-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-เกษตรสัญจร 9 ผักริมถนน ตอน จาก ผักชีไทย ถึง หอมแบ่ง
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - เกษตรสัญจร 9 ผักริมถนน ตอน จาก ผักชีไทย ถึง หอมแบ่ง
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

เกษตรสัญจร 9 ผักริมถนน ตอน จาก ผักชีไทย ถึง หอมแบ่ง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 17/05/2015 5:31 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 – ปลูกผักริมถนน ตอน น้องอ้อย (ภาค 2) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน


เกษตรสัญจร 9 – ปลูกผักริมถนน ตอน น้องอ้อย (2)


D1 A10.3(1.2) 8 – 5 – 58 วันนี้น้องอ้อยตัดพุด


กรุณาตรวจสอบราคาผักต่าง ๆ ประจำวันของตลาดสี่มุมเมืองได้ที่นี่....คลิกเลยครับ
http://www.taladsimummuang.com/dmma/Portals/PriceList.aspx?id=0101


เมื่อวันที่ 8 พค.58 ผมออกไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่วัดห้วยพลู....ได้เจอน้องอ้อย ก็คุยแล้วก็เล่าให้ฟังว่า เรื่องเป็นอย่างนี้ ไม่เป็นอย่างนั้น เพราะไม่ใช่อย่างนู๊น....

น้องอ้อยไม่ได้ตอบว่ากะไร ได้แต่ยิ้ม แล้วก็ก้มหน้าทำงานต่อท่ามกลางอากาศและแสงแดดอันร้อนแรงต่อไป

ผมก็เลยถาม.....ทำคนเดียวเหนื่อยตายโหง ทำไมไม่แต่งงานใหม่.....
.......ไม่มีใครเอา.......

.........สวย ๆ แบบนี้มีรึไม่มีใครเอา....
.......น้าทิดเอามั๊ยล่ะ.....

เล่นจู่โจมกันแบบนี้มีรึเราจะยอม...คำตอบก็คือ
........ ไม่เอาว่ะ กลัวน๊อคยาตายคาสวนแบบทิดหนุ่ม...

(สามีน้องอ้อย น๊อคยาตายคาสวนจริง ๆ ครับ...ก็ไม่ตายได้ไงล่ะ.....ตามข่าวล่ามาแรง..ตอนดึก พ่นยานาข้าวบ้านน้องอ้อย......ตอนเช้า ข้าวแฝ่ 3 in 1 - 1 ถ้วย....ตอน 9 โมง เอ็ม 1 ขวด....พ่นยาไปซักพัก เบอร์ดี้ป๋องเขียว เอ็กเปรสโซ่ อีก 1 ป๋อง ประมาณ 10 โมง เบอร์ดี้ป๋องเขียวอีก 1 ป๋อง ....ยาที่ใช้ โฟลิดอน อี 605 ที่เค้าห้ามขายหน้าร้าน แต่หลังร้านมีจำหน่าย ....สวนไม้ตัดใบสวนนี้..น้องอ้อยใช้ยาแรงครับ....อบาเม็คติน.....แลนเนท....โฟลิดอน อี 605...มีอะไรอีกอย่างลงท้ายด้วย ฟอส ๆ เอ่ยชื่อแต่ละอย่าง ...ยมบาลมายืนยิ้มอยู่โน่น เห็นแว็บ ๆ .....


(1) ดอกผักบุ้งชนิดต้น ต้นสูงราว ๆ 2 เมตร


(2) สวนไม้ตัดใบของน้องอ้อย มองจากนอกถนน....รกหญ้าน่าดูชม....แต่มันเป็นเทคนิคครับ....คือหญ้า จะช่วยบังแดด ป้องกันฝุ่นได้พอสมควร แล้วก็กันลม กันสายตาคนแอบบมองความสวยด้วย


(3)

(4)
(3 – 4) บ้านนี้มีรัก แต่ตอนนี้ รักเริ่มโทรมซะแล้ว ....รอการตัดแต่งกิ่งทำสาวอ่ะครับ ...คนบ้าอะไร ขยันชิบโหง มันทำคนเดียวได้ยังไงวะ ….



(5) นั่งคอยตรงนี้แป๊บนึง พ่อคุยกับป้าอ้อยเดี๋ยวเดียว.....มันนั่งแบบว่า ซังกะตายหน้าบอกบุญไม่รับเลยว่ะ


(6)

(7)

(8 )

(6 – 9) ผมลุยถึงกลางสวน.....วันนี้น้องอ้อย ตัดพุด ตัดแล้วกำ กองรวม เอาผ้าห่มชุบน้ำหมาด ๆ รองกิ่งพุด รวบ มัด แล้ว แบก


(10)

(11)
(10 – 11) เอามาเท รวมกองอีกที...

....ครบรึยัง....
....ยัง อยู่ตรงโน้นอีกหน่อย....

...วันนี้สั่งตัดเท่าไหร่ล่ะ....
....200 กำ....

....กำเท่าไหร่ตอนนี้....
....6 บาท .....

....วันนี้ก๊อ 1200 ซีเอ็ง....
....ก็พออยู่ได้....




(12) แช่น้ำยา.....เพื่อให้สดชื่น และสดนานคงทน ปักหน้าศพ 7 วัน หรือเอาไปปักหน้างาน 7 คืน ไม่เหี่ยวก็แล้วกัน..

.สมมุติว่า ถ้าคุณมาดู เค้าจะบอกคุณมั๊ยครับว่า เค้าแช่อะไร อย่างดีคุณก็เห็นแค่ว่า เค้าแช่น้ำธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา....ก็แค่นั้น ....ไม่ว่าคุณจะไปดูที่ สวนเล็ก หรือสวนใหญ่ ไม่มีใครเค้าบอกคุณหรอกครับ....


(13) จากนี้ก็เตรียมแพ็คลงถุง....หลานผมมันก็ยังหน้าบูดเป็นตูดลิง เหมือนเดิม....


(14)

(15)
(14 – 15) แพ็คลงถุงเหนียว สะดวกในการขนส่ง จับโยน ใบจะไม่บอบช้ำ หลานผมมันก็ยังทำหน้า เซ็ง เหมือนเดิม



(16)

(17)

(18 )

(19)
(16 – 19) หมากเหลืองตัดใบ ปลูกในโรงเรือน คลุมซาแรน ครับ ใบเขียวเป็นมัน ไร้หนอน โดนเฉพาะ หนอนหลอด ไม่มี



(20)

(21)
(20 – 21) นี่เป็นเล็บครุฑตัดใบครับ....ใบสวยมัน เขียวขจี ไร้เพลี้ยแป้ง หมดจดจริงจริ๊ง.....


สำหรับปุ๋ย.....ผมถามน้องอ้อยแล้ว คำตอบคือ ยูเรีย กับ สูตรเสมอ หรือที่ลุงคิมบอกว่าเป็นปุ๋ยสูตรสิ้นคิด..และลองไปถามดูทุกสวนเถอะครับ ตอบเหมือนกันหมดทุกสวน...





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 18/05/2015 8:07 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 – ปลูกผักริมถนน ตอน ทุเรียนก้านยาว ลูกละ 6,000 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน


เกษตรสัญจร 9 – ปลูกผักริมถนน ตอน ทุเรียนก้านยาว ลูกละ 6,000





(1) ลูกหนึ่งติดราคา 5,000 อีกลูกหนึ่งติดราคา 6,000






(2) พวงนี้ 4 ลูก 15,000 ฐานกรุณา คิดลูกละ 3,750 แต่ต้องยกทั้งพวงนะจ๊า....






(3) อุ๊แม่จ้าว ท้าวพญาแล.....จองหมดแล้ว ยังไม่รู้เลยว่าลูกละเท่าไหร่....


ไม่ได้บอกให้เชื่อ....แต่กรุณาดูด้วยความพิจารณา อย่าเพิ่งเชื่อ.....



http://thaiinfonet.com

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 21/05/2015 3:00 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 – ปลูกผักริมถนน (ตอน) นมสด - น้ำมะพร้าว ภาค 2 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม คุณ RUT และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 – ปลูกผักริมถนน นมสด - น้ำมะพร้าว ภาค 2

D1-A3-B1(L1-R12.1) นมสด – น้ำมะพร้าว ภาค 2

(ไม่ต้องสงสัยคำว่า D1 - A3 - B1(L1 - R12.1) มันเป็นรหัสที่เก็บข้อมูลของผม ซึ่งมีมันแยะมาก บางครั้งลงเรื่องแล้วย้อนกลับไป หาไม่เจอว่าอยู่ตรงไหน เลยลองใส่รหัสนี้ดู เผื่อค้นหาในคราวหน้า จะได้ค้นหาง่ายขึ้นหน่อย)




(1) ทุเรียนพันธุ์อะไรครับลุง...


ผมได้ตอบข้อข้องใจของคุณ RUT เกี่ยวกับ นมสด กับน้ำมะพร้าว (ทั้งน้ำอ่อนและน้ำแก่)มาบ้างแล้ว

คราวนี้ขอสาธยาย ร่ายยาวต่อ (ยาวมากครับ....ไม่สนครับว่า คนถาม จะถามทิ้ง ถามขว้าง จะเข้ามาอ่านหรือไม่) เพราะมีสมาชิกที่สนใจ ใฝ่รู้ อีกมากมายหลายคนเข้ามาอ่าน

คุณถามคำถาม ผมตอบมาแล้วคุณเงียบหาย จากกระทู้นี้ ก็ไปถามกระทู้อื่นต่อไปอีก ตอบมาแล้วคุณก็เงียบหาย.....

แต่ก็ดีนะ เพราะเมื่อคุณถาม ผมตอบมาแล้ว สมาชิกท่านอื่น ๆ เข้ามาอ่าน บังเอิญเค้าต้องการอยากรู้เรื่องนั้น ๆ อยู่พอดี ก็จะเป็นประโยชน์กับเค้าไปโดยปริยาย...

ผมไม่ได้บอกว่าผมเก่งนะ แต่ผมคิดว่า จากประสบการณ์ที่เคยทดลองทำใช้ และจากที่ผมค้นหามาตอบมันอาจจะไม่ถูก แต่ก็ไม่น่าจะผิด เพราะคำตอบในเรื่อง

เกษตร มันผันแปรได้....เช่นว่า วิธีอย่างนี้ ผมทำที่บ้านผม มันดี แต่ไปทำบ้านคุณมันอาจไม่ดีก็ได้......

ดิน น้ำ บ้านผม pH 7.0 ส่วนบ้านคุณ pH 8.0 หรือ 6.0 แบบนี้มันก็คุยกันคนละเรื่องเดียวกันแล้วคุณ


ต่อคำถามที่ว่า
ลุงแดงเล่นตอบกระทู้แบบนี้ สมช.หน้าใหม่ก็กระเจิงสิครับ 555 .............
สมช.หน้าใหม่ เขาเพิ่งมาก็อาจไม่รู้จักนิสัยลุงแดง ทำให้เขาจากไปไม่กลับเข้ามาถามอีก ทำให้เขาพลาดโอกาสดีๆ ที่จะได้เรียนรู้

ขอบอก......
เว็ปลุงคิม มีสมาชิกประจำ 3,700 คนนิด ๆ ส่วนสมาชิกจร ทั่วโลกเป็นล้าน
และผมเคยบอกนะว่า ผมนำข้อมูลของผม มาเก็บไว้ในในเว็ปลุงคิม เพื่อหนี ไวรัส ในคอมพิวเตอร์ เวลา ไวรัสลงเครื่องคอม ต้องล้างเครื่องใหม่ ข้อมูลหายหมด เอามาฝากเก็บในนี้ อบอุ่น....ปลอดภัย ใครเข้ามาอ่าน ก็ถือว่าได้ประโยชน์ร่วมกัน....

คุณ กิมเล้ง แกไปชมสวนไม้ใบ ระดับ Big Bag … Big M มาแล้ว ทำไมแกปล่อยโอกาสทองให้หลุดมือไป ทำไมไม่ถามเค้าในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้ สวน Big ระดับนั้นสำหรับคนคิดจะปลูกไม้ประดับ เดินเข้าไป ไม่ต้องถามก็รู้แล้วว่า ...สภาพภูมิทัศน์ เป็นอย่างไร ชื้นแบบอบอ้าว ลมพัดเย็นสบาย หรือ ฯลฯ ...เค้าให้น้ำต้นไม้วันละกี่เวลา ต้นไม้แต่ละอย่าง สภาพความเป็นอยู่ไม่เหมือนกัน ต้อง ถาม ๆๆๆๆ จดๆๆๆๆ ถ่ายรูปๆๆๆๆ ....ต้องจดหรือจำไว้ว่า แต่ละรูปตั้งแต่ รูปที่ 1 จนถึงรูปสุดท้าย อะไรเป็นยังไง...

กรณีของน้องอ้อย ผมคุยกับแกแล้ว แกได้แต่อมยิ้ม ไม่ได้พูดว่า จะอะไรยังไง ผมก็ต้องเฉย แต่ผมก็ได้สอบถามแทบจะทุกแง่ทุกมุม และบอกแล้วว่า อยากรู้อะไรถามมาเลย แม้ผมไม่ใช่เจ้าของสวน ตรงไหนตอบได้ ผมจะตอบ ตรงไหนตอบไม่ได้ จะถามน้องอ้อยให้ โดยตัวไม่ต้องมา เพราะมันไกล กำแพงแสนกับสวนน้องอ้อย ไปกลับก็เกือบ 100 กิโลแล้ว

ในการนำเสนอเรื่องของน้องอ้อย ตอนที่ 1 และ 2 ผมคิดว่า ผมลงรูปที่ค่อนข้างมีรายละเอียดเกือบจะทุกขั้นตอนของการทำไม้ตัดใบแล้วนะ การนำเสนอของผม รูปค่อนข้างแยะ เพราะต้องให้มีรายละเอียดมากที่สุดในทุกแง่มุมมอง เวลาคุณดู อย่าแค่ดูผ่าน ต้องดูให้ถึง กึ๋น เรียกว่า ต้องมี กึ๋น ในการดู คือดูแล้วรู้ว่า เค้าทำอะไร ทำยังไง

อีกอย่างนึง ผมถือคติว่า อยากได้ลูกเสือ ต้องเข้าถ้ำเสือ ถ้าไม่กล้าเข้าถ้ำเสือ ทำตัวเป็นแก้วเนื้อบาง โดนนิดเดียวแตกเป๊ะ ก็อดได้ของดี ….

จะเล่าให้ฟัง (เรื่องจริงหรือไม่จริงก็ได้ เพราะเป็นเรื่องเล่า)...ถ้าไปเจอพ่อตาหวงลูกสาว หวงนักหวงหนา ไม่มีใครกล้าเข้า....เรื่องแค่นี้ไม่ยากถ้ารักจริง(พี่อย่าทิ้งน้องนะ ...เออน่า เออน่า....พี่โดนน้องทิ้งทุกราย)

...ถ้าเจอพ่อตาแบบนี้ ร้อยทั้งร้อยทุกราย.....กลัวเมียชิบโหงเลย...Sure

วิธีของผม.....เข้าทางแม่ยายซีครับท่าน ...ดักตอนแม่ยายไปจ่ายตลาด Fin ที่ซู๊ด ต้องใช้ทั้งเทคนิค และแทคติค ...แล้วก็บางครั้ง ลูกสาวเค้าจะมากับแม่เค้าด้วย(พ่อตาดุแบบนี้ ลูกสาวจะไม่ไปกับพ่อหรอกครับ)......ต้องทำไม่รู้ไม่ชี้ เข้าไปทักทายเลย ทักทายแม่นะครับ ไม่ต้องทักหรือคุยกับลูกสาวห้ามขาด(รายละเอียดและข้อมูลทางวิชาการ ถาม คิมซากัสส์ ครับ เหอ ๆๆๆๆ )

....ขอให้ได้คุยกับแม่ยาย ..รับรอง..ไม่เกิน 3 ครั้ง ถ้าเข้าไปคุยในบ้านไม่ได้ จะนอนให้เหยียบ..

...ข้อแม้ ต้องเข้าไปแบบ คน นะครับ คือ มีสัมมาคาราวะ สุภาพอ่อนน้อมถ่อมตน อย่าคุยโวโอ้อวดเป็นอันขาด....เรื่องอื่นภายหน้า ค่อยว่ากันภายหลัง...

และสำหรับผม....ถ้าไปเจอว่าเค้ามีคู่หมั้นคู่หมาย รักชอบพอกับใครแล้ว.....ด้วยศักดิ์ศรีลูกผู้ชาย เดินร้องเพลงออกมาเลย......ถอยยยย ดีกว่า....ม่ายอาววววว ดีกว่า.....หาใหม่ข้างหน้า ดีกว่า.....

คนทำเกษตร ถ้าไม่กล้า ไม่แกร่ง ไม่อดทน ...เลิกทำเกษตร ไปแคะขนมครกขายได้เลย....

พืชผักผลไม้ ต้องทำตามฤดูกาล คุณจะปลูกอะไรซักอย่าง กลัว ๆ กล้า ๆ ไม่กล้าทำ ไอ้โน่นก็ไม่กล้า ไอ้นี่ก็ไม่กล้า....ก็จบแค่นั้น

ทำเกษตร ถ้าไม่แกร่ง หนักไม่เอา เบาไม่สู้ เจอไอ้โน่นก็ ยี๊ แหวะ เจอไอ้นี่ก็ ยี๊ แหวะ...ก็เลิกทำเกษตร ไปทำอาชีพอื่น.....ที่ไม่ต้อง ยี๊ ไม่ต้อง แหวะ

ทำเกษตร ถ้าไม่อดทนต่อทุกสภาพกาลอากาศ..ทำไปก็อายฟ้าดิน....ขายที่ทิ้งไปเลย ...ฝนตก โดนฝนเดี๋ยวเป็นหวัด....หนาวว่ะ นอนห่มผ้าดีกว่า แดดร้อนชิบเป๋ง ขอพักอีกหน่อย ....แบบนี้.เลิกทำ....เพราะต้นไม้ โดนฝน โดนหนาว โดนร้อน มันรอไม่ได้ ต้องแก้ไขทันที

นี่แหละครับ คำตอบแบบ ขวานผ่าซาก ...สะใจมั๊ยล่ะ

สิ่งที่ผมอยากรู้ คงพอ ๆ กับที่ลุงคิม ก็คงอยากรู้ว่า สมาชิกที่ถาม ๆ กันมา เมื่อตอบแล้ว เอาไปลงมือทำกันบ้างหรือเปล่า และเมื่อตอบมาแล้ว ก็ไม่มีใครส่งข่าวให้รู้ว่าที่ตอบมา เอาทำไปแล้วได้ผลเป็นประการใด แต่ละคนเงียบหายไปไหนกันหมด ....เพราะนั่นคือสิ่งที่คนตอบคำถามอยากจะรู้

อย่างไรก็ตาม ขอขอบคุณ ที่มีคำถาม ทำให้สมาชิกประเภท รักเขาข้างเดียว(แอบเข้ามาอ่านอย่างเดียว)ในเว็ปลุงคิม สดใสขึ้นอีกแยะเลย.....


(คุณ)จะเข้ามาถามเกี่ยวกับเรื่องน้ำมะพร้าวแก่ ที่ลุงเคยพูดในครั้งที่แล้ว
ว่ามันช่วยในเรื่องของการงอกของเมล็ด แล้วมันยังนำไปใช้ประโยชน์อะไรได้อีกเกี่ยวกับการเกษตร

และอีกเรื่องหนึ่ง เรื่องนมสดที่ใช้ฉีดกับพืชผัก ผมจำได้ว่าลุงคิมกับลุงแดงเคยพูดถึง แต่ จำรายละเอียดได้ไม่หมด

อยากให้ลุงแดงสาธยายอย่างละเอียดให้ฟังอีกสักครั้ง
(ผมค้นในเว็บ แล้วหาไม่เจอ จำได้ว่าลุงคิมเคยพูดถึงว่ามีคนที่ปทุม เคยใช้ผสมกับปุ๋ยที่เลิกผลิตแล้วฉีดผัก ........กับลุงแดงใช้นม ก้นกระป๋อง ที่เหลือจากการชงกาแฟ

ขออย่างละเอียดหน่อยนะครับ ทั้งเรื่องน้ำมะพร้าวและนมสด)

พอดี มือและแขนของไม่ค่อยดี ขี้เกียจพิมพ์....ขอคัดลอกจาก KASETLOONGKIM.Com มาให้อ่านก็แล้วกัน มาจากตรงไหน ตอนไหน ขี้เกียจอ้างอิง เพราะคุณเขียนบอกว่า

จำรายละเอียดได้ไม่หมด ค้นในเว็บ แล้วหาไม่เจอ

ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันว่า มาจากตรงไหน เพียงแต่ผมหาเจอ เอามาให้สมาชิกอ่านได้ก็แล้วกัน.... (ขอบคุณครับลุงคิม..ขออภัยจริง ๆ ..แบบนี้เค้าเรียกว่า...คอยทีเผลอ หรือ นักปราชญ์ก็รู้พลั้ง... เชื่อหรือไม่เชื่อ ตามใจ แล้วคอยดูต่อไป คงเห็นนนนนน.....)

สาระสำคัญของ มหากาพย์ เรื่องนี้ ขอจับความตั้งแต่....ทศพักตร์ เอ๊ย คิมซากัสส์ สาธยายไว้ว่า(คุณมองหาคำว่า น้ำมะพร้าว กับ นมสด ให้ดี ๆ ก็แล้วกัน)


เกษตรบทที่ 11.
สูตรระเบิดเถิดเทิง เรียกว่า "ปุ๋ยอินทรีย์ชีวภาพ" ได้เต็มปากเพราะ : ผ่านการตรวจจากกรมวิชาการเกษตรมาแล้ว 3 ครั้ง
เป็นอินทรีย์เพราะทำจาก กุ้งหอยปูปลาทะเล เลือด ไขกระดูก ขี้ค้างคาว นม น้ำมะพร้าว
เป็นอินทรีย์เพราะมีจุลินทรีย์สารพัดชนิด พิสูจน์จากส่วนผสมที่ถูกย่อยสลาย

ในเลือดมี N P K Fe
ในไขกระดูกมี N P K Ca S
ในขี้ค้างคาวมี P K
ในนมมี P K Ca Mg Zn
ในน้ำมะพร้าวมี P Zn ไซโตไคนิน กลูโคส

สารอาหารในอินทรียวัตถุที่นำมาทำ มีสารอาหาร มาก/น้อย ต่างกัน :
ผักผลไม้ ........ น้อยสุด หรือน้อยกว่าหอยเชอรี่
หอยเชอรี่ ....... มากกว่าผักผลไม้ แต่น้อยกว่าปลาน้ำจืด
ปลาน้ำจืด ...... มากกว่าหอยเชอรี่ แต่น้อยกว่าปลาทะเล

หรือจากมากสุดไปหาน้อยสุด คือ กุ้งหอยปูปลาทะเล - ปลาน้ำจืด - หอยเชอรี่ - ผักผลไม้

ข้อมูลทางวิชาโภชนาการระบุชัดเจนว่าในปลาทะเลมี แม็กเนเซียม. สังกะสี. โซเดียม ซึ่งในปลาน้ำจืดไม่มี


เกษตรบทที่ 12.
หมักนานข้ามปี :
หมักนาน 3 เดือน ได้ธาตุหลัก
หมักต่ออีก 3 เดือน ได้ธาตุรอง
หมักต่ออีก 3 เดือน ได้ธาตุเสริม
หมักต่ออีก 3 เดือน ได้ฮอร์โมน

ฮอร์โมนที่ได้ ฟลาโวนอยด์, โพลิตินอล, ควินนอยด์, จิ๊บเบอเรลลิน, ไซโตไคนิน, ท็อกซิก
ระหว่างการหมักไม่ปิดฝา เพื่อให้จุลินทรีย์ที่ปากถังได้รับอ๊อกซิเจน
ระหว่างการหมักไม่คน เพื่อให้จุลินทรีย์ประเภทไม่ต้องการอากาศที่ก้นถังไม่โดน
อากาศ
จุลินทรีย์ประเภทไม่ต้องการอากาศมีพลังในการย่อยสลายสูงกว่าจุลินทรีย์ประเภทต้องการอากาศ

เกษตรบทที่ 13.
วิธีหมัก :
หมักแยก :
1.กุ้งหอยปูปลาทะเลบดละเอียด 20 กก. + กากน้ำตาล 5 กก. + น้ำหมักเก่า 5 ล.
หมักนาน 3 เดือน ใส่น้ำมะพร้าวจนเต็มถังที่หมักขนาด 200 ล. หมักนานข้ามปี .... ได้น้ำหมักชีวภาพเปล่า พร้อมผสมต่อ

2. เลือด 200 ล. + กากน้ำตาล 5 ล. + น้ำหมักเก่า 5 ล. หมักนานข้ามปี ....
ได้เลือดเปล่า พร้อมผสมต่อ

3. ไขกระดูก 200 ล.+ กากน้ำตาล 5 ล. + น้ำหมักเก่า 5 ล. หมักนานข้ามปี ....
ได้ไขกระดูกเปล่า พร้อมผสมต่อ

4. ขี้ค้างคาว 20 กก.+ กากน้ำตาล 5 ล. + น้ำหมักเก่า 30 ล. หมักนานข้ามปี ....
ได้ขี้ค้างคาวเปล่า พร้อมผสมต่อ

5. นม 100 ล.+ กากน้ำตาล 5 ล. + น้ำหมักเก่า 5 ล. หมักนานข้ามปี.. ได้นมเปล่า พร้อมผสมต่อ

ใช้รวม :
น้ำหมักชีวภาพเปล่า 180 ล. + เลือดเปล่า 5 ล. + ไขกระดูกเปล่า 5 ล. +
ขี้ค้างคาวเปล่า 5 ล. + นมเปล่า 5 ล. ได้น้ำหมักชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิงเปล่า
200 ล, พร้อมใช้ หรือปรุงต่อ

อินทรีย์ เคมี :
สูตรระเบิดเถิดเทิงเปล่า + แม็กเนเซียม. สังกะสี. รอง/เสริม. ฮิวมิก เป็นตัวคงที่
+ธาตุหลักตามพืช ได้ "ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรระบิดเถิดเทิง อินทรีย์-เคมี"


เกษตรบทที่ 14.
น้ำหมักชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิงเปล่า แม้สมบูรณ์แบบด้วยวัสดุส่วนผสมที่มีสารอาหารพืชมาก และกรรมวิธีในการทำต้องตามหลักวิชาการที่ยืนยันได้ ถึงกระนั้นชนิดและปริมาณสารอาหารก็ยังถือว่าน้อย

น้ำหมักชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิงเปล่า จากถังหมัก มีโมเลกุลขนาดใหญ่ต้องให้ทางดินเท่านั้น

หากต้องการให้ทางใบต้องทำการปรับโมเลกุลให้เป็นโมเลกุลเดี่ยว เรียว่า อะมิโนโปรตีน ก่อน


เกษตรบทที่ 15.
พืชบางชนิดที่พอเพียง ก็ใช้ได้เลย เรียกว่า อินทรีย์ชีวภาพ
แต่พืชบางชนิดที่ไม่พอเพียง ก็ให้ + เพิ่มปุ๋ยเคมี เรียกว่า อินทรีย์นำ เคมีเสริม ตามความเหมาะสม

ตัวอย่าง .... ระหว่าง :
ผักกินใบ (ผักกาดผักคะน้า) กับ พริกมะเขือ กินผล กับ มะม่วง ทุเรียน .... หรือ
มะม่วงทะวาย มีลูกหลายรุ่นบนต้น กับมะม่วงปี มีลูกรุ่นเดียว ............... หรือ
ลำไยอายุต้น 5 ปี กับลำไยอายุ 50 ปี มีลูกบนต้นเหมือนๆกัน ............ หรือ
ไม้ผลยืนต้น ปีที่แล้วให้ผลผลิตมาก มาปีนี้ต้องให้มากขึ้น


เกษตรบทที่ 16.
เกษตรไม่ใช้ปุ๋ยเคมี ทำได้โดยใช้ "น้ำหมักชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิงเปล่า" ปรับโมเลกุลให้เป็นโมเลกุลขนาดเล็ก ผ่านปากใบได้ เรียกว่า "อินทรีย์เกาะขอบ" แล้วให้ทั้งทางใบและทางรากควบคู่กันทุก 5-7 วัน เสริม/สลับ ด้วยฮอร์โมนธรรมชาติที่มีโมเลกุลขนาดเล็กผ่านปากใบได้

ฮอร์โมนธรรมชาติ ได้แก่ นมสด น้ำมะพร้าว น้ำคั้นหัวไชเท้า น้ำคั้นเมล็ดเริ่มงอก น้ำคั้นผักสด ฯลฯ

เรื่องนี้ยาวต้องหาเวลาว่ากันต่างหาก

เกษตร "อืนทรีย์ตกขอบ" หมายถึงการใช้น้ำหมักชีวภาพที่ไม่มีสาร หรือมีสารอาหารน้อย ...กรรมวิธีการหมักไม่ถูกต้อง เหม็นเน่า มีหนอนเกิดขึ้น และไม่มีการ + ปุ่ยเคมี


เกษตรบทที่ 23.
นี่แหละ LEARNING BY DOING ทำตามลุงคิมบอก :

ทำปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิง :
น้ำหมักชีวภาพเปล่า 10 ล. + เลือดเปล่า 1/2 ล. + ไขกระดูกเปล่า 1/2 ล.
+ ขี้ค้างคาวเปล่า 12/ ล. + นมเปล่า 1/2 ล.
ได้น้ำหมักชีวภาพ สูตรระเบิดเถิดเทิงเปล่า 10 ล. พร้อมใช้ หรือปรุงต่อ

อินทรีย์ เคมี :
สูตรระเบิดเถิดเทิงเปล่า + แม็กเนเซียม. สังกะสี. ธาตุรอง/เสริม. ฮิวมิก เป็นตัวคงที่ + ธาตุหลักตามพืช ได้ "ปุ๋ยน้ำชีวภาพ สูตรระบิดเถิดเทิง อินทรีย์ – เคมี"

ทำไบโออิ :
น้ำปรับ พีเอช + แม็กเนเซียม (น้ำ) + สังกะสี อะมิโน คีเลต (คีเลต)
+ ทีอี (อีดีทีเอ) + ไบยูเรต + คาราเมล .... ได้ไบโออิ พร้อมใช้งาน

ที่มาของสูตรไบโออิ : สถานีพืชสวนพลิ้วจันทบุรี แนะนำให้ใช้เพียง แม็กเนเซียม
+ สังกะสี เท่านั้น ผสมใช้ครั้งต่อครั้งสำหรับไม้ผลทุกชนิดในเขตจันทบุรี (ทุเรียน
เงาะ มังคุด ลองกอง สละ)


เกษตรบทที่ 24.
"ฮิวมิค" เป็นสารอินทรีย์ ได้จากถ่านหินชั้น 14 ซึ่งไม่มีน้ำมัน ใช้เป็นเชือเพลิงไม่ได้
เอามาบดระดับเม็ทซ์ มีธาตุ C H O N S เป็นองค์ประกอบ บำรุงรักษาดิน
ปรับปรุงคุณภาพของดิน ให้อุ้มนํ้า ระบายอากาศดี

อเมริกานิยมใช้ปรับปรุงดินพืชไร่ ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วไร่ (เหลือง เขียว แดง) ข้าวสาลี


เกษตรบทที่ 25.
วัดค่า พีเอช น้ำ ที่จะใช้ผสมปุ๋ย
7.0 = กลาง, ต่ำกว่า 7.0 = กรด, สูงกว่า 7.0 = ด่าง

น้ำในบ่อ ปลาว่ายน้ำระรี้ระริกดี นั่นคือ น้ำเป็นด่างอ่อนๆ (8.0 - 8.5)
น้ำในบ่อ ปลาลอยหัวงับอากาศ นั่นคือ น้ำเป็นกรดอ่อนๆ ถึง กรดมาก
น้ำบนดิน ไม่มีปลา แต่มีหญ้าทรงกระเทียมเจริญเติบโตดี นั่นน้ำเป็นกรด

กรด + ด่าง = เกลือ + น้ำ ...ภาษาเคมีว่า "เป็นกลาง" ...ภาษาชาวบ้านว่า "เสื่อม"

ยาฆ่าหญ้า .................... เป็นกรด
สารเคมียาฆ่าแมลง ............ เป็นกรด
ปุ่ยเคมี ........................ เป็นกรด

สัจจะธรรม :
คนขาย ยาฆ่าหญ้า-ยาฆ่าแมลง-ปุ๋ยเคมี ไม่เคยบอกคนใช้ว่า ยาฆ่าหญ้า เป็นกรดนะ !
คนใช้ ยาฆ่าหญ้า – ยาฆ่าแมลง - ปุ๋ยเคมี ไม่เคยถามคนขายว่า เป็นกรดมั้ย ?

N. เหลือตกค้างในดินเนื่องจากพืชเอาไปใช้ไม่หมดจะกลายเป็น Nitrate/Nitrite
Nitrite/Nitrate เป็นกรดจัด เรื่องนี้คนขายไม่บอก คนใช้ก็ไม่ถาม ไม่ระวังไม่สนใจ


เกษตรบทที่ 26.

เก็บตก :-
ทำเองไม่ได้เพราะ ปัญหาและวิธีแก้ปัญหา :
ปัญหา : หาซื้อวัสดุส่วนผสมไม่ได้ ........ แก้ปัญหา : ให้ร้านสั่งให้
ปัญหา : ร้านไม่สั่งให้ ..................... แก้ปัญหา : ให้สหกรณ์ที่บ้านสั่งมาขาย
ปัญหา : บริษัทขายส่ง ไม่ขายปลีก ....... แก้ปัญหา : รวมกลุ่มซื้อมาแบ่งกัน
ปัญหา : จำข้อมูลได้ไม่หมด .............. แก้ปัญหา : สอบถามซึ่งกันและกัน
ปัญหา : บ้านอยู่ไกลกันรวมกลุ่มไม่ได้ .... แก้ปัญหา : ไม่ต้องรวมตัวแต่รวมใจ โทรถึงกัน
ปัญหา : พื้นที่น้อย ทำน้อยไม่คุ้ม ......... แก้ปัญหา : ซื้อ
ปัญหา : เวลาเรียนน้อย .................. แก้ปัญหา : มาเรียนซ้ำหลายๆเที่ยว
ปัญหา : พื้นฐานภาษาอังกฤษไม่ดี ........ แก้ปัญหา : ให้ลูกหลานบอกสอน
ปัญหา : ทำขายคนไม่ซื้อ ................. แก้ปัญหา : โฆษณา ประชาสัมพันธ์
ปัญหา : ทำแล้วมีสารอาหารน้อย ......... แก้ปัญหา : ใส่เพิ่มสารอาหารเคมี
ปัญหา : ทำแล้วมีกลิ่นเหม็น .............. แก้ปัญหา : เททิ้ง ทำใหม่
ปัญหา : น้ำหมักฯ เก็บนานเท่าไหร่ ....... แก้ปัญหา : หลายๆ ๆๆ ปี
ปัญหา : ไบโออิ เก็บนานเท่าไหร่ .......... แก้ปัญหา : ข้ามปี
ปัญหา : เมื่อไรเปิดสอนอีก ................ แก้ปัญหา : ถามตัวเอง ถามคนนั่งข้างๆ
ปัญหา : มือใหม่ยังไม่แม่นสูตร ............. แก้ปัญหา : เปิดโผทำ ปรึกษากลุ่ม
ปัญหา : ฯลฯ ............................. แก้ปัญหา : ฯลฯ

อยากดูสปริงเกอร์ .................. O.K. พอมีเวลา
ขอซื้อหม้อปุ๋ย ..................... ไม่ขาย แต่ให้ทำเอง จะได้รู้มันทำงานยังไง
อยากทำแคลเซียม โบรอน ......... เวลาคงไม่พอ
อยากรวมกลุ่ม ไม่มีสถานที่ ........ ใช้สถานที่ไร่กล้อมแกล้ม, บ้านคุณสมชาย
ที่มาเรียนแล้ว มีใครทำบ้าง ......... ไม่ทราบ เพราะเขาไม่ได้แจ้ง เดาว่าไม่มีใครทำ
หาเลือดสัตว์ได้ที่ไหน .............. โรงฆ่าสัตว์ (ทำลาบเลือด) ตลาดสด (เลือดไก่ผัดเต้าหู้)
หาไขกระดูกได้ที่ไหน ............... โรงงานทำกระดูกป่น
ปุ๋ยทางใบ ให้ทางราก ได้ไหม ....... ได้ ดีด้วย แต่แพง
ปุ๋ย ดี/ไม่ดี ดูยังไง ................... ละลายน้ำ ดูกาก (กากน้อย=ดี, กากมาก=ไม่ดี)
ปุ๋ยเป็นกรดทุกตัวไหม .............. เฉพาะที่ใช้ 0-42-56 เป็นด่าง นอกนั้นเป็นกรด
ทำไมคนไม่ทำปุ๋ยใช้เอง ............. ไม่ทราบ ไปถามเขาเอง
ทำไมคนไม่ติดสปริงเกอร์ ........... ไม่ทราบ ไปถามเขาเอง


มีคนเคยเป็นครู ลาออกมาดูแลแม่ป่วย ทำธุรกิจเกี่ยวกับสำปะหลัง...
ถามก่อนคุย ว่า :
รู้จักเว้บลุงคิมมั้ย ? ............. คำตอบ ไม่รู้จัก
รู้จักวิทยุ AM ลุงคิมมั้ย ? ...... คำตอบ ไม่รู้จัก
รู้จักวิทยุ FM ลุงคิมมั้ย ? ...... คำตอบ ไม่รู้จัก
รู้จักชื่อลุงคิมมาก่อนมั้ย ? ...... คำตอบ ไม่รู้จัก

แล้วมึงมากับเค้าได้ยังไงวะเนี่ย
ก็อยากจะมา จะทำไมล่ะ....


ว่าด้วยนมสด
(1) 04/08/10
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1156&highlight=%BB%D8%EB%C2%B9%C1%CA%B4


(2) 21/04/15
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=4925&highlight=%CE%CD%C3%EC%E2%C1%B9


(3) 13/01/13 ที่รวม สูตรลับจากไร่กล้อมแกล้ม
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=3257&highlight=%E0%A1%C9%B5%C3%CA%D1%AD%A8%C3

.....เขียนกันไป ลอกกันมา ...ยาวว่ะเฮ๊ย........

ท้ายที่สุด ขอย้ำ ซ้ำอีกครั้ง
(ขอบคุณครับลุงคิม..ต้องขออภัยจริง ๆ..แบบนี้เค้าเรียกว่า...คอยทีเผลอ หรือ นักปราชญ์ก็รู้พลั้ง... เชื่อหรือไม่เชื่อ ตามใจ แล้วคอยดูต่อไป คงเห็นนนนนน.....)

เอวังก็มีด้วยประการ ฉะนี้ ฯ แล

ปลูกผักริมถนนยังไม่จบจร้า....มีเรื่องอีกแยะเลย.........
คราวหน้า ว่าด้วย....ขายขี้ยังรวยได้เลย หรือจะคุยเรื่อง ปลูกพริกเล่น ๆ กันดีกว่า



ขอบคุณครับลุง


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
RUT
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 25/03/2015
ตอบ: 20

ตอบตอบ: 21/05/2015 3:23 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดึครับ ลุงคิม ลุงแดง และเพื่อนสมช.ทุกท่าน

ลุงคิมครับ ผมขอใช้สิทธิ์พาดพิงด้วยครับ 555

การที่ลุงแดงกล่าวหาว่าผมเข้ามาถามปัญหา แลัวหายเงียบไปเลยนั้นไม่จริงครับ ผมยังเข้า
มาเป็นอีแอบอ่านกระทู้อยู่แทบทุกวันครับ เพียงแต่ว่าช่่วงนี้งานผมยุ่งเพราะสวนพริกที่บ้าน

ผมทำท่าจะแย่ครับ เนื่องจากอากาศร้อนมาก ต้องรดน้ำเช้าเย็นกันเลยที่เดียว แล้วตอนนี้
ผมได้เพิ่มรอบกลางวันเข้าไปด้วย (แอบหนีเจ้านายมา) อย่างที่บอกผมเป็นเกษตรกร
วันหยุดครับ

เรื่องบางเรื่องที่ถามลุงคิม ลุงแดงไปก็เลยยังไม่คืบหน้า เลยไม่รู้จะกลับมาตอบว่ายังไงดี ยกตัวอย่างแค่เรื่องสปริงเกอร์เรื่องเดียว ผมก็ใช้เวลาไปเป็นเดือนในการทำปรับปรุง
แก้ไขตามที่เล่าไว้ในกระทู้ "มือใหม่หัดปลูกพริก" ครับ Very Happy

ส่วนบางครั้งเรื่องที่ลุงแดงฝากเอาไว้ให้เอาไปคิด ยอมรับว่า ยังไม่มีกึ๋นพอที่จะมองอะไรออกครับ คงต้องรบกวนให้ลุงคิม ลุงแดง และเพื่อนสมาชิกท่านอื่นช่วยชี้แนะครับ และถ้าไม่เป็นการรบกวนสมาชิกท่านอื่นจนเกินไป ผมก็อยากให้ลุงแดงเล่าเรื่องปลูกพริกครับ

ขอบคุณครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 25/05/2015 12:14 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9–ปลูกผักริมถนน ตอน คนทำเกษตร ต้องแกร่ง และอดทน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม คุณ RUT และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9–ปลูกผักริมถนน ตอน คนทำเกษตร ต้องแกร่ง และอดทน

D1 – A10.3 – 1.4(3.1) คนทำเกษตร ต้องแกร่ง และอดทนต่อทุกสภาพกาลอากาศ

คุณ RUT บ่นให้ฟัง......
เพียงแต่ว่า ช่วงนี้งานผมยุ่ง ..... สวนพริกทำท่าจะแย่ครับ เนื่องจากอากาศร้อนมาก ต้องรดน้ำเช้าเย็นกันเลยที่เดียว แล้วตอนนี้ ผมได้เพิ่มรอบกลางวันเข้าไปด้วย อย่างที่บอก ผมเป็นเกษตรกรวันหยุดครับ

ผมอ่านแล้วก็.....เห็นใจ เกษตรกรวันหยุด ครับ ..อาทิตย์นึงได้เห็นพืชผลที่ตัวเองปลูกแค่ครั้งสองครั้ง......แต่เมื่อมีใจรักเกษตร ...ต้องแบ่งเวลาจากงานประจำ มาดูแลเรื่องเกษตรให้ได้ มิฉะนั้น พัง.....ไม่เข่าอ่อน ก็เข่าทรุด....หรือนั่งกอดเข่า แล้วก็ใช้หัวเข่าเช็ดน้ำตา

แต่ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานเกิน 3 เดือน พริก มะเขือของคุณจะไม่ร้อน แต่จะร่มรื่น ชื่นอารมณ์สมอุรา เพราะจะมีใบกล้วย หรือใบตอง ยืดเยื้อ ยาวย้วย ออกมาคลุมทั้งพริกและมะเขือจนมืดมิด คราวนี้จะร่มเย็นสบาย......

ทำเกษตร ต้องอดทนต่อทุกสภาพกาลอากาศ....ฝนตก ก็ต้องออก แดดออก ก็ต้องลุย จะหนาวแค่ไหนก็หยุดไม่ได้ เพราะต้นไม้ โดนฝน โดนหนาว โดนร้อน มันรอไม่ได้ ต้องแก้ไขทันที ...คุณอาจจะกล้า แต่ยังไม่บ้าพอ หรือบ้าไม่พอ.....


เมื่อตอนนู้น ผมกลับจากงาน ไม่ว่าจะดึกแค่ไหน เปลี่ยนชุด ไฟฉายติดหน้าผาก แบตเตอร์รี่คาดเอว ถือสปอตไล้ท์เล็ก ๆ อีกดวง(ไฟแรงจ้ามาก ส่องเข้าตาคน หน้ามืดก็แล้วกัน) มีดกะเหรี่ยงเหน็บหลัง ไม้ตะพดปลายเป็นง่ามสองแฉกแบบง่ามหนังสติ๊ก รองเท้านินจาสูงเกือบถึงเข่า..

ต่อจากนั้น ก็ลุยเข้าสวนเพื่อดูว่า ไอ้ต้นที่เราปลูก มันเป็นยังไงมั่ง เพื่อมีอะไรที่ต้องแก้ไข จะได้ทำได้ทันท่วงที...ยิ่งเป็นหน้าฝน ต้องคอยดูระดับน้ำว่า สูง ต่ำ ดำ ขาว อย่างไร .........ยุงกัดรึ.....กย. หรือไม่ก็สเปรย์กันยุง ช่วยได้ ครับ....ทำทุกวันมั๊ย ไม่ทุกวันครับ มันเป็นความรู้สึกที่ต้นไม้ที่เราปลูกมันตอบสนองเราเอง หรือมันเป็น Sence อย่างหนึ่งเช่นว่า เอ....วันก่อนเห็นอีดงนี้มันมีอาการแปลก ๆ แบบนี้ ต้องเข้าไปดูให้รู้แน่ …………….นี่แหละครับ คนไม่บ้าไม่กล้าทำ


เรื่องบางเรื่องก็เลยยังไม่คืบหน้า เลยไม่รู้จะกลับมาตอบว่ายังไงดี
ยกตัวอย่างแค่เรื่องสปริงเกอร์เรื่องเดียว ผมก็ใช้เวลาไปเป็นเดือนในการทำปรับปรุงแก้ไข


อย่าว่าผมสอนหนังสือสังฆราชเลยนะ ระบบน้ำของคุณตามในรูป ขอฟันธงว่า เป็นระบบตามใจคน ไม่ตามใจพริก



(1) ปั๊มชักตัวนี้ ปกติน้ำจะแรงมาก ถึงจะแก่ แม้จะเก่า วิ๊น(Whell) ที่ใช้ คงเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง แต่ถ้านำมาใช้กับระบบ สปริงเกลอร์ น่าจะต้องเปลี่ยน วิ๊น ทั้งสองตัว เพื่อเพิ่มให้มีแรงอัดน้ำมันมากขึ้น




(2) หัวสปริงเกลอร์ที่คุณใช้ เหมาะสำหรับใช้พ่นปุ๋ยทางใบ หรือพ่นกล้าต้นไม้ระยะเพาะชำ มากกว่าที่จะนำมาใช้กับการให้น้ำพืชตามปกติ ปั๊มที่ใช้ก็จะต้องใช้ชนิดแรงดันสูง เพื่อดันให้น้ำออกมาเป็นฝอย เมื่อน้ำอยากจะออก แต่ออกได้น้อย มันจะเกิดแรงต้านย้อนกลับ Feed Back กลับไปที่ปั๊ม

ลุงคิมบอกว่า เพลี้ยไฟ ไรแดง มันจะมาตอนเที่ยงวัน ถ้าคุณจะเปิดน้ำตอนเที่ยง น้ำที่ค้างท่อจะร้อนมาก น้ำที่ออกมาตอนแรก ๆ คือน้ำร้อนค้างท่อ มันจะไม่ลวกใบพริกของคุณหรือครับ....



(3) หัวสปริงเกลอร์ตามสวนที่เค้าใช้กัน จะป็นแบบ ปีกผีเสื้อ ให้น้ำในบริเวณกว้าง ประมาณ 1 เมตรถึง 1 เมตรครึ่ง เปิดน้ำ 5 นาทีก็เพียงพอต่อการให้น้ำ 1 ครั้ง เปียกยังกับพญานาคพ่นน้ำ

แต่หัวที่คุณใช้เปิดน้ำ 20 นาทีผมว่าน้ำไม่พอกับความต้องการของต้นไม้ ....ภาษาท้องถิ่นแถวบ้านผมเค้าเรียกว่า เปียกแค่หมายี่ยวรด....

การคว่ำหัวลง เป็นการจำกัดบริเวณที่ให้น้ำ แทนที่จะกระจายกว้าง กลับแคบลง และกรณีใช้มอเตอร์ตัวเดียวกันตามในรูป การเปิดปั๊มน้ำ 5 นาที กับเปิดปั๊ม 20 นาที ค่ากระแสไฟ 5 นาที กับ 20 นาที จะต่างกันแค่ไหน 4 เท่าเลยนะครับ




(4) กรณีที่ต้องการคุมการกระจายของน้ำให้น้อยลง ...วิศวกร คิดหนัก วิศวเกิน คิดไม่ออก แต่วิศโว๊ยบอก สบายมาก ดัดแปลง ทำเองไม่ต้องซื้อ ...ทำง่าย ๆ แบบนี้ น้ำจะกระจายรัศมีแคบลงก็ประมาณเนื้อที่ 1 เมตรละนะไม่ถึง 5 นาทีก็โชกแล้ว ….ดัดแปลงใช้ฝา อิชิกลวง ส่วนฝา อิชิตัน ส่งไปชิงโชค .....


ส่วนบางครั้งเรื่องที่ลุงแดงฝากเอาไว้ให้เอาไปคิด ยอมรับว่า ยังไม่มีกึ๋นพอที่จะมองอะไรออกครับ คงต้องรบกวนให้ลุงคิม ลุงแดง และเพื่อนสมาชิกท่านอื่นช่วยชี้แนะครับ

จะให้ ลุงคิม ลุงแดง หรือให้เพื่อนสมาชิกชี้แนะ กรุณาเน้นย้ำ ระบุตัวตนให้ชัดแจ้ง.....พูดเหวี่ยงแหแบบนี้ บอกตามตรง....ข้าน้อยมิบังอาจ อายอ่ะ

และถ้าไม่เป็นการรบกวนสมาชิกท่านอื่นจนเกินไป ผมก็อยากให้ลุงแดงเล่าเรื่องปลูกพริกครับ

เพื่อให้การดำเนินเรื่อง ต่อเนื่องแบบ Smooty
…. เรื่องเล่า การปลูกพริก ผมจะนำเสนอในกระทู้ 4890 "มือใหม่หัดปลูกพริก" ครับ …กระทู้นั้นจะได้เดินต่อ ....ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นกระทู้แห้งตาย....แค่เรื่องเล่าเท่านั้นนะ.....





(5) ..เมื่อลุงคิมเคยบอกว่า ปุ๋ยลุงคิม ไม่ใช่ของวิเศษ ถ้างั้น ก็จะไปใช้ปุ๋ยลุงคิมทำไมล่ะ ใช้ปุ๋ยทิดแดงก็ได้.......

22 พค.58 พอดีได้นมสดมาขวดนึง เลยนึกอยากจะพ่นปุ๋ยนมสด เล่น ๆ ส่วนผสมแบบคนบ้า มีอะไรบ้างล่ะ ทำง่าย ๆ อย่าไปเยอะ...

ก็มี..นมสด ... เครื่องดื่มบำรุงกำลัง ลิโพ กระทิง บาวแดง..ใช้เพียงอย่างใดอย่างหนึ่งเพียงอย่างเดียวนะน้องนะ ในรูปโชว์ให้เห็นเท่านั้น....แอลกอฮอล์ ....สารสกัดน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว.....ซองสีเขียว ..T/E ธาตุรอง / ธาตุเสริม ...ซองสีส้ม เหล็กคีเลท แล้วก็ถ้วยตวงกับสลิ้งค์ ฉีดยาพร้อมหลอดดูด....ก็มีแค่นี้




(6)

(7)
(6 – 7) ธาตุรอง / ธาตุเสริม มีส่วนผสมอะไรบ้าง อ่านเอาเองน้อง ตามนั้น...1 ซอง / น้ำ 20 ลิตรนะจ๊ะ




(8 ) เหล็กคีเลทจ้า 1 ซอง / น้ำ 20 ลิตรเช่นกัน ทีนี้
ถ้าใช้เขียว 1 ซอง ส้ม 1 ซอง รวม 2 ซอง ก็ต้องผสมน้ำ 40 ลิตรถูกป่ะ....เง็ง



(9) แอลกอฮอล์ กำจัดเพลี้ยอ่อน.. ใครใช้แอลกอฮอล์อะไรผมไม่รู้ จะเป็นแอลกอฮอล์ล้างแผล ก็ได้ แอลกอฮอล์ผสมเซลแลค ..เมททิลแอลกอฮอล์ หรือ เอทิลแอลกอฮอล์ ก็ได้อีกนั่นแหละ แต่ผมใช้ ISOPROPYL ALCOHOL…(ไอโซโปรปีล แอลกอฮอล์) ...บอกแล้วไงว่า คนบ้าใช้ของไม่เหมือนใคร....



(10) สารสกัดน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวหมักระยะสั้นสุด ๆ ได้ผลแบบสุด ๆ มีพวกยีสต์ผสมด้วย ข้าวหมากธรรมดา ที่ไม่ธรรมดา เพราะมันหมักไว้เกินกำหนด
คั้นเอาแต่น้ำมาใช้ (แต่ไอ้ตู่ มันกินน้ำนี้เข้าไป หัวทิ่มบ่อกลับบ้านไม่ได้ก็แล้วกัน – เชื่อเลยกรูไอ้ตู่เมาน้ำข้าวหมาก) ใช้น้ำหมักข้าวหมาก เมื่อผสมกับแอลกอฮอล์มันจะ ซ่าส์ .... ฆ่าเชื้อไม่พึงประสงค์ที่มองด้วยตาเปล่าไม่เห็น ประสิทธิผลดีนักแลฯ มีตำราเล่มไหนใครเค้าบอกมั๊ยล่ะ ..แต่..ในตำราลุงคิมมีนะครับ เหล่ หาดูให้ดี ๆ เถอะ จับแพะ ชนแกะ เดี๋ยวก็ได้และ.. น้ำหมักสูตร เมรัยโลยี่ ...เอิ๊ก....




(11) ผมซื้อกุ้งมาหวังจะทำกุ้งเค็ม...คิดว่าจะเอาเปลือกต้มต่อเพื่อเอาสารไคติน แทนไคโตซาน เผลอลืมปล่อยจนน้ำแห้ง กลายเป็นกุ้งแห้งไปเลย เอาไปตากแดดต่ออีกสองวัน(ลืม) ทีนี้ไม่ต้องเลย เคี้ยวกินไม่ได้ครับ เพราะมันแห้งจนแข็งโป๊ก กลายเป็นกุ้งมัมมี่ไปแล้ว เวลาจะกินต้องบี้ลอกเปลือกออก แล้วเอาแช่น้ำอุ่น พอให้เนื้อมันนิ่ม ใส่เครื่องปั่น เอามาใส่ครกตำ ใส่พริกขี้หนูแห้งลงไปหน่อย กลายเป็นน้ำพริกทิดแดง ....บีบมะนาว ใส่น้ำปลา คลุกข้าวกินอร่อยอย่าบอกใคร



(12) เช้านี้ที่บางใหญ่ ดอกอัญชัญ พริกขี้หนูแห้ง(คาต้น) ผัก 4 บาท(ผักตำลึง)ริมรั้ว



(13)

(14)
(13 – 14) พ่อ ให้หนูช่วยนะ......เชื่อผมมั๊ยว่า .เป็นการอาสาเข้ามาช่วยที่มีการวางแผนล่วงหน้ามาอย่างล้ำลึก....เพราะหลังจากเด็ดก้านเสร็จ ส่งมอบให้เจ๊รอง(ป้า) ล้างมือเรียบร้อย ....
.....พ่อ ขอ 20 จิ.....หนูจะซื้อข้าวเหนียวหมูปิ้ง......
กรูนึกแล้วไม่ผิด



(15) ฝรั่งพันธุ์เวียตนามของแท้ เพราะคนให้กิ่งพันธุ์มา เค้าบอกว่า ได้มาจากเวียตนาม เค้าว่าอย่างนั้นนะ ปลูกจนได้กินลูก





(16)



(17)



(18 )



(19)

(16 – 19) สีเนื้อเป็นสีแบบนี้ละครับ ...เมล็ดค่อนข้างใหญ่...มันเริ่มสุก กลิ่นแรง ลองชิมแล้ว รสออกเปรี้ยว บอกได้เลยว่า สู้ฝรั่งไทย ๆ ไม่ได้ ....เจ๊รองแกบอกว่า ทำน้ำฝรั่งปั่น คนกินชอบ.....เพราะฝรั่งมี วิตามิน ซี แยะ

....กลิ่นเป็นไงทิด....
....กลิ่นเหมือนฝรั่ง.....

....แล้วเจ๊กินแล้วว่า รสเป็นยังไง...
....รสเหมือนฝรั่ง....

เออว่ะ....ใช่เลย...อันว่า ฝรั่ง กลิ่นและ รสต้องเหมือนฝรั่ง ....เสียงแจ๋ว ๆ

....พ่อ หนูทำน้ำฝรั่งปั่นให้เอาป่ะ....
....ม่ายละ ไม่ชอบกลิ่น.....

....พ่อเอ็งเค้าต้องกลิ่นสวีเดน กลิ่นเนยผสมยี่หร่าโว๊ย....

ว๊าย... จากเวียตนาม ลามไปถึงสวีเดน พอแค่นี้นะครับ เดี๋ยวยาว.....รอบโลก...





(20) คนมือบอน มืออยู่ไม่สุข....ตอนกิ่งซีครับ กิ่งเดียว ตอนมันสองตุ้มไปเลย ให้สมกับคำที่ว่า คนไม่บ้า ไม่กล้าทำ....แล้วมันจะออกรากเรอะ.....





(21)



(22)

(21 - 22) ออกรากหรือไม่ออก ดูเอาเองครับ....





(หมายเหตุ) ผมลงรูปขาดไป ลงเพิ่มให้แล้วครับ

.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 25/05/2015 11:17 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
RUT
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 25/03/2015
ตอบ: 20

ตอบตอบ: 25/05/2015 7:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

สวัสดีครับ ลุงคิม ลุงแดง และเพื่อนสมาชิก

วันนี้ฝนตก ผมเลยมีเวลาว่างมานั่งคุย จริงอย่างลุงแดงว่างครับ ถ้าใจรักเกษตร ก็ต้อง

แบ่งเวลา แต่บางทีมันก็เหนื่อยจนไม่อยากทำอะไร ก็เลยมาทำตัวเป็นอีแอบ แอบอ่าน

เรื่องของคนอื่นบ้างนะครับ

ที่ลุงแดงเขียนว่า
แต่ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานเกิน 3 เดือน พริก มะเขือของคุณจะไม่ร้อน แต่จะร่มรื่น ชื่นอารมณ์สมอุรา เพราะจะมีใบกล้วย หรือใบตอง ยืดเยื้อ ยาวย้วย ออกมาคลุมทั้งพริกและมะเขือจนมืดมิด คราวนี้จะร่มเย็นสบาย......

ลุงแดงจะบอกผมว่า พริก มะเขือเป็นพืชที่ต้องการแสง 100 % พอกล้วยโตมันจะ

คลุมทำให้พริก มะเขือได้ผลไม่ดีใช่ไหมครับ มีวิธีแก้ไหมครับ


ปั๊มชักตัวนี้ ปกติน้ำจะแรงมาก ถึงจะแก่ แม้จะเก่า วิ๊น(Whell) ที่ใช้ คงเพื่อวัตถุประสงค์อย่างหนึ่ง แต่ถ้านำมาใช้กับระบบ สปริงเกลอร์ น่าจะต้องเปลี่ยน วิ๊น ทั้งสองตัว เพื่อเพิ่มให้มีแรงอัดน้ำมันมากขึ้น

ผมควรจะเปลี่ยนวิ๊นเป็นขนาดเท่าไรดีครับ

จะให้ ลุงคิม ลุงแดง หรือให้เพื่อนสมาชิกชี้แนะ กรุณาเน้นย้ำ ระบุตัวตนให้ชัดแจ้ง.....พูดเหวี่ยงแหแบบนี้ บอกตามตรง....ข้าน้อยมิบังอาจ อายอ่ะ

งั้นผมรบกวนให้ลุงแดงช่วยตอบด้วยครับ

ส่วนสูตรผสมนมสดลุงแดงยังไม่ได้บอกสรรพคุณ กับอัตราส่วนผสมของตัวอื่นๆเลยครับ เช่น นมสด น้ำข้าวหมาก แอลกอฮอล์

ขอบคุณล่วงหน้าครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 26/05/2015 1:36 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ราหูกำลังจะอมจันทร์ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม คุณ RUT และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ราหูกำลังจะอมจันทร์


เชื่อผมเต๊อะ (บอกมาแล้วรับรองได้เลยว่า)คนไม่บ้าไม่กล้าทำ….




หมายเหตุ

ในตอนท้ายของกระทู้ปลูกผักริมถนน วันที่ 25 พค.58 ผมลงรูปไม่ครบ ขาดไปหลายรูป ลงเพิ่มให้แล้วครับ....ลองไปดูซิว่า ฝรั่งเวียตนาม แท้ ๆ จากเวียตนาม สีสันเป็นยังไง.....


ผมถามคนที่เค้าเอากิ่งพันธุ์มาให้แล้ว เค้าบอกว่า เวียตนามปลูกเอาไว้เพื่อใช้ทำน้ำฝรั่งสำหรับดื่ม โดยฝรั่งมีรสออกเปรี้ยว เติมเกลือและน้ำตาลลงไปตามสัดส่วนที่เหมาะสมแล้ว จะได้น้ำฝรั่งรสชาติที่พอดี ๆ

....กาแฟสำเร็จรูป G7 ของเวียตนามมาเปิดตลาดในไทยแล้ว....น้ำฝรั่งเวียตนามกำลังจะตามมา แข่งกับ ชาขาว อิชิลวง ได้สบายมาก......ดั๋มได๋เด๋ว ด๊อกแด็ก ดู๋ดี๋ เด้งดึ๋ง .....The Last country in ASIAN is ไตลันเด๊อร์.....



และคุณ RUT มีคำถามผมเกี่ยวกับเรื่องพริก ....


ที่ลุงแดงเขียนว่า

....แต่ไม่เป็นไรครับ ไม่ต้องห่วง อีกไม่นานเกิน 3 เดือน พริก มะเขือของคุณจะไม่ร้อน แต่จะร่มรื่น ชื่นอารมณ์สมอุรา เพราะจะมีใบกล้วย หรือใบตอง ยืดเยื้อ ยาวย้วย ออกมาคลุมทั้งพริกและมะเขือจนมืดมิด คราวนี้จะร่มเย็นสบาย......


ลุงแดงจะบอกผมว่า พริก มะเขือเป็นพืชที่ต้องการแสง 100 % พอกล้วยโตมันจะคลุมทำให้พริก มะเขือได้ผลไม่ดีใช่ไหมครับ มีวิธีแก้ไหมครับ


อุ๊ยตายว๊ายกรี๊ด....ลุงคิมช่วยด้วย.....ผมไม่ได้บอกไว้ตรงไหนเลยนะว่า ....พอกล้วยโตมันจะคลุม ทำให้พริก มะเขือได้ผลไม่ดี

..แต่ผมบอกว่า...ใบกล้วย หรือใบตอง(จะ)ยืดเยื้อ ยาวย้วย ออกมาคลุมทั้งพริกและมะเขือจนมืดมิด คราวนี้จะร่มเย็นสบาย......


คำว่า ได้ผลไม่ดี....กับคำว่า ร่มเย็นสบาย...... มันคนละหมายความเลยนะครับ....ซวยละซีตู


แบบนี้จะให้เรียกว่ายังไงดี ราหูกำลังจะอมจันทร์ พอได้มั๊ง



ต่อคำถามที่ว่า มีวิธีแก้ไหมครับ....

วิธีแก้ก็คือ ถอดมันออก อย่าไปนุ่งมันซีครับ ปล่อยล่อนจ้อนไปเลย....เชื่อผมเต๊อะ (บอกมาแล้วรับรองได้เลยว่า)คนไม่บ้าไม่กล้าทำ….


เพื่อให้เรื่องมันราบรื่น และรวม อยู่ในเรื่องเดียวกัน ผมขออนุญาต ย้ายข้อมูลไปตอบในกระทู้ 4890 มือใหม่หัดปลูกพริก...นะครับ
....จะได้มีสมาชิกมาศึกษาหาอ่านในกระทู้นี้บ้าง.....ส่วนกระทู้บ้า ๆ บอ ๆ ของผม ไม่ต้องห่วง ถึงจะไม่มีใครเข้ามาอ่านก็ไม่เป็นไร เพราะบอกแล้วว่า ผมเอาข้อมูลของผม มาฝากเก็บในเว็ปลุงคิม(หนีไวรัสลงคอมน่ะครับ)



ส่วนสูตรผสมนมสดลุงแดงยังไม่ได้บอกสรรพคุณ กับอัตราส่วนผสมของตัวอื่นๆเลยครับ เช่น นมสด น้ำข้าวหมาก แอลกอฮอล์


ขออภัย ฝอยเพลิน ลืมบอก.....แปะติดไว้ก่อน.....อย่าลืมทวงถ้าผมแสร้งทำเป็น ลืม.......







(1)




(2)





(3) อย่าทำเป็นลืมรอยจารึกที่ตัวเองทำทิ้งเอาไว้....





(4) ก่อนตะวันจะลับขอบฟ้า





(5) พวกเราอยู่ตรงไหนกันบ้างล่ะครับ.....




สำหรับกระทู้ ปลูกผักริมถนนของผม มีเรื่องที่จะนำเสนอต่อคือ


ขายขี้ ก็รวยได้นะจ๊ะ

ไม่เชื่อ....

เชื่อหรือไม่เชื่อตามใจ แล้วคอยดูต่อไป คงเห็นนนน......จริงมั๊ยครับลุง...........
.





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 27/05/2015 9:42 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน เก็บขี้ขาย ยังรวยได้ เล๊ย... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน เก็บขี้ขาย ยังรวยได้ เล๊ย...

เชื่อผมเต๊อะ (บอกมาแล้วรับรองได้เลยว่า)คนไม่บ้าไม่กล้าทำ….

คนไทย ถ้าไม่เคยกินขี้ชนิดนี้ ไปลอยเรืออยู่กลางทะเลเถอะนะ..........



(1)

[img]
http://upic.me/i/nx/2ez2-.jpg[/img]
(2)


(3)


(4)


(5)


(6)


(7)
(1 – 7) ดอกที่คนไทยเรียกว่า ขี้......ดอกขี้เหล็กทั้งบานและตูม ผมพูดผิดตรงไหน.....

ขี้เหล็ก
ไม้ยืนต้น ที่นิยมนำใบและดอกมาทำเป็นอาหาร โดยการนำมา “แกง” เพราะจะได้ลดความขมลงไปได้

มีชื่อเรียกแตกต่างกันไปได้แก่ ขี้เหล็กหลวง, ขี้เหล็กเผือก (ภาคเหนือ) ขี้เหล็กใหญ่ (ภาคกลาง) ยะหา (ปัตตานี) ผักจี้ลี้ (แม่ฮ่องสอน) แมะขี้เหละ พะโคะ (กะเหรี่ยง-แม่ฮ่องสอน)
มีชื่อวิทยาศาสตร์ Cassia siamer Britt. ชื่อวงศ์ Caesalpiniaceae

ขี้เหล็ก
เป็นต้นไม้ที่มีขนาดปานกลาง - ขนาดใหญ่ มีใบเขียวตลอดปี ผลัดใบ แต่ผลิใบใหม่ไว เมื่อโตเต็มที่จะมีความสูงประมาณ 8-15 เมตร ต้นขี้เหล็กมีกิ่งก้านสาขามาก แตกออกรอบลำต้นทุกทิศทาง เรือนยอดแผ่ขยายเป็นพุ่ม

ใบ

เป็นช่อติดเรียงสลับ มีใบย่อยรูปขอบขนานแคบๆ กว้างประมาณ 1 เซนติเมตร ยาวประมาณ 3.5 เซนติเมตร รูปทรงของใบทั้งหมดเป็นรูปรีหรือรูปไข่

ดอก

สีเหลือง ออกรวมกันเป็นช่อใหญ่ ๆ ตามปลายกิ่ง

ผล

มีลักษณะเป็นฝักแบนๆ กว้างประมาณ 1.5 เซนติเมตร และยาวถึงประมาณ 30 เซนติเมตร มีสีน้ำตาล

ลักษณะเนื้อไม้
สีน้ำตาลแก่ บางคราวแก่เกือบดำ มีลายเป็นเส้นสีแก่หรืออ่อนกว่าสีพื้น เสี้ยนตรง เนื้อค่อนข้างหยาบ แข็ง เหนียว หนักมาก ทนทาน เลื่อย ไสกบ ตบแต่ง ค่อนข้างยาก ขัดชักเงาได้ดี มีความถ่วงจำเพาะประมาณ 1.18 ความทนทานตามธรรมชาติ เฉลี่ยประมาณ 9 ปีครึ่ง

การขยายพันธุ์

ขี้เหล็ก นิยมขยายพันธุ์ด้วยการนำเอาเมล็ดมาเพาะแล้วนำไปปลูก โดยจะให้เมล็ดตั้งแต่อายุ 3 ปีขึ้นไป และให้เมล็ดได้ทุกปี ฝักจะแก่พอเก็บเมล็ดได้ประมาณเดือนเมษายน-พฤษภาคม ฝักแก่จะมีสีค่อนข้างคล้ำ หรือน้ำตาลแก่

การปลูก

การคัดเลือกและเตรียมพื้นที่ปลูก มีการระบายน้ำดี โดยให้หลุมมีขนาด 30x30 เซนติเมตร ลึกประมาณ 40 เซนติเมตร ถ้ามีหญ้าแห้งหรือฟางแห้งก็ควรใส่รองก้นหลุมลงไปด้วยให้ความลึกของหลุมเหลือ 10-15 เซนติเมตร หลังจากวางกล้าลงไปแล้วให้กลบดินและเหยียบให้แน่น และควรใช้เชือกผูกกล้าไม้กับหลัก เพื่อป้องกันไม่ให้ต้นไม้ล้มและทำให้ต้นไม้ตั้งตัวได้เร็ว

การบำรุงรักษา

คอยกำจัดวัชพืชจำพวกหญ้า เพราะจะไปบดบังแสงแดดที่กล้าไม้จะได้รับ เป็นผลให้กล้าไม้แคระแกร็นหรือตายไปในที่สุด

การป้องกันโรคและแมลง

ต้องคอยระวังปัญหาเกี่ยวกับโรคและแมลงรบกวน พบว่าในระยะที่กล้าไม้มีอายุประมาณ 2-3 เดือน อาจถูกทำลายโดยหนอนผีเสื้อ หนอนผีเสื้อจะกัดกินยอดอ่อนทั้งที่เป็นต้นกล้าและที่ปลูกในสวนป่าแล้ว การป้องกันโดยการฉีดพ่นเชื้อแบคทีเรียชนิด แบคโตสปีน, อะโกนา หรือทูริไซด์ ซึ่งเชื้อดังกล่าวไม่มีสารพิษตกค้าง ไม่เป็นอันตรายต่อคนและสัตว์เลี้ยง สำหรับการป้องกันอีกวิธีหนึ่งคือ การปลูกไม้ชนิดอื่นผสมในพื้นที่เดียวกันประมาณ 2-3 ชนิด (ปลูกต้นอะไรแซม ทำไมไม่บอก นี่แหละครับนักวิชาการ...ที่ไม่บอก เพราะเค้าก็ไม่รู้เหมือนกัน)

ประโยชน์ทางด้านการเกษตร
ใบขี้เหล็กที่ร่วงหล่นบนพื้นดินจะเพิ่มปุ๋ยไนโตรเจนให้แก่ดินและปรับปรุงโครงสร้างของดิน โดยการเพิ่มอินทรีย์วัตถุในดิน เหมาะที่จะใช้เป็นพืชบำรุงดินในท้องที่ที่ดินเสื่อมคุณภาพ หรือดินเป็นทรายจัด เพราะไม้ขี้เหล็กสามารถที่จะขึ้นได้บนดินแทบทุกสภาพ

คัดข้อมูลและรูปภาพ :
http://www.dnp.go.th/
https://www.gotoknow.org/posts/504497


ปลูกขี้เหล็กขายทั้งใบและดอก ใครคิดว่า เป็นไม้พื้น ๆ กระจอก ๆ จะรวยได้ยังไง..................

นั่นมันขี้เหล็กบ้านคุณ แต่ขี้เหล็กบ้านผม เก็บขายแล้วรวย


(8 ) กระทู้นี้ ชื่อปลูกผักริมถนน....ปลูกริมถนนจริง ๆ ครับ......
เอาเมล็ดแก่ มาโรยในแปลงเพาะ พอมันงอกขึ้นเป็นต้น สูงซักคืบมือ ก็ขุดเอามาปลูก ที่เห็นนี่ ปลูกกันริมถนน ห่างกันต้นละ 80 เซ็นต์ ถึง 1 เมตร พอมันสูงประมาณหัวเข่า ก็ตัดยอดออก(ขายมีดแรก) ปล่อยให้มันแตกกิ่งก้านสาขา มันจะมียอดมีใบอ่อน พอยอดสูงประมาณ หน้าอก ....ลุยตัดยอดออกมาเลย สั้นยาวช่างมัน เดี๋ยวไปตัดแต่งเอาตอนมัดกำ


(9) ฝั่งตรงข้าม เป็นสวนกล้วยไม้


(10)


(11)


(12)


(13)
(10 – 13) ยอดอ่อนแบบนี้ ตัดลุย หอบออกมาเลย แต่ก่อนนี้ พวกผู้ดีตีนแดง เล่นตัว จะกินขี้เหล็กต้องกินหน้ามีดอก......ตอนนี้ แม่ค้าบอกว่า ยอดอ่อนมีเท่าไหร่ รับไม่อั้น แกงออกมาเป็นแกงขี้เหล็กแล้ว ใครไม่กินก็ช่างเค้า ขายคนอื่นที่อยากกินได้ก็แล้วกัน.....


(14) ตัดแยกเฉพาะยอดอ่อนที่คิดว่าแกงกินได้

....เคยเจอบางเจ้า ใบอ่อน ใบแก่ เอามาแกงหมด กินเข้าไป มีแต่เสี้ยน....เพราะเจอใบแก่…..จากนั้นมาก็เลิกซื้อ แล้วไม่ขายยอดอ่อนให้ด้วย....แค่บอกคำเดียวว่า.... ไม่พอส่ง....ใครจะว่าผม


(15) ส่วนที่เป็นดอก แต่ก่อนนี้ ต้องเด็ดเอาเฉพาะดอกตูม ดอกบานไม่เอา เดี๋ยวนี้ ทั้งดอกตูมและดอกบาน ขายได้ไม่มีเหลือ หน้าแล้งแบบนี้ ใครมีดอก แม่ค้าแย่งกันยังกับมอญแบ่งศพ


(16) ตัดแยกเฉพาะส่วนที่เป็นดอกออกมาแล้ว.....


(17) กำออกมาให้ดูเป็นตัวอย่าง.. แยกกำดอก กับกำใบ.....ใบ กำละ 10 บาท ...ดอก หน้าแล้งไม่ค่อยมี แต่ที่สวนนี้มี เพราะ ไทเป.....ดอกหน้าแล้ง กำละ 20 ..

ตัด ขี้เหล็กขาย ง่ายกว่าตัดชะอม เพราะมันไม่มีหนาม วันละ 50 กำ ไม่ทันถึงเที่ยงก็เสร็จ อาบน้ำแต่งตัว ออกไปนั่งเล่นที่สามแยกปากหมา ศาลาตอแหล๋ หาข้อมูลและข่าวสารได้แล้ว.....


(18 ) ส่วนดอกที่มันร่วง ทิ้งไปก็เสียดาย เอาโกยใส่โคนต้นไม้ กลายเป็นปุ๋ยพืชสด


(19) ส่วนที่เป็นใบ ก็กอบใส่โคนต้นไม้ ก็กลายเป็นปุ๋ยพืชสด เช่นกัน เอา 30-10-10 ผสมน้ำรดซะหน่อย เผลอ ๆ ลืม ๆ เดี๋ยวก็เปื่อยไปหมด

ปลูกขี้เหล็ก ไม่ต้องลงทุนมาก ปุ๋ยทางดิน ไม่ต้องเพราะใบที่ร่วงหล่น จะกลายเป็นปุ๋ย

หลังตัดยอด ให้ปุ๋ยทางใบ ไบโออิ + ยูเราก้า....อย่างละฝาโค๊ก / น้ำ 20 ลิตร พ่นให้เป็นฝอยตอนลมสงบนะครับ เพราะใบขี้เหล็ก ไม่จับน้ำ เหมือนใบบอน ที่พ่นเป็นฝอยตอนลมสงบ เพื่อให้ปุ๋ยเข้าปากใบมากที่สุด

สารเคมี ยาฆ่าแมลง สนุมไพร ชิดซ้าย ไม่ต้องใช้ เพราะขี้เหล็ก มีสารป้องกันแมลงอยู่ในตัวอยู่แล้ว ไอ้ที่นักวิชาการพูดว่า มีโรคนั้นโรคนี้ ...อย่าไปเชื่อ มันตอแหล๋ทั้งนั้นแหละ ว่าแต่ว่า เคยเห็นต้นขี้เหล็กจริง ๆ และ เคยกินแกงขี้เหล็กหรือเปล่า เท่านั้น.....ร่ายงานตามข้างบน เพื่อลอกเอาไปส่งครูเท่านั้น ของจริง มาดูได้ ริมถนนจากคลองซอย ไปคลองเจ๊ก...ของ OTOP หนึ่งเดียวในตำบล


ถ้าเราปลูกซัก 350 ต้น 1 ต้นได้ครั้งละ 1 กำ ทะยอยเก็บครั้งละ 50 ต้น วันละ 50 กำ 7 วัน 350 ต้น 350 กำ หมุนเวียนกันไป ......

เก็บทุกวันเลยรึ.......บ้าซีคุณ.....ใครจะบ้าเก็บทุกวัน มันต้องมีพัก มีหยุดกันบ้าง งานบวช งานแต่ง งานตาย งานขอสมา เพราะหนีตามกันไป......เรื่องจริงนะครับ

...นี่ก็จองตัวผมกับเจ๊รองไว้แล้ว งานขอสมา .เบื่อว่ะ ..ทีเวลาเอ็งหนีตามกันไป เอ็งไม่เรียกไม่ชวนกูบ้างเลย.....พอจะสมากัน มาเดือดร้อนกู ทุกที

คุณไม่คิดจะปลูก ขี้ ไว้ขายบ้างหรือครับ.....และขอร้อง หมดสมัยแล้ว ที่จะพูดว่า
ปลูกแล้วหนูจะเอาไปขายใครที่ไหนล่ะ

ต้องถามคนในกระจกอย่างที่ลุงคิมพูดบ่อย ๆ ละครับ....เหอ ๆๆๆๆ


ยังไม่จบนะ...........



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ampolk
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 14/01/2013
ตอบ: 54

ตอบตอบ: 02/06/2015 2:33 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม,น้าแดงและ สมช.ทุกๆท่านครับ

น้าแดงครับ ขี้เหล็กบ้านน้ายอดอวบอั๋น น่าเอามาแกงดีจังเลยครับ แกงใส่ปลาแห้งย่าง รสชาดอย่าบอกใครเชียวนะครับ

อำพล เกษตรกรฝึกหัดครับผม


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 02/06/2015 5:22 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน จะทำสาวผักหวานบ้าน... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และเพื่อนสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.



เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน จะทำสาวผักหวานบ้าน...



พืชคลุมดิน ป้องกันหญ้า รักษาระบบนิเวศน์ – ผักหวานบ้าน




เชื่อผมเต๊อะ (บอกมาแล้วรับรองได้เลยว่า)คนไม่บ้าไม่กล้าทำ….


นาน ๆ คุณ Ampolk จะโผล่เข้ามาทักทายกันซะที ...ตอนนี้อยู่บ้านไหนล่ะท่าน หระรี หรือ บางปะอิน คนมีหลายบ้านต้องถามกันก่อนว่าอยู่บ้านไหน....เผื่อมีโอกาสผ่านมาจะได้หาอะไรปาหลังคาบ้านได้ถูก..

...แต่ แถว บางปะอินไม่ค่อยกล้าผ่านยามวิกาล กลัวโดนขว้างกระจกรถ ตามด้วยไข่เน่า.....


ขอบคุณที่ชมว่า ขี้เหล็กบ้านผมยอดอวบอั๋น....ถ้าเห็นคนเก็บแล้วจะหนาว ทั้งอวบ ทั้งอั๋น ทั้งอูมบวมเต่งตึง ยังไม่รู้ว่าตอนตาย จะหาโลงใส่ได้ป่ะเลย ขนาดนะ XXLL… 4 คนไม่น่าจะแบกไหว....... ขี้เหล็กบ้านผมกินอร่อยนะ แกงทั้งใบทั้งดอก ใส่ปลาแห้ง หรือเนื้อย่าง เคี้ยวมันดีพิลึกละ ไม่มีขมลิ้น ... จะเอาเมล็ดไป หว่านนนนน มั่งมั๊ยล่ะ


วันก่อนนู๊น คุณ Wit IT จาก เมืองมะขาวหวาน โทรมาคุย...ลงท้ายถามหา ผักหวานบ้าน ยังมีอยู่รึเปล่า ที่เคยให้ไปปลูก เจอแล้ง แห้งตายไปซะแล้ว..เน้นย้ำซะด้วยนะว่า ขอพันธุ์สายน้ำผึ้งนะ

ผมไม่เคยบอกใครนะว่ามีผักหวานบ้านพันธุ์สายน้ำผึ้ง แกรู้ได้ไงวะ.....เกือบจะช้าไปแล้วมั๊ยล่ะต๋อย.....เพราะผมกำลังจะทำสาวอยู่พอดี...เลยต้องเบรกไว้ก่อน ขืนเอาไปชำตอนร้อนตับแล่บแบบนี้ รับรองได้กินผักหวานแห้งแน่ ๆ อดใจรอหน่อยนะโยม


เวลานี้ดงผักหวานบ้านของผม ต้องเรียกว่า ดง เพราะมันอยู่ใน ดง จริง ๆ ปล่อยหญ้าขึ้นคลุมเอาไว้แบบอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม....เดี๋ยวอีกหน่อยฝนลงค่อยตัด เรื่องจะให้ฉีดยาหญ้านั้น ไม่เป็นไรลืมเสียเถิด ......


พูดถึงวิธีกำจัดหญ้า ลุงคิมเคยบอกวิธีกำจัดหญ้าแบบธรรมชาติ

ให้เลี้ยงห่าน ..แกบอกว่า .. ห่านดินกินหญ้า ห่านฟ้ากินยุง….ขอต่อท้ายให้อีกนิดว่า.... ถ้าอยากให้อิ่มอร่อยพุง ต้องกินห่านพะโล้ อะหย่อยอย่าให้เซ่ด.......


ก่อนที่จะโดน.....ไปดูผักหวานในดงหญ้ากันดีกว่าครับ.





(1)



(2)



(3)



(4)



(5)



(6)



(7)



(8 )



(9)



(10)



(11)

(1 – 11) ....ระยะหลังผมอยู่บ้านบ้าง ไม่อยู่บ้าง เดินสายตลอด จำเป็นต้องปล่อย ถ้าตัดหญ้าโล่ง หญ้าตาย ผักหวานคงแห้ง(ตาย)ไปด้วย เพราะมันร้อนและแล้ง....ก็เลยปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ ให้หญ้าขึ้นคลุมดินเอาไว้ แต่พอหญ้าสูงเกินไป ก็ตัดยอดหญ้าออกซะที ต่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ก็อยู่กันได้สบาย ตามสภาพแวดล้อมในอ้อมกอดของธรรมชาติ ก็เป็นอย่างที่เห็น ๆ นี่แหละ.....





(12) ว๊าย อีแอบ.....เปล่า ไม่มีอะไร ไม่ใช่อะไร เอารูปมาให้ดูเฉย ๆ ....แค่ผักหวานบ้านธรรมดา ๆ เท่านั้น.....หลังจากทำสาวแล้ว รดน้ำใช้ชุ่มโชก รดปุ๋ยทางดิน ฉีดพ่นอะไรต่อมิอะไรของลุงเข้าไปทางใบ ปื๊ด สอง ปื๊ด เดี๋ยวมันก็จะแตกยอดออกมาเป็นแบบนี้.....





(13) ก็ไม่มีอะไรอีกนั่นแหละ....เพียงแต่จะบอกว่า หลังเปิดเทอมใหม่ได้อีกไม่นาน ก็คงจะมีการไหว้ครู ดอกเข็มบ้านผม สำหรับเด็กนักเรียนไหว้ครู อนุญาตเอาไว้แล้ว ผมจะอยู่หรือไม่อยู่ เก็บเอาตามใจชอบ อย่างน้อย ผมก็มีส่วนในการได้ไหว้ระลึกถึงครูไปกับเด็ก ๆ ด้วย .

...ปาเจรา จริยาโหนติ .....คุรุตะรา นุสาสะการ ปัญญาวุฒิ กะเรเต เต ทินโนวาเท นะมามิหังฯ

นึกถึงแล้ว อยากกลับไปเป็นเด็กบ้างมั๊ยครับ เนาะ



รายการ สีสันชีวิทไทย ก็แบบนี้แหละครับ...ไอ้โน่นนิด ไอ้นี่หน่อย.....แต่รับรองว่า งที่ผมแนะนำมานี่นะ พืชทำเงินทั้งนั้นแหละ ปลูกง่าย ๆ ดูแลง่าย ๆ ไม่เปลืองปุ๋ย ได้เน็ต ๆ คิดง่าย ๆ ขี้เหล็ก กำละ 20 ผักหวานบ้าน กำละ 30 ยังมีผักตำลึงข้างรั้วอีก กำละ 230 เหมือนกัน ของพวกนี้ ต้นทุนกี่สตางค์


เคยเห็นการขยายพันธุ์ตำลึงโดยไม่เพาะเมล็ดมั๊ย......ใจเย็น ๆ เดี๋ยวมีรูปทำให้ดู


เชื่อผมเต๊อะ บอกมาแล้วรับรองได้เลยว่า คนไม่บ้าไม่กล้าทำ….



.


ตอนหน้า...ผักหวานจากการเพาะเมล็ด.......




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ampolk
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 14/01/2013
ตอบ: 54

ตอบตอบ: 02/06/2015 5:32 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครัลลุงคิม,น้าแดงและสมช.ทุกๆท่านครับ

น้าแดงครับ วันธรรมดาอยู่นวนคร ส่วนเสาร์-อาทิตย์ กลับสระบุรีไปหาลูกสาวครับ เกษตรกรวันหยุดครับ 55555

อำพล เกษตรกรฝึกหัดครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 04/06/2015 12:38 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ไข่ใครคิดว่าไม่สำคัญ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และเพื่อนสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ไข่ใครคิดว่าไม่สำคัญ


ความน่ารัก จากเปลือกไข่


เชื่อผมเต๊อะ บอกมาแล้วรับรองได้เลยว่า คนไม่บ้าไม่กล้าทำ….



รูปุดนี้ไม่มีคำอธิบาย......ดูจากรูปแล้ว ทำเองได้ไม่ยาก ถ้าคุณคิดจะทำ






(1)




(2)



(3)



(4)



(5)



(6)






.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 09/06/2015 3:56 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ถ้าไม่บอกจะรู้มั๊ยว่า นี่คือใ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ถ้าไม่บอกจะรู้มั๊ยว่า นี่คือในวังสวนจิตรลดาฯ

ดูเอาไว้ให้เป็นบุญกับสายตา ชื่นชมในพระบารมี จำเอาไปใช้เป็นแบบอย่าง จะได้หมดหนี้สินกันซะที....
วันนี้ จะพาไปดูพืชผักในวังสวนจิตรลดา....ที่น้อยคนนัก จะได้มีโอกาสเข้าไปเดิน(รวมทั้งผมด้วย)


(1) ถ้าไม่บอก คนไทยจะทราบมั๊ยว่าภาพนี้คือภายในวังสวนจิตรฯ? นี่แหละวังในหลวงของคนไทยไม่มีทีใดในโลกเสมอเหมือน

จากการที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดชฯ เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมพสกนิกรในพื้นที่ต่าง ๆ ด้วยมีพระราชประสงค์ที่จะเห็นประชาชนอยู่ดีมีสุขตามสมควรแก่อัตภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ประกอบอาชีพทางด้านเกษตรกรรม ซึ่งถือว่าเป็นอาชีพหลักของประเทศ จึงทำให้เกิด “โครงการส่วนพระองค์เกี่ยวกับการเกษตร สวนจิตรลดา” ภายในบริเวณพระตำหนักจิตรลดารโหฐาน อันเป็นราชฐานที่ประทับในปีพุทธศักราช ๒๕๐๔

โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา มีวัตถุประสงค์ในการดำเนินงาน เพื่อศึกษา ทดลองและวิจัยหาวิธีแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับงานทางด้านการเกษตรต่างๆ เช่น การปลูกข้าว การเลี้ยงโคนม การเพาะพันธุ์ปลานิล และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งผลการศึกษาสามารถนำมาประยุกต์ใช้เป็นแบบอย่างในการนำไปปฏิบัติตาม นอกจากนี้ยังเป็นการดำเนินการโดยไม่มุ่งหวังผลตอบแทน จึงมีโครงการที่ตั้งขึ้นเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของราษฎร เช่น เมื่อเกิดปัญหาน้ำนมดิบล้นตลาด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้สร้างโรงนมผงขึ้น เพื่อแปรรูปน้ำนมดิบให้เก็บไว้ได้นาน โดยพระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เป็นทุนในการก่อสร้าง และยังมีการตั้งศูนย์รวมนม เพื่อรับซื้อน้ำนมจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมอีกด้วย



วัตถุประสงค์
โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา มีวัตถุประสงค์หลักในการดำเนินงานอยู่ 3 ประการ คือ
เป็นโครงการศึกษาทดลอง
เป็นโครงการตัวอย่าง ให้ผู้ที่สนใจสามารถเข้ามาทำการศึกษา เพื่อสามารถนำกลับไปดำเนินการเองได้
เป็นโครงการที่ไม่หวังผลตอบแทน (เชิงธุรกิจ)

(2) สมาชิกชมรมคนรักในหลวง 3 จังหวัดเดินทางมาเยี่ยมชม”โครงการส่วนพระองค์ในสวนจิตรฯ”
วันนี้ 26 ชมรมคนรักในหลวงจังหวัดสุราษฎร์ธานี
พรุ่งนี้ (27) ชมรมคนรักในหลวงจังหวัดยโสธร
วันมะรืน (2Cool ชมรมคนรักในหลวงจังหวัดมุกดาหาร

การจะได้เข้าเยี่ยม “บ้านพ่อ” ต้องจองคิวกัน “ข้ามปี” เพราะพสกนิกรต่างรอที่จะเข้าไปศึกษาเรียนรู้ “สิ่งที่พ่อทำ” และ “พระราชวังที่แปลกที่สุดในโลก” นั่นเอง

ผมมีโอกาสติดตามชมรมคนรักในหลวงเข้าไปเยี่ยมชมและทำข่าวหลายครั้ง…ชอบที่ทำนาหรือ “นาของพ่อ” มากที่สุด

ชมรมคนรักในหลวงในปีนี้ขยายตัวออกไปมากมาย เข้าใจว่าจะมีการจัดตั้ง”ชมรมคนรักในหลวง” เพื่อทำกิจกรรม”รักในหลวง” ตามแนวทางของมูลนิธิบุคคลพอเพียงมากกว่า 50 จังหวัด

บทความเก่าๆ เก็บเอามาฝาก
วันอาทิตย์ ที่ 11 มีนาคม 2555


(3) ถ้าไม่บอก คนไทยจะทราบมั๊ยว่าภาพนี้คือภายในวังสวนจิตรฯ? นี่แหละวังในหลวงของคนไทยไม่มีทีใดในโลกเสมอเหมือน

Posted by Canไทเมือง ,
ผม (แคน ไทเมือง) ห่างหายจากการรายงานความเคลื่อนไหวทางการเมืองในสัปดาห์นี้… โดยเฉพาะการชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯ เพราะไปติดตามงานเชื่อมร้อยเครือข่าย “ชมรมคนรักในหลวง” ทั่วประเทศ โดย “คณะบุคคลพอเพียง”ซึ่งมีวัตถุประสงค์น้อมนำแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงลงสู่การปฏิบัติ โดยไม่แยกสีแยกเหล่า แยกพรรคการเมืองทั้งหลายทั้งปวงกลุ่มคณะบุคคลพอเพียงหวังเพียงให้ประชาชนในทุกชุมชนน้อมนำแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ในชีวิตประจำวันเท่านั้น อย่างน้อยก็เชื่อว่าจะทำให้ประชาชนที่ยังช่วยตัวเองไม่ได้ ต้องพึ่งพาคนอื่นทำให้ขาดความอิสระในการตัดสินใจต่าง ๆ จะได้มีหลักคิดที่จะใช้ชีวิตอย่างพอเพียงและจะได้มีความเป็นอิสระสามารถยืนบนขาของตนเองได้อย่างยั่งยืน

ในปีนี้คณะบุคคลพอเพียงมุ่งหวังจัดตั้งและเชื่อมร้อยประชาชนหัวใจพอเพียงให้ได้อย่างน้อย 10 จังหวัด

ผมได้ปวารณาตัวขอติดตามคณะบุคคลพอเพียงไปร่วมสังเกตการณ์ในทุกจังหวัด ด้วยจิตสำนึก”รักในหลวง” และพร้อมปกป้องสถาบันในทุกวิถีทาง ทราบว่าทางคณะบุคคลพอเพียงได้เดินทางไปจัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการดำเนินการตามปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงโดยให้ทั้งความรู้ทั้งภาควิชาการและภาคปฏิบัติ โดยใช้วิทยากรในท้องถิ่นทั้งที่เป็นปราชญ์ชาวบ้าน หรือคณาจารย์จากมหาวิทยาลัยในท้องถิ่น ผู้นำชุมชนที่ประสบความสำเร็จจากวิถีพอเพียงมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกัน

จากนั้นประธานชมรมคนรักในหลวงจะนำสมาชิกคนรักในหลวงในจังหวัดต่างๆ ไปเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาหรือศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงที่สมาชิกสนใจ

วันศุกร์ที่ผ่านมา ชมรมคนรักในหลวงจังหวัดพิษณุโลกเลือกที่จะเดินทางเข้าเยี่ยมชมโครงการวิจัยของในหลวงภายในวังสวนจิตรฯ หลังจากที่ได้รับความรู้จากการสัมมนาที่จังหวัดของตนเองแล้ว เมื่อได้เยี่ยมชมโครงการต่างๆในวังสวนจิตรฯต่างก็ได้รับความรู้ประทับใจในงานตามแนวพระราชดำริและตั้งใจว่าจะนำความรู้และตัวอย่างต่างๆ ที่ได้เรียนรู้ทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติไปทำจริงในบ้านและชุมชุนของตนเอง และจะแนะนำเพื่อนบ้านขยายแนวคิดช่วยตนเองตามแนวเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

จนกว่าชุมชนของตนเองจะพึ่งพาตนเองได้อย่างทรนงองอาจไม่ตกเป็นทาสของแนวคิดอื่น ๆ
อีกทั้งปวารณาตนที่จะยืนยันยืนหยัดปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ด้วยชีวิต


http://www.oknation.net/blog/canthai/2012/03/11/entry-5



(4) สมาชิกชมรมคนรักในหลวงทุกคนดีใจมากที่ได้เข้าเยี่ยมชมโครงการสาธิตในวังสวนจิตรฯ ครั้งหนึ่งในชีวิต


(5) รับฟังการบรรยายจากเจ้าหน้าที่ที่ให้ความรู้อย่างไม่เห็นแก่เหน็ดเหนื่อย


(6) บ่อปลานิลภายในวังสวนจิตรลดา


(7) จากแปลงนา หลังเกี่ยวปรับเป็นแปลงปลูกพืชล้มลุกหมุนเวียน


(8 ) แปลงสาธิตการปลูกพืชหมุนเวียน ใช้พื้นที่ให้มีประสิทธิภาพการใช้ที่ดินและให้ผลสูงสุด


(9) ชมรมคนรักในหลวงชมโรงสีต้นแบบบริเวณหน้าโรงสี พร้อมเข้าชมการสีข้าว แยกแกลบไปทำถ่าน


(10) โรงเพาะเห็นหลินจือ ที่ทรงคุณค่า ราคาดี


(11) กรรมวิธีการทำถ่านแท่งจากแกลบที่ได้จากโรงสี


(12) น้ำผลไม้ผลิตได้อย่างมีคุณภาพ รวมทั้งผลิตภัณฑ์อื่นๆ มากมาย ขาดไม่ได้คือการเลี้ยงวัวนม


(13)

(14)
(13– 14) รงงานผลิตนมเม็ด การเพาะพันธุ์พืช ดอกไม้ โรงงานเทียน ฯลฯ



(15) กษัตริย์เกษตร.....................พระองค์เดียว หนึ่งเดียวในโลก

ขอขอบคุณ : แคน ไทเมือง



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 15/06/2015 8:02 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ปักชำกิ่งผักหวานบ้าน... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และเพื่อนสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.
เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ปักชำกิ่งผักหวานบ้าน...

ตัดกิ่งผักหวานบ้านมาปักชำ

เมื่อหลายวันก่อน คุณ Wit IT จาก บึงสามพัน เมืองมะขาวหวาน โทรมาคุย...ถามหา ผักหวานบ้าน เน้นย้ำซะด้วยนะว่า ขอพันธุ์สายน้ำผึ้งนะ แกรู้ได้ไงว่ามีผักหวานบ้านพันธุ์สายน้ำผึ้ง

เมื่อวันที่ 1 มิย.58 ผมตัดกิ่งทำสาวให้แตกยอดใหม่ จากนั้นผมเอากิ่งมาตัดแล้วปักชำ...


(1) กิ่งผักหวานบ้าน ปักชำเมื่อ 1 มิย.58 ถึงวันนี้ 15 มิย.58 ผ่านไป 15 วัน ก็เริ่มแตกยอดอ่อนให้เห็น


(2)

(3)
(2 – 3) ยอดอ่อนผักหวานบ้าน หลังปักชำ 15 วัน รออีกซักระยะ เพื่อให้รากเจริญวัยดีซะก่อน จึงค่อยเอาปลูกลงดิน.....


(4) 15 มิย.58 ตัดกิ่งเพื่อปักชำรุ่นใหม่


(5) ปักชำใส่ถุงทิ้งเอาไว้ อีก 15 วันดูผลครับ....



@ คุณ Wit IT อ่านหลังไมค์ด้วยครับ ...

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
ampolk
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 14/01/2013
ตอบ: 54

ตอบตอบ: 16/06/2015 4:04 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

สวัสดีครับลุงคิม, น้าทิดแดง และสมช.ทุกๆ ท่านครับ

น้าแดงครับ ชำไว้เยอะๆนะครับ เผื่อจะไปขนกลับมาลุงที่สระบุรีสัก 10-20 ต้น นะครับ

55555 สงสัยต้องเข้าถ้ำเสือแล้วแหละครับ น้าแดง

อำพล เกษตรกรฝึกหัดครับผม


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 16/06/2015 11:08 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ampolk บันทึก:
.


น้าแดงครับ ชำไว้เยอะๆนะครับ เผื่อจะไปขนกลับมาลงที่สระบุรีสัก 10-20 ต้น นะครับ

งานนี้สงสัยต้องจัดหนัก เพราะ แฟนคลับ ขอมาแยะ คุณ ampolk เตรียมที่เอาไว้ก่อนได้ จัดเต็มให้มาเลย 30 (10 - 20 ต้น)


55555 สงสัยต้องเข้าถ้ำเสือแล้วแหละครับ น้าแดง

ถ้าจะเข้าถ้ำเสือที่นี่ คงเจอ ขี้เสือ เพราะเป็นเสือ ตัวผู้ ย่ะ


อำพล เกษตรกรฝึกหัดครับผม


.



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 18/06/2015 12:54 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน กล้วยหอมแดง - มะเขือเทศดำ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน กล้วยหอมแดง - มะเขือเทศดำ


เชื่อผมเต๊อะ บอกมาแล้วรับรองได้เลยว่า คนไม่บ้าไม่กล้าทำ….



วันนี้ก็ต้องคุยเรื่อง ... กล้วยหอมแดง ก่อน ส่วนมะเขือเทศดำ ค่อยว่ากันที่หลัง....


กล้วยหอมแดง (Red Bananas) หรือที่รู้จักในชื่อ Red Dacca Bananas




(1)



(2)



(3)


(1 - 3) ผิวของผลกล้วยมีสีแดงม่วง แตกต่างจากกล้วยหอมทั่วไป ผลเล็กและมีเนื้อน้อยกว่ากล้วยหอม เมื่อผลสุกเต็มที่เนื้อจะมีสีครีมออกชมพูอ่อน มีเนื้อนุ่มและหวานกว่า มักนิยมกินกับผลราสเบอรี่ นิยมกินในแถบอเมริกากลาง แต่ผลผลิตส่วนใหญ่มาจากเอเชีย และอเมริกาใต้





(4) กล้วยหอมแดง เปลือกสีแดงจริงๆ นะครับ ไม่ใช่ กล้วยนาก อย่างที่คนไทยรู้จัก ส่วนว่าจะกินอร่อยลิ้นแค่ไหน I don’t know. เพราะยังไม่เคยกิน



ที่มา - ขอบคุณ http://www.nextsteptv.com/



.



คราวหน้า มะเขือเทศดำครับ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 20/06/2015 8:23 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน มะเขือเทศดำ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน มะเขือเทศดำ


เชื่อผมเต๊อะ บอกมาแล้วรับรองได้เลยว่า คนไม่บ้าไม่กล้าทำ….
บ้านอื่น เมืองอื่น เค้าพัฒนาการเกษตรก้าวล้ำนำหน้าไปไม่หยุดยั้ง ข้าวหอมมะลิ105 ไม่ไวแสงของไทยทำออกมาตั้งนานแล้ว ยังไม่รับรองพันธุ์ซักที.ส่งเสริมอยู่แต่ข้าว กข อยู่นั่นแล้ว เก่งแต่ กข(กินขรี้)

..ลาว เขมร เวียตนาม พม่า รามัญ เค้าก็ทำข้าวหอมออกมาขายกันให้สนุกไป วันนี้อาจยังไม่ดีพอ แต่วันหน้าไม่แน่ อาจดีกว่าของไทยก็ได้....



ไปดูมะเขือเทศดำกันดีกว่า


(1)

(2)

(3)
(1–3) คุณตาเรย์ บราวน์ วัย 66 ปี ชาวเมืองนิวตัน แอบบอท มณฑลเดวอน ของอังกฤษ ได้ทำการเพาะพันธุ์มะเขือเทศสีดำ (Black Tomato) ที่อุดมไปด้วยสารแอนโธไซยานินและสารต้านอนุมูลอิสระ ขึ้นเป็นครั้งแรกในอังกฤษ และเป็นแห่งเดียวในโลก คือ ที่ศูนย์เพาะพันธุ์ในสหราชอาณาจักร

โดยมะเขือเทศสีดำนี้มีสารต้านอนุมูลอิสระ (antioxidants) และสาร anthocyanins ที่มีคุณประโยชน์ต่อร่างกายอย่างยิ่ง และเชื่อว่ามันกำลังจะกลายมาเป็นสุดยอดผลไม้ที่มีฤทธิ์ในการต้านโรคมะเร็ง โรคเบาหวาน และโรคอ้วน อย่างมีประสิทธิภาพ

ซึ่งเรื่องราวความเป็นมาของเจ้ามะเขือเทศสีดำนี้ก็แปลกประหลาด เมื่อต้นฤดูหนาวปีที่แล้ว คุณตาได้รับพัสดุที่จ่าหน้าซองว่า 'black tomato' คุณตาพบเมล็ดมะเขือเทศมากมายในกล่อง คิดว่าต้องมีคนแกล้งอำแน่ๆ แต่คุณตาก็ทดลองปลูกก็เห็นว่ามันเติบโตแข็งแรงดี และต้องตกใจที่เห็นผลมะเขือเทศมีสีดำตรงตามที่ผู้ส่งบอก


(4)

(5)

(6)
(4–6) ถึงแม้ว่าภายนอกจะเป็นสีดำ แต่เมื่อผ่าดูข้างใน จะมีเนื้อเป็นสีแดงเหมือนมะเขือเทศปกติ และรสชาดก็เข้มข้นด้วย สามารถทานได้ปกติ



ซุปเปอร์มะเขือเทศ สีม่วงต้านมะเร็ง

(7 ) อนาคตอันใกล้ มะเขือเทศสีดำ อาจกลายเป็นผักสุดซิก เพราะล่าสุดมีนักวิจัยจากประเทศอิสราเอลคิดค้นพัฒนาสายพันธุ์ มะเขือเทศสีดำ โดยใช้สารสีสกัดจากบลูเบอร์รี่มาใส่ใน มะเขือเทศสีดำ ทำให้สีของมะเขือเทศเข้มขึ้น และยิ่งปล่อยค้างไว้บนต้นนานเท่าไร สีที่ได้จะเข้มขึ้นเรื่อยๆ

มะเขือเทศสีดำ ฉบับปรับปรุงใหม่นี้ ได้รับการขนานนามว่า “black galaxy” เพิ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่ผ่านมาในงาน The Arava Agricultural R & D Exhibition จุดเด่นจุดดีของเจ้าแบล็กแกแล็คซี่สีดำนี้คือ อุดมไปด้วยวิตามินซีมากกว่ามะเขือเทศพันธุ์อื่นๆ ดีต่อร่างกายอย่างนี้ มาถึงเมืองไทยเมื่อไรอย่าลืมซื้อมาชิมกัน



(8 ) นักวิจัยจาก Oregon State University สหรัฐอเมริกาได้เปิดตัว Super Tomato พันธุ์ใหม่ในชื่อ Indigo Rose ที่เป็นการผสมข้ามพันธุ์ระหว่างมะเขือเทศป่าจากชิลีและมะเขือเทศจากหมู่เกาะกาลาปากอส

เจ้ามะเขือเทศพันธุ์ใหม่นี้มีสาร Anthocyanin หรือสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งทำให้มะเขือเทศมีสีม่วงน้ำเงินเหมือนผลบลูเบอร์รี ซึ่งสารนี้จะช่วยดูแลและรักษาระบบประสาท ลดความตึงเครียดและรักษาอาการอักเสบได้ ใครสนใจอยากลิ้มลอง ขอบอกว่าไม่ยาก เพราะมีวางจำหน่ายตามซูเปอร์มาร์เก็ตทั่วไปแล้วครับ




ขอบคุณที่มาจาก : นิตยสาร Health&Cuisine มีนาคม, Issue 134
ขอบคุณภาพประกอบจาก amazon.com




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 21/06/2015 9:12 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน กล้วยอะไรครับนี่ ลูกยาวเป็นศอ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน กล้วยอะไรครับนี่

ว๊าว อุ๊แม่เจ้า ลูกยาวเป็นศอก
เชื่อผมเต๊อะ บอกมาแล้วรับรองได้เลยว่า คนไม่บ้าไม่กล้าทำ….


(1)

(2)

(3)
(1 – 3) เจ้าประคุณลุนช่อง กล้วยอะไรครับนี่ อุ๊แม่เจ้า พุทโธ ธัมโม สังโฆ
ว๊าว....ลูกยาวเป็นศอก รู้สึกว่า จะเป็นกล้วยจากเมือง ฮิ





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 23/06/2015 3:25 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน มังคุดเนื้อแดง มังคุดที่ไม่รร ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน มังคุดเนื้อแดง (Ruby Mangosteen)

เชื่อผมเต๊อะ บอกมาแล้วรับรองได้เลยว่า คนไม่บ้าไม่กล้าทำ….

วันนี้จะคุยเรื่อง ... "มังคุดเนื้อแดง" มังคุดที่ไม่ธรรมดา เคยรู้จักกันมั้ยครับ

ไม่ได้โฆษณา เพราะไม่ได้ขายในเมืองไทย แต่ขอปรบมือให้ในความคิดที่สร้างสรรค์ เป็นการสร้างชื่อให้ประเทศชาติ


(1) มังคุดเนื้อแดง หรือที่จดสิทธิบัตรไว้ในชื่อ “มังคุดเนื้อสีทับทิม” หรือ Ruby Mangosteen เกิดจาก กระบวนการ Air Blast หรือ “แช่เยือกแข็งผลไม้” ในอุณหภูมิ -40 (ลบ 40 )องศาเซลเซียส เพื่อเก็บรักษาผลไม้สด

ทว่า ในกระบวนการทดสอบคุณภาพเนื้อมังคุดแช่เยือกแข็ง เกิดบังเอิญพบเนื้อมังคุดมีสีชมพูปนเข้ามา เมื่อศึกษาโดยละเอียดปรากฏว่าสีชมพูดังกล่าวเป็นผลจากความเย็นผลักสารสีแดงจากเปลือกมังคุดมาสู่เนื้อ ซึ่งทราบกันดีว่า ในเปลือกมังคุดมีคุณประโยชน์ทางสารอาหารสูงมาก

บริษัทจึงได้แนวคิดจะพัฒนาให้เป็นมังคุดเนื้อสีแดงโดยสมบูรณ์เพื่อจะเพิ่มมูลค่า และเปิดตลาดใหม่ในกลุ่มสุขภาพ

ปัญหาสำคัญของอุตสาหกรรมผลไม้อยู่ที่ราคาผันผวน บางปีพุ่งสูง บางปีกลับล้นตลาด กลายเป็นโจทย์ให้ผู้ประกอบการต้องมองหาทางลดความเสี่ยง โดยสร้างนวัตกรรมแปรรูปเพิ่มมูลค่า นี่เป็นเหตุผลของการคิดค้น“มังคุดเนื้อสีแดง” ที่ไม่เคยมีมาก่อนในโลก ผลงานโดย SMEไทยแท้ๆ นอกจากจะสร้างความตื่นตาตื่นใจเรื่องสีสันสวยงามแล้ว ยังเพิ่มมูลค่าสินค้า และเปิดตลาดใหม่รับเทรนด์สุขภาพ



(2) คุณดวงเดือน เชิงเทิน กรรมการผู้จัดการบริษัท อินฟินิท ฟรุ๊ต จำกัด เล่าเหตุผลในการสร้างนวัตกรรมมังคุดเนื้อสีแดงว่า

บริษัททำธุรกิจผลไม้สดส่งออกอยู่ที่ จ.จันทบุรี มากว่า 30 ปี จนเมื่อประมาณ พ.ศ. 2553 เกิดปัญหาราคามังคุดตกต่ำ บริษัทจึงช่วยเหลือเกษตรกรในท้องถิ่น โดยรับซื้อมังคุดจากเกษตรกรวันละกว่าพันตันนำมาเข้ากระบวนการ Air Blast หรือ “แช่เยือกแข็งผลไม้” ในอุณหภูมิ -40 องศาเซลเซียส เพื่อเก็บรักษาผลไม้สด พยุงราคาในตลาดไม่ให้ตกต่ำจนเกินไป


(3) “หลังได้แนวคิดนี้ เราได้ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ สนช. โดยบริษัทลงทุนหลักล้านบาทในการวิจัยและพัฒนา กว่าจะสำเร็จได้ผลผลิตคุณภาพสม่ำเสมอใช้เวลากว่า 2 ปี

โดยปัจจัยสำคัญ มาจาก “วัตถุดิบ” กับ “วิธีการ” เบื้องต้นต้องคัดเลือกมังคุดแก่จัด เข้ากระบวนแช่เยือกแข็ง ซึ่งในอุณหภูมิ -40 องศาฯ จะทำให้ผนังเซลล์เปิด ส่งให้สารสีแดง ซึ่งมีสารอาหารจากเปลือกแพร่เข้าสู่เนื้อ โดยต้องทำกระบวนการนี้ซ้ำกันถึง 3 รอบในระยะเวลา 3-4 วัน เนื้อมังคุดจึงมีสีแดงสดสม่ำเสมอทั้งลูก” ดวงเดือนอธิบาย และเสริมต่อว่า

จากการทดสอบคุณประโยชน์ทางสารอาหารของมังคุดเนื้อสีแดง พบว่ามีสารแอนโธไซยานิน (Anthocyanin) และแซนโทน (Xanthone) ซึ่งมีคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ (Antioxidant) สูงกว่ามังคุดเนื้อขาวปกติถึง 5 เท่า รวมถึง จากการค้นหาข้อมูล นับเป็นนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อนของโลก

จึงจดสิทธิบัตรไว้แล้ว พร้อมกับได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ด้านการออกแบบอาหารจาก สนช. ประจำปี 2555 ด้วย โดยตั้งชื่อว่า “มังคุดเนื้อสีทับทิม” หรือ Ruby Mangosteen เปรียบสีแดงของมังคุดเป็นดั่งสีทับทิม และยังสื่อถึงเมืองจันทบุรี ดินแดนแห่งอัญมณีไทย


(4) ซอสผลไม้ สินค้าใหม่ที่เตรียมออกสู่ตลาดในเร็วๆ นี้
คุณดวงเดือนเล่าต่อว่า กระบวนการใช้ความเย็นผลักสารสีแดงให้แพร่จากเปลือกเข้าสู่เนื้อนั้นจะช่วยคงคุณค่าทางสารอาหารได้ครบถ้วน ในขณะที่หากใช้ความร้อนผลักสารจะทำให้คุณค่าทางอาหารถูกลดทอนลงไป ส่วนในแง่รสชาติ เมื่อสารจากเปลือกเข้าสู่เนื้อย่อมทำให้เกิดรสฝาด ทางบริษัทจึงได้พัฒนาต่อเนื่องด้วยการนำเนื้อมังคุดสีแดงมาแปรรูปเป็นน้ำมังคุดสีแดง ปรุงรสให้หวาน ช่วยให้ถูกปากผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

ในด้านการทำตลาดนั้น กรรมการผู้จัดการระบุว่า กำหนดจุดยืนเป็นผลไม้เพื่อสุขภาพ ที่ผ่านมาแนะนำตัวและทดสอบตลาดในต่างประเทศมากว่า 2 ปีแล้ว

กระทั่งปีนี้ (2558) เริ่มส่งออกอย่างจริงจัง โดยได้รับออเดอร์จากประเทศเกาหลีใต้จำนวน 5 ตู้คอนเทนเนอร์ หรือปริมาณกว่า 100 ตัน ขายในราคา 5 - 6 เหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม ซึ่งเป็นราคาสูงกว่าขายมังคุดสดที่ปกติราคา 2.5 - 3 เหรียญสหรัฐต่อกิโลกรัม หรือเพิ่มมูลค่าจากเดิมกว่า 2 เท่าตัว


(5) ตารางเปรียบเทียบคุณค่าทางสารอาหาร
“ในส่วนมังคุดสีแดงแช่เย็นแบบทั้งลูก เราจะเน้นทำตลาดส่งออก เพราะต่างชาตินิยมอาหารเพื่อสุขภาพ โดยมุ่งไปที่ประเทศในเอเชีย ส่วนการทำตลาดในประเทศ เนื่องจากมังคุดสีแดงมีรสชาติค่อนข้างฝาด คนไทยจึงไม่นิยม เราเลยใช้มังคุดสีแดงเป็นวัตถุดิบพื้นฐาน แปรรูปทำเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำมังคุดสีแดง แคปซูล และล่าสุดซอสมังคุด ซึ่งกำลังอยู่ในแผนสร้างแบรนด์ และเตรียมออกตลาดภายในปีนี้” ดวงเดือนเผย

เท่าที่ผ่านมา บริษัท อินฟินิท ฟรุ๊ต จำกัด ให้ความสำคัญต่อการสร้าง “นวัตกรรม” ผลไม้อย่างยิ่ง นอกเหนือจากมังคุดสีแดงแล้ว ยังมีผลิตภัณฑ์แปรรูปอื่นๆ อีกหลายตัว เช่น ผลไม้สดแช่แข็ง ไอศกรีมผลไม้ น้ำผลไม้ ซอสปรุงรสจากผลไม้ ฯลฯ โดยมูลค่ายอดขายจากผลิตภัณฑ์แปรรูปเหล่านี้ประมาณปีละ 100 ล้านบาท นับเป็นสัดส่วนประมาณ 20% ของรายได้รวมของบริษัท ซึ่งส่วนใหญ่ยังเน้นส่งออกผลไม้สด ประมาณปีละ 500 ล้านบาท


(6) "ในระยะยาวแล้ว จะทำให้ธุรกิจเกิดความยั่งยืนมากกว่า เพราะสามารถควบคุมราคาได้เอง ไม่ต้องผันผวนไปตามราคาผลไม้สด และที่สำคัญ ยังส่งดีต่อไปถึงเกษตรกรผู้ปลูก สามารถขายผลไม้สดได้ในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้วงจรอุตสาหกรรมผลไม้ของเมืองไทยดีขึ้นทั้งระบบ”


(7) “แม้ว่าปัจจุบันรายได้ในส่วนผลิตภัณฑ์นวัตกรรม ยังไม่ใช่รายได้หลักของบริษัทก็ตาม แต่เราเชื่อว่าในระยะยาวแล้วจะทำให้ธุรกิจเกิดความยั่งยืนมากกว่า เพราะสามารถควบคุมราคาได้เอง ไม่ต้องผันผวนไปตามราคาผลไม้สด และที่สำคัญยังส่งผลดีต่อไปถึงเกษตรกรผู้ปลูกสามารถขายผลไม้สดได้ในราคาที่สูงขึ้น ซึ่งจะทำให้วงจรอุตสาหกรรมผลไม้ของเมืองไทยดีขึ้นทั้งระบบ” คุณดวงเดือนทิ้งท้าย



ตามอ่านข้อมูลดีๆ ของมังคุดเนื้อแดงกันต่อที่นี่เลยจ้าาาา
http://manager.co.th/iBizChannel/ViewNews.aspx?NewsID=9580000066130



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 25/06/2015 9:07 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน พาชมสวนเล็ก ๆ นอกวัง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน พาชมสวนเล็ก ๆ นอกวัง


เชื่อผมเต๊อะ คนไม่บ้าไม่กล้าทำร๊อก….



คราวก่อน ผมพาไปชมสวนในวังฯ มาแล้ว..


ช่วงนี้ อากาศร้อนดีจัง ข่าวบอกว่า แม่น้ำปิงหน้าเขื่อนภูมิพล น้ำแห้งเดินข้ามได้เลย ตอนกลางวันน้ำในคลองร้อนแทบจะเดือด....ดังนั้น..คราวนี้ ไปชมสวนเล็ก ๆ นอกวัง ฯ กันบ้าง ไม่ต้องเครียด ไม่ต้องซีเรียส ทำตัวตามสบายครับ..ร้องลิเกให้ฟังซะหน่อย....


เมื่อก่อนผมอยู่ในวัง.....ได้ยินแต่เสียงสังข์ เสียงแตร.....เดี๋ยวนี้มีเปลี่ยนมาแปร เพราะไม่ได้อยู่ในวัง.....พอออกมาอยู่นอกวัง เลยไม่ได้ฟังเสียงสังข์ เสียงแตร.....


เตร๊ง เตรง เตร่ง ต๋อย ไฟไหม้หอยแมลงภู่....ก็เพราะมีความจำเป็นในรอบเดือน......





(1)



(2)



(3)

(1 – 3) เดิมเป็นสวนกล้วยไม้....ปี 54 สวนล่มจมน้ำ หลังน้ำลด รื้อร้านกล้วยไม้ออกหมด มันมีร่องใต้ร้านกล้วยไม้อยู่แล้ว ดัดแปลง ขุดร่องกลบร่องที่เป็นน้ำ กลายเป็นสวนยกร่องน้ำหล่อครับ

กักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดปี ไม่ต้องสูบน้ำจากคลองขึ้นสวนในหน้าแล้ง...กล้วย อ้อย ไม้ดอก ไม้แดก ไม้ดู ไม้ดม สารพัดต้นไม้ ฯลฯ ปลูกมันเข้าไป....แต่จะหนักไปในทาง กล้วยน้ำว้าครับ บ้านผมนิยมพันธุ์ มะลิอ่อง คนซื้อบอกว่า กินอร่อยกว่า ปากช่อง50 …ก็แล้วแต่คนชอบครับ





(4) บนคันร่อง ริมน้ำด้านในปลูกกล้วยหอมทอง คันร่องด้านนอก ปลูกมะม่วง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด พริก เรียกว่า ครบเครื่องเรื่องต้มยำก็แล้วกัน.





(5) กล้วยหอมทอง 1 เครือ มีกี่หวี นับดูเลย เครือนี้ หน้าเทศกาลงานไหว้ ราคามิตรภาพ ....500 จัดไป ถ้าไม่ใช่หน้าเทศกาล วันปกติไม่มีงาน หวีละ 50 บาท


ไม่ต้องต่อราคาครับ ถึงต่อก็ไม่ขาย ไม่มีเงินซื้อบอก ให้ไปกินฟรี ๆ ได้เลย หวีละ 50 บาท ของเราเอง แค่นี้จิ๊บจ๊อย....
หรือว่าอาจจะชอบ กล้วยแพคใส่ถุงขายใน เซเว่น ลูกกะป๊อยเดียว ลูกละ 8 บาท

..กล้วยอินทรีย์นำ เคมีเสริม ผสมชีวภาพตามใจกล้วย ถ้ากินแล้วบอกว่า ไม่อร่อย ไม่ต้องเอามาคืนขว้างทิ้งไปเลย แต่มารับตังค์คืนไป...



ไอ้คนที่เคยบอกผมว่า ....มึงใช้ปุ๋ยอินทรีย์ ใช้ปุ๋ยชีวภาพ ระวังจะพังพาบ ....เวลานี้ พังพาบราบพนาสูรย์ไปแล้ว เพราะหนักปุ๋ยเคมี + ฉีดยาฆ่าหญ้า ...ขายหวีละ 10 บาท สาวพม่ายังไม่อยากซื้อกิน

หนูม่าก้ากี กัวตายฮ่า.....(หนูไม่กล้ากิน กลัวตายห่ะ )

ปลูกกล้วย ปลูกมะละกอ แล้วฉีดยาฆ่าหญ้าละก็ พังพาบราบพนาสูรย์ ซีครับท่าน ทั้งกล้วย ทั้งมะละกอ มันจะหดหู่ห่อเหี่ยวทันตาเห็น.....เคยมีรูปลงให้ดูมาแล้วนะครับ ในกระทู้นี้แหละ.....

มีเรื่องเล่าให้ฟังเรื่องนึงครับ........

......สาวพม่าโดนจับ ออกนอกพื้นที่ ไม่มีบัตรผ่าน

(ตร.) กลัวตำรวจมั๊ย
(สาวพม่า) ม่ากัว

(ตร) กลัวทหารบกมั๊ย
(สาวพม่า) ม่ากัว

(ตร) อ้า กลัวทหารอากาศมั๊ย
(สาวพม่า) ม่ากัว

(ตร) ไม่กลัวอะไรเลย แล้วมีอะไรที่กลัว
(สาวพม่า) กัว ทหา เลีย

(ตร) ว๊าย กลัวอะไรนะ
(สาวพม่า) กัว ทหา เลีย....

(โถ ๆๆๆๆ สาวพม่า กลัวทหารเรือครับ)




(6)



(7)



(8 )



(9)

(6 – 9) แก้วมังกรตามระยะตั้งแต่ดอกเหี่ยว จนลูกแดง...ใช้เวลาแค่ 30 วันเอง





(10) ....ของข้าใครอย่าแตะ....รู้สึกว่าจะเป็นสายพันธุ์มาจาก RKK ....ผมไม่เกี่ยวนะครับลุง.....เพราะผมไม่ชอบกินแก้วมังกร แต่คนในรูปนี้ชอบกินครับ...




(11)



(12)



(13)



(14)

(11 – 14) รังเพื่อนของผมครับ ทำรังกันรอบบ้านเต็มไปหมด ต้องคอยระวัง แมวกับนกกระปูด แมวแอบกินลูกเล็ก นกกระปูด ขโมยกินไข่....





(15) ตั้งอ่างน้ำไว้ให้ ตอนบ่าย เสียงเจี๊ยวเลยก็แล้วกัน นกลงมาเล่นน้ำครับ




(16)



(17)

(16 – 17) แมงมุมธรรมดา มี 8 ขา แต่แมงมุมบ้านผม ไม่ธรรมดา มี 7 ขา ใครจะทำไม....




.



คราวหน้า กล้วยธรรมดา ๆ กับ กะเหรี่ยงขอฝน ก็แล้วกันนะครับ
..........



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
wit
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 28/11/2012
ตอบ: 34

ตอบตอบ: 29/06/2015 4:53 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

แวะมาอ่านครับ ปกติเข้ามาแบบไม่ได้ล๊อกอิน(จำรหัสไม่ได้)ตอนนี้มั่วๆเข้ามาได้เลยมาตอบครับ
สวัสดีลุงคิด กับทิดแดง และสมช.ทุกท่านครับ
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 30/06/2015 1:54 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน เห็นแล้วจะบ้า ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน เห็นแล้วจะบ้า

เชื่อผมเต๊อะ คนไม่บ้า ทำไม่ได้ร๊อก….



ไม่มีคำบรรยาย เพราะคำบรรยายไม่มีครับ.....


(1)

(2)

(3)

(4)

(5)

(6)

(7)

(8 )

(9) ถั่วพูยักษ์



(10)

(11)

(12)

(13)

(14)

(15)

(16)

(17)

(18 )




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 02/07/2015 4:25 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน (5.2) ตอน แล้งทั่วไทย สาเหตุมาจาก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน (5.2) ตอน แล้งทั่วไทย สาเหตุมาจาก.....?

เชื่อผมเต๊อะ คนไม่บ้าไม่กล้าพูดร๊อก….

ผมบอกไว้ว่า.....คราวหน้า กล้วยธรรมดา ๆ กับ กะเหรี่ยงขอฝน....
......ขอผลัดไว้ก่อนนะครับ มีเรื่องด่วนกว่าอยากเพื่อนสมาชิกได้รู้กัน......
ช่วงนี้เข้าหน้าฝน ฤดูนาปีแล้ว แต่ฝนไม่มี อากาศมันร้อน และแห้งแล้งครับ เรียกว่า แล้วทั่วไทยก็แล้วกัน สาเหตุที่แล้งจัดมาก น้ำไม่มีขนาดนี้ มาจากอะไร ไปดูกันครับ


(1) ไร่อ้อยแห้งเฉาที่ชัยนาท


(2) ชาวสวนลำไยที่ดอยเต่า ดูดกันจนน้ำไม่เหลือ ดินแห้งแตกระแหง


(3) สวนกล้วยไข่ที่กำแพงเพชร วิกฤตหนักแล้งจัด ใบเหี่ยวจนลูกห้อย


(4) เกษตรกรทำทุกวิถีทางเพื่อให้ได้น้ำมาใช้...น้ำแห้งบ่อขนาดลงไปนอนเล่นได้แบบนั้น จะดูดยังไงไหว


(5) แม่น้ำปิง ช่วงอ.บรรพตพิสัย นครสวรรค์ ...แห้งขอด เรือเกยตื้น


(6) น้ำชี...ชัยภูมิ น้ำแห้งขอด


(7) ถนนมิตรภาพสายเก่า กลางเขื่อนลำตะคอง โผล่ให้เห็น อ่ะจ้า


(8 ) จากผืนน้ำ กลายเป็นทุ่งหญ้า......วัวสบาย ควายไม่ลำบาก เพราะมีหญ้าขึ้นให้กิน


(9) น้ำในเขื่อนภูมิพล เมื่อกลางเดือน มิย.58 หมาด ๆ นี่เอง


(10) น้ำในเขื่อนภูมิพล เมื่อ 13 กค. 57 ณ จุดเดียวกัน ผมแวะผ่านไปเมื่อปีที่แล้ว


(11) น้ำในเขื่อนภูมิพล เมื่อ 13 กค. 57


(12) น้ำหน้าเขื่อนภูมิพล เมื่อ 13 กค. 57.....



(13)

(14)
(13 – 14) ตัวร้ายอยู่นี่เอง....สาเหตุที่ทำให้เกิดความแห้งแล้งทั่วไทย....เนื่องมาจาก รุ้งกินน้ำ ไปหมดนั่นเองครับ


เครดิท.- รูปและข้อมูล จาก ไทยรัฐ ครับ


คราวหน้า กล้วยธรรมดา ๆ กับ กะเหรี่ยงขอฝน..........ชัวร์แน่นอน



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1921

ตอบตอบ: 05/07/2015 11:24 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน (5.3) ตอน กล้วย ที่ไม่กล้วย - กะเ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน (5.3) ตอน กล้วย ที่ไม่กล้วย - กะเหรี่ยงขอฝน

ตอน กล้วยที่ ไม่กล้วย เชื่อผมเต๊อะ คนไม่บ้า ทำไม่ได้ร๊อก….


(1) ใส่ไว้ก็หนัก ถอดออกบ้างก็ได้.....

ปลูกกล้วยน้ำว้า ยังไงให้ ทั้งใหญ่ ทั้งยาว


(2) เป็นการปลูกกล้วยน้ำว้าริมถนน ไว้กินเอง ปลูกให้ดูสวยงาม ไม่ใช่เพื่อธุรกิจ แต่ให้ผลผลิตที่ได้น่าสนใจ ไม่ธรรมดา ตามไปดูกันเลย


(3)

(4)

(5)
(3 – 5) มีที่แค่ 1 ตารางเมตรอยู่หน้าบ้าน ก็เพียงพอที่สามารถจะปลูกกล้วย ไว้เป็นไม้ประดับ สวยๆๆ ไว้โชว์ หน้าบ้านได้แล้วครับ

พันธุ์กล้วยก็มีมากมายหลายพันธุ์ เช่น มะลิอ่อง ปากช่อง50 และ ฯลฯ อีกมากมาย แต่การดูแลเอาใจใส่ มีความสำคัญมาเป็นอันดับแรกครับ

หลุมปลูก
หลังจากเราหาที่ปลูกกลางแจ้ง ได้ที่ประมาณ 1 X 1 ตารางเมตร เรียบร้อยแล้ว ก็ขุดหลุม ประมาณ 50 X 50 X 50 เซ็นติเมตร ( กว้าง X ยาว X สูง หรือประมาณ 1 ศอกแขน )
ถ้ามีปุ๋ยคอก ก็ใส่ปุ๋ยคอก รองก้นหลุมสัก 1 - 2 ถ้วยแกง เอาแบบง่าย ๆ เลยครับ
ถ้าไม่มีปุ๋ยคอก ก็หาซื้อปุ๋ยชีวภาพมาใส่แทน 1-2 ถ้วย ก็ได้ เท่านี้หลุมก็พร้อม
แล้ว เอาหน่อกล้วยใส่กลางหลุม เอาดินกลบ เหยียบดินให้แน่น เอาน้ำราด เหยียบให้แน่น เท่านี้ก็ปลูกเรียบร้อยครับ


การดูแลบำรุงรักษา
ที่นี้ก็อยู่ที่การดูแลแล้วครับ แต่สวนผมคิดว่าช่วงนี้เป็นช่วงที่จะมีความสุขที่สุด เพราะเราจะได้คอยลุ้นมันแตกใบ แตกหน่อ แล้วก็โตวันโตคืน พอเริ่มปลูกอาทิตย์เดียวใบก็จะเริ่มแตก แล้วก็เริ่มโตแต่ก็เป็นช่วงที่สำคัญครับดังนั้นผมจะจัดเป็นลำดับการดูแลรักษาดังนี้นะครับ

1. การรดน้ำ ให้รดน้ำทุก 2 - 3 วัน แต่ถ้าฝนตกเราก็ไม่ต้องรดน้ำ นอกจากนี้กล้วยก็ยังเป็นพืชที่ เจริญเติบโต ในเขตภูมิประเทศบ้านเราได้ดีอยู่แล้ว หากขาดการดูแลรักษา หรือ จะไปธุระสักอาทิตย์สองอาทิตย์ ก็ยังอยู่ได้สบายๆ โดยเราไม่ต้องเป็นห่วง

2. การใส่ปุ๋ย จริงๆๆ แล้ว ปุ๋ยอะไรก็ได้นะครับ แล้วแต่เท่าที่เราจะสะดวก หาซื้อง่ายใกล้มือ ก็เอาเป็นว่าถ้าเราใส่ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยคอก ปุ๋ยชีวภาพ ก็ให้ใช้อัตราการใส่ปุ๋ย 1 กิโลกรัม / ต้น / ปี แบ่งใส่ 3 เดือนครั้ง ครั้งละ 250 กรัม แต่ถ้าจะ ใส่มากกว่านั้นก็ไม่ว่ากัน(ถ้ามีตังค์) เอาขั้นต่ำไปแล้วกันนะครับ

2.1 ใส่ปุ๋ยหลังปลูก 1 สัปดาห์ ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ทางดิน ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 15-15-15 (30-10-10 – 100 ซีซี + 15-15-15 – 100 กรัม) / น้ำ 20 – 40 ลิตร

2.2 ใส่ปุ๋ยหลังครั้งที่ 1 ประมาณ 3 เดือนหลังปลูก ทางดิน ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 15-15-15 (30-10-10 – 150 ซีซี + 15-15-15 – 200 กรัม / น้ำ 20 - 40 ลิตร)

2.3 ใส่ปุ๋ยหลังครั้งที่ 2 ประมาณ 6 เดือนหลังปลูก ทางดิน ปุ๋ยหมักชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 13-13-21 (30-10-10 – 150 ซีซี + 13-13-21 – 250 กรัม / น้ำ 20 ลิตร) ทางใบ แคลเซี่ยม โบร่อน 20 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร สลับ ไบโออิ + ไทเป + ยูเรก้า 20 ซีซี / น้ำ 20 - 40 ลิตร...ทุก 15 วัน

2.4 ใส่ปุ๋ยหลังครั้งที่ 3 ประมาณ 9 เดือนหลังปลูก ทางดิน ปุ๋ยหมัก ชีวภาพ ปุ๋ยคอก หรือ ปุ๋ยเคมีโดยใช้สูตร 8-24-24 – 250 กรัม / น้ำ 20 – 40 ลิตร ….ทางใบ แคลเซี่ยม โบร่อน 20 ซีซี / น้ำ 20 ลิตร สลับ ไบโออิ + ไทเป + ยูเรก้า 20 ซีซี / น้ำ 20 - 40 ลิตร...ทุก 15 วัน

2.5 ปุ๋ยพืชสด เมื่อกล้วยออกเครือจน ใกล้สามารถตัดได้ เราก็นำต้นกล้วยเก่า มาสับให้เป็นชินเล็กๆ แล้วมาใส่ สุมโคนต้น ก็จะมีขอดีตรงที่เราจะได้ ช่วยป้องกันความชื้น และในระยะยาวยังเป็นปุ๋ยให้กับต้นใหม่อีกด้วย


(6)

(7)

(8 )

(9)
(6 - 9) ก่อนตัดกล้วยประมาณ 10 – 15 วัน นมสด 100 – 150 CC / น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นไปที่เครือกล้วยให้ชุ่มโชก

3. การตัดแต่งหน่อ และ ใบแก่
การไว้หน่อ และ การตัดแต่งหน่อก็มีความสำคัญในการปลูกกล้วยมากครับเพราะจะให้ต้นโต หรือ ต้นสมบูรณ์ดี พร้อมส่งผลไปถึง ลูก หรือ เครือกล้วยด้วย หากเราไม่ตัดแต่งหน่อกล้วยออกทิ้ง ก็จะกลายเป็นกล้วยแคระแกรนไปเลยก็ได้

3.1 การตัดแต่งหน่อ ให้ตัดแต่หน่อกล้วยที่ขึ้นมาในทุกๆช่วง อยู่ตลอด หากยังไม่ถึงช่วงการไว้หน่อแค่นี้ก็จะ ทั้งใหญ่ ทั้งยาว...ไม่ยาว ไม่ใหญ่ ม่ายอาว....

3.2 การตัดแต่ง ใบกล้วยที่เหลืองเกิน 50 % ตัดทิ้งไป พร้อมทั้งตัดใบที่งอหักลงไปด้วย เท่านี้ก็จะทำให้ ต้นกล้วยของเราดูไม่รกรุงรัง และ ดูสวยงามอีกด้วย

3.3 การไว้หน่อกล้วย จะไว้หน่อแรก เมื่อกล้วยอายุ 4 เดือนไปแล้ว และ หน่อต่อๆไปอีกทุก 4 เดือน แต่ในช่วงการออกปลีกล้วย จะงด การไว้หน่อ เพื่อให้ผลกล้วย และ เครือสมบูรณ์ดี…

คนไม่เคยปลูกกลูกกล้วย อ่านแล้ว....งง
....คือ พอเดือนที่ 4 จะมีหน่อกล้วยแทงจากต้นแม่ขึ้นมา จะกี่หน่อก็ตาม เอาไว้หน่อแรก คือหน่อที่ใหญ่ที่สุดเพียง หน่อเดียว

และต่อไปทุก ๆ 4 เดือน ก็ทำแบบนี้ ส่วนหน่ออื่นนอกนั้น ขุดออกทิ้งหมด...

แต่ผมไม่เคยทิ้งของโดยเปล่าประโยชน์ หน่อที่ขุดออก ไม่ต้องล้างน้ำ เอามาทั้งดิน ไม่มีเครื่องบดก็ใช้วิธี สับ ๆๆๆๆๆๆ ให้ค่อนข้างละเอียดเป็นหมูสับ เอาลงใสถังหมักเป็นจุลินทรีย์หน่อกล้วย

ส่วนผสมน้ำหมักมาตรฐาน 3 ต่อ 1 .อันนี้เป็นสูตรของปราชญ์ชาวบ้าน ....แต่สูตรของผม สูตรคนไม่บ้า ไม่กล้าทำ พิสดารพันลึกยิ่งกว่านี้.......เวลาเปิดฝาขวด ต้องเปิดใต้น้ำ มิฉะนั้น มันจะพุ่งใส่หน้า แสบตาไปนาน โดนมาหลายครั้ง ลืมทุกที....

การตัดปลีกล้วย
เมื่อปลีกล้วยแทงเครือออก มาจนเราเห็นวาเครือกล้วยที่สมบูรณ์ หมดแล้ว ให้เราตัดปลี จากหวีสุดท้ายนับไปอีก 1 -2 หวีแล้วก็ตัด เราจะได้ไว้ใช้จับ ตอนเราตัดเครือกล้วย และ ใช้ปูนแดงหรือยากันราทา เพื่อป้องกัน การเน่า


(10) กล้วยน้ำว้าพันธุ์ มะลิอ่อง ต้นนี้เกิดจากการปั่นตา หรือเพาะเลี้ยงเนื่อเยื่อครับ


(11) แถมระบบสปริงเกลอร์แบบ กะเหรี่ยงขอฝน ครับ แบบนี้น้ำจะกระจายเปียกทั่วพื้นเหมือนฝนตก


(12) ยังไง ๆ ก็อย่าลืมถอดหัวโขนออกซะบ้าง ใส่ไว้ตลอดเวลา มันหนัก แล้วก็อบร้อนด้วย....




.


ข้อมูลบางตอน จาก : คุณนัฐนันท์ ประเสริฐกุล ขอบคุณครับ....(ขออภัยถ้าจำนามสกุลผิด)



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6  ถัดไป
หน้า 4 จากทั้งหมด 6

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©