ เรื่องนี้ผมรับเอง ลึกมากก็ใช้หลายท่อน ส่วนปากท่อน้ำพุ่งก็ต้อง 2 นิ้วเหมือนกัน เป็น พีวีซี.

ลุงคิม : O.K. น้ำที่พุ่งขึ้นมาด้วยท่อ 2 นิ้ว พุ่งตลอด 24 ชม.ทั้งวันทั้งคืนได้ น้ำใส กลิ่นสะอาด รสจืดสนิท กินได้
คนเจาะ : รับรองครับ ทุกบ่อที่ผมเจาะได้แบบนี้ทั้งนั้น

ลุงคิม : อืมมม ที่นั่นกับที่นี่มันคนละที่กันนะ ระวังเซียนตกขี้เมฆ
คนเจาะ : ดูพื้นที่แล้วไม่กลัวครับ ถ้าไม่ได้ตามนี้ ผมไม่คิดเงินครับ

ลุงคิม : O.K. 40,000 วางไว้ตรงนี้ เสร็จแล้ว น้ำพุ่งแล้ว เอาไปเลย .... กี่วันได้เห็นน้ำ ?
คนเจาะ : ขอเวลา 3 วันครับ

ลุงคิม : O.K. ลุย !

รถปิ๊กอั๊พ 1 คัน สว่าน 1 ตัว แรงงานลูกน้อง 3 คน .... บ่ายวันที่ 2 ของการเจาะเริ่มปั๊มน้ำขึ้นมาให้เห็น ตรวจแล้วเห็นว่ายังไม่ได้ตามตกลง ต้องเจาะลึกลงต่อไปอีก ระหว่างนี้พบว่าทรายไต้ดินบริเวณนั้นดีมากๆ เป็นทรายเกรด เอ. ดูดขึ้นบรรทุกปิ๊คอั๊พได้เป็นคันๆ .... บ่ายวันที่ 3 ของงานเจาะ เอาน้ำมาดูความใส ชิมรสความจืด ดมหากลิ่น ได้ตามที่ตกลงทุกประการ น้ำพุ่งขึ้นมาเหนือปากท่อ 2 นิ้วราวครึ่งศอกแขน แรงหรือไม่แรงไม่รู้ เพราะเป็นบ่อบาดาลครั้งแรกในชีวิต ว่าแล้วเริ่มสูบน้ำใส่สระทันที สูบน้ำเวลา 09.00-16.00 เพราะเป็นช่วงเวลาที่ชาวบ้านย่านนั้นใช้ไฟฟ้าน้อย รวม 3 วัน ระหว่างสูบน้ำขึ้นมานั้น สังเกตเห็นน้ำแรงเสมอเท่ากันตลอดเวลา จนน้ำเต็มสระ

เคยพูดอยู่บ่อยๆ ว่า ที่ไหนแล้งก็แล้งไป แต่ที่ไร่กล้อมแกล้มไม่กลัวแล้ง ตรงกันข้าม ถ้าเปิดบาดาลทั้งเดือนมีหวังกลายเป็นน้ำท่วมได้

ซื้ออุปกรณ์ : ชุดเจาะบาดาล รวมถึงระบบปั๊มน้ำ สปริงเกอร์ ทุกรายการทุกชิ้นที่ ร้านประเสริฐภัณฑ์ บ้านโป่ง เป็นการยืนยันว่า ไม่ต้องสั่งซื้อจาก กทม. หรือบริษัทใหญ่
----------------------------------------------------------------------------------

ถาม : บาดาล 1 บ่อ สูบน้ำได้นานเท่าไร ? ถ้าน้ำหมด แก้ไขอย่างไร ? ของไร่กล้อมแกล้มใช้งานมานานเท่าไหร่ ? ค่าไฟฟ้าเดือนละเท่าไหร่ ?
ตอบ :
- กำหนดแน่นอนไม่ได้ เพราะทุกอย่างอยู่ไต้ดิน
- ปัจจัยที่เกี่ยวข้องได้แก่
.... ปริมาณน้ำไต้ดินเฉพาะบริเวณ
.... ปริมาณน้ำไต้ดินบริเวณข้างเคียงที่จะไหลเข้าไป
.... ลักษณะทางภูมิศาสตร์ประจำพื้นที่
.... ความ แน่น/เหนียว ของเนื้อดิน
- เจาะบาดาลทันทีที่ขุดสระเสร็จ ทั้งๆที่ ยังไม่ได้ลงต้นไม้เลยแม้แต่ต้นเดียว
- ค่า pH 8.0-8.5 ตั้งแต่วันแรกถึงวันนี้ pH น้ำระดับนี้ปลาชอบ
- ใช้มาแล้วเกือบ 10 ปี ปริมาณน้ำคงเดิมเหมือนวันแรก
- น้ำเติมสระ จากบาดาลเป็นน้ำสำรอง แต่น้ำใช้ที่เป็นหลักจริงๆ มาจากชลประทาน โดยเจาะลำลางไส้ไก่หน้าสวน มุดไต้ดินมาโผล่ที่สระ ที่ท้ายสระมีท่อระบายน้ำล้นออกไปทางร่องระบายน้ำสาธารณะสู่นาชาวบ้านได้ กรณีน้ำล้นนี้เท่ากับได้ระบายน้ำเก่าออกแล้วรับน้ำใหม่ตลอดเวลา เมื่อครั้งลูกๆ นศ.ไปฝึกงาน กระโดดเล่นน้ำกันบ่อยๆ

- ค่าไฟฟ้าช่วงที่ชลประทานส่งน้ำ ใช้น้ำสำหรับ ต้นไม้/หมา/โรงปุ๋ย/คน เดือนละ 900-1,000 .... ช่วงที่ชลประทานไม่ส่งน้ำ (เกี่ยวข้าว .... ปีละ 2 เดือน) ใช้น้ำสำหรับต้นไม้ หมา โรงปุ๋ย คน เดือนละ 1,800-2,000
-----------------------------------------------------------------------------------


ถาม : น้ำบาดาลขึ้นมาแล้ว มีกลิ่นเหม็น สีน้ำตาลไหม้ แก้ไขอย่างไร ?
ตอบ :
สาเหตุเพราะมีสารละลายเหล็กและแมงกานิสสูง เป็นด่างจัด แก้ไขโดย นำน้ำมาตกตะกอนด้วยการพ่นน้ำผ่านอากาศ หรือกรองด้วยทรายกรองหรือสารกรองแมงกานีสไดออกไซด์ แล้วปรับปรุงคุณภาพน้ำ โดยเปลี่ยนสารละลายเหล็กให้เป็นตะกอนของเหล็กชนิดเฟอร์ริก Fe3+

การผลิตสารกรองสนิมเหล็ก :
- ใช้เม็ดทรายหรือเม็ดดินเผาเป็นตัวพยุงหรือตัวแกน
- เคลือบด่างทับทิมให้ติดเม็ดทรายหรือเม็ดดินเผา
- เผาด่างทับทิมให้สลายตัวกลายเป็นแมงกานีสไดออกไซด์
ใช้สารแมงกานีสไดออกไซด์เคลือบติดเม็ดทราย ใช้ทำสารกรองสนิมเหล็ก :
- ใช้ด่างทับทิม 1 กก. ต่อเม็ดทรายคัดขนาด 20 ล. ละลายในน้ำ 5 ล.
- ต้มด่างทับทิมให้เดือด เทเม็ดทรายที่คัดทำความสะอาดแล้วเทลงไป
- คนพลิกเป็นระยะ จนเม็ดทรายเริ่มหมาด ให้คนพลิกต่อเนื่องจนเม็ดทรายแห้ง
- คั่วแห้งขณะไฟแรงอีก 3 ชั่วโมง โดยคนพลิกทุกๆ 20 นาที ทิ้งไว้ให้เย็น สามารถใช้เป็นสารกรองได้เลย

ถึงแม้ว่าการผลิตสารกรองด้วยวิธีนี้จะด้อยกว่าการผลิตด้วยเตาเคลือบ แต่การลงทุนต่ำกว่าการซื้อสารกรองในท้องตลาด อีกทั้งยังสามารถทำได้เอง โดยนำไปตกตะกอนสาร ละลายเหล็กในน้ำบาดาลให้เกิดเป็นตะกอนอย่างสมบูรณ์ และกรองจับไว้ในชั้นกรอง ทำให้น้ำที่ผ่านสารกรองนี้ปราศจากสนิมเหล็ก

http://202.129.59.73/nana/badan/nunbadan.htm
https://wastewatertreatments.wordpress.com
--------------------------------------------------------------------------------------


ถาม : น้ำบาดาลที่ไร่กล้อมแกล้ม จากบ่อส่งไปสปริงเกอร์ให้ต้นไม้โดยตรงเลย ได้ไหม ? ถ้าได้ทำอย่างไร ถ้าไม่ได้เป็นเพราะอะไร ? แก้ไขอย่างไร ?
ตอบ :
- จากบ่อบาดาลส่งตรงไปสปริเกอร์ทันทีเลยไม่ได้ เพราะแรงดันปั๊มที่บ่อบาดาลแรงไม่พอ (ซัมเมริซ์มีกำลัง 1/2 แรงม้าเท่านั้น)

- แก้ไขโดยสูบน้ำขึ้นมาใส่บ่อพักก่อน แล้วใช้ปั๊ม 3 แรงม้าสูบน้ำจากบ่อไปสปริงเกอร์

------------------------------------------------------------------------------------



.



กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©