-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-เกษตรสัญจร 9 - มช. เปิดอบรม “การผลิตไม้ดอกและไม้หัว...”
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - เกษตรสัญจร 9 - มช. เปิดอบรม “การผลิตไม้ดอกและไม้หัว...”
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

เกษตรสัญจร 9 - มช. เปิดอบรม “การผลิตไม้ดอกและไม้หัว...”
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 07/07/2015 10:02 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร9 ปลูกผักริมถนน ตอน ของพี่ไทย ทั้งใหญ่ทั้งยาว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน(5.4) ของพี่ไทย ทั้งใหญ่ทั้งยาว

ของฝรั่งแค่ใหญ่ ของพี่ไทย ทั้งใหญ่ทั้งยาว

เชื่อผมเต๊อะ คนไม่บ้า ทำไม่ได้ร๊อก….


(1)

(2)

(3)

(4)

(5)
(1 – 5) ของฝรั่งแค่ใหญ่.....อู๊ย ทำเป็นดีใจ แค่นั้น จิ๊บจ๊อย.....



(6)

(7)

(8 )
(6 – 8 ) ของพี่ไทย ทั้งใหญ่ ทั้งยาว ไม่อยากจะ Said .....



(9)

(10)
(9 - 10) กล้วยไฮโซ ของบริษัท A ลูกละ 8 บาท.....



(11)

(12)
(11 – 12) อันนี้ ลูกไม่ใหญ่ แล้วก็ไม่ยาวด้วย คนซื้อ ฉลาดน้อย จังเลย เห็นกะอีแค่ สะดวกซื้อ กับชื่อร้าน ...ขายตามตลาด ลูกใหญ่กว่านี้ หวีนึง 25 - 30 บาท ได้ตั้ง 10 ลูก เอามาตัดแบ่งใส่ถุงแช่ตู้เย็นไว้ซีวะ...




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 13/07/2015 6:01 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน องุ่นญี่ปุ่น ลูกละหมื่น(ARIK ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ป้าห่าน และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน องุ่นญี่ปุ่น ลูกละหมื่น(ARIKUNWA)


A10.4 - 5(5.5) ..1 พวงมี 26 ลูก 1 ล้านเยน (278,000 บาท)


เชื่อผมเต๊อะ คนไม่บ้า ทำไม่ได้ร๊อก….






(1) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2558 องุ่นสายพันธุ์ “Ruby Roman” จำนวน 31 พวงได้รับการนำออกประมูล ในการประมูลที่จัดขึ้น ณ ตลาดค้าส่งในเมืองคะนะซะวะ จังหวัด อิชิกะวะ ทางตอนกลางของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นครั้งแรกในปีนี้




(2)



(3)




(2 – 4) ปรากฏว่า พวงองุ่นพวงหนึ่งได้รับการประมูลไปในราคาสูงที่สุดเท่าที่เคยมีการประมูลมา คือ 1 ล้านเยน หรือ ประมาณ 279,000 บาท นั่นคือ องุ่นหนึ่งผลมีราคากว่า 10,000 บาท

(NHK World. 9 กรกฎาคม , 2558. http://bit.ly/1qeC0IO)


ข้อมูลเพิ่มเติม


ญี่ปุ่นทุบสถิติประมูลองุ่นพันธุ์ Ruby Roman ไปในราคา 1 ล้านเยน (278,000 บาท) โดยองุ่นพวงนี้มี 26 ลูก ตกลูกละ 10,700 บาท การประมูลองุ่นสถิติเดิมอยู่ที่ปีที่แล้วคือ 550,000 เยน ปีนี้ทุบราคาเพิ่มอีกเท่าตัว อยากรู้ว่ารสชาติมันจะเทพแค่ไหน.....


-@Joke_Jaith




(5)



(6)

(5 – 6) องุ่นปลูกเมืองไทย.....คอยติดตามละกันนะครับ




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 29/07/2015 8:58 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน เพาะเห็ดโคน - 1 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม ป้าห่าน และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน เพาะเห็ดโคน - 1

A10.5 (1) เชื่อผมเต๊อะ คนไม่บ้า ทำไม่ได้ร๊อก….


ต้องขออภัยป้าห่าน และเพื่อนสมาชิกเป็นอย่างยิ่ง....เพราะมัวแต่พะวักพะวงเรื่องเดินสายไปช่วยงานลูก ๆ เลยลืมไปครับ เมื่อวันเสาร์ไปบ้านโยม....วันอาทิตย์ไปบางใหญ่ วันจันทร์กลับคอนถม...วันนี้ตอนเช้า ไปบางใหญ่ เพิ่งกลับมาเมื่อตอน 6 โมงเย็น พรุ่งนี้ต้องไปบ้านโยมที่คลองสาน(วงเวียนใหญ่)อีก ยังไม่แน่ใจวานจะกลับวันไหน เรื่องที่ลงค้างไว้ในเกษตรลุงคิม ก็ต้องหยุดพักไว้ก่อน

ผมเคยบอกป้าไว้ว่า กรุณาอ่านหลังไมค์ ทาง PM ครับ....ส่วนรายละเอียด และรูปภาพประกอบ ผมจะนำเสนอในกระทู้ เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน เค้ารวยกันมาแยะแล้ว....นะครับ

จะว่าผมไม่ตอบก็ไม่ได้ เพราะข้อความหลังไมค์ที่ผมเขียนถึงป้าห่าน เมื่อวันที่ 23 เมษายน 2558 มีดังนี้.-


สวัสดีครับป้าห่าน
วัยรุ่นใจร้อน ตำราปลูกเห็ดโคน หรือเห็ดปลวก จะได้ผลหรือไม่ ผมไม่รับรองนะป้าแต่ลองทำดูก็ไม่เสียหลายนะครับ ทำตามนี้แหละ

เห็ดปลวก
รู้แล้วบอกต่อ......การปลูกเห็ดโคนง่ายๆ (เน้นกับต้น ใผ่)
ก่อนอื่นต้องบอกว่าไม่ได้เป็นคนคิดวิธีการ แต่นํามา แบ่งปันความรู้ครับ....

วิธีทำ
ใช้“จาวปลวก” (จาวปลวกหรือหัวปลวก จะเป็นรังปลวกที่นางพญาปลวกออกลูกอ่อนอาศัยอยู่)

ส่วนวิธีเพาะ ก็ไม่ยากเพียงแค่เราขอแบ่งจาวปลวกมาเพียงเล็กน้อย (ประมาณหนึ่งกํามือ) แล้วนําไปผสมกับข้าวสุก 1 กิโลกรัม จากนั้นให้นําไปแช่ในถังพลาสติก เติมน้ำเปล่า 20 ลิตร ปิดฝาถังให้มิดชิดวางไว้ในที่ร่ม หมักทิ้งไว้ 7-10 วัน ซึ่ง ในถังหมักจะมีจุลินทรีย์โปรโตซัวชนิดหนึ่ง ซึ่งจะขยาย ตัวเป็นฝ้าสีขาวลอยเหนือผิวน้ำหมัก

หลังจากหมักครบ 7 วันแล้วให้เรานํานํ้าจุลินทรีย์จาวปลวกที่ว่านี้ ไปราดที่จอมปลวกข้างบ้าน คลุมด้วยเศษฟางข้าวหรือเศษใบไม้ เสร็จ แล้วให้รดน้ำพอชื้น อีกประมาณ 10-15 วัน ก็จะมีเห็ดโคนโผล่ขึ้นมาให้เรากิน

ใครสนใจทดลองทำดูแล้วมาแชร์กันนะครับ

ป้าห่านเปิดข้อความหลังไมค์ที่ผมส่งป้าอ่านแล้วไม่มี Comments ว่าอย่างใด ก็ต้องคิดว่า ป้ารู้เรื่องแล้ว ผมก็ถือว่าป้าเข้าใจสูตรที่บอกให้ทำตามข้างต้นแล้ว


ผมยกคำตอบของลุงคิมจากกระทู้ 4755 มาไว้ที่นี่ เพราะให้เรื่องปะติดปะต่อเป็น คนละเรื่องเดียวกัน


hans บันทึก:

สวัสดีค่ะลุงคิม ทิดแดง และสมาชิก ทุกๆๆท่าน

ถึงไม่เข้ามาคุยแต่อ่านทุกวันเหมือนเสพติด เรื่องเห็ดป้าก็จะทำเพราะหลังบ้านป้ามีป่าน้อยๆๆอยู่
รอสูตรจากแดงนะ ปกติที่ป่าป้าจะมีเห็ดโคนขึ้นอยู่มากบ้างน้อยบ้างตามภาวะอากาศ

ป้าขนเศษใบไม้มาใส่ไว้ และมีใบประดู่ร่วงอยู่แล้วบ้าง จะคอยดูว่าจะมีเห็ดออกมากไหม

ผ่านมาก็แค่พอกิน ลุงฮานส์ทำซุบ ป้าแกงใส่หน่อไม้ อร่อยนา ยังกะจะปลูกเห็ดตับเต่าด้วยนา
มีสูตรเด็ดกระซิบป้าหน่อย ป้าก็อ่านดูในเน็ตลองไปเรื่อย

บอกหน่อยนะ เห็ดโคนปลูกยังไง อยากปลูก ลองปลูกพร้อมกันดีไหม

ตอนนี้บ้านป้าฝนตกอยู่ แต่ก็ร้อนมากๆๆๆเลย


รักเฉยๆๆ ไม่ผูกพัน
ป้าห่าน


คลิก :
http://hedkai.blogspot.com/
เห็ดพื้นเมือง....
"รอสูตรจากแดงนะ" .... กะว่าให้ "แดงศาลายา" ตอบก่อน แล้วลุงคิมจะมาตอบทีหลัง หรือไม่ต้องตอบ ถ้าคำตอบนั้น O.K. แล้ว
รอจนลืม ปรากฏว่าแดงศาลายาไม่ได้ตอบ ลุงคิมเลยมาตอบ

"เห็ดโคนปลูกยังไง" .... ไม่ใช่เฉพาะเห็ดโคนหรอกนะ เห็ดธรรมชาติทุกเห็ด ยังเพาะหรือขยายพันธุ์เองไม่ได้
แต่มีวิธีเพาะตามแบบธรรมชาติเหมือนกันทั้งหมด โดยสร้างสภาพแวดล้อมก่อน แล้วทำตามลำดับนี้ :

1. เลือกไม้ยืนต้น ณ จุดหรือบริเวณที่จะให้เกิดเห็ด เป็นไม้ชนิดเดียวกัน หลายๆต้น ยิ่งมากต้นยิ่งดี
มากต้นนอกจากหมายถึงปริมาณเห็ดที่จะได้แล้ว ยังมีความกว้างของพื้นที่ๆจะส่งเสริมให้เห็ดเกิดดีอีกด้วย
เห็ดธรรมชาติอะไร เกิดกับต้นไม้อะไร เอามาขยายพันธุ์ในไม้ชนิดเดียวกัน นั่นแหละแต่ถ้าเอาหลายๆ
เห็ดธรรมชาติจาก หลายๆต้นไม้ หลายๆพื้นที่ เอามาขยายพันธุ์ในไม้ต้นเดียวในที่เดียว .... น่าลองนะ

2. ใส่วัสดุที่เห็ดชอบ : ฟาง ขี้เลื่อย ไมยราบยักษ์ หญ้าก๋ง/พง/แขม เปลือกมันสำปะหลัง ชานอ้อย ต้นกล้วยตากแห้ง ผักตบชวา จอกหูหนู เปลือกทะลายปาล์ม เปลือกถั่วเหลือง สับเล็ก ตากแห้ง หว่านบนพื้น
บริเวณโคนต้นไม้ที่เห็ดเคยขึ้น

3. ปล่อยหรือทำให้ใบไม้ร่วง แล้วแห้งทับถมกัน หนาและกว้าง
4. ขูดหน้าดินบริเวณที่มีดอกเห็ดเกิด (มีเชื้อเห็ด) ขูดลึก ครึ่ง-1 ฝ่ามือ พร้อมเศษซากพืชมามากๆ
5. หว่านดินเชื้อเห็ดลงบนพื้นโคนต้นไม้ชนิดเดียวกันนั้น บางๆ กว้างๆ ทับบนวัสดุเพาะเห็ด คนคลุกเคล้าให้ลงดิน
6. ให้น้ำแก่ไม้ต้นเพาะเชื้อเห็ดปกติ
7. งดสารพิษชนิดรุนแรง เช่น สารเคมียาฆ่าแมลง ยาฆ่าหญ้า
8. งดหรือลด สารพิษจากปุ๋ยเคมี โดยใส่หรือใช้ปุ๋ยเคมีให้น้อยที่สุดเท่าที่จะน้อยได้
9. ให้สารอาหารบำรุงเห็ด (สารรสหวาน : กากน้ำตาล น้ำมะพร้าว อัตราส่วน 1 : 1,000 เดือนละครั้ง

10. บำรุงเห็ดที่ออกมาแล้วด้วย "น้ำ 20 ล. + ยูเรก้า 1.5 ซีซี." ตอนค่ำ วันเว้นวัน


การปลูก หรือเพาะเห็ดปลวกหรือเห็ดโคน – 1
รู้แล้วบอกต่อ......การปลูกเห็ดโคนง่ายๆ ใต้ต้นไผ่ (เน้นย้ำ ใต้ต้นใผ่)
ก่อนอื่นต้องบอกว่า ผมไม่ได้เป็นคนคิดวิธีการ แต่นํามา แบ่งปันความรู้ครับ....

วิธีทำ
ใช้ “จาวปลวก” (จาวปลวกหรือหัวปลวก จะเป็นรังปลวกที่นางพญาปลวกออกลูกอ่อนอาศัยอยู่)

ส่วนวิธีเพาะ ก็ไม่ยากเพียงแค่เราขอแบ่งจาวปลวกมาเพียงเล็กน้อย (ประมาณหนึ่งกํามือ) แล้วนําไปผสมกับข้าวสุก 1 กิโลกรัม จากนั้นให้นําไปแช่ในถังพลาสติก เติมน้ำเปล่า 20 ลิตร ปิดฝาถังให้มิดชิดวางไว้ในที่ร่ม หมักทิ้งไว้ 7-10 วัน ซึ่ง ในถังหมักจะมีจุลินทรีย์โปรโตซัวชนิดหนึ่ง ซึ่งจะขยาย ตัวเป็นฝ้าสีขาวลอยเหนือผิวน้ำหมัก

หลังจากหมักครบ 7 วันแล้วให้เรานํานํ้าจุลินทรีย์จาวปลวกที่ว่านี้ ไปราดที่จอมปลวกใต้ต้นไผ่ข้างบ้าน คลุมด้วยเศษฟางข้าวหรือเศษใบไม้บาง ๆ เสร็จแล้วให้รดน้ำพอชื้น อีกประมาณ 10-15 วัน ก็จะมีเห็ดโคนโผล่ขึ้นมาให้เรากิน

ใครสนใจทดลองทำดูแล้วมาแชร์กันนะครับ


(1)

(2)

(3)
(1 – 3) เห็ดโคนจากการเอาน้ำเชื้อจุลินทรีย์ราด ตามสูตรข้างต้น


(4) ต้มเห็ดโคน ต้มน้ำเปล่า ๆ ตักใส่ชาม บีบมะนาว ใส่น้ำปลา ใส่พริกขี้หนู แค่นี้ก็อร่อยเหลือหลายแล้ว


(5) ยำเห็ดสามอย่าง เห็ดอะไรก็ได้ ตามทีคุณชอบ

ว่าด้วยเห็ดโคน
https://www.facebook.com/photo.php?fbid=893529274001178&set=pcb.893529434001162&type=1&theater



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/01/2017 3:20 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 29/07/2015 9:53 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน เพาะเห็ดโคน – 2 ได้กินทั้งปี ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม ป้าห่าน และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน เพาะเห็ดโคน – 2 ได้กินทั้งปี

A10.5 (2) เชื่อผมเต๊อะ คนไม่บ้า ทำไม่ได้ร๊อก….

วิธีเพาะเห็ดปลวก (เห็ดโคน) จากจอมปลวก ได้กินทั้งปี

วิธีการปลูกเห็ดปลวกเเละการใช้ประโยชน์จากจุลินทรีย์จากปลวก ตามคำเรียกร้องครับ
วัฏจักรชีวิตของปลวกอีกแง่มุมหนึ่ง ที่สัมพันธ์พึ่งพากับสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่า "เห็ดโคน" ภายในรังปลวก จะมีสวนเห็ด (fungus garden) ซึ่งเป็นที่ๆปลวกขับถ่ายเนื้อไม้เศษซากเซลลูโลส ซึ่งผ่านกระบวนการเคี้ยวและการย่อยสลายไปเพียงบางส่วนในลำไส้ของปลวก สวนเห็ดจะชุ่มไปด้วยความเปียกชื้นที่สูงมาก มีเส้นใยสีขาวของเห็ดราเจริญเติบโตทั่วไปหมดตามภาพ ที่เห็นนั้นคือ เส้นใยของเชื้อเห็ดราหลายชนิด รวมถึงเชื้อเห็ดโคนด้วย ที่ปลวกนำมาเพาะเลี้ยง ปกติแล้วเชื้อเห็ดราที่เกิดอยู่ภายในสวนเห็ดของปลวกนั้น มีเชื้อเห็ดปะปนกันอยู่หลายชนิด

เช่น เห็ดโคน, เห็ดก้านธูป ฯลฯปลวกจะกินตุ่มเห็ด และเส้นใยเห็ดราบนสวนเห็ดนี้เป็นอาหาร ดังนั้นในสภาวะปกติปลวกจำนวนมหาศาลภายในรังจะกินเห็ดราบนสวนเห็ดจนไม่มีโอกาสที่ตุ่มเห็ดจะเจริญเติบโตกลายเป็นไปดอกเห็ดได้ทันเลย

เมื่ออากาศอบอ้าวและร้อนจัด ฝนตกหนักพื้นดินเปียกชุ่มและอ่อนตัว มันเป็นฤดูอพยพย้ายรังของปลวกวรรณะสืบพันธุ์จำนวนมากนับแสนนับล้านตัว กลายร่างเป็นแมลงเม่าโบยบินออกไปจากรังปลวก ประชากรปลวกภายในรังลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ปลวกที่เหลือกินเชื้อเห็ดราไม่ทัน ตุ่มเห็ดภายในรังปลวกจึงมีโอกาสเจริญเติบโตงอกทะลุขึ้นมาเหนือพื้นดินที่อ่อนนุ่มนี้ได้ มันช่างเป็นช่วงจังหวะเวลาอันเหมาะสมที่ธรรมชาติจัดให้เพราะพื้นดินอ่อนนุ่มและชื้นแฉะ ซึ่งถ้าดินแห้งแข็งก็ไม่มีทางเลยที่เห็ดโคนจะแทงทะลุขึ้นมาขยายพันธุ์ได้

เมื่อดอกเห็ดโคนบานเหนือพื้นดินมันจะปลดปล่อยสปอร์ขนาดเล็กๆฟุ้งกระจายไปทั่วบริเวณ ไกลออกไป ปลิวตกลงบนซากใบไม้ เนื้อไม้ผุๆ แมลงเม่าเจ้าชาย และเจ้าหญิงที่เพิ่งสลัดปีกและจับคู่ผสมพันธุ์กันสร้างอาณาจักรใหม่ที่เกิดบนดินเปียกแฉะ อาณาจักรแรกเริ่มที่มีขนาดเพียงไม่กี่ตารางเซ็นติเมตร มันจะเริ่มออกหาอาหารไปคาบเศษซากใบไม้ ซากเนื้อไม้ซึ่งก็จะมีสปอร์ของเห็ดโคนปะปนติดอยู่ด้วย นำกลับมาสร้างเป็นสวนเห็ดขนาดเล็กๆ เพาะเลี้ยงเห็ด และแพร่พันธุ์เพิ่มประชากรปลวก ขยายอาณาจักรให้ใหญ่โตเป็นจอมปลวก วนเวียนเป็นวัฏจักรไปไม่มีจบสิ้น

จำนวนจอมปลวกจึงทวีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่มีศัตรูที่น่ากลัวอย่างมนุษย์ไปรุกรานมัน ในธรรมชาติมีปลวกอยู่หลายชนิด แต่ผมเคยเห็นปลวกชนิดนี้มีเห็ดโคนเกิดรอบๆ ดอกเห็ดมีขนาดใหญ่ จึงเลือกใช้จาวปลวกจากจอมปลวกชนิดนี้ "วิธีขุดใช้เสียบหรือจอบขุดเบาๆ ไม่ต้องลึกมากจะเจอจาวปลวกอยู่จำนวนมาก เราเก็บมาแค่เล็กน้อยไม่ถึงขั้นต้องทำลายจอมปลวกทั้งหมด"

วิธีทำ

(1)

(2)
(1 – 2) จาวปลวกเล็กน้อยประมาณหนึ่งกำมือ ต่อ ข้าวสวย 1 กิโลกรัม

เสร็จแล้วก็คลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน ก่อนจะเติมน้ำเปล่าลงไปอีก 20 ลิตร

ตามหลักวิทยาศาสตร์...ปลวกย่อยเซลลูโลสเองไม่ได้ ต้องอาศัยโปรโตซัวและเชื้อราช่วย เราก็ประยุกต์ขยายเชื้อเหล่านั้นมาช่วยย่อยเศษใบไม้ใบหญ้าให้มันสลายตัวเร็วขึ้นหมักไว้ ๗ วัน จุลินทรีย์โปรโตซัวจะขยายตัวเป็นฝ้าสีขาว

การนำไปใช้
ใช้จุลินทรีย์จาวปลวกเอาใส่นา รดผัก ผลไม้ ให้ผสมน้ำให้ไก่กิน ก็ได้ผลดีครับ บางคนเอาไปรดบนโคนตันไม้ เค๊าบอกเกิดเห็ดโคนขึ้นมา

ใช้อัตราส่วนประมาณ 1 ลิตร /น้ำ 10 ลิตรใช้ฉีดพ่นเพื่อย่อยสลายเศษวัชพืช(หมักทำปุ๋ยหมัก) หรือย่อยสลายตอซังข้าวก่อนทำการไถประมาณ 7 วัน หลังจากนั้นไถกลบ และหากจะนำไปรดโคนต้นเพื่อบำรุงพืชผลอื่นๆก็ได้เช่นกัน ในอัตราส่วนข้างต้น ไม่ตายตัวสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมกับการใช้งาน

การเพาะเห็ดโคนจากจุลินทรีย์ปลวก
นำน้ำจุลินทรีย์จาวปลวกนี้ ไปราดที่จอมปลวก คลุมด้วยฟางข้าวหรือใบไม้ รดน้ำพอชื้น ประมาณ ๑๐ วัน ก็จะมีเห็ดโคนขึ้น นำไปประกอบอาหารที่เป็นเห็ดโคนธรรมชาติไร้สารเคมี เป็นเมนูอาหารที่วิเศษมากครับ"


(3)

(4)
(3 – 4 ) เห็ดโคน หรือ เห็ดปลวก เป็นเห็ดใน genus (สกุล)Termitomyces ยกตัวอย่างเช่น Termitomyces fuliginosus ซึ่งชนิด ( species) นี้จะรสชาติดี และเป็นที่นิยมกินกันมากที่สุด

เห็ดโคนจะมีให้เรากินในช่วงเวลาไหน?
ความจริงอยากจะตอบว่า จริงๆแล้วเห็ดโคนสามารถมีได้ทุกเวลาของปี แต่จะมีเงื่อนไขสำคัญว่า สภาพดินฟ้าอากาศจะต้องเอื้ออำนวยนั่นคืออากาศต้องร้อนอบอ้าวผิดปกติ อย่างที่เรียกกันว่า " ร้อนเห็ด "

หลังจากนั้น มีฝนตกลงมาอย่างหนัก และที่สำคัญคือจะต้องมีแมลงเม่า (หรือเขียนผิดๆว่าแมงเม่า) จำนวนมากบินออกมาจากรังปลวก

การที่แมลงเม่าทิ้งรังทำให้ เห็ดโคนในรังปลวกเหลือเพียงพอที่จะแทงทะลุดินออกมาให้เราได้กินกัน จากเงื่อนไขที่ปลวกทิ้งรังข้างต้นนี้ เราจึงพบว่าเห็ดโคนส่วนใหญ่จะออกในฤดูฝน แต่ในฤดูหนาวเดือนธันวาคมก็ยังพบว่ามีเห็ดโคนบางชนิด เช่นแถวจังหวัดนนทบุรีจะมีเห็ดโคนข้าวตอกซึ่งเป็นเห็ดโคนขนาดเล็กออกมาให้เรากินกัน แต่อย่างไรก็ตามจะมีเห็ดโคนออกมามากในช่วงเทศกาลกินเจคือเดือนตุลาคม-พฤศจิกายนของทุกปี

การพยายามเพาะเห็ดโคน มีมานานมากแล้ว ย้อนหลังไปไม่ต่ำกว่า 40 ปี สมัยแรกถึงขั้นทะลายรังปลวกมากมาย นำมาศึกษาในห้องทดลอง ด้วยสมมุติฐานต่างๆ รวมทั้งมีบริษัทห้างร้านที่ให้เงินทุนวิจัย ด้วยหวังว่าถ้าสำเร็จก็จะนำมาซึ่งความร่ำรวยอย่างมหาศาล แม้ในปัจจุบันนี้ สมมุติฐานแทบทุกชนิดก็ถูกนำมาทดลองจนหมด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแก๊สในรังปลวก มีผลต่อการกระตุ้นเส้นใยเห็ดหรือไม่

เพราะภายในรังปลวกจะมีแก๊สมีเทนในปริมาณที่เหมาะสมจำนวนหนึ่ง ทดลองถึงอุณหภูมิ ความดัน สารละลายในรังปลวก ฯลฯ

ในสมัยปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ถึงขั้นพยายามตัดต่อหน่วยพันธุกรรม( DNA ) ของเห็ดโคน เพื่อจะเพาะเลี้ยงมันขึ้นมาเองให้ได้ จนแล้วจนรอดก็ยังทำไม่สำเร็จ จนบางคนทนไม่ไหวขุดรังปลวก นำมาไว้ข้างบ้าน นำอาหารมาเลี้ยงดูปลวกเช่นใบไม้แห้ง กิ่งไม้แห้งเล็กๆ เพื่อจะได้อาศัยกินเห็ดโคนเล็กๆน้อยๆ ในบางช่วงเวลาก็ยังดีและในที่สุดทุกวันนี้ พวกเราจะพูดสรุปกันว่า " ถ้าจะเพาะเห็ดโคน ก็ต้องเลี้ยงปลวกด้วย "

ด้วยชื่อเสียงความมีรสชาติอร่อยของเห็ดโคน ภายหลังจึงมีคนสมองใส ได้นำเห็ดชนิดอื่น นำมาตั้งชื่อให้คล้ายเห็ดโคน (แต่ไม่ใช่เห็ดสกุล Termitomyces ) นำออกมาวางขาย ซึ่งมองในแง่ทางเศรษฐกิจก็เป็นสิ่งที่น่ายินดี เพราะเกษตรกรจะได้มีรายได้ ประเทศชาติมีเงินหมุนเวียน/

(เกษตรสวนกระเเส สถานีเเบ่งปันเมล็ดพันธุ์ความคิดเพื่อการพึ่งตนเอง ชอบกดไลค์ ถูกใจกดเเชร์ แฟนพันธุ์เเท้คอมเม้น อย่าลืมไลค์หน้าเพจเกษตรสวนกระเเส จะได้ติดตามกันง่ายๆ ขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม ทีมงานเพจเกษตรสวนกระเเส เพจน้องใหม่ภาคอีสานขอขอบพระคุณครับ...)


ขอขอบคุณข้อมูลจาก Facebook: แฟนเพจเกษตรสวนกระเเส
https://www.facebook.com/SuanKraSe/posts/585435258239672




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 29/07/2015 10:07 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน เพาะเห็ดโคน – 3 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ป้าห่าน และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน เพาะเห็ดโคน – 3


A10.5 (3) เชื่อผมเต๊อะ คนไม่บ้า ทำไม่ได้ร๊อก….





เพาะเห็ดโคน...จากจุลินทรีย์จาวปลวก...เพาะกินได้ตลอดทั้งปี
เห็ดโคน เป็นเห็ดป่าเติบโตได้ดีในสภาพธรรมชาติ ความชื้นและอุณหภูมิที่พอเหมาะ มีรูปร่างเหมือนเห็ดทั่วไปคือมีก้านเห็ดและหมวกเห็ด ดอกใหญ่ โคนอวบหนา มีกลิ่นเฉพาะตัว มักเกิดตามจอมปลวก จึงเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "เห็ดปลวก" มีการอพยพของปลวกที่เราเรียกว่า แมลงเม่า ออกจากรังปลวกเดิม เพื่อสร้างรังใหม่ การที่ฝนตกชุกจนมีความชุ่มชื้นเหมาะสม เมื่อปลวกในรังปลวกมีปริมาณลดลง ตุ่มดอกเห็ดเล็กๆ สามารถมีโอกาสที่จะเจริญเติบโตเป็นดอกเห็ดที่มีความชุ่มชื้นออกมาได้


เห็ดโคน เป็นเห็ดที่หายาก ซึ่งมีวางขายเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น ประมาณเดือนกันยายนถึงตุลาคม และจะมีให้รับประทานเพียงปีละ 1 ครั้ง พบมากในแถบจังหวัดกาญจนบุรี นครราชสีมา ราชบุรี และเพชรบุรี เมื่อพื้นที่ป่าค่อยๆ หมดไป เห็ดโคนจึงหายากและมีราคาแพง มีรสชาติหวานอร่อยกว่าเห็ดอื่นๆ ปรุงง่ายเพียงต้มกับเกลือก็ได้น้ำต้มเห็ดรสหวานตามธรรมชาติ นอกจากนำไปต้มกับน้ำเกลือแล้วเราอาจนำเห็ดโคนไปประกอบอาหารที่หลากหลาย


นอกจากนี้ยังมีสรรพคุณช่วยเจริญอาหาร บำรุงกำลัง แก้บิด แก้คลื่นไส้ อาเจียน แก้ไอ ละลายเสมหะ การทดลองทางเภสัชศาสตร์พบว่าน้ำที่สกัดจากเห็ดโคนสามารถยับยั้งเชื้อโรคบางชนิด เช่น เชื้อไทฟอยด์ได้ จึงเป็นที่นิยมกันมาก ซึ่งมีวางขายเฉพาะในฤดูฝนเท่านั้น ประมาณเดือนกันยายนถึงตุลาคมและจะมีให้รับประทานเพียงปีละ 1 ครั้ง พบมากในแถบจังหวัดกาญจนบุรี นครราชสีมา ราชบุรี และเพชรบุรี เมื่อพื้นที่ป่าค่อยๆ หมดไป เห็ดโคนจึงหายากและมีราคาแพง


การเพาะเห็ดโคนจากจุลินทรีย์จาวปลวก สามารถเพาะได้ตลอดทั้งปีโดยมีขั้นตอนคือ

ก่อนอื่นต้องหาจอมปลวกเพื่อนำจาวปลวกมาทำน้ำจุลินทรีย์ โดยใช้เสียมหรือจอบขุดเบาๆ ไม่ต้องลึกมาก จะเจอจาวปลวกอยู่จำนวนมาก เก็บมาแค่เล็กน้อยไม่ถึงขั้นต้องทำลายจอมปลวกทั้งหมด



วิธีทำน้ำจุลินทรีย์ปลวก

นำจาวปลวกเล็กน้อยประมาณหนึ่งกำมือ ต่อ ข้าวสุก 1 กิโลกรัม หรือ(จาวปลวก 1 กิโลกรัม ต่อข้าวเหนียวนึ่งหรือข้าวสุก 1 กิโลกรัม) นำมาคลุกเคล้าผสมให้เข้ากัน แล้วเติมน้ำเปล่าลงไปอีก 20 ลิตร หมักใว้ในถังปิดฝาให้สนิท วางในที่ร่มทิ้งใว้ 7 วัน จนเกิดฝ้าขาวขึ้นมาเต็ม จึงนำไปใช้ได้


(ตามหลักวิทยาศาสตร์ ปลวกย่อยเซลลูโลสเองไม่ได้ ต้องอาศัยโปรโตซัว และเชื้อราช่วย เราก็ประยุกต์ขยายเชื้อเหล่านั้นมาช่วยย่อยเศษใบไม้ใบหญ้าให้มันสลายตัวเร็วขึ้นหมักไว้ 7 วัน จุลินทรีย์โปรโตซัวจะขยายตัวเป็นฝ้าสีขาว)


จากนั้นนำน้ำจุลินทรีย์จาวปลวกที่ได้นำไปคนให้เป็นเนื้อเดียวกัน แล้วนำไปราดที่จอมปลวก และคลุมด้วยฟางข้าวหรือใบไม้ รดน้ำพอชื้น ประมาณ 10 วัน ก็จะมีเห็ดโคนขึ้นมา ก็สามารถนำไปประกอบอาหารที่เป็นเห็ดโคนธรรมชาติไร้สารเคมี



นอกจากนี้น้ำจุลินทรีย์จาวปลวกยังสามารถนำมารด พืชผัก ผลไม้ บางคนเอาไปรดบนโคนตันไม้ ก็เกิดเห็ดโคนขึ้นมาได้เหมือนกัน ใช้ในอัตราส่วนประมาณ 1 ลิตร ต่อน้ำ 10 ลิตรใช้ฉีดพ่นเพื่อย่อยสลายเศษวัชพืช (หมักทำปุ๋ยหมัก) หรือย่อยสลายตอซังข้าวก่อนทำการไถประมาณ 7 วัน หลังจากนั้นไถกลบ และหากจะนำไปรดโคนต้นเพื่อบำรุงพืชผลอื่นๆก็ได้เช่นกัน ในอัตราส่วนข้างต้น ไม่ตายตัวสามารถปรับได้ตามความเหมาะสมกับการใช้งาน


ที่มา:
เกษตรสวนกระเเส
http://www.baanmaha.com


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/01/2017 3:23 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 30/07/2015 1:08 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 – ปลูกผักริมถนน ตอน จากเห็ดโคน ถึงเห็ดตับเต่า ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน

เกษตรสัญจร 9 – ปลูกผักริมถนน ตอน จากเห็ดโคน ถึงเห็ดตับเต่า (1)

A10.5 (4)เพาะเห็ดตับเต่าเล่นกันมั๊ย (1)





ปัจจัยในการเจริญเติบโตของ “เห็ดตับเต่า”


การเกิดของเห็ดตับเต่า


“เห็ดตับเต่า” จัดว่าเป็นอาหารยอดนิยมของคนไทย โดยเฉพาะในท้องถิ่นภาคอีสาน แต่ปัจจุบันเห็ดตับเต่าที่เกิดขึ้นเองในธรรมชาติ ก็หายากขึ้นทุกที เมื่อก่อนแถวบ้านที่ผมอยู่(ตาก) พอถึงหน้าฝนแค่เดินลงไปข้างห้วยก็เก็บเห็ดตับเต่าได้เป็นกิโลฯ


แต่ปัจจุบันหาจะแกงสักขีดยังไม่มีเลยครับ เหตุผลอย่างหนึ่งที่ผมลองวิเคราะห์ดูอาจเป็นเพราะว่า การทำเกษตรในปัจจุบันเราใช้สารเคมีมากเกินไป เมื่อเกิดฝนตก ก็ทำการชะล้างสารเคมีต่างๆเหล่านี้ลงสู่ห้วย หนองคลอง บึงต่างๆ เชื้อเห็ดทั่วไปไม่เฉพาะแค่เห็ดตับเต่า จัดว่าเป็นเชื้อราที่กินได้ จึงตายไปเพราะพิษของสารเคมีดังกล่าว ด้วยเหตุนี้หากเราอยากจะกินเห็ดตับเต่า ก็ต้องหาวิธีนำมาเพาะเอง ส่วนวิธีการนั้นก็ไม่ถือว่ายากครับ เพราะวิธีการและขั้นตอนทุกอย่างในการเพาะเห็ดตับเต่า มีอยู่ตรงหน้าท่านแล้ว..วันนี้ผมก็เพิ่งจะสั่งซื้อก้อนเชื้อมา กะว่าจะเพาะไว้กินในครอบครับ แต่ก่อนอื่นขอนำเสนอวิธีการให้ได้รู้ก่อน เผื่อผู้อ่านสนใจอยากเพาะเห็ดตับเต่าไปพร้อมๆกับผม..มีรายละเอียดดังนี้ครับ




(รูป-1) เห็ดตับเต่าขึ้นใต้ต้นโสน


“เห็ดตับเต่า” จัดว่าเป็นเชื้อรากลุ่ม “ เอ็คโตมัยคอร์ไรซ่า ” คือเป็นความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อรากับระบบรากอาหารของพืชชั้นสูง ซึ่งเชื้อเห็ดจะมีความเฉพาะเจาะจงกับรากฝอย (rootlets) ของพืชได้โดยตรง ไม่สามารถเพาะเลี้ยงให้เป็นดอกเห็ดได้บนอาหารสังเคราะห์ เหมือนกับเห็ดทั่วๆ ไป เช่น เห็ดนางฟ้าที่เราเห็นการเจริญเติบโตได้บนก้อนอาหารเห็ดที่มีจำหน่ายทั่วไป แค่เราซื้อมาวางไว้ในห้องน้ำก็สามารถเก็บเห็ดกินได้แล้ว


แต่เห็ดตับเต่าจะไม่ใช่อย่างนั้นครับ เห็ดตับเต่าจะเจริญเติบโตขึ้นมาได้ จะต้องมีพืชที่ใช้อาศัยในการเจริญเติบโตหรือที่เรียกว่า “พืชอาศัย” และพืชอาศัยของเห็ดตับเต่าก็จะมีอยู่หลายชนิดให้เราได้เลือกใช้ เช่น ต้นหว้า ต้นโสน ต้นมะกอกน้ำ ต้นส้ม ต้นมะม่วง ต้นขนุน และต้นทองหลาง เป็นต้น


เคยมีข้อมูลว่าในจังหวัดเชียงรายที่อำเภอเวียงแก่น ซึ่งเป็นแหล่งปลูกส้มโอขนาดใหญ่ กลับพบว่าในบางพื้นที่ของสวนมีเห็ดตับเต่าเกิดขึ้นบริเวณใต้ต้นส้มโอจำนวนมาก ต่อมาเมื่อปี พ.ศ. 2549 -2552 กรมวิชาการเกษตร โดยนักวิจัยจากศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย ได้เก็บตัวอย่างเห็ดตับเต่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ นำมาแยกเชื้อบริสุทธิ์บนอาหารวุ้น PDA ซึ่งก็ได้ทั้งหมด 47 isolate โดยเก็บจากใต้ต้นมะกอกน้ำ กระท้อน หว้าและส้มโอ เพื่อจะศึกษาลักษณะดอกเห็ดตับเต่าที่พบในสภาพธรรมชาติ รวมถึงการแยกเชื้อบริสุทธิ์ของเห็ดตับเต่าบนอาหารสังเคราะห์และทำการผลิตหัวเชื้อต่อไป


นอกจากนั้นยังศึกษาถึงความสัมพันธ์ระหว่างเชื้อเห็ดตับเต่ากับรากพืชอาศัยในห้องปฏิบัติการ และยังได้ปลูกเชื้อเห็ดตับเต่าลงบนพืชอาศัย 1 ชนิด คือ ต้นมะกอกน้ำ ทั้งนี้ก็เพื่อใช้เป็นตัวอย่างหรือ Model ในการศึกษาการสร้าง มัยคอร์ไรซ่า (Mycorrhizae) และการพัฒนาเป็นดอกเห็ดในแปลงปลูกต่อไป ซึ่งจากการศึกษาและทดลองดังกล่าวก็ได้ข้อสรุปว่า


1. เชื้อเห็ดตับเต่าทุก Isolate สามารถเจริญได้บนอาหารสังเคราะห์

2. เชื้อเห็ดตับเต่าแต่ละ Isolate มีอัตราการเจริญเติบโตทางเส้นใยที่แตกต่างกัน แต่ทุกๆ isolate จะมีการเจริญบนอาหาร MMN ได้ดีกว่าอาหาร PDA ดังนั้นจึงควรใช้ MMN เป็นอาหารเลี้ยงเชื้อเห็ดตับเต่าแทน

3. เชื้อเห็ดตับเต่ามีการอยู่ร่วมกัน (Colonization) กับรากมะเกี๋ยงป่าได้ดี และเชื้อเห็ดตับเต่าบาง isolate สามารถเจริญเป็นดอกเห็ดได้ในหลอดทดลอง และบาง isolate จะพัฒนาเป็นดอกเห็ดขนาดเล็กบนอาหาร PDA หลังจากการเลี้ยงเชื้อที่อุณหภูมิห้องเป็นเวลา 1 เดือน

4. การปลูกเชื้อเห็ดตับเต่าให้อยู่ร่วมกับพืชอาศัยทำได้โดยการล้างเส้นใยออกจากหัวเชื้อเมล็ดข้าวฟ่าง (หัวเชื้อ 1 ขวดต่อน้ำ 2 ลิตร) จากนั้นให้ใช้จอบขุดบริเวณรอบชายพุ่มจนพบรากฝอยของพืชอาศัย แล้วนำเชื้อไปราดบริเวณชายพุ่มก่อนกลบด้วยดิน และยังสามารถกระตุ้นให้เกิดดอกเห็ดตับเต่านอกฤดูในพืชอาศัยที่เคยพบดอกเห็ดตับเต่าขึ้นตามธรรมชาติได้ด้วย โดยการให้น้ำด้วยระบบสปริงเกลอร์เลียนแบบการตกของฝน และก็จะพบดอกเห็ดตับเต่าขึ้นบริเวณใต้ทรงพุ่มของพืชอาศัยดังกล่าวหลังจากให้น้ำประมาณ 2 - 3 สัปดาห์


จากกาารทดลองในเรื่องเห็ดตับเต่าทีว่านี้ก็ได้เป็นประโยชน์กับส่วนต่างๆมากมาย เช่น

- นักวิชาการเกษตรจัดการฝึกอบรมให้เกษตรกรและผู้สนใจมีความสามารถในการผลิตหัวเชื้อเห็ดตับเต่าเป็นการค้าได้

- สามารถถ่ายทอดเทคโนโลยีการปลูกเชื้อเห็ดตับเต่าลงบนกล้าพืชอาศัยให้แก่เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ได้ ซึ่งในแต่ละปีจะต้องผลิตกล้าไม้อยู่แล้ว

- เกษตรกรสามารถนำเทคโนโลยีไปผลิตเห็ดตับเต่านอกฤดูกาลเพื่อนำออกจำหน่ายเพิ่มรายได้ให้มากขึ้นได้

- เกษตรกรหรือผู้สนใจสามารถปลูกเชื้อเห็ดตับเต่าลงบนพืชอาศัยเพื่อผลิตตับเต่าเป็นอาหารในครัวเรือนหรือจำหน่ายทำให้มีรายได้เพิ่มขึ้นอีกส่วนหนึ่งได้

สำหรับก้อนเชื้อเห็ดตับเต่าสามารถสั่งซื้อโดยตรงได้ที่ “ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย” หากเกษตรกรหรือผู้สนใจจะสั่งซื้อหรือมีข้อสงสัยในเรื่องการเพาะ “เห็ดตับเต่า” ก็สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย โทรศัพท์ 053-170100 หรือ 053-170120 ได้ ในวันและเวลาราชการ

ครับ โดยส่วนตัวผมเองก็สั่งซื้อที่นี่ตั้งแต่ปีที่แล้ว ตอนนั้นราคาก้อนละ 40 บาท ไม่รวมค่าจัดส่งครับ


ขอขอบคุณข้อมูลจาก : ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 9:31 pm, แก้ไขทั้งหมด 5 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 31/07/2015 9:17 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 – ปลูกผักริมถนน ตอน จากเห็ดโคน ถึงเห็ดตับเต่า ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน


เกษตรสัญจร 9– ปลูกผักริมถนน ตอน จากเห็ดโคน ถึงเห็ดตับเต่า(2)


A10.5 (4)ตอน 2 เทคนิคเพาะเห็ดตับเต่าด้วยวิธีง่าย ๆ






เห็ดตับเต่า

เห็ดตับเต่า เห็ดผึ้ง หรือ เห็ดห้า เป็นเชื้อรากลุ่ม เอ็คโตมัยโคไรซ่า เป็นเห็ดที่อาศัยอยู่กับรากพืช คือเห็ดจำพวกนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีพืชเป็นที่อาศัยครับ เส้นใยของเห็ดตับเต่าจะเจริญดีมากจากรากอ่อน จนถึงปลายราก แต่เราจะใส่เชื้อที่โคนรากของต้นไม้อาศัย

ในช่วงแรกเชื้อเห็ดตับเต่าจะอาศัยอยู่ที่โคนราก แล้วค่อยๆ ลามไปจนทั่วปลายราก อย่างที่เคยอธิบายไว้ในบทความก่อนครับ เห็ดตับเต่าจะออกดอกเห็ด ให้เราได้รับประทานเฉพาะในช่วงหน้าฝน (ยกเว้นเพาะนอกฤดู) และเห็ดประเภทนี้จะเกิดขึ้นได้ก็ต้องมีพืชอาศัย พืชอาศัยของเห็ดตับเต่า ก็มี ลำไย ลิ้นจี่ หว้า มะกอกน้ำ แคบ้าน กระถิน ส้มโอ โสน มะม่วง มะกอกบ้าน เป็นต้น

ส่วนวิธีการเพาะเห็ดตับเต่า หลักๆก็มีด้วยกันเพียง 4 วิธีดังนี้ครับ



เทคนิคเพาะเห็ดตับเต่าด้วยวิธีง่าย ๆ

1. ขยายพันธุ์ด้วยสปอร์ คือรอให้สปอร์เห็ดพัดมากับ ลม น้ำ หรือสัตว์ที่กินเห็ดมาถ่ายใส่ไว้ให้

2. นำดอกเห็ดแก่ (ดอกเห็ดแก่จะมีสปอร์อยู่มาก) ไปปั่นละลายกับน้ำ ราดไว้ที่โคนต้นไม้อาศัย

3. นำหัวเชื้อขยาย (ก้อนเชื้อที่ทำไว้แล้ว) มาผสมกับน้ำราดไว้ที่โคนต้นไม้อาศัย..
ผมสั่งซื้อจาก ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงรายครับ เขาส่งถึงบ้าน ก้อนละ 40 บาท (ไม่รวมค่าส่ง)

4. ขูดเอาผิวดินที่เคยมีเห็ดขึ้น ดินที่เห็ดเก่าปล่อยสปอร์ทิ้งไว้ เอาดินนี้มาใส่ตรงโคนต้นไม้อาศัยของเห็ดตับเต่า

หลักของการเพาะเห็ดตับเต่าก็มีเพียงเท่านี้ครับ ให้เพื่อนๆ เลือกทำตามวิธีใดวิธีหนึ่งข้างต้น แล้วแต่ความสะดวก เพียงเท่านี้ก็จะมีเห็ดตับเต่าไว้รับประทานไปชั่วลูกชั่วหลานเลยทีเดียว


ขอบคุณข้อมูลจาก - ศูนย์วิจัยพืชสวนเชียงราย
ต.รอบเวียง อ.เมือง จ.เชียงราย 57000 โทรศัพท์ 053-170100 หรือ 053-170120 ได้ ในวันและเวลาราชการ



.



มีของแถมท่ามกลางเปลวแดดอันร้อนระอุ....



จากเห็ดตับเต่า ถึงเห็ดตับเป็ดครับ...ขึ้นได้ทุกที่ ทุกฤดูกาล ทั้งที่อากาศอับชื้นและแห้งแล้ง....[/size]


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 9:28 pm, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
hans
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 28/04/2013
ตอบ: 146

ตอบตอบ: 07/08/2015 2:39 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีค่ะลุงคิม ทิดแดง และสมาชิกทุกๆๆท่าน

แดงป้าอ่านตลอดและทำยังไม่เห็นผลเลยต้องทำอีก แต่ตอนนี้เห็ดโคนธรรมชาติออกพอได้เก็บกิน เน็ตมันช้าาาาาาาาามากกกกกกก จะอ่านอะไรก็ต้องรอนาน รูปต่างๆๆนี่อดเลย ป้าเบื่อเลยอ่านเฉยๆๆอยากส่งเมล ส่งรูปก็ไม่ได้จ่ายค่าเน็ตแต่เน็ตใช้ได้แย่มากลุงฮานส์ก็บ่น เข้าใจที่นี่ประเทศไทยต้องทำใจ


ป้าห่านจ้า




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 14/08/2015 8:46 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ปลูกอ้อย 100 ตัน / ไร่ คุณทำ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.
เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ปลูกอ้อย 100 ตัน / ไร่ คุณทำได้

A11.1 – ปลูกอ้อยให้ได้ผลผลิตมาก

ผมไม่คิดที่จะปลูกอ้อย เพราะไม่มีที่จะปลูก ปลูกเอาไว้กินเล่นแค่กอ สองกอ
กับปลูกอ้อยแดงเอาไว้ใช้ในพิธีกรรมต่าง ๆ เท่านั้น

พอดีไปเจอข้อมูลว่า ทำยังไงถึงจะปลูกอ้อยให้ได้ผลผลิตมาก ๆ
ก็เลยเอามาฝากเพื่อนสมาชิกที่ปลูกอ้อย เอาไปทดลองทำดูนะครับ



ผมเห็นรูปแล้วก็นึกถึงที่ลุงคิมเคยพูดหลายครั้งว่า
....มิตรผล เค้าปลูกอ้อยได้ 50 ตัน / ไร่
...วังขนาย เค้าปลูกได้ 100 ตัน / ไร่.
ก็เลยคิดว่า ถ้าปลูกตามวิธีที่ผมนำเสนอนี้ บำรุงให้ดี ๆ น่าจะได้


รูปที่ 1
คำวิจารณ์
(1) สิ้นเปลืองท่อนพันธุ์มากเกินความจำเป็น ซึ่งความเป็นจริงแล้ว
อ้อยแตกกอมาจากต้นเรกต้นเดียวหรือสองสามต้นเท่านั้น

(2) น่าลองซัก วิธีละ ครึ่งไร่นะครับ แบบไทยเราทำ กับแบบอินเดียทำ
แบบไหนจะได้ผลผลิตเยอะ หักลบต้นทุนแล้ว แบบไหนคุ้มกว่า

(3) ทำเป็นแปลงทดลองได้อยู่ แต่จะทำทั้งไร่ ทั้งสวนคงไม่ได้

(4) ที่ปลูกแบบนี้น่าจะเป็นเพราะอียิปต์ ไม่ค่อยมีฝน อ้อยเลยไม่แตกกอ
เหมือนประเทศไทย ขืนบ้านเราปลูกแบบนี้ได้แย่งกันขึ้นจนมองไม่เห็นดิน

(5) บ้านผมปลูกยาวเป็นท่อนๆ ยังขึ้นพอๆกับแปลงที่เห็นเลย

(6) ปลูกแบบอียิปต์ ทุนจมไปกับพันธุ์อ้อย เสียเวลากับการขุดหลุม ปลูกแบบนี้ลองนึกถึง
ตอนอ้อยตอ 2 ตอ 3 ดูนะครับ มันจะออกมาเป็นกอตะไคร้ ลำอ้อยเล็ก ดูแลยากด้วย



รูปที่ 2
คำวิจารณ์
(1) อยากรู้ว่า ที่อียิปต์ไว้ตอ 2.. 3.. 4 หรือเปล่า หรือปลูกแบบ หนึ่งปี ตัด โล๊ะปลูกใหม่ทั้งหมด
ถ้าทำหนึ่งปีโล๊ะ ทำใหม่หักแล้วเหลือกำไร ผมว่าก็คุ้มค่ากับการลงทุน


แต่ประเทศเราปลูกครั้งเดียว ไว้ได้สี่ครั้ง แต่ ส่วนมาก ต้องจุดไฟก่อนตัด ทำให้อ้อยตอ 2
มีผลกระทบต่อการเติบโต จุลินทรีย์สิ่งมีชีวิตในดินตาย ต้องเปลืองปุ๋ยไปบำรุง ทำให้มีส่วน
ของค่าใช้จ่ายเพิ่ม ไม่ให้เผาตัด ก็ไม่มีใครอยากตัด (คนงาน) มันไวดี ถ้าทำแบบเขา แล้ว
คุ้มผมว่าก็น่าทำนะ อยากได้ข้อมูลมากกว่านี้ ส่วนตัวจะลอง หาพันธ์อ้อยที่เขาขวั้นขายมา
ลองปลูกไว้กินก่อน ซักสองสามหลุม

(2) ค่าพันธุ์อ้อยไร่ละ 10000-20000 บาท ปลูกแบบนี้ต้องใช้พันธุ์อ้อยเท่าไหร่คิดดู
ยังไม่รวมค่าแรงในการขุดหลุม จัดระเบียบแนวท่อนพันธุ์อีก แล้วยังไม่รวมเรื่องการดูแลรักษา
หญ้าขึ้นพรึบ ลำเล็ก แย่งอาหาร พอตอนตัด รถเข้าเก็บก็ลำบาก พออ้อยตอ 2 ตอ 3 นะ
กอตะไคร้ดี ๆ นี่เอง

(3) พันธ์อ้อย ต้องซื้อ
ปุ๋ยก็ซื้อ
จ้างลงปุ๋ย
จ้างปลูก
จ้างขาย
จ้างเก็บ
แล้วจะเหลืออะไรล่ะครับ ชาวไร่ ชาวสวน
สู้ทำไร่ ค่อยๆ เป็น ค่อยไป ดีกว่า ปลูกหลายๆอย่าง ให้มีของ ขายทุกๆ วัน
มีเงินวัน มีเงินเดือน มีสองเดือน มีเงินสามเดือน มีเงินปี มีเงินสองปี

(4) เปลืองต้นพันธ์ ครับ

(5) ผลผลิตล่ะเป็นงัย ไร่หนึง ได้กี่ตัน ถ้าผลผลิตได้มากกว่าเราปลูกปกติ ก็น่าทำนะ
เพราะเป็นการประหยัดพื้นที่ในการปลูก พื้นที่น้อย แต่ได้ผลผลิตเยอะ ก็โอเคนะ
น่าทำดูบ้าง ได้ผลผลิตเยอะ ราคาดี ทุกอย่างก้อคุ้มกับการลงทุน


รูปที่ 3
คำวิจารณ์
(1) แบบนี้ที่บ้านเราใช้หลุมละสองถึงสามท่อน ต้นอ้อยจะออกตามตาอ้อย
และขยายต้นได้อีกหลังจากนั้นหากได้น้ำและปุ๋ยดี

(2) ใส่ปุ๋ยง่าย..ดูแลง่าย
(3) ลดค่าใช้จ่ายในการดูแลครับ เช่นใส่ปุ่ยง่าย ตัดอ้อยสดได้ ลำต้นต้องใหญ่ขึ้น
น้ำหนักต่อต้นต้องเพิ่มแน่นอน

(4) มันก็สวยดีแต่ผลผลิตกับความหวานมันได้ไหม.


รูปที่ 4
คำวิจารณ์
(1) อย่างนี้ตัด.กอ.ละ 20 รวยเลย
(2) ตัดขายแล้วเจีากันพอดีกับต้นทุนผมว่า
(3) เท่าที่ดูกอนึงก็สิบกว่าลำ ทำอย่างที่เราเคยทำแหละดีแล้ว

และแต่ละรูปที่นำเสนอ....ก็จะมีคำวิจารณ์หลากหลายจาก นักวิชาเกินและ กูรู
เพราะอ่านดูก็รู้ว่า....คิดแต่ทำเป็นแบบเดิม ๆ ไม่คิดที่จะพัฒนา ยังไม่ทันเห็นกะรอก
ก็โก่งหน้าไม้ซะแล้ว.....มันถึงได้เป็นอยู่อย่างนี้ยังไงล่ะ....




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 22/08/2015 11:50 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน โลกเร้นลับของชีวิตเล็ก ๆ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน โลกเร้นลับของชีวิตเล็ก ๆ


A10.4 – 6(1) ความงามเล็ก ๆ ที่ถูกมองข้าม






(1) มันมากับความมืด





(2) ถึงจะไม่มืด มันก็มาได้ มาเลย อยากให้มา กลัวซะที่ไหน (จมูกโหว่ ปากแหว่ง หรือเปล่านะเนี่ย)





(3) มันมากับความดำ




(4)


(5)


(6)


(7)

(4 – 7) .....มันเกิดจากความดำ มันคืออะไร




(8 )


(9)


(10)

(8 – 10) อะไรคือมัน …ความดำทำให้มันมา




(11)


(12)

(11 – 12) โลกเร้นลับของชีวิตเล็ก ๆ ..จะเรียกว่าอะไรดี เชื้อราก็ไม่ใช่ เห็ดก็ไม่เชิง มีทั้งคุณและโทษ ชนิดที่เป็นพิษก็มี ไม่เป็นพิษก็มี ........

(รูป 3 - 12) ราสีส้ม จากกากกาแฟสีดำ เกิดจากขณะที่ใช้กากกาแฟทำปุ๋ยหมักครับ



(13)


(14)


(15)


(16)


(17)


(18 )


(19)


(20)

(13 – 20) ความงามเล็ก ๆ ที่ถูกมองข้าม นี่ก็เช่นเดียวกัน มีทั้งคุณและโทษ ชนิดที่เป็นพิษก็มี ไม่เป็นพิษก็มี ...



.


ขอบคุณรูป 1,2, และ 13 - 20 จากWall Paper Facebook.



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 9:42 pm, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 25/08/2015 4:26 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน Roof top Garden. ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม ...และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน Roof top Garden.


A10.4 – 6(2) - สวนบนยอดตึก-สวนผักคอนโด ความสุขที่ใช้เงินซื้อได้





เค้าไปกันถึงไหนแล้ว......เรายังอยู่ตรงนี้ กรมส่งเสริมอยู่ที่ไหน กรรมของเกษตรกรไทย

....ดูรูปไปพลาง ๆ ก่อน เรื่องและรูปชุดนี้เกี่ยวเนื่องกับ เกษตรสัญจร 13 ว่าด้วย เกษตร IT…..ตามไปอ่านตรงโน๊นนะครับ




(1)

(2)

(3)

(4)

Credit: รูปจาก
Roof top Garden NY.


หลายคนคงบอกว่าไม่มีทุน....ไม่ยาก ....ถามพระนเรศน์



หมดเนื้อหมดตัวแน่คราวนี้น้องเอ๊ย....


..กางเกงยีนส์เทรนใหม่ จากเจแปน มีคนกล้าใส่รึ ....ก็ใส่ยืนให้ถ่ายรูปก็เห็นอยู่นี่
ไงล่ะ.....
จะใส่ทำมั๊ย ให้แมลงวันตอมเปล่า ๆ .....



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 9:47 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 05/09/2015 12:19 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ว่าด้วยปุ๋ยหมักและผักอินทรีย์ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ว่าด้วยปุ๋ยหมักและผักอินทรีย์(1)


A10.7.1-1 (1.1) ศูนย์การเรียนรู้ ปุ๋ยชีวภาพจากขยะ สำนักงานเขตห้วยขวาง





เทรนพืชผัก - อาหารปลอดสารพิษ ผักไฮโดรโปนิคส์ กำลังมาแรง แซงหน้า มะเร็ง.....แต่ ผักอินทรีย์ ผักชีวภาพ ผักที่ไม่ใช้สารเคมี และยาฆ่าแมลง มาแรงยิ่งกว่า ..........เพราะท่านว่า ผักอันนี้ มะเร็งไม่มารุม …….


ผม Connect (เล่นภาษาวัยโจ๋ซะด้วย) ไปถึง ไอ้หริ่งว่า

.......เอ็งช่วยเอาเรื่องนี้ไปเขียนทีวะ

คำตอบคือ
....ช่วงนี้หนูกับพี่หนานปันไม่ว่างเลยแหละทิด ฝนกำลังมา นากำลังลง ดงมะละกอถูกฝูงวัวเข้าลุย ....

......พอ ๆๆ แค่บอกไม่ว่าง พอแล้ว ถ้าฝ่าดง TEEN จะยิ่งกว่าโดนฝูงวัวลุยนะเอ็ง .....


จะอาศัยไอ้ตู่รึ คงจะไม่ได้เรื่อง .อธิบายเรื่องหมู ฟังดูที่มันเล่า กลายเป็นเรื่องหมานี่หว่า….

พึ่งพาอาศัยใครไม่ได้ ลุยเองก็ได้วะ ได้แค่ไหนเอาแค่นั้นละกัน.....




(1) ศูนย์การเรียนรู้ ปุ๋ยชีวภาพจากขยะ สำนักงานเขตห้วยขวาง


ขยะในกรุงเทพมหานครเป็นปัญหาใหญ่ต่อเนื่องกันมาช้านาน กรุงเทพฯ จึงพยายามรณรงค์โดยการนำขยะกลับมาใช้อีก เรียกกันว่า “ขยะรีไซเคิล” แต่ก็ยังมีขยะสดที่หลงเหลืออยู่ ซึ่งเป็นขยะที่เกิดจากครัวเรือน อันได้แก่เศษอาหารต่าง ๆ เปลือกผลไม้ เศษพืชผักจากครัว ขยะสดเหล่านี้นำมาผลิตเป็นปุ๋ยชีวภาพ ปุ๋ยอินทรีย์ ซึ่งทางกรุงเทพฯ ได้ทำการทดลองผลิตและสาธิตการใช้ในแปลงพืชพันธุ์ต่าง ๆ เกิดผลดีกับพืชพันธุ์เจริญงอกงาม ออกดอก ออกผลเป็นที่น่าพอใจ

“สำนักงานเขตห้วยขวาง” เป็นอีกเขตหนึ่งที่ตอบสนองนโยบายของกรุงเทพฯ ด้านการกำจัดขยะรูปแบบต่าง ๆ รวมทั้งการนำขยะสดมาผลิตเป็นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยชีวภาพ ตั้งแต่ปี 2546 เป็นต้นมา เริ่มแรกก็เข้ารับการอบรมด้านการผลิตปุ๋ยจากขยะของสำนักงานสิ่งแวดล้อม กรุงเทพฯ ครั้งนั้นทุกเขตส่งเจ้าหน้าที่เข้ารับการอบรม ได้ความรู้ขั้นพื้นฐานพร้อมต่อยอดกระบวนการผลิต

หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่เขตห้วยขวางที่เข้ารับการฝึกอบรมได้นำความรู้ที่ได้จากการอบรมทดลองทำการผลิตได้ผลบ้างไม่ได้ผลบ้าง หมายความว่าได้ผลยังไม่เต็มที่ ขาด ๆ เกิน ๆ แต่ก็ทดลองทำการผลิตพร้อมกับเข้าฝึกอบรมจากหน่วยงานอื่น ๆ อีก แม้กระทั้งเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพฯ ก็มีการจัดอบรมการทำปุ๋ยจากขยะสด เจ้าหน้าที่จากเขตของตนเข้ารับการฝึกอบรม และแลกเปลี่ยนความรู้ซึ่งกันและกัน และนำความรู้มาปรับปรุงกระบวนการผลิตจนเกิดเป็นปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพ หลังจากนั้นจึงนำปุ๋ยที่ผลิตได้มาทดลองใช้กับแปลงพืชผักที่แปลงสาธิต



(2) คุณแหวน เพชรตะกั่ว เจ้าหน้าที่งานรักษาความสะอาดชำนาญงาน ผู้รับผิดชอบโครงการปุ๋ยหมักจากขยะ สำนักงานเขตห้วยขวาง และ....




(3)


(4)

(3 - 4) คุณกัญญา นาควิบูลย์ หัวหน้าพนักงานทั่วไปเป็นผู้ดูแลการผลิตปุ๋ยหมักภาคสนาม เผยถึงโครงการผลิตปุ๋ยหมักจากขยะสดของเขตห้วยขวางว่า




(5)


(6)


(7)


(8 )


(9)

(5 - 9)หลังจากอบรมแล้วก็ทำการทดลองผลิตจนได้ปุ๋ยหมัก น้ำหมักชีวภาพมีคุณภาพมาตรฐานเมื่อปี 2548 และนำปุ๋ยที่ได้ไปทดลองใช้กับพืชผักในแปลงทดลองขนาดประมาณ 1 ไร่

ซึ่งเป็นที่ของเอกชนรายหนึ่งที่อยู่ตรงข้ามกับที่ทำการเขต อนุญาตให้เขตใช้ที่ดินเป็นแปลงสาธิตปลูกพืชพันธุ์หลายชนิด และทดลองใช้ปุ๋ยที่ผลิตได้เพื่อบำรุงต้น ดอก ใบ และผล จากการทดลองใช้ปุ๋ยกับพืชพันธุ์ในแปลงทดลองปรากฏว่าได้ผลดี พืชพันธุ์ที่เป็นพืชผักสวนครัว เช่น พริก แตงกวา มะเขือ ชะอม กะเพรา โหระพา แมงลัก ฟัก แฟง ถั่วเหลือง ถั่วลิสง ข้าวโพด กล้วย และไม้ดอกอีกจำนวนหนึ่ง พืชผักเหล่านี้ตอบสนองกับปุ๋ยอินทรีย์และน้ำหมักชีวภาพ เจริญเติบโตผลิดอกออกผลเต็มที่

ผลจากการทดลองผลิตจนเกิดเป็นปุ๋ยอินทรีย์ และน้ำหมักชีวภาพ รวมทั้งผลที่ได้จากการทดลอง สำนักงานเขตห้วยขวางจึงเริ่มประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนในพื้นที่ทราบ และสาธิตการผลิต

ทั้งนี้เพื่อเป็นการรณรงค์ให้ประชาชนตระหนักถึงการกำจัดขยะ โดยเฉพาะขยะสดที่ได้จากเศษอาหาร เศษพืชผัก เปลือกผลไม้ เป็นการลดขยะสดและได้ประโยชน์จากการนำขยะสดมาทำเป็นปุ๋ย และปุ๋ยนี้เองจะได้นำไปใช้สำหรับปลูกไม้กระถางที่เป็นพืชผักสวนครัว หรือพืชจำพวกไม้ดอกไม้ประดับซึ่งได้ผลดีขอยืนยัน

ส่วนท่านใดที่สนใจจะทำการผลิตใช้เอง หรืออยากได้ปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพ ไปใช้ในครัวเรือน ติดต่อที่ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โทร. 0-2277-9100 ต่อ 7474 หรือเยี่ยมชมแปลงสาธิตก็สามารถเข้าชมได้โดยติดต่อขออนุญาตเข้าชม ณ สำนักงานเขตห้วยขวาง ถนนประชาอุทิศ กรุงเทพมหานคร

ปัจจุบันแปลงสาธิตแห่งนี้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ มีผู้เข้าชมเพื่อศึกษาการผลิตปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพ นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานกับกลุ่มชาวบ้าน เชิญให้เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดที่รับผิดชอบการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากขยะสดไปทำการสาธิต ให้บุคลากรของหน่วยงานหรือกลุ่มชาวบ้าน ได้เรียนรู้กระบวนการผลิตปุ๋ยอินทรีย์จากขยะสดด้วยเช่นกัน


กล่าวถึงน้ำหมักชีวภาพ

หลายท่านอาจสงสัยว่า น้ำหมักชีวภาพคืออะไร มีคุณสมบัติอย่างไร เกิดขึ้นได้อย่างไร แต่ก่อนอื่นมาทำความรู้จักกับ “จุลินทรีย์” กันก่อน จุลินทรีย์เป็นสิ่งมีชีวิตขนาดเล็ก พบได้ตามธรรมชาติ ในอากาศ แม้กระทั่งผิวหนังของคนเรา

จุลินทรีย์ส่วนใหญ่มีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตในระบบธรรมชาติทั่วไป จุลินทรีย์เกิดจากการหมักผลผลิตจากการหมักจึงเกิดเป็นน้ำ เราเรียกกันว่า “น้ำหมักชีวภาพ”

กลุ่มน้ำหมักที่เราเรียกว่าจุลินทรีย์นี้เรียกกันตามภาษาวิทยาศาสตร์ว่า “Effective Microorganisms” หรือ “EM” ที่เราคุ้นเคย

จุลินทรีย์นี้มีประสิทธิภาพสูง คิดค้นโดย ดอกเตอร์เทรูโอะ ฮิหงะ (Dr.Teruo Higa) ผู้เชี่ยวชาญสาขาพืชสวนแห่งมหาวิทยาลัยริวกิว เมืองโอกินาว่า ประเทศญี่ปุ่น น้ำจุลินทรีย์นี้มีลักษณะเฉพาะเป็นของเหลวสีน้ำตาล มีกลิ่นหอม เปรี้ยวอมหวาน ประกอบไปด้วยจุลินทรีย์กว่า 80 ชนิด ไม่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต จึงใช้ร่วมกับสารเคมีไม่ได้

จุลินทรีย์ที่เกิดจากกระบวนการหมักเรียกได้หลายชื่อคือ “น้ำหมักชีวภาพ” หรือ “น้ำจุลินทรีย์” หรือ “ปุ๋ยน้ำชีวภาพ” เกิดจากการหมักของพืชผักผลไม้ เนื้อสัตว์ต่าง ๆ นำมาหมักกับกากน้ำตาล หรือน้ำตาลทรายแดง เพราะเป็นอาหารของจุลินทรีย์ จะทำให้เกิดจุลินทรีย์ที่เป็นประโยชน์จำนวนมาก

จุลินทรีย์จะไปย่อยสลายธาตุอาหารต่าง ๆ ที่มีอยู่ในพืชและสัตว์ หรือคุณค่าในแง่ของอาหาร เมื่อถูกกระบวนการย่อยสลายของแบคทีเรีย หรือจุลินทรีย์สารแล้วก็จะปลดปล่อยออกมาเป็นโปรตีนกรดอะมีโน กรดอินทรีย์ ธาตุอาหารหลัก ธาตุอาหารรอง ฮอร์โมนพืช วิตามินต่าง ๆ ซึ่งพืชนำไปเป็นสารอาหารช่วยให้พืชเจริญเติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังมีส่วนช่วยกำจัดศัตรูพืชอีกด้วย ส่วนการผลิตน้ำหมักชีวภาพ จะต้องผลิตหัวเชื้อจุลินทรีย์ก่อน แล้วจึงนำหัวเชื้อที่ได้ไปขยายเป็นน้ำหมักจุลินทรีย์อีกครั้งหนึ่ง


การทำหัวเชื้อน้ำหมักจุลินทรีย์


(10)


(11)

(10 – 11) นำเศษพืชผักกับเปลือกผลไม้สับเป็นชิ้นเล็ก ๆ นำใส่ภาชนะที่มีสีทึบ จากนั้นใส่กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง โดยใช้อัตราส่วน 3:1 เช่นพืชผักหรือเปลือกผลไม้ 3 กิโลกรัม ผสมกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 1 กิโลกรัม

จากนั้นคลุกเคล้าให้เข้ากัน ปิดฝาให้มิดชิด หมักทิ้งไว้ 1-2 เดือน หมักนานจะย่อยสลายได้หมด จะได้น้ำหมักสีน้ำตาลใสสะอาด ควรเปิดฝาแล้วกวนให้ส่วนผสมเข้ากันทุก 5 - 7 วัน จะช่วยให้ย่อยสลายดีขึ้น

เมื่อครบเวลาหมักนำเศษพืชผักออก กรองน้ำหมักใส่ภาชนะด้วยผ้าขาวบาง นำกากที่เหลือไปตากแดด แล้วบดละเอียดผสมกับดินหมักทั่วไป ก็จะได้เป็นดินหมักที่มีคุณภาพดีขึ้นไปอีก เป็นดินผสมปุ๋ยนำไปใช้ได้ทันที

เมื่อได้หัวเชื้อจุลินทรีย์แล้ว จึงนำหัวเชื้อนี้ไปทำน้ำหมักจุลินทรีย์อีกครั้งหนึ่ง

ตัวอย่างการทำน้ำหมักชีวภาพ ใช้น้ำ 10 ลิตร ถ้าเป็นน้ำจากแหล่งธรรมชาติสามารถใช้ได้เลย แต่ถ้าเป็นน้ำประปา ต้องทิ้งไว้ 2-3 วัน เพื่อให้สารคลอรีนสลายตัว

หลังจากนั้นจึงนำเศษพืชผัก เปลือกผลไม้ หรือเศษอาหาร 3 กิโลกรัม นำใส่ถุงที่น้ำซึมผ่านได้ ถ้าไม่มีใส่ถุงปุ๋ยเจาะรูเล็ก ๆ เศษพืชผัก เปลือกผลไม้ต้องสับเป็นชิ้นเล็ก ๆ ก่อนจะช่วยในการย่อยสลายได้ดี หรือถ้าเป็นเปลือกผลไม้ชนิดเดียวกัน เช่น พืชตระกูลส้ม มะกรูด เมื่อหมักเสร็จแล้วจะได้น้ำหมักที่มีกลิ่นหอม

เมื่อใส่เศษพืชผักเปลือกผลไม้ลงถุง ใส่ลงไปภายในภาชนะทึบ แล้วเติมหัวเชื้อน้ำหมักจุลินทรีย์ลงไป 1 ลิตร คนให้เข้ากันในภาชนะแล้วปิดฝาให้มิดชิด ตั้งเก็บไว้ในที่ร่ม หมักไว้ 7 วัน จะได้น้ำหมักชีวภาพ หรือปุ๋ยน้ำชีวภาพ มีคุณสมบัติใช้ผสมน้ำ

อัตราส่วน น้ำชีวภาพ 1 ส่วน ผสมน้ำ 100 ส่วน นำไปรดต้นไม้ที่เป็นพืชผักสวนครัว ไม้ดอกไม้ประดับ หรือแม้แต่ไม้ผลก็ให้ผลดี ต้น ดอก ใบแข็งแรง ต้านทานโรคพืชได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้น้ำหมักจุลินทรีย์ที่ได้ยังช่วยดับกลิ่น ช่วยย่อยสลายกากเศษอาหาร คราบสกปรกต่าง ๆ ได้ ใช้ดับกลิ่นในคอกปศุสัตว์ ช่วยไล่แมลง และยังนำไปแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่นน้ำยาล้างจาน น้ำยาทำความสะอาดอเนกประสงค์

จากการรณรงค์การกำจัดขยะสดของกรุงเทพมหานคร และกระจายอยู่ ณ ที่ทำการเขตต่าง ๆ นำไปปฏิบัติทดลองจนเกิดเป็นผลิตภัณฑ์ปุ๋ยอินทรีย์ น้ำหมักชีวภาพ สำนักงานเขตห้วยขวางเป็นอีกหนึ่งเขตที่ประสบความสำเร็จผลิตปุ๋ยอินทรีย์ ปุ๋ยน้ำชีวภาพ ได้ผลตอบรับดีมาก และนำความรู้ด้านการผลิตปุ๋ยจากขยะสดไปต่อยอดให้กับประชาชนในพื้นที่เกิดผลดีด้านการกำจัดขยะสดและได้ปุ๋ยไปใช้กับครัวเรือนที่สนใจปลูกพืชผักสวนครัวไว้ใช้กินเองในครอบครัว เขตห้วยขวางจึงมีส่วยช่วยพัฒนาเกษตรในครัวเรือนอีกด้วย

ขอขอบคุณข้อมูลจาก คุณแหวน เพชรตะกั่ว เจ้าหน้าที่รักษาความสะอาดชำนาญงาน คุณกัญญา นาควิบูลย์ หัวหน้างานทั่วไป ผู้ดูแลภาคสนามการผลิตและทดลองปุ๋ยอินทรีย์จากขยะ ฝ่ายรักษาความสะอาด สำนักงานเขตห้วยขวาง ถนนประชาอุทิศ เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร โทร. 0-2779-9100 ต่อ 7474……



(12)


(13)


(14)


(15)

(12 – 15) เป็นการเลี้ยงไส้เดือนในอ่างพลาสติกสีดำ




(16) การเลี้ยงไส้เดือนในวงปูน.....

ไส้เดือนเลี้ยงไปทำไม.......

มาจากหลังเขาลูกไหนกันเนี่ย ไม่รู้จักคุณค่าของไส้เดือน เอาสั้น ๆ นะ...

ดินที่เลี้ยงไส้เดือน จะมีทั้งขี้และเยี่ยวของไส้เดือนปนกันอยู่.....เอาดินนั้นมาตากแห้ง ใช้เป็นปุ๋ยหมักขี้เยี่ยวไส้เดือนใส่ต้นไม้ งามดีนักแลฯ

ตัวไส้เดือน จับแพคใส่กล่องโฟม...ตามที่เค้าส่งขายกัน 4 ตัว 20 บาท แต่ถ้าเราใส่ 5 ตัว 20 บาท ขายร้านอุปกรณ์ตกปลา หรือขายให้พวกนักตกปลาโดยตรง ขอให้พวกตกปลารู้เถอะว่า เราขาย 5 ตัว 20 เดี๋ยวก็แห่กันมารุมซื้อส่งไม่ทันซะอีกด้วย.....





(17) เศษอาหาร เศษใบไม้ใบหญ้า เอามากองสุมรวมกันแบบเนี้ยะ เอาน้ำหมักผสมน้ำราด สาม สี่วัน กลับกองซะครั้ง ไม่เกิน สามเดือนก็จะย่อยสลายกลายเป็นปุ๋ยหมัก......


(18 )


(19)


(20)

(18 – 20) ผลพวงจากการใช้ปุ๋ยหมัก น้ำหมักอินทรีย์ชีวภาพ



(21)


(22)


(23)


(24)

(21 – 24) กะท้อนพันธุ์อะไรไม่รู้ ไม่แน่ใจว่าจะเป็น ขันทอง ทับทิม หรือปุยฝ้าย...แต่เป็นผลิตผล จากการใช้ปุ๋ยหมัก น้ำหมักอินทรีย์ชีวภาพ เช่นเดียวกัน ลูกที่ห่อเอาไว้ ผิวนวลเนียน น่าหม่ำเสียนี่กระไร....



(25)


(26)

(25 – 26) คนอีสานเรียกว่า อ่อมแซ่บ กินกับลาบ ฯลฯ ....ใส่แกงจืด อร่อยอย่าบอกใคร

แต่ใครมาตั้งชื่อซะเลิศหรูว่า บุษบาฮาวาย เป็นพืชคลุมดินดีอย่าบอกใคร ปลูกแล้วพอมันแตกกอ จะเลื้อยคลุมดิน หญ้าไม่มีขึ้นรบกวน....


คราวหน้า ไปดู เกษตรอินทรีย์บนดาดฟ้าหลังคาตึก ของเขตหลักสี่กันครับ....




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 10:09 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 09/09/2015 12:57 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ทำมะพร้าวน้ำหอมให้ลูกดก ง่ายน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ทำมะพร้าวน้ำหอมให้ลูกดก ง่ายนิดเดียว


A10.4.1-(1) บังคับมะพร้าวให้ลูกดก ง่ายแค่ปลายนิ้ว






(1) ปัจจุบันในเขตพื้นที่ที่มีการปลูกมะพร้าวน้ำหอม ซึ่งได้แก่ เขตอำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม อำเภอดำเนินสะดวก จังหวัดราชบุรี อำเภอบ้านแพ้ว จังหวัดสมุทรสาคร และอีกในหลายพื้นที่ใกล้เคียง เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวจะประสบปัญหาสภาพอากาศในแต่ละช่วงฤดูที่เปลี่ยนแปลงส่งผลทำให้ต้นมะพร้าวออกดอกติดผลน้อยทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดส่งผลกระทบต่อระบบการส่งออกมะพร้าวไปยังต่างประเทศที่มูลค่าหลาย1,000ล้านบาท/ปี



(2)


(3)

(2 – 3) ศาสตราจารย์กิตติคุณ นายแพทย์สุทธิพร จิตต์มิตรภาพ เลขาธิการ วช. กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยสามารถผลิตมะพร้าวน้ำหอมส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา และแคนนาดา มีมูลค่าการส่งออกกว่าหลายพันล้านบาทต่อปี แต่จากปัญหาที่ปริมาณผลผลิตไม่เพียงพอต่อการส่งออกในแต่ละปี

ทาง วช. จึงให้การสนับสนุนงานวิจัยดังกล่าวกับทีมวิจัยเพื่อศึกษา และนำเทคโนโลยีดังกล่าวมาถ่ายทอดให้กับเกษตรกรให้เข้าใจเกี่ยวกับขั้นตอนการใช้เทคโนโลยีผลิตมะพร้าวน้ำหอมซึ่งได้แก่...

การออกดอก
การติดผล
ปัจจัยที่ส่งผลต่อการออกดอก
การติดตามการดูแลช่อดอก
การป้องกันกำจัดเชื้อรา
การผลิตมะพร้าวน้ำหอมให้ได้มาตรฐานเกษตรอินทรีย์ ซึ่งมีความต้องการของตลาดอย่างมากทั้งภายในและภายนอกประเทศ




(4) ด้าน รองศาสตราจารย์วรภัทร ลัคนทินวงศ์ จากภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ได้พยายามศึกษาวิจัยหาทางแก้ปัญหาดังกล่าว โดยได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งในปัจจุบันประสบความสำเร็จ สามารถบังคับให้มะพร้าวน้ำหอมติดดอกออกผลดกตลอดทั้งปี และพร้อมส่งมอบงานวิจัยนี้สู่เกษตรกรผู้ปลูกมะพร้าวต่อไป





(5) รศ.วรภัทร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปกติมะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกเพื่อการค้า เกษตรกรมักตัดจั่นผลผลิตมาจำหน่าย มีอายุนับตั้งแต่ติดผลแล้วโดยเฉลี่ยประมาณ 6-7 เดือน แต่มะพร้าวที่ส่งออกมักตัดจั่นที่มีอายุประมาณ 6.5 - 7 เดือน เป็น

ช่วงที่มะพร้าวออกดอกติดผลน้อย เริ่มตั้งแต่ปลายเดือนสิงหาคม หรือต้นเดือนกันยายน จนถึงปลายเดือนพฤศจิกายน ซึ่งเป็นช่วงเข้าฤดูฝนในเขตภาคกลาง มีพายุหรือฝนฟ้าคะนองติดต่อกันหลายวัน ทำให้มะพร้าวที่ปลูกแบบร่องสวนในพื้นที่ภาคกลางจะมีจำนวนดอกน้อย เนื่องจากไนโตรเจนที่มาจากน้ำฝนส่งผลให้เจริญเติบโตทางลำต้นมากกว่าและน้ำฝนชะล้างช่อดอกทำให้เกสรขาดสารอาหารในการงอกเพื่อผสมกับดอกตัวเมียบนจั่นมะพร้าว



(6)


(7)


(8 )

(6 – 8 ) สำหรับเทคโนโลยีการผลิตมะพร้าวน้ำหอมผลดกตลอดทั้งปีจะใช้เทคโนโลยีการผสมเกสรสดด้วยการฉีดพ่น โดยจะนำเกสรตัวผู้ล้างน้ำเกลือและบดให้เมล็ดแตกผสมกับน้ำ10 ลิตร ให้ละอองเกสรลอยผสมกัน เทใส่ตะแกรงกรองน้ำใสถังฉีดพ่นที่มีสารละลาย เกสรมะพร้าว (Pollen Germ’ Media) อัตราส่วนสารละลายเกสรมะพร้าว 1 ลิตร ต่อ น้ำ 9 ลิตร ทิ้งไว้อย่างน้อย 30 นาทีก่อนนำไปพ่นช่อดอก




(9)


(10)

(9 – 10) โดยวิธีการผสมจะเลือกช่อดอกเกสรตัวเมียจากต้นที่มีความสมบูรณ์ อายุประมาณ 2 ปี โดยจะเริ่มฉีดสารละลายล้างช่อดอก (Botton Cleansing Agent) อัตราส่วน สารละลายล้างช่อดอก 1 ลิตร ต่อ น้ำ 9 ลิตร เพื่อทำความสะอาดช่อดอกก่อน 1 ครั้ง ในช่วงเช้า ก่อน 11.30 น.



(11) จากนั้นจะฉีดสารละลายเกสรมะพร้าวที่ผสมเกสรที่ช่อเกสรตัวเมียบนต้นมะพร้าวโดยเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ ในช่วงเช้าก่อน 11.30 น. เพียงเท่านี้มะพร้าวที่เคยติดผล 5-10 เปอร์เซ็นต์ จะเพิ่มสูงขึ้นเป็นร้อยละ 80 โดยที่ไม่ส่งผลกระทบทำให้ต้นโทรม หรือรสชาติของน้ำและเนื้อมะพร้าวเปลี่ยนไปจากเดิม




(12) ...“เทคโนโลยีการผลิตมะพร้าวน้ำหอมผลดกทั้งปี จะสามารถช่วยแก้ปัญหาการขาดแคลนมะพร้าวในหน้าแล้งได้ และช่วยให้มะพร้าวน้ำหอมมีผลผลิตจำนวนมากขึ้น ติดดอกและออกผลผลิตได้ตลอดทั้งปี ผลผลิตที่ได้มาตรฐานสากล สามารถรองรับการส่งออกที่มีมูลค่าหลายพันล้านบาทต่อปี อีกทั้งช่วยให้เกษตรกรลดต้นทุนการผลิต และมีรายได้เพิ่มขึ้น” รศ.วรภัทร กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งนี้ รศ.วรภัทร ยังฝากบอกถึงพี่น้องเกษตรกรที่สนใจอีกครับว่าทาง วช. และ ทีมวิจัย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ยินดีบริการจัดอบรมให้กับเกษตรกรและผู้ที่สนใจภายใต้การสนับสนุนงบประมาณจาก วช.โดยเกษตรกรจะต้องรวมกลุ่ม (20-50 คน) อบรมการเทคโนโลยีการผลิตมะพร้าวน้ำหอมติดลูกดกตลอดทั้งปี

ส่วนสารละลายทั้งสองชนิด (รูปที่ 9) ยังไม่มีการผลิตจำหน่ายในท้องตลาด แต่หากเกษตรกรท่านใดสนใจ สามารถสอบถามเข้าไปที่ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โทรศัพท์ 02-564-4488 (ในวันเวลาราชการ)


ที่มา - มติชน


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 10:16 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 17/09/2015 12:37 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน บังคับมะพร้าวน้ำหอมให้ดก ง่าย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน บังคับมะพร้าวน้ำหอมให้ดก ง่ายแค่ปลายนิ้ว(2)


A10.4.1 -(2) บังคับมะพร้าวน้ำหอมให้ลูกดก ง่ายแค่ปลายนิ้ว







(1) “เราเป็นประเทศเดียวที่มีมะพร้าวน้ำหอมส่งขายต่างประเทศ ยิ่งผู้บริโภครู้ว่า น้ำมะพร้าวมีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยชะลอความแก่ บำรุงผิวพรรณ ความต้องการเลยเพิ่มมากขึ้น จากเคยส่งออกได้ปีละ 10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5,000% เป็น 500 ล้านบาท

แต่น่าเสียดาย ยอดสั่งน่าจะได้เพิ่มมากกว่านี้ด้วยซ้ำ แต่เรากลับมีผลผลิตไม่พอส่ง เพราะมะพร้าวน้ำหอมที่ปลูกให้ลูกไม่ดกพอ”


รศ.วรภัทร ลัคนทินวงศ์ ผู้อำนวยการศูนย์เครื่องมือเพื่อการวิจัยขั้นสูง ภาควิชาเทคโนโลยีการเกษตร คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงหาทางแก้ปัญหาด้วยการนำเทคนิคผสมเกสรมะพร้าวจากฟิลิปปินส์ ศูนย์กลางศึกษามะพร้าวทั่วโลก มาทดลองใช้กับสวนมะพร้าวน้ำหอม ใน อ.ดำเนินสะดวก จ.ราชบุรี...แต่ให้ทำยังไงก็ไม่สามารถทำให้มะพร้าวติดผลดกเหมือนที่ตั้งใจ





(2) เม็ดดอกเกสรตัวผู้

“ขึ้นต้นมะพร้าวไปนั่งๆตัดโน่นตัดนี่ บางครั้งก็ทำกาบมะพร้าวหัก จนเจ้าของสวนกลัวว่ามะพร้าวจะยืนต้นตาย เลยห้ามไม่ให้ทำงานวิจัยต่อ เป็นอย่างนี้ 3-4 แห่ง ทำให้ต้องเริ่มนับหนึ่งกันใหม่หลายครั้ง”


แต่วิกฤติได้กลายเป็นโอกาส ความล้มเหลวก่อให้เกิดความชำนาญ มีเวลาสังเกตธรรมชาติการผสมเกสรดอกตัวผู้และจั่นตัวเมียว่า เกิดขึ้นแบบไหน... ต้องผสมกันยังไงถึงจะดีที่สุด




(3) เอาน้ำเกลือตัวเดียวกันล้างทีละดอก

เริ่มด้วยการเตรียมจั่นมะพร้าวที่พร้อมจะผสมเกสร ให้สังเกตดอกตัวผู้ (ปลายหางหนู) เม็ดตูมสีเขียวแสดงว่าแก่จัดใช้ได้ แล้วเอาน้ำเกลือเข้มข้นอิ่มตัว (saturated) ที่ได้มาจากเกลือแกงมาละลายน้ำ เติมเกลือไปเรื่อยๆ กระทั่งเม็ดเกลือไม่ละลายน้ำ...นั่นแหละเกลือเข้มข้นอิ่มตัว

รูดเก็บเม็ดดอกตัวผู้มาล้างน้ำเกลือ เก็บใส่ถุงแช่ตู้เย็นช่องธรรมดา

ส่วนดอกตัวเมีย (ลักษณะเหมือนลูกมะพร้าวจิ๋ว) ที่อยู่คาจั่น เอาน้ำเกลือตัวเดียวกันล้างทีละดอก คลุมด้วยถุงผ้าแก้ว ขนาด 3 x 7 นิ้ว ใช้เชือกมัดปากถุง ทิ้งไว้ 7 วัน...รอจนดอกตัวเมียเปิดเปลือก มีน้ำหวานเยิ้มออกมา เปิดถุงผ้าแก้วเป็นช่องเล็กๆ เอาดอกตัวผู้ที่เก็บไว้ในตู้เย็น ใช้คีมคีบใส่เข้าไปในถุง แล้วบีบให้แตก ทำอย่างนี้ 3 วัน... 1 จั่น มีดอกตัวเมียประมาณ 6-7 ดอก ฉะนั้นจะต้องใช้ดอกตัวผู้ประมาณ 18-21 ดอก ในการผสมแต่ละครั้ง




(4) คลุมด้วยถุงผ้าแก้ว ขนาด 3 x 7 นิ้ว ใช้เชือกมัดปากถุง ทิ้งไว้ 7 วัน

“เป็นการเลียนแบบธรรมชาติ จากเดิม 1 ทะลาย อย่างเก่งก็มีมะพร้าวแค่ 2-3 ลูก แต่วิธีนี้ทำให้มะพร้าวที่ผสมติดทุกลูก เมื่อลูกมะพร้าวมีขนาดโต จะดันถุงผ้าแก้วให้ฉีกขาดเอง เราเลยไม่จำเป็นต้องเย็บถุงผ้าให้แข็งแรง แต่มะพร้าวจะติดลูกดีหรือไม่ อยู่ที่เกษตรกรดูแลใส่ปุ๋ยให้ต้นแข็งแรง รอเวลาอีกแค่ 7 เดือน สามารถเก็บมะพร้าวได้ เพราะเป็นช่วงเวลาที่มะพร้าวมีคุณภาพ หอมหวานมากที่สุด”


วิธีการนี้ไม่เพียงช่วยชาวสวนสามารถบังคับให้ลูกมะพร้าวติดลูกดกอย่างเดียว ยังช่วยให้ติดผลได้ตลอดทั้งปี เพราะถ้าปล่อยให้ธรรมชาติผสมเอง เจอฝน ลมแรง จะไม่ติดลูกเลย..

สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ 08–1822–2801.




(5)


(6)

(5 - 6) ทำให้มะพร้าวติดลูกดก และยังช่วยให้ติดผลได้ตลอดทั้งปีอีกด้วย


ขอบคุณข้อมูล.........คุณเพ็ญพิชญา เตียว

http://www.thairath.co.th/content/459658



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 10:24 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 17/09/2015 10:38 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ทำมะพร้าวให้เป็นกระทิ ง่ายแค ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.

เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ทำมะพร้าวให้เป็นมะพร้าวกระทิ ง่ายแค่กระดิกนิ้ว

A10.4.1 ตอน (3) ทำมะพร้าวธรรมดาให้เป็นมะพร้าวกระทิ ง่ายแค่กระดิกนิ้ว







(1) มะพร้าวกระทิ หลายคนคงอาจจะรู้จักและเคยรับประทานกันมาบ้างนะครับ

วิธีการทำให้มะพร้าวธรรมดาให้เป็นมะพร้าวเป็นกระทิ ก็มีหลากหลายทางด้วยกัน ซึ่งเกษตรกรหรือนักวิจัยจะมีแบบฉบับของแต่ละคน

วันนี้ มีวิธีการทำมะพร้าวที่ธรรมดา ให้กลายเป็นมะพร้าวกระทิ มาให้แฟนมติชนออนไลน์ได้นำไปทดลองทำกันดู จะทำได้ หรือไม่ได้อย่างไร มาเล่าสู่กันฟังบ้างนะครับ




(2) วิธีที่ 1

ทำมะพร้าวจากมะพร้าวพันธุ์อะไรก็ได้ ถ้าต้องการให้ลูกออกมาเป็นมะพร้าวกระทิ ก็เอาถุงพลาสติกหุ้มจั่น จั่นก็คือดอกมะพร้าว 1 จั่นคือ 1 ทะลาย จั่นไหนถูกห่อด้วยพลาสติก จั่นนั้นหรือทลายดอกนั้นมันจะพิการ

ทั้งนี้ จะต้องห่อตั่งแต่กลีบจั่นเริ่มแย้มบาน ห่อไปจนกระทั่งมีลูกขนาดลูกหมากจึงค่อยเอาออก ?

โดยทั่วไปมะพร้าวในทะลายที่ห่อจั่นประมาณ 80-90 % จะเป็นมะพร้าวกระทิ วิธีนี้เป็นการทำมะพร้าวกระทิแบบชั่วคราว มะพร้าวในทะลายอื่น ๆ ที่ไม่ได้ห่อจั่นจะไม่เป็นมะพร้าวกระทิ

ข้อมูลของฟาร์มสุข สวนกระแส farmsuk Suangrasae





(3) วิธีที่ 2

การทำมะพร้าวกระทิแบบถาวร ให้นำมะพร้าวที่เพาะไว้ ที่มีหน่อเหนือเปลือกขึ้นมาราว 30 ซม. ใช้มีดตัดส่วนปลายตรงข้ามกับหน่อให้กะลาขาด จนเห็นเนื้อสีขาวและจาวสีเหลืองภายในกะลามะพร้าว

จากนั้นคว้านเอาจาวที่อยู่กลางกะลาออก เอาดินเหนียวอัดลงไปในกะลาแทนจาวจนเต็มและแน่นพอประมาณ สามารถนำไปปลูกได้ ?

มะพร้าวที่ทำวิธีนี้จะเป็นมะพร้าวกระทิประมาณ 50 % หากจะเพิ่มปริมาณ ก็สามารถทำได้โดยให้เอาผลมะพร้าวที่ไม่เป็นมะพร้าวกระทิมาเพาะแล้วทำวิธีการเดียวกับที่กล่าวมานี้ ก็จะทำให้มะพร้าวในต้นใหม่เป็นมะพร้าวกระทิ ถึง 80-90 % ทีเดียว

มะพร้าวทุกพันธุ์สามารถทำมะพร้าวกระทิได้ทั้งสิ้น แต่ถ้าใช้มะพร้าวน้ำหอม ทำมะพร้าวกระทิไม่ดีเพราะมีกลิ่นเหม็นหืน .... มะพร้าวที่ดีที่สุดในการทำมะพร้าวกระทิคือ มะพร้าวกลาง

“มะพร้าวกระทิ” ติดผลเป็นทะลายปล่อยให้ผลแก่คาต้นก่อน ตัดทะลายลงมา เอาผลแต่ละผลเขย่าฟังดูถ้าไม่มีเสียงน้ำในผลดังกระฉอกเลย หมายถึงมะพร้าวผลนั้นเป็น “มะพร้าวกระทิ” อย่างแน่นอน ไม่ต้องปอกเปลือก หรือทุบ ดูเนื้อในทุกผลให้เสียเวลา ทำหรือฝึกบ่อยๆจึงจะชำนาญ ช่วงแรกอาจมีผิดบ้างเป็น ธรรมดา คนโบราณก็ใช้วิธีนี้เหมือนกัน

ส่วน วิธีผ่ารับประทาน คนเฒ่าคนแก่บอกเคล็ดลับว่า ถ้าต้องการให้เนื้อในของ “มะพร้าวกระทิ” ฟูหรือเหนียวแน่น อร่อย ต้องนวดก่อน โดยเอาผลที่ปอกเปลือกแล้วกระแทกกับพื้นปูนเบาๆรอบๆผลให้ทั่ว กะเวลาจนแน่ใจว่าพอแล้วจึงนำผลไปผ่าครึ่ง จะพบว่าเนื้อในฟูเป็นสีขาวคล้ายปุยฝ้าย ใช้ช้อนตักรับประทานได้เลย รสชาติหวานมันหอมอร่อยมาก

ที่มา : matichon


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 10:36 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 19/09/2015 1:55 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ทั้งฆ่า ทั้งไล่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ทั้งไล่ ทั้งฆ่า (1)


A10.6 (1)...ทั้งไล่ ทั้งฆ่า






(1)


(2)


(3)


(4)

( 1 – 4) มาแล้ว ทั้งไล่ ทั้งฆ่า.....

รูปและเรื่อง Credit อจ.แน่งน้อย จากร้อยเอ็ด.....

........สูตร1...เหล้าขาว 1 ขวดใหญ่ น้ำส้มสายชูกลั่น 5% - 1 ขวดใหญ่ ยาฉุน 2 ขีด คนให้เข้ากันแช่รวมกันไว้ 1 คืน ใช้อัตราส่วน 2 – 5 ช้อนโต้ะต่อน้ำ10 ลิตร


........สูตร2...น้ำส้มสายชู 1 ขวดใหญ่ พริกสด 1 ขีดหรือ 1 กำมือ โขลกพริกผสมน้ำส้มหมักไว้ 1 คืน ใช้อัตราส่วน 2 – 5 ช้อนโต้ะต่อน้ำ 10 ลิตร


........สูตร3...เหล้าขาว 2 แก้ว น้ำส้มสายชู 1 แก้ว EM 1 แก้ว กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง(ผง) 1 แก้ว ผสมทั้งหมดหมักไว้ 1 คืน ใช้อัตราส่วน 5 – 10 ช้อนโต้ะต่อน้ำ 20 ลิตร

ทั้ง 3 สูตร เป็นยาฆ่าแมลง เวลาใช้ให้เจือจางตามสูตรที่ให้ค่ะแล้วเติมน้ำยาล้างจานด้วย 1 ช้อนชา เพื่อให้น้ำยาที่ฉีดจับใบ หรือเกาะที่ใบพืชของเรานานๆ ค่ะ

........จากภาพด้านบน( 1 – 4) ทั้งเพลี้ย หนอนหลอด บุ้ง มด.... ตายภายในไม่ถึง 5 นาที ตายแบบเพลี้ยไหม้เลยล่ะ.........อย่าใช้อัตราส่วนที่เข้มข้นมากไปนะ เพราะอาจทำให้ใบไหม้และตายได้ เพราะสูตรนี้ ถ้าจะให้ได้ผลดีคือ ต้องฉีดตอนแดดจัด ๆ หรือตอนเที่ยง




. สูตรขับไล่....

....สูตร1....น้ำจากการดองผักต่างๆหรือน้ำดองหน่อไม้ส้ม 5 ช้อนโต้ะต่อน้ำ 10ลิตร

....สูตร2....ข่าแก่ ใบขี้เหล็ก ใบสะเดา ตำทุกอย่างพอแตก ผสมน้ำเปล่าพอท่วมหมักไว้ 1คืน

....สูตร3....ใบสาบเสือ ใบน้อยหน่า ใบกระถิน โขลกรวมกันให้ช้ำจนมีกลิ่นฉุนออกมา ผสมน้ำพอท่วมหมักไว้ 1 คืน


......ทั้ง 3 สูตร ใช้อัตรา 5 ช้อนโต้ะต่อน้ำ10 ลิตรและเพิ่มน้ำยาล้างจาน 1 ช้อนชาค่ะ เพื่อจับใบ ฉีดให้เปียกชุ่มทั้วทรงพุ่มเลยนะคะใต้ใบด้วยค่ะ อาทิตย์ละครั้ง จะไม่มีแมลงมารบกวนเลยค่ะ




(5) ยาง 3 กิโล 100 ...ใบกระท่อมกลางสวน กิโลละ 800 ....อีกไม่นาน ถ้าถูกกฎหมายจะลดเหลือ 3 โล 100 …
กลางสวนผมมีกับเค้าอยู่ต้นนึง มีแต่กิ่งกับก้าน ส่วนใบไม่มีไม่รู้หายไปไหนหมด





(6) นี่ก็ทั้งฆ่า ทั้งไล่




(7)


(8 )

(7 - 8 ) ทำเวร ทำกรรมอะไรกันไว้นะเนี่ย ไม่นึกว่าจะมีภาพแบบนี้





(9).....นี่คือคำตอบสุดท้าย...

(6 – 9) ทั้งฆ่า ทั้งไล่ คำอธิบาย ดูจากภาพครับ



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 11:00 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 06/10/2015 2:01 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ทั้งไล่ ทั้งฆ่า 2 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ทั้งไล่ ทั้งฆ่า 2


A10.6 (2)...ทั้งไล่ ทั้งฆ่า ไม่ตายก็เลี้ยงไม่โต






มาแล้ว ทั้งไล่ ทั้งฆ่า ภาค (2)


รูปและเรื่อง จากอินเตอร์เนต





(1) แมลงสาบ ใช้ เบกกิ้งโซดา + น้ำตาลปี๊บ อย่างละเท่า ๆ กัน วางใส่จานตามทางแมลงสาบเดิน แมลงสาบกินแล้วจะตายทั้งรัง

บางตำราบอกให้เอาน้ำยาล้างจาน ผสมน้ำ ฉีดไปที่ตัวแมลงสาบ มันจะหายใจไม่ออกและตายในที่สุด....วิธีนี้ไม่ตายยกรังนะครับ




(2) มอดข้าวสาร ใช้ พริกแห้ง ใบมะกรูด หอมแดง อย่างละ 1 กำมือ ห่อด้วยผ้าขาวบาง ใส่ถังข้าวสาร ....บางตำราบอกว่า ให้เอาช้อนสเตนเลส ใส่ในถังข้าวสาร มอดจะไม่มารบกวน ....ลองทำดูครับ




(3) เพลี้ยแป้ง ใช้ กระเทียม 1 กำมือ ตำให้แหลก แช่น้ำ 1 ลิตร ทิ้งไว้ 1 วัน กรองน้ำเอาไปพ่นที่เพลี้ย ไม่หายก็ตาย




(4) มด ....ใช้น้ำส้มสายชู + น้ำเปล่า ปริมาณที่เท่ากัน ฉีดพ่นไปที่มด หรือตามทางที่มดเดิน มดจะหนีหายไปเอง





(5) ปราบแมลงวัน ใช้น้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ + น้ำยาล้างจาน ตั้งทิ้งเอาไว้ แมลงวันมาตอมจะดูดน้ำกิน ฤทธิ์ของน้ำยาล้างจานทำให้แมลงวันตาย





(6) แมลงหวี่ ตัวก่อความรำคาญ ใช้ลูกมะกรูด 20–30 ลูก ผ่าครึ่ง ใส่ขวดโหล เติมน้ำพอท่วมมะกรูด หมักไว้ 15 วัน น้ำน้ำไปฉีดพ่น แมลงหวี่จะหนีหาย




(7) ตัวริ้น....ใช้น้ำยาล้างจาน 2 หยด + น้ำส้มสายชู ใส่ถ้วยไว้ 3 ถ้วย นำไปวางรอบ ๆ บ้าน เมื่อมีตัวริ้นมาติดกับดัก ก็นำไปเททิ้ง หมั่นเปลี่ยนส่วนผสมทุก 2 วัน




(8 ) ทำกับดักยุง.....มีคำอธิบายและวิธีทำตามรูปนั่นแหละ ทำง่าย ๆ ครับ




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 11:06 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 06/10/2015 10:17 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ขนุนสำปะลอ ผลไม้โบราณ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ขนุนสำปะลอ ผลไม้โบราณ


(A10.7)- (1) ขนุนสำปะลอ ผลไม้โบราณ เนื้อกินไม่ได้ กินได้แต่เมล็ด.




เมื่อวันที่ 4 ตค. ผมมีธุระไปบ้านพ่อ...เดิน ๆ อยู่ ลูกขนุนสำปะลอมันหล่นตุ๊บลงมา เฉียดหัวไปนิดเดียว...





(1) นี่แหละครับลูกขนุนสำปะลอ มันแก่จัด หล่นลงมาเป็นแบบนี้ ปกติที่ผมมา ไม่ค่อยเจอจังหวะที่มันแก่จัด เลยไม่ได้ลูกซักที น้อง ๆ หลาน ๆ มันเก็บต้มกินกันหมด มาคราวนี้ได้ลูกมาแล้ว คิดว่าจะเพาะขยายพันธุ์อนุรักษ์เอาไว้ เพราะเป็นของหายาก
เอาเมล็ดต้มกินก็งั้น ๆ แต่ถ้าเอาคั่วแบบเกาลัด กินอร่อย หอม มันกว่าเกาลัดหลายขุม





(2) ต้นไม่ใหญ่ ได้แต่สูงเลยหลังคาบ้าน



(3)


(4)

(3 – 4) ลูกโตกว่าฝ่ามือนิดนึงครับ




(5)


(6)

(5 – 6) เนื้อเหมือนขนุน แต่กินไม่ได้ เป็นแค่เยื่อบาง ๆ หุ้มเมล็ดเอาไว้เท่านั้นเอง




(7) แกะเมล็ดออกมา ไม่เหมือนเมล็ดขนุนทั่วไป แต่ลักษณะคล้ายลูกเกาลัด



(8 ) บางเมล็ดที่แกะออกมาจะมีตุ่มแหลมโผล่ออกมา ซึ่งพร้อมที่จะงอกเป็นต้นและใบต่อไป





(9) ต้นนี้อายุประมาณ 5 ปี ถ้าบำรุงดี ๆ จะเริ่มให้ผล มองเผิน ๆ จะเห็น ต้น ใบ ผล คล้ายสาเก


@ คุณ noi1960 ที่เคยบอก อยากได้พันธุ์ไปปลูกที่น่านน่ะ ถ้าเข้ามาอ่าน.... pm บอกชื่อ ที่อยู่มาหลังไมค์ จะส่งเมล็ดให้เอาไปปลูกไว้ทำพันธุ์ ไม่เกิน 5 ปีน่าจะได้กินเมล็ด...ลูกแก่จัด 4–5 ลูกก็ปลูกได้เป็นไร่แล้วมั๊ง ....ช้าอด หมดไม่รู้ เพราะไปบ้านพ่อก็ไม่เจอลูกที่มันแก่จัดจนหล่นแบบนี้ ถ้ามีหล่นเค้าก็เอาต้มกินกันหมด


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 11:21 pm, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10051

ตอบตอบ: 07/10/2015 7:29 am    ชื่อกระทู้: Re: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ทั้งฆ่า ทั้งไล่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

DangSalaya บันทึก:



(6) นี่ก็ทั้งฆ่า ทั้งไล่


(7)

(8 )
(7 - 8 ) ทำเวร ทำกรรมอะไรกันไว้นะเนี่ย ไม่นึกว่าจะมีภาพแบบนี้

ทั้งฆ่า ทั้งไล่ คำอธิบาย ดูจากภาพครับ




ก็เพราะผู้นำที่ประชาชนเลือกเข้าไปนั่นแหละ....

บ้านเราก็เถอะ ล้าหลัง สิงค์โปร์-ไต้หวัน ตั้ง 50 ปี ทั้งๆที่ทรัพยากรธรรมชาติเต็มบ้านเต็มเมือง
ไม่ใช่เพราะผู้บริหารประเทศชาติ (นักการเมือง) ที่ประชาชนเลือกเข้าไป เหรอ ?

ประชาชนระดับ ยัยสียัยสา ตามีตามา ไม่รู้เรื่อง = ไม่แปลก เพราะเรียนมาน้อย
ประชาชนระดับ จบปริญญา (ตกงาน 3 แสนคน) ไม่รู้เรื่อง = แปลก แปลกมากๆ ทั้งๆที่เรียนมามาก

เพราะอะไร COMMENT หน่อยเป็นไร ....



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 09/10/2015 11:03 am    ชื่อกระทู้: Re: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน ทั้งฆ่า ทั้งไล่ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

kimzagass บันทึก:
DangSalaya บันทึก:



(6) นี่ก็ทั้งฆ่า ทั้งไล่


(7)

(8 )
(7 - 8 ) ทำเวร ทำกรรมอะไรกันไว้นะเนี่ย ไม่นึกว่าจะมีภาพแบบนี้

ทั้งฆ่า ทั้งไล่ คำอธิบาย ดูจากภาพครับ




ก็เพราะผู้นำที่ประชาชนเลือกเข้าไปนั่นแหละ....

บ้านเราก็เถอะ ล้าหลัง สิงค์โปร์-ไต้หวัน ตั้ง 50 ปี ทั้งๆที่ทรัพยากรธรรมชาติเต็มบ้านเต็มเมือง
ไม่ใช่เพราะผู้บริหารประเทศชาติ (นักการเมือง) ที่ประชาชนเลือกเข้าไป เหรอ ?

ประชาชนระดับ ยัยสียัยสา ตามีตามา ไม่รู้เรื่อง = ไม่แปลก เพราะเรียนมาน้อย
ประชาชนระดับ จบปริญญา (ตกงาน 3 แสนคน) ไม่รู้เรื่อง = แปลก แปลกมากๆ ทั้งๆที่เรียนมามาก

เพราะอะไร COMMENT หน่อยเป็นไร ....





สวัสดีครับลุงคิม

สระ เอ งอ สระอิ น = เงิน ไงล่ะครับลุง

ไม่ต้องอื่นไกล เอาแค่ข้าว Rice Burry ที่สายพันธุ์ไม่นิ่ง ถ้าจะทำให้สายพันธุ์มันนิ่ง ทำได้มั๊ย ทำไมจะทำไม่ได้ แต่ไม่ทำ เพราะไอ้คนคิดมันจะขายเมล็ดพันธุ์ลูกเดียว คนปลูกต้องซื้อเมล็ดพันธุที่ราคาสูงเกินเหตุถังละเป็นพัน

แล้วข้าวหอมมะลิ105 ที่ไม่ไวแสง ทดลองมาก็นานแล้ว แต่ทำไมไม่รับรองสายพันธุ์ออกมาซะที หรือว่า เมล็ดพันธุ์ที่ทดลอง โดนมอดกินหมดซะแล้ว....

.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 12/10/2015 10:31 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
hans
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 28/04/2013
ตอบ: 146

ตอบตอบ: 12/10/2015 4:59 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีค่ะ ลุงคิม ทิดแดง และสมาชิกทุกๆๆท่าน

อยากตอบอันนี้ลุงค่ะ สงสัยมาก บ้านเราปฎิวัติบ่อยมาก โดยทหารมันมีเบื้องลึกอะไร

ไอ้คนที่ประชาชนเลือกก็โกง

คนที่ประชาชนไม่ได้เลือก อยากถามทุกคนว่า เขาโกงไหม ? สงสัยจริงๆๆๆ
แต่ละหัวหน้าใหญ่ๆๆๆ รวยๆๆๆๆๆๆๆมาก ตามที่อ่าน อันนี้เป็นงงเลย

ประเทศเราจะเป็นยังไง ล้าหลัง เป็นหนี้มากมาย ไม่รู้จะโทษคนที่ประชาชนเลือก หรือคนที่ไม่ได้เลือก

ตามที่คิดเอง ทุกคนทุกหน่วยงานโกงแล้วก็โกง ขอให้มีโอกาศ แล้วใครจะเป็นคนที่ไม่โกงบ้างมองไม่เห็น ดูไป



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 26/10/2015 11:00 pm    ชื่อกระทู้: รีสอร์ต บนยอดภูทับเบิก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

hans บันทึก:
.
.
สวัสดีค่ะ ลุงคิม ทิดแดง และสมาชิกทุกๆๆท่าน

อยากตอบอันนี้ลุงค่ะ สงสัยมาก บ้านเราปฎิวัติบ่อยมาก โดยทหารมันมีเบื้องลึกอะไร

ไอ้คนที่ประชาชนเลือกก็โกง

คนที่ประชาชนไม่ได้เลือก อยากถามทุกคนว่า เขาโกงไหม ? สงสัยจริงๆๆๆ
แต่ละหัวหน้าใหญ่ๆๆๆ รวยๆๆๆๆๆๆๆมาก ตามที่อ่าน อันนี้เป็นงงเลย

ประเทศเราจะเป็นยังไง ล้าหลัง เป็นหนี้มากมาย ไม่รู้จะโทษคนที่ประชาชนเลือก หรือคนที่ไม่ได้เลือก

ตามที่คิดเอง ทุกคนทุกหน่วยงานโกงแล้วก็โกง ขอให้มีโอกาส แล้วใครจะเป็นคนที่ไม่โกงบ้างมองไม่เห็น ดูไป


.




สวัสดีครับลุงคิม....ป้าห่าน(ที่คิดถึง)



(1)



(2)

ที่นี้ ภูทับเบิก กำลังดังครับป้า ตอนที่เริ่มก่อสร้าง(คงจะนานมาแย๊ว)แต่ เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง มองไม่เห็น (เมฆคงบังเอาไว้) ไม่กล้าไล่ เพราะอะไรมันปิดตา (ฝุ่นก้อนโตมั๊ง)...ไม่กล้าพูด เพราะอะไรมัน อุดปาก(ลิ้นคงคับปากนิ)

พอสร้างเต็มภูแล้วถึงได้มองเห็น....เชือดไก่ให้ลิงดู มันเก่าไป ท่านนายกฯ น่าจะเชือด ลิง ให้ ไก่ ดูบ้างปะไร(กรมป่าไม้ เก็บค่าผ่านทางเข้าแบบว่าหัวละพัน...รถส่วนตัวคันละ ห้าพัน รถทัวร์คันละ หมื่น)

รูปชุดนี้เพิ่งลงข่าวเมื่อ 3 วันที่ผ่านมานี้เอง....จุ๊กกรู๊.....




เกือบลืม...จะบอกว่า ที่ภูทับเบิก แม่ม่ายม้ง แยะมาก เพราะผัวตายเนื่องจากฉีดยาฆ่าแมลงกะหล่ำปลีมากเกินพิกัด....ใครไปเที่ยวแล้วกินอาหารหรือกินผักที่ภูทับเบิกต้องทำแบบนี้นะครับ



555.. อ้า ไม่มีหุบ





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 27/10/2015 12:31 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน แปลงผักบุฟเฟ่ต์ - ปากจะฉีกถึง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และสมาชิกสีสันชีวิตไทยทุกท่าน.


เกษตรสัญจร 9 ปลูกผักริมถนน ตอน จากแปลงผักบุฟเฟ่ต์ ถึง พูดจนปากจะฉีกถึงใบหู


A10.7-(2) จาก แปลงผักบุฟเฟ่ต์ ถึง พูดจนปากจะฉีกถึงใบหู






(1) แปลงผักบุฟเฟต์ เป็นความคิดใหม่ในการปลูกผัก ลดพื้นที่ให้เล็กลง ดูแลได้ง่าย ด้วยการปรับสภาพดินในพื้นที่ 1 X 1 เมตร เริ่มด้วยการสร้างพื้นที่ตรงกลางเป็นที่อาหารให้กับพืชทุกชนิด นำตะกร้าฝังไว้ในดิน ไม่ปิดผา ใส่เศษผักเศษอาหารหมักเป็นปุ๋ย ราดน้ำหมักเพื่อดับกลิ่น รากพืชจะดึงน้ำหมักไปใช้ เป็นการปรับสภาพดินไปในตัว

แต่ห้ามนำเศษอาหาร เช่น น้ำจิ้ม แกงเผ็ด แกงส้ม และอาหารที่มีไขมันผสมรวมทั้ง ถุงพลาสติกใส่เข้าไปอย่างเด็ดขาด

ไม่ควรปลูกพืชแตกกอ เช่น ตะไคร้ ขมิ้น ขิง ข่า(ยกเว้นใส่กระถางเสียก่อนแล้วฝังในดินเพื่อควบคุมราก)


นำไม้ผลมาปลูกตรงมุม เป็นไม้ผลที่มีระบบรากดิ่งลงดิน เช่น มะนาว มะกรูด จากนั้นลงพืชที่กินใช้ในครัวเรือน พืชอาศัยร่มเงา สามารถติดหัวมินิสปริงเกอร์เพื่อรดน้ำเป็นฝอยในพื้นที่ 1 x 1 เมตร

ขยายความเพิ่ม...

การนำตะกร้าฝังไว้ในดิน ไม่ปิดผา ใส่เศษผักเศษอาหารหมักเป็นปุ๋ย
เป็นการหมักเศษผักเศษอาหารหรือใบไม้แห้งด้วยน้ำหมัก ไม่ใช่ทำน้ำหมักในหลุมดิน ที่สุดเราจะได้น้ำเลี้ยงให้กับดิน รากพืชที่อยู่ในดินที่สมบูรณ์จะยืดตัวเอง มีรากฝอยและรากขนอ่อนมาหาอาหาร
โดยมีไส้เดือนหรือแมลงในดินจะนำอาหารจากส่วนกลางไปย่อยให้กับพืชผักที่ปลูกไว้อีกทอดหนึ่ง



(2)


(3)


(4)


(5)


(6)


(7)

(2 – 7) อบต.แถวบ้านผม เพิ่งจัดทัวร์เกษตร ก่อนสิ้นงบประมาณ 30 กันยาฯ พาลูกทัวร์ 100 ชีวิต เหมารถทัวร์ 2 คัน ไปดูงานทางการเกษตรที่ โครงการช่างหัวมัน....ค่าใช้จ่ายลูกทัวร์ หัวละ 500 ไม่รวมค่ารถและค่าเบี้ยเลี้ยงเจ้าหน้าที่ มีข้าวกระเพราไข่ดาวยอดฮิตใส่กล่องแจกลูกทัวร์ (มึงไม่ถามกูซักนิดว่า กูชอบกินข้าวราดกระเพราไข่ดาวหรือเปล่า)

คนผัดอาจจะแขนสองข้างพิการ เลยใช้ส่วนที่เดินเอามาผัดข้าว เพราะความรู้สึกบอกว่า กินข้าวคลุกน้ำปลาอร่อยกว่าแยะ แต่ซังกะตายกินเพราะความหิว ก็มีบางคนเค้าไม่กิน เอาไปวางกองไว้ข้างถังขยะ...หมาไม่กินแฮะ เดินมาดม ๆ แล้วก็เดินจากไป มันคงกินจนเบื่อมั๊ง เพราะเจอทุกงาน

จัดทัวร์แบบนี้ ผมมาคิดดู ลูกทัวร์ 100 คน หัวละ 500 ...ครั้งเดียวก๊อ 50,000 ปีนึงจัดเดือนละครั้งก็ 12 ครั้ง ได้ตั้ง 600,000 รวยเละไปเลย..

ท่านวิทยากร – เจ้าของสถานที่ ท่านต้องให้ความรู้เป็นวิทยาทาน ฟรี อยู่แล้ว เหนื่อยแทบรากเลือด ท่านก็ได้ข้าวผัดกระเพราไข่ดาว 1 กล่อง น้ำเปล่า 1 ขวด เหมือนเรา....

วิทยากรท่านก็ได้แต่ ปาว ๆๆ บรรยายไปตามหน้าที่ คนที่ไป ฟังก็มี จดก็มี ยืนกอดอกดูเฉย ๆ ก็มี นอนท้าวแขนฟัง นั่งหลับก็มี คุยกันก็มี กินน้ำ ไปขี้ไปฉี่ก็มี

สงสารท่านวิทยากร....พูดจนเสียงแหบเสียงแห้ง ปากจะฉีกถึงใบหู แต่อาจมีที่จะจำนำเอาไปต่อยอดเพียง 1 ใน 100 ก็ยังดีน่านะท่านวิทยากร

หลังทัวร์กลับไปแล้ว ต้องมาเก็บกวาด ขยะ ล้างห้องน้ำ ต้นหมากรากไม้ ไม่หายก็โดนเด็ดโดนหัก แหลกลาญ ฝรั่งเค้าบอกว่า Chip Hai Why Wod . ครับ




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 07/02/2017 11:52 pm, แก้ไขทั้งหมด 3 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
Neung
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 13/10/2015
ตอบ: 16

ตอบตอบ: 04/11/2015 8:14 pm    ชื่อกระทู้: ต้นกล้าเพาะเนื้อเยื้อกล้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
สวัสดีครับ ลุงคิมที่เคารพ
สวัสดีครับ คุณแดงที่นับถือ และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

จากที่ได้ติดตามกระทู้นี้ ผมวางแผนจะปลูกกล้วยเพื่อการค้าเป็นรายได้เสริม
แต่ปัญหา คือ กล้วยแถวนี้มีเมล็ด เห็นคุณแดงว่ามีแลปเพาะเนื้อเยื้อขาย
รบกวนช่วยแนะนำด้วยครับ (หน้าไมค์หรือหลังไมค์ ตามสะดวกครับ)

ขอบคุณครับ
หนึ่ง ชัยภูมิ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 05/11/2015 11:47 am    ชื่อกระทู้: Re: ต้นกล้าเพาะเนื้อเยื้อกล้วย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

Neung บันทึก:
.
.
สวัสดีครับ ลุงคิมที่เคารพ
สวัสดีครับ คุณแดงที่นับถือ และเพื่อนสมาชิกทุกท่าน

จากที่ได้ติดตามกระทู้นี้ ผมวางแผนจะปลูกกล้วยเพื่อการค้าเป็นรายได้เสริม
แต่ปัญหา คือ กล้วยแถวนี้มีเมล็ด เห็นคุณแดงว่ามีแลปเพาะเนื้อเยื้อขาย
รบกวนช่วยแนะนำด้วยครับ (หน้าไมค์หรือหลังไมค์ ตามสะดวกครับ)

ขอบคุณครับ
หนึ่ง ชัยภูมิ


.



สวัสดีครับลุงคิม...คุณหนึ่ง ชัยภูมิ

เนื่องจากผมออกมาธุระอยู่ต่างจังหวัด พิมพ์และส่งข้อมูลจากมือถือ พิมพ์ผิด ๆ ถูก ๆ ไม่สดวกนัก จะให้เด็กที่บ้านลงข้อมูลจากคอมให้ ปรากฎว่า เน็ต ของ ตด (TOT) มันเสียมาหลายวันแล้ว และเสียบ่อยมาก แย่จริง ๆ

และผมได้โอนข้อมูลเกษตรบางเรื่องให้สมาชิก ชื่อคุณ noo-ring โพสต์ข้อมูลเรื่องต่าง ๆ เกี่ยวกับเกษตร โดยเฉพาะตอนนี้กำลังลงเรื่องกล้วย(ที่ไม่กล้วย) ลองเปิดดูกระทู้ 4254 Post by …. noo-ring

http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=4254&postdays=0&postorder=asc&start=25



ขอบคุณครับ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า ก่อนนี้  1, 2, 3, 4, 5, 6  ถัดไป
หน้า 5 จากทั้งหมด 6

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©