-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 8 JUN * ผลไม้รสจัดจ้าน
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 8 JUN * ผลไม้รสจัดจ้าน
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 8 JUN * ผลไม้รสจัดจ้าน

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 9985

ตอบตอบ: 08/06/2017 11:19 am    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 8 JUN * ผลไม้รสจัดจ้าน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จาก : (093) 148-82xx
ข้อความ : มะม่วงรสจืด อยากให้รสจัดจ้าน ใช้ปุ๋ยสูตรไหน มะม่วงมีผลแล้วออกดอกซ้อน ใช้ปุ๋ยสูตรไหน มะม่วงตกเกรด ใช้ปุ๋ยสูตรไหน

จาก :
(069) 293-4679xx
ข้อความ : ได้ชิมมะม่วงไร่กล้อมแกล้ม ซื้อที่ อตก. รสจัดจ้านเหมือนพูดจริงๆ เปรียบเทียบกับมะม่วงที่อื่นแล้ว รสจัดชัดเจน เชื่อว่า ลุงคิมต้องใช้ปุ๋ยของลุงคิม แต่อยากรู้ช่วงระยะเวลาในการใช้ด้วยค่ะ .... ขอบคุณค่ะ

สายตรง :
(084) 667-29xx
สรุปข้อความ : มะม่วง RKK ระยะชิด 3 x 3 ม. ทรงพุ่มเบียดกันทุกปี ต้องตัดแต่งกิ่งทุกปี ตัดแต่งกิ่งแบบปรับขนาดทรงพุ่มทั้งสูงและกว้าง สูง 2-3 ม. กว้าง 1.5-2 ม. หรือทรงพุ่มห่างกัน 1 ม. ทั้งนี้ นิสัยทางธรรมชาติของมะม่วง ออกดอกติดลูกจากยอดที่แตกใหม่ในปีนั้นเท่านั้น ถ้าไม่ตัด กิ่งนั้นจะแตกยอดใหม่เอง นั่นคือ กิ่งยาวออกไปจากเดิม ขนาดทรงพุ่มก็ใหญ่กว้างขึ้น หลังจากเก็บผลเสร็จแล้วตัด ตัดแล้วแตกยอดใหม่ ยอดใหม่ออกดอกติดผลเหมือนเดิม ขนาดทรงพุ่มก็จะเท่าเดิมเมื่อปีที่แล้ว ปีก่อนๆ ๆๆ กิ่งที่ถูกตัดยอดแล้วจะใหญ่ขึ้น ๆๆ อันนี้เรียกว่า “โจรแขนด้วน” ประมาณนี้

ตอบ :

- มะม่วงทุกสายพันธุ์ ไม้ผลทุกสายพันธุ์ ทุกระยะพัฒนา ตั้งแต่อ่อนขบเผาะ ผลกลางอ่อนกลางแก่ ผลแก่ แก่จัด ห่าม ปากตะกร้อ สุก งอม ต่างมีรสชาดที่เป็นลักษณะเฉพาะ หรือเอกลักษณ์ของตัวเองทั้งสิ้น ปัญหาอยู่ที่ เราจะดึงลักษณะเฉพาะหรือเอกลักษณ์นั้นออกมาได้อย่างไร

- ปัจจัยพื้นฐาน ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค ไม่มีปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งเพียงปัจจัยเดียวทำให้ต้นไม้หรือต้นพืช (ทุกชนิด) เจริญเติบโตอย่างสมบูรณ์แบบได้ ขณะเดียวกัน หากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไม่เหมาะสม มากหรือน้อยเกินไป นอกจากจะเป็นตัวดึงให้ปัจจัยอื่นไม่เหมาะสมแล้ว ยังส่งผลถึงต้นพืชที่อยู่ตรงนั้นอีกด้วย

- ปัญหามีให้แก้ ไม่ใช่มีให้กลุ้ม ต้นไม้ต้นพืชไม่เรื่องมาก คนต่างหากที่เป็นคนสร้างปัญหา สร้างให้กับต้นพืชแล้วยังสร้างให้แก่ตัวเองอีกด้วย กรณีปัญหา

ให้ปุ๋ย (ธาตุหลัก ) ตามระยะพัฒนา :
1. เรียกใบอ่อน

- ทางใบ ........... 25-5
- ทางราก ......... 30-10-10 หรือ 7-7-7 หรือ 16-8-8 หรือ 16-16-16+46-0-0 (1:1)

2. สะสมตาดอก

- ทางใบ ........... 0-42-56
- ทางราก ......... 8-24-24

3. ปรับ ซี/เอ็น เรโช

- ทางใบ ........... รอง/เสริม
- ทางราก ......... งดน้ำ

4. เปิดตาดอก

- ทางใบ ........... 13-0-46+ไธโอยูเรีย
- ทางราก ......... 8-24-24

5. บำรุงดอก

- ทางใบ ........... 0-52-34 (ฝน), 15-30-15 (แล้ง)
- ทางราก ......... 8-24-24

6. บำรุงผลเล็ก-กลาง

- ทางใบ ............ 21-7-14
- ทางราก .......... 21-7-14

7. บำรุงผลแก่

- ทางใบ ............ 0-21-74
- ทางราก .......... 13-13-21

- ทั้งหมด 7 ขั้นตอนนี้ (ปกติมี 8 ขั้นตอน....งานนี้รวมระยะ “ผลเล็ก-ผลกลาง” เข้าด้วยกัน) กล่าวแต่ “ธาตุหลัก” แต่สิ่งที่พืชต้องการและคนต้องให้ก็คือ “ธาตุรอง/ธาตุเสริม, ฮอร์โมน, น้ำตาลทางด่วน” กรณีการบำรุงผลแก่ “เร่งหวาน” อันนี้ดูดีๆ เดี๋ยวนี้คนกินระวัง หวานมาก หวานจัด เบา
หวานจะถามหา .... นอกจากนี้ยังมีปัจจัยอื่น โดยเฉพาะ “โรค” นั่นก็คือ มาตรการ “ป้องกัน” โรคแมลงศัตรูพืชอีกด้วย .... ที่นี่ที่เดียว ฟันธงเร่งเครื่องเทอร์โบชาร์จเดินหน้าชนถอยหลังชน ไม่ใช่ดับเครื่องชน ว่า

“ไม่มีพืชใดในโลกนี้ ไม่มีโรคแมลงศัตรูพืชประจำตระกูลประจำเผ่าพันธุ์ วันนี้ยังไม่มีเพราะยังไม่มา และไม่มีสารเคมีหรือสารสมุนไพรใดในโลกนี้ แก้ไขส่วนของพืชที่ถูกทำลายไปแล้วให้ฟื้นคืนดีอย่างเดิมได้ นั่นคือ เสียแล้วเสียเลย แก้ไขเรียกกลับคืนมาไม่ได้ เพราะฉะนั้นต้องกันก่อนแก้”

- เทคนิคเทคโน เทคโนโลยีเครื่องทุ่นแรง สปริงเกอร์/หม้อปุ๋ย ให้ปุ๋ย (ทางใบ/ทางราก) ให้สารสมุนไพรเมื่อต้องการได้ทุกเวลา (เช้ามืด สาย เที่ยง บ่าย ค่ำ) ให้ปุ๋ย/ยา อย่างใดอย่างหนึ่งเดี่ยวๆ หรือให้ 2 อย่างพร้อมกันก็ได้ ด้วยแรงงานคนเดียว ทำงานประเดี๋ยวเดียว ประหยัดเวลา ประหยัดแรงงาน ประหยัดไฟฟ้า ประหยัดอารมณ์ ใช้งานได้นานนับ 10-20-30 ปี

- ปฏิบัติบำรุงแต่ละอย่าง (ปุ๋ย ล. ร. ส. ฮม. .... ยาสมุนไพร) แต่ละระยะแต่ละช่วง ควรสังเกตลักษณะการตอบสนองของต้น งานนี้แจ้งรายละเอียดไว้ใน “หัวใจเกษตรไท”

ผลไม้รสจัดจ้าน :

- ให้แม็กเนเซียม สังกะสี (ทางใบ : ปุ๋ยเคมี ไบโออิ ไทเป ยูเรก้า....ทางราก : น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง), แคลเซียม โบรอน, น้ำตาลทางด่วน

- ผลทุกมะ ทุกชนิด ทั้งผลจากผักกินผล ผลจากไม้ผล รสจัดจ้านด้วย รอง/เสริม ตัวหลักคือ แม็กเนเซียม สังกะสี แคลเซียม โบรอน ที่เหลือเป็นตัวประกอบ ทั้งทางใบทางราก .... ให้ตัวหลัก (ไบโออิ, ยูเรก้า) 2 รอบ สลับด้วยแคลเซียม โบรอน 1 รอบ ระหว่างนี้หาโอกาสแทรกให้น้ำตาลทางด่วน 1 รอบ

- มะม่วงรสจัดจ้าน คือ ผลแก่ดิบเนื้อแข็งโป๊ก เนื้อในติดเปลือก เนื้อกลาง รสมันส์ เนื้อนอกติดเปลือกอมหวานนิดๆ ปอกมะม่วงเอาเปลือกออก50% เหลือเหลือ50% จะรู้รสหวานบริเวณเนื้อติดเปลือกชัดเจน เนื้อแห้ง กรอบ

- ส้มโอที่ RKK พันธุ์ขาวใหญ่ ตัวกุ้งแห้งตามสายพันธุ์ ส่วนทองดี (1 ต้น) ขาวน้ำผึ้ง (1 ต้น) ตัวกุ้งตามสายพันธุ์ฉ่ำน้ำ แต่ที่ RKK ตัวกุ้งกลับแห้งได้ รวมถึงผลไม้อื่นๆ อย่าง ฝรั่ง ส้มเขียวหวาน ส้มเช้ง กล้วย รสขัดจ้านทั้งนั้น เพราะปุ๋ยธาตุรอง ธาตุเสริม นี่แหละ

- ผลจากผักกินผล เนื้อมาก เนื้อหนา อ่อน กรอบ เมล็ดน้อย
- ใบของผักกินใบ ใหญ่ หนา ไม่มีเสี้ยน อายุฝากแผงนาน.... กุยช่าย ไม่มีเสี้ยนด้วยแคลเซียม (ทางใบ : แคลเซียม โบรอน, ทางราก : ยิบซั่ม กระดูกจากระเบิดเถิดเทิง)

ประสบการณ์ตรงที่ RKK :
หลักการและเหตุผล ....

- พืชรับสารอาหารได้ 2 ทาง คือ ทางใบกับทางราก
- รับทางใบได้ 3-4 ส่วนใน 10 ส่วน แต่ส่งผลต่อพัฒนาการของต้น (ผล) ได้เร็วกว่าทางราก
- รับทางรากได้ 6-7 ส่วนใน 10 ส่วน แต่ส่งผลต่อพัฒนาการของต้น (ทุกส่วนของต้นเพื่อการเจริญเติบโต) มากกว่า

- ดินที่ RKK ฉายา “ดินปราบเซียน” ไม้ผลหลายอย่างเมื่อรากเจริญยาวไปถึงดินล่าง (ลึกแค่ไหน ไม่รู้) รากไม่เจริญต่อ เพราะสภาพโครงสร้างดินไม่เหมาะสม ส่งผลให้ต้นไม่เจริญเติบโต ถ้าดินไม่เหมาะสมอย่างรุนแรง ต้นที่ทนไม่ได้หรือสู้ไม่ไหวจริงๆ ต้นจะมีอาการใบยอดแห้ง กิ่งแก้ง ยืนต้นตายในที่สุด เช่น ทุเรียน มังคุด เงาะ ขนุน ส้มเขียวหวาน ส้มโชกุน ต้นที่พอทนได้ไม่ตายแต่โตช้า ช้ามากๆ เมื่อเทียบกับกับต้นที่สภาพโครงสร้างดินเหมาะสมตามธรรมชาติของเขา เช่น ลองกอง ลิ้นจี่ ไม้ผลพวกออกดอกติดผลช้ามากๆ หรืออาจจะไม่ออกเลย ไม้ผลอย่าง ทับทิม น้อยหน่า ไม้สองอย่างนี้ชอบดินลูกรัง อยู่ที่ RKK ต้นโตแต่ไม่เต็มที่ ออกดอกติดลูกได้ไซส์ใหญ่จัมโบ้ ดก ดีเฉพาะลูก แต่ใบกลับค่อยๆ เล็กลงๆ ใบไม่ใหญ่ตามอายุต้น สุดท้ายก็ยืนตาย ไม่ที่ยืนตายเหล่านี้ถอนขึ้นมาดูราก พบว่า รากแห้งกรอบ หักด้วยมือได้ ไม่เน่าแบบรากถอดปลอก.... ถึงวันนี้ต้องถือหลัก “โตเลี้ยง ตายตัด”

- สังเกตภูมิประเทศประเทศไทย ตั้งแต่ นครชัยศรี/นครปฐม ผ่านบ้านโป่ง/ราชบุรี เข้าเมือง/กาญจนบุรี ไม่มีทุเรียน เงาะ มังคุด ลองกอง ส้มเขียวหวาน ส้มโชกุน กาแฟ หรือมีก็น้อยมาก ครั้นไปถึงไทรโยคแล้วต่อไปถึงบ่อพลอย ศรีสวัสดิ์ จรดชายแดน กลับปลูกได้ทุกมะ เขตไทรโยค ศรีสวัสดิ์ ส้มโอขาวใหญ่เยอะ หลายสวนใช้ปุ๋ยจาก RKK

- ภูมิประเทศประเทศไทยย่านท่ามะกา กาญจนบุรี ไม้ผลที่เหมาะสมเท่าที่เห็นมี มะม่วง ชมพู่ ฝรั่ง มะพร้าว....มะพร้าวอ่อน มะพร้าวแก่ วันนี้ ตลาดในประเทศไม่พอใช้ อนาคตไม้ผลตัวนี้น่าจะดีมากๆ ทั้งตลาดในประเทศ และตลาดต่างประเทศ

- เรื่องของธรรมชาติ รู้ทั้งรู้ แต่ทำอะไรไม่ได้ เพราะธรรมชาติไม่มีตัวเลข ไม่มีสูตรสำเร็จ หรือทำได้แต่ไม่คุ้มทุน

-------------------------------------------------------------------------------


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©