online pharmacy
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-ปุ๋ยน้ำหมัก จากปลาทะเล....
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ปุ๋ยน้ำหมัก จากปลาทะเล....
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ปุ๋ยน้ำหมัก จากปลาทะเล....

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
England
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 20/08/2012
ตอบ: 17

ตอบตอบ: 23/08/2012 8:19 pm    ชื่อกระทู้: ปุ๋ยน้ำหมัก จากปลาทะเล.... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ผมสมาชิกใหม่ มาแนะนำตัว และขอคำแนะนำด้วยครับ

เพิ่งสมัครได้หลายวันละ พยายามหาข้อมูลในเวปให้มากที่สุด

มีข้อสงสัยหลายอย่างเหมือนกัน แต่ที่สงสัยมากสุด เรื่องปุ๋ยน้ำหมักที่ทำมา
จาก ปลาทะเล เท่าที่หาข้อมูลมาจากเวปอื่น เขาจะหลีกเลี่ยง เกลือ มากที่สุด
แต่ทำไมสูตรของลุง ถืงไม่กลัว เกลือ ผมขอเหตุผล แบบวิชาการหน่อยครับ
ลุง


ขอบคุณครับ

***ผมได้อ่านคำตอบจากลุงคิมแล้วนะครับ ขอบคุณมากๆครับลุง

*** ส่วนพี่ DangSalaya ข้อมูลของพี่ แน่นมากครับ อ่านแล้วตาสว่าง ขออนุญาติ
โพสตรงนี้นะครับ กลัวเสีย อรรถรสการอ่าน เพราะข้อมูลไม่ต่อเนื่อง

ผมรออ่าน ดีเกลือฝรั่งส่วนที่เหลืออยู่นะพี่



แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย England เมื่อ 28/08/2012 2:07 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10539

ตอบตอบ: 24/08/2012 2:12 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

บอกกล่าว.....

ลุงคิมไม่ใช่นักวิชาการ ไม่เคยเรียนวิชาเกษตรแม้แต่ใน ร.ร.สามัญ เพราะในหลักสูตรสมัยนั่้นไม่มีวิชาเกษตร ผิดกับปัจจุบัน หลักสูตรการศึกษามีวิชาเกษตรตั้งแต่ชั้น ม.1 หรือต่ำกว่า (รู้จากรายการศึกษาทางไกลของ ร.ร.ไกลกังวล)

แม้กระทั่งโต อยู่มาจนแก่เฒ่าแล้ว ประกอบอาชีพแล้ว ก็ไม่ได้ไปเรียนพิเศษ กศน. มหาวิทยาลัยเปิด อบรมสัมมนา ทัศนศึกษา ดูงาน ใดๆทั้งสิ้น จึงเรียกได้ว่า ความรู้ทางเกษตรเป็น "ศูนย์ ติดลบ" ประมาณนี้


ลุงคิมเป็นนัก "เฉลียว-สังเกตุ-เปรียบเทียบ-วิเคราะห์" ต่อทุกอย่างที่เกิดขึ้นในอดีต ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน และทุกอย่างที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในอนาคต เพราะเชื่อว่า สรรพสิ่งย่อมเดินไปข้างหน้า


การเรียนรู้ของลุงคิมถือหลัก "ฟัง-คิด-ถาม-เขียน.....อ่าน-ดู-ทำ-วิเคราะห์-เปรียบเทียบ-ฟันธง"

ทุกอย่าง ทุกขั้นตอนที่ทำ อยู่ภายใต้กรอบ "ภูมิปัญญาพื้นบ้าน มาตรฐานโรงงาน มีหลักวิชาการรองรับยืนยัน.......ดังนั้นจึงไม่มีคำตอบที่เป็น "เหตุผลทางวิชาการ" ตามต้องการ



กรณี "ปุ๋ยน้ำหมัก" ที่ ส่งเสริม/ทำ/ใช้/ขาย จากสำนักทั้งหลายทั่วประเทศ (ไทย) ในวันนี้ เกษตรกรอเมริกาทำมาก่อน 60-70 ปี

ในเว้บนี้ก็มีข้อมูลการทำปุ๋ยน้ำหมักจาก "ปลาทะเล" ที่อเมริกาให้ศึกษาความเป็นเหตุเป็นผลอยู่แล้ว

ลุงคิมสัมผัสเรื่อง "น้ำหมักชีวภาพ" ครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ.2540 เริ่มจาก....
ดร.อรรถ บุญนิธี ให้ทำน้ำหมักจากพืชผัก.....
อ.สำรวล ดอกไม้หอม ให้ทำน้ำหมักจากหอยเชอร์รี่....
ดร.สุริยา ศาสนรักกิจ ให้ทำน้ำหมักจากปลาทะเล....


หลักการและเหตุผล :
ปุ๋ย คือ สารอาหารพืช หรือ ธาตุอาหารพืช ประกอบด้วย N. P. K. Ca. Mg. S. Fe. Cu. Zn. Mn. Mo. B. Si. Na. Cl. ฯลฯ

วัตถุประสงค์ของการทำปุ๋ยหรือสารอาหารสำหรับพืช คือ เมื่อทำแล้วต้องได้ชนิดของปุ๋ยให้มากตัวที่สุด และแต่ละชนิดก็ต้องให้ได้ปริมาณมากที่สุดด้วย การที่จะได้ทั้งชนิดและปริมาณปุ๋ยมากหรือน้อย ย่อมขึ้นอยู่กับวัสดุหรือวัตถุดิบที่นำมาทำ.....ครั้นเมื่อวิเคราะห์วัตถุดิบที่นำมาทำแล้ว มีสารอาหารพืชจากน้อยไปหามาก คือ พืช-หอยเชอร์รี่-ปลาน้ำจืด-ปลาทะเล.....จำแนกรายละเอียดปลีกย่อยได้ดังนี้

- พืช มีฮอร์โมนพืชมากกว่าสารอาหาร และสารอาหารมีน้อยกว่าหอยเชอร์รี่
- หอยเชอร์รี่ เป็นหอยฝาเดียว มีสารอาหารน้อยกว่าหอยสองฝา และน้อยกว่าปลาน้ำจืด
- ปลาน้ำจืด มีสารอาหารน้อยกว่าปลาทะเล
- ปลาทะเล มีสารอาหารพื้นฐานเหมือนปลาน้ำจืด แตสารอาหารที่ปลาทะเลมีแต่ปลาน้ำจืดไม่มี คือ แม็กเนเซียม. สังกะสี. แมงกานิส. โซเดียม. โอเมก้า.

ฉนี้แล้ว เมื่อวัตถุประสงค์ของการทำ คือ เพื่อให้ได้ ชนิด/ปริมาณ ของสารอาหารมากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ดังนั้น เราจึงควรวัสดุที่มีสารอาหารพืชเป็นองค์ประกอบมากมาทำ

ในปลาทะเลหรือในสัตว์ทะเลทุกชนิดต้องมีโซเดียมแน่นอน แต่อยากให้คิดย้อนสักนิดว่ามี "มาก/น้อย" เท่าใด มากจนเป็นอันตรายต่อพืชหรือไม่ ในเมื่อโซเดียมก็คือสารอาหารตัวหนึ่งที่พืชต้องการ

ปลาทูเป็นปลาทะเลย่อมมีโซเดียม (โซเดียม คือ เกลือ) เมื่อจะทำปลาทูเค็มโดยไม่ต้องใส่เกลือ โซเดียมหรือเกลือในตัวปลาทูเพียงพอต่อการทำปลาทูเค็มหรือไม่ ทำไมปลาทูเค็มต้องใส่เกลือเพิ่มเข้าไปด้วย ไม่ใช่เพิ่มเพียงนิดหน่อยแต่เพิ่มมากด้วย.....นี่คืออะไร


ศึกษาข้อมูลต่างๆว่าด้วย แหล่งกำเนิดสารอาหารพืชจากเว้บนี้ให้ละเอียดแล้วพิจารณาค้นหาความ เป็นไปได้/เป็นไปไม่ได้ หรือ ใช่/ไม่ใช่ เอาเองเถิด.....


ย้อนไปถามเว้บอื่นที่คุณอ้างถึงหรือเคยผ่านสายตาว่า วัตถุดิบที่นำมาทำปุ๋ยชีวภาพนั้นเมื่อทำแล้วใด้สารอาหารพืชตัวไดบ้าง ชนิด/ปริมาณ ถ้ามีเหตุมีผล มีหลักวิชาการยืนยันรองรับ ลุงคิมพร้อมที่จะ ปรับ/เปลี่ยน แนวทาง


บอกแล้วไง ไม่ให้เชื่อใครทั้งสิ้น แม้แต่ลุงคิมก็ไม่ให้เชื่อ วันนี้จงรับและจงเก็บข้อมูลมาให้หมด ได้ข้อมูลมาแล้วจงเอามา เปรียบเทียบ/วิเคราะห์ หาความ เป็นไปได้/เป็นไปไม่ได้ หรือ ใช่/ไม่ใช่ ให้ แม่นสูตร-แม่นหลักการ ..... สุดท้าย จงเชื่อตัวเอง



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1021

ตอบตอบ: 27/08/2012 1:05 pm    ชื่อกระทู้: ปุ๋ยหมักจากปลาทะเล ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และคุณ England
(เน็ต TOT มันหลุดบ่อยครับ รีบส่งก่อน ค่อยแก้ไขทีหลัง)



ต่อคำถามที่ว่า ...ข้อสงสัยมากที่สุด เรื่องปุ๋ยน้ำหมักที่ทำมาจาก ปลาทะเล เท่าที่หาข้อมูลมาจาก เว๊ปอื่นเขาจะหลีกเลี่ยง เกลือ มากที่สุด แต่ทำไมสูตรของลุงถึงไม่กลัว เกลือ ผมขอเหตุผล แบบวิชาการหน่อยครับ ลุง...........


ลุงคิมตอบคำถามไปแล้ว ผมขออนุญาตคุยให้ฟังเพิ่มเติมนิดนึงนะครับ



พูดถึงเรื่องปุ๋ยหมักจากปลา ....นักวิชาการไทยหลีกเลี่ยงการใช้เกลือในการทำปุ๋ยน้ำหมักจากปลา แต่นักวิชาการของฝรั่งเค้ากลับใช้เกลือในการทำปุ๋ยหมักจากปลา

ลองอ่านข้อมูล การใช้เกลือมาช่วยในการหมักปุ๋ยปลา แล้วก็ลองใช้ดุลยพินิจพิจาณาดูนะครับ ……


คำว่าเกลือที่ใช้ในการเอามาทำปุ๋ยที่คุณค้นหานั้น ไม่ได้บอกให้ชัดเจนว่า เขาหมายถึงเกลืออะไร เพราะเกลือมันมีหลายอย่าง เพราะถ้าจะว่าไปแล้ว ในทางปฏิกิริยาทางเคมีที่ผมเคยเรียนมา เกลือเกิดจาก

กรด + ด่าง = เกลือ + น้ำ (คำว่า ด่าง - Alkaline สมัยปัจจุบัน เค้าเปลี่ยนเป็น เรียกว่า เบส– Base ครับ)

จะเป็นเหตุผลแบบวิชาการหรือไม่ ไม่แน่ใจ เพราะบางเรื่องค้นหาตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อย บางเรื่องเขียนจากประสบการณ์ บางเรื่องก็จำเขามา



เรามาทำความรู้จักกับ คำว่าเกลือกันหน่อยว่า เกลือนั้นมีอะไรบ้าง

1. เกลือสินเธาว์ คือ เกลือป่นที่ใส่ถุงมัดเป็นแผง ใส่รถเข็นขายนั่นแหละครับ เอาไปใส่ทำปลาร้าไม่ได้ เป็นเกลือที่ทำจากดินเค็มทางภาคอีสาน และใช้น้ำเค็มใต้ดินจากจังหวัดน่าน เอามาต้มให้น้ำระเหยแห้ง เหมาะที่จะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะมีความชื้นและมี แมกนีเซียม (Mg 2+) และ แคลเซียม (Ca 2+ ) ต่ำ

2. เกลือสมุทร เป็นเกลือที่ทำจากน้ำทะเล เกลือเม็ดใหญ่ๆ ขนาดปลายนิ้วก้อยนั่นแหละครับ เหมาะสำหรับใช้บริโภคเพราะมีไอโอดีนอยู่ ร่างกายต้องการไอโอดีนประมาณ75 มิลลิกรัมต่อปี เมื่อได้รับไอโอดีนร่างกายจะนำไปเก็บไว้ในต่อมไทรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสมอง ประสาท และเนื้อเยื่อต่างๆ ถ้าขาดจะเป็นโรคคอพอก และถ้าขาดตั้งแต่ยังเด็ก ร่างกายจะแคระแกร็น สติปัญญาต่ำ หูหนวก เป็นใบ้ ตาเหล่และอัมพาต


จากประสบการณ์ที่เป็นลูกชาวสวน ตอนที่ผมเป็นเด็ก แม่จะใช้ให้ผมเอาเกลือทะเล หว่านรอบๆ ทรงพุ่มส้มโอ อย่างทรงพุ่มขนาด 8 เมตร จะใช้เกลือประมาณ ครึ่งถัง ( 10 ลิตร) หว่านให้รอบ แล้วรดน้ำตาม หว่านปลายหนาว ต้นฝน ถ้าเป็นไปได้ หว่านแล้วเอาขี้เลนขึ้นกลบให้รอบ เมื่อฝนตก เกลือจะละลายลงในดิน รับรองว่า ส้มที่ออกผลมาในรุ่นใหม่จะมีรสหวาน สมัยเด็กก็ไม่รู้ว่า หว่านเกลือแล้วส้มมันหวานได้อย่างไร มารู้ตอนโตว่า มันมีธาตุ แมกนีเซี่ยมอยู่ในเกลือ ที่ช่วยทำให้ส้มมีรสหวาน หรือถ้าอยากลองง่ายๆ ส้มเขียวหวานที่มีรสออกเปรี้ยว ลองเอาจิ้มเกลือกินดู มันจะมีรสหวานในความเปรี้ยวและมีรสเค็มด้วย



พูดถึง เกลือสมุทร หรือเกลือแกง หรือที่เราเรียกว่าเกลือ เฉยๆ อันนี้หมายถึงเกลือที่ทำมาจากน้ำทะเล

ฝรั่งเรียกว่า โซเดียมคลอไรด์ (Sodium chloride, สูตรเคมี: NaCl) มีชื่อที่เรียกทั่วไปดังนี้ เกลือแกง หรือ ฮาไลต์ เป็นสารประกอบเคมี โซเดียมคลอไรด์เป็นเกลือที่มีบทบาทต่อความเค็มของมหาสมุทร และ ของเหลวภายนอกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า เหงื่อ เป็นส่วนประกอบหลักในเกลือที่กินได้ มันถูกใช้อย่างกว้างขวางในการเป็นเครื่องปรุงรส และใช้ในการถนอมอาหาร



มีเกลืออีกชนิดหนึ่งเรียกว่า ดีเกลือ

ดีเกลือ คือ สารประกอบเกลือซัลเฟต ของโซเดียมหรือแมกนีเซียม แบ่งออกเป็นสองชนิดคือ ดีเกลือไทยและดีเกลือฝรั่ง ดังนี้
- ดีเกลือไทย เป็นผลพลอยได้จาการผลิตเกลือ มีรสเค็มจัดจนขม แบบรสเฝื่อน ๆ
- ดีเกลือฝรั่ง เป็นสารประกอบเกลือ ได้มาจากแร่แมกนีเซี่ยม





1. ดีเกลือไทย มีสูตรทางเคมีว่า Na2SO4 คือ ดีเกลือชนิดที่เป็นเกลือซัลเฟตของโซเดียม หรือเรียกง่ายๆว่า "โซเดียมซัลเฟต" มีลักษณะเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น มีรสเค็มจัดจนขมแบบเฝื่อนๆ

มีคุณสมบัติเป็นยาถ่ายพิษเสมหะและโลหิต ถ่ายอุจจาระ ถ่ายพรรดึก (อ่านว่า พัน-ระ-ดึก คือ ชื่อที่ใช้เรียกโรคทางแผนโบราณชนิดหนึ่งที่เกิดจากการที่มีอาหารคั่งค้างอยู่ภายในท้อง ทำให้เกิดอาการท้องผูกอย่างแรง ผู้ป่วยจะมีอุจจาระที่แข็งมาก และมีลักษณะเป็นเม็ดๆ คล้ายกันกับมูลแพะ) ทำให้เส้นเอ็นหย่อน.... รู้จัก อีโน มั๊ยล่ะครับ นั่นแหละคือ โซเดียมซัลเฟต เวลาใส่น้ำลงไปมันจะ ฟู่ ที่มันฟู่ เพราะเขาผสมโซเดียมไบคาร์บอเนต ที่ใช้ผสมในน้ำโซดาตราลิง นั่นแหละ ลงไปด้วยพอโดนน้ำ มันก็เลยเดือดฟู่





2. ดีเกลือฝรั่ง มีสูตรทางเคมีว่า MgSO4.7H2O คือ ดีเกลือชนิดที่เป็นเกลือซัลเฟตของแมกนีเซียม หรือเรียกว่า "แมกนีเซียมซัลเฟต" เรียกเป็นภาษาสามัญแบบฝรั่งว่า Epsom salts มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวหรือใส คล้ายผงชูรส ไม่มีกลิ่น ละลายน้ำได้ รสเค็ม

มีคุณสมบัติเป็นยาระบายถ่ายอุจจาระ ถ่ายพิษเสมหะและโลหิต นิยมนำเอามาใช้ในการรักษาโรคในบ่อกุ้ง บ่อปลา และยังมีการนำไปใช้ในการเกษตร เรื่องเอาไปช่วยรักษาดินที่ขาดแมกนีเซียม นอกจากนี้สาวๆ ยังนิยมนำไปเป็นส่วนผสมในการรักษาสิวแบบประหยัดอีกด้วย

ดีเกลือทั้งสองแบบมีคุณประโยชน์คล้ายกัน แต่โดยส่วนมากดีเกลือที่มีในท้องตลาดจะเป็นแมกนีเซียมซัลเฟต (ดีเกลือฝรั่ง) สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายสารเคมีทั่วไป หรือร้านขายยาแผนโบราณ โดยมีคุณสมบัติ ได้แก่...

ใช้เพื่อกินเป็นยาระบาย(ยาถ่าย) โดยผสมน้ำ 3 ถ้วยต่อดีเกลือ 4 ช้อนโต๊ะ ถ้าจะให้กินง่าย ใช้น้ำโซดาแทนน้ำเปล่า มันจะฟู่คล้ายอีโน

ใช้ในบ่อกุ้ง เพื่อเพิ่มปริมาณแมกนีเซียม ช่วยให้กุ้งสร้างเปลือกใหม่ ในช่วงลอกคราบ

ใช้ประกอบอาหาร อาทิ ทำเต้าหู้ ดีเกลือจะช่วยแยกน้ำ แยกเนื้อของถั่วเหลืองที่ปั่นละเอียด ส่วนเนื้อคือเต้าหู้ ส่วนน้ำก็เอาทิ้งไป

ใช้ในการขับไล่สารพิษในไต (ล้างไต)

ใช้เพื่อปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืชประเภทผล เช่น มะเขือเทศ มันฝรั่ง


คุณสมบัติทางเคมี
ดีเกลือฝรั่งใช้ชื่อทางเคมีว่า แมกนีเซียมซัลเฟต Magnesium Sulfate (MgSO4) ชื่อสามัญเรียกว่า Epsom Salt หรือ Bitter Salt เหตุเพราะมีรสขมฝาด เฝื่อน ไม่ได้เค็ม (ปี๋) เหมือนเกลืออย่างที่เข้าใจ

ลักษณะที่ใช้กันจะเป็นผงผลึกหรือเกล็ดขาว ซึ่งได้มาจากการนำน้ำทะเลมาเคี่ยวจนแห้ง เหลือเป็นเกลือสะตุ แต่ยังมีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นจากอากาศอยู่ ดังนั้น เมื่อวางดีเกลือทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ จะทำให้จับตัวแข็งเป็นก้อน

หวังว่าคงได้รู้จัก คำว่า เกลือ และ ดีเกลือ ดีขึ้นบ้างนะครับ



ฝรั่งเค้าเอาดีเกลือมาผสมทำปุ๋ยมานานแล้ว เน้นย้ำ ใช้ดีเกลือครับ ไม่ใช่ใช้เกลือ (ใช้เกลือในบางกรณีที่กล่าวข้างต้น)

ลองอ่านในกระทู้ที่ 2936 – ปุ๋ยหมักจากปลาทะเล ผมขอยกมาให้อ่านหน่อยนึงครับ



1 - How to Make Fish Emulsion Fertilizer
By eHow Contributor | updated September 02, 2011
……………………

No. 5 Add 1 to 2 tbsp. of Epsom salts. This adds needed magnesium and sulfur.

ข้อ 5. ให้ใส่ดีเกลือฝรั่งลงไป 1–2 ช้อนโต๊ะ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มธาตุแมกนีเซี่ยม กับกัมมะถัน (คือเพิ่ม ธาตุรอง ธาตุเสริม ตามที่ลุงคิมพูดถึงอยู่บ่อยๆ ยังไงล่ะครับ ไหนนักวิชาการไทย บอกไม่จำเป็น แต่ฝรั่งเค้าใช้กันมาตั้งนานแล้วละครับ)

เคยสังเกตเห็นข้างกระสอบปุ๋ยใส่ข้าว 16 – 20 – 0 ที่เค้าเขียนไว้ข้างๆ กระสอบบ้างมั๊ยครับ เค้าจะเขียนว่า 16 – 20 – 0 + 3 MgO + 5 CaO

1. MgO คือ ธาตุแมกนีเซียม หรือ แมกนีเซียมออกไซด์ (Magnesia of Magnesium oxide) สูตรเคมีคือ MgO มีแมกนีเซียมประมาณ 56 เปอร์เซ็นต์ Mg

2. CaO คือ แคลเซี่ยมอ๊อกไซด์ (Calcium oxcide) ตัวนี้คือ ที่เราเรียกว่า ปูนขาวครับ สูตรเคมีคือ CaO มีแมกนีเซียมประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ Mg

3. ดีเกลือ หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (Magnesium , sulfate) หรือที่เรียกว่า คีเซอไรต์ (Kiesirte) สูตรเคมีคือ MgSO4 ,H2O มีแมกนีเซียมประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ Mg

เมื่อพืชต้องการสารอาหาร แมกนีเซี่ยม แล้วทำไมบริษัทขายปุ๋ยเค้าไม่เอา MgSO4 แมกนีเซี่ยมซัลเฟต ผสมลงในปุ๋ย แต่กลับเอา MgO กับ CaO ผสมลงไปแทน เพราะว่า เมื่อเอา MgO + CaO แล้ว ราคาต้นทุนมันถูกกว่าเอา MgSO4 ในปริมาตรที่เท่ากันใส่ลงไป แล้วก็ ไอ้เจ้า ดีเกลือ มันมี H2O คือ มีน้ำรวมอยู่ด้วย ขืนใส่ลงไป ปุ๋ยมันจะชื้นง่าย เก็บไว้นานมันก็จะละลาย .....

แล้วทำไม ใส่ MgO อย่างเดียวเพื่อให้ได้ธาตุ แมกนีเซี่ยมไม่ได้หรือ จะได้ลดต้นทุนลงไปอีก แต่ใส่ CaO หรือปูนขาวผสมลงไปด้วยทำไม ก็เพราะ MgO มันละลายน้ำยาก ส่วน CaO ป็นตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาให้ MgO ละลายธาตุ Mg ออกมา เมื่อเกิดปฏิกิริยา ไอ้เจ้า O คือ อ๊อกซิเจน ที่อยู่ใน Mg และ Ca เมื่อเกิดปฏิกิริยา ก็กลายเป็นก๊าซระเหยไปในอากาศ และ ตัว Ca ในปูนขาว คือ แคลเซี่ยม การทำงานคล้ายกับ ยิบซั่ม คือ ทำให้ดินร่วนซุย แต่ปูนขาวเป็นด่าง ไปเจอกับปุ๋ยที่เป็นเกลือ หรือบางตัวเป็นกรด มันก็จะกลายเป็นเพิ่มเกลือให้กับดิน คงเคยได้ยินคำว่า ดินไม่กินปุ๋ยนะครับ

ยิ่งศึกษาก็ยิ่งลึก ทำให้รู้ตัวเองว่า ยังมีสิ่งไม่รู้ที่ต้องเรียนรู้อีกมากมายนัก เข้าทำนอง ยิ่งเรียนก็ยิ่งโง่ ...เอาแค่นี้ก็แล้วกัน



ทีนี้ อยากถามว่า ทำไมส้มบางมด ราษฎร์บูรณะ ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว จึงกินอร่อยกว่าส้มที่อื่น ทั้งๆ ที่เอาพันธุ์จากบางมดไปปลูก เช่น ส้มสายน้ำผึ้งที่เชียงใหม่หรือเชียงราย ซึ่งเอาพันธุ์จากบางมดไปปลูก และ

ทำไม มะม่วงน้ำดอกไม้ กับพุดซาไทย ที่บริเวณพระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ แถบป้อมพระจุล พระประแดง จึงกินอร่อยกว่าที่อื่น


อย่าตอบว่าเป็นที่ดิน นะครับ ดินเป็นเพียงปัจจัยส่วนหนึ่งเท่านั้น มีปัจจัยอย่างอื่นที่มากกว่าดิน ผมเป็นลูกชาวสวนฝั่งธนบุรี ลูกพระเจ้าตาก อยู่ใกล้บางมด อยู่ใกล้พระประแดง รู้ดีในเรื่องนี้ครับ

และ นอกจากฝรั่งจะเอาดีเกลือมาผสมทำปุ๋ยแล้ว เคยรู้หรือไม่ว่า ฝรั่งเอาดีเกลือมาผสมน้ำอาบอีกด้วย..

ไหนๆ ก็ไหนๆ คงต้องคุยเรื่อง เกลือ ที่เอามาทำปุ๋ยให้จบเรื่อง....(เท่าที่จะทำได้)



ยังมีต่อนะจ๊ะ ....




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1021

ตอบตอบ: 27/08/2012 8:31 pm    ชื่อกระทู้: ปุ๋ยหมักจากปลาทะเล ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และคุณ England

มาคุยเรื่องใช้เกลือทำปุ๋ยกันต่อครับ




What Effects Does Epsom Salt Have on Plants?

By OluwatoyinT, eHow Contributor





Plants do benefit from Epsom salt. รูป พืชที่มีสีสันสดใสจากการใช้ดีเกลือ-แม็กนีเซี่ยมซัลเฟต


Just like children, you want your plants to thrive. Treating plants chemically is being avoided by more and more gardeners. Epsom salt has been a favorite of gardeners for pest control, rosebushes and nutrient supplementation
คุณต้องการให้พืชของคุณเจริญเติบโต เช่นเดียวกับ (การเห็นความเจริญเติบโตของ) เด็ก ๆ... ชาวสวนส่วนมากจะหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีดูแลรักษาพืชมากขึ้น ดีเกลือ (Epsom Salt)ได้รับการยอมรับของชาวสวนในการควบคุมศัตรูพืชและใช้เป็นอาหารเสริม โดยเฉพาะกับกุหลาบ (ชนิดพุ่ม)




What Effect Does Epsom Salt Have on Plants?

ดีเกลือ(Epsom Salt) มีผลต่อพืชได้อย่างไร หรือไม่ ?
By Kristal Rogers, eHow Contributor

Epsom salt can provide your plants with the magnesium they need to grow. Epsom salt can be purchased inexpensively at many drug and garden stores. Plants treated with Epsom salt can produce bushier, healthier plants.
ดีเกลือ Epsom Salt สามารถเพิ่มธาตุอาหารแมกนีเซี่ยมให้กับพืชของคุณตามที่พืชต้องการเพื่อที่จะเติบโต ดีเกลือ Epsom สามารถซื้อได้ในราคาที่ไม่แพง ตามร้านขายยาและร้านขายต้นไม้ พืชที่บำรุงด้วย ดีเกลือ Epsom สามารถช่วยขยายทรงพุ่ม และทำให้พืชแข็งแรง



Magnesium Deficiency การขาดธาตุแมกนีเซี่ยม
If the soil is deficient in magnesium, the addition of Epsom salt will be a benefit. Epsom salt contains magnesium which is used by plants for photosynthesis.
ถ้าดินขาดแมกนีเซียม การเติมดีเกลือ (Epsom Salt) ลงไปจะทำให้พืชได้รับประโยชน์ โดยที่ดีเกลือ (Epsom Salt) มีแมกนีเซียม ซึ่งจะถูกพืชนำไปใช้สำหรับการสังเคราะห์แสง



Sulfur Deficiency การขาดกำมะถัน
Sulfur, another ingredient in Epsom salt, is important for plants because it helps them prepare for the cold weather, by making them hardier. It also assists in seed growth. The addition of sulfur to a soil deficient in it is beneficial for plants.
ซัลเฟอร์ หรือกำมะถัน ซึ่งเป็นส่วนประกอบอยู่ใน ดีเกลือ เป็นสาระสำคัญสำหรับพืช เพราะมันช่วยให้พืชเตรียมความพร้อมสำหรับสู้กับสภาพอากาศที่หนาวเย็น โดยทำให้พวกมัน แข็งแกร่ง นอกจากนี้ยังช่วยในการเจริญเติบโต(การงอก) ของเมล็ดพันธุ์ นอกจากนี้การเพิ่มสารกำมะถันลงในดินที่ขาดธาตุกำมะถัน มันจะเป็นประโยชน์สำหรับพืช



How to Mix Epsom Salts As a Fertilizer

วิธีการผสมดีเกลือ (Epsom Salt) ให้เป็นปุ๋ย

By Kimbry Parker, eHow Contributor ,

last updated June 16, 2012 ปรับปรุงล่าสุด 16 มิถุนายน 2012



While many people have heard of using Epsom salt for medical purposes, most are unaware of its use as a fertilizer. Epsom salt is made of magnesium and sulfur, both of which are important for plant growth. Some soils are deficient in these minerals, and this in turn inhibits plant growth and production. Even if your soil contains adequate amounts of magnesium and sulfur, fertilizing with Epsom salt will help to give your plants a boost. Epsom salt fertilizer will make your plants greener, with higher yields and more blooms.
หลายคนคงเคยได้ยินถึงการใช้ ดีเกลือ (แมกนีเซี่ยม ซัลเฟต)เพื่อวัตถุประสงค์ทางการแพทย์ คนส่วนใหญ่ไม่ได้ตระหนักถึงการใช้เป็นปุ๋ย

ดีเกลือ ทำจาก แมกนีเซียม และ กำมะถัน ซึ่งทั้งสองอย่างนี้มีความสำคัญสำหรับการเจริญเติบโตของพืช ดินบางแห่งขาดแร่ธาตุเหล่านี้ และสิ่งนี้จะยับยั้งการเจริญเติบโตของพืชและผลผลิต แม้ว่าดินของคุณอาจจะมีปริมาณแมกนีเซียมและกำมะถันที่เพียงพออยู่แล้ว แต่การใส่ดีเกลือเพิ่ม จะช่วยให้พืชของคุณจะเติบโตแบพุ่งพรวด ปุ๋ยดีเกลือ หรือแมกนีเซี่ยมซัลเฟต จะทำให้ใบพืชของคุณสีเขียวขึ้น และผลิดอกออกผลด้วยอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้น




Components of Epsom Salt
Epsom salt's effect on plants has been researched since the early 1900s.
ผลของใช้ดีเกลือ หรือแมกนีเซี่ยมซัลเฟตกับพืช ได้รับการวิจัยมาตั้งแต่ช่วงต้นทศวรรษ 1900

Epsom salt provides plants with a quick boost of magnesium and sulfur. You can smell sulfur in the air when it is going to rain, and this mineral aids with seed germination and cold hardiness in plants. Magnesium is needed in photosynthesis and chlorophyll production
ดีเกลือ จะช่วยทำให้พืชมีความเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว อันเป็นผลมาจากของแมกนีเซียมและกำมะถัน คุณสามารถได้กลิ่นกำมะถันในอากาศ หลังจากที่ฝนตกผ่านไปใหม่ๆ และแร่ธาตุที่กล่าวนี้จะช่วยในการงอกของเมล็ดและช่วยให้พืชแข็งแกร่งสู้กับความหนาวได้ แมกนีเซียมเป็นสิ่งจำเป็นในการสังเคราะห์แสงและสร้างคลอโรฟิล



Soil Chemistry ดินในทางเคมี
Adding Epsom salt to soil that already contains enough or even high levels of sulfur and magnesium could result in an imbalance of soil chemistry. When the chemistry of the soil is out of balance there is a danger for a reduction of oxygen available to the roots of the plant.
ทีนี้ การเพิ่มดีเกลือในดินที่มีกำมะถันและแมกนีเซียม อยู่เพียงพอแล้ว อาจทำให้เกิดความไม่สมดุลของสารเคมีในดิน เมื่อคุณสมบัติทางเคมีของดินไม่สมดุล จะมีอันตรายในการที่ทำให้พืชดูดออกซิเจนไปที่รากได้ลดลง



Roses are Red and Foliage is Green
Roses feed heavily on magnesium.
กุหลาบ ชอบสารอาหารแมกนีเซียมมาก
The supplementation of Epsom salt for rosebushes and their leaves makes for a healthy, lush plant that blooms sooner. Rosebushes thrive with the addition of magnesium-rich Epsom salt. Use 2 tbsp. Epsom salt to 1 gallon of water monthly.
การเพิ่มดีเกลือให้กับ กุหลาบแบบทรงพุ่ม ช่วยให้ใบแข็งแรงและเขียวชอุ่มทันตาเห็น กุหลาบทรงพุ่ม จะเจริญเติบโตด้วยการใส่ ดีเกลือ- แมกนีเซียม บ่อยๆ ..
ใช้ดีเกลือ 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 แกลลอน รดเดือนละครั้ง



Roses
Treating rose plants with Epsom salt, can cause the plant to produce healthier looking roses with darker green foliage
การบำรุงรักษากุหลาบด้วยดีเกลือ สามารถทำให้กุหลาบแข็งแรง สีสดพร้อมด้วยมีใบไม้สีเขียวเข้ม



Roses
Rose in the garden, adding 1 tbsp. of Epsom salt to a gallon of liquid fertilizer will aid in the production of more canes on your rose bushes and more roses.
กุหลาบในสวน ให้ใช้ ดีเกลือ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 แกลลอน จะช่วยในการแตกกิ่งก้านมากขึ้นรวมทั้งดอกทากขึ้นด้วย



Peppers and Tomatoes

Pepper and tomato plants love magnesium, especially when they are in blossom. This is a good time to apply Epsom salt by adding a tablespoon to a quart of water and spraying it on the plants until they are soaked.
พริกไทยและมะเขือเทศ ชอบแมกนีเซียม โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพวกมันออกดอก ซึ่งเป็นเวลาดีที่จะใช้ดีเกลือ โดยการผสม 1 ช้อนโต๊ะกับ น้ำ 1 ควอต และพ่นให้เปียกโชก



Chlorophyll

Plants use chlorophyll to transform sunlight into food. Epsom salt will assist a plant with this process.
พืชใช้คลอโรฟิลที่จะเปลี่ยนแสงอาทิตย์เป็นอาหาร ดีเกลือจะช่วยพืชในกระบวนการนี้



Nitrogen and Phosphorus
Epsom salt aids a plant in absorbing healthy nutrients from the soil, such as nitrogen and phosphorus, two important fertilization components.
ดีเกลือ ช่วยพืชดูดซับสารอาหารในดินที่มีแร่ธาตุอุดมสมบูรณ์ เช่นไนโตรเจนและฟอสฟอรัสซึ่งเป็นสององค์ประกอบที่สำคัญ (สำหรับพืช)
Germination กระบวนการงอกของเมล็ด


Mixing Epsom salt with soil before planting seeds, will assist the seed in the germination process after the seeds are planted.
ผสมดีเกลือ กับดินก่อนหว่านเมล็ดจะช่วยให้เมล็ดเกิดกระบวนการงอกได้ดีหลังจากหว่านเมล็ดลงปลูก




Fruits
Sometimes a plant's soil will lack magnesium, causing a fruit's taste to be bitter. Epsom salt will assist a plant in producing sweeter fruits.
บางครั้งดินทีปลูกพืชอาจจะขาดแมกนีเซียม ทำให้ผลไม้มีรสไม่หวาน ดีเกลือจะช่วยในกระบวนการทำให้ผลไม้หวานขึ้น




Warning

Epsom salt does not contain sodium, which inhibits plant growth.
ดีเกลือ ไม่มีธาตุ โซเดียม ซึ่งจะยับยั้งการเจริญเติบโตของพืช


Too much Epsom salt can actually prevent plants from absorbing enough water. An overdose of the nutrient magnesium can alter the soil pH. It is advised that you test your soil to determine if supplementation is necessary.
ใช้ดีเกลือ มากเกินไป แม้จะสามารถป้องกันพืชจากการดูดซับน้ำให้เพียงพอ แต่การใช้แมกนีเซียมเกินขนาด ทำให้สารอาหารสามารถเปลี่ยนแปลงค่า pH ของดิน ควรที่จะรู้ว่า คุณได้ทดสอบดินของคุณเพื่อตรวจสอบว่าการเสริมสารอาการ เป็นสิ่งที่จำเป็น



Sponsored Links Thailand Supplements www.phukethealthshop.com
Sports Supplements Thailand USA Brands. Free EMS Shipping

การเชื่อมต่อ สปอนเซ่อร์
• อาหารเสริมไทย www.phukethealthshop.com
อาหารเสริมกีฬาไทยแบรนด์สหรัฐอเมริกา ฟรีค่าจัดส่ง EMS


Read more: What Effects Does Epsom Salt Have on Plants? | eHow.com http://www.ehow.com/facts_5768033_effects-epsom-salt-plants.html#ixzz24Zw8qW8y

ยังมีต่ออีกจ้า....ฝรั่งเค้าใช้ดีเกลือ ผสมน้ำอาบ เพื่อสุขภาพ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1021

ตอบตอบ: 29/08/2012 1:50 pm    ชื่อกระทู้: ปุ๋ยหมักจากปลาทะเล ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และเพื่อน สมาชิกทุกท่าน




มาคุยกันเรื่อง ใช้เกลือหมักปุ๋ยจากปลาทะเล ต่อกันครับ

I LOVE soaking in Epsom Salt baths. It is one of my favorite pleasures, and is a savior after a hectic day or a hike in the mountains. Miracles happen during Epsom salt baths! It feels like a high-end spa treatment, and I always emerge peaceful, relaxed and it improves my sleep.
ฉันรักที่จะนอนแช่ในอ่างอาบน้ำที่ผสมดีเกลือ มันเป็นความสุขอย่างหนึ่งที่ฉันชื่นชอบและเป็นการช่วยชุบชีวิตหลังจากผ่านวันที่น่าตื่นเต้นหรือผ่านการเดินทางท่องไปในภูเขา มีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นในช่วงที่อาบน้ำผสมดีเกลือ มันรู้สึกเหมือนการทำสปาทรีทเมนท์ในระดับสุดยอดและฉันมักจะโผล่หน้าออกมาอย่างสงบสุข ผ่อนคลายและมันช่วยให้ฉันนอนหลับสบายยิ่งขึ้น





Epsom salt is made of magnesium and sulfate, which can help improve your health in numerous ways. Deficiency of magnesium can lead to joint problems, including arthritis, blood circulation problems including strokes, digestive problems and problems related to your mental well being.
เกลือ Epsom ทำจากแมกนีเซียมและซัลเฟต ซึ่งสามารถช่วยบำรุงสุขภาพของคุณในหลายวิธี การขาดแมกนีเซียมสามารถนำไปสู่ปัญหาที่จะเกิดได้หลายอย่าง รวมถึงโรคไขข้ออักเสบ, ปัญหาการไหลเวียนของโลหิต รวมทั้งปัญหาระบบทางเดินอาหารและรวมไปถึงปัญหาที่เกี่ยวกับสุขภาพจิตให้เป็นไปด้วยดี




Many people are magnesium deficient
According to the National Academy of Sciences, many Americans are magnesium deficient. Magnesium gets absorbed through the digestive tract, but many foods, drugs and medical conditions can interfere with the effectiveness of the intake. Soaking in an Epsom Salt bath may allow magnesium to be absorbed through the skin. I do believe that my Epsom Salt baths over the past 25 years contributed to my excellent health! And this is why “I LOVE Epsom Salt”!


มีหลายคนที่มีอาการขาดแมกนีเซียม
ตาม National Academy of Sciences, ชาวอเมริกันหลายคนขาดแมกนีเซียม แมกนีเซียมจะมีการดูดซึมผ่านระบบทางเดินอาหาร แต่อาหารหลายชนิด ยาและเงื่อนไขทางการแพทย์สามารถสอดแทรกกับประสิทธิผลของการบริโภค การนอนแช่ในอ่างน้ำที่ผสมดีเกลือ จะทำให้แมกนีเซียมถูกดูดซึมผ่านทางผิวหนัง ฉันเชื่อว่าการอาบน้ำดีเกลือที่ผ่านมากว่า 25 ปีของฉันมีส่วนทำให้สุขภาพของฉันดี และนี่คือเหตุผลที่ว่า "I LOVE ดีเกลือ Epsom Salt"!


Miracles that are happening during Epsom Salt Baths

We all experience stress during the day. Excess stress are believed to drain magnesium from the body. Magnesium helps to produce serotonin, a mood-elevating chemical that creates a feeling of calm and relaxation.
It reduces inflammation and relaxes tensed muscles. Any stiff or aching muscles almost immediately begin to feel better!
Detoxification of your body takes place. An Epsom Salt soak will help to draw toxins out of your body.
It is also a great pick-me-up when I have a cold. I add a few drops of eucalyptus essential oil to my Epsom Salt bath and it clears my stuffy nose and chest congestion.




ความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นในช่วงการอาบน้ำผสมดีเกลือ

• ความเครียดที่เราประสบการณ์มาทั้งหมดในระหว่างวัน ความเครียดที่เกินพิกัด ซึ่งเชื่อว่าจะทำให้แมกนีเซียมถูกระบายออกจากร่างกาย... แมกนีเซียมช่วยในการผลิตสาร serotonin, ซึ่งเป็นปัจจัยที่สร้างอารมณ์ความรู้สึกให้เกิดความสงบและผ่อนคลาย

• มันช่วยลดการอักเสบและผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เกร็ง กล้ามเนื้อที่แข็งหรือปวด แทบจะรู้สึกดีขึ้นได้!ในทันที

การทำ ดีท็อก ร่างกายของคุณจะเกิดขึ้นโดยการแช่ในน้ำดีเกลือ มันจะช่วยในการดึงเอาสารพิษออกจากร่างกายของคุณ

• นอกจากนี้ยังช่วยฉุดฉันขึ้นเมื่อฉันมีอาการเป็นหวัด ฉันจะใส่น้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัส สองสามหยด ลงไปในอ่างอาบน้ำผสมดีเกลือ และมันจะช่วยให้จมูกและอาการแน่นหน้าอกของฉันโล่งขึ้น





My Favorite Epsom Salt Bath Recipe
My favorite recipe is called “Mini Vacation to Hawaii”


สูตรผสมดีเกลือในอ่างอาบน้ำของฉัน
เป็นสูตรที่ชื่นชอบ จะเรียกว่า "การพักผ่อนย่อย ๆ สู่ฮาวาย"





Add two cups of Epsom salt to a hot bath.
Soak for 15 minutes in the bath and cool your body down with a cool shower.

ใส่ดีเกลือลงไป 2 ถ้วย สำหรับการอาบน้ำอุ่น(เกือบร้อน)
แช่นาน 15 นาทีในอ่างอาบน้ำแล้วรดตัวเองด้วยน้ำเย็นทันที




Take an Epsom salt bath two to three times per week for best results. It will add quality to your life.
ควรจะอาบน้ำดีเกลือ สองถึงสามครั้งต่อสัปดาห์เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด มันจะเพิ่มคุณภาพให้กับชีวิตของคุณ



Epsom salt baths are relaxing to your body and mind but are stimulating to your circulatory system.
การอาบน้ำดีเกลือ จะช่วยให้ร่างกายและจิตใจของคุณผ่อนคลาย แต่จะมีการกระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนของโลหิต



It is not recommended for people with high blood pressure or severe varicose veins.

เราจะไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีความดันโลหิตสูงหรือเส้นเลือดขอดอย่างรุนแรง


- – - – - -



Reference - *Epsom Salt Council – Website http://epsomsaltcouncil.org/
ข้ออ้างอิง – ตามเว็ปไซด์....




รูปนี้เป็นการทำฝนหลวงครับ ส่วนผสมในการเรียกเมฆให้ก่อตัวก็จะมี ยูเรีย แอมโมเนียมไปเตรท แล้วก็ดีเกลือ ....เกลือทั้งนั้น แล้วฝนที่ตกลงมามันมีรสเค็มหรือเปล่าครับ ....ยืนยัน ได้ว่า ปุ๋ยทุกยี่ห้อ เป็นเกลือทั้งนั้น แต่เค้าใส่กันแค่นิดเดียว คนที่บ้าใส่กันมาก ๆ ผลสุดท้าย ดินเสียที่เรียกกันว่า ดินไม่กินปุ๋ยนั่นแหละน้า




คงจะต้อง จ จ จ ครับ




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1021

ตอบตอบ: 03/01/2013 12:49 am    ชื่อกระทู้: ว่าด้วยปุ๋ยปลาทะเลหมัก....(3) ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และเพื่อน สมาชิกทุกท่าน



เป็นกระทู้ที่ต่อเนื่องกับกระทู้ลำดับที่ 2879 และ 2936

กำลังคิดสองจิตสองใจว่า จะบอกส่วนผสมสูตรการหมักปุ๋ยปลาทะเล ดีหรือไม่ดี มันเป็นดาบสองคม ถ้าทำตามที่บอกแล้วดี ก็จบแค่นั้น ถ้าทำแล้วเกิดไม่ดีขึ้นมา เรื่องยาวเลย ....อีกอย่าง ผมไม่ใช่นักวิชาการ ...หมักเอง-ทำเอง-ใช้เอง การใช้งานแต่ละฤดูมันก็ไม่เหมือนกัน คนเรากินข้าวยังต้องเปลี่ยนกับข้าวแทบทุกมื้อ ต้นไม้ก็เหมือนกัน หน้าร้อน-หน้าฝน-หน้าหนาว ให้กินแต่ของเดิม ๆ ก็คงไม่ได้ ต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เปลี่ยนสูตรอาหารตามฤดูกาลด้วย


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
spyman
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2012
ตอบ: 15

ตอบตอบ: 03/01/2013 2:33 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีปีใหม่ ลุงคิม พี่แดงและสมาชิกทุกท่าน
ปีใหม่ขอให้สุขภาพแข็งแรงไม่เจ็บไม่จน กันทุกคนนะครับ

จากปีที่แล้วจนถึงปีนี้ ปัจจุบัน มีหลายสำนักมากมาย เปิดตัวผลิตภัณฑ์
ประเภทที่ว่า ฉีดแล้วงามลูกโต ผิวสวย ไร้โรค ไม่มีเชื้อรา แมลงไม่รบกวน
ส่วนผสมไม่บอก (ความลับส์) ทุกสำนักบอกเป็นเสียงเดียวว่า ของตัวเองดีกว่าทุกเจ้า
กรรมของเกษตรกร แล้วแบบนี้ไม่ต้องมาทดลองใช้เสียทุกยี่ห้อหรือไง
ไม่รู้ว่าทางไต้ จะเหมือนทางเหนือหรือปล่าว เพราะเข้าไปร้านขายปุ๋ยทีเดินกลับแทบไม่เป็น เพราะมึนไปหมดแล้ว

รออ่านจากสำนัก แดงสาลายาดีกว่าครับ ไหนๆก็เผยไต๋แล้วอย่าได้รีรอเลยครับ
Very Happy Very Happy Very Happy
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1021

ตอบตอบ: 03/01/2013 4:04 pm    ชื่อกระทู้: ปุ๋ยหมักจากปลาทะเล ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีปีใหม่(อีกครั้ง)ครับลุงคิม...คุณspyman ยัยเฉิ่ม และ สมช.ทุกท่าน


ถ้าคุณ spyman จะรออ่านเรื่องเกี่ยวกับการหมักปุ๋ยปลาทะเลจากผม คงต้องรอยาวครับ เพราะผมไม่มีความรู้ในเรื่องนี้ซักแค่ไหนเลย ลอกตำรามาให้คุณ ๆ ทั้งหลายอ่านกันทั้งนั้น ....เรื่องของเรื่องก็คือว่า มี สมช.สายเน็ต โทรไปถามลุงคิมเกี่ยวกับเรื่องนี้ แล้วลุงก็นำมาลงเว็ป ....ย้อนกันไปย้อนกันมา ดีเหมือนกัน ผมขอนำข้อความมาลงต่อตรงนี้เพื่อ สมช.จะได้รู้กันนะครับ

จากกระทู้ลำดับที่ 3160.....วันที่ 31 ธค.55

จาก : (089) 758-44xx …..วันที่ 31 ธค.55

ข้อความ : สมช.เน็ต (4) เห็นรูปปุ๋ยน้ำหมักจากปลา สูตรของอเมริกา ที่ สมช.แดงศาลายา โพสไว้ ...
ในเรื่องมี รายละเอียดน้อยมาก ผมพยายามวาดภาพแต่ก็วาดไม่ออก ไม่รู้ว่าเริ่มต้นแล้วจะจบลงอย่างไร


(ตอบ) ผม (แดง ศาลายา) ขอบอกว่า ขอให้คุณที่ถามคำถามนี้ ลองเปิดอ่านโดยเริ่มจาก ....

(1) กระทู้ลำดับที่ 2879 ซึ่งคุณ PP ถามลุงคิมว่า ใช้น้ำหมักปลาทะเลพ่นทางใบเร่งการเจริญเติบโต ...ลุงคิมตอบ .... ผมเข้ามา แจม เพิ่มเติม.....ต่อมาผมเห็นว่า เรื่องที่คุณ PP ถามน่าจะได้คำสรุปแล้ว และกระทู้นี้ก็ได้ระบายสีสันลงไปยืดยาวมากมาย เกรงว่าเจ้าของกระทู้จะ งง ก็เลยขอเปิดกระทู้ใหม่ (ตามความเหมาะสม) เป็น.....กระทู้ชื่อ...

(2) กระทู้ลำดับที่ 2936 เรื่อง วิธีทำปุ๋ยน้ำหมักปลาทะเล Fish Emulsion Fertilizer

(3) กระทู้ลำดับที่ 2945 คุณ England ถามเรื่องปุ๋ยน้ำหมักที่ทำจากปลาทะเล

เรื่องราวใน 3 กระทู้นี้ เป็นเรื่องที่เกี่ยวเนื่องด้วย ปุ๋ยหมักจากปลาทะเล ซึ่งทั้ง 3 กระทู้นี้จะมีบอกวิธีการหมักของอเมริกันไว้ค่อนข้างละเอียดพอสมควร

คุณต้อง อ่าน แล้วจับใจความให้ได้ ต้องจด หรือไม่ก็ Copy ข้อความบางตอนเอาไปเก็บไว้ใน File Word (.doc) แล้วพิมพ์ออกมาอ่าน (ผมก็ทำอย่างนี้ ไม่อย่างนั้นไม่รู้เรื่องแน่ ๆ )

และขอบอกว่า สูตรหรือส่วนผสมต่าง ๆ ฝรั่งเค้าไม่บอกแบบตรง ๆ ตัวหรอกครับ เค้าบอกคร่าว ๆ แต่เพียงว่า ใช้อะไรเป็นส่วนผสมบ้างเท่านั้น เพราะสูตรมันไม่ได้ตายตัว คุณต้องจับประเด็นเอาเอง ...ทำไมเค้าไม่บอกสูตรแน่นอนว่าใช้ปลาเท่านั้น เท่านี้ ...อย่าลืมว่า ฝรั่งเป็นนักค้นคว้า ค้นคิด แล้วเค้าก็ทำส่วนผสมของเค้าเอง ไม่เหมือนคนไทย....ไม่ชอบคิด ไม่ชอบค้น ใช้สูตรสำเร็จ คือ ลอกตำรา หรือ Copy ลูกเดียว ....

เอาเป็นว่า ผมจะขอยกกระทู้ทั้งสามอัน มาให้คุณได้อ่านเรียงลำดับอีกครั้ง หากอ่านแล้วยังจับประเด็นไม่ได้ว่า จะลงมือทำอย่างไร ผมจะขอให้ฝ่ายปฏิบัติการบอกรายละเอียดคร่าว ๆ ให้คุณไปลองทำดู....

และ ลุงคิมได้ยืนยันว่าได้ลงมือทำแล้วตามรายละเอียดข้างล่าง

(ถาม) จึงอยากถามผู้พัน ว่า ได้ลองทำสูตรนี้แล้วหรือยัง ถ้าทำแล้วได้ผลเป็นอย่างไร เล่าให้ฟังหน่อยนะครับ.....ขอบคุณครับ

ตอบ :
ทำแล้ว หลังจากเห็นภาพยืนยันที่ "แดงศาลายา" โพสลงได้ซัก 7 วัน ระหว่างที่รอ 7 วันนั้น ก็พยายามทบทวน คำบอกเล่าจากเพื่อนทหารอเมริกัน (ครั้งสงครามเกาหลี) ผสมผสานกับ "หลักวิชาการ" ว่า ใช่/ไม่ใช่....แล้ว ตัดสินใจทำ

ถึงวันนี้ อายุหมัก กี่วัน กี่อาทิตย์ ไม่ได้นับ แต่คงไม่กี่เดือนหรอกนะ

กุ้ง-หอย-ปู-หมึก-ปลา สดใหม่จากทะเลไทย รวมกัน 20 กก. บดด้วยโมลิเน็กซ์ยักษ์ 15 นาที ทุกอย่างละเอียดเป็นวุ้น แล้วใส่กากน้ำตาล 5 ล., ใส่สับปะรด 2 หัว, ใส่น้ำมะพร้าว 10 ล., ใส่จุลินทรีย์ประเภทย่อยโปรตีนเนื้อสัตว์โดยเฉพาะ 1 ล.

ปั่นซ้ำด้วยโมลิเน็กซ์ยักษ์จนทุกอย่างเข้าเป็นเนื้อเดียวกันทั่วถึง.....สังเกตุ : กลิ่นคาวปลาแรงมาก เป็นกลิ่นคาวปลาดั้งเดิมแท้ๆไม่มีกลิ่นอื่นปนเลย, สีน้ำตาลอมดำ, ไม่มีแมลงวันตอม, ปริมาณส่วนผสมประมาณ 50 ล. (1 ใน 4 ของถังขนาดจุ 200 ล.), ความเข้มข้นของส่วนผสมกับน้ำ ประมาณ 50/50,

ระหว่างการหมัก คนด้วยมือ 2-3 วัน/ครั้ง....สังเกตุ : สีเริ่มดำขึ้นๆ ๆๆ, กลิ่นคาวยังปรากฏ, ความเช้มข้นของส่วนผสมกับน้ำ ประมาณ 25/75 ความเหลวที่เพิ่มขึ้นเกิดจากน้ำออกมาจากเนื้อปลา เพราะในเนื้อปลามีน้ำเป็นส่วนประกอบ 75%

เพราะไม่ได้บันทึก "วันเริ่มทำ" ถึง ณ วันนี้ 31 DEC สีดำสนิท, กลิ่นฉุนแอลกอฮอร์แรงมาก, ไม่มีกลิ่นคาวปลา, ไม่มีกากนอนก้นถัง, ไม่มีกากลอยหน้า, ไม่มีฝ้า, ไม่มีหนอน, ไม่มีแมลงวัน. ไม่มีแมลงหวี่, ในถังหมักมีแต่เศษเปลือกสับปะรด


เปรียบเทียบ "สูตรอเมริกา V.S. สูตรไร่กล้อมแกล้ม"
สูตรอเมริกา (เน็ต).....สารอาหารพืชได้จาก กุ้ง-หอย-ปู-หมึก-ปลาทะเล-น้ำมะพร้าว-กากน้ำตาล

สูตรไร่กล้อมแกล้ม.... สารอาหารพืชได้จาก กุ้ง-หอย-ปู-หมึก-ปลาทะเล-น้ำมะพร้าว-กากน้ำตาล-เลือด-ไขกระดูก-นม-ขี้ค้างคาว

ฉนี้แล้ว สูตรไหนมีชนิดของสารอาหารมากกว่ากัน

ทำเถอะ นี่แหละ ก.....ทำกับมือ ม....อย่าเถียง

-------------------------------------------------------------


....คุณจะทำตามสูตรที่ลุงคิมบอกไว้นี้ก็ได้นี่ครับ ....ทำแล้วลองใช้งานดู แล้วก็เอามาเล่าสู่กันฟังบ้าง เพื่อเป็นการแบ่งปันให้มวลเพื่อน สมาชิกได้รู้ด้วย

.ทีนี้ถ้า คุณ spyman อยากรู้เรื่องทั้งหมดก็ต้องลองเปิดอ่านดูทั้ง 3 กระทู้ซึ่งในนั้น ถ้าอ่านดี ๆ จะมีเคล็ดวิชาที่ฝรั่งบอกเอาไว้

หากคุณยังข้องใจ ผมขอยกรูปวิธีการหมักปุ๋ยปลาที่เคยนำเสนอไว้แล้ว ในกระทู้ 2936 ดูแล้วลองพิจารณาดู...


ปุ๋ยปลากลั่น (Fish Emulsion) / ปุ๋ยหมักจากปลาทะเล

04 - Dramatic Organic Fertilizer

(เรื่องน่าทึ่งของปุ๋ยอินทรีย์)

ขณะที่ผมกำลังค้นหาเรื่องปุ๋ยหมักจากปลาทะเล (Fish Emulsion Fertilizer) บังเอิญไปเจอรูปนี้เข้า แล้วก็เห็นว่าสอดคล้องกับที่ลุงคิมพูดย้ำนักย้ำหนาถึงเรื่องปุ๋ยหมักจากปลาทะเล แล้วก็จำเป็นต้องหมักไว้ข้ามปี หมักหลาย ๆ ปียิ่งดี เพื่อให้เกิดสารอาหาร (occurring amino acids, vitamins, hormones and enzymes กรดอะมิโน, วิตามิน, ฮอร์โมน และเอนไซม์) และของฝรั่งที่หมักออกมาแล้ว ลิตรละเกือบ 1,000 แต่ของลุงคิมลิตรละ 100

ผมไม่มีส่วนได้ส่วนเสียอะไรกับลุงคิม การจะใช้ปุ๋ยก็ต้องเสียเงินซื้อ แต่ชอบคำพูดที่ตรงไปตรงมา ผมเคยใช้มาหลายยี่ห้อ ก็งั้นๆ ฉีดพ่นมะเขือเปราะพันธุ์ธรรมดา ที่ปลูกแล้วงามที่สุดลูกก็โตแค่ไม่เกิน 2 ข้อนิ้วมือ พอมาลองใช้ปุ๋ยของลุงคิม ฉีดแล้วลูกโตประมาณ เกือบ 3 ข้อนิ้วมือ ( 2 & frac 12 ; นิ้วไม้บรรทัด)

ในขณะเดียวกัน สมัยที่ผมเป็นเด็ก พ่อ เคยเอาปุ๋ยปลา (Fish Emulsion Fertilizer) ซึ่งกลั่นจากปลาทะเลของบริษัท ATLAS เอามาฉีดพ่นกล้วยไม้มันงามอย่าบอกใคร (เคยลงรูปให้ดูแล้ว) และเมื่อมาได้ยินลุงคิมพูด ก็อยากจะรู้ว่า ปุ๋ยหมักจากปลาทะเลมันดีอย่างไร ก็ค้นหา ก็ได้ข้อมูลมาแบ่งปันกัน ใครเชื่อก็เชื่อ ใครไม่เชื่อก็ไม่เสียหายอะไร ไม่ลองก็ไม่รู้ รู้แต่ว่า ถ้าซื้อปุ๋ยปลาของ แอท ลาส แกลลอนละเกือบสองพัน กับซื้อของลุงคิม แกลลอนละ ห้าร้อย แล้วระหว่าง จุลินทรีย์เมืองหนาว กับจุลินทรีย์เมืองร้อน อะไรมันควรจะดีกว่ากัน ช่วยไม่ได้ถ้าใครคิดว่าของฝรั่งดีไปหมด อยาก โง่ ซื้อของแพง อันนี้ก็ไม่ว่ากัน แต่ใช้แล้วผลได้ไม่ต่างกัน เผลอ ๆ ดีกว่าของฝรั่งด้วยซ้ำไป

ลุงคิมเคยพูดว่า รูปภาพ 1 รูป แทนคำอธิบายได้ 1,000 คำ ในขณะเดียวกัน ผมขอเรียนว่า รูปภาพ 1 รูป หากไม่มีคำอธิบายประกอบ รูปภาพนั้นก็ไร้ความหมาย หากว่า มีทั้งรูปและคำอธิบายประกอบด้วย รูปภาพนั้นจะมีความหมายมากเกินกว่าคำบรรยาย




ในภาพแบ่งเป็น 2 ส่วน ด้านบนเป็น ภาพที่ 1 Figure A ด้านล่าง เป็นภาพที่ 2 Figue B

ผมดูที่รูปปลาที่ฝรั่งนำเอาปลามาหมัก แล้วมาเปรียบกับระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 ของลุงคิม ....ผมทึ่งในตัวลุงคิมว่า ลุงคิมคิดได้ยังไง ในการที่ลุงสลับเอาปลาทะเล (Ocean Fish) ไปหมักสูตรเย็นแทนปลาสดและเศษปลาทั่ว ๆ ไป สุดยอดจริง ๆ ...ใครมองไม่ออก ก็ "งง" ไปเถอะครับ ถ้าอยากรู้ ถามครับจะบอก....

แต่ละรูปย่อย จะมีคำอธิบายสั้น ๆ บอกวิธีทำว่า จะทำตามแต่ละขั้นตอนทำได้อย่างไร ถ้าอยากทดลองทำเอง ทำได้เลยครับ จะได้พูกได้เต็มปากว่า กูทำกับมือ ศัพท์ ง่าย ๆ แปลไม่ยาก




คำบรรยายจากภาพ ฝรั่งเค้าบอกไว้ว่า ....
For centuries, fish have been recognized as an excellent fertilizer source. For this reason we have developed multiple all natural liquid fish formulas for organic and conventional crop production.
เป็นเวลาหลายศตวรรษมาแล้ว ที่ปลาได้รับการยอมรับว่าเป็นแหล่งปุ๋ยที่ดีเยี่ยมที่สุด ด้วยเหตุนี้เรามีการพัฒนาปุ๋ยปลาหลายสูตร ด้วยวิธีธรรมชาติทั้งหมด สำหรับใช้ในการผลิตพืชอินทรีย์ตามฤดูกาล


We make our fertilizers from fresh fish carefully processed at low temperatures to maintain the integrity of naturally occurring amino acids, vitamins, hormones and enzymes. The raw material is then stored in digestion tanks to liquify the product. This method produces a product called a "hydrolysate." (Fig. A.)
เราทำปุ๋ยของเราจากปลาสดตามกระบวนการด้วยความพิถีพิถันที่อุณหภูมิต่ำเพื่อรักษาความสมบูรณ์ของธรรมชาติที่จะทำให้เกิด กรดอะมิโน, วิตามิน, ฮอร์โมน และเอนไซม์ วัตถุดิบจะถูกเก็บในถังย่อย ๆ เพื่อให้ผลิตภัณฑ์คงสภาพเป็นของเหลว โดยวิธีนี้ ผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการนี้ เรียกว่า "ไฮโดรลีเซท." (หมายถึง กระบวนการสลายตัวอย่างช้า ๆ ของสารประกอบอย่างหนึ่งไปเป็นสารประกอบอื่นโดยการเติมน้ำ ปฏิกิริยาจากการรวมตัวของน้ำกับเกลือเพื่อทำให้เกิดกรด และเบส) ผมเรียกวิธีนี้ว่า วิธีการหมักเย็น ครับ ( รูป A)


Dramatic fish hydrolysates contain the natural oils and proteins of fish, which break down slowly to become available over a longer period of time.
เป็นเรื่องที่น่าทึ่งที่ กระบวนการ ไฮโดรลีเซท จากปลา จะมีน้ำมันตามธรรมชาติและโปรตีนจากปลา ซึ่งสลายตัวออกมาอย่างช้าๆ ซึ่งต้องใช้ระยะเวลาอันยาวนาน (หมักข้ามปี หมักทิ้งไว้หลาย ๆ ปี) เพื่อให้กลายเป็นสิ่งที่มีคุณค่า (กรดอะมิโน, วิตามิน, ฮอร์โมน และเอนไซม์) ที่นำมาใช้ประโยชน์ได้


In contrast, the majority of fish fertilizers on the market today are known as "emulsions." First the fish is cooked and the oil removed for paints and cosmetics. Then the protein is removed and dried to make fish meal for livestock feeds. The remaining wastewater is condensed into a brown, thick liquid called an "emulsion."(Fig. B.)
ในทางตรงกันข้าม ส่วนใหญ่ของปุ๋ยปลาในตลาดทุกวันนี้เป็นที่รู้จักที่เรียกกันว่า "อีมัลชั่น." นั้น ประการแรก เอาปลามาอบให้สุก น้ำมัน (ปลา) จะถูกสกัดออกมาก่อน เพื่อนำไปใช้ในการทำสีทาบ้านและเครื่องสำอาง ต่อจากนั้นโปรตีนจะถูกสกัดออกมา แล้วจึงทำให้แห้งเพื่อทำเป็นอาหารที่ทำจากปลาสำหรับใช้เลี้ยงปศุสัตว์ ส่วนน้ำเสียที่เหลือ จะถูกทำการควบแน่น (กลั่น - ไล่น้ำออกให้ใกล้จะแห้งเหลือแต่เนื้อ) จนรวมตัวเป็นของเหลวสีน้ำตาลข้น ซึ่งเรียกว่า "อิมัลชั่น." (รูป B)



หมายเหตุ : เมื่ออ่านคำอธิบาย และดูจากรูปประกอบแล้ว คุณสามารถที่จะทำเองได้ทั้งสองวิธีตามที่กล่าวข้างต้น ........ยกตัวอย่างปุ๋ยสูตร 30-10-10 หรือสูตรสั่งตัด (21-7-14 ฯลฯ) ของลุงคิม ๆ ใช้วิธีหมักตามวิธีที่ 1 ครับ คือ วิธีการหมักเย็น หมักไว้ข้ามปี อย่างน้อยสามปี


For more information contact your Drammatic Liquid Fish distributor or Dramm directly at the numbers listed at the left. You may also email us with questions.
ข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อ...


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
somnuek
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 19/11/2012
ตอบ: 4

ตอบตอบ: 08/01/2013 1:35 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.


ขอสอบถาม ครับ

ตกลง ยิบซัม ใช้ตัว Epsom salt ได้เลยรึเปล่าครับ
ของประเทศเรา มียี่ห้อไหน ขาย บ้างครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1021

ตอบตอบ: 08/01/2013 10:22 pm    ชื่อกระทู้: Gypsum กับ Epsom Salt ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม และคุณ สมนึก

คุณสมนึกถาม (ใครก็ไม่รู้) ว่า

ขอสอบถาม ครับ

ตกลง ยิบซัม ใช้ตัว Epsom Salt ได้เลยรึเปล่าครับ
ของประเทศเรา มียี่ห้อไหน ขาย บ้างครับ



ขอถามก่อนว่า คุณจะเอาไปใส่ต้นอะไร ใช้ผิดส่วน จะมาด่ากันไม่ได้นะครับ



ขอตอบครับว่า....

คำถามของคุณอ่านแล้วต้องวิเคราะห์ เพราะ Gypsum กับ Epsom Salt เป็นคนละเรื่องเดียวกันเลยครับ

ผมเข้าใจความหมายที่คุณถาม คือว่า คุณจะไม่ใช้ ยิบซั่ม แต่จะใช้ Epsom Salt แทนยิบซั่มไปเลย ถ้าแบบนี้คงไม่ได้ เพราะไม่รู้ว่าคุณจะเอาไปใส่ต้นอะไร


ยิบซั่ม (Gypsum หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Calcium Sulfate มีสูตรเคมีว่า CaSO4) ส่วน .....

Epsom Salt เป็นชื่อเฉพาะของดีเกลือฝรั่ง ที่เรียกว่า Magnesium Sulfate มีสูตรเคมีว่า MgSO4



ยิบซั่ม ใช้ทำปูนพลาสเตอร์ ใช้ทำแผ่นฝ้าเพดาน ใช้เป็นสารปรับสภาพดินทำให้ดินเป็นกลาง ทำให้ดินร่วนซุย ถ้าจะหว่านลงดินต่อไร่ ใช้เป็นกระสอบ ๆ

แมกนีเซี่ยม ซัลเฟต หรือดีเกลือ ใช้เป็นปุ๋ยจัดอยู่ในประเภทที่เรียกว่า ธาตุรอง ธาตุเสริม ส่วนมากจะใช้ฉีดพ่นเป็นปุ๋ยทางใบ ฉีดลงดินก็ไม่มีใครว่า อัตราส่วนประมาณ 1 - 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ใช้เดือนละครั้ง

และที่ลุงเสนอในรายการวิทยุคือ Thunder MAX ก็คือ เป็นสารปรับสภาพดิน ของคุณภาพเกรดส่ง ออกจากคุณมงคล ซึ่งได้ผสมแมกนีเซี่ยม ซัลเฟต ไว้ให้เรียบร้อยแล้ว อันนี้ใช้หว่านลงดินได้เลย

ประเทศเรา มีที่ไหนขายบ้าง ..ถ้าจะเอาแบบธรรมดา อาจจะมีในศูนย์การค้า หรือร้านเคมีภัณฑ์ เช่น วิทยาศรม หรือ รวมเคมี หรือ ฮงฮวด ถ้าจะใช้แบบ คีเลท ที่กองคาราวาน ภายใต้ชื่อว่า แมกซ์ สปีด (MAX Speed)

ผมอยากให้คุณสมนึกอ่านทบทวนอีกสักครั้ง เพื่อทำความเข้าใจให้มากขึ้นเพื่อจะได้ใช้ปุ๋ยอย่างมีประสิทธิภาพ




[quote="DangSalaya"]สวัสดีครับลุงคิม และคุณ England

ต่อคำถามที่ว่า ...ข้อสงสัยมากที่สุด เรื่องปุ๋ยน้ำหมักที่ทำมาจาก ปลาทะเล เท่าที่หาข้อมูลมาจาก เว๊ปอื่นเขาจะหลีกเลี่ยง เกลือ มากที่สุด แต่ทำไมสูตรของลุงถึงไม่กลัว เกลือ ผมขอเหตุผล แบบวิชาการหน่อยครับ ลุง...........


ลุงคิมตอบคำถามไปแล้ว ผมขออนุญาตคุยให้ฟังเพิ่มเติมนิดนึงนะครับ

พูดถึงเรื่องปุ๋ยหมักจากปลา ....นักวิชาการไทยหลีกเลี่ยงการใช้เกลือในการทำปุ๋ยน้ำหมักจากปลา แต่นักวิชาการของฝรั่งเค้ากลับใช้เกลือในการทำปุ๋ยหมักจากปลา

ลองอ่านข้อมูล การใช้เกลือมาช่วยในการหมักปุ๋ยปลา แล้วก็ลองใช้ดุลยพินิจพิจาณาดูนะครับ ……


คำว่าเกลือที่ใช้ในการเอามาทำปุ๋ยที่คุณค้นหานั้น ไม่ได้บอกให้ชัดเจนว่า เขาหมายถึงเกลืออะไร เพราะเกลือมันมีหลายอย่าง เพราะถ้าจะว่าไปแล้ว ในทางปฏิกิริยาทางเคมีที่ผมเคยเรียนมา เกลือเกิดจาก

กรด + ด่าง = เกลือ + น้ำ (คำว่า ด่าง - Alkaline สมัยปัจจุบัน เค้าเปลี่ยนเป็น เรียกว่า เบส– Base ครับ)

จะเป็นเหตุผลแบบวิชาการหรือไม่ ไม่แน่ใจ เพราะบางเรื่องค้นหาตรงโน้นนิด ตรงนี้หน่อย บางเรื่องเขียนจากประสบการณ์ บางเรื่องก็จำเขามา


เรามาทำความรู้จักกับ คำว่าเกลือกันหน่อยว่า เกลือนั้นมีอะไรบ้าง

1. เกลือสินเธาว์ คือ เกลือป่นที่ใส่ถุงมัดเป็นแผง ใส่รถเข็นขายนั่นแหละครับ เอาไปใส่ทำปลาร้าไม่ได้ เป็นเกลือที่ทำจากดินเค็มทางภาคอีสาน และใช้น้ำเค็มใต้ดินจากจังหวัดน่าน เอามาต้มให้น้ำระเหยแห้ง เหมาะที่จะใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม เพราะมีความชื้นและมี แมกนีเซียม (Mg 2+) และ แคลเซียม (Ca 2+ ) ต่ำ

2. เกลือสมุทร เป็นเกลือที่ทำจากน้ำทะเล เกลือเม็ดใหญ่ๆ ขนาดปลายนิ้วก้อยนั่นแหละครับ เหมาะสำหรับใช้บริโภคเพราะมีไอโอดีนอยู่ ร่างกายต้องการไอโอดีนประมาณ75 มิลลิกรัมต่อปี เมื่อได้รับไอโอดีนร่างกายจะนำไปเก็บไว้ในต่อมไทรอยด์ ซึ่งทำหน้าที่ควบคุมสมอง ประสาท และเนื้อเยื่อต่างๆ ถ้าขาดจะเป็นโรคคอพอก และถ้าขาดตั้งแต่ยังเด็ก ร่างกายจะแคระแกร็น สติปัญญาต่ำ หูหนวก เป็นใบ้ ตาเหล่และอัมพาต


จากประสบการณ์ที่เป็นลูกชาวสวน ตอนที่ผมเป็นเด็ก แม่จะใช้ให้ผมเอาเกลือทะเล หว่านรอบๆ ทรงพุ่มส้มโอ อย่างทรงพุ่มขนาด 8 เมตร จะใช้เกลือประมาณ ครึ่งถัง ( 10 ลิตร) หว่านให้รอบ แล้วรดน้ำตาม หว่านปลายหนาว ต้นฝน ถ้าเป็นไปได้ หว่านแล้วเอาขี้เลนขึ้นกลบให้รอบ เมื่อฝนตก เกลือจะละลายลงในดิน รับรองว่า ส้มที่ออกผลมาในรุ่นใหม่จะมีรสหวาน สมัยเด็กก็ไม่รู้ว่า หว่านเกลือแล้วส้มมันหวานได้อย่างไร มารู้ตอนโตว่า มันมีธาตุ แมกนีเซี่ยมอยู่ในเกลือ ที่ช่วยทำให้ส้มมีรสหวาน หรือถ้าอยากลองง่ายๆ ส้มเขียวหวานที่มีรสออกเปรี้ยว ลองเอาจิ้มเกลือกินดู มันจะมีรสหวานในความเปรี้ยวและมีรสเค็มด้วย


พูดถึง เกลือสมุทร หรือเกลือแกง หรือที่เราเรียกว่าเกลือ เฉยๆ อันนี้หมายถึงเกลือที่ทำมาจากน้ำทะเล

ฝรั่งเรียกว่า โซเดียมคลอไรด์ (Sodium chloride, สูตรเคมี: NaCl) มีชื่อที่เรียกทั่วไปดังนี้ เกลือแกง หรือ ฮาไลต์ เป็นสารประกอบเคมี โซเดียมคลอไรด์เป็นเกลือที่มีบทบาทต่อความเค็มของมหาสมุทร และ ของเหลวภายนอกเซลล์ของสิ่งมีชีวิต ที่เรียกว่า เหงื่อ เป็นส่วนประกอบหลักในเกลือที่กินได้ มันถูกใช้อย่างกว้างขวางในการเป็นเครื่องปรุงรส และใช้ในการถนอมอาหาร

มีเกลืออีกชนิดหนึ่งเรียกว่า ดีเกลือ

ดีเกลือ คือ สารประกอบเกลือซัลเฟต ของโซเดียมหรือแมกนีเซียม แบ่งออกเป็นสองชนิดคือ ดีเกลือไทยและดีเกลือฝรั่ง ดังนี้

- ดีเกลือไทย เป็นผลพลอยได้จาการผลิตเกลือ มีรสเค็มจัดจนขม แบบรสเฝื่อน ๆ

- ดีเกลือฝรั่ง เป็นสารประกอบเกลือ ได้มาจากแร่แมกนีเซี่ยม





1. ดีเกลือไทย มีสูตรทางเคมีว่า Na2SO4 คือ ดีเกลือชนิดที่เป็นเกลือซัลเฟตของโซเดียม หรือเรียกง่ายๆว่า "โซเดียมซัลเฟต" มีลักษณะเป็นผงสีขาว ไม่มีกลิ่น มีรสเค็มจัดจนขมแบบเฝื่อนๆ

มีคุณสมบัติเป็นยาถ่ายพิษเสมหะและโลหิต ถ่ายอุจจาระ ถ่ายพรรดึก (อ่านว่า พัน-ระ-ดึก คือ ชื่อที่ใช้เรียกโรคทางแผนโบราณชนิดหนึ่งที่เกิดจากการที่มีอาหารคั่งค้างอยู่ภายในท้อง ทำให้เกิดอาการท้องผูกอย่างแรง ผู้ป่วยจะมีอุจจาระที่แข็งมาก และมีลักษณะเป็นเม็ดๆ คล้ายกันกับมูลแพะ) ทำให้เส้นเอ็นหย่อน.... รู้จัก อีโน มั๊ยล่ะครับ นั่นแหละคือ โซเดียมซัลเฟต เวลาใส่น้ำลงไปมันจะ ฟู่ ที่มันฟู่ เพราะเขาผสมโซเดียมไบคาร์บอเนต ที่ใช้ผสมในน้ำโซดาตราลิง นั่นแหละ ลงไปด้วยพอโดนน้ำ มันก็เลยเดือดฟู่





2. ดีเกลือฝรั่ง มีสูตรทางเคมีว่า MgSO4.7H2O คือ ดีเกลือชนิดที่เป็นเกลือซัลเฟตของแมกนีเซียม หรือเรียกว่า "แมกนีเซียมซัลเฟต" เรียกเป็นภาษาสามัญแบบฝรั่งว่า Epsom salts มีลักษณะเป็นผลึกสีขาวหรือใส คล้ายผงชูรส ไม่มีกลิ่น ละลายน้ำได้ รสเค็ม

มีคุณสมบัติเป็นยาระบายถ่ายอุจจาระ ถ่ายพิษเสมหะและโลหิต นิยมนำเอามาใช้ในการรักษาโรคในบ่อกุ้ง บ่อปลา และยังมีการนำไปใช้ในการเกษตร เรื่องเอาไปช่วยรักษาดินที่ขาดแมกนีเซียม นอกจากนี้สาวๆ ยังนิยมนำไปเป็นส่วนผสมในการรักษาสิวแบบประหยัดอีกด้วย

ดีเกลือทั้งสองแบบมีคุณประโยชน์คล้ายกัน แต่โดยส่วนมากดีเกลือที่มีในท้องตลาดจะเป็นแมกนีเซียมซัลเฟต (ดีเกลือฝรั่ง) สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายสารเคมีทั่วไป หรือร้านขายยาแผนโบราณ โดยมีคุณสมบัติ ได้แก่...

ใช้เพื่อกินเป็นยาระบาย(ยาถ่าย) โดยผสมน้ำ 3 ถ้วยต่อดีเกลือ 4 ช้อนโต๊ะ ถ้าจะให้กินง่าย ใช้น้ำโซดาแทนน้ำเปล่า มันจะฟู่คล้ายอีโน

ใช้ในบ่อกุ้ง เพื่อเพิ่มปริมาณแมกนีเซียม ช่วยให้กุ้งสร้างเปลือกใหม่ ในช่วงลอกคราบ

ใช้ประกอบอาหาร อาทิ ทำเต้าหู้ ดีเกลือจะช่วยแยกน้ำ แยกเนื้อของถั่วเหลืองที่ปั่นละเอียด ส่วนเนื้อคือเต้าหู้ ส่วนน้ำก็เอาทิ้งไป

ใช้ในการขับไล่สารพิษในไต (ล้างไต)

ใช้เพื่อปรับสภาพดินให้เหมาะสมกับการปลูกพืชประเภทผล เช่น มะเขือเทศ มันฝรั่ง


คุณสมบัติทางเคมี
ดีเกลือฝรั่งใช้ชื่อทางเคมีว่า แมกนีเซียมซัลเฟต Magnesium Sulfate (MgSO4) ชื่อสามัญเรียกว่า Epsom Salt หรือ Bitter Salt เหตุเพราะมีรสขมฝาด เฝื่อน ไม่ได้เค็ม (ปี๋) เหมือนเกลืออย่างที่เข้าใจ

ลักษณะที่ใช้กันจะเป็นผงผลึกหรือเกล็ดขาว ซึ่งได้มาจากการนำน้ำทะเลมาเคี่ยวจนแห้ง เหลือเป็นเกลือสะตุ แต่ยังมีคุณสมบัติในการดูดซับความชื้นจากอากาศอยู่ ดังนั้น เมื่อวางดีเกลือทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้องปกติ จะทำให้จับตัวแข็งเป็นก้อน

หวังว่าคงได้รู้จัก คำว่า เกลือ และ ดีเกลือ ดีขึ้นบ้างนะครับ

ฝรั่งเค้าเอาดีเกลือมาผสมทำปุ๋ยมานานแล้ว เน้นย้ำ ใช้ดีเกลือครับ ไม่ใช่ใช้เกลือ (ใช้เกลือในบางกรณีที่กล่าวข้างต้น)

ลองอ่านในกระทู้ที่ 2936 – ปุ๋ยหมักจากปลาทะเล ผมขอยกมาให้อ่านหน่อยนึงครับ


1 - How to Make Fish Emulsion Fertilizer
By eHow Contributor | updated September 02, 2011
……………………

No. 5 Add 1 to 2 tbsp. of Epsom salts. This adds needed magnesium and sulfur.

ข้อ 5. ให้ใส่ดีเกลือฝรั่งลงไป 1–2 ช้อนโต๊ะ ทั้งนี้เพื่อเป็นการเพิ่มธาตุแมกนีเซี่ยม กับกัมมะถัน (คือเพิ่ม ธาตุรอง ธาตุเสริม ตามที่ลุงคิมพูดถึงอยู่บ่อยๆ ยังไงล่ะครับ ไหนนักวิชาการไทย บอกไม่จำเป็น แต่ฝรั่งเค้าใช้กันมาตั้งนานแล้วละครับ)

เคยสังเกตเห็นข้างกระสอบปุ๋ยใส่ข้าว 16 – 20 – 0 ที่เค้าเขียนไว้ข้างๆ กระสอบบ้างมั๊ยครับ เค้าจะเขียนว่า 16 – 20 – 0 + 3 MgO + 5 CaO

1. MgO คือ ธาตุแมกนีเซียม หรือ แมกนีเซียมออกไซด์ (Magnesia of Magnesium oxide) สูตรเคมีคือ MgO มีแมกนีเซียมประมาณ 56 เปอร์เซ็นต์ Mg

2. CaO คือ แคลเซี่ยมอ๊อกไซด์ (Calcium oxcide) ตัวนี้คือ ที่เราเรียกว่า ปูนขาวครับ สูตรเคมีคือ CaO มีแมกนีเซียมประมาณ 24 เปอร์เซ็นต์ Mg

3. ดีเกลือ หรือแมกนีเซียมซัลเฟต (Magnesium , sulfate) หรือที่เรียกว่า คีเซอไรต์ (Kiesirte) สูตรเคมีคือ MgSO4 ,H2O มีแมกนีเซียมประมาณ 17 เปอร์เซ็นต์ Mg

เมื่อพืชต้องการสารอาหาร แมกนีเซี่ยม แล้วทำไมบริษัทขายปุ๋ยเค้าไม่เอา MgSO4 แมกนีเซี่ยมซัลเฟต ผสมลงในปุ๋ย แต่กลับเอา MgO กับ CaO ผสมลงไปแทน เพราะว่า เมื่อเอา MgO + CaO แล้ว ราคาต้นทุนมันถูกกว่าเอา MgSO4 ในปริมาตรที่เท่ากันใส่ลงไป แล้วก็ ไอ้เจ้า ดีเกลือ มันมี H2O คือ มีน้ำรวมอยู่ด้วย ขืนใส่ลงไป ปุ๋ยมันจะชื้นง่าย เก็บไว้นานมันก็จะละลาย .....

แล้วทำไม ใส่ MgO อย่างเดียวเพื่อให้ได้ธาตุ แมกนีเซี่ยมไม่ได้หรือ จะได้ลดต้นทุนลงไปอีก แต่ใส่ CaO หรือปูนขาวผสมลงไปด้วยทำไม

ก็เพราะ MgO มันละลายน้ำยาก ส่วน CaO ป็นตัวช่วยเร่งปฏิกิริยาให้ MgO ละลายธาตุ Mg ออกมา เมื่อเกิดปฏิกิริยา ไอ้เจ้า O คือ อ๊อกซิเจน ที่อยู่ใน Mg และ Ca เมื่อเกิดปฏิกิริยา ก็กลายเป็นก๊าซระเหยไปในอากาศ และ ตัว Ca ในปูนขาว คือ แคลเซี่ยม การทำงานคล้ายกับ ยิบซั่ม คือ ทำให้ดินร่วนซุย แต่ปูนขาวเป็นด่าง ไปเจอกับปุ๋ยที่เป็นเกลือ หรือบางตัวเป็นกรด มันก็จะกลายเป็นเพิ่มเกลือให้กับดิน คงเคยได้ยินคำว่า ดินไม่กินปุ๋ยนะครับ


ยิ่งศึกษาก็ยิ่งลึก ทำให้รู้ตัวเองว่า ยังมีสิ่งไม่รู้ที่ต้องเรียนรู้อีกมากมายนัก เข้าทำนอง ยิ่งเรียนก็ยิ่งโง่ ...เอาแค่นี้ก็แล้วกัน


ทีนี้ อยากถามว่า ทำไมส้มบางมด ราษฎร์บูรณะ ที่สูญพันธุ์ไปแล้ว จึงกินอร่อยกว่าส้มที่อื่น ทั้งๆ ที่เอาพันธุ์จากบางมดไปปลูก เช่น ส้มสายน้ำผึ้งที่เชียงใหม่หรือเชียงราย ซึ่งเอาพันธุ์จากบางมดไปปลูก และ

ทำไม มะม่วงน้ำดอกไม้ กับพุดซาไทย ที่บริเวณพระสมุทรเจดีย์ สมุทรปราการ แถบป้อมพระจุล พระประแดง จึงกินอร่อยกว่าที่อื่น


อย่าตอบว่าเป็นที่ดิน นะครับ ดินเป็นเพียงปัจจัยส่วนหนึ่งเท่านั้น มีปัจจัยอย่างอื่นที่มากกว่าดิน ผมเป็นลูกชาวสวนฝั่งธนบุรี ลูกพระเจ้าตาก อยู่ใกล้บางมด อยู่ใกล้พระประแดง รู้ดีในเรื่องนี้ครับ

และ นอกจากฝรั่งจะเอาดีเกลือมาผสมทำปุ๋ยแล้ว เคยรู้หรือไม่ว่า ฝรั่งเอาดีเกลือมาผสมน้ำอาบอีกด้วย..

ไหนๆ ก็ไหนๆ คงต้องคุยเรื่อง เกลือ ที่เอามาทำปุ๋ยให้จบเรื่อง....(เท่าที่จะทำได้)


อยากรู้เรื่องต่อ ก็เปิดอ่านกระทู้เกี่ยวกับเรื่องปุ๋ยหมักจากปลาทะเลดูนะครับ (กระทู้ที่ 2936, 2879, 2945 หรืออาจจะมีแทรกในกระทู้อื่น ๆ อีก สุดแต่ว่าเนื้อเรื่องนั้น ๆ จะเกี่ยวพันกัน)
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
cherm
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 17/11/2011
ตอบ: 192

ตอบตอบ: 08/01/2013 11:03 pm    ชื่อกระทู้: เปรียบเทียบไม่ถูก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.

สวัสดีค่ะลุงคิม

สวัสดีค่ะทิดแดง

อยากจะบอกว่าคนไรโคตรเก่ง เหม่แล้วทิดบอก ยิ่งศึกษาก็ยิ่งลึก ทำให้รู้ตัวเองว่า ยังมีสิ่งไม่รู้ที่ต้องเรียนรู้อีกมากมายนัก เข้าทำนอง ยิ่งเรียนก็ยิ่งโง่ ...

ถ้าทิดแดงโง่ ยัยเฉิ่ม ยังนึกว่าออกว่าจะใช้คำไหนแทนตัวเองดี



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1021

ตอบตอบ: 08/01/2013 11:18 pm    ชื่อกระทู้: Re: เปรียบเทียบไม่ถูก ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

cherm บันทึก:
สวัสดีค่ะลุงคิม

สวัสดีค่ะทิดแดง

อยากจะบอกว่าคนไรโคตรเก่ง เหม่แล้วทิดบอก ยิ่งศึกษาก็ยิ่งลึก ทำให้รู้ตัวเองว่า ยังมีสิ่งไม่รู้ที่ต้องเรียนรู้อีกมากมายนัก เข้าทำนอง ยิ่งเรียนก็ยิ่งโง่ ...

ถ้าทิดแดงโง่ ยัยเฉิ่ม ยังนึกว่าออกว่าจะใช้คำไหนแทนตัวเองดี



จะเรียน จะร่ำ ทำอะไร ไม่ลำบาก ถ้ารู้จักคำว่า สุ จิ ปุ ลิ...ฟัง คิด ถาม จด ...ตามด้วย ค้นหา อ่าน ๆๆๆๆๆ แล้ว ลงมือทำ จะได้รู้ว่าผิดหรือถูก ถ้าทำแล้วไม่ดี (โทษลุงคิม) ถ้าทำแล้วดี ...นี่แหละ กูทำกับมือ ...ว่าแต่ว่า มะนาว กับพริก ที่ฝากไว้ให้ช่วยดูแล คิดว่าป่านนี้ ลูกคงออกเต็มต้นแล้วซีนะ

จะใช้คำไหนแทนตัวเองดี

จะต้องไปใช้คำไหนแทนตัวเองให้ยุ่งยาก ...ใช้ชื่อตัวเองนั่นแหละ Perfect.

เอ้อ....ตอนนี้กำลังจะ ทำสาว มะเขือพวง (จากเมล็ดพันธุ์พระราชทาน หลังน้ำท่วม) ยังหาทางลง (จบ) ไม่เจอ (งานจรเพียบ) หนูไม่คิดจะทำมั่งเหรอ เครื่องมือกำลังพร้อมนะ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10539

ตอบตอบ: 09/01/2013 7:43 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยิบซั่ม.....ประสบการณ์ตรง :


(1) เรื่องเกิดขึ้นเมื่อราว 10 ปีที่แล้ว ลุงคิมคุยกับนักวิชาการประจำ ร.ง.ยิบซั่ม สุราษฎร์ธานี :

ลุงคิม : โรงงานนี้ตั้งมานานซักกี่ปีแล้วครับ ?
ร.ง. : (นึก....) อืมมม ผมมาทำงานที่นี่ก็ 5 ปีแล้ว แต่โรงงานตั้งมาก่อนหลายสิบปี

mลุงคิม : กำลังผลิตได้ซักวันละเท่าไหร่ครับ ?
ร.ง. : ตั้งแต่ 5 ตัน หรือ 100 ตัม ตามออร์เดอร์ครับ

ลุงคิม : ออร์เดอร์ หมายถึงอะไรครับ ?
ร.ง. : ยิบซั่มที่นี่ส่งออกทั้งหมดครับ ลงเรือที่ท่าเรือเกาะสีชัง

ลุงคิม : (เหลือบสายตามองไปที่เกาะสีชัง) ส่งออก...ประเทศไหนครับ ?
ร.ง. : ญี่ปุ่น เกาหลี ไต้หวัน ออสเตรเลีย อเมริกา แคนนาดา คอนเทรนเนอร์ลงเรือทุกวันแหละครับ

ลุงคิม : เขาเอาไปทำยิบซั่ม บอร์ด สร้างตึกหรือครับ ?
ร.ง. : เปล่า...ยิบซั่มตัวนี้มันแพง เอาไปสร้างตึกไม่คุ้มค่า เขาเอาไปใช้กับการเกษตรโดยเฉพาะครับ

ลุงคิม : แล้วตลาดในเมืองไทยล่ะครับ.....?
ร.ง. : ไม่มีครับ เกษตรกรไทยไม่รับ นักวิชาการก็ไม่รับ ถ้าจะเอากันจริงๆ ก็ต้องโฆษณาเปิดตัวกันเหนื่อยแน่

ลุงคิม : กรรมของเกษตกรไทย
ร.ง. : แล้วโรงงานผมควรจะทำยังไงล่ะครับ

ลุงคิม : ไม่ต้องทำ ส่งออกไปเถอะ เอาเงินเข้าประเทศส่งเสริมเศรษฐกิจชาติ
ร.ง. : เอางั้นนะครับ......




(2) เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่จันทบุรี สมช.เคยไปเรียนที่ไร่กล้อมแกล้ม 6 คน คุยกับ จนท.เกษตรอำเภอ :
สมช. : เกษตรครับ ถามจริงเหอะ ระหว่างยิบซั่ม กับปูนมาร์ล-โดโลไมท์-ปูขาว อย่างไหนใส่ดินแล้วดีกว่ากัน ?
เกษตร : (ยิ้มเปิดเผย ตอบทันที ไม่ต้องคิด) ยิบซั่มครับ

สมช. : (ทั้ง 6 ตีหน้างง เงียบ อึ้ง) แล้วทำไมถึงส่งเสริมแต่ปูนมาร์ล โดโลไมท์ ปูนขาวล่ะครับ ?
เกษตร : หน่วยเหนือสั่งการมาครับ

สมช. : แล้วสวนที่บ้านเกษตร ใช้ตัวไหนครับ ?
เกษตร : ยิบซั่มครับ ใส่ปีละ 2 ครั้ง

สมช. :
?




(3) เรื่องเกิดขึ้นที่ไร่กล้อมแกล้ม เมื่่อปีที่แล้ว คุณโจอี้ คนไทยไปอยู่เท็กซัส เล่าให้ฟัง :
ลุงคิม : ที่อเมริกา เกษตรกรเขาปรับปรุงบำรุงดิน เขาใช้ยิบซั่มไหม ?
โจอี้ : ใช้ครับ ต้องการมากด้วย แต่เขาไม่มียิบซั่มบริสุทธิ์อย่างของเรา เขาเลยเอาแผ่นยิบซั่มที่ใช้ทำฝ้าเพดาน
มาบดละเอียด แล้วใส่ลงดินแทน

ลุงคิม : ยิบซั่มแบบนั้นมันมีแคลเซียมแค่ 3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นนะ
โจอี้ : ใช่ครับ เรื่องนี้เขารู้ดี รู้ดีกว่าเกษตรกรไทยด้วย แต่เพราะเขาต้องการแคลเซียมอินทรีย์ ถึงจะ
มีแค่ 3 เปอร์เซ็นต์ก็ยังดี

ลุงคิม : แปลกเนาะ ยิบซั่มไทยได้ชื่อว่าเป็นยิบซั่มเกษตรที่ดีที่สุดในโลก มีแคลเซียมอินทรีย์ถึง 18 เปอร์เซ็นต์
พี่ไทยไม่ยักกะสนใจ อีกแบบนี้มันจะไปรอดเหรอวะ
โจอี้ : ก็นั่นน่ะซีครับ ยิบซั่มก็ เมด อิน ไทยแลนด์ แท้ๆ

ลุงคิม : ? (ว่ะ.....)




(4) เรื่องเกิดเมื่อ 3 ปีที่แล้ว ที่บริษัท ผลิต/จำหน่าย ยิบซั่ม ในประเทศไทย เล่าให้ฟัง :
ลุงคิม : ยิบซั่มที่บริษัทคุณเอ็กซ์พอร์ตไปแคนนาดา อเมริกา ออสเตรเลีย เป็นยิบซั่มตัวเดียวกันกับที่วางตลาด
ในประเทศไหมครับ ?
บริษัท : (ยิ้มกว้าง) ไม่เหมือนครับ

ลุงคิม : ต่างกันตรงไหน บอกได้ไหมครับ ?
บริษัท : ด้ายยยย ถ้าพูดว่า บอกไม่ได้ สูตรลับของบริษัท พูดแบบนี้เดี๋ยวก็เจอของลับ น่ะซี.....

ลุงคิม : (ยิ้มจืดๆ นึกในใจ มุกนี้สงสัยฟังมาจากรายการวิทยุ) แล้วมันยังไงล่ะครับ ?
บริษัท : ทางผู้สั่ง เขาคอมเมนต์มาด้วยว่า ขอให้เพิ่มแม็กเนเซียมเข้าไปด้วย 5 เปอร์เซ็นต์

ลุงคิม : ถ้างั้นแบบนี้ ยิบซั่มที่ส่งออกก็มี แคลเซียม แม็กเนเซียม กำมะถัน เป็นธาตุรองครบทั้ง 3 ตัวน่ะซีครับ ?
บริษัท : ก็ใช่น่ะซีครับ ยังกลัวอยู่ว่า ถ้าเขาขอให้ใส่ เอ็น-พี-เค เพิ่มด้วยจะทำยังไง เพราะต้นทุนต้องสูงขึ้น

ลุงคิม : เป็นไปได้-เป็นไปได้ เพราะเป็นสิ่งที่ทำได้อยู่แล้ว.....แล้วยิบซั่มตัวที่เพิ่มแม็กเนเซียมนี่ มีวางตลาด
ในเมืองไทยไหมครับ ?
บริษัท : มีครับ ราคาสูงกว่ายิบซั่มปกติ กระสอบละแค่ไม่กี่บาท แต่ถือว่าคุ้มครับ....



(5) เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่บ่อพลอย กาญจนบุรี ผัวเมียทะเลาะกัน....ลุงคิมบอกว่า อยากได้ยิบซั่มฟรี
ไปเก็บเอาตามข้างถนน ย่าน อ.หนองบัว นครสวรรค์ ที่รถมันบันทุกออกมาจากเหมืองแล้วทำตกข้างทาง ไปเก็บ
เอาเลย ฟรี ! !
ผัว : แม่มึง เอาเงินมา 3 พันซิ จะเอาไปเติมน้ำมันอั้ยปิ๊คอั้พ เกลี้ยงถังเลยว่ะ
เมีย : (มองหน้า ตามประสาแม่บ้านมัธยัสต์) อะไร ? เกลี้ยงถังเลยเหรอ ?

ผัว : โธ่ บ่อพลอย เมืองกาญ กับหนองบัว นครสวรรค์ มันใกล้ๆ ซะเมื่อไหร่ ?
เมีย : (เสียงดังขึ้น) เออ ข้อนั้นฉันรู้ กะอีแค่พ่อมึงไปเก็บยิบซั่ม เป็นก้อนๆ ตกข้างถนน ขนมาไม่ถึงครึ่งกระบะเนี่ยนะ

ผัว : (พยายามเสียงแข็ง แต่ในใจน่ะอ่อน) ก็ใช่น่ะซี ยิบซั่มฟรี ไม่ดีเหรอ ?
เมีย : (เสียงดังกว่าเก่า) เนี่ยนะดี เราซื้อยิบซั่มเป็นกระสอบเต็มกระบะ ราคาไม่ถึง 2 พัน แล้วอั้ยที่พ่อมึงว่าได้มา
ฟรีน่ะ มันคุ้มกันเหรอกับค่าน้ำมันรถ

ผัว : (เสียงอ่อย ทำท่าเดินหนี) เออน่า ก็มันเอามาแล้วนี่หว่า....
เมีย : ก็ด้ายยยย ครั้งสุดท้ายนะ ครั้งหน้าแม่ ฮึ่มแน่




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 09/01/2013 9:10 pm, แก้ไขทั้งหมด 3 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10539

ตอบตอบ: 09/01/2013 1:49 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ยิบซั่มบำรุงดินทดแทนปุ๋ยแคลเซียม


การปลูกพืชผักในหลายพื้นที่ เกษตรกรยังประสบปัญหาดินขาดความอุดมสมบูรณ์ ไม่สามารถเก็บรักษาความชุ่มชื้นและธาตุ
อาหารในดินไว้ได้ ส่งผลให้ผักที่ได้ คุณภาพไม่ดีเท่าที่ควร

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ด๊อกเตอร์ สุดชล วุ้นประเสริฐ อาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้นำยิปซั่ม มาทดลองใช้บำรุง
ดินในแปลงปลูกพริกและมะเขือเทศ ที่เคยมีปัญหาสภาพดินขาดความอุดมสมบูรณ์

ยิปซั่มที่นำมาใช้ เป็นผลพลอยได้ที่เหลือจากโรงงานอุตสาหกรรมการผลิตพลาสติกชีวภาพ ซึ่งมักจะทิ้งไปโดยเปล่าประ
โยชน์ โดยนำยิบซั่มไปใส่ในดินก่อนปลูกลึกลงไป 10 -15 เซนติเมตร ใช้จอบเกลี่ยให้ทั่วแปลงที่จะปลูกผัก ในอัตราไร่ละ
ประมาณ 200 กิโลกรัม นำต้นกล้าผักลงปลูกได้เลย จากนั้นดูแลรดน้ำตามปกติ ปรากฏว่าต้นผักเจริญเติบโตดี สภาพดินดีขึ้น

นอกจากนี้ ยังช่วยลดปัญหาดินเค็มและพิษของโลหะหนักที่อยู่ในดิน รวมทั้งปรับโครงสร้างของดิน ให้สามารถอุ้มน้ำและ
ธาตุอาหารได้ดีขึ้น ทำให้ส่วนของต้นผักโผล่พ้นดินได้ง่าย และช่วยให้ต้นผักสมบูรณ์แข็งแรง ต้านทานต่อโรคพืชต่างๆ ได้ดี

จากงานวิจัยพบว่าการใช้ยิบซั่มดังกล่าว สามารถนำไปใช้กับพืชผักทุกชนิด ไม่เป็นอันตรายใดๆ ต่อผู้ใช้ รวมถึงผู้บริโภค
ด้วย ใช้ทดแทนการให้ปุ๋ยแคลเซียมทางใบ ซึ่งมีราคาแพง ผู้ที่สนใจสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
สุรนารี จังหวัดนครราชสีมา

ข้อมูล : ฝ่ายปรับแปลงและถ่ายทอดเทคโนโลยี เทคโนธานี มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา โทร
044-224-4820


http://www.ch7.com/news/news_thailand_detail.aspx?c=2&p=8&d=137704



http://www.nicaonline.com/webboard/index.php?topic=23643.0;wap2
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10539

ตอบตอบ: 09/01/2013 1:57 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

งานวิจัย ชื่อเรื่อง:
ผลของ ยิปซั่ม ปุ๋ยมูลไก่ และปุ๋ยเคมี
ที่มีต่อผลผลิตหัวสดและปริมาณแป้งของมันสำปะหลังพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 และพันธุ์ห้วยบง 60 ที่ปลูกในช่วงปลายฤดูฝน

ประภาส ช่างเหล็ก; วิจารณ์ วิชชุกิจ; เอ็จ สโรบล; สุเมศ ทับเงิน; สุดประสงค์ สุวรรณเลิศ; ปรีชา เพชรประไพ



บทคัดย่อ :
จากผลการทดลองพบว่าผลผลิตหัวสดของมันสำปะหลังพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 และพันธุ์ห้วยบง 60 ไม่มีความแตกต่างกันทางสถิติ

แต่พบว่า ตำรับที่มีการใส่ปุ๋ยเคมี ปุ๋ยมูลไก่ และยิปซั่มเพียงอย่างเดียว การใส่ปุ๋ยเคมีร่วมกับปุ๋ยมูลไก่ การใส่ยิปซั่มร่วมกับปุ๋ยมูลไก่ การใส่
ยิปซั่ม 4 อัตราร่วมกับปุ๋ยเคมี และการใส่ยิปซั่ม 4 อัตราร่วมกับปุ๋ยมูลไก่ และปุ๋ยเคมี มีผลทำให้ผลผลิตหัวสดเฉลี่ยมีความแตกต่างกัน
ทางสถิติ

โดยตำรับทดลองที่ได้ผลผลิตสูง มีผลผลิตหัวสดเฉลี่ยเพิ่มขึ้น ประมาณร้อยละ 40 ถึง 64 เปรียบเทียบกับตำรับทดลองที่ 1 ที่ไม่ใส่ยิปซั่ม
ปุ๋ยมูลไก่ และปุ๋ยเคมี

ตำรับทดลองที่ 7 ใส่ยิปซั่ม 100 กิโลกรัมต่อไร่ และปุ๋ยเคมี 50 กิโลกรัมต่อไร่ ให้ผลผลิตหัวสดเฉลี่ยสูงสุดถึง 7,891 กิโลกรัมต่อไร่

เมื่อเปรียบเทียบกับการไม่ใส่ยิปซั่ม ปุ๋ยมูลไก่ และปุ๋ยเคมี ที่ให้ผลผลิตหัวสดเฉลี่ยเพียง 4,810 กิโลกรัมต่อไร่

มันสำปะหลังพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 และพันธุ์ห้วยบง 60 มีปริมาณแป้งเฉลี่ย 26.8 และ 25.6 เปอร์เซ็นต์ ตามลำดับ

ความแตกต่างไม่มีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนน้ำหนักต้นและใบสดพันธุ์ห้วยบง 60 มีแนวโน้มให้น้ำหนักสูงกว่าพันธุ์เกษตรศาสตร์ 50 (6,701
และ 4,783 กิโลกรัมต่อไร่ตามลำดับ)





http://kucon.lib.ku.ac.th/cgi-bin/kucon.exe?rec_id=010730&database=kucon&search_type=link&table=mona&back_path=/agre/mona&lang=thai&format_name=TFMON
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10539

ตอบตอบ: 09/01/2013 2:09 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

"ยิบซั่ม" เรื่องเก่า เล่าใหม่.....


คลิก...
http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=1695




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
cherm
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 17/11/2011
ตอบ: 192

ตอบตอบ: 09/01/2013 3:03 pm    ชื่อกระทู้: เหมือนเคยเจอ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีค่ะ ลุงคิม
สวัสดีค่ะทิดแดง

(5) เรื่องเกิดขึ้นเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ที่บ่อพลอย กาญจนบุรี ผัวเมียทะเลาะกัน....ลุงคิมบอกว่า อยากได้ยิบซั่มฟรี
ไปเก็บเอาตามข้างถนน ย่าน อ.หนองบัว นครสวรรค์ ที่รถมันบันทุกออกมาจากเหมืองแล้วทำตกข้างทาง ไปเก็บ
เอาเลย ฟรี ! !

ผัว : แม่มึง เอาเงินมา 3 พันซิ จะเอาไปเติมน้ำมันอั้ยปิ๊คอั้พ เกลี้ยงถังเลยว่ะ
เมีย : (มองหน้า ตามประสาแม่บ้านมัธยัสต์) อะไร ? เกลี้ยงถังเลยเหรอ ?

ผัว : โธ่ บ่อพลอย เมืองกาญ กับหนองบัว นครสวรรค์ มันใกล้ๆ ซะเมื่อไหร่ ?
เมีย : (เสียงดังขึ้น) เออ ข้อนั้นฉันรู้ กะอีแค่พ่อมึงไปเก็บยิบซั่ม เป็นก้อนๆ ตกข้างถนน ขนมาไม่ถึงครึ่งกระบะเนี่ยนะ

ผัว : (พยายามเสียงแข็ง แต่ในใจน่ะอ่อน) ก็ใช่น่ะซี ยิบซั่มฟรี ไม่ดีเหรอ ?
เมีย : (เสียงดังกว่าเก่า) เนี่ยนะดี เราซื้อยิบซั่มเป็นกระสอบเต็มกระบะ ราคาไม่ถึง 2 พัน แล้วอั้ยที่พ่อมึงว่าได้มา
ฟรีน่ะ มันคุ้มกันเหรอกับค่าน้ำมันรถ

ผัว : (เสียงอ่อย ทำท่าเดินหนี) เออน่า ก็มันเอามาแล้วนี่หว่า....
เมีย : ก็ด้ายยยย ครั้งสุดท้ายนะ ครั้งหน้าแม่ ฮึ่มแน่





ใครเจอเหตุการแบบนี้ ยกมือขึ้น อย่างที่ลุงคิมว่า ฉลาดแต่ไม่เฉลียว

ยัยเฉิ่ม ค่ะ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
somnuek
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 19/11/2012
ตอบ: 4

ตอบตอบ: 10/01/2013 1:54 pm    ชื่อกระทู้: Re: Gypsum กับ Epsom Salt ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[quote="DangSalaya"]สวัสดีครับลุงคิม และคุณ สมนึก

คุณสมนึกถาม (ใครก็ไม่รู้) ว่า

ขอสอบถาม ครับ

ตกลง ยิบซัม ใช้ตัว Epsom Salt ได้เลยรึเปล่าครับ
ของประเทศเรา มียี่ห้อไหน ขาย บ้างครับ



ขอถามก่อนว่า คุณจะเอาไปใส่ต้นอะไร ใช้ผิดส่วน จะมาด่ากันไม่ได้นะครับ



ขอตอบครับว่า....

คำถามของคุณอ่านแล้วต้องวิเคราะห์ เพราะ Gypsum กับ Epsom Salt เป็นคนละเรื่องเดียวกันเลยครับ

ผมเข้าใจความหมายที่คุณถาม คือว่า คุณจะไม่ใช้ ยิบซั่ม แต่จะใช้ Epsom Salt แทนยิบซั่มไปเลย ถ้าแบบนี้คงไม่ได้
เพราะไม่รู้ว่าคุณจะเอาไปใส่ต้นอะไร




พอดีว่า กระทู้นี้เป็นกระทู้ ที่เกี๋ยวกับปุ๋ยหมักปลาทะเล นี่ครับ เพราะฉะนั้นผมถึงถามว่าใช้ ยิบซัม ชนิดไหน แต่เท่าที่วิเราะห์ดู
น่าจะเป็น Epsom Salt เพราะต้องละลายน้ำเพื่อใช้ ที่ถามเพราะมันเป็นเกลือครับ ถึงต้องถามเพื่อควาแน่ ใจ ครับ

ผมต้องการเอาไปใช้กับ นาข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และไม้ผลอื่น เมื่อหมักแล้วพิจารณา สารอาหารดูแล้ว ก็น่าจะประยุกต์ใช้อีกต่อไป

ขอบคุณครับ สำหรับคำตอบเดี๋ยวผมจะไล่ทำความเข้าใจใหม่


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
somnuek
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 19/11/2012
ตอบ: 4

ตอบตอบ: 10/01/2013 2:48 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.

มีเรื่องสงสัย อีกแล้วครับ

1. ผงเอ็นไซม์ (สารช่วยย่อย) มี่ยี่ห้อที่แนะนำไหมครับ หรือ สถานที่ซื้อก็ได้

2. จลินทรีย์ ใช้ตัวไหนดีครับ เพราะจุลินทรีย์มีเยอะมากๆ ใช้พด.2 ได้ไหม หรือ EM ที่เขาขายกันทั่วไป
หรือจะหมักเองสูตรทั่วๆ ไปแต่กลัวไม่ได้คุณภาพ

สาเหตุที่ถามคือ ไหนๆ ก็จะหมักปุ๋ยปลา ทั้งที ก็อยากทำให้มันดี คัดวัตถุดิบ สักหน่อย

รบกวนหน่อยนะครับ ลุงคิม Embarassed



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10539

ตอบตอบ: 10/01/2013 5:57 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

somnuek บันทึก:
.

มีเรื่องสงสัย อีกแล้วครับ

1. ผงเอ็นไซม์ (สารช่วยย่อย) มี่ยี่ห้อที่แนะนำไหมครับ หรือ สถานที่ซื้อก็ได้
ตอบ :
ไม่ทราบ ไม่เคยใช้ แล้วก็ไม่คิดจะใช้ด้วย.... วันนีั้ใช้ "จุลินทรีย์" เป็นตัวช่วยย่อยครับ



2. จลินทรีย์ ใช้ตัวไหนดีครับ เพราะจุลินทรีย์มีเยอะมากๆ ใช้ พด.2 ได้ไหม หรือ EM ที่เขาขายกันทั่วไป
หรือจะหมักเองสูตรทั่วๆ ไปแต่กลัวไม่ได้คุณภาพ
ตอบ :
จุลินทรีย์มีเป็น "ล้าน" ชื่อ ที่มนุษย์รู้จักแล้วตั้งชื่อไว้วันนี้เป็นเพียง "เศษเสี้ยวส่วนล้าน" ของทั้งหมดในธรรมชาติเท่านั้น....

จุลินทรีย์ในปลาร้า, จุลินทรีย์ในน้ำปลา, จุลินทรีย์ในแหนม, จุลินทรีย์ในบูดู, จุลินทรีย์ในกะปิ, คนละชื่อกันทั้งนั้น

จะใช้ พด. หรือ อีเอ็ม ได้ทั้งนั้น ถ้า "ฟรี" .... เสียเงิน ไม่เอา เราคนจนแต่ไม่โง่

"ทำเอง" เป็นแค่ คำพูด/ความคิด ไม่ใชการกระทำ....ไม่มีประโยชน์




สาเหตุที่ถาม คือ ไหนๆ ก็จะหมักปุ๋ยปลา ทั้งที ก็อยากทำให้มันดี คัดวัตถุดิบ สักหน่อย
ตอบ :
ที่ไร่กล้อมแกล้ม หมักปลาทะเลชนิดทั้งตัว ขนาด 2 นิ้วมือ ถึง 1 ฝ่ามือ ไม่ได้บดเลย ระยะเวลาแค่ 1 เดือน
ปลาทั้งตัว เกร็ด กระดูก ว่าแข็งๆ เหลวเป็นน้ำ เอากะชอนกรองได้เลย ไม่ได้ใช้ พด. อีเอ็ม หรือจุลินทรีย์ท้อง
ตลาดใดๆทั้งสิ้น แม้แต่แหมะเดียวก็ไม่ได้ใช้......ใช้แต่จุลินทรีย์ย่อยสลายปลาโดยเฉพาะ ของไร่กล้อมแกล้ม
เท่านั้น จุลินทรีย์พวกนี้เกิดเอง ไม่ได้สร้าง ไม่ได้เพาะ มันขยายเชื้อเอง....ยังไม่ได้ตั้งชื่อ ว่าจะประกวดตั้งชื่อ
แบบลูกฮิปโปเกิดใหม่ที่สวนสัตว์เชียงใหม่ซักหน่อย....เห็นด้วยไหม

จุลินทรีย์ประเภทย่อยสลายเลือด จุลินทรีย์ประเภทย่อยสลายนม จุลินทรีย์ประเภทย่อยสลายน้ำมะพร้าว จุลินทรีย์
ประเภทย่อยสลายไขกระดูก จุลินทรีย์ประเภทย่อยสลายขี้ค้างคาว จุลินทรีย์ประเภทย่อยสลาย N P K Ca Mg
S Fe Cu Zn Mn Mo B Si Na Cl กับอีก 1 (+) ล้านชนิด ที่ใช้ในการทำปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง
กำลังรอตั้งชื่อ....ช่วยตั้งชื่อให้หน่อยซี่

จะไปจริงจังอะไรกับมันนักหนา จุลินทรีย์เป็นเรื่องของธรรมชาติ ปล่อยให้เป็นไปตามธรรมชาติ เดี๋ยวก็ดีเอง
นั่นแหละ.....ทฤษฎี V.S. ปฏิบัติ มันคนละเรื่องเดียวกัน

อ่าน LINE ธรรมชาติของจุลินทรีย์ให้ออก แล้วจะรู้ว่าง่ายกว่าปอกกล้วย (ยกเว้นกล้วยดิบ) ซะอีกแน่


(เพลง) เชื่อหรือไม่เชื่อตามใจ แล้วคอยดูต่อไป คงเห็นนนนน....




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1021

ตอบตอบ: 10/01/2013 10:50 pm    ชื่อกระทู้: Re: Gypsum กับ Epsom Salt ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

[quote="somnuek

...................

พอดีว่า กระทู้นี้เป็นกระทู้ ที่เกี๋ยวกับปุ๋ยหมักปลาทะเล นี่ครับ เพราะฉะนั้นผมถึงถามว่าใช้ ยิบซัม
ชนิดไหน แต่เท่าที่วิเราะห์ดู น่าจะเป็น Epsom Salt เพราะต้องละลายน้ำเพื่อใช้ ที่ถามเพราะ
มันเป็นเกลือครับ ถึงต้องถามเพื่อควาแน่ ใจ ครับ

ผมต้องการเอาไปใช้กับ นาข้าว อ้อย มันสำปะหลัง และไม้ผลอื่น เมื่อหมักแล้วพิจารณา สารอาหาร
ดูแล้ว ก็น่าจะประยุกต์ใช้อีกต่อไป

ขอบคุณครับ สำหรับคำตอบเดี๋ยวผมจะไล่ทำความเข้าใจใหม่


.[/quote]




อ่านแล้วจับความได้ว่า

คุณเข้าใจผิด จึงถามว่า จะใช้ ยิบซั่ม ชนิดไหน เมื่อวิเคราะห์แล้ว น่าจะเป็น Epsom Salt ....คุณยังแยกแยะไม่ออก ระหว่าง
ยิบซั่ม กับ Epsom Salt ....


ยิบซั่ม (Gypsum หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Calcium Sulfate มีสูตรเคมีว่า CaSO4) ส่วน .....

Epsom Salt เป็นชื่อเฉพาะของดีเกลือฝรั่ง ที่เรียกว่า Magnesium Sulfate มีสูตรเคมีว่า MgSO4

ถ้าเป็นดีเกลือไทย คือ Sodium Sulfate มีสูตรเคมีว่า Na2SO4

....อยากให้คุณอ่านครับ อ่านตามข้างต้นผมบอกไว้ว่า กระทู้ที่เกี่ยวกับปุ๋ยปลาทะเลหมัก มีด้วยกับ 3 กระทู้ เริ่มจาก 2879, 2936
และ 2945 ถ้าอ่านไม่ต่อเนื่อง กรุณา Copy ลงไว้ใน File Word จากนั้นก็ Print ออกมาอ่าน ผมก็ใช้วิธีนี้แหละครับ จะได้
เข้าใจที่ไปที่มาว่า มันมีความเป็นมาอย่างไร ...

..แต่ถ้าคุณขี้เกียจอ่าน คุณจะเอา ยิบซั่มมาหมักปุ๋ยปลาแทน Epsom Salt ก็ไม่มีใครว่า เท่าที่ผมเคยรู้ก็มี 2 ยี่ห้อ ยิบซั่มตราช้าง
กับ ยิบซั่ม ทันเดอร์แม็กซ์

และถ้าจะใช้ Epsom Salt ก็บอกแล้วว่า ไปที่วิทยาศรม, รวมเคมี หรือ ฮงฮวด แต่ถ้าจะใช้ชนิดพิเศษหรือชนิด Super ก็ใช้
Max Speed ตามรูปข้างล่างนี้



หาซื้อได้จากกองคาราวานลุงคิม รวมทั้งปุ๋ยสูตรแปลก ๆ ...0-52-34, 21-7-14, ยูเรีย จี เกรด, 18-38-12, 5-10-40 ...ฯลฯ

ยังไง ๆ ก็คำนวณปริมาณการใช้กับพืชแต่ละอย่างที่คุณเอ่ยชื่อมาให้ดี ๆ ก็แล้วกัน


ขอให้โชคดีนะครับ.

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
somnuek
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 19/11/2012
ตอบ: 4

ตอบตอบ: 11/01/2013 4:22 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สงสัย ต้องบุกให้ถึงสำนัก ลุงคิมแล้วแหละ

สงสัยว่าทำมัยตัวเอง ถึงเข้าใจยาก อย่างนี้

ขอรายงานตัวอย่างเป็นทางการ สะหน่อย ครับ พึ่งสมัคเป็นสมาชิกใหม่ครับ

เป็นคนสุริทร์ครับ ทำงานษริษัทครับ จ.ระยอง รับหน้าที่ ออกแบบ และติดตั้ง ระบบไฟฟ้า และ เครื่องมือวัด
ในรูปแบบ 3 มิติ และ 2 มิติ ในงานอตสหกรรมน้ำมันกลางทะเลและชายฝั่ง อยู่หน้าคอมตลอดทั้งวัน ช่วงมีงาน
ทำงาน หลังจากส่งงานแล้ว อ่าน เวป ลุงคิม ครับ แต่ก็อ่านเวปเกษตรหลายเวปเหมือนกันครับ แต่มาสะดุด เวป
ลุงคิมครับ แกตอบแบบ ฮาดี ชอบๆ ที่สนใจเพราะ ที่บ้านเกิด ทำการเกษตรครับ ถามว่าทำเอง
เป็นไหม ทำเป็นครับ แต่ทำแบบเดิม ที่พอแม่ทำมา อาจจะประยุกต์นิดหน่อย แต่ปัจจุบัน อะไรๆ ก็เปลียนไปหลายอย่าง
สังคมเปลี่ยน อากาศเปลี่ยน ทำให้การทำเกษตรแบบเดิมๆทำได้ลำบาก จึงต้องเปลี่ยนแนวคิดใหม่ (เหมือนลุงคิมว่า
คิดต่าง 100%) ผิดถูกขออภัยครับ แต่ถ้าว่าผมคงจะยังไม่หักดิบลาออกจากงานไปทำเกษตรเลยเต็มตัว แค่เตรียม
การไว้ ตั้งแต่เนิ่นๆ กลับไปทำได้เลยไม่ต้องลุงทุนมาก

ขอฝากเนื้อฝากตัวด้วยครับ


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
noo-ring
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 24/06/2013
ตอบ: 24

ตอบตอบ: 22/08/2013 10:50 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีจ้าลุง....ทิดแดงและเพื่อน ๆ


เมื่อไรจะเขียนต่อล่ะจ๊า....เล่นหยุดไปเฉย ๆ อารมณ์ค้างจ้า....
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1021

ตอบตอบ: 28/09/2013 9:58 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

noo-ring บันทึก:
สวัสดีจ้าลุง....ทิดแดงและเพื่อน ๆ


เมื่อไรจะเขียนต่อล่ะจ๊า....เล่นหยุดไปเฉย ๆ อารมณ์ค้างจ้า....



สวัสดีครับลุงคิม เจ้าหนูหริ่ง และเพื่อนสมาชิก


ทิ้งไว้นานจนลืม....ยังนึกไม่ออกว่าจะเอาอะไรมาเขียนต่อ เขียนแบบวิชาการไม่เป็น ได้แค่ วิชาเกิน ....รอหน่อยแล้วกันนะจ๊ะ หนูหริ่งจ๋า


อ่านเรื่องต่อในกระทู้ 2936
ปุ๋ยหมักจากปลาทะเล Fish Emulsion Fertilizer นะครับ





.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©