-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-สังคมไทย วันนี้ .. "?" ..
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - สังคมไทย วันนี้ .. "?" ..
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

สังคมไทย วันนี้ .. "?" ..

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10050

ตอบตอบ: 22/10/2017 8:39 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

การศึกษาของไทย :

https://pantip.com/topic/32798695
การศึกษาไทยในมุมมองของจีนล้าหลังสุดๆ ตั้งแต่ระดับมัธยม จนถึงระดับมหาวิทยาลัย


https://thematter.co/pulse/how-international-students-think-about-thai-educational-system/16331
เรียนจริง เจ็บจริง : ระบบการศึกษาไทยเป็นยังไง ในสายตานักศึกษาต่างชาติ?

http://crossboxs.com/posts/ajwang-mae-fah-laung
Thailand ในมุมมองของคนจีน โดย อาจารย์นรชาติ วัง (王伟民)

https://www.dek-d.com/studyabroad/28405/
"วิกฤตการศึกษาไทย" เรื่องจริงจากปากครูชาวต่างชาติ

http://lakmuangonline.com/?p=4165
ไทยในสายตานานาชาติ




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10050

ตอบตอบ: 22/10/2017 8:40 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ค่านิยมไทย :


คนไทย กับ "นิสัย 5 ขี้..." ฝรั่งมองคนไทยมีนิสัยเฉพาะที่บั่นทอนตนเองและสังคม :

“ขี้เกียจ-ขี้โกง-ขี้โอ้อวด-ขี้อิจฉา : ประเทศชาติเหลือแต่กระดูก!”
โดย แสงแดด

ผลการศึกษาจากสถาบันวิจัยของฝรั่งเศส สังคมไทยนั้น ประกอบไปด้วยบรรดา “4 ขี้...” กล่าวคือ คนไทยเป็นคนที่ “ขี้เกียจ-ขี้โกง-ขี้โอ้อวด-ขี้อิจฉา”

ความจริงที่เราต้องยอมรับว่า “รากฐาน” ของสังคมไทยนั้น “วัฒนธรรมทั้ง 4 ข้อ” ที่สถาบันวิจัยของต่างชาติ คงมิใช่เพียงแต่เฉพาะฝรั่งเศสเท่านั้น ได้มีการศึกษาวิจัยและเผยแพร่มาอย่างยาวนานว่า คนไทยนั้น “ขี้เกียจ-ขี้โกง-ขี้อิจฉา-ขี้โอ้อวด” มาเป็นเวลานานแล้ว

ว่าไปแล้ว “คนไทย” ที่ “ยึดติด” อยู่กับ “เปลือก-กะพี้” มากกว่า “แก่นสาร-เนื้อหาสาระ” โดยที่มุ่งแต่ “เปลือก-ภายนอก” ที่ไม่ค่อยมีแก่นสาร จนเข้าทำนอง “ไร้สาระ!” ด้วยซ้ำไป

โดยหลักวิชาการแล้ว คนไทยนอกเหนือจาก “ยึดติด-เกาะติด” กับ “เปลือก !” มากกว่า “แก่นสาร” แล้ว ถ้าจะพูดกันอย่างง่ายๆ ก็หมายความว่า คนไทยนั้นทั้ง “แยกแยะ” ไม่ออกว่า “ผิด-ชอบ-ชั่ว-ดี” อยู่ที่ไหน และที่สำคัญ “คนรุ่นใหม่” จนถึง “คนรุ่นเก่า !” ก็แยกแยะไม่ออกเช่นเดียวกันว่า “ของจริง-ของปลอม” มีเส้นแบ่งอยู่ตรงไหน และ “อะไรเป็นอะไร !”

นอกเหนือจากนั้น คนไทยเป็น “คนฟุ้งเฟ้อ !” อย่างมาก เข้าทำนอง “ขี้โอ้อวด !” เนื่องด้วยคนไทย “แก่งแย่ง-ชิงดีชิงเด่น” แต่ที่เลวร้ายสุดๆ คือคนไทยนั้น “ฟุ้งเฟ้อ” บน “พื้นฐานปลอม !” กล่าวคือ สถานะความมั่นคงทางเศรษฐกิจมิได้มีหลักทรัพย์เงินทองที่แท้จริง แต่ด้วยความอยาก “โอ้อวด-มั่งมี” จึงต้องไป “กู้หนี้ยืมสิน” เงินทองมาเพื่อแสดงความใหญ่โตเพื่อ “โอ้อวด” ต่อสังคม จนบางราย “หนี้สินล้นพ้นตัว!”

ทั้งนี้ที่กล่าวมาทั้งหมดนั้น เพื่อความเป็นธรรมจะมา “เหมารวม” คนไทยทั้งหมดก็คงไม่ได้ แต่ก็มีคนไทยจำนวนมาก ตั้งแต่ระดับล่างสูงถึงระดับบนจะมีพฤติการณ์และพฤติกรรมเช่นนั้น!


คนไทยนั้นมี “การดำรงชีพ-ดำเนินชีวิต” ที่ไม่ต้อง “ดิ้นรน-ต่อสู้” มากมายนัก พร้อมกับผืนแผ่นดินไทยอุดมสมบูรณ์ จึงทำให้มีการเรียกขาน “วิถีชีวิต” คนไทย ว่า “ในน้ำมีปลา-ในนามีข้าว” จึงก่อให้เกิด “ความอิ่มหนำสำราญ” ในหมู่คนไทยทั้งปวง และนั่นจึงเป็นที่มาของอุปนิสัยใจคอคนไทยที่ “โอบอ้อมอารี-เอื้อเฟื่อเผื่อแผ่” ซึ่งล้วนเป็น “ระบบอุปถัมภ์” ทั้งสิ้น

จริงๆ แล้วไม่อยากที่จะกล่าวเลยเถิดไปว่า “คนไทยขี้เกียจ!” แต่ความจริงก็ต้องกล่าวเช่นนั้น ตามผลการศึกษาของสถาบันวิจัยต่างชาติ และแน่นอนคือ คนไทย “รักสบาย” เนื่องด้วย “ชีวิตไม่เคยลำบาก !” นอกจากนั้น เราเคยเห็นคนไทย “อดตาย !” หรือไม่ ก็ต้องตอบว่า “ไม่เคยเห็น” เหมือนดั่งเช่นบางชาติในทวีปแอฟริกา

ส่วนนิสัย “ขี้โกง” นั้น ว่ากันตามความเป็นจริงแล้ว “ขี้โกง !” เป็นรากฐานของสังคมไทยที่เรียกว่า “ขุดรากถอนโคน !” ยาก เนื่องด้วยคนไทย “ไร้วินัย” ทั้งๆ ที่เป็น “สังคมพุทธ” เสียส่วนใหญ่ แต่คนไทยจำนวนมาก “ขาดหิริโอตตัปปะ !” กล่าวคือ ไม่ค่อยเกรงกลัวและละอายต่อบาป ถ้าฝ่าฝืนระเบียบได้ “โกงนิดหน่อย” กลับกลายเป็นเรื่อง “เท่ห์” อาทิ โกงข้อสอบ ฝ่าไฟแดง ทำผิดระเบียบเล็กๆ น้อยๆ กลับถูกกล่าวชื่นชมว่า “เก่ง” จากเพื่อนฝูง วงศาคณาญาติ ซึ่งวัฒนธรรมเช่นนี้ต้องค่อยๆ ช่วยกันแก้แล้ว “ประณาม” พร้อม “สั่งสอน” ว่า “ไม่ถูกต้อง !”

คนไทยไม่ค่อย “ละอายแก่ใจ !” เมื่อกระทำความผิด แต่วัฒนธรรมตะวันตกนั้น ส่วนใหญ่จะ “ละอายแก่ใจ” เนื่องด้วยสังคมเขาเป็นสังคมเคารพกฎเกณฑ์ ดังนั้น “การโกง” ในหมู่นิสัยคนไทยนั้น ต้องขอกล่าวอย่างละอายใจว่า “เป็นเหตุการณ์ปกติ !” จนถึงขั้น “ไม่รู้สึกรู้สา !” ใดๆ ทั้งสิ้น เท่านั้นยังไม่พอ “ยิ่งโกงจนเคยชิน” จน “โกงมาก” ถึงขั้นมีการรายงานจาก คตส. ว่า “ถ้าไม่จัดการ ประเทศชาติจะเหลือแต่กระดูก”

ว่ากันอย่างเป็นธรรม “รัฐบาลทุกรัฐบาล” นั้น “โกง” กันมาโดยตลอด ซึ่งเกิดจาก “สามภาคส่วน” สำคัญคือ “นักการเมือง-ข้าราชการ-นักธุรกิจเอกชน” ที่ต้องการให้ได้มาซึ่ง “อภิสิทธิ์” และ “ชนะการประมูล” จึงต้องมีการ “วิ่งเต้น-เงินใต้โต๊ะ-ใต้ดิน” มิเช่นนั้น “ชวด !”

http://www.manager.co.th/Daily/ViewNews.aspx?NewsID=9490000149720
--------------------------------------------------------------


จริงหรือ ? ?..คนไทย กับ "นิสัย 4 ขี้..." ฝรั่งมองคนไทยมีนิสัยเฉพาะที่บั่นทอนตนเองและสังคม

ฝรั่งว่าคนไทยมี 4 ขี้?

หลายปี ที่ผ่านมา มีข่าวลงตามหน้าหนังสือพิมพ์ว่าหน่วยงานรัฐของไทยหน่วยงานหนึ่ง ได้ว่าจ้างบริษัทวิจัยของต่างประเทศ ให้ทำการศึกษาวิจัยค่านิยม พฤติกรรม นิสัยใจคอของคนไทยว่าเป็นอย่างไรบ้าง ปรากฏว่าจากผลการวิจัยดังกล่าว พบว่าคนไทยมี “อุปนิสัยอันถาวร” (แถวบ้านเขาใช้คำว่า “สันด...น”) ที่เด่นๆ อยู่ 4 ประการ คือ

1.คนไทยเป็นคน “ขี้เกียจ”
2.คนไทยเป็นคน “ขี้โกง”
3.คนไทยเป็นคน “ขี้โอ่”
4.คนไทยเป็นคน “ขี้อิจฉา”

อันเป็นที่มาของคำพูดที่ว่า “คนไทยนั้นมีนิสัย 4 ขี้ !”
ถ้าเราคนไทยจะไม่เป็นคนที่ใจคอคับแคบจนเกินไป หรือถ้าเราคนไทยจะไม่ทำเป็นดัดจริตวี้ดว้ายกระตู้วู้ รับไม่ได้ ทนไม่ได้กับการที่มีคนเขามาบอกความไม่ดีของตัวเราแล้วละก็ เราน่าจะได้มองเห็นตัวของเราเองได้อย่างชัดเจน รอบด้านขึ้น อันจะสามารถทำให้เรานำข้อค้นพบนั้นไปปรับปรุงแก้ไขข้อบกพร่องได้บ้างตามสมควร

ที่ว่าคนไทยเป็นคน “ขี้เกียจ” นั้น นอกจากจะหมายความตรงๆ ตัวว่าไม่ค่อยขยันทำการงาน ดั่งภาษิตโบราณที่บอกว่า “เรื่องกินเรื่องอยู่ใครไม่สู้พ่อ แต่เรื่องพายเรื่องถ่อพ่อไม่สู้ใคร!” แล้ว ก็น่าจะหมายความรวมถึงประเด็นดังต่อไปนี้ด้วย :-

- บางครั้งก็ไม่ถึงกับขี้เกียจ แต่ว่าก็ไม่ค่อยจะกระตือรือร้น ทำอะไรก็จะทำไปเรื่อยๆ เหนื่อยก็เอนหลังนอน ! มีลักษณะเฉื่อยชา แฉะแหมะ

- ทำงานตามอารมณ์ นึกอยากทำก็จะทำ พอไม่มีอารมณ์จะทำ (แล้วก็มักขยันไม่มีอารมณ์อยู่เรื่อยแหละ) ก็จะไม่ทำ ขนาดกำลังทำๆ อยู่นี่แหละ พอหมดอารมณ์ขึ้นมาก็หยุดทำ ทิ้งงานไปหน้าตาเฉย พวกนักลงทุนต่างชาตินี่เขาปวดหัวกับคนงานไทยเป็นอันมาก เพราะพอเสร็จหน้านา ก็เข้ามาหางานทำ ครั้นพอฝนพรำ ก็กลับไปดำนา ! มิใยที่โรงงานเขาจะขอให้ช่วยเร่งผลิตสินค้าตามออร์เดอร์ที่มีเข้ามามาก ก็ไม่สนใจ คิดอยู่อย่างเดียวว่ากูจะกลับไปทำนา เดี๋ยวสิ้นหน้านา ก็ค่อยกลับมาหางานทำ พวกนักลงทุนทั้งคนไทยและต่างชาติเขาก็เลยทำชีวิตกันไม่ถูก จะวางแผนกะการอะไรไม่ได้เอาเลยทีเดียว เพราะคนงานไทยเล่นทำงานตามอารมณ์

- ทำงานแบบตำข้าวสารกรอกหม้อ คือ ทำงานแบบวันต่อวัน เงินหมดก็หางานทำ พอได้เงินมา ซึ่งก็แค่พอใช้ไปได้วันสองวันก็หยุดทำ พอเงินหมดก็ออกหางานทำอีก วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์อยู่อย่างนี้อยู่ทั้งปีทั้งชาติ

- ทำงานอย่างไม่มีน้ำอดน้ำทน ดั่งคำโบราณที่ว่า “หนักไม่เอา เบาไม่สู้” และหรือเป็นคน “หยิบโหย่ง..เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ” คนไทยเป็นคนที่รักสนุก ชอบความสำราญ ชอบความบันเทิง ชอบการละเล่น มากกว่าชอบทำงาน ส่งผลให้กลายเป็นคนที่ไม่ค่อยจะมีความมุ่งมั่น ขี้แพ้ ท้อง่าย ไม่ชอบแก้ปัญหา อ้างว่าคิดแล้วปวดหัว เครียด ชอบหนีปัญหา ทิ้งปัญหา ชอบกวาดขยะไว้ใต้พรม ชอบผลัดวันประกันพรุ่ง นอกจากนี้ยังชอบทำงานที่เบาๆ งานที่สบายๆ ไม่ชอบทำงานหนัก

- คนไทยเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรอย่างจริงๆจังๆ เป็นงานเป็นการ แต่ชอบทำทุกอย่างอย่างผิวเผิน ทำอย่างฉาบฉวย ทำพอเป็นพิธี ทำอย่างผักชีโรยหน้า ทำโดยเน้นรูปแบบมากกว่าเนื้อหาสาระ เน้นพิธีกรรมมากกว่าแก่นแท้ เรื่องที่ควรทำอย่างจริงจังก็เอามาทำกันอย่างเล่นๆ (เช่น เล่นการเมือง เล่นหุ้น ฯลฯ) แต่เรื่องที่เป็นเรื่องเล่นๆ เรากลับทำอย่างจริงจัง ทำอย่างเป็นการเป็นงาน (เช่น งานกาชาด งานวัด งานประกวดธิดาโอท็อป งานประกวดสุนัข ฯลฯ เหล่านี้นี่เราเรียกว่ามันเป็น “งาน” ทั้งสิ้น ไม่ได้ทำกันอย่างเล่นๆ เลย)

- คนไทยทำงานและดำเนินชีวิตด้วยหลักความเชื่ออย่างผิดๆ เช่น เชื่อในเรื่องของฟ้าลิขิต มากกว่าจะเชื่อว่าชีวิตลิขิตเองได้ เชื่อว่าคนจะรวยจะจนอยู่ที่โชคลาภวาสนา ไม่เชื่อในเรื่องของความขยัน อดทน ไม่เชื่อในเรื่องของความเพียร ความอุตสาหะวิริยะ ความมุมานะพยายาม ก็เลยแทนที่จะขยันทำการงาน แต่กลับไปขยันหาเลขเด็ด ขยันไปตระเวนหาเจ้าแม่เจ้าพ่อ ขยันไปวิ่งไล่ล่าหาเช่าบูชาจตุคามรามเทพกันจนถึงขั้นชกต่อยทำร้ายกันเพื่อแย่งกันเช่าบูชาวัตถุมงคลนั้น (แค่เริ่มต้นก็ไม่เป็นมงคลแล้ว คิดดูก็แล้วกัน !) ปากก็ก็พร่ำว่าเป็นชาวพุทธ แต่พฤติกรรมกลับไปคล้ายพวกชนเผ่าผีตองเหลือง ที่ยังนับถือภูติผีปีศาจอะไรกันอยู่

ส่วนที่ว่าคนไทยมีนิสัย “ขี้โกง” นั้น นอกจากจะหมายถึงโกงจริงๆจังๆ โกงอย่างเป็นล่ำเป็นสัน อย่างกรณีสนามบินสุวรรณภูมิที่ต้องถือว่าเป็น “มหากาพย์แห่งการโกง” แล้ว ก็น่าจะหมายรวมถึงประเด็นในต่อไปนี้ด้วย :-

- คนไทยนิยมเล่นพรรคเล่นพวก เห็นแก่ประโยชน์ส่วนตนและพวกพ้อง มากกว่าจะเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมและสังคมประเทศชาติ ข้าราชการไทยทุกคนน่ะรู้อยู่แก่ใจว่า “ซื่อกินไม่หมด คดกินไม่นาน” แต่เขาก็ยังรู้อีกว่า “แต่ถ้ากินของราชการ กินได้ตั้งนานก็ยังไม่หมด!” คนไทยต้องหันมาตรวจสอบในเรื่องของ “สำนึกเพื่อสาธารณะ” (Public Spirit) กันให้มากยิ่งขึ้น แม้แต่ในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่เราปฏิบัติต่อกันในสังคม อย่ารอแต่ให้พม่ายกทัพมาทางด่านเจดีย์สามองค์ แล้วจึงค่อยไปอาสาขี่ควายออกศึก กันอยู่สถานเดียว ! !

- คนไทยนั้นเป็นคนที่ได้ชื่อว่ามีไหวพริบปฏิภาณเป็นเลิศ แต่เรามักเอาไปใช้ในลักษณะของ “ความกะล่อน” “การเอาตัวรอดไปวันๆ” “การแก้ตัวไปน้ำขุ่นๆ” “การเอาสีข้างเข้าถู” เท่านั้น เราชอบหาเหตุผลตั้งร้อยข้อพันข้อเพื่อมาแก้ตัวว่าทำไมจึงยังไม่ทำอะไร หรือทำไมจึงทำไม่ได้ แต่เราไม่เคยใช้ความเป็นอัจฉริยะนั้นไปขบคิดหาเหตุผลเพียงแค่หนึ่งข้อเท่านั้นก็พอ เพื่อจะหาวิธีทำมันให้ได้

- คนไทยชอบหลอกตัวเอง โกงกระทั่ง “โกงตนเอง” อย่างเช่น แก้ปัญหา “ยาม้า” ด้วยการไปเปลี่ยนชื่อว่า “ยาบ้า” แล้วยาม้าก็หมดไป ส่วนยาบ้าก็เฟื่องฟูเสียยิ่งกว่ายาม้าเสียอีก คนไทยแก้ปัญหา “สลัม” ที่มีอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง ด้วยการไปเปลี่ยนชื่อเสียเก๋ไก๋ว่า “ชุมชนแออัด” จากนั้นสลัมก็หมดไปจากแผ่นดินไทย ส่วนชุมชนแออัด ก็เพิ่มพูนขึ้นไปทุกหย่อมย่าน! นี่ได้ข่าวว่าจะมีการเปลี่ยนชื่อจากยาบ้า เป็น “ยาโง่” กันอีกแล้ว ส่วนชุมชนแออัด ก็เห็นได้ยินว่าจะเปลี่ยนเป็น “ชุมชนพัฒนา” หรือ “ชุมชนเก่า” หรือ “ชุมชนเดิม” หรือ “ชุมชนเมือง” ฯลฯ อะไรกันต่อไปอีกแล้ว เป็นการแก้ปัญหาแบบหมกเม็ด แบบหลอกตัวเอง แบบกวาดขยะไว้ใต้พรม

- คนไทยเป็นคนที่ไม่มีวินัย ไม่เคารพกฎเกณฑ์ ไม่สนใจกฎ กติกา มารยาท เราจึงสามารถทำได้ทั้งนั้น ทั้งโกงเวลา (มาสาย กลับก่อน) ทั้งโกหก ทั้งแก้ตัว ได้สารพัดเพื่อปัดความรับผิดชอบ ฯลฯ

http://www.ajarnvason.com/index.php?mo=3&art=96913
http://charyen.com/jukebox/play.php?id=30015


https://board.postjung.com/995941.html
--------------------------------------------------------------------------------




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10050

ตอบตอบ: 23/10/2017 6:22 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.


http://kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=5039&sid=5c5fbed9c3e4cd61b345f619150c0bc0
ชาวนาไทย ไร้ฝีมือจริงหรือ ?


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©