-
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-เกษตรสัญจร 3 ... ตาก-เถิน-แม่สะเรียง-ทุ่งบัวตอง-แม่ฮ่องสอน-ปาย
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - เกษตรสัญจร 3 ... ตาก-เถิน-แม่สะเรียง-ทุ่งบัวตอง-แม่ฮ่องสอน-ปาย
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

เกษตรสัญจร 3 ... ตาก-เถิน-แม่สะเรียง-ทุ่งบัวตอง-แม่ฮ่องสอน-ปาย
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 09/11/2012 9:45 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 3 ... ตาก-เถิน-แม่สะเรียง-ทุ่งบัวตอง-แม่ฮ่องสอน-ป ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม …..และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน


เกษตรสัญจร 3 ภาค 1 แม่ฮ่องสอน - ปาย..คนไต – ไทใหญ่





ระหว่างที่ผมรอรูปข้าวจากเพื่อนกะเหรี่ยงบนดอย (เกษตรสัญจร 2) ..ก็ได้รับข้อมูล เรื่องและรูปจาก ปาย ก็เลยต้องเปลี่ยนกระทู้ใหม่ เพราะเรื่องนี้ เป็นเรื่องของคนไต – ไทใหญ่ ที่ปายและแม่ฮ่องสอน ก็เลยอยากเล่าสู่กันฟัง...

กำลังจะเรื่มเล่า เสียงโทรศัพท์มาจากเพื่อน ..พอรับสาย ยังไม่ทันจะพูด....” เฮ้ย กรู ส่งเมล์ให้ มรึง เปิดดูหน่อย ...อ่านแล้ว ด่วนเลยนะเพื่อน....” วางหู... อะไรของมันวะ ....พอเปิดเมล์ ก็จำเป็นต้องทิ้งเรื่องอื่นทำตามที่เพื่อนขอร้องด่วนเลย


ก็ขออนุญาตลุงคิมที่ขอใช้เว็ปของลุงเป็นสื่อ จะดุด่าว่ากล่าว ยอมครับงานนี้





และผมก็คิดว่า อยากให้เพื่อน ๆ มีส่วนร่วมด้วย (ช่วยกัน) ....ไม่จำเป็นต้องเป็นของใหม่ 100% ของที่ใช้แล้วก็ได้ (ขอให้ซักสะอาดก็พอ) จะเก่า จะขาด หรือข้างละสี จะไม่ครบคู่ไม่ว่ากัน [size=18]งานนี้ ขอครับขอ ขอความกรุณา ขอน้ำใจจากเพื่อน ๆ สมาชิกลุงคิม กราบก็ได้เอ้า
....

ไม่ใช่เฉพาะของเด็ก ของผู้ใหญ่และคนแก่ด้วย ...เสื้อกันหนาวเก่า ๆ ขาด ๆ ได้ทั้งนั้น ใส่แล้วขอเพียงให้ร่างกายอบอุ่นจากความหนาว หน้าหนาวบนยอดดอย มันหนาวเข้ากระดูก เลยคุณเอ๊ย

เขียนชื่อติดไปด้วย เค้าจะจดจำชื่อของคุณอยู่ในความทรงจำ ในใจตราบนานเท่านาน จิตใจของคุณก็จะได้รับความอบอุ่นไปด้วย และ...

กรุณาอย่าส่งเงินหรือธนาณัติไปนะครับ บางท้องที่ต้องออกไปรับที่ทำการไปรษณีย์ เดินทางบนดอยระยะทางเป็นสิบ ๆ กิโล แม้ว ไม่สนุกเลย






ดูรูปอากาศยามเช้าบนยอดพระธาตุดอยกองมู แม่ฮ่องสอน สภาพแบบนี้เครื่องบินลงไม่ได้ครับ


ขอบอกกล่าวแค่นี้ก่อน เพื่อไปทำภารกิจตามที่เพื่อนขอก่อน เพราะระยะทางจากบ้านผม ออกไปที่ทำการไปรษณีย์ 12 กม..ไป - กลับ ก็ 24 กม. แค่นันเอง






คอยอ่านเรื่องราวสนุก ๆ ต่อใน เกษตรสัญจร 3 นะครับ




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 15/02/2017 8:30 pm, แก้ไขทั้งหมด 22 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 11/11/2012 11:15 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 3...คนไต–ไทใหญ่ ปาย-แม่ฮ่องสอน ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม …..และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน

เกษตรสัญจร 3 จากปาย สู่แม่ฮ่องสอน..เมืองคนงาม....คนไต – ไทใหญ่

บทที่ 1 ตอนที่ 1 ประเพณี “ ปอยเหลินสิบเอ็ด” หรือเทศกาลงานบุญออกพรรษาของชาวไทใหญ่ 30 ตุลาคม 2555….เล่าต่อครับ





อันเนื่องมาจากที่ปาย และแม่ฮ่องสอน จะมีกลุ่มชนชาวไต หรือไทใหญ่ อาศัยอยู่มากกว่าชนเผ่าอื่น ๆ อยู่กันมานานแสนนาน ว่ากันว่า ตั้งแต่พระเจ้าพีล่อโก๊ะ โก๊ะล่อฝง แล้วโยกย้ายอพยพลงมาจากเทือกเขาอัลไต (อยู่ตรงไหนก็ม่ายรู้ ต้องถามลุงคิม เพราะลุงพูดถึงอยู่บ๊อย บ่อย) ลงมาถึงสิบสองปันนา สิบสองจุไท ก็แยกกันไปคนละทิศละทาง เข้าทางเหนือของพม่าก็เป็นไทใหญ่ ไทอาหม แล้วก็มีไทน้อย หรือพี่ไทยเรานี่แหละ เข้ามาทางดินแดนสุวรรณภูมิ (ไม่ใช่สนามบินนะครับ) แต่ก็มีไทใหญ่บางส่วนที่อพยพหนีภัย (จากอะไรไม่รู้อีกนั่นแหละ) เข้ามาทางชายแดนแล้วก็เลยตั้งรกรากอยู่แถบ ขุนยวม แม่ฮ่องสอน ปาย ซึ่งจะมีชนเผ่าอื่น ๆ เช่น ลีซอ มูเซอ กะเหรี่ยง อาข่า ม้ง จีนยูนนาน (แยกมาจากกองพล 93 ดอยแม่สลอง) พวกว้า และมะราบรี ผีตองเหลือง...


ทำไมผมถึงรู้ ก็ผมขึ้น ๆ ล่อง ๆ เมืองปายตั้งแต่ปี 2548 ก็เลยพอรู้ เพราะอะไรที่ไม่รู้ ถ้าอยากรู้ผมก็ถาม (เจ้าถิ่น) อันไหนที่เค้าตอบได้เค้าก็ตอบ ตอบไม่ได้ เค้าก็ไม่ตอบ คนหนึ่งตอบคำถามนี้ไม่ได้ แต่อีกคนตอบได้ ที่สำคัญ ความจริงใจ
ความมีน้ำใจ ความอ่อนน้อมถ่อมตน เข้าหาคนแก่กับเด็กเข้าไว้ รับรองเข้าได้ทุกที่ มีกินไม่มีอด ....


พอดีผมได้รับรูปงานเทศกาลงานบุญออกพรรษาของขาวไต หรือไทใหญ่ ส่งมาจากปาย ก็เลยรวบรวมรูปสวยๆ แปลกๆ มาให้เพื่อน สมช.ได้ดูกัน


เรื่องเกี่ยวกับเกษตรตรงไหน....เกี่ยวครับเกี่ยวแน่ ๆ เพราะอาหารที่นำมาทำบุญก๊อมานำเอาจากพืชผลทางเกษตรที่มีในท้องถิ่นมาดัดแปลงเป็นอาหารไงล่ะครับ อย่างน้อย ๆ ก็ต้องมี ข้าวเป็นตัวยืน หรือใครว่าไม่จริง .


...คำว่าเกษตรสัญจร ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นการพาเที่ยวในเชิงเกษตร ....ทุกเรื่องที่ลงในเว็ปลุง แม้จะบอกว่า เป็นภาษาชาวบ้าน ๆ แต่ก็เป็นแต่วิชาการ อ่านแล้วบางเรื่องเครียด บางเรื่องง่วง ...มันต้องมีสีสันกันหน่อยถึงจะสนุก


ตามมาดูกัน แค่รูปแรกที่เห็น รับรองว่า คุณบางคนอาจจะ อึ้งกิมกี่ เพราะนึกไม่ถึง....ช้างเผือกย่อมอยู่ในป่าฉันใด อันไม้งามก็ย่อมอยู่ในป่าฉันนั้น...




รูปที่ 1 เทพธิดาสาวชาวไต – ไทใหญ่ ..ผิวพม่า ตาแขก ขนานแท้และดั้งเดิม ....ลุงคิมอาจจะถามว่า มันเกี่ยวกับงานวันออกพรรษาตรงไหนวะ เกี่ยวตรงที่ ในงานวันออกพรรษา วัดทุกแห่ง เค้าจัดประกวดสาวชาวไต – ไทใหญ่ นี่ไงล่ะครับลุ๊ง

แล้วปะรำพิธีที่พระสวด กับเวทีประกวดนางงาม ลุงว่าที่ไหนคนจะแยะกว่ากันครับ





2


3

รูปที่ 2 – 3 เค้ารียกว่า จองพารา ก็คือปราสาทครับ ทำจากไม้ที่เบา ๆ เอามาแปรรูปเป็นแผ่น อาจจะจากต้นสา ต้นงิ้ว ต้นนุ่น ประกอบขึ้นเป็นรูปปราสาท เอากระดาษสีปิดเข้าไปตามสีที่ต้องการ จะมีปราสาทอีกอย่างก็คือปราสาทในงานศพของคนทางเหนือ

ในรูปที่ 2 คืนวันที่ 29 ตุลาเค้าจะมีงานฉลอง แล้วก็มีการประกวดสาวงาม เฉพาะสาวไต นะครับ เผ่าอื่นไม่เกี่ยว

รูปที่ 3 วันที่ 30 เช้าเค้าก็แห่แหนไปรอบเมืองแล้วเอาไปไว้ที่วัด ตามข้อมูลบอกว่า
"1 เดือน 7 ดาว 9 ตะวัน"

"ปอยเหลินสิบเอ็ด" ประจำปี 2555
ประเพณีปอยเหลินสิบเอ็ด หรือเทศกาลออกพรรษาของชาวไทยใหญ่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตรงกับเดือนสิบเอ็ด มักอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมของทุกปี

ภาษาปุ่งนา (ปุโรหิต) เรียกว่า “ตู่หย่าสี่” ภาษาพม่าเรียกว่า “สะตางหยอด” เป็นเดือนที่พุทธบริษัทชาวไทยใหญ่พากันถวายจองเข่งต่างส่างปุ๊ด (จองพารา = ซุ้มรับเสด็จพระพุทธเจ้า เสด็จลงจากดาวดึงส์) มีการจุดธูปเทียนถวายภัตตาหาร ขนม นมเนย ผลไม้ในฤดูกาล ชาวแม่ฮ่องสอนถือว่าเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่ มีความเชื่อกันว่าหากได้จัดทำจองพาราเพื่อถวายบูชาพระพุทธเจ้าในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ไปจนครบ 7 วัน ครอบครัวจะมีความร่มเย็นเป็นสุข ได้รับผลบุญกุศล และส่งผลถึงชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น





รูปที่ 4 แต่ละบ้านเค้าก็จะทำ จองพารากันตามกำลังศรัทธา ตามที่บอกข้างต้นว่า จองพารา คือ ปราสาทหรือ ซุ้มรับเสด็จพระพุทธเจ้า เสด็จลงจากดาวดึงส์ อันเป็นคติความเชื่อของชาวไต เครื่องแต่งตัวก็คล้าย ๆ ชาวพม่าครับ






รูปที่ 5 เป็น คัทเอาท์ ประชาสัมพันธ์ งานบุญตักบาตรเทโว โดยมีการตักบาตรบนสะพานชูตองเป้ ด้วยการเดินลุยข้ามน้ำ ข้ามนา แล้วจึงข้ามสะพานไม้ไผ่ ....ทำไมต้องบุกน้ำ ลุยนา แล้วไปใส่บาตรบนสะพานไม้ไผ่ ขอหาข้อมูลก่อนแล้วจะมาเล่า
ให้ฟังต่อไป





รูปที่ 6 เป็นการตักบาตรเทโวบนสะพาน ที่ชูตองเป้ ครับ





รูปที่ 7 เป็นการตักบาตรเทโวที่วัดพระธาตุดอยกองมู แม่ฮ่องสอนครับ





รูปที่ 8 ทุกชนเผ่าที่ถือพุทธ มีสิทธิ์ทำบุญและได้บุญเท่าเทียมกัน นี่เป็นชาว ปะด่อง กะเหรี่ยงคอยาว





รูปที่ 9 ทำบุญมาเหนื่อยชักจะ หิว. หาอะไรรองท้องกันก่อน

อาหารจานแรก เป็น ออเดิร์ฟ ..ทุกชาติทุกภาษาจะมีอาหารกินเล่น ดังนั้น ออเดิร์ฟ ชาวไตคือ หล่าเพ็ด


หล่าเพ็ด คือ ใบชาหมัก ความจริงเป็นอาหารกินเล่นของพม่า แต่ชาวไต ก็ผูกพันกับพม่า จึงชอบกิน(คนไทยก็ชอบจ๊ะ – แด..กได้ทุกอย่าง ไม่เคยเลือก) และขาดไม่ได้ ต้องกินกับเครื่องเคียง เช่น กระเทียมเจียว ถั่วชนิดต่างๆ งาคั่ว กุ้งแห้ง ขิง มะพร้าวคั่ว เป็นต้น จัดว่าเป็นอาหารว่างคล้ายกับยำเมี่ยงคำของไทย

หล่าเพ็ดถือว่าเป็นอาหารที่ขาดไม่ได้ในโอกาสพิเศษหรือเทศกาลสำคัญๆ รวมทั้งงานเลี้ยงหรืองานเฉลิมฉลอง ความอร่อยอยู่ที่กรรมวิธีและฝีมือในการหมักชา ...หมักยังไง.....ขอตอบว่า ม่ายรู้ กินเป็นอย่างเดียว





รูปที่ 10 ขนม อาละหว่า-จุ่ง เหมือนขนมหม้อแกงเด๊ะเลย เรียกว่า ขนมหม้อแกงไทใหญ่ก็แล้วกันนะครับ





รูปที่ 11 ขนม วง – หรือ ข้าวมูลข่วย เอาแป้งข้าวเหนียวมาหมักแล้วปั้นเป็นวงกลม คลุกงา แล้วเอาลงทอด เวลาจะกินจะมีน้ำอ้อยเคี่ยวให้เหนี่ยวราดหน้า หรือใส่ถุงให้เอาไปจิ้มกินเอง คล้ายขนมทองของไทย

แต่ขนมทองจะไม่คลุกงา ปั้นเป็นวงเสร็จก็เอาลงทอด พอสุกก็ใช้น้ำตาลปี๊บเคี่ยวให้พอละลาย เอาราดไปที่วงกลม คล้ายกับราดบนข้าวแตนน่ะครับ รับรองว่ากินกรอบอร่อยกว่าโดนัท





รูปที่ 12 ข้าวปุกงา ชนิดแผ่น วิธีทำผมไม่รู้ คนที่ปายบอกว่า เค้าเอาข้าวก่ำไปตำให้พอแหลก เอาไปนึ่งพอสุกก็เอางาคั่วลงคลุกเคล้าให้เข้ากัน แล้วก็ทำเป็นแผ่น ๆ เวลาจะกินเค้าก็เอากรรไกรมาตัดเป็นชิ้น ๆ พอคำ ใส่ในกระทงใบตองตึง ที่เห็นเป็นกรวยกลม ๆ นั่นแหละ แล้วก็เอาน้ำตาลอ้อยที่เคี่ยวจนเหนียว ที่เห็นสีดำ ๆ ในขวดนั่นอหละ ราดลงไป เอาไม้จิ้มลูกชิ้น จิ้มกินหน้าหนาว ช่วยให้ร่างกายอุ่น





รูปที่ 13 ข้าวปุกงาก้อน สำหรับคนขยันน้อย พอเอาข้าวนึ่งคลุกงาเสร็จ ไม่อยากทำเป็นแผ่น ก็ทำเป็นก้อน ๆ เวลากินก็หยิบเป็นคำ ๆ จิ้มน้ำอ้อย ก็ได้รสชาติเหมือนกัน





รูปที่ 14 ข้าวปุกย่าง ก็เอาข้าวปุกแผ่นที่ใส่เกลือคลุกน้ำตาลแล้วไปตากแดดให้แห้ง แล้วเอามาปิ้งไฟ กินเค็ม ๆ มัน ๆ เหมือนข้าวเกรียบงาของไทย





รูปที่ 15 เป็นงานประเพณีออกพรรษา ของไทใหญ่ในรัฐฉาน ทำไมไปไกลจัง ก็คิดว่า ได้ดูประเพณีออกพรรษาของชาวไทใหญ่จากหลากหลายสถานที่ก็แล้วกัน
เห็นพระแล้ว แถวยาวเหยียดสุดสายตาไม่น้อยเลยนะครับ





รูปที่ 16 มีแต่รูป ไม่มีคำบรรยายมาด้วย จะมั่วนิ่มก็ใช่ที เพราะไม่รู้สถานที่ แต่เห็นพระท่านถือตาลปัตรบิณฑบาตแบบนี้ คงเป็นพระไทใหญ่ฝั่งพม่าแน่ ๆ และเห็นน้องเธอก้มกราบพระแล้ว ขออนุโมทนาบุญด้วยคนเถอะนะน้องนะ





รูปที่ 17 วันออกพรรษาครับ แต่ผมดูภาพนี้แล้ว มุมมองซึ้งมาก ได้อารมณ์จริง ๆ




รูปที่ 18





รูปที่ 19




รูปที่ 20




รูปที่ 21




รูปที่ 22

รูปที่ 18 – 22 รูปชุดนี้ดูแล้วน่ารักเป็นธรรมชาติไปอีกแบบ มีการตีกังสดารนำหน้าเณรบิณฑบาตรด้วย

ภาพแบบนี้ คนเมืองคงไม่มีโอกาสไดเห็น คงจะเป็นที่เรียกว่า ลุยทุ่ง บุกน้ำ แล้วไปข้ามสะพาน ตามคัทเอาท์ที่ประชาสัมพันธ์น่ะนะ





รูปที่ 23 ก่อนออกพรรษา ที่ อ.ปาย เค้าจะมีการนำลูกหลานมาบวชเณร ที่เรียกว่า ปอยส่างลอง ถือเป็นประเพณีสำคัญของชาวไทใหญ่ เค้าจะแห่กันรอบอำเภอครับ นัยว่า บวชแล้วจะได้บิณฑบาตรจากญาติโยมในวันตักบาตรเทโว ญาติพี่น้องจะได้บุญสองซ้อน
1 ลูกหลานได้บวชเณร
2 ญาติโยมได้ใส่บาตร ..จะมีปอยส่างลองอีกครั้งตอนก่อนวันสงกรานต์ปีหน้าละครับ

ข่าวจากปายบอกมาว่า ปีนี้จะมี ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน มากันแยะ ฝรั่งก็คงแยะเหมือนเดิม ปีนี้จะได้เห็นฝรั่งแต่งชุด บีกินี่ เดินโชว์ถนนคนเดินในช่วงที่อากาศหนาวเย็นเจี๊ยบ มั๊ยหว่า




ยังมีต่อครับ ใครที่ชอบ ทะเล ไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้ก็ ผ่านไปได้เลยครับ...




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 05/02/2017 10:01 pm, แก้ไขทั้งหมด 4 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 13/11/2012 10:34 am    ชื่อกระทู้: เทศกาลงานบุญออกพรรษาของชาวไต - ไทใหญ่ ตอน 2 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม …..ยัยเฉิ่ม และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน


เกษตรสัญจร 3 ภาค 1 คนไต – ไทใหญ่ จากปาย สู่แม่ฮ่องสอน


บทที่ 1 ตอน 2 ประเพณี “ ปอยเหลินสิบเอ็ด” หรือเทศกาลงานบุญออกพรรษาของชาวไทใหญ่ 30 ตุลาคม 2555….เพิ่มเติมครับ




......มีรูปตกหล่นจากงานปอยเหลิน หรืองานบุญวันออกพรรษาของชาวไต ในเขตจังหวัดแม่ฮ่องสอน(ตั้งแต่ แม่สะเรียง ขึ้นมา แม่ลาน้อย ขึ้นมา ขุนยวม เข้าเมืองแม่ฮ่องสอน ต่อมา ปางมะผ้า และจบที่ ปาย ..ส่งเพิ่มเติมมา ก็ขอนำเสนอให้เพื่อน สมาชิกได้ดูประเพณีของชาวไต หรือไทใหญ่กันครับ บางท่านอาจเคยเห็นหรือเคยไปมาแล้ว บางท่านอาจยังไม่เคยเห็น หรือไม่เคยรู้เรื่องอะไรเลยว่าที่ไหนเค้ามีอะไรกันบ้าง เห็นรูปแล้วอาจนึกอยากจะไปเที่ยวสัมผัสบรรยากาศ ปลายฝนต้นหนาวที่แม่ฮ่องสอน สักครั้งหนึ่ง... ผมก็นำเสนอสิ่งละอัน พันละน้อยได้เพียงเศษเสี้ยวนิดเดียวเท่านั้น อยากเห็นของจริงต้องไปดูด้วยตาตนเองครับ ...เมืองไทยมีที่น่าเที่ยวที่สวยงามอีกมากมายครับ





รูปที่ 24 เป็นการฉลอง จองพารา หรือปราสาทรับเสด็จพระพุทธเจ้า ในคืนวันที่ 29
ตค.55 ซึ่งชาวไต ถือเป็นประเพณีที่ยิ่งใหญ่มาก





รูปที่ 25 เป็นการฟ้อนของชาวไต ในงานฉลองจองพารา ท่ารำอ่อนช้อย คล้ายท่ารำของพม่า ในรูปเป็นช่างฟ้อนระดับชาวบ้าน ที่สืบทอดกันมาจากรุ่นสู่รุ่น





รูปที่ 26 เป็นการฟ้อนที่เรียกว่า กิงกะหล่า ที่แม่สะเรียง แต่งตัวมีปีก มีหางคล้ายนก
ท่ารำอ่อนช้อยสวยงาม ที่แปลกคือ ไปเหมือนการรำโนราของทางใต้





รูปที่ 27 การแต่งกายของ หนุ่ม – สาว ชาวไต ผู้ชายจะโพกผ้า ถือดาบ ผู้หญิงจะมี
หมวก ตัวอักษรบนหมวก เป็นตัวหนังสือพม่าครับ อ่า ม่า อ่อ ..อ่านไม่ออกครับ





รูปที่ 28 เก็บตกจากเวทีประกวดเทพธิดาปอยเหลิน หมายเลข ๒ ในรูปที่ 1 อยู่
ลำดับที่ 2 จากซ้ายมือครับ ทุกคนที่เข้าประกวดเป็นสาวไต ครับ





รูปที่ 29 ปัจจุบันในจังหวัดต่าง ๆ ในยามราตรี จะจัดให้มีถนนคนเดิน เป็นการนำ
สินค้าทั้งพื้นเมืองแปลก ๆ และสินค้าทั่วไปจากทุกสารทิศมาวางขายในยามราตรี ที่
ผมเคยไปมามีเกือบทุกจังหวัดแหละครับ เช่นที่เชียงใหม่ก็มี ไนท์บาร์ซ่า ..เชียงรายก็จัดที่ข้างสถานีขนส่ง(เก่า) ที่ปายก็เลยหน้าอำเภอปายไปหน่อยเดียว ในรูปนี้ถนนคนเดินที่หน้าวัดจองกลาง แม่ฮ่องสอน ครับ





รูปที่ 30 ชาวบ้านมารอบนสะพานไม้ไผ่ที่จะมีพระมาเดินบิณฑบาตรในวันวันออก
พรรษาของชาวไต เรียกว่าการตักบาตรบนสะพาน ที่ชูตองเป้ ซึ่งพระจะต้องเดินลุยข้ามน้ำ ข้ามนา แล้วจึงข้ามสะพานไม้ไผ่ อย่าดูถูกว่าเป็นแค่สะพานไม้ไผ่นะครับ สะพานขนาดนี้ รถมอเตอร์ไซด์วิ่งได้สบาย ถ้าทำกว้างกว่านี้ ทำข้ามแม่น้ำยามหน้าแล้ง จะเป็นทางลัด รถยนต์วิ่งข้ามได้ นี่เป็นภูมิปัญญาชาวป่าชาวดอย เพราะสะพานแบบนี้เค้าทำใช้กันมาตั้งแต่ยุคพระเจ้าพีล่อโก๊ะ แล้วละครับ





รูปที่ 31 รูปพระเดินบิณฑบาตบนสะพาน ที่ชูตองเป้ เป็นประเพณีที่แปลกกว่าที่อื่น ดูแล้วให้ความรู้สึกว่า อิ่มบุญตามไปด้วย ฟินอินน่าดูเลยแหละ

หลังจากที่ดูพระ เณรบิณฑบาตกันแล้ว นึกขึ้นได้ว่า ผมมีรูปน่ารัก ๆ เอามาฝาก






รูปที่ 32 แหมใส่บาตรน่ะ ใส่กันแต่พระแต่เณร ใส่เค้ามั่งเด้ ....โฮ้ย ลูกใครว๊า แม่
เจ้าประคุณรุนช่อง น่ารักซ้า...ซ๊าธุ





รูปที่ 33 กินอาหารนะน้องนะ อาจจะไม่อร่อย แต่กินเพื่อตัดกิเลส.....สังคมแห่งการเกื้อกูล นี่ก็ลูกใครกันหว่า กินมังซะด้วยนะ จะกินหมดจานมั๊ยเนี่ย ....คนพี่คงลุ้น กินเยอะ ๆ นะ เดี๋ยวจะได้ไปหลับสมาธิต่อ

รูปมีแยะ แต่นำเสนอพอหอมปากหอมแก้มนะครับ ก็คงจะจบการนำเสนองานบุญวัน
ออกพรรษา ของชาวไตแค่นี้ ละครับ

ยังมีเรื่องเล่าต่อครับ....สำหรับท่านที่ชอบเที่ยวทะเล ไม่ต้องอ่าน กรุณาผ่านไปนะครับ

ผมชอบทุ่งนา ป่าเขา สายลม แสงแดด ...ไม่ชอบทะเลเพราะกลิ่นอายไม่ถูกโฉลก แล้วมันเหนียวตัวจากไอเค็มของน้ำทะเล ....

ไปไหนต่อดีครับ ระยะนี้ ดอกบัวตองกำลังบาน ไปดูกันครับ.......ยัยเฉิ่มล่ะ อยากไปรึเปล่า ...จะเลือกที่พักแบบไหน ทิดจะจองให้ มีตั้งแต่ระดับแบกะดิน โลโซ ถึงระดับ ไฮโซ (กางเต๊นท์ คืนละ 300....กระท่อมคลุมฟาง คืนละ 500 หรือจะพักที่ มนทีสเดอปาย คืนละ 30,000 ฟังแล้วกรูจะบ้าตาย)





หรือจะพักที่กระท่อมจันทร์สว่าง ที่เวียงเหนือ ฟรี แต่ไม่มีห้องน้ำ ไม่มี
น้ำอุ่นนะ ...แล้วจะอาบน้ำ ขับถ่ายกันที่ไหน....ไปอาบน้ำแร่จากบ่อน้ำร้อนธรรมชาติ ส่วนการขับถ่าย ถ่ายในส้วม



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 05/02/2017 9:39 pm, แก้ไขทั้งหมด 4 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 13/11/2012 1:29 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 3 ภาค 1 แม่ฮ่องสอน - ปาย บทที่ 2 ทุ่งบัวตอง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ยัยเฉิ่ม …..และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน


เกษตรสัญจร 3 ภาค 1 คนไต – ไทใหญ่ จากแม่ฮ่องสอน สู่ปาย


บทที่ 2 ทุ่งบัวตอง ที่ดอยแม่อูคอ 9 – 15 พฤศจิกายน 2555



ทุ่งบัวตอง 1

ทุ่งบัวตองหรือทุ่งทานตะวันป่า อยู่ที่ ดอยแม่อูคอ อ.ขุนยวม จ. แม่ฮ่องสอนครับ





รูปที่ 1 เส้นทางนี้มาจาก อ.แม่แจ่ม จ.เชียงใหม่ ตามทางหลวงหมายเลข 1263
เส้นเดียวกับที่ ชาชา เดินทางทางเชียงใหม่ มาออกสันป่าตอง เข้าเส้นทาง 1013
เมื่อถึง อ.แม่วางแล้วเลยต่อมาออก ต. แม่นาจร เลี้ยวขวาออกเส้นทาง 1263 เมื่อ
มาถึงจุดนี้ ตรงโค้งจะมีทางแยกเลี้ยวขวาไปทุ่งบัวตอง





รูปที่ 2 ถ้ามาจาก อ.ขุนยวม ก็มาตามเส้นทาง 1263 มาถึงบ้านแม่อูคอหลวงจะเจอ
ด่านตรงนี้ เลยด่านไปหน่อย ก็เลี้ยวซ้ายเข้าทุ่งบัวตอง ที่มีด่านตรงนี้เพราะเลยด่านนี้
ตรงไปตามทาง 1263 ถึง ต.แม่อูคอ ก็จะเข้าเขต จ.เชียงใหม่ เส้นทางเดียวกับรูปที่ 1 น่ะครับ





รูปที่ 3 ดูแผนที่ดาวเทียมจะเข้าใจดีกว่าครับ คงไม่ต้องอธิบายเพราะมองเห็นเส้นทางจริงชัดเจนอยู่แล้ว





รูปที่ 4 แผนที่ดาวเทียมบริเวณทุ่งบัวตองกับน้ำตกแม่สุรินทร์ ดูแผนที่แล้วถ้าหลง ก็
ไม่ต้องกลับ อยู่กับชาวเขาบนดอยที่นี่เถอะนะ





รูปที่ 5 รูปนี้ถ่ายก่อนที่ดอกบัวตองจะบาน จะเห็นว่า ผู้คนยังไม่มี เงียบ สงบ วังเวงอีกต่างหาก





รูปที่ 6 ถ่ายเมื่อ 3 พย.55 ดอกเริ่มจะบานแล้ว หร็อมแหร็ม





รูปที่ 7 ถึงจะบานแบบโหลงเหลง ก็ดูสวยไปอีกแบบ






รูปที่ 8 ป้ายบอกว่า งานรื่นเริงเทศกาลดอกบัวตองบาน ประจำปี 2555 9 – 15
พฤศจิกายน 2555 แต่ละวันมีรายการอะไรบ้าง ...ไปตอนนี้ก็ยังทัน เพราะแม้งานจะหมดแล้วแต่ ดอกบัวตองจะบานไปอีกนานถึง มกราคม 2556 โน่นแหละ






รูปที่ 9 ตั้งโครงไว้แล้ว รอติดกระเช้า






รูปที่ 10 แต่ละมุมมอง สวยตระการตาทั้งนั้น แต่อากาศ บรื๊อว์ๆๆๆๆๆ ทั้งหนาวและเย็น






รูปที่ 11 ลองเปรียบเทียบกับรูปที่ 5 นะครับ ผิดกันลิบลับเลย แล้วก็สำหรับคนที่มัก
ง่าย โปรดระวังในเรื่องรักษาความสะอาดจากขยะ เค้าเข้มงวดมาก มิฉะนั้นคุณอาจถูกประจาน และโดนไล่ลงจากดอย ขืนไม่เข้มงวด มึงทิ้ง กูทิ้ง ระบบนิเวศน์ก็เสียหมด






รูปที่ 12 สีเหลือง เขียว ขาว ฟ้า สีสันที่ตัดกันอย่างลงตัว ของจริงจะสวยซักแค่ไหน ดีกว่าท้องทะเลที่มีแต่น้ำกับฟ้า มีแต่กลิ่นปลาใกล้จะเน่า กับเหนียวตัวเพราะไอเค็ม อยู่ทะเลกินแต่หอยปูปลา อยู่ดอย อาหารป่าเพียบ





(13)


(14)

รูปที่ 13 – 14 สองรูปนี้ อยู่คนละมุม แต่ จับแพะ ชนแกะ ลงเอย ลงตัวกันได้พอดี




(15)


(16)

รูปที่ 15 – 16 รูปนี่ก็มองความงามคนละมุมครับ






รูปที่ 17- ใกล้ค่ำแล้วครับ






รูปที่ 18 ก้มหน้าก้มตา เดินขึ้นดอย กลับบ้านดีกว่า คุณคิดว่า ผัก ต้นใหญ่ ในก๋วย
(ตะกร้า) ที่เธอโง (แบก) หนักหรือเบาแค่ไหน อย่าลืม บวก แรงโน้มถ่วงจากแรงดึงดูดขอโลก ในการแบกของขึ้นเขาด้วยนะครับ






รูปที่ 19 ถ้าคุณคิดจะกางเต็นท์นอนบนยอดดอยแม่อูคอละก็ อย่าลืมอุดหนุนหลัว
(ฟืน) จากเพื่อนกะเหรี่ยงบนดอยด้วยนะครับ ไม้สนมัดใหญ่ขนาดนี้ มัดละ 50 บาท
3 มัดแค่ 150 อยู่ได้ถึงเช้า หมดทั้งกองนี้คงประมาณ 100 มัด ...5,000 บาท กว่าจะตัดได้กองขนาดนี้ ต้องขนใส่รถขึ้นมา ค่าน้ำมันรถ ค่าผ่านด่านป่าไม้ ด่าน ตร.มิตรแท้ของประชาชนตามระเบียบพัก ...หักแล้วเหลือ วัดครึ่งนึง กรรมการครึ่งนึง ....

ถ้าคุณเจอข้างทาง ช่วยกันซื้อเถอะครับ เผลอ ๆ ยิ่งดึก Supply เหลือน้อยลง
Demand มากขึ้น อาจะกลายเป็นมัดละ 100 จะว่ากันไม่ได้นะครับ

...และคนที่กางเต็นท์อยู่ใกล้ ๆ ที่เห็นในรูป คืนนี้..หลังจากที่ น้ำสีอำพันในขวดโค๊ก (ต้มกลั่นหมักเอง) ที่เห็นครึ่งซีกข้างกองฟืน หมดไปซักครึ่งขวด พวกคุณจะได้ฟังเสียง ซึง ที่พริ้วแผ่วหวานระคนเศร้า จากมือ ซึง บนยอดดอยท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็นแ(ยะเยือก) เป็นแน่แท้ทีเดียวเจียว






รูปที่ 20 น้ำตกแม่สุรินทร์ อยู่เลยทุ่งบัวตองขึ้นไปอีกประมาณ 4 กิโลแม้ว เป็นน้ำตก
ที่ ตกตรงดิ่งลงมาสูงที่สุดในประเทศไทย

งานเทศกาลทุ่งบัวตองจะมีไปถึงวันที่ 15 พย. 55 นั่งเครื่องไปยังทันครับ จองตั๋วรวดเดียว นกแอร์ หรือบางกอกแอร์ นั่งจากดอนเมืองไปลง เชียงใหม่ ต่อลำเล็ก 24 ที่นั่งจากเชียงใหม่ ไปลงขุนยวมได้เลย .

...แม้จะหมดงานเทศกาลแล้ว แต่ดอกบัวตองจะบานอยู่จนถึงประมากลางมกราคม 2556 แล้วก็จะเหี่ยวเฉาแห้งโรยราไป ....แล้วช่วงปลายธันวาคม ต่อมกราคม ไปเที่ยวปางอุ๋งก็ได้ อยู่เลยแยกทางเข้าทุ่งบัวตองไปทางแม่แจ่มระยะทางประมาณ 10 กว่ากิโลเอง ก็ขอสวัสดี ลากันแค่นี้ก่อน ไปเที่ยวปางอุ๋งกันต่อนะครับ


อาจมี สมช.บอกว่า ไม่เห็นเกี่ยวกับเกษตรสัญจรตรงไหนเลย ...โอ๊ย พี่ท่าน พี่ไม่กินข้าว ไม่กินก๋วยเตี๋ยว ไม่กินขนมที่ทำจากแป้ง หรือผลหมากรากไม้เลยหรือครับ ....นั่งรถผ่านไปก็เห็นแล้ว ทุ่งนา ป่าเขา พรรณไม้นานาพรรณ ต้นไม้แปลก ๆ ข้างทางที่ผ่านก็มีวางขาย โดยเฉพาะ ปาล์มสิบสองปันนา มีขายฮีมตางเป้อเลอะอ(มีขายริมทางเยอะแยะ)

กล้วยไม้ป่าก็มี โดยเฉพาะดอกเอื้องคำ เคยเห็นหรือเปล่า ....ไม่รู้จักอีกเอ้า เวลา
ดอกมันบานมันจะเหลืองอร่าม แล้วหอมอีกต่างหาก เอามาปลูกกรุงเทพฯได้มั๊ย ตอบ
ว่า ได้ แต่ไม่ออกดอกเพราะความหนาวไม่พอ

แล้วช่วงนี้ ดอกกล้วยไม้ที่ชื่อ ฟ้ามุ่ย กำลังบาน ...อะไรวะฟ้ามุ่ย ....ไม่รู้จักไม่เคยได้ยินชื่ออีกนั่นแหละ...ใจเย็นเดี๋ยวจะเอารูปมาลงให้ดู เอามาลงให้ดูนิดนึงก่อน





รูปที่ 22 ความอลังการของดอกฟ้ามุ่ย กล้วยไม้ป่าของไทยที่นับวันจะหายาก รูปนี้
จากที่ปาย เจ้า ...ดูแค่นี้ก่อนครับ...



ยังมีต่อครับ



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 05/02/2017 9:59 pm, แก้ไขทั้งหมด 5 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 20/11/2012 10:53 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 3...คนไต-ปาย-แม่ฮ่องสอน-ทุ่งบัวตอง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน


เกษตรสัญจร 3 ภาค 1 คนไต – ไทใหญ่ จากแม่ฮ่องสอน สู่ปาย


บทที่ 2 ทุ่งบัวตอง ที่ดอยแม่อูคอ


ทุ่งบัวตอง 1 (2)

มีรูปเก็บตก ควันหลงจากงานวันออกพรรษา ของชาวไต - ไทใหญ่ เพิ่มเติมครับ




นอกจากจะบิณฑบาตรบนสะพานแล้ว ก็ยังมีการขี่ม้าบิณฑบาตรด้วย ถึงกับต้องขี่ม้า
นี่ ถ้าเดินคงลิ้นห้อย ก็ยังมีสาวอาข่า ใส่บาตรเนาะ โปรดสังเกต เวลาเค้าทำบุญถือเป็นการทำพิธีกรรม เค้าจะแต่งกายแบบ เต็มยศ เลยนะครับ





สะพานชูตองเป้....หลังจากงานใส่บาตรบนสะพานผ่านไป ก็คงเหลือแต่สะพานที่ไร้ผู้คน เป็นเรื่องธรรมดา สะพานนี้ยาวไม่น้อยเหมือนกันนะครับ




กาลเวลาผ่านไป ท้องฟ้าก็เปลี่ยนแปลง ทุกอย่างเป็นอนิจจัง ไม่มีอะไรคงทนอยู่ได้
นาน ก็มีอันต้องเปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 05/02/2017 9:57 pm, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 21/11/2012 12:41 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร ภาค 3 จากปาย สู่แม่ฮ่องสอน- ทุ่งบัวตอง 2 ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม …..และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน


เกษตรสัญจร 3 ภาค 1 แม่ฮ่องสอน - ปาย - ทุ่งบัวตอง 2


บทที่ 2 ดอกบัวตองบาน ที่ดอยแม่อูคอ




ทุ่งบัวตอง 2


แม้ว่ากำหนดงานเทศกาลดอกบัวตองบานจะหมดเมื่อวันที่ 15 พย. แต่ทุ่งบัวตอง และดอกบัวตองยังบานอยู่อีกยาวไปจนถึงกลาง ๆ เดือนมกราคม 2556 โน่นแหละครับ

ผมก็มีภาพสวย ๆ ก่อนหน้าดอกบัวตองจะบาน ซึ่งบางคนเค้าบอกว่า ไปตอนช่วงที่ดอกบานคนแยะ แล้วบางคนเค้าอยากเห็นตอนที่ดอกเพิ่งจะเริ่มบาน มันก็จะมีเขียวสลับเหลือง บรรยากาศมันสงบเงียบดีกว่าตอนดอกบานอีกด้วย ....

และขอบอกว่า รายการเกษตรสัญจร ไม่ค่อยจะมีเรื่องทางวิชาการอยู่แล้ว มีแต่เรื่องเที่ยวเรื่องแอ่ว ในเรื่องการเกษตรกรรม คุณต้องพยายามสังเกตดูเอาเองว่า ชาวบ้าน ชาวเขา ชาวดอย เค้าปลูกพืชกันอย่างไร มาดูรูปกันดีกว่าครับ


ก็คงพักแค่นี้ก่อน คราวหน้าไปไหนกันต่อดี ...ระยะนี้ที่ไหน ๆ ก็กำลังคึกคัก คนมา
เที่ยวแยะ โดยเฉพาะปีนี้ เป็นการเปิดตัว ญี่ปุ่น ไต้หวัน สิงคโปร์ มากันตรึมไปเลย ....

อ้อ อย่าลืมเติมน้ำมันรถให้เต็มถัง แล้วควรมีถังสำรองไว้ด้วยนะครับ เพราะที่ผ่านๆ
มา น้ำมันหมดปั๊ม ....






รูปที่ 23 ดอกกล้วยไม้ไทยชื่อ ฟ้ามุ่ย เป็นกล้วยไม้พันธุ์แท้ชนิดเดียวในโลกที่มีโทนสีออกสีฟ้า น้ำเงิน นับวันจะหายาก ช่อนี้ถ่ายที่นครปฐมครับ ใครบอกว่า ฟ้ามุ่ยป่า เอามาปลูกภาคกลางไม่ออกดอก แล้วใครบอกว่าปุ๋ยลุงคิมใช้กับกล้วยไม้ได้แต่จะไม่ค่อยมีดอก ก็ฟ้ามุ่ยต้นนี้ผมเอามาจากปาย (เจ้าของต้นบอกว่า ชาวลีซอที่ปางมะผ้า เก็บจากป่ามาขายในตลาดที่ปาย เลยซื้อเหมาเอาไว้ ผมขอเค้ามาอีกที) ปลูกที่นครปฐม ใช้ปุ๋ยลุงคิม มันก็ออกดอกให้ชม ขนาดเจ้าของต้นคนที่ให้ผมยังไม่เชื่อ ถ่ายรูปส่งไปให้ดู ถึงได้เชื่อ

….ไปทุ่งบัวตองกันต่อครับ






รูปที่ 24 เส้นทางเข้าทุ่งบัวตอง จะมีลายแทงบอกทางเข้าทุ่งดอกบัวตอง
ทางเข้าทุ่งดอกบัวตอง โค้งไม่มากครับ ทางแคบบางช่วง ขึ้นเนิน ลงเนิน แนะนำ ให้ขับช้า ๆ ไม่ต้องรีบครับ ที่สำคัญระหว่างทางผ่าน จะมีหมู่บ้าน และโรงเรียน มีทั้งเด็ก คนแก่ ชาวบ้าน และชาวสวน รถสวนทาง รถจากสวน ระวังนิดหนึ่งครับ ขับขี่ปลอดภัย สบายใจไปครึ่งแล้วครับ /ขอบคุณครับ





(25)


(26)

(25 - 26) ขับรถ ก็ดูป้ายบอกทางให้ดี ๆ นะครับ เพราะมีป้ายหลายรูปแบบ






รูปที่ 27 ขับมาเรื่อย ๆ ก็ใกล้ทุ่งบัวตองเข้ามาทุกที มาถึงตรงนี้ก็จะเห็นทุ่งบัวตองอยู่ไกลลิบ ๆ นู่น






รูปที่ 28 ก็ใกล้จะถึง โค้งยอดฮิต จุดชมวิวยอดนิยม





รูปที่ 29 เลยโค้งนี้ไปก็ถึงแล้วละครับ






รูปที่ 30 ถึงโค้งยอดนิยมก็หาที่จอดรถ แล้วก็ขึ้นดอย เพื่อชมความงาม 360 องศา บรรยากาศก่อนดอกบัวตองจะบานก็เป็นแบบนี้แหละครับ ค่อนข้างจะเงียบสงบ ไม่พลุกพล่าน






รูปที่ 31 มีมุมให้คุณมองสร้างจินตนาการได้หลากหลายครับ





รูปที่ 32 มีทางเดินให้คุณลัดเลาะ ลดเลี้ยว วนไปวนมาเดี๋ยวก็กลับมาที่เดิม





(33)




(34)

(33 - 34) เข้ามาดูใกล้ ๆ ซีครับ....นี่แหละใช้เลย






(35) เหลืองอร่ามไปทั้งดอย ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น







(36) บ้านม้งริมทาง...มีดงดอกบัวตองอยู่หลังบ้าน






(37) เด็กชาวดอยเดินขึ้นดอยไปโรงเรียน...แค่ 3 กิโลเองครับ






(38 ) เวลาปกติ ไม่มี สร้างใหม่หน้าเทศกาล ค่าเข้าพัก คืนละ 500 ครับพี่






(39) หลงยุคมาจากไหนล่ะพี่ท่าน หาทางกลับไม่ถูกล่ะซี



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 05/02/2017 10:14 pm, แก้ไขทั้งหมด 6 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10035

ตอบตอบ: 22/11/2012 7:07 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

DangSalaya บันทึก:


.


(ซ้าย) พระเจ้าฟีล่อโก๊ะ ...... พระเจ้าโก๊ะล่อฝง (ขวา)
สองปฐมกษัตริย์ ผู้อัจฉริยะ แห่งสองแผ่นดิน ถิ่นกำเนิดชนชาติไทย (ไม่ใช่ ไต)
ผู้ยึดมั่นในคำสาบาล "รวยด้วยกัน" แต่ครั้งกระนั้น กระทั่งบัดนี้ และต่อไปถึงครั้งอนาคต นิรันดร.......





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 24/11/2012 3:04 pm    ชื่อกระทู้: กางเต๊นท์นอนค้างที่ทุ่งบัวตอง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม …..และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน

เกษตรสัญจร ภาค 3 ..ตอนที่ 3 กางเต๊นท์นอนที่ทุ่งบัวตองบาน


หวัดดีค่ะพ่อ ส่งรูปทุ่งบัวตองล่าสุดมาให้ดู วันที่ 18 พฤศจิกายน 2555 หนูโทรไปชวนพี่ผึ้งกับพี่ป้อม ว่าหลังงานเทศกาลแล้ว วันที่ 22 พย. จะมีงานพิเศษตามประเพณีของชนเผ่า เพื่อบูชาเจ้าพ่อดอยแม่อูคอ ถ้าอยากมากางเต็นท์นอนก็นัดไปเจอกันที่ปากทางเข้าทุ่ง(หนูชวนพ่อแล้ว พ่อไม่ว่างมาเอง) หนูจะออกทางบ้านแม่ละอูบ เข้าทางแยกปางอุ๋งแล้วไปเจอกันที่ปากทางเข้าทุ่ง ให้พี่ผึ้งกับพี่ป้อมออกจากปาย เข้าปางมะผ้า เข้าแม่ฮ่องสอนแล้ว เข้าขุนยวม แล้วไปเจอกันที่ปากทางเข้าทุ่ง ใครถึงก่อนก็รอกันแล้วกัน ทางหนูจะมี พี่โชเล่ขับรถ จะชวนแม่ไปด้วย ทางพี่ผึ้งนอกจากพี่ป้อมแล้ว แม่บอกว่าอยากให้ชวนลุงรัตน์ไปด้วย เพราะไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว เสียดายที่พ่อไม่ขึ้นมา พี่โชเล่บอกว่า ถ้าพ่อขึ้นมา มีลุงรัตน์มาด้วย รวมสามคนทั้งเค้า รับรองพาลุยสนุกแน่ ๆ ....





รูปที่ 40 เต็นท์โปร่งใสนอนชมดาว หนู แม่ พี่ผึ้ง สามคนนอนอุ่นสบายมาก






รูปที่ 41 จุดกางเต็นท์ ลุงรัตน์ ผู้ชำนาญการนอนป่า เลือกมุมได้เหมาะดีจังเลย เต็นท์สีน้ำเงิน มีพี่ป้อม พี่โชเล่ ลุงรัตน์ พี่ป๋องลูกลุงรัตน์ เต๊นท์ใหญ่หลังคาเหลืองหนูสามคนนอนค่ะ





รูปที่ 42 จะมองมุมไหนก็งามไปทุกมุม ขนาดคนดอยยังว่างาม แล้วคนที่ไม่ได้อยู่บนดอยจะตื่นเต้นแค่ไหน





รูปที่ 43 ดูใกล้ ๆ สีสันจะสดใสมาก





รูปที่ 44 จับภาพได้ไม่นิ่ง เพราะมีลมอ่อน ๆ ดอกมันไหว แลยได้แค่นี้เอง






รูปที่ 45 มุมมองยอดฮิตของทุ่งบัวตอง





รูปที่ 46 ป้ายห้ามรถยนต์และมอเตอร์ไซด์ พ่อลองทายซิว่า มีคนขับรถผ่านมั๊ย....มีมีค่ะ ส่วนมากก้เป็นทะเบียน กรุงเทพมหานคร เค้าคงซื้อใบขับขี่มานะคะจึงดูป้ายไม่ออก ....ปีที่แล้วมีชนเด็กตายไป 1 คน ปีนี้มีตำรวจตั้งด่านตรงทางลงข้างหน้า ลงไปก็โดนปรับ 1,000 เต็ม ๆ ไม่มียกเว้น โดนสลักหลังใบขับขี่ด้วย







รูปที่ 47 ในงานบูชาเจ้าพ่อ มีวงดนตรีนักเรียนชาวเขามาขับกล่อมด้วย ตามข่าวบอกว่า เสียงเพราะ น่ารักดี






รูปที่ 54 ไปรษณีย์ไทยไปทุกที่ ซื้อโปสการ์ดสวย ๆ ที่ทุ่งบัวตอง เขียนจ่าหน้า ติดแสตมป์หยอดที่ตู้นี้ได้เลย รับรองว่า ไขตรงตามเวลา

วันที่ 24 พย. ได้เวลาต่างฝ่ายต่างก็อำลาแยกย้ายกันกลับ เหลือไว้เพียงความทรงจำ ...

คงจะจบการนำเสนอเกษตรสัญจรชุดท่งบัวตองแค่นี้แหละครับ ....ก่อนจะเข้าแม่ฮ่องสอน ไปดูที่ปางอุ๋ง สวิสเซอร์แลนด์เมืองไทยกันซักหน่อย ชาชา บอกว่า ไม่ค่อยอยากไป เพราะมันหนาว วววว มาก ๆ



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 04/12/2015 1:13 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 27/11/2012 10:52 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 3...คนไต-ปาย-แม่ฮ่องสอน-ปางอุ๋ง ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม …..และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน

เกษตรสัญจร ภาค 3 ..ตอนที่ 4 จากทุ่งบัวตอง สู่ ปางอุ๋ง



หวัดดีค่ะพ่อ เดี๋ยวนี้ หนูจดบันทึกเรื่องราวเก่งแล้ว จดแล้วกลับมาอ่านตอนหลังก็สนุกดีนะคะและพยายามเขียนหนังสือใช้คำให้ถูกต้องตามที่พ่อบอกด้วย คำที่เป็นภาษาพูดก็อย่างหนึ่ง ที่เป็นภาษาเขียนก็อย่างหนึ่ง ได้อาจารย์ดีเลยทำได้ เล่าให้ฟังต่อเลยนะคะ

หลังแยกกับพี่ผึ้ง พี่ป้อม ลุงรัตน์และพี่ป๋อง ตรงทางแยกเข้าทุ่งบัวตอง เส้นทาง 1263 พี่ผึ้งเลี้ยวขวาเข้าขุนยวม หนูเลี้ยวซ้ายมาทางปางอุ๋ง ..เส้นทางที่จะเข้า อ.แม่แจ่มนั่นแหละ ใกล้จะถึงทางแยกปางอุ๋ง แม่บอกว่า ...

....ชาชา .. อาปาเคยพูดอยากเห็นรูปที่ปางอุ๋งไม่ใช่หรือ ไหน ๆ ก็ผ่านมาแล้ว เราแวะพักถ่ายรูปให้อาปาดูซักหน่อยดีมั๊ย... พี่โชเล่สนับสนุนเลย.......ดี ๆๆๆ แม่พักปางอุ๋งคืนนึง ชาชา ตกลงนะ จะได้ถ่ายรูปส่งให้อาปา ...เดี๋ยวจะหาผ้าห่มกับเต็นท์ให้..... ทำไมพี่โชเล่ไม่อยากจะพักล่ะ ก็ที่เคยบอกพ่อว่าพี่โชเล่มี กิ๊ก อยู่ที่ปางอุ๋ง เลยสนับสนุนเต็มที่....เสียงสนับสนุนสองเสียง หนูก็ต้องยอม และเพื่อถ่ายรูปให้พ่อดูด้วย



ถึงสี่แยกปางอุ๋ง ถ้าเลี้ยวซ้ายก็เป็นทางขึ้นไปบ้านวัดจันทร์ ถ้าเลี้ยวขวาก็เขาปางอุ๋ง ...



รูปที่ 1 ก่อนขึ้นถึงปางอุ๋ง จะผ่านน้ำตก ชื่อน้ำตกผาสื่อ น้ำแรง อากาศเย็น แต่หนูว่า หนาวนะ







รูปที่ 2 ในดงสวนสนริมบึง ส่วนมากตอนนี้ คนจะไปแอ่วที่ทุ่งบัวตองกันหมด เพราะที่ปางอุ๋งอากาศหนาวมาก ก็มีคนมากางเต๊นบ้างเหมือนกัน แต่ตอนใกล้ปีใหม่คนคงแยะมาก เจ้าหน้าที่บอกว่า ที่ว่างที่เห็น มีคนจองคิวกางเต๊นท์เต็มหมดแล้ว







รูปที่ 3 บรรยากาศประมาณตอนบ่าย บรรยากาศดูดีนะ อยู่ในดงสนภูเขา เต๊นยังมีไม่มาก





รูปที่ 4 อีกมุมหนึ่ง มุมนี้ยังไม่มีคนมากางเต็นท์ เจ้าหน้าที่บอกว่าจุดนี้กลางดึกอากาศจะหนาวมากเลยยังไม่มีใครมา ขึ้นไปในดงสนจะสบายกว่า







รูปที่ 5 อากาศที่นี่เปลี่ยนค่อนข้างเร็ว ใกล้เวลาเย็นหมอกจะเริ่มมีมากขึ้น เจ้าหน้าที่บอกว่า ใต้พื้นดินเป็นทางน้ำร้อนที่ไหลผ่านไปออกตามที่ต่าง ๆ ที่ปายก็มีที่ ท่าปาย ข้างบนอากาศเย็น ความร้อนใต้ดินทำให้น้ำในบึงอุ่น เมื่อกระทบกับอากาศเย็นทำให้น้ำในบึงเกิดเป็นหมอก







รูปที่ 6 อากาศหนาวจะตาย ยังมีคนลงไปนั่งเรือพายเล่นกันอีก ...จ้างให้หนูก็ไม่กล้าลง (ว่ายน้ำไม่เป็นน่ะ)






รูปที่ 7 บรรยากาศในบึงยามเย็น ยิ่งใกล้ค่ำ อากาศยิ่งเย็น






รูปที่ 8 บริเวณที่กางเต็นท์ สงสัยพี่โชเล่ไปเอาชุดกางเต็นท์กับผ้านวมที่บ้าน กิ๊ก มาให้ เห็นขยิบหู ขยิบตา บุ้ยใบ้กับหนูเวลาที่แม่ถามว่าไปเอาที่ไหนมา พี่เค้าตัดบทว่า ...” ไปเช่ามา “ …รูปมีแค่นี้นะคะ รูปไปทางแม่ฮ่องสอน พี่ผึ้งกับพี่ป้อมคงส่งต่อให้พ่อ


ที่ปางอุ๋ง มีบริการทุกประเภท กิ๊ก พี่โชเล่ เป็นร้านขายของกินของฝาก ให้เช่าเต็นท์ พร้อมเครื่องนอน ไห้เช่าเรือ รถมอเตอร์ไซด์ รถจักรยาน ...เยอะแยะไปหมด ...พี่โช่เล่พาแม่ไปทำธุระส่วนตัว สงสัยพาไปที่บ้านกิ๊กนั่นแหละ เพราะไม่อยากรอคิวที่ห้องน้ำส่วนรวมซึ่งยังเปิดบริการไม่หมด .... วันนี้หนูขออนุญาต ซักแห้ง


....กินข้าวกันเสร็จแล้วก็นั่งคุยกันถึงเรื่องต่าง ๆ หลายเรื่อง ชาวปกากะญอ คุยกันส่วนมากจะเป็นเรื่องการทำมาหากิน ว่าจะทำอะไรดี จะปลูกอะไรดี แม่จะบอกจะสอนพวกเราในเรื่องต่าง ๆ ให้เป็นคนมีน้ำใจ ให้มีคุณธรรม การไม่เป็นคนเอาเปรียบ ...

มาถึงเรื่องที่พ่อแนะนำพี่โชเล่ให้ปลูกข้าว แม่บอกว่า นั่งฟังที่พ่อกับพี่คุยกันจนเถียงกัน ทีแรกฟังแล้วแม่ก็ไม่ค่อยจะเชื่อว่า หยอดเมล็ดเพียงขุมละไม่กี่เมล็ด และก็ให้หยอดห่าง ๆ ฟังดูแล้วมันจะไม่ได้กินข้าว เพราะไม่เคยทำมาก่อน แต่ก็คิดว่า ถ้าทำไม่ได้ผล พ่อคงไม่กล้าแนะนำ หรือแม้ว่าจะทำแล้วไม่ได้ผล ก็เพียงเป็นการทดลองดู เสียเพียงครั้งเดียว เพราะบนดอยกับพื้นราบมันต่างกัน ...แต่ก็ได้ผลดีกว่าที่คิด ได้ข้าวมากกว่าที่เคยทำ เพราะข้าวมันแตกหน่อมาก รวงก็มาก ข้าวจึงได้มาก ...และแม่เห็นว่าพ่อชอบกินข้าวหอมนิล จึงไปหาพันธุ์มาปลูกให้พ่อ ลงมือทำเอง สุดท้ายพ่อก็ได้กินข้าวเพียงนิดหน่อย ที่เหลือก็ขายเอาเงินไปทำบุญตามที่พ่อบอก ทุกคนได้บุญ แม่คงได้มากกว่าคนอื่นเพราะเป็นคนปลูก ....หลายอย่างที่พ่อแนะนำพี่โช่เล่จะทดลองทำตาม รวมทั้งระบบรดน้ำต้นไม้และแปลงผักแบบ พ่นน้ำเป็นฝอย ที่พ่อทำไว้ให้ดู ทุกคนหลาน ๆ ชอบมากที่ไม่ต้องตักน้ำเดินรด เล่นน้ำกันสนุก พี่โชเล่บอก ต่อไปนี้ไม่ต้องเหนื่อยเดินตักน้ำรดต้นไม้ เพียงแต่ต้องลงไปซื้อท่อสายน้ำสีดำที่เชียงใหม่ตามที่พ่อแนะนำ มีอีกหลายอย่างที่เราคุยถึงพ่อ......Cut cut ..



ขอจบเรื่องปางอุ๋งเพียงแค่นี้ พรุ่งนี้จะต้องออกเดินทางตอนเช้า



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 29/11/2012 10:21 am    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 3...คนไต-ขุนยวม-แม่ฮ่องสอน-ปาย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม …..และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน


เกษตรสัญจร ภาค 3 ..ตอนที่ 5 เหาะลัดฟ้าสู่ป่าหิมพานต์ เอ๊ยไม่ใช่..
จากทุ่งบัวตอง–ขุนยวม สู่ แม่ฮ่องสอน แล้วต่อไป อ.ปาย



ผมพาคุณเดินดินไปทางบกมาหลายครั้ง คราวนี้ลองพาลัดฟ้าเหาะเหินเดินอากาศกันดูบ้าง...

จากทุ่งบัวตอง ออกมาถึงทางสามแยก คือเส้นทาง 1263 ถ้าเลี้ยวซ้ายก็จะไป ปางอุ๋ง ถ้าจะไปบ้านวัดจันทร์ ก็เลี้ยวซ้าย ถ้าเลี้ยวขวาก็เข้าปางอุ๋ง ถ้าตรงไปก็ไป อ.แม่แจ่ม.....แต่ถ้าจะไปแม่ฮ่องสอนก็ต้องเลี้ยวขวาจะเข้า อ. ขุนยวม ที่ขุนยวมมีสนามบินลักษณะเดียวกันกับที่ปาย แต่ นาน ๆ จะมีเครื่องขึ้น ลงสักครั้ง ก็เลยมีสภาพเป็นแบบนี้





รูปที่ 1 สนามบินขุนยวมครับ รอยที่เห็นไม่ใช่รอยล้อเครื่องบินแน่ ๆ น่าจะเป็นรอยล้อรถ ความยาวสนามบินประมาณ 1 กม.เศษ





รูปที่ 2 พาลัดฟ้ามาแม่ฮ่องสอน ที่เห็นนี่ก็ใกล้แม่ฮ่องสอนแล้ว มองเห็นสนามบินเป็นเส้นแนวตรงอยู่ข้างหน้า แต่จุดนี้คงร่อนลงไม่ได้เพราะมียอดเขาบังทางร่อนลง ขืนร่อนลงทางนี้ก็มีหวัง ... กินข้าวต้ม เหมาลำ





รูปที่ 3 ต้องบินอ้อมซ้ายเลยมาทางนี้ก่อน แล้วจึงวนซ้ายอีกครั้งเพื่อร่อนลง ...เครื่องบินเวลาจะบินขึ้น หรือร่อนลงสนาม จะต้องวนซ้ายเสมอ วนขวาได้มั๊ย ได้ครับแต่บังคับยาก ทำไมถึงยาก เพพราะเกี่ยวกับเรื่องทาง Aero Dynamic และ Torque (แรงบิด)ของเครื่องยนต์ คนที่เล่นเครื่องบินบังคับวิทยุ หรือคนที่เป็นช่างเครื่องยนต์ จะรู้เรื่องนี้ดีครับ คนที่ไม่เป็นช่างเครื่องยนต์ ก็ เง็งหน่อยละครับ ...แล้วผมเป็นช่างเครื่องยนต์หรือ ....เปล่าเป็น เพราะไม่เคยเรียน แต่จากการเล่นเครื่องบินเล็ก ก็เลยจำเป็นต้องรู้เรื่องเครื่องยนต์แค่เล็ก ๆ นะครับ เครื่องยนต์ใหญ่ ม่ายรู้เรื่อง







ว่าง ๆ ไปเล่นกับผมมั๊ยล่ะ ฝึกสมาธิ คลายเครียดดีจังเลย เพราะเวลาเล่นถ้าไม่มีสมาธิ ตกพังแน่ ๆ สนุกสุด ๆ เลยคุณเอ๊ย





รูปที่ 4 วนอ้อมมาอีกที ก็จะเข้าหัวสนามบินเพื่อร่อนลง และสนามบินทุกแห่ง จะต้องสร้างไปทางทิศเหนือใต้ ขวางตะวัน อาจเฉียงนิด ๆ คือ ตะวันตกเฉียงใต้ และตะวันออกเฉียงเหนือ ตามทิศทางลมครับ หน้าร้อนลมมาจากทิศ ตะวันตกเฉียงใต้(ลมว่าว) หน้าหนาวลมมาจากตะวันออกเฉียงเหนือ (ลมหนาว)





รูปที่ 5 รูปนี้บินขวางสนามเพื่อหามุมร่อนลง เพราะถ้าบินอยู่ลักษณะนี้ ร่อนลงยังไม่ได้ ระยะสูงเกินไป …..เวลาเครื่องบินจะบินขึ้นหรือลง ต้องบินสวนทางลมนะครับ เหมือนคุณเล่นว่าวนั่นแหละ





รูปที่ 6 เหนือฟ้าแม่ฮ่องสอน





รูปที่ 7 เป็นภาพเก่า คำบรรยายบอกว่า เป็นเที่ยวบินสุดท้ายของเจ้าจำปีที่อำลาสนามบินแม่ฮ่องสอน ด้วยเหตุผลที่ว่า ขาดทุนเพราะราคาตั๋วแพงเกินพิกัด ไม่ค่อยมีคนขึ้น ...





รูปที่ 8 ต่อจากนั้น นกแอร์ ก็เข้ามา แล้วปัจจุบันนี้ บางกอกแอร์เวย์ เข้ามาแทนที่ เพราะค่าตั๋ว ราคาถูกขนาดว่า บินจาก กรุงเทพฯ – เชียงใหม่ ไปกลับ สามพันกว่าเอง ขับรถไป – กลับ เองค่าน้ำมันยังเกือบ สี่พัน นั่งบางกอกแอร์ ยังได้กินข้าวหอมดำสุโขทัยด้วยนะครับ





รูปที่ 9 สุดสายรุ้ง ที่สนามบินแม่ฮ่องสอน เป็นปรากฎการณ์ที่ นาน ๆ จะเกิดมีซักที ก็เพราะฉายาของแม่ฮ่องสอน คือเมืองในหมอก นาน ๆ ฟ้าจะเปิดจึงจะเกิดปรากฎการณ์รุ้งกินน้ำซักครั้ง





รูปที่ 10 มาถึงแม่ฮ่องสอนแล้ว แวะไปไหว้พระธาตุดอยกองมู สิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแม่ฮ่องสอนกันหน่อย เพื่อเป็นศิริมงคล ขอให้เพื่อน ๆ ทุกท่านประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนาทุกประการนะครับ.....คุณมองเห็นสิ่งที่ทำลายภูมิทัศน์ ทัศนียภาพพระธาตุดอยกองมู ที่ชาวแม่ฮ่องสอนเค้าก่นแช่งด่าว่าไม่สมควรมั๊ยครับ ...คือ เสารับส่งสัญญาณโทรคมนาคมของใครไม่ต้องบอกที่เห็นไงล่ะครับ เค้าบอกว่า ที่ยอดดอยลูกอื่นมีตั้งแยะไม่ไปสร้าง จำเพาะต้องมาสร้างที่ตรงนี้ ...สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรมทันตาเห็นครับ











รูปที่ 11 – 14 พระธาตุดอยกองมู ในมุมมองที่มีสีสันสวยงามแตกต่างกัน





รูปที่ 15 มุมมองจากบนพระธาตุครับ





รูปที่ 16 จากงานวันตักบาตรเทโวที่วัดพระธาตุดอยกองมู ที่ผ่านมาครับ





รูปที่ 17 เป็นเส้นทางจากขุนยวมไปแม่ฮ่องสอน ถ้ามาทางถนนก็ต้องขับรถวก วนแบบนี้แหละครับ จากขุนยวม ถึงแม่ฮ่องสอน 75 กม. ขับรถก็สองสามชั่วโมงละนะ





รูปที่ 18 ภาพนี้ จากแม่ฮ่องสอนเข้าปาย ถนน ก็ วก วน มาตามเส้นทางนี้





รูปที่ 20 เส้นทางบางตอนจะเป็นแบบนี้แหละครับคุณพี่ เค้าเรียกว่า โค้ง อาเจียน





รูปที่ 21 เป็นเส้นทางที่ตรงที่สุดบนเขา คนไม่เคยทาง เห็นทางตรงจะเหยียบคันเร่ง ซิ่ง พอถึงโค้งข้างหน้าทางจะโค้งออกซ้ายนิดนึง แล้วโค้งหักขวาเพื่อให้รถ สปริ้นท์ขึ้นเขา ไม่อย่างนั้นรถจะไม่มีแรงส่ง ถ้าเจอรถที่สวนทางลงเขามาจะหลบไม่ทัน หรือไม่ก็หักออกซ้าย ก็เรียบร้อยลงเหวข้างทาง ....หรือไม่ก็ ถ้าซิ่งมาเต็มที่ พอเจอโค้งหักไม่ทันก็พรวดลงเหวอีกเช่นกัน





รูปที่ 22 ชาวดอย ขับบรรทุกกระเทียมขนาดนี้ หนักประมาณ 3 ตันกว่า ๆ ถือเป็นเรื่องปกติ ของชาวดอย และชาวดอยไม่ค่อยจะเห็นเค้าใช้ วีโก้ ยอดนิยมนะครับ ไม่นิสสัน ก็ มาสด้า ผมเคยขับตามก้น เห็นฝีมือเค้าแล้ว ยอมยกนิ้ว เข้าโค้งแต่ละโค้งนิ่ม และเนียนมาก ๆ แต่ขอบอก ถ้ามีจังหวะแซงได้ให้รีบแซงไปเลย ถ้าคิดว่าแซงไม่ได้ อย่าเป็นอันขาด Slow But Sure ขนาด เฟอร์รารี่ ยังเละมาแล้ว

การขับรถบนดอยที่มีทางโค้งมาก ๆ มันก็มีวิธีครับ ชาวดอยเค้าแนะนำว่า จะขับตามเลนตลอดไม่ได้ต้องใช้วิธี คร่อมเลน กินเลน ผ่าเลน ตัดเลน ….คนขับรถคงเข้าใจภาษาที่พูดนี้นะครับ สติต้องตื่นอยู่ตลอดเวลา อย่าประมาท เพราะบางครั้ง เลี้ยวหักศอกปั๊บ ขึ้นเขา หรือลงเขา 45 องศาทันที และไม่ว่ารถของคุณจะเป็น อีแก่ขนาดไหนก็ตาม ขึ้นเขาได้สบายมาก เพียงแต่ขอให้เครื่องอย่าดับก็แล้วกัน อ้อ ถ้าเป็นช่วงเทศกาลฤดูท่องเที่ยง เตรียมน้ำมันสำรองไว้ซัก 20 ลิตร ถ้าน้ำมันบนดอยหมดปั๊ม นอนคอยไปอีกสองหรือสามวัน หรือไม่คุณก็ต้องหาแกลลอนลงมาซื้อที่เชียงใหม่

สมมุติว่าคุณอยู่ที่ปาย นั่งรถประจำทางหรือรถตู้ลงมา เที่ยว 7 โมงเช้า กลับถึงปายก็ สี่ หรือห้าโมงเย็น อาจจะหก โมงเย็นหรือทุ่มนึงด้วยซ้ำ ...ขาล่องพอทำเนา แต่ขาขึ้นช่วง High Season รถมันติดยาวเป็น 10 กิโล ตั้งแต่สะพานประวัติศาสตร์สมัยสงครามโลกครั้งที่สองไปจนถึง อ.ปาย ....ติดอะไรนักหนา ...ถนนมันมีแค่สองเลน คนไปเที่ยวจอดรถถ่ายรูปบ้าง จอดกินอาหารบ้าง ที่สองข้างทางบางจุดมีเนื้อที่จำกัด

เอาเป็นว่า ผมพาคุณลัดฟ้าจาก อ. ขุนยวม – แม่ฮ่องสอน มาถึง อ.ปาย แล้วนะครับ ...คราวหน้าก็ไปดูว่ามีอะไรที่ปายกันบ้าง ลูกสาวบอกมาว่า อากาศที่ปายวิปริตผิดอาเพศ วันหนึ่งมี 3 ฤดู ..และตอนนี้การปลูกกกระเทียมพันธุ์ดี หอมและกลิ่นฉุนที่สุด ที่อ.ปายเริ่มแล้วครับ ลุงรัตน์ (คนที่ไปนอนทุ่งบัวตอง) เริ่มดำกล้าไปเมื่อวานนี้เอง (28 พย.55)...เสียดายที่ไม่ได้ติดต่อกันมาก่อน จะได้เริ่มดูตั้งแต่ตอนที่เค้าเตรียมแปลงปลูกกันเลย ....ลูกสาวบอกมาว่า ...กระเทียมลุงรัตน์ มีคนสั่งจองไว้หมดแล้วนะพ่อ .....เลยบอกไปว่า เฮ่ย ๆๆๆ บอกลุงรัตน์ให้เก็บไว้บ้าง จะเอาไปฝากญาติสนิท มิตรสหาย บ้าง คนละกลีบสองกลีบ....



ยังมีต่อครับ.......



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 01/12/2012 8:29 pm    ชื่อกระทู้: เกษตรสัญจร 3...ลอยโคม-ลอยประทีปวันลอยกระทง ที่ปาย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม …..และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน

เกษตรสัญจร ภาค 3 ..ตอนที่ 6 งานลอยประทีป แทนลอยกระทงที่ ปาย



ผมได้รับข้อมูลงานลอยประทีป แทนการลอยกระทงที่ ปาย มาให้ชมกันครับ เนิ่องจากไม่ได้ไปเอง ภาพก็เลยเป็นไปตามใจคนถ่าย
ก็ดูเพลิน ๆ นะครับ




รูปที่ 1


รูปที่ 2


รูปที่ 3


รูปที่ 4

รูปที่ 1 – 4 "ภาพสุดอลังการ งานลอยประทีป หรือลอยโคมไฟที่ปาย งานวันลอยกระทง ครับ 1 ปี มี 1 หนึ่งครั้ง และทราบมาว่า
วันที่ 5 ธํนวาคม จะมีการลอยประทีปตั้งแต่พื้นดินถึงยอดดอยทุกชนเผ่า จะลอยประทีปถวายแด่องค์พระราชา นัยว่า จะลอยกันเป็น
แสน ๆ ใบ ในภาพนี่แค่หมื่น ๆ ใบเท่านั้น ถ้าเป็นแสนใบ มันจะยิ่งสุดอลังการซักแค่ไหน ....แต่เสียใจครับ ไปตอนนี้ นั่งเครื่องไปไม่
ทันแล้ว ตั๋วถูกจองเต็มหมด ยาวถึงเลยปีใหม่ 2556 ปู๊นนนนนน คิวยาว แต่เสียวครับ เครื่องบินกันทั้งวันแทบไม่ได้พัก แต่ถ้าเอา
รถไปเองคงพอทัน ไปหาที่กางเต็นท์นอนกันนะครับ ที่พักถูกจองเต็มหมดแล้วครับ ไม่แน่ใจว่า ที่ มนทีสเดอปายคืนละ 30,000
เต็มหรือยัง





รูปที่ 5. เจดีย์ที่วัดหลวง – วัดประจำอำเภอปาย ประดับไฟวันลอยกระทง





รูปที่ 6 จุดชมทะเลหมอก หยุนไหล (บ้านจีนยูนนานสันติชน)สำหรับท่านที่มาพักที่ปาย ไม่ไกลจากตัวเมืองปาย ใช้เวลาเพียง10 นาที
ก็ถึงแล้วครับ มีอาหารรสชาติแบบยูนนานให้ชิม แต่ขอบอกว่า ไปถึงร้านแรก เป็นร้านใหม่ ถ้าเข้าร้านแรกกินอาหารเสร็จก่อนออกมาโดนเขก หัวโน ไม่รู้ด้วยนะครับ

ให้เดินขึ้นไปทางต้นโพธิ์ใหญ่อีกนิดนึง เป็นร้านเก่าดั้งเดิมที่ขายมาก่อนอยู่เยื้องกับต้นโพธิ์ แต่เค้ามีปัญหาเรื่องค่าเช่าที่ จากเดิมเดือนละ
1 แสน เป็นแสนห้าหรืออะไรนี่แหละ ต้องเดินขึ้นไปเลยต้นโพธิ์ไปนิดนึง รับรอง อิ่ม อร่อย ถูก ขาหมู หม่านโถว มีทั้งนึ่งและทอด เยื่อไผ่
ตุ๋นไก่ดำกับยาจีนแท้ ๆ แล้วก็มียำสาวน้อย อร่อยแต่มันเผ็ด แล้วยังมีผัดผักชื่ออะไรเอี๊ยะ ๆ จำไม่ได้ บอกเค้าว่า ผักจากเมืองจีนปลอดสาร
ที่ปลูกเองน่ะ อย่างน้อย ๆ ต้องเบิ้ล 3 แล้วก็ยังมีเกี๊ยวตำรับจีนยูนนาน ใช้น้ำซุบต้มด้วยเห็ดหอมสด ...โฮ้ย อยากไปว่ะ





รูปที่ 7. บังเอิญมี ตะแล็ปแก็ป จาก หัวหน้าโครงการฯ ส่งข่าวมาให้ช่วยประชาสัมพันธ์(หลาย ๆ ทาง)ว่า "ปางอุ๋ง " ช่วงหยุดยาว
29 ธันวาคม 55 - 2 มกราคม 56 การจะเข้าพัก ต้องติดต่อวันต่อวันเท่านั้นครับ ส่วนเบอร์ติดต่อ 053-612244 สำหรับการจองบ้าน
พักคือจองปกติ ยังมีว่างครับ และที่พักแบบกางเต้นท์ นอน 4 คน มี 5 หลัง ๆ 450บาท ยังมีครับ ส่วนท่านที่นำเต๊นท์มาเองคิดค่ากาง
หลังละ 100 บาท และถ้าเป็นเต้นท์ของโครงการฯ หลังละ 300 นอนได้ 2 คน (อันนี้ ไม่มีจองล่วงหน้า) มาติดต่อก็กางได้เลย จะมีเจ้า
หน้าอำนวยความสะดวกให้ครับ ใครที่ชอบอากาศหนาวชนิดที่เวลาฉี่ออกมาแข็ง ต้องเด็ดทิ้ง เชิญไปสัมผัสได้เลย





รูปที่ 8. เป็นการจุดดอกไม้เพลิงใน งาน "นมัสการพระธาตุดอยกองมู" จ. แม่ฮ่องสอน ประจำปี 2555 ระหว่างวันที่ 24-28 พฤศจิกายน 2555 ตกข่าว มาช้าไปต๋อย





รูปที่ 9. เป็นจุดชมวิวที่ กิ่วลม ก่อนถึงปางมะผ้า ถ้าไปจากปาย ในภาพดูงั้น ๆ สถานที่จริง โรแมนติคน่าดู ทั้งชาวดิน ชาวดอย มากันเป็นคู่ ๆ คนถ่ายบอกว่า ไม่กล้าถ่ายมาให้ดู กลัวโดนเตะ





รูปที่ 10 เห็นตากล้องท่านี้แล้ว อยากเป็นแบบให้ถ่ายจังเลย มันเป็นธรรมชาติจริง ๆ



ชุดนี้สั้นหน่อยนะครับ แต่ยังมีรูปที่ปายมีแยะหลายมุมมอง




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10035

ตอบตอบ: 01/12/2012 8:53 pm    ชื่อกระทู้: Re: เกษตรสัญจร 3...ลอยโคม-ลอยประทีปวันลอยกระทง ที่ปาย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

DangSalaya บันทึก:









.


คนหุ่นผอมๆก็เป็นยังงี้ยังงี้...... เห็นแล้ว งั้นงั้น แหละ
ไม่มีอะไรในกอไผ่ นอกจากหน่อไม้ และไข่เต่่า.....


หารูปคน "อ้วนอ้วน" มาดูหน่อยเซ่
อาจจะดูไม่จืดก็ได้นะ....





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 01/12/2012 11:58 pm    ชื่อกระทู้: คนอ้วน อ้วน .... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม



เกษตรสัญจร ภาค 3 ..ตอนที่ 6 (2)



ลุงถามหารูปคน อ้วน อ้วน ....
คนอ้วน ๆ บนดอยก็หายากซะด้วย เพราะอยู่บนดอยถ้าปล่อยให้อ้วนเกินพิกัด มันจะขึ้นเขา ลงดอยไม่ไหว เผลอๆ ดีไม่ดี จะกลิ้งตกเขาตาย เท่าที่ผมเคยไปตะลอนๆ กับเจ้าโชเล่ เพื่อนกะเหรี่ยงบนดอย มันก็พอหาได้ ลุงลองพิจารณาดูเองนะครับว่าจะลงคะแนนให้คนไหน.....





รูปที่ 1 คนนี้ Intrain มาก ๆ หุ่นนางแบบเลยแหละ เดิมเป็นเผ่าเร่ร่อน –มะราบรีหรือที่เรียกกันว่า ผีตองเหลือง แต่ตอนนี้เค้าจัดหาที่ให้อยู่เป็นหลักแหล่งแล้ว ต่อให้ไล่ก็ไม่ไป ....มีนักร้องอยู่คน ชื่ออะไร ผมก็จำไม่ได้ ดังด้วยนะ นั่นก็เป็น 1 ในเผ่ามะราบรี เสียงดีด้วยนะครับ





รูปที่ 2 คนนี้เผ่า ว้า ครับ ค่อนข้างจะผิวพม่า ตาแขก ผ้าพันคอสีแดง แสดงว่ายังโสด แต่จะสดหรือเปล่า I Don’t know. เห็นหน้ายิ้ม ๆ แบบนี้ต้องจริงจังและจริงใจนะครับ ไม่งั้นโดนเชือดนิ่ม ๆ คนเผ่าว้าทั้งหญิงและชาย ดุ ครับ





รูปทึ่ 3 เป็นเผ่า อาข่า ยุคใหม่ครับ กำลังเป่าใบไม้เป็นเพลง เป็งอาจัง สองอยู่ ม.ราชภัฏ เชียงรายครับ สอนวิชาอะไร ก็ไม่ได้ถามอีกนั่นแหละ วิชา คิม ซา กัสส์ ลิซึ่ม ...... มั๊งครับ




รูปที่ 4 เผ่าอะไรไม่ทราบครับ เพราะพูดกันคนละภาษา ขนาดใช้ภาษาใบ้ยังเหนื่อยเลย แต่ใช้ภาษามือภาคพิเศษ ทำท่าประกอบให้ดู.. พยักหน้ายิ้มรับ OK เลยแหละ เข้าสุภาษิตที่ว่า ทุกนารีงามสรรพเมื่อดับไฟ อิอิ....เปล่านา เค้าเปล่านา เค้าเปล่าชวนน้า เค้ามาเอง....ตกกระแจะซะหน้าขาววอกแบบนี้ เจอตอนกลางคืนมีหวังหัวใจวายซะก่อน





รูปที่ 5 เป็นเผ่า ไตหย่า ไม่ใช่ไทใหญ่นะครับ คนละเผ่า ไทใหญ่ มาจากทางพม่าหรือไทอาหม แต่...ไตหย่า อพยพมาจากมณฑลอะไรนู่นแน่ะ ลุงคิมรู้ครับ เพราะชำนาญแถวนั้น พระเจ้าพีล่อโก๊ะ...อย่าดูถูกนะครับ กำลังเรียนปริญญาโทอยู่ ม.ราชภัฏ เชียงราย พูดได้ 6 ภาษา ...ถ้าถามว่า พูดภาษาไทยชัดมั๊ย

โอ๊ย...อย่าให้ด่าก็แล้วกัน ไฟแล่บ ..เห็นแต่งตัวแบบนี้ก็เลยถามว่า แต่งแบบนี้เวลาหน้าหนาวอยู่บนดอยไม่หนาวหรือน้อง ...เค้าบอกว่า นี่เป็นชุด Presenter ค่ะ...แต่จะ Entertain ด้วยหรือเปล่า ไม่ได้ถามอีกเหมือนกัน





รูปที่ 6 รูปที่ 6 นี่เป็นเผ่า กะหร่าง ครับ ชุดขาวแบบนี้เค้าบอกว่า เฮายังไม่มี ซ๊ะมี นะฮ๊าาาาา





รูปที่ 7 เผ่าเมี่ยนหรือเผ่าเย้า ครับ เริ่มจะอ้วนขึ้นมานิดๆ คนนี้เคยบอกลุงแล้วไงครับว่า ข้าวคอยฝน อยู่ดอยช้างครับลุง เชือดไก่ตัวเดียวเท่านั้น ไม่ถึง 18,000 หรอกครับ...... 555




รูปที่ 8


รูปที่ 9

รูปที่ 8 – 9 นี่เป็นเผ่า อี๋ ครับ อพยพมาจาก ยูนนาน ...เผ่าอี๋ เค้ามีประเพณีแปลกครับ เจ๋งมากเลย ตามผมมาครับ




รูปที่ 10 นี่แหละของจริง คือ เทศกาลจับนมสาวจีน ประเพณีดั้งเดิมแท้ๆ ของชนเผ่าอี๋ จะเอารูปที่แสดงท่ามางลงก็เกรงใจลุง หรือถ้าอยากให้ลงก็บอก แดงศาลายาจะจัดให้

เทศกาลจับนม เทศกาลพิเศษ ซึ่งเพิ่งจัดไปเมื่อวันที่ 14-16 กรกฎาคม ที่ผ่านมานี้เอง ที่หมู่บ้านของชนเผ่าอี๋ ในเขต.... โดยเปิดโอกาสให้หนุ่มๆ (ทั้งในเผ่า และนอกเผ่า) สัมผัสหน้าอกหน้าใจของสาวๆ ได้แบบไม่เข้าข่ายลามก ไม่อนาจาร ไม่ผิดกฎหมาย เฉพาะ 3 วันเท่านั้นนะครับ มีทุกปีด้วย ปีนี้ผ่านไปแล้ว ไว้ไปปีหน้าเถอะนะ



ในเกษตรสัญจรภาค 1 ผมบอกว่า ผมออกจากปาย ขึ้นไปบ้านวัดจันทร์ วันที่ 10 ก.ค. และวันที่ 26 กค ต้องรีบกลับด่วนเพราะพ่อเข้า ไอซียู ฉะนั้นในวันที่ 14–16 กรกฎาคม ผมกับเจ้าโชเล่ จะไปป้วนเปี้ยนที่หมู่บ้านชนเผ่าอี๋หรือเปล่า ตามข่าวไม่ได้แจ้งไว้ เพราะตกข่าวครับ

ผมอ่านภาษาจีนกลางไม่ออกซะด้วย พูดเป็นอยู่สองคำ หนีห่าว กับ หว่ออ้ายหนี่ แค่นี้ก็เกินพอแแล้วครับ





รูปที่ 11 ภาพนี้ก็ตกข่าว เป็นการที่ชนเผ่า เข้ามาเรียกร้องสิทธิบางประการที่หน้าทำเนียบรัฐบาล และมีบางเรื่องที่รัฐบาลตอบเค้าไม่ได้ และไม่มีข่าวนำเสนอออกมาทางสื่อมวลชน เรื่องเลย เงียบ




ลุงจะให้หาคนอ้วน ๆ บนดอย ที่ผ่าน ๆ มาหายากจริง ๆ ลองดูอีกทีครับ



รูปที่ 12 แบบนี้พอได้มั๊ย กวักเงินกวักทองดีนาครับ…..

อ้อ...หลายวันแล้วที่ยังไม่ได้ขอบคุณ ก็ขอขอบคุณลุงคิมครับ ที่ล้วงตับยัยหอยหลอดจนได้ความว่า ยังไม่ได้แต่งงาน (สาวแก่หรือเปล่าหว่า) ช่วยกรุณา

ถามออกอากาศทีเถอะครับว่า ...อยากจะหาคนไปช่วยเก็บมะนาว กับดูแแลอ้อยเคี้ยวมั่งมั๊ย ...เป็นหนุ่มโสด หน้าตาดี ขยัน ซื่อสัตย์ ประหยัด อดทน หนักไม่เอา เบาสู้ รู้อยู่เหมือนแมวนอนหวด ...... ขอบคุณครับ




รูปที่ 13 เป็นภาพ บัวสี่เหล่า ซึ่งพระพุทธองค์ทรงเปรียบว่าคนมี 4 ประเภท ใครจะอยู่ตรงไหนคงจะรู้ตัวของตัวเอง สำหรับผมเป็นได้แค่ บัวใต้น้ำ หรืออาจจะเป็นบัวใต้ดินด้วยซ้ำไป



ขอบคุณอีกครั้งครับ


.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 03/12/2012 1:05 pm, แก้ไขทั้งหมด 3 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10035

ตอบตอบ: 02/12/2012 7:51 pm    ชื่อกระทู้: Re: คนอ้วน อ้วน .... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

DangSalaya บันทึก:




ลุงถามหารูปคน อ้วน อ้วน ....
คนอ้วน ๆ บนดอยก็หายากซะด้วย เพราะอยู่บนดอยถ้าปล่อยให้อ้วนเกินพิกัด มันจะขึ้นเขา ลงดอยไม่ไหว เผลอๆ ดีไม่ดี
จะกลิ้งตกเขาตาย เท่าที่ผมเคยไปตะลอนๆ กับเจ้าโชเล่ เพื่อนกะเหรี่ยงบนดอย มันก็พอหาได้ ลุงลองพิจารณาดูเองนะ
ครับว่าจะลงคะแนนให้คนไหน.....



.



ไม่จำเป็นต้อง "คนอ้วนๆบนดอย" หรอก
หาเอาแถวนี้คงมีมั้ง ขอแต่ให้โพสต์ท่าถ่ายรูป ท่านีั้ก็ O.K. แล้ว




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 12/12/2012 7:02 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 02/12/2012 10:02 pm    ชื่อกระทู้: คนนี้ใช่แน่ ๆ ครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม




คนนี้ครับลุง ใช่แน่ ๆ ครับคนนี้

แล้วชนเผ่า อี๋ ไม่สนมั่งหรือครับ ....ขืนสน มีหวัง ตายอยู่เผ่าอี๋แหง ๆ





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
cherm
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 17/11/2011
ตอบ: 235

ตอบตอบ: 04/12/2012 4:02 pm    ชื่อกระทู้: คงถูกใจแน่ๆ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีค่ะ ลุงคิม
สวัสดีค่ะทิดแดง และสมช.ทุกท่าน

รูปภาพล่าสุดคงถูกใจลุงคิมแน่ๆเลย ว่าไหมค่ะ ทิดแดง

อิอิ




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10035

ตอบตอบ: 04/12/2012 5:16 pm    ชื่อกระทู้: Re: คนอ้วน อ้วน .... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

DangSalaya บันทึก:





รูปที่ 10 นี่แหละของจริง คือ เทศกาลจับนมสาวจีน ประเพณีดั้งเดิม
แท้ๆ ของชนเผ่าอี๋


จะเอารูปที่แสดงท่ามางลงก็เกรงใจลุง หรือถ้าอยากให้ลงก็บอก แดงศาลายาจะจัดให้


.


จัดมาเลย.....



ศิลปิน ศิลปินกับศิลปะ แม้แต่กองขยะ มองให้เป็นศิลปะก็จะเป็นศิลปิน...

รูปผู้หญิงดูแล้วเป็น "ศิลปะ" ดี แต่ถ้าเป็นรูปผู้ชาย "พระเจ้าห้าม (ว่ะ)"

ดูแล้วคิด คิดอะไร คิดแค่ไหน ตามสบาย ตำรวจเมืองไม่จับ แต่ตำรวจบ้าน...ไมรู้

คิดได้ ห้ามทำ ขืนทำ พูดได้คำเดียว....มึงตัยยยยย




หนุ่มกับสาวสองคนเป็นแฟนกัน ใกล้คำวันนั้น ขณะนั่งชมหาด ในใจวาดจินตนาการ
ของตัวเอง อึดใจใหญ่ที่ทั้งคู่เงียบไป


สาว : (ยังทอดสายตาไปที่เกลียวคลื่น แล้วเอ่ยถามเบาๆ) คุณกำลังคิดอะไรอยู่คะ ?
หนุ่ม : (เหลียวมองสาวเต็มตา ใบหน้ามีแววยิ้มเล็กๆ) คิดอย่างเดียวกับคุณนั่นแหละ

สาว : (ผละกายถอยห่างนิด ) บ้า....คุณอย่ามาคิดลามกกับฉันนะ
หนุ่ม : ?




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 12/12/2012 6:55 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 09/12/2012 2:31 pm    ชื่อกระทู้: Re: คนอ้วน อ้วน .... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม

kimzagass บันทึก:
DangSalaya บันทึก:





รูปที่ 10 นี่แหละของจริง คือ เทศกาลจับนมสาวจีน
ประเพณีดั้งเดิมแท้ๆ ของชนเผ่าอี๋


จะเอารูปที่แสดงท่ามางลงก็เกรงใจลุง หรือถ้าอยากให้ลงก็บอก แดงศาลายาจะจัดให้


.


จัดมาเลย.....

ศิลปิน ศิลปินกับศิลปะ แม้แต่กองขยะ มองให้เป็นศิลปะก็จะเป็นศิลปิน...

รูปผู้หญิงดูแล้วเป็น "ศิลปะ" ดี แต่ถ้าเป็นรูปผู้ชาย "พระเจ้าห้าม (ว่ะ)"

ดูแล้วคิด คิดอะไร คิดแค่ไหน ตามสบาย ตำรวจเมืองไม่จับ แต่ตำรวจบ้าน...ไมรู้

คิดได้ ห้ามทำ ขืนทำ พูดได้คำเดียว....มึงตัยยยยย




หนุ่มกับสาวสองคนเป็นแฟนกัน ใกล้คำวันนั้น ขณะนั่งชมหาด ในใจวาดจินตนาการ
ของตัวเอง อึดใจใหญ่ที่ทั้งคู่เงียบไป


สาว : (ยังทอดสายตาไปที่เกลียวคลื่น แล้วเอ่ยถามเบาๆ) คุณกำลังคิดอะไรอยู่คะ ?
หนุ่ม : (เหลียวมองสาวเต็มตา ใบหน้ามีแววยิ้มเล็กๆ) คิดอย่างเดียวกับคุณนั่นแหละ

สาว : (ผละกายถอยห่างนิด ) บ้า....คุณอย่ามาคิดลามกกับฉันนะ
หนุ่ม : ?

.


เน๊ตล่มไปหลายวัน คงไม่เกี่ยวกับประเพณี จับนมสาวเผ่าอี๋ นะครับ

ลุงอนุญาตให้จัด ก็จัดมาให้แล้ว เอาแค่ครึ่งสูตรนะครับ ขืนจัดเต็มสูตร เกรงใจลุงน่ะ



ก่อนจะเข้างานพิธี ก็ขอให้ดูหมู่บ้านของชาวเผ่า อี๋ ที่มณฑล ยูนนาน กันก่อน เค้าก็อยู่กันชนิดที่เรียกว่า ใกล้ชิดติดกัน
ไก่บินแทบไม่ตกแบบนี้






ก็จะมีการเป่าปี่พื้นเมืองกันก่อน





คู่นี้ฝาแฝด คนที่จะมาจับจะต้องเป็นผู้ชายฝาแฝดด้วยหรือเปล่า ตามข่าวไม่ได้แจ้งเอาไว้ .......แล้วเมื่อไหร่จะได้ดูเค้าจับ
กันซักทีเล่าวะ....ใจเย็น ๆ ครับลุง ...เอาไว้ต่อคราวหน้าดีมั๊ยครับ





นี่แหละครับ ชัวร์ แต่ลุงช่างเดาเก่งจังเลย เพราะสองคนนี่เค้าเป็นคู่หมั้นกันครับ





ผู้ชายคนนี้ เป็นยิ่งกว่าคู่หมั้น เพราะตามกฎกฏิกาบอกว่า ชายที่จะเข้ามาจับนมเค้าได้ ผู้หญิงต้องยินยอม และผู้ชายไม่
เป็นคู่หมั้นก็เป็นชายที่ใกล้ชิดเช่นญาติ แต่ชายคนที่กำลังจับอยู่ตามรูปนี้ตามข่าวบอกว่า เป็น พ่อ ครับ หน้าตาเหมือน
กันเด๊ะเลย


เรื่องประเพณีแปลก ๆ ของเผ่า อี๋ ก็จบลง

ทีนี้ มาดูไทใหญ่ทอด จุลกฐินที่ปาย ดีกว่า ใหม่ สด ๆ ร้อน ๆ จากปาย เมื่อวันพฤหัสบดี 6 พย.55 นี่เอง

ที่วัดทุ่งโป่ง อ.ปายเค้ามีงานทอด จุลกฐิน ผมก็มีรูปมาฝาก สาวไทใหญ่ ในชุดงานบุญครับ



ไม่ทราบว่า ไทยน้อยเห็นแล้วจะว่ายังไง บอกแล้วว่า ช้างเผือกอยู่ในป่า




ดูรูปเดียวไปก่อนนะครับ เน๊ตมันหลุดบ่อย รีบส่งก่อนที่มันจะหลุด




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10035

ตอบตอบ: 09/12/2012 5:46 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อั้ยที่เห็นน่ะ ไม่อยากดูหรอก....อยากดูอั้ยที่ไม่เห็นมากกว่า (ว่ะ....)





กาลครั้งแม้นานมากแต่ยังจำได้แม่น ชนิดตายแล้วก็ไม่ลืม....

พ.ศ.2525 จำได้แม่นหลายจำ :

จำแม่น 1....ศุภวาระกรุงเทพครบรอบ 200 ปี (กรุงเทพฯ เกิดพร้อมประเทศอเมริกา)
จำแม่น 2....ลุงคิมฝังตัวทำข่าวลับอยู่ที่ ค่ายหัวเวียง (สนง.ซีไอเอ.เก่า) อ.เชียงของ
จำแม่น 3....ถูกเรียกตัวด่วนภายใน 24 ชม.มาทำหน้าที่ CHEER READER งานกีฬากองทัพบก กทม.
จำแม่น 4....สาวไทยทำงานให้ UN ในค่ายลาวอพยบ ให้ลุงคิมก่อน แล้วให้ นอภ.ทีหลัง
จำแม่น 5....นอภ.สังกัด ก.มหาดไทย ประกาศย้ายลุงคิม สังกัด ก.กลาโหม
จำแม่น 6.... 4 สาวม้งบริวารของ ปา เกา เฮ่อ. หน.กลุ่มต่อต้านคอมมูนิสต์ลาว คารวะลุงคิมอย่างสุดซึ้ง
จำแม่น 7....ท่องแดน "ลานสาวกอด" ประเพณีอีก้อ



ดอยอะไรจำชื่อไม่ได้ อยู่เหนือค่ายหัวเวียงไปไม่กี่ กม. วัน-เดือน อะไรก็จำไม่ได้อีกนั่นแหละ นั่นไม่ใช่ประเด็น....HILIGHT อยู่ที่ งานประเพณี "กอดสาวคนไหนก็ได้ ได้ตามใจชอบ" ณ ลานสาวกอดของหมู่บ้าน

พระอาทิตย์อัสดงไปนานแล้ว พระจันทร์เสี้ยว แรม 8 ค่ำ (รูปเว้าไปทางตะวันตก จึงรู้ว่าข้างแรม) โผล่พ้นขอบฟ้าชายเขาขึ้นมา บรรดาหนุ่มน้อย หนุ่มใหญ่ สาวใหญ่สาวน้อย ตั้งแต่นมตั้งพานเท่าลูกหมาก ไปถึงใหญ่ไซส์ส้มโอ กลมเหมือนผลส้ม ยานหย่อนเหมือนฟักเขียว คละเคล้าปนเปไม่แยกเพศแยกวัย พูดจาหยอกเอินต่อกระซิกด้วยความสนิทสนม จับมือถือแขน โอบไหล่กอดเอว ไม่มีใครถือสา

วันกอดสาว บนลานสาวกอด ประเพณีของอีก้อ ทุกคนที่นี่อีก้อล้วนๆ ไม่มีไทยภูเขาเผ่าอื่นใดมาปะปนแม้แต่คนเดียว....แต่มีไทยเผ่า "ชอกี-ชีกอ" ชายหนุ่มจากพื้นภาคอื่นในฐานะนักท่องเที่ยว 7-8 คน ไม่มีหญิง เข้ามาร่วมงานโดยไม่ได้รับเชิญแต่ก็ไม่ถูกห้าม

ท่ามกลางแสงสว่างเพียงพระจันทร์เสี้ยว ไม่มีไฟฟ้านีออน ไม่มีตะเกียง สร้างบรรยากาศการมองเห็นเป็นเพียงเงาสลัวๆ ชายขอบของลานไต้ร่มไม้ใหญ่มีม้าหินวางเป็นจุดๆ ทุกจุดมีหนุ่มกับสาวนั่งอยู่ มือหนึ่งตะกองกอดเอวกอดไหล่กัน อีกมือหนึ่งจับกุมกันไว้ที่หน้าขา ในขณะใบหน้าสาวเอนซบลงบนไหล่หนุ่ม แม้ไม่เอ่ยวาจาคำใดก็ให้ประจักษ์ว่า ทั้งสองรักกัน

เวลาเริ่มดึกขึ้น บรรดาหนุ่มสาวกลางลาน บางคู่-บางกลุ่ม นั่งล้อมวงคุยกัน เพียงบางคนเท่านั้นที่ยังเตร็ดเตร่คล้ายกำลังหาวงร่วมเสวนา ในวงไม่มีหนุ่มสาวคู่ไหนกอดกันเหมือนชื่องาน อย่างดีก็แค่จับมือถือแขนกันเท่านั้น

หนุ่มพื้นราบเผ่า "ชอกี-ชีกอ" ด้วยหลงผิดคิดว่า วันกอดสาว บนลานสาวกอด หนุ่มจะกอดสาวคนไหนก็ได้ หนุ่มเจ้าเข้าไปจับมือถือแขนสาวอีก้อ จนสาวเจ้าร้องโหวกเหวกโวยวายขึ้นมา สาวอีก้อพูดว่าอะไรไม่รู้ เพราะพูดภาษาอีก้อไม่เป็น แต่เห็นหนุ่มอีก้อวัยฉกรรจ์ 7-8 คน กระเหี้ยนกระหือรือเข้าหาหนุ่มเผ่า ชอกี-ชีกอ ท่าทางไม่ปรารถนาดีแน่ ผู้เฒ่าท่านหนึ่งก็เข้ามาห้าม แล้วอธิบายเป็นภาษาไทยกลางกระท่อนกระแท่นแต่พอจับใจความได้ว่า "....การกอดสาว การจับมือสาว ทำได้เฉพาะที่คนเป็นคู่รักกันเท่านั้น....คู่รักนี้ พอแม่จะยินยอมหรือไม่ยินยอมก็ได้ ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของหนุ่มสาวเอง...." เท่านั้นแหละ เผ่า "ชอกี-ชีกอ" ผู้ซึ่งมาจากส่วนไหนของแผ่นไทยก็ไม่รู้นั้น ต้องเผ่นราบลงจากดอยทันที



โถ งานของอีก้อ ไม่ใช่งานของชอกีชีกอ ซักกะหน่อย....ว่ามั้ยแดง



.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 15/03/2013 2:23 pm, แก้ไขทั้งหมด 4 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 09/12/2012 8:15 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

kimzagass บันทึก:
อั้ยที่เห็นน่ะ ไม่อยากดูหรอก....อยากดูอั้ยที่ไม่เห็นมากกว่า (ว่ะ....)

เดี๋ยวครับลุง....ที่ว่า อยากดูอั้ยที่ไม่เห็นมากกว่า น่ะ ตรงนี้ไม่เคลียครับ เพราะมันแยะเหลือเกิน ....ใส่รหัสบาร์โค๊ดก็ได้
ผมจะได้ยิงเลเซอร์
ได้ตรงประเด็นหน่อย ...หรือยัยเฉิ่ม ทิดบัติ เจ้าตุ๊ดตู่ ว่าไงวะ หือ...

และตรงนี้ที่บอกว่า

หนุ่มพื้นราบเผ่า "ชอกี-ชีกอ" ด้วยหลงผิดคิดว่า วันกอดสาว บนลานสาวกอด หนุ่มจะกอดสาวคนไหนก็ได้ หนุ่มเจ้า
เข้าไปจับมือถือแขนสาวอีก้อ จนสาวเจ้าร้องโหวกเหวกโวยวายขึ้นมา สาวอีก้อพูดว่าอะไรไม่รู้ เพราะพูดภาษาอีก้อไม่
เป็น ........เท่านั้นแหละ เผ่า "ชอกี-ชีกอ" ผู้ซึ่งมาจากส่วนไหนของแผ่นดินไทยก็ไม่รู้ ต้องเผ่นราบลงจากดอยทันที

โถ งานของอีก้อ ไม่ใช่งานของชอกีชีกอ ซักกะหน่อย....ว่ามั้ยแดง




.




โถท่านผู้พัน เสียแรงผ่านศึกยุทธภูมิเกาหลี ลุยแดนอารีดัง มาแล้ว มาเผ่นป่าราบเพราะอีก้อที่ลานสาวกอด ....

มีคำพังเพยว่า ...เข้าเมืองตาหลิ่ว ต้องหลิ่วตาตาม ... วันนั้นะครับ ถ้าลุง เปลี่ยนชุดทหารไทย ให้กลายเป็นชุดหนุ่มอีก้อ
แล้วก็เดินฉุยฉายพราหมณ์ เข้าไปในหมู่บ้านอีก้อ โปรยยิ้มให้ สาวใครคนใดคนหนึ่งซะก่อน ก่อนตะวันตกดิน ...รับรองว่า
คนหล่ออย่างลุงจะโดนสาวอีก้อ สะกิดก่อนขึ้นลานซะด้วยซ้ำ ...น้องเคยใช้ได้ผลมาแล้วที่ดอยผาหมี (หมู่บ้านอีก้อ -
ปัจจุบันเค้าให้เรียกว่า อาข่า)....แต่ถ้าไปเจอสาวประเภทที่ขี้หนาว ไม่ได้อาบน้ำมาสองสามวันแล้วละก็ ....ล้ม ไม่ รู้
โด่ อารมณ์หด หมดมู๊ด

มัวแต่คุยเรื่องจับนมสาวเผ่า อี๋ อยู่นี่แหละ จากทุ่งบัวตอง - ขุนยวม - แม่ฮ่องสอน ยังไม่ถึงปายซักที ตอนนี้ ฤดูท่อง
เที่ยวที่ปายก็เริ่มแล้ว กระเทียมดีที่ปายก็กำลังเริ่มปลูก เกษตรสัญจร น่าจะแวะไปดูวีธีการปลูกกระเทียมที่ปายกันซัก
หน่อยดีมั๊ยครับ


ปลูกตอนนี้ ก็นับไปเลย อีก 120 วัน หรือ 4 เดือนเก็บผลผลิตได้



มีรูปกระเทียมปาย มาให้ดู 1 รูปเอาไว้กัน แดร๊กคูล่า ครับ

สองสามวันมานี้ เน๊ตหลูดบ่อย บางวันเข้าไม่ได้ แล้วก็ไม่ได้อัดเสียงรายการลุงคิม มาหลายวันแล้ว โทรศัพท์มันตกพื้น
เลยเสียหน้าจอหายเปิดเครื่องไม่ได้..... เซ็ง



ขอบคุณครับลุง




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10035

ตอบตอบ: 09/12/2012 10:15 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ฝากหาข้อมูล "กระเทียมโทน" ด้วยนะ.....




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
cherm
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 17/11/2011
ตอบ: 235

ตอบตอบ: 10/12/2012 9:39 pm    ชื่อกระทู้: ยัยเฉิ่ม ไม่เกี่ยว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดี ค่ะ ลุงคิม
สวัสดีค่ะ ทิดแดง และ สมช.ทุกท่านค่ะ

"อั้ยที่เห็นน่ะ ไม่อยากดูหรอก....อยากดูอั้ยที่ไม่เห็นมากกว่า (ว่ะ....)

เดี๋ยวครับลุง....ที่ว่า อยากดูอั้ยที่ไม่เห็นมากกว่า น่ะ ตรงนี้ไม่เคลียครับ เพราะมันแยะเหลือเกิน ....ใส่รหัสบาร์โค๊ดก็ได้
ผมจะได้ยิงเลเซอร์ ได้ตรงประเด็นหน่อย ...หรือยัยเฉิ่ม ทิดบัติ เจ้าตุ๊ดตู่ ว่าไงวะ หือ...

และตรงนี้ที่บอกว่า....
หนุ่มพื้นราบเผ่า "ชอกี-ชีกอ" ด้วยหลงผิดคิดว่า วันกอดสาว บนลานสาวกอด หนุ่มจะกอดสาวคนไหนก็ได้ หนุ่มเจ้าเข้า
ไปจับมือถือแขนสาวอีก้อ จนสาวเจ้าร้องโหวกเหวกโวยวายขึ้นมา สาวอีก้อพูดว่าอะไรไม่รู้ เพราะพูดภาษาอีก้อไม่เป็น ..
......เท่านั้นแหละ เผ่า "ชอกี-ชีกอ" ผู้ซึ่งมาจากส่วนไหนของแผ่นดินไทยก็ไม่รู้ ต้องเผ่นราบลงจากดอยทันที

โถ งานของอีก้อ ไม่ใช่งานของชอกีชีกอ ซักกะหน่อย....ว่ามั้ยแดง "

งานนี้ยัยเฉิ่ม ไม่ขอเกี่ยวดีกว่าค่ะ ขออ่านอย่างเดียว

ถ้าเกี่ยว เดียวยัยเฉิ่มโดนย้ายไปอยู่เผ่าเดียวกับลุงคิม และทิดแดงละยุ่งเลย เสียภาพพยจ์คนสวยๆหมด



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 12/12/2012 12:11 am    ชื่อกระทู้: กระเทียมโทน .... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ยัยเฉิ่ม และ สมช.ทุกท่าน

kimzagass บันทึก:
ฝากหาข้อมูล "กระเทียมโทน" ด้วยนะ.....

.


ลุงฝากหาข้อมูลกระเทียมโทน ...ผมลืมไปสนิมเลยครับ เรื่องกีเทียมโทน เพราะไม่จำเป็นต้องกินเลยเฉย ๆ แต่ผมคง
ต้องสอบถามจาก ลุงรัตน์ กะเหรี่ยง สะเมิง ผู้ทิ้งถิ่นฐานจากสะเมิง มาอยู่กับสาวไทใหญ่ที่ปาย

ลุงรัตน์ คือ กะเหรี่ยงที่แม่เจ้าโชเล่อยากพบ เพราะเคยเป็นเพื่อนกันและไม่ได้เจอกันนานแล้ว เลยนัดลูก ๆ ไปเที่ยว
ทุ่งบัวตอง ...ต้องย้อนขึ้นไปอ่านข้างบน...

รูปการปลูกกระเทียม ผมบอกให้ลูกสาวถ่ายเอาไว้แล้ว บอกให้ถ่ายตามขั้นตอน แล้วขอคำอธิบายจากลุงรัตน์ด้วย ...จะ
ได้เรื่องหรือเปล่านะงานนี้ ขอ Preview ให้ดูชมนิดนึงครับ (ลูกเค้าส่งรูปมาเป็น ZIP ผมต้องมารูด เอ๊ย เปิด ZIP เอา
เอง ยุ่งจัง แก้มาเลยก็หมดเรื่อง)







คำอธิบายประกอบรูป....พ่อคุยกับลุงรัตน์เองเหอะ ....เอ๊า ...ลุงรัตน์พุดกะเหรี่ยง ไอ้ผึ้งพูดไทย ป้าคำเมียลุงรัตน์พูด
ไทใหญ่ ยัยฉิ่มอีก้อ แดงศาลายา อีเก้ง ลุงคิม เผ่าชอกี แล้วจะคุยกันรู้เรื่องมั๊ยเนี่ย สงสัยว่า ต้องเอา คนที่ลุงอยาก
เห็นแต่ไม่ได้เห็นมาเป็นล่ามซะละมั๊ง

และสำหรับ ยัยเฉิ่ม ถ้าคิดจะย้ายเผ่าไปเป็นอีก้อละก็นะ ทิดขอเป็น อีเก้ง เผ่นก่อนละว่ะ .....กลัว อีก้อพันธุ์ หนองโพ
...กูตั๊ย กูตั๊ย หุหุ



จุ๊ ๆ ยัยเฉิ่ม ว่ามั๊ย....คนที่เริ่มจะคุยเรื่องอดีตนี่ เค้าว่าเป็นคนอายุเริ่มจะสูงแล้ว ช่าม้า




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1913

ตอบตอบ: 13/03/2013 11:54 pm    ชื่อกระทู้: Re: กระเทียมโทน .... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

DangSalaya บันทึก:
สวัสดีครับลุงคิม ยัยเฉิ่ม และ สมช.ทุกท่าน

.



ได้ฤกษ์ กระเทียมโทน ...แล้วครับลุง.....เรื่องมันยาว... ขอเปิดกระทู้ใหม่ครับ

.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย DangSalaya เมื่อ 15/03/2013 6:54 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10035

ตอบตอบ: 14/03/2013 5:28 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

GO AHEAD.....



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
ไปที่หน้า 1, 2, 3  ถัดไป
หน้า 1 จากทั้งหมด 3

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©