online pharmacy
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-เครื่องหยอดเมล็ดข้าว
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - เครื่องหยอดเมล็ดข้าว
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

เครื่องหยอดเมล็ดข้าว

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1031

ตอบตอบ: 31/07/2012 11:33 am    ชื่อกระทู้: เครื่องหยอดเมล็ดข้าว ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม ………….และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน






รายการสีสันชีวิตไทย เป็นรายการชีวิตที่มีสีสัน
(โอ๊ย..ใจหายใจคว่ำ ต้องรีบส่งก่อน เดี๋ยวแก้ไขทีหลัง กลัวเน๊ตหลุด
ระยะนี้เน็ตหลุดบ่อยจัง )


เมื่อประมาณวันที่ 16 หรือ 17 กค. ผมอยู่บ้านกะเหรี่ยง บนยอดเขาที่บ้านวัดจันทร์ สุดเขต จว.เชียงใหม่ ใกล้ อ.ปาย ฟังลุงคิมพูดทางวิทยุ
รายการสีสันชีวิตไทย ......….อยู่บ้านกะเหรี่ยงบนเขา ฟังได้ไงวะ.. ฟังได้ครับ ...อ่านเรื่องเล่าในกระทู้ เกษตรสัญจร ดูนะครับ


ลุงบอกว่า ในรายการมีน้องคนหนึ่งบอกว่า พ่อทำนา 50 ไร่ ใช้ปุ๋ยยูเรีย 70 กระสอบ ใช้ 16-20-0
อีก 50 กระสอบ ลงทุนเกือบ 4 แสน ...ได้ข้าวแต่ละรุ่น.ไม่ถึง 50 เกวียน.มีหนี้เกือบเป็นล้าน. ลูกไม่พูด
กับพ่อ แต่คุยกับแม่แล้วแม่กอดแต่แม่ไม่พูด แม่ร้องไห้ทำให้น้ำตาลูกผู้ชายไหล
....ผลผลิตจากนาที่พ่อทำ อะไรจะ
ปานนั้น (ข้าวแถวนครปฐมที่ผมรู้ก่อนมาปายสูงสุดเกวียนละ 10,800 ถ้า x 50 = 540,000 หักทุน 400,000 เหลือ 140,000
...อันนี้คิดว่าได้ไร่ละเกวียนนะ แล้วถ้าได้ไม่ถึง 50 เกวียนล่ะ จะได้แค่ไหน)

ผมคิดว่าน่าจะยังมีชาวนาแบบนี้อีกแยะนะลุง.... ผมฟังแล้วตื้นตัน จุกแน่นหน้าอก ซึมบอกไม่ถูก สะท้อนใจ จริง ๆ ...ถ้าเป็นไป
ได้..ผมอยากให้น้องคนนี้บอกให้แม่พูดกับพ่อว่า ขอแบ่งที่ให้ไอ้ทิดมันทำรำไพ่ซัก 5 ไร่ ถ้าพ่อไม่ให้ก็หาเช่าเค้าแถว ๆ บ้านซัก 5
ไร่หรือ 3 ไร่ก็ได้ ทดลองทำตามแนวลุงคิมไปเลย ทำให้ทั้งพ่อ ทั้งชาวบ้านเค้าเห็นว่า ทำแบบลุงคิมแล้วมันลงทุนน้อย แล้วถ้ามัน
เกิดไม่ได้ผลล่ะ จะได้ตามไปถล่มไร่กล้อมแกล้ม(ไปเอาปุ๋ยสูตรสั่งตัดน่ะครับ) จะได้พูดได้เต็มปากว่า ...กูทำกับมือ....

ลูกต้องดีกว่าพ่อแม่ นะไอ้น้อง จึงจะได้ชื่อว่าเป็น อภิชาตบุตร...
ผมมีคำกลอนมาฝาก เคยฟังจากพระเทพดิลก รองเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศน์ฯ ท่านเทศน์ทางวิทยุ มีตอนหนึ่งท่านว่า

ความเป็นเสือ เหลืออะไร ในวันนี้
นอกจากหนี้ ท่วมเมือง กับเรื่องเศร้า
มาพลิกฟื้น ผืนแผ่นดิน ถิ่นบ้านเรา
ที่อับเฉา ให้เรืองรอง ดั่งทองทา
ให้รวงข้าว พราวไสว ในท้องทุ่ง
ให้วันพรุ่ง มีรอยยิ้ม อิ่มทั่วหน้า
เศรษฐกิจ พอเพียง เลี้ยงชีวา
สุขประสา เสรีชน คนติดดิน


แล้วมีใครก็ไม่ทราบกล่าวไว้ว่า

ทำนาปรังมีแต่ซังกับหนี้ ทำนาปี มีแต่หนี้กับซัง....
ฉะนั้น มาทำนาหยอดกันซะมั่ง จะไม่มีซัง ไม่มีหนี้

(และถ้าอยากได้ปุ๋ยไปทดลองฟรี ต้องจู๋จี๋กับลุงคิม )...ท่อนนี้ผมแต่งเติมเองครับ

หมายเหตุ - ที่มีแต่ซัง เพราะฟางถูกเผาไปหมดแล้ว




มาเข้าเรื่องกันครับ

สิ่งละอัน พันละน้อย เกี่ยวกับการทำนาหยอด
…ผมแอบไปฟัง ชาวนาที่ปลูกข้าวด้วยเครื่องหยอดเมล็ด เค้าคุยกัน

เนื้อเรื่องนี้ จะมีด้วยกัน 3 ตอนครับ …ผิด ถูกประการใด ขอลุงคิมได้โปรดเมตตา (กรุณา มุทิตา อุเบกขา) พิจารณา กลั่นกรอง
แก้ไข ตัดตอนที่ไร้สาระ ลบทิ้งตามความเหมาะสมด้วยนะครับ (หากจะลบทิ้ง ห้ามลบหมดนะครับ กว่าจะเขียนจบ พิมพ์ตัวบรรจง
แทบตาย)


ตอนที่หนึ่ง
อีนี่เป็นเครื่องหยอดเมล็ดข้าวของอินเดียนะนายจ๋า คนไทยซื้อมาใช้ มีคนสั่งจากอินเดีย ชุดละ 5,000
(+ ภาษีนำเข้า + กำไร แล้ว ราคาทุนกี่รูปีไม่ทราบ)


ตอนที่สอง เป็นเครื่องหยอดเมล็ดข้าวของเวียตนาม ดั๋มได๋ดึ๋ยด๊อก แด็กดุ๊กดิ๊ก ชุดละ 5,000 เหมือนกัน


ตอนที่สาม น่าจะเป็นรวมเครื่องหยอดของไทยภาคกลาง ภาคเหนือตอนล่าง และภาคอีสาน ต่างคนต่างทำ
ใช้กันเอง สำหรับภาคเหนือตอนบน ถามทิดบัติแล้ว ไม่มีและไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ ราคาถูกบ้างแพงบ้าง ตามอัตภาพ ซึ่งมีหลาก
หลายรูปแบบ ..... ชุดของ พิษณุโลก วิษมาหรามาก ราคาเกือบ 50,000 .... ของคุณศักดิ์ชัย ก็เกือบๆ 20,000 ..... แต่
ที่ผมคัดสรรมานี้เฉพาะ ที่ผมเห็นว่า ลงทุนไม่แพงจนเกินไป ใช้งานได้ดีพอสมควร ซึ่งก็คิดว่าจะลองทำใช้เองบ้างนั่นแหละ


ผมเก่งนักหรือมาเขียนเรื่องข้าว....เปล่าเก่งครับ แต่เมื่อผมล้มสวน หันมาทำนา ผมก็ต้องศึกษาว่า เมื่อคิดจะทำนาตามแนวลุงคิม
นอกจากใช้ปุ๋ยสูตร E-Kiim Organic & Fertilizer คือ อินทรีย์นำ เคมีเสริม ตามความเหมาะสม แล้ว จะทำยังไงจึงประหยัด
ต้นทุนที่สุด (ไร่ละ 1,500) และได้ประโยชน์สูงสุด (ไร่ละ 120 ถัง) ก็เห็นว่า ณ ปัจจุบันนี้ การทำนาแบบหยอดเมล็ดน่าจะ
ประหยัดดีกว่าวิธีอื่นๆ แล้วถ้าใช้พันธุ์ข้าวที่แตกกอดีๆ น่าจะทำได้ข้าวตามที่คาดหวัง และถ้าเครื่องไหน ของใครหยอดแล้วเมล็ด
ข้าวหล่นจากรูหยอดครั้งละ 3 เมล็ดได้นะคุณเอ๊ย เจ๋งเป้งจ๊าบแจ๋ว เลยก็แล้วกัน แต่มีเครื่องนึงนะ ผมเห็นแล้วว่า น่าจะทำได้ ยัง
ไม่บอกว่าเครื่องของใคร …


ทำตามแนวลุงคิมแล้วได้ผลจริงรึ ....ไม่ทราบครับ เพราะยังไม่เคยทำ ...พอล้มสวนเริ่มทำนาปีนี้ ก็เกิดการผิดคิวไปจากที่ตั้งใจ
จะทำ ฝันสลายซะแล้ว …พูดไม่ออก บอกไม่ถูก ได้แต่ส่ายหน้าทำตาปริ๊บ ๆ ....ไม่เป็นไร ปล่อยให้มืออาชีพเค้าทำก่อน ....ทีนี้


ทำนาดำรึ โอ๊ะโอ๋ ค่าแรงจากที่เคยวันละ 180 - 220 กลายเป็นวันละ 300 ทั่วประเทศ แม้กระทั่งในป่า
(หมู่บ้านกะเหรี่ยง) ก็จะเอา 300 เวรกรรมจริงๆ เพราะการพูดพล่อยๆ อยากได้คะแนนเสียงของนักการเมืองบางคน ค่าแรง
ขนาดนั้น ใครจะจ้างเอ็ง แล้วไอ้ที่บอกว่า จบ ปญ.ตรี เดือนละ 15,000 น่ะ ตามบริษัทหรือโรงงานเค้ารับวุฒิแค่ ปวส. เงินเดือน
แค่ 8,000 เอง ถ้าไม่ทำ อยากได้ 15,000 ก็ไปทำราชการโน่น เส็งเคร็งจริง ๆ ไอ้กร๊วก


จ้างรถดำนารึ ค่าจ้างไร่ละ 1,200 – 1,400 ต้องใช้พันธุ์ข้าวของคนรับจ้างดำด้วยนะ ...น้าเจียมคนข้าง
บ้านเคยลองจ้างรถดำอยู่ครั้งนึง บ่นอุบ ...ไอ้ชิบ...(ของที่หาย ย่อมหาไม่เจอ) เอาข้าวห่าอะไรมาให้ไม่รู้ เจอข้าวปน หญ้าปน
ข้าวเด้ง ข้าวดีดเพียบ มันหาว่าเราทำเทือกไม่ดี คุมหญ้าไม่อยู่ .... เวลานี้รถดำนาคันนั้นจมน้ำท่วม จอดอยู่ที่หน้าร้านขายของ
เก่าไปแล้ว


ทำนาโยนรึ ว๊าว ต้องลงทุนซื้อถาดหลุม แล้วก็เตรียมดินใส่ถาดเพื่อหยอดเมล็ด แล้วก็ต้องจ้างคนมา
หยอดเมล็ดข้าวลงถ้วยในถาด แล้วก็ยกถาดเอาไปวางเรียงแบบตกกล้า งานเข้าเต็มๆ แล้วก็ต้องดูแลให้ข้าวงอกเหมือนนาดำ
อีกประมาณ 15 วันถึงจะเอาไปโยนได้ อายุข้าวนาโยนเกิน 15 วันก็แก่เกินแกง แล้วอีตอนโยน ก็ต้องขนถาดเพาะกล้าออก
ไปที่นา เนื้อที่นา 1 ไร่ใช้ถาดเพาะกล้า 70 – 90 ถาด


สมมุติว่า นายัยเฉิ่ม 25 ไร่ = 25 x 90 = 2,250 ถาด ข้าวกล้าที่งอกในถาดหนักเป็นตันเลยแหละน้องเอ๊ย ถาดเพาะกล้า อย่าง
ขี้หมูขี้หมาก็ราคาถาดละ 8 บาท เป็นเงินค่าถาดเพาะกล้า 18,000 บาท ค่าดินผสมแกลบดำใส่หลุมอีกซัก 2,000 บาท รวมแล้ว
ก็ 20,000....ค่าจ้างคนหยอดเมล็ดข้าวลงถาด กรณีคนที่มีนามากๆ ค่าจ้างคนโยนอีกเท่าไหร่ล่ะ ..โหย ยิ่งกว่างานช้างที่สุรินทร์
อีกนะเนี่ย ซื้อเครื่องหยอดเมล็ดได้ถึง 4 – 5 เครื่องเลยทีเดียวเจียว ...


ผมไม่ได้บอกว่าการหยอดเมล็ดมันดี แต่มันน่าจะเป็นวิธีดีที่สุดในเวลานี้ แล้วการโยนกล้านา 25 ไร่อย่างของยัยเฉิ่ม นี่นะ คน
ไม่เคยโยนมีหวังแขนหลุดเป็นเสี่ยงๆ เป็นลูกสาวตาม่องล่ายเลยแหละ นอนหลับก็ยังละเมอลุกขึ้นมาทำท่าโยนกล้า


ผมเคยไปดูเค้าโยนกล้า ที่สุพรรณบุรี โยนทีแรกๆ ก็ เฮๆ ๆๆ พักเดียว เสียงเงียบเพราะลิ้นจุกปาก หอบกันแฮ่ก ตอนโยนขึ้นก็ดูดี ฃ
แต่ตอนลงต้นข้าวกระแทกเลน ปั๊ก ๆๆ เห็นแล้วสงสารแม่โพสพน้อยจริงๆ ช้ำในตั้งแต่ต้นยังน้อยๆ แล้ว ก็ถ้าก่อนโยน กระจาย
รากกล้าที่พันกันไม่ดี โยนไปแล้วก็จะขึ้นเป็นกระจุก ถ้าเป็นแบบนี้ ทำนาหว่านดีกว่ามั๊ง แต่...


ทำนาหว่านรึ ฮ่วย. อีหลีๆ ...ที่บอกว่า สวนของผมที่ล้มทำนา จากสวน 6 ไร่ ล้มแล้วได้เนื้อที่เป็น 7 ไร่ ที่
งอกมาได้ยังไง ก็กลบร่องน้ำไงล่ะครับ ก็ได้เนื้อที่ในร่องน้ำเพิ่มขึ้นมา ....


ระหว่างที่ผมไปอีสาน คิดว่าได้โอกาสหมักดินไว้เป็นเดือน วาดฝันไว้ว่า กลับมาจะย่ำเทือกแล้วหยอดเลย แต่ฝันสลาย... เจ๊ ของผม
(ถือว่าตัวเองมือเก๋า เคยทำนามาก่อน) ใจร้อนกลัวจะทำเรื่องประกันราคาข้าวตามประกาศไม่ทันในวันที่ 6 กค. ดันเอาข้าวลงหว่าน
เสียฉิบ เนื้อที่ 7 ไร่ ใช้ข้าว 8 แถว (8 กระสอบ ๆละ 25 กก. = 200 กก. หรือ 20 ถัง) – เห็นแล้วไม่อยากมอง ข้าวขึ้นเบียดกัน
แน่นตึงไปหมด ปล่อยน้ำเข้าซะบานเบิก (ต้นคงจะโตเท่าหลอดดูดยาคูลท์ ตามที่ลุงว่านั่นแหละ .... ทำไมเค้าไม่เรียกพันธุ์ข้าวปลูก
เป็นกระสอบ ดันเรียกว่าแถว ผมยังงง ๆ อยู่)


เจ๊หว่านไปเมื่อ 16 มิย.(ผมยังอยู่ขอนแก่นอยู่เลยตอนนั้น) เพราะต้องหว่านแล้ว 15 วันจึงจะขอทำประกันราคาข้าวนาปีได้.... โถ
เจ๊น้าเจ๊ ไม่น่ารีบร้อนเลย (ทำไมถึงทำกับฉันด้ายๆๆๆๆ) เกษตรอำเภอ เค้าบอกว่าให้หว่านได้ตั้งแต่ 15 พค. – 15 สค. ใครหว่าน
ตอนไหนก็นับเวลาไปจากวันหว่านถึงวันเกี่ยว 110 วัน แล้วขอบอก เค้าให้ใช้ข้าวอายุ 4 เดือน 120 วัน (กข 41) ถ้าอายุ 3 เดือน
90 วัน (กข 51 ) ทำประกันราคาไม่ได้ เพราะเหตุอันใดผมไม่ทราบ ...


แต่ว่า ไม่มีใครใช้ข้าว 4 เดือนหว่านหรอกครับท่าน ใช้ข้าว 3 เดือนหรือไม่เกิน 100 วันเกี่ยวกันทั้งนั้น (ต้องตอแหลว่าใช้ข้าว 4
เดือนกันทุกคนแหละ) เพราะจะย่นเวลาเกี่ยวเร็วไปอีกอย่างน้อยก็ 20 วัน ปลอดภัยจากเพลี้ยกระโดดแล้วก็น้ำท่วม (เกี่ยวกลางกันยา
ถึงปลายๆ ตุลาคม) ถ้าใช้ข้าว 4 เดือนอายุ 120 วัน เจอน้ำท่วม เจอเพลี้ยลงแน่ๆ เพราะต้องไปเกี่ยว ปลายๆ พย. หรือต้นๆ ธค.
โน่น โดนน้ำแน่ ๆ ...วันเกี่ยวเค้าก็ยืดหยุ่นให้ 110 วันอยู่แล้ว เผลอๆ พอข้าวเข้าระยะพลับพลึง พวกก็อัดสารเร่งฉีดให้ข้าวแก่
เร็ว ประมาณ 95 วันก็เกี่ยวได้แล้ว แต่จะโดนโรงสีหักความชื้น หักโน่นหักนี่ตรึมเลยก็แล้วกัน


พอผมทำเรื่องประกันราคาข้าวยังไม่ทันเสร็จดี ตอนบ่ายลูกสาวโทรมาชวนให้ขับรถเอาของขึ้นไปส่งที่ปาย ได้จังหวะพอดิบพอดี
ตูเผ่นก่อนดีกว่าละวะ .


เก็บเสื้อผ้ายัดใส่กระเป๋า บอก เจ๊ๆ ฉันไปปายกะผึ้ง ไปหลายวันนะ ..ผมนั่งแท็กซี่จากนครปฐมมาบ้านโยมที่คลองสาน เข้าไปกราบ
เท้าพ่อ เอาเท้าท่านขึ้นมาเหยียบที่หัว เพื่อความเป็นศิริมงคล คุยถามสารทุกข์สุขดิบกันสองสามคำ ก็บอกพ่อว่า จะต้องขับรถเอาของ
ขึ้นไปที่ปายกับผึ้ง ...พ่อบอก อะไรวะ มาปุ๊บก็ไปปั๊บยังกับจะหนีขโมย ...ผมก็เลยได้ไปปายด้วยประการะฉะนี้แล


เกริ่นเรื่องมายาว แต่ไม่เป็นไร เขียนกันเอง อ่านกันเอง แต่ทิดบัติ มันคงตะหงิดๆ ว่าเมื่อไหร่ลิเกจะลงโรงซะที ...เอ็งเข้าดักแด้ต่อไป
อีกซักระยะนึงค่อยถอดปลอกนะน้อง สงสัยถอดรูปคราวนี้ตัวขาวแน่ ๆ ...


คุยประสบการณ์เรื่อง ทำนา ทำไร่ ทำสวนนี่ สนุกครับ เล่าจนตายก็ไม่หมดเรื่องเล่า ....ให้ผมคุยแบบเป็นวิชาการผมคงคุยไม่ได้
แต่ถ้าคุยจากประสบการณ์แบบชาวบ้านๆ พอได้ เพราะมันเคยทำ เคยเห็น เคยทดลอง ถ้านอกเหนือจากที่รู้ ก็ตอบไม่ได้เหมือนกัน ....



ว่าด้วยการหยอดเมล็ดข้าวด้วยเครื่องหยอดเมล็ด (Drum Seeder)

ชุดแรกนี่เป็นเครื่องหยอดเมล็ดข้าวของอินเดีย ....
ดูรูปพร้อมคำอธิบายกันเลย




รูปที่ 1, 2, 3 โอ๊ อีนี่ ที่ อินเดียและบังคลาเทศเค้าใช้เครื่องหยอดเมล็ดข้าวแบบนี้กันมานานมากแล้วนะนายจ๋า พี่ไทยไปตกขอบอยู่
ที่ไหนมา เพิ่งจะมาฮือฮา เครื่องหยอดเมล็ดข้าวของอินเดียรุ่นนี้เป็นรุ่นล่าสุด ซึ่งปรับปรุงและพัฒนาจากรุ่นต้นแบบแล้ว ทำให้เมล็ดข้าว
ที่หยอดสม่ำเสมอกว่า ผลจากการทดสอบแล้วกับข้าวไทย หอมปทุมฯเมื่อ (30 กย. 54) ในเงื่อนไขที่ ดูความยาวของเมล็ดข้าว
ปรับความกว้างของรูปล่อยเมล็ดต่ออัตราการร่วงในการหยอด ผลออกมาเป็นที่พอใจมาก ประหยัดจนเหลือเชื่อ บอกได้เลยว่า คุ้มมากๆ
แค่ต้นทุนค่าพันธุ์ข้าว ก็ประหยัดไปแล้วประมาณ 625 บาท/ไร่ (คนที่ให้ข้อมูลนี้ บอกว่า) เค้าทำ 9 ไร่ แค่หน้า(ฤดู) เดียวก็คุ้มเกิน
ราคาแล้วครับ ยังไม่นับหากไปรับจ้างลากอีก พูดคำเดียวว่า เวิร์คมาก ๆ ครับ





รูปที่ 4 กระบอกใส่ข้าว ชุดหนึ่งมีกระบอกใส่ข้าว 4 ลูก ตัวกระบอกมีเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 ซม (ยาวเท่าไหร่ไม่บอก) รูเมล็ดหล่น 9 มิล
มีรูข้างละ 14 รู มีจุก (สีเหลือง) ปิดเพื่อให้หยอดข้าวได้ข้างละ 7 รู ความยาวของก้านที่สวมกระบอกยาว 2 เมตร ครับ






รูปที่ 5, 6, 7 การประกอบ การขนส่งง่าย เบาแรง ใช้มอเตอร์ไซด์ติดรถพ่วงข้าง บรรทุกอุปกรณ์และกระสอบข้าวที่แช่พร้อมหยอด
คนเดียวทำได้สบาย






รูปที่ 8 แช่เมล็ดพันธุ์ ในน้ำ (+กลูโคส + ไคโตซาน) 1 คืน พอรากแพลมๆ เป็นตุ่มออกมาก็ใช้ได้แล้ว (ใช้เครื่องทำอ๊อกซีเย่นตู้ปลา
ช่วยตามที่ลุงคิมเคยพูด จะช่วยให้เปอร์เซ็นการงอกดีขึ้น - คลิกดูภาพขยายเมล็ดข้าวนะนายจะเห็นชัดขึ้น) ถ้ารากยาวเกินไป ใส่
กระบอกได้ แต่หยอดไม่ออกเพราะรากติดรู อีนี่ต้องเอาไปหว่านแล้วละนายจ๋า






รูปที่ 9 เตรียมเมล็ดพันธุ์ที่แช่แล้ว เพื่อกรอกใส่กระบอก แต่ละกระบอกใส่แค่ไม่เกิน 2/3 กระบอก ถ้าใส่มากกว่านี้ ได้มั๊ย ตอบว่า
ได้ แต่เมล็ดจะไม่หล่นลงมานะนาย






รูปที่ 10, 11, 12 ลากคนเดียว ลากไปเรื่อยๆ ใจเย็นๆ สบายๆ ๆๆ เดี๋ยวก็เสร็จ ความพยายามอยู่ที่นี่ ความสำเร็จอยู่ที่โน่น
แฮ่กๆ ๆๆ ลิ้นห้อย







รูปที่ 13 ฮ๊อย เหนื่อยว่ะ เอ็งลงไปช่วยเปลี่ยนข้าบ้างซีวะ คนเดียวลากเหนื่อยเหมือนกันนะว๊อย นายัยเฉิ่ม 25 ไร่ ลากกันลิ้นห้อยละ
ยัยเฉิ่ม เอ๊ย ยยยย !!!!!!!!!! ....มีเครื่องเดียว จ้างเค้าลากวันละ 8 ไร่ 3 วันน่าจะเสร็จ






รูปที่ 14 มันต้องเอาแบบพี่บัง ที่อินเดีย / บังคลาเทศ เค้าลากครั้งเดียวพร้อมๆ กันใช้ 3 เครื่อง ลาก 3 คน นา 25 ไร่ ลากกันไป
คุยกันไป ลากวันเดียวก็เสร็จ 3 เครื่องแค่ 15,000 ราคาเท่ากับข้าวเกวียนเดียวเอง ลงทุนปีเดียวเกินคุ้ม






รูปที่ 15 โอ้ นาร๊าย นาราย อีนี่ ถ้ามีกำลังใจแบบนี้ สมช. ชาวนาสีสันชีวิตไทย ว่ายังไงครับ มีหวัง ลากกันจนหมดแรงคานาเลยก็
แล้วกัน ใครว่าแขกดำ ขอเถียงขาดใจเลยซีเอ้า เอ๊ ! เป็นรายการสีสันชีวิตไทย หรือสีสันชีวิตแขกกันแน่หว่า ..มันเป็นชีวิตที่มี
สีสัน มันก็ต้องมีที่ดูแล้วสบายตามั่งละลุง ขืนเอาแต่อ่านอย่างเดียวเครียดตาย



ทีนี้ จากที่ผมฟังเค้าคุยกัน...ว่า (สมมุติตัวละคร)
(ทิดมั่ง) จากการทดลอง พบปัญหาดังนี้ (จะได้ช่วยกันพัฒนาต่อครับ)

1. แกนเหล็กกลางที่ใส่กระบอกใช้ลาก เป็นเหล็ก 3 ท่อน เอามาต่อกันแล้วใช้เพียงน๊อตยึดให้ติดกัน ปัญหาคือ แกนจะอ่อนโย้เย้ได้
วิธีแก้ปัญหาคือ ถ้าเชื่อมให้ติดกันหรือ ถ้าเปลี่ยนเป็นเหล็กยาวท่อนเดียวจะแข็งแรงดีขึ้น (คุณว่ามั๊ย – คำพูดลุงคิมชอบพูดครับ)

2. สำหรับนาหล่ม (มาก) ล้อจะจมดินมากหน่อย ทำให้กระบอกใส่ข้าวติดดินหรือติดเลนหรือน้ำ เพราะภาคกลางจะเป็นดินเหนียว
และต้องทำเทือกก่อนหว่าน เมื่อเปียกน้ำแล้วข้าวที่อยู่ในกระบอกจะไม่ค่อยหล่นเพราะรูเปียกน้ำเปื้อนโคลน (คือดินไปอุดรู ว่างั้น)
วิธีแก้คือ ทำล้อให้สูง (กว้าง) กว่าเดิมในพื้นที่นาหล่ม หรือปล่อยทิ้งให้เทือกแห้งอีกหน่อย น่าจะแก้ปัญหาได้

3. การลาก ในนาหล่ม จะต้องใช้กำลังมาก ผมลองทำเองแล้ว ตะคริวกินเลยครับ ที่คิดไว้คือ ใช้รถไถนาเดินตามลากแทน โดยดัด
แปลงเอาเครื่องหยอดติดพ่วงด้านหลัง แต่ไม่ค่อยสดวกเท่าที่ควร

4. การผลิตในเชิงการค้า ดูแล้วโรงงานพลาสติกขึ้นรูปบ้านเราน่าจะทำได้ แต่ปัญหาคือ ขณะนี้ยังมีคนใช้จำนวนน้อย ไม่คุ้มค่า
การทำแบบ แต่ต่อๆ ไป ถ้ามีคนใช้มากขึ้น ต้องมีคนผลิตออกมาขายแน่ๆ ไม่ต้องไปหวัง ดร.วิศวเกษตรกรรมมาออกแบบให้ร๊อก
ฃตอนนี้ ช่วยตัวเองไปก่อนเถอะ ข้อดีของเครื่องนี้ก็คือ ประหยัดข้าวปลูก ใช้เพียงประมาณไม่เกิน 5-8 กิโลกรัมต่อไร่ จากเดิมที่
ทำนาหว่าน ใช้ไร่ละ 2 ถังครึ่ง ถึง 3 ถัง (25 – 30 กก.) ต่อไร่




(ทิดมี) ผมมีข้อคิดเห็นเพิ่มเติมดังนี้ครับ

1. เห็นด้วยสำหรับการเพิ่มความแข็งแรงของแกนเหล็ก การที่ผู้ผลิตอินเดีย (หรือเวียตนาม) ทำเป็น 3 ท่อน ก็เพื่อความสะดวก
ในการขนส่ง เพราะต้องแพ๊คใส่กล่อง

2. สำหรับนาหล่ม เนื่องจากดินเป็นเลนโคลนลึก มีคนออกแบบเปลี่ยนจาก "ล้อ" เป็น "ขาสกี" แต่มาคิดอีกที ถ้าแปลงนาเป็น
ฃโคลนลึกจริง ๆ สภาพอย่างนี้ไม่น่าจะเหมาะกับเมล็ดข้าวงอก เพราะบางส่วนจะจม ไม่เติบโตต่อ จะหลงเหลือที่งอกเพียงบางส่วน
เท่านั้น หากเรากลับมาเริ่มต้นคิดจากการสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมกับต้นข้าว เราน่าจะปรับแปลงนาให้เป็นเลนไม่ลึกนัก
โดยการระบายน้ำออก ปล่อยให้หน้าดินเซตตัว แต่ระวังอย่าให้แห้งเกิน แห้งกว่านาหว่านซักหน่อย เมื่อเราหยอดเมล็ดข้าวงอก
ลงไป ก็พร้อมที่จะเจริญเติบโตต่อได้ทันที (สำหรับการแก้ปัญหาระยะยาวสำหรับนาหล่ม ลองใช้เทคนิคเปียกสลับแห้งดูนะครับ)

3. ทีนี้ การแก้ไขล้อให้สูงหรือกว้างขึ้น จะมีผลต่อระยะห่างระหว่างต้นข้าวให้กว้างขึ้น ต้องคำนวณในเรื่องนี้ด้วยนะครับ ปัจจุบัน
ล้อที่ใช้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 55 ซม. (ล้อหมุน 1 รอบจะเคลื่อนที่ได้ระยะทางประมาณ 175 ซม.)
- รูห่าง 7 รูต่อรอบ จะได้ระยะห่าง 25 ซม.
- รูถี่ 14 รูต่อรอบ จะได้ระยะห่าง 12.5 ซม.

ข้อควรระวังคือ สำหรับคนที่ชอบใช้ยากำจัดวัชพืชในการคุมหญ้า จะทำให้ข้าวเกิดอาการใบไหม้และชะงักการโต


(ทิดศรี) ปัญหาอีกอย่างหนึ่ง หากมีน้ำในนา เวลาดินปนน้ำโคลนตกลงมาโดนกงล้อของเครื่องลาก ก็จะกระเซ็นมา
โดนรูข้าวออกทำให้บางทีก็เป็นสิ่งกีดขวางทางเข้าออก ทำให้ข้าวออกไม่สะดวก
การแก้ไข

1. สังเกตว่าถ้าเราไขน้ำออกให้เหลือน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย แล้วปล่อยให้หน้าดินแห้ง ก็จะลดปัญหาได้

2. ต้องลากด้วยความเร็วที่สม่ำเสมอ ไม่เร็วหรือกระชาก เพราะว่า ผมอ่านจากผลการทดสอบของ มหาวิทยาลัย ทมิฬนาดูล
ที่อินเดีย(ชื่อน่ากลัวจังว่ะ) การลากเร็ว หรือลากช้า ด้วยแรงคน จะมีผลต่ออัตราเมล็ดข้าวที่ใช้ต่อไร่น้อยมาก

ดังนั้น ทำเทือกแล้วปล่อยน้ำให้แห้งมากหน่อย แห้งกว่านาหว่าน ไม่อย่างนั้นจะควบคุมคุณภาพการหล่นของเมล็ดข้าวได้ยาก ตมที่
ติดกับล้อแล้วหล่นลงมาทำให้แถวไม่เป็นระเบียบ ในแนวที่ติดกับล้อ

(ทิดสุข) ผมขอสรุป ความเห็นและคำแนะนำสำหรับผู้ใช้และผู้ที่ทำเครื่องหยอดแถวข้าวงอก ดังนี้ครับ
จากการทดลองกันแล้ว

- การเตรียมดินสำหรับเครื่องหยอด ไม่ควรให้เป็นเลนโคลนลึกเกิน 5 นิ้ว และควรระบายน้ำออก ปล่อยทิ้งไว้จนเกือบแห้ง (อาจจะ
ต่างจากการทำนาหว่านน้ำตมปกติเล็กน้อย) เพื่อให้การลากไม่กินแรงหนักเกินไป และถ้าเลนโคลนลึกเกินไป น้ำโคลนอาจจะสัมผัส
หรือกระเด็นถูกรูหยอด ทำให้เมล็ดข้าวไม่ค่อยออก(จากรู) นอกจากนี้ ถ้าเลนโคลนลึก เมล็ดข้าวบางส่วนอาจจมโคลนเน่าตาย
ไม่งอกต่อ

- บางคนมีแนวคิดขยายล้อให้กว้างหรือสูงขึ้น เผื่อใช้กับนาที่เป็นเลนโคลนลึก แต่อาจส่งผลดังนี้

ถ้ารูหยอดอยู่สูงกว่าพื้นดินมาก เมล็ดข้าวจะตกกระจายมากขึ้น จะกลายเป็นลักษณะนาหว่าน คือแถวจะไม่คมและระยะ
หยอดจะไม่ได้ตามที่คิดไว้ อาจเป็นปัญหากับผู้ที่จะใช้งานร่วมกับเครื่องพรวนหญ้า (Rotary Weeder) ต่อไป

สำหรับเครื่องพรวนหญ้าที่ใช้กับนาดำ หรือนาหยอด ผมขอเอาไว้พูดในหัวข้อต่อไปนะครับ

ทีนี้ เทคนิคการเตรียมดินสำหรับนาที่จะใช้เครื่องหยอดแถวข้าวงอก (Rice Drum Seeder)จากประสบการณ์ของผู้ใช้เครื่อง
หยอดเมล็ดอีกกลุ่มหนึ่ง …ท่านว่า

รอบเเรก ลากผานพรวน 6 x 20 นิ้ว ดินเเห้ง ลึก 4 นิ้ว ตากดินให้เเห้ง เอาน้ำเข้า ใส่จุลินทรีย์ ทิ้งไว้สัก 5 วัน ลงโรตารี่จอบหมุน
เอารอบเร็วสุด ดินจะเป็นเลนในรอบเดียวเลย จากนี้ใช้ ท่อเหล็ก 2 นิ้ว ยาว 3.5 เมตร ติดท้ายโรตารี ลากอีกรอบ ให้เรียบ ก็เป็น
ใช้ได้...

การเตรียมดินเป็นโคลนลึก ไม่เป็นผลดีต่อเมล็ดข้าวงอก เพราะบางส่วนจะจมโคลนตาย ไม่ค่อยงอก และการลากจะหนักแรงมาก
และมีโอกาสที่น้ำโคลนจะสัมผัสกับรูกระบอกข้าว ทำให้เมล็ดข้าวไม่ค่อยออก(จากรู)

มีคนถามว่า ขอทราบอัตราเมล็ดพันธุ์ข้าวที่ใช้ไร่ละกี่กิโลกรัม ผมกำลังจะหยอดแต่กะอัตราเมล็ดพันธุ์ไม่ถูก

ตอบ เครื่องหยอดแถวข้าวงอกของเวียดนาม ขนาดรูหยอดโต 0.8 มม. ของอินเดีย รูโต 0.9 มม.ใช้อัตราเมล็ด
พันธุ์ดังนี้ครับ ถ้าใช้รูถี่ 10 กก/ไร่ ถ้าใช้รูห่าง 6 กก./ไร่

ทั้งนี้ ขึ้นอยู่กับความยาวของเมล็ดพันธุ์ข้าวและความยาวรากของข้าวงอกจากการบ่มด้วย

ขั้นตอนการเตรียมดินจึงมีความสำคัญมาก อย่าให้เป็นเลนลึกเกิน 5 นิ้ว (ทำเทือกแล้ว อาจต้องพักไว้ 4-5 วัน ให้ดินเซ็ทตัวครับ)
และระบายน้ำออกให้มากที่สุด พยายามอย่าให้มีบริเวณน้ำขัง เพราะ การหยอดเมล็ดลงที่ที่มีน้ำ เมล็ดจะเคลื่อนตำแหน่งทำ
ให้แถวเบี้ยวได้ครับ

ถาม ผมยังสงสัยอยู่ว่า...ถ้าเราหยอดจะมีการจำกัดหญ้าไม่ให้ขึ้นก่อนข้าวยังไงครับ แล้วอีกอย่างจะทำอย่างไร
ไม่ให้เมล็ดข้าวเคลื่อนย้ายหรือกระจัดกระจายไปไหน

ตอบ เรื่องหญ้าเกิดแซงข้าวใช้วิธี ตัดหญ้าตามร่อง จึงเป็นที่มาของการหยอดเป็นแถวเพื่อให้การจัดการหญ้าที่เรียบง่าย
แต่ถ้าเราหว่านก็จะไม่เป็นแถวยากต่อการจัดการหญ้า นาดำหรือนาหยอด ถ้าใช้เครื่องกำจัดหญ้า (Rotary Weeder) จะได้ผลดี

ถาม ทำอย่างไรไม่ให้ข้าวกระจายหลังหยอดเมล็ด เพราะเมื่อเวลาเราหยอดเมล็ดแล้วข้าวจะอยู่บนพื้นนา มีโอกาส
ที่จะถูกนกกิน หรือเมื่อเวลาปล่อยน้ำเข้าแปลงนาจะกระจัดกระจายได้

ตอบ เราจำเป็นต้องทำพื้นนาให้มีความชื้นอยู่จนกว่าข้าวจะกลายเป็นต้นกล้าขึ้นมา เมื่อข้าวเป็นกล้าแล้ว รากก็จะ
ยึดกับพื้นนาได้ หลังจากนั้นก็เติมน้ำเข้านาได้แล้ว (ที่สำคัญคือการทำพื้นนาให้มีความชื้นในระหว่างเป็นกล้า นั้นก็หมายความว่า
ต้องมีความชื้นอยู่ประมาณ สิบ- สิบห้าวัน)

อีกอย่างหนึ่ง ข้าวงอกที่หยอดในวันสองวันก็จะมีรากงอกออกมาแล้ว รากเมล็ดข้าวก็เจาะลงพื้นดินได้และจะยืดไม่ให้ลอยไปตาม
น้ำได้ โดยปกติก็จะรอให้ข้าวงอกเป็นต้นก่อนจึงค่อยปล่อยน้ำเข้า เหมือนนาหว่านน้ำตมครับ เรื่องนี้ต้องระวังก่อนหว่านต้องสังเกต
ว่ามีเค้าฝนฟ้าจะตกไหม เพราะหากหว่านแล้วฝนตกเมล็ดข้าวอาจโดนฝนชะไปกับน้ำได้เหมือนก้น


อยากให้ชาวนาขายข้าวได้ราคาข้าวดี ข้าวสารโลละ 35 บาท เทียบกับกาแฟสด แก้วละ 35-50 บาท ดูดพรวดเดียวหมด ข้าว
ไม่แพงหรอกครับ ผมว่า ซื้อ 1 กิโล กินได้ตั้งหลายวัน กินกันทั้งบ้านด้วย

ข้าวเป็นอาหาร เป็นความมั่นคง ข้าวเป็นสินค้าของคนจน ส่วนใหญ่ของประเทศ ถ้า บริษัทยักษ์ใหญ่ผลิตข้าวเอง ข้าวคงไม่ถูก
แบบนี้แน่ ๆ ผมว่า ขนาดน้ำเปล่าแค่เอามาบรรจุขวดยังขวดละตั้ง 7 บาทแน่ะ

ถามอีกที อยากทราบระยะห่างของแต่ละแถว และ ระยะห่างของแต่ละกอในแถวเดียวกัน ของต้นข้าวที่เหมาะสม
ที่สุดครับ

ตอบ ดินดี 25 x 25 ซม.เลยครับ ดินดีน้อย 20 x 20 ซม. ผลผลิตและการเจริญเติบ จะบอกคุณเองตอนเก็บ
เกี่ยวครับ สภาพแต่ละท้องที่ แตกต่างกัน และธรรมชาติที่เราเข้าใจว่าดี คือเราคิดไปเอง


ข้อแย้ง
- นาหยอดน่าจะมีค่าแรงหยอดด้วยนะครับ
- การคิดต้นทุน น่าจะมีค่าเมล็ดพันธุ์ข้าวปลูกด้วย
- เนื่องจากพื้นที่นาหยอดมากกว่าจึงทำให้ตัวเลขต่อตารางเมตรได้เปรียบ
- มีต้นทุนเรื่องค่าน้ำมันเครื่องสูบน้ำด้วยหรือเปล่าครับ

ผมเห็นตัวเลขนาดำเครื่อง ก็แปลกใจเหมือนกันสำหรับผลผลิตที่น้อยไปหน่อย แต่ถ้าให้ผลผลิตเท่ากับนาหยอด ต้นทุนนาหยอด
ก็ยังน้อยกว่าอยู่ดี

ตอบ
ทำนาหยอดแถว สามารถประหยัดต้นทุนหลัก ๆ ในส่วนของ เมล็ดพันธุ์ การเตรียมกล้า ค่าดำนา หรือค่าโยน ประมาณ 1,200 -
1,400 บาท/ไร่ ถ้าประมาณผลผลิตที่ 550 – 600 กก./ไร่

ดังนั้น ประหยัดหรือลดต้นทุนได้ 2.18 - 2.54 บาท/กก.

สอบถามคนที่ทำจริง มันก็มีปัญหาเหมือนกันไม่ทราบว่า ใครที่ทำอยู่เจอปัญหาไหมครับ

- พี่คนหนึ่งบอกว่า ผลผลิตเมื่อเทียบกับนาหว่านมือ ผลผลิตจะลดลง กว่าครึ่ง คงเป็นเพราะหญ้าขึ้นตามร่อง

พื้นที่การปลูกลดลง(จากที่เคยหว่านเต็มพื้นที่ แต่กลับเหลือเพียงเป็นแถวๆ) ย่อมทำให้ผลผลิตลดลงบ้าง และอาจจะมีผลด้านการ
แตกกอด้วยน่ะครับ ส่วนหญ้าระหว่างร่องได้มีการคิดค้นเครื่องกำจัดหญ้าหรือลูกทุบแบบคนลากมาช่วยแล้วครับ แต่ถ้าทำนาเป็น
ร้อยไร่นี่ ลำบากครับ เพราะใช้แรงคนครับ

- เมล็ดข้าวลงไม่สม่ำเสมอ แต่คงแก้ไขได้
- เขาบอกตอนลากเครื่องมันจะเหนื่อยมาก (หนัก) ….(ลุงคิมเคยบอก ใช้เครื่องทุ่นแรงซีน้อง)

เห็นมีบางรุ่นมีการพัฒนาด้วยการติดสกี หรือลูกลอยเพื่อให้เครื่องลากลอยตัวบนโคลน จะได้ช่วยผ่อนแรงน่ะครับ และเห็นมี
การออกแบบติดตั้งไว้กับรถไถแบบนั่งขับ แต่คงลำบากตอนเติมเมล็ดข้าวน่ะครับ ก็เลยตัดสินใจไม่ถูก คงต้องหาข้อมูลมากกว่านี้


ผมก็จบการพรรณนาเรื่องการใช้เครื่องหยอดเมล็ดข้าวของอินเดีย เพียงแค่นี้...ขาดตกบกพร่อง ผิดพลาดประการใด ขออภัย เพราะ
ผมคัดลอกเค้ามา ผมยังไม่เคยทำนาหยอด นาดำก็ไม่เคย เคยแต่ทำนาจิ้ม คือหลานมันเอาข้าวไร่มาเล่นเกลื่อน ผมกวาดทิ้งลง
ดิน มันงอก ก็จับจิ้ม ๆ ดูให้ระยะมันห่างแบบดำนา รดน้ำบ่อย ๆ มันก็โตแตกกอ ออกรวงมีเมล็ด..แต่ขอโทษ โดนนกตัวเล็ก ๆ
ที่ร้อง ปรี๊ด ๆๆๆ(นกหวีดของลุงคิม)กินหมดแล้ว เออ ช่างมัน รู้ว่าข้าวดอยปลูกที่นครปฐมได้ มีรวง มีเมล็ดพอใจแล้ว . ตอนต่อไป
ก็จะเป็นการทดลองเครื่องของเวียต นาม แล้วก็ตามด้วยของไทย ๆ ตามลำดับ สวัสดี ขอบคุณครับลุง


ข้อมูลเพิ่มเติม : เครื่องหยอดเมล็ดของอินเดีย
รหัสสินค้า : 150077
ชื่อสินค้า : เครื่องหยอดข้าวงอกนาน้ำตม
ประเภท : เครื่องจักรกลเกษตร
หมวด : เครื่องโรยข้าว (Sprinkler Rice)
ราคา : 5,000.00


สนใจติดต่อ คุณสวนสราดา
โทร. (081) 526-7204, (081) 682-1204

http://www.nanagarden.com/เครื่องหยอดข้าวงอกนาน้ำตม-150077-4.htm

http://www.nanagarden.com/เครื่องหยอดข้าว_drum_seeder_direct_paddy_seeder_เครื่องลากหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าว^1-


มีต่อภาค 2 เครื่องหยอดเมล็ดข้าวของเวียตนาม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
cherm
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 17/11/2011
ตอบ: 193

ตอบตอบ: 31/07/2012 3:08 pm    ชื่อกระทู้: รอ อ่านค่ะ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีค่ะ ลุงคิม

สวัสดีค่ะ ทิดแดง ทิดบัติ และ สมช.ทุกท่าน



อ่านแล้วเหมือนฟ้าประทาน แต่ทิดลงช้าไปนิดหนึ่ง ยัยเฉิ่ม ทำการทดลองหยอดไปแล้ว 1 ไร่ นาพี่ชาย รู้สึกขายหน้าสุดๆ
ไม่ประสบความสำเร็จ ถอยทับกลับบ้าน พร้อมกับคำพูดหนาหู มันทำอะไรของมันวะ


ถ่ายรูปไว้ ยังไม่ได้เอาลงให้ดู เกิดปัญหาแบบทิดว่าทุกอย่าง
1. ขี้เลนลึก ลากลำบาก
2. ต้องให้หน้าดินแห้งซะหน่อย ไม่งั้นเวลาหยอด น้ำกระเด็น โดนรูหยอด ข้าวไม่ลง
3. ล้อเตี้ย น้ำกระเซ็นโดนข้าวก็ไม่ร่วง


กำลังคิดว่าจะแก้ปัญหายังไรดี ทิดลงข้อมูล เหมือนฟ้าประทาน ขอบคูณค่ะ
รออ่าน ตอนต่อไปนะคะ



ยัยเฉิ่ม จะเป็นชาวนา


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1031

ตอบตอบ: 31/07/2012 5:48 pm    ชื่อกระทู้: การทำนาด้วยเครื่องหยอดเมล็ด ...ตอนที่ 2 เครื่องหยอด เวียตนาม ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม สวัสดียัยเฉิ่ม และเพื่อน สมช. ทุกท่าน





ก่อนที่จะต่อเรื่องเครื่องหยอดเมล็ดข้าวของเวียตนาม ขออนุญาตตอบกระทู้ของ ยัยเฉิ่มก่อน


ขอให้ยัยเฉิ่ม คลิกที่รูปที่ 8, 11, 12, 13, 14 ในชุดเครื่องหยอดเมล็ดข้าวของอินเดีย เพื่อขยายภาพให้ใหญ่ขึ้น จะได้ดูรูปชัดๆ
รูปที่ 8 ให้ดูว่าเค้าแช่ข้าวเพื่อนำมาหยอด มันงอกรากยาวแค่ไหน จะเห็นว่า รากมันยาวแค่โผล่แพลม ๆ นิดเดียว


รูปที่ 11, 12, 13, 14 ให้ดูว่าล้อที่จมดิน มันจมลงแค่ไหน คิดว่าประมาณแค่ตาตุ่ม ดินทางอีสานกับเชียงรายเป็นดินปนทราย
เทือกจะไม่ลึกนัก


ทางแก้ของยัยเฉิ่ม คือ ปล่อยเทือกให้หน้าดินแห้งเหมือนว่าเราหว่านข้าวไปแล้ว 4 - 5 วัน ดินเริ่มแตกระแหง แล้วลองหยอดดูใหม่
ถ้ายังมีปัญหา สงสัยต้องถอดล้อไปร้านเชื่อม ให้เค้าเอาเหล็กฉากขนาดกว้าง 2 ถึง 3 นิ้ว อ๊อกติดวงล้อรอบนอกเป็นซี่แบบล้อรถไถ
ซีหนึ่งยาวประมาณ 6 นิ้ว ติดกี่อัน กะไม่ถูก คิดว่าถ้าติดซี่แล้วน่าจะแก้ปัญหาล้อจมเลนได้ระดับหนึ่ง


ระยะนี้เน๊ตค่อนข้างมีปัญหา หลุดบ่อยจัง ....อยากดูรูปขยายใหญ่ คลิกที่รูป รูปขึ้นมาแล้วมันจะมีโฆษณา คลิกที่ตัว X ออกไป....
ดูรูปเสร็จก็คลิก X ตรงมุมขวาข้างบน .




ทีนี้ก็มาดูเครื่องหยอดเมล็ดข้าวของเวียตนามกัน

ตอนที่สอง เป็นเครื่องหยอดเมล็ดข้าวของเวียตนาม ชุดละ 5,000 เหมือนกับของอินเดีย




รูปที่ 1 เมื่อปี 53 มีคนซื้อมาจากเวียงจันท์ราคา 1,500 บาท ค่าขนส่งมาถึงกรุงเทพ 400 บาท ทดลองใช้ครั้งเดียวในที่นา
แถววัชชรพล มิถุนาปี 54 แต่ไม่มีข้อมูลว่าใช้แล้วผลดี ผลเสีย ผลได้ เป็นอย่างไร





รูปที่ 2, 3 มีคู่มือบอกวิธีการใช้ (เป็นภาษาอังกฤษ) มาให้ด้วย ...ลองขยายภาพดูนะครับ พยายามอ่านคู่มือวิธีการใช้ให้เข้าใจด้วย





รูปที่ 4, อุปกรณ์ที่ให้มาในกล่อง





รูปที่ 5 ประกอบเสร็จแล้วมีรูปร่างหน้าตาแบบนี้ ปรับระยะถี่ – ห่าง ได้ ตัวฝาปิดมีสามเหลี่ยมดันข้าวออกข้างให้ข้าวออกทางรู
ต้นแบบของ IRRI ตามที่บอกในรูปที่ 1 ผลิตที่เวียตนาม ซื้อที่เวียงจันทร์





รูปที่ 6 เป็นรุ่นพัฒนาใหม่ ออกจำหน่ายในปัจจุบัน





รูปที่ 7 กระบอกใส่ข้าว พัฒนาดีขึ้น หยอดข้าวได้กว้าง 20 และ 25 ซม.





รูปที่ 8 ช่องใส่ข้าว ใต้บริเวณตรงฝาปิดมีรางรูปสามเหลี่ยม เพื่อเวลากลิ้งจะดันข้าวให้ไปอยู่ทางช่องหยอด





รูปที่ 9 ประกอบแล้วเด็กสามารถลากได้(บนพื้นนะครับ)เพื่อจะบอกว่า เบาแรง เด็กก็ลากได้ การใช้งาน แช่ข้าวปลูกแบบนาหว่าน
เทใส่กระบอกสีฟ้า แล้วเดินลากไป เวลาลากกระบอกใส่ข้าวก็หมุนตามแกนล้อ ข้าวก็หล่นมาตามรูที่อยู่ดานข้างกระบอก ปรับเลื่อน
วงพลาสติกสีขาวด้านข้างเพื่อปรับระยะห่างของแถว การดูแลข้าวเหมือนนาหว่าน ข้าวได้ระยะเหมือนนาดำ ประหยัดพันธุ์ข้าวกว่านาหว่าน





รูปที่ 10 การนำชุดหยอดเมล็ดหลายชุดมาต่อกันเพื่อให้หยอดได้ครั้งละมากแถวขึ้น แต่ใช้คนลากจะลากไม่ไหว เพราะแถวยาว
เกินกำลังคนลาก





รูปที่ 11, 12, 13 การลากเพื่อหยอดเมล็ดข้าว ก็จะเหมือนชุดของอินเดีย ให้สังเกตความแห้งของหน้าดิน(เทือก)






ลุงคิมเคยกล่าวถึงสาวเวียตนามในกระทู้ ปุ๋ยปลาหมัก รูปที่ 14 กองเชียร์บอลล์สาวเวียตนาม

รูปที่ 15 ไม่แน่ใจว่าจะใช่สาวเวียตนามหรือเปล่า รูปนี้ไม่ใช่กองเชียร์บอลล์ แต่เป็นเอาบอลล์มาให้เชียร์



เครื่องหยอดเมล็ดข้าวของเวียตนามมีคนใช้แยะทางภาคอีสานและภาคเหนือตอนล่าง แต่ไม่มีข้อมูลว่าใช้แล้วผลเป็นอย่างไร

ต่อไปคงเป็นเครื่องหยอดเมล็ดขอใทยที่ต่างคนต่างทำ ขอแค่นี้ก่อนแล้วกันนะครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1031

ตอบตอบ: 01/08/2012 12:22 am    ชื่อกระทู้: เครื่องหยอดเมล็ดข้าวชนิดลาก แบบไทย ไทย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม สวัสดียัยเฉิ่ม ทิดบัติ และ สมช.สีสันชีวิตไทยทุกท่าน

ถามลุงคิมครับว่า ....ตอนเกณฑ์ทหาร มีน้อง ๆ พวกนี้ ถูกคัดเลือกเข้าไปบ้างหรือเปล่าครับ







ว่าด้วยการทำนาข้าวแบบหยอดเมล็ด ตอนที่ 3



สองรูปนี้คือ กำเนิดของชีวิต อันหนึ่งคือ เมล็ดข้าวกล้องงอก อีกอันหนึ่งคือ จุดกำเนิดของมนุษยชาติ





ตอนที่สาม เป็นเครื่องหยอดเมล็ดข้าวของไทย ....มีหลากหลาย

ผมรวบรวมมาได้เท่าที่ มีข้อมูล ...อ่านแล้วท่านใดมีความคิดเห็นอย่างไร แสดงออกมาเลยครับ ร่วมด้วยช่วยกันพัฒนา เครื่องมือเกษตร
ของไทยให้ก้าวไกล ก่อนไม่มีทางให้ก้าวเดิน


จากการฟังการเสวนาของคนที่ทำเครื่องหยอดเมล็ดข้าวใช้เอง


รูปที่ 1, 2 จากมูลนิธิเพื่อนช้าง โดยคุณอนันต์ วังช้าง ใช้ที่รองกระถางพลาสติคมาประกบกัน 12 ชุด

O การดำนาโดยเครื่องดำนามีข้อจำกัดเรื่องการนัดหมายผู้รับจ้างดำ ตมเราสวยเขาไม่มาตามนัด แล้วทำได้ทีละ 20 ไร่ ผมทำรุ่น
ละ 100 ไร่ ต่อกัน 4 รุ่นห่างกัน 15 -20 วัน ไม่มีคนรับจ้างได้ในยุคนั้น ทักษะการดำนาของเขาก็ไม่เก่ง เราก็ใหม่ ต่างก็ไม่
เป็น ผมเลยคิดว่าถ้าเราต้องการเป็นแถวเพื่อให้ได้อากาศและแดด น่าจะใช้ข้าวงอกโรยเป็นแถว แล้วประยุกต์เอาระบบ
SRI มาเสริมโดยให้ข้าวหล่นน้อยเมล็ดที่สุด จึงประดิษฐ์โดยใช้ที่รองกระถางพลาสติคมาประกบกัน 12 ชุด ลากครั้งหนึ่งได้
12 แถว แต่เลนติดแก้ไขอยู่ปีกว่า จึงได้ผล ไม่ต่างกับดำนา ผมใช้ 3 ชุด 3 คน หยอดได้วันละ 30 ไร่ แต่มีคนคอยผลัด
ตอนนี้กำลังติดกับรถดำนา โดยเอาหัวดำนาออก

ไม่รู้นักวิชาการข้าวไทยทำอะไรกัน การทำนาด้วยเครื่องหยอดเมล็ด ใช้ข้าวแค่ 3-5 กก. ประหยัดไป 20 กก ถ้าคนไทยได้ใช้
อุปกรณ์ตัวนี้ แค่ 10 ล้านไร่ x 20 กก. = 200 ล้านกกได้ข้าวไปขายอีกมหาศาล


หมายเหตุ : ตามข่าวบอกว่า เครื่องหยอดข้าวใช้งานได้ดี เหมือนดำนา เครื่องรุ่นใหม่ไม่กลัวเลนติดลากเบาแรง แต่ (เจ้าของ)
ยังไม่ได้ถ่ายรูป เพียงแต่บอกว่า ตอนนี้กำลังตีดิน อีก 20วัน จะเริ่มหยอดคงได้ทยอยมาแนะนำ กะว่าจะทำเพิ่มเป็น 6 ชุด จะ
หยอดได้เร็วขึ้น

O ผมอยากซื้อของเวียตนาม หรืออินเดีย เพราะจะเอาลูกล้อมาไส่ของผม แต่บางทีอาจจะผลิตออกรุ่นของผมออกจำหน่าย แต่อาจ
ไม่จดลิขสิทธิ์ เพราะอยากให้ใช้และจำหน่ายกันทั่วแบบบัวรดน้ำหรือถังปูนแล้วมีแบบแปลนงานเหล็กให้ไปจ้างช่างเชื่อมแถวบ้าน
ทำกันเอง ถ้าชาวนาติดใจใช้กันทั่วประเทศ แค่นี้ประเทศเราก็กำไรแล้ว

ใครอยากร่วมกันติดต่อได้นะครับจะได้หลายๆสมอง ผมอยากทำงานชิ้นนี้เพื่อถวายงานในหลวงยิ่งในอนาคตข้าวไฮบริด ราคาพันธุ์ข้าว
น่าจะอยู่แถวๆ กก.ละ150-350 บาท ยิ่งต้องใช้

O ผมศึกษาเรื่องเครื่องหยอดเมล็ดพืชเป็นงานอดิเรกและนำมาประดิษฐ์ใช้ด้วยบางชนิด ถ้าเพื่อนๆสนใจจะทำอะไรลองถามมาทั้ง
dryland seeder และ wetland seeder ,rice weeder , rice seeder , drum seeder เพื่อมีข้อมูลอยู่ก็จะตอบให้หรือ
ร่วมกันศึกษาเพื่อวงการเพาะปลูกของบ้านเรา

O เครื่องโรยข้าวงอก ของคุณ pachi นำมาให้ดูกันผมเองถือว่าสุดยอดนวรรตกรรม เรียบง่าย ได้ผล ราคาถูก ง่ายต่อการเข้าถึง
ซึ่งไอเดียของฟิลิปปินส์ ตรงกับเรา แต่เขาทำได้ก่อนเรา เราเองก็ประดิษฐ์ แต่ช้ากว่าเขา




รูปที่ 3 ของคุณ pachi รุ่นที่ 1 ทำปีเดียวกับเขา (ฟิลิปปินส์)





รูปที่ 4, 5 เป็นรุ่นที่สองของคุณ pachi ทดลองจากวัสดุรอบตัว ประเทศเพื่อนบ้านเขาผลิตออกขายแล้ว ไม่รู้นักวิชาการข้าวไทย
ของกระทรวงทำอะไรกันเห็นบางคนเป็นถึงด็อกเตอร์ มันน่าน้อยใจจริงๆ





รูปที่ 6 รุ่นที่สามของ (คุณ pachi ) รูปนี้เป็นรูปต้นแบบ ทำออกมาแล้วดีกว่าของต่างประเทศ ทดลองใช้แล้วได้ผลดีมาก ทดลอง
จริงแล้ว เบาแรง ลากได้เร็วกว่า 8 ชม. 12 ไร่ ใช้พันธุ์ข้าว 3-5 กก.ต่อไร่ ถ้าใช้รับจ้างหยอดจะดีมาก ลาก 3 - 6 เครื่องพร้อมกัน
และผู้รับจ้างจะมีทักษะในการใช้ ใช้งานได้ดีกว่า ใช้รองกระถางทำครับ ยิงรีเว็ทและใช้กาวตะปูเหลว ฝาใช้จากขวดพลาสติคปาก
กว้าง



O ถาม อยากทราบว่ารูที่ปล่อยเมล็ดข้าว(งอก?)ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเท่าไร กี่หุนหรือกี่มิลลิเมตร ครับ
O ตอบ ที่ผมทำเอง 9mm ครับ ส่วนของ IRRI (อีรี่)มีสองขนาด 9 mm และ 8 mm ครับ หลักการคือวัดความยาวของเมล็ด
ข้าวแล้วใช้เป็นเส้นผ่าศูนย์กลางของรู ถ้าเราลากเร็วจะออกน้อย ลากช้าออกมาก เรากำหนดระยะต้นจากระยะห่างของรูด้วย ถ้าใจ
ถึงให้ออกน้อยที่สุด แล้วโรยข้าวไว้กันเหนียวตรงมุมนาที่น้ำตมกำลังสวย เอาไว้ถอนไปปลูกซ่อมสัก 1-2 กิโล ต่อ 10 ไร่ เวลา
เราซ่อมใช้แค่ต้นเดียว และตรงไหนที่ขึ้นหลายต้นเราก็ถอนมาซ่อมที่แหว่งไปได้อีกครับ





รูปที่ 7, 8 เครื่องหยอดชุดนี้สีสัน จ๊าบมาก ราคาถูก ตามข่าวว่าใช้งานดี ใช้ล้อจักรยานสองล้อ เบาแรง ใช้แม่บ้านลาก (สามียืน
ชี้นิ้ว) สบายไปเลย เห็นหุ่นแล้ว นึกถึง ยัยเฉิ่ม





รูปที่ 9 ใช้ท่อ PVC 8 นิ้วมาตัดเป็นท่อน จะทำแบบปรับระยะห่างได้




บทความดี ๆ เกี่ยวกับการปลูกข้าว

"เส้นทางสายนาดำ...โดย ต้นกล้า

http://www.gotoknow.org/blog/supersup300/toc


การใช้งานเครื่องหยอดแถวเมล็ดข้าวงอก
(Rice Drum Seeder) สำหรับนาน้ำตม


1. เตรียมดินทำเทือก ปรับพื้นที่นาให้สม่ำเสมอ
2. ระบายน้ำส่วนเกินออกจากนา แต่อย่าให้ผิวดินแห้ง
3. เตรียมเมล็ดพันธุ์ข้าวมาเพาะให้งอก อย่าให้รากยาวเกินไป
4. ก่อนการหยอด ให้ผึ่งเมล็ดพันธุ์ที่เพาะงอกแล้วในที่ร่มประมาณ 10-15 นาที เพื่อให้กระจายตัวได้ง่าย
5. เติมเมล็ดพันธุ์ในลูกกลิ้งแต่ละลูกอย่าให้เกิน 2 ใน 3 ของความจุ
6. หยอดข้าวในแปลงนา โดยใช้ความเร็วในการลากสม่ำเสมอ
7. ห้ามปล่อยน้ำเข้าในแปลงนาในช่วง 2-3 วันหลังหยอดข้าว เพื่อให้รากแทงลงดิน
8. ควบคุมระดับน้ำในแปลงนาตามความสูงของต้นข้าว เพื่อควบคุมวัชพืช
9. สามารถใช้เครื่องพรวนหญ้า (Rotary Weeder) เพื่อกำจัดวัชพืชและพรวนดินในร่องนาได้




http://www.knowledgebank.irri.org/factsheetsPDFs/Using_Drum_Seeder.pdf
http://ciifad.cornell.edu/sri/countries/india/AP/InAPDrumSeeder_KVKBalaReddy09.pdf





การปลูกข้าวแบบเป็นแถว (Straight Row
Direct Seeding) โดยใช้เครื่องหยอดแถว
ข้าวงอก (Rice Drum Seeder)



เป็นการนำข้อดีของการทำนาดำและนาหว่านมาใช้ มีประโยชน์และข้อดี ดังนี้
- ลดขั้นตอน ลดต้นทุนการเพาะกล้า ดำนา
- ข้าวไม่ช้ำในขั้นตอนการย้ายกล้า ปักดำ
- ใช้น้ำในการทำนาน้อยกว่านาดำ
- ใช้เมล็ดพันธุ์น้อยกว่านาหว่าน
- ต้นข้าวมีระยะห่างระหว่างต้นเหมือนนาดำเครื่อง
- แตกกอได้มาก ไม่แย่งอาหารกัน ได้รับแสงแดดเต็มที่
- ต้นข้าวไม่แข่งกันสูง โอกาต้นล้มน้อยลง
- จัดการหญ้าวัชพืชได้ง่าย ด้วย เครื่องพรวนดิน/กำจัดหญ้า (Rotary Weeder)
- ลดการใช้ยาฆ่าหญ้า
- แปลงนามีสุขอนามัยที่ดี โปร่ง โล่ง โรคพืช แมลงน้อย
- เดินตรวจแปลงนาได้ง่าย
- ต้นข้าวสม่ำเสมอทั่วแปลงนา เติบโต ออกรวง เมล็ดข้าวสุกสม่ำเสมอพร้อมกัน
- ลดการสูญเสียในขั้นตอนการเก็บเกี่ยว เมื่อเทียบกับนาหว่าน


ถาม : เครื่องกำจัดวัชพืชที่ทำ กว้างเท่าไรครับ
ตอบ : rotary weeder ที่สร้างขึ้นผมให้มันกว้างประมาณ 22 cm ประมาณ 9 นิ้วครับ


เครื่องหยอดที่ผมทำ วงล้อรัศมี 35 cm เคลื่อนที่ครบรอบได้ระยะทาง 220 cm
ผมเจารูไว้แต่ละกระปุก 12 รู (ระยะห่างระหว่างรู
เฉลี่ยประมาณ 18 cm) รูโต 0.9 มิล ครับ



ใครรู้จัก การจัดการน้ำแบบเทคนิคเปียกสลับแห้ง (Alternate
Wetting and Drying : AWD) "ท่อแกล้งข้าว" ใช้วัดระดับ
น้ำในแปลงนา ...




วันนี้พอแค่นี้ก่อนครับ


ยังไง ๆ หนูสู้นะฮ้า สู้เค้าฮ่า อย่าไปยอมแพ้




ยังมีต่อครับ เป็นเครื่องหยอดเมล็ดข้าวจากความคิดของคน
เรียนจบแค่ ประถม 4 ผมคิดว่า ตัวนี้ Work ที่สุด ปรับรูให้ข้าว
ร่วงหล่นได้ 3 - 5 เมล็ด



ขออภัยที่รีบร้อนส่ง กลัวเน็ตหลุดน่ะครับ ....ไม่คุ้มค่าเงินที่จ่ายเล๊ย ตามบิลเก็บเงินบอกว่า ความเร็ว 7 Mb แต่เช็คสปีดแล้ว ไม่ถึง
2 Mb เอาเปรียบกันจังเลย


ผมมีรูปน้องๆ สาวมือสอง เอ๊ย ประเภทสองน่ารักๆ แยะเลย บางครั้งนะครับ ถึงจะโป๊ ก็ดูเพลินกว่า สาวประเภทหนึ่งซะอีก ....



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10565

ตอบตอบ: 01/08/2012 10:34 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

อยากเห็นภาพ CLOSE UP .....

- ภาพรู (ความกว้าง-ความลึก) ที่เมล็ดข้าวออกมาจากกระปุกใส่เมล็ด

- ภาพจำนวนเมล็ดที่หยอดลงพื้นในเนื้อที่ 1 จุด ขนาด 1 ตารางฝ่ามือ ว่ามีกี่เมล็ด
- ภาพระยะห่างระหว่างจุดต่อจุด (ระยะระหว่างกอ) ว่า ห่างกันจุดละเท่าไร ?

- ภาพเปรียบเทียบจุดเมล็ดตกระหว่าง เครื่องหยอดที่รัศมีวงล้อกว้างมาก กับรัศมีวงล้อแคบกว่า
- ภาพเปรียบเทียบจุดเมล็ดตกระหว่าง เครื่องหยอดเดินเร็ว (รถไถเดินตาม) กับเดินช้า (คนลาก)

- ภาพดินเมื่อขี้เทือกลึก "ครึ่งหน้าแข้ง" แล้วล้อเครื่องหยอดจมดินลึกแค่ไหน ?


ในเมื่อเครื่องหยอดสารพัดยี่ห้อ เราไม่ได้ทำเอง ไม่ได้ใช้งานเอง แล้วจะไปหาภาพ CLOSE UP พวกนี้ได้จากที่ไหน (วะ....) ....
รึ ต้อง ก.ทำกับมือ เท่านั้น




.


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 20/03/2013 11:22 am, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10565

ตอบตอบ: 01/08/2012 8:59 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

"เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวนานํ้าตม" ช่วยเกษตรกรลดต้นทุนการปลูกข้าว












งานถนนเทคโนโลยี 2554 ที่จัดโดย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) เมื่อเร็ว ๆ นี้ มีกิจกรรมอีกหนึ่งอย่างในงานก็คือ การจัดประกวด
“นวัตกรรมเพื่อการเกษตร” โดยผลการประกวดครั้งนี้มีผลงานที่น่าสนใจมากมาย

รางวัลชนะเลิศ ก็คือผลงาน “เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวนาน้ำตม” ของ ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก โดย นายวัฒนชัย สุภา ผู้อำนวย
การศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก นายประมาณ แย้มชู นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และ นายประพันธ์ พงษภู่ นาย
ช่างไฟฟ้าชำนาญงาน

นายประมาณ แย้มชู หนึ่งในผู้ประดิษฐ์ นวัตกรรมชิ้นนี้ กล่าวว่า จุดเริ่มต้นของการคิดค้นเครื่องนี้ขึ้นมา เนื่องจากที่ผ่านมาทางศูนย์ฯ ได้รับ
มอบหมายจากกรมการข้าวให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวปีละประมาณ 5,500 ตัน โดยแต่ละปีจะมีความต้องการใช้เมล็ดพันธุ์หลักประมาณ 160
ตัน แต่ก็ประสบปัญหาเมล็ดพันธุ์หลักมีจำนวนไม่เพียงพอกับความต้องการ ทางศูนย์ฯ จึงคิดประดิษฐ์และพัฒนาเครื่องหยอดเมล็ด
พันธุ์ข้าวนาน้ำตม เพื่อเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้เกษตรกรลดอัตราการใช้เมล็ดพันธุ์ โดยที่ไม่มีผลต่อคุณภาพ ปริมาณผลผลิต และยัง
ช่วยลดต้นทุนการผลิตให้เกษตรกรได้

สำหรับโครงสร้างของเครื่อง จะประกอบด้วยต้นฐานรองรับส่วนกลไกหยอดเมล็ดพันธุ์ ใช้วัสดุที่เป็นเหล็กเพื่อรองรับส่วนกลไกหยอด
เมล็ดพันธุ์ ที่ใช้วัสดุเป็นท่อพลาสติกเส้นผ่าศูนย์กลาง 6 นิ้ว นำมาตัดเป็นท่อนยาว 13 ซม. แล้วเจาะเป็นรูครึ่งวงกลมจำนวน 12 รู และ
ส่วนที่ประกอบใช้ สแตนเลสทำเป็นรูปกล่อง โดยท่อนพลาสติกจะหมุนแล้วตักเมล็ดพันธุ์ข้าวจาก กล่องสเตนเลส ลงแปลงปลูก

สำหรับในส่วนขับเคลื่อน ประกอบไปด้วยวงล้อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 110 ซม. มีเพลาติดกับล้อโซ่พร้อมสเตอร์ทำหน้าที่เป็นต้นกำลัง
ให้ส่วนของกลไกการหยอดเมล็ดทำงาน ส่วนการบังคับการทำงานจะใช้วิธีการล็อกแผ่นเหล็กสองแผ่นเข้าหากัน มีสลักบังคับให้ส่วน
กลไกหยอดเมล็ดทำงาน หรือหยุดทำงานได้ โดยสามารถใช้เครื่องนี้ร่วมกับรถไถเดินตาม

นายประมาณ กล่าวต่อว่า ก่อนเครื่องมือจะสำเร็จต้องลองผิดลองถูกทำการวิจัยเป็นเวลา 2-3 ปี และเพิ่งประดิษฐ์สำเร็จและทดลองจน
ได้ผลที่พอใจเมื่อประมาณ 2-3 เดือนที่ผ่านมา โดยใช้งบประมาณในการประดิษฐ์จำนวน 35,000 บาทต่อเครื่อง จากการนำไปทดลอง
ใช้ในแปลงนาทดลองของเกษตรกร ที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พบว่าสามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนได้ประมาณ 1,250 บาทต่อไร่

ทั้งนี้ปัจจุบันเกษตรกรจะมีต้นทุนในการปลูกข้าวเฉลี่ยประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อไร่ และต้องใช้เมล็ดพันธุ์ 25-30 กิโลกรัม
ต่อไร่ แต่เมื่อทดลองใช้เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวนาน้ำตม แล้ว ทำให้ใช้ต้นทุนในการปลูกข้าวเหลือประมาณ 3,000 กว่าบาทต่อไร่
และจะใช้เมล็ดพันธุ์ข้าวเหลือเพียง 6-10 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น ขณะที่ผลผลิตที่ได้มีปริมาณเท่าเดิม คือ 700 กิโลกรัมต่อไร่ โดยเกษตร
กรจะมีต้นทุนลดลงจากการใช้เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และยาฆ่าแมลงในปริมาณต่อไร่ที่ลดน้อยลง แต่คุณภาพข้าวที่ได้ดีขึ้น

อย่างไรก็ตามทางศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก ได้มอบผลงานให้หน่วยงานทางต้นสังกัด คือ กรมการข้าว เป็นผู้ดูแล ซึ่งจะมีการนำ
ไปผลิตในเชิงพาณิชย์หรือไม่นั้น ทางอธิบดีกรมการข้าวจะเป็นผู้พิจารณา ส่วนเกษตรกรที่สนใจผลงานสามารถสอบถามรายละเอียด
เพิ่มเติมได้ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก โทร.0-5531-1018 หรืออีเมล : psl_rsc@ricethailand.go.th


จิราวัฒน์ จารุพันธ์
Jirawatj@dailynews.co.th

แหล่งที่มา : เดลินิวส์ออนไลน์




http://www.trueplookpanya.com/true/sarapan_detail.php?cms_id=7690


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 02/08/2012 2:35 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10565

ตอบตอบ: 01/08/2012 9:03 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าว ลดต้นทุนทำนาไร่ละ 1,250 บาท



จากการที่กรมการข้าวได้มอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก จ.พิษณุโลก ให้ผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวปีละ 5,500 ตัน เพื่อลด
ปัญหาการขาดแคลนเมล็ดพันธุ์หลักให้แก่เกษตรกร

ทำให้ ประมาณ แย้มชู นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และ ประพันธ์ พงษ์ภู่ นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน ประจำศูนย์
ได้ค้นคิดและวิจัยพัฒนาเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวนาน้ำตม ราคาประหยัดจนประสบผลสำเร็จใช้เงินทุนเพียง 3.5 หมื่นบาท แต่มี
สรรพคุณสามารถช่วยเกษตรกรลดต้นทุนได้ไร่ละ 1,250 บาท ล่าสุดคว้ารางวัลนะเลิศหาสุดยอดผลงานเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริม
การเกษตรอีกด้วย


กว่าเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวจะประสบผลสำเร็จต้องบอกว่า ลองผิดลองถูก 2-3 ปี และเพิ่งประดิษฐ์สำเร็จและทดลองจนได้ผล
ที่พอใจเมื่อประมาณ 3-4 เดือนที่ผ่านมา โดยมีเพื่อนร่วมงาน คือ ประพันธ์ เป็นผู้คิดค้นและพัฒนา ใช้งบประมาณในการประดิษฐ์
3.5 หมื่นบาท จากการนำไปทดลองใช้ในแปลงนาทดลองของเกษตรกรที่ อ.พรหมพิราม จ.พิษณุโลก พบว่า สามารถช่วยเกษตร
กรลดต้นทุนได้ประมาณ 1,250 บาทต่อไร่ ปัจจุบันเกษตรกรจะมีต้นทุนในการปลูกข้าวเฉลี่ยประมาณ 4,000-5,000 บาทต่อไร่
และต้องใช้เมล็ดพันธุ์ 25-30 กิโลกรัมต่อไร่

"พอเราทดลองใช้เครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าว พบว่าต้นทุนในการปลูกข้าวเหลือประมาณ 3,000 กว่าบาทต่อไร่ และจะใช้เมล็ด
พันธุ์ข้าวเหลือเพียง 6-10 กิโลกรัมต่อไร่เท่านั้น ขณะที่ผลผลิตที่ได้มีปริมาณเท่าเดิม คือ 700 กิโลกรัมต่อไร่ เกษตรกรจะมีต้น
ทุนลดลงจากการใช้เมล็ดพันธุ์ ปุ๋ย และยาฆ่าแมลงในปริมาณต่อไร่ที่ลดน้อยลง แต่คุณภาพข้าวที่ได้ดีขึ้น" นักวิชาการส่งเสริมการ
เกษตรชำนาญการ กล่าวอย่างมั่นใจ

หลังจากผลงานประสบผลสำเร็จแล้ว จึงนำไปประกวด “เทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเกษตร” ในงาน "ถนนเทคโนโลยี 2554" จัด
โดย บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ที่จัดขึ้นมาเป็นปีที่ 9 ณ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี เมื่อวันที่ 11-
12 มิถุนายน 2554 ที่ผ่านมา จนได้รับรางวัลชนะเลิศหาสุดยอดผลงานเทคโนโลยีเพื่อส่งเสริมการเกษตร โดยปีนี้มีผู้ส่งใบสมัคร
เข้าร่วมประกวดผลงานกว่า 1,000 ราย

ประมาณ บอกอีกว่า ที่ผ่านมาเกษตรกรประสบปัญหาในด้านของเมล็ดพันธุ์ข้าว ทางกรมการข้าวได้มอบหมายให้ศูนย์เมล็ดพันธ์
ข้าวพิษณุโลกผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวปีละประมาณ 5,500 ตัน ทางศูนย์จึงคิดประดิษฐ์และพัฒนาเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวนาน้ำตม
ขึ้นมา เพื่อเป็นเครื่องมือที่ช่วยให้ผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพได้ปริมาณที่เพียงพอ โดยเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าวนาน้ำตมที่ว่านี้มีโครง
สร้างของเครื่องประกอบด้วยต้นฐานรองรับ

สำหรับการรองรับกลไกเมล็ดพันธุ์ใช้วัสดุที่เป็นเหล็ก ขณะที่ตัวกลไกหยอดเมล็ดพันธุ์ใช้วัสดุท่อพลาสติกที่มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 6
นิ้ว นำมาตัดเป็นท่อนยาว 13 ซม. เจาะเป็นรูครึ่งวงกลมจำนวน 12 รู จากนั้นนำสเตนเลสทำเป็นรูปกล่อง โดยท่อนพลาสติกจะ
หมุนแล้วตักเมล็ดพันธุ์ข้าวจากกล่องสเตนเลส ลงแปลงปลูก

ระบบขับเคลื่อน ประกอบไปด้วยวงล้อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 110 ซม. มีเพลาติดกับล้อและโซ่พร้อมสเตอร์ทำหน้าที่เป็นต้นกำลัง
ให้ส่วนของกลไกการหยอดเมล็ดทำงาน โดยมีระบบบังคับการทำงานด้วยวิธีการล็อกแผ่นเหล็กสองแผ่นเข้าหากัน มีสลักบังคับ
ให้ส่วนกลไกหยอดเมล็ดทำงาน หรือหยุดทำงานได้ จุดเด่นสามารถใช้เครื่องร่วมกับรถไถเดินตามด้วย



สำหรับเกษตรกรที่สนใจผลงานเครื่องหยอดเมล็ดพันธุ์ข้าว สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์เมล็ดพันธุ์ข้าวพิษณุโลก
โทร.0-5531-1018 หรืออีเมล : psl_rsc@ricethailand.go.th



http://www.komchadluek.net/detail/20110705/102190/%E0%B9%80%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%B7%E0%B9%88%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B8%AB%E0%B8%A2%E0%B8%AD%E0%B8%94%E0%B9%80%E0%B8%A1%E0%B8%A5%E0%B9%87%E0%B8%94%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%B8%E0%B9%8C%E0%B8%82%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%A7%E0%B8%A5%E0%B8%94%E0%B8%95%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B3%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B9%84%E0%B8%A3%E0%B9%88%E0%B8%A5%E0%B8%B01,250%E0%B8%9A%E0%B8%B2%E0%B8%97.html


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 20/03/2013 11:20 am, แก้ไขทั้งหมด 4 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10565

ตอบตอบ: 02/08/2012 1:48 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สร้างเครื่องหว่านข้าวแห้งฯ ทำนาหน้าแล้งฝนทิ้งช่วง





ปัจจุบันการทำนาข้าวในหลายพื้นที่ต้องอาศัยน้ำฝน และหากทิ้งช่วงเป็นเวลานานโดยเฉพาะระหว่างฤดูปลูก ย่อมส่งผลทั้ง
ต้นทุนรวมทั้งผลผลิต

ฉะนี้…นายสุรเวทย์ กฤษณะเศรณี ที่ปรึกษากรมวิชาการเกษตร พร้อมด้วย นายสันธาร นาควัฒนานุกูล วิศวกรเกษตรชำนาญ
ฃการพิเศษ สถาบันวิจัยเกษตรวิศวกรรม กรมวิชาการเกษตร จึงร่วมกันวิจัยคิดค้น “เครื่องหว่านข้าวแห้งติดรถแทรกเตอร์”
ขึ้น

นายสุรเวทย์ เปิดเผยว่า จากปัญหาดังกล่าวทีมวิจัยได้ทำการวิจัยเครื่องหว่านข้าวแห้งติดรถแทรกเตอร์ที่มีประสิทธิภาพ สามารถ
กระจายเมล็ดสม่ำเสมอซึ่งเป็นแนวคิดใหม่ เพื่อเป็นการลดต้นทุนในการปลูกข้าวและลดความเสี่ยงในการที่ฝนทิ้งช่วง ทำให้
เกษตรกรสามารถปลูกข้าวได้เร็วขึ้นทันฤดูกาล



นายสุรเวทย์ กฤษณะเศรณี

…สำหรับระบบเครื่องดังกล่าว จะติดตั้งบนโครงผาลไถของรถแทรกเตอร์ตั้ง 24 แรงม้าขึ้นไป และสามารถติดตั้งกับผาลไถ ตั้งแต่
ผาล 5-7 จานขึ้นไป พร้อมติดตั้งถังใส่เมล็ดข้าว อุปกรณ์กำหนดเมล็ดข้าว ท่อนำเมล็ดข้าว 4 ท่อ ล้อขับเพลา แผ่นกระจายเมล็ด
การใช้งานจะประกอบเครื่องหว่านข้าวติดตั้งบนโครงจานพรวน โดยให้ท่อนำเมล็ดข้าวอยู่หน้าจานพรวน และแผ่นกระจายเมล็ด
ข้าวประกอบติดรถไถ ที่สามารถปรับอัตราการหว่านเมล็ดข้าวได้ตั้งแต่ 12-40 กิโลกรัม/ไร่ ตามความ ต้องการของเกษตรกร…






ส่วนการทำงาน เมื่อรถวิ่งล้อขับจะหมุนและส่งกำลังผ่านชุดเฟืองโซ่ไปยังเพลากำหนดเมล็ดให้หมุน และเมล็ดข้าวจะไหล
ลงตามท่อ 4 ท่อ เมล็ดข้าวจะตกกระทบแผ่นกระจายเมล็ด ซึ่งอยู่ตรงปลายท่อ ทำให้เมล็ดข้าวกระจายอย่างสม่ำเสมอบนพื้น
ดิน ในขณะเดียวกันจานพรวนจะพรวนกลบเมล็ดข้าว ซึ่งจะลดขั้นตอนการทำงาน โดยจะรวมการหว่านและกลบในขั้นตอนเดียว

…เพื่อให้การทำงานมีคุณภาพ ทีมวิจัยจึงนำไปทดสอบการเดินเครื่องในแปลงนา พบว่า ประสิทธิภาพการทำงาน ความสม่ำ
เสมอในการหว่าน 80-90 เปอร์เซ็นต์ เมล็ดข้าวฝังลึกลงในดินและมีความสม่ำเสมอ การกลบเมล็ดข้าวได้ทั่วถึง ทำให้
ปลอดภัยจากนก หนู การหว่านข้าวจะฝังลึกลงในดินและสม่ำเสมอ ทำให้ระบบรากแข็งแรง ระบบรากหยั่งลึกขึ้น และต้นข้าว
ตั้งตัวเร็ว เพราะสามารถดูดน้ำใต้ดินได้ลึก หาธาตุอาหารได้ดีกว่าวิธีหว่านด้วยแรงงานคน…





สำหรับเกษตรกรที่มีรถแทรกเตอร์อยู่แล้ว สามารถนำเครื่องหว่านไปติดตั้งได้เลยโดยไม่ต้องมีการดัดแปลงการใช้งานใดๆทั้งสิ้น
โดยเครื่องดังกล่าวถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการปลูกข้าวของประเทศไทย และได้รับการพิจารณาเป็นผลงานระดับดี สาขาเกษตร
ศาสตร์และชีว-วิทยา จากสำนักงานคณะกรรมการ วิจัยแห่งชาติ (วช.)

สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โทร.08–4656–8019 ในวันเวลาที่เหมาะสม.


ไทยรัฐออนไลน์
โดย เพ็ญพิชญา เตียว



http://www.google.co.th/imgres?imgurl=http://www.thairath.co.th/media/content/2012/05/13/260030/hr1667/630.jpg&imgrefurl=https://soclaimon.wordpress.com/2012/05/14/%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25A3%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2587%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2582%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2581/&usg=__2Oa_AZOOH6551_HWrs-bsAlPDBs=&h=378&w=630&sz=87&hl=th&start=199&zoom=1&tbnid=_0TN_-2Ack-sdM:&tbnh=82&tbnw=137&ei=oCAaUP3yI4S0iQfZ_4DYCQ&prev=/search%3Fq%3D%25E0%25B9%2580%25E0%25B8%2584%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%25AB%25E0%25B8%25A7%25E0%25B9%2588%25E0%25B8%25B2%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%259B%25E0%25B8%25B8%25E0%25B9%258B%25E0%25B8%25A2%26start%3D180%26hl%3Dth%26sa%3DN%26tbm%3Disch%26prmd%3Divnsfd&itbs=1


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 20/03/2013 11:19 am, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1031

ตอบตอบ: 20/03/2013 12:22 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.......คุณอำพล....และสมาชิกที่ใคร่ศึกษา

กรุณาอ่านเล็ก ๆ น้อย ๆ จากกระทู้นี้ครับ....ถ้าเคยเข้ามาอ่านแล้ว ขออภัย...

กรุณาพิจารณา หลาย ๆ มุมมอง ว่าจะสามารถนำมาปรับให้ใช้กับที่นาของแต่ละคนได้หรือไม่

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1031

ตอบตอบ: 22/04/2013 10:37 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม



......
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1031

ตอบตอบ: 19/09/2013 9:12 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สวัสดีครับลุงคิม


ที่ยกกระทู้ที่ถูกลืมนี้มาเพราะ สมาชิกหลังไมค์เค้าขอมาครับ ยังไง ก่อนที่จะซื้อมาใช้ ก็ศึกษาซะให้ดีก่อนนะครับ
ไม่ใช่ว่าซื้อมาเก็บขึ้นหิ้งไว้บูชา แล้วจุดธูปบอก

....อับดุลเอ๊ย ช่วยพ่อลากเครื่องหยอดข้าวที่เถอะ...

ไปเจอลูกล้อใช้กับดินหล่มตื้น เอามาใช้กับดินหล่มลึก อับดุลก็บอก .

..หนูลากไม่ไหว พ่อลากเองเหอะ....
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10565

ตอบตอบ: 19/09/2013 9:50 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

DangSalaya บันทึก:



ไปเจอลูกล้อใช้กับดินหล่มตื้น เอามาใช้กับดินหล่มลึก อับดุลก็บอก .

..หนูลากไม่ไหว พ่อลากเองเหอะ....




ปัญหามันอยู่ตรงไหน.....ร่ายให้ฟังหน่อบซิเล่า



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
DangSalaya
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 23/06/2011
ตอบ: 1031

ตอบตอบ: 19/09/2013 11:10 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

kimzagass บันทึก:
DangSalaya บันทึก:



ไปเจอลูกล้อใช้กับดินหล่มตื้น เอามาใช้กับดินหล่มลึก อับดุลก็บอก .

..หนูลากไม่ไหว พ่อลากเองเหอะ....




ปัญหามันอยู่ตรงไหน.....ร่ายให้ฟังหน่อบซิเล่า



.


สวัสดีครับลุงคิม

เพื่อน ๆ ครับ คืนนี้ลุงนอนดึกว่ะ ....ทุกทีเห็นจบรายการออกกระจายเสียงแล้ว อาบน้ำ กินนมนอนแล้ว

แต่คืนนี้ สงสัยนอนไม่หลับ .....อ๋อ คืนนี้วันไหว้พระจันทร์ กะว่าคงจะรอนับดาว แหง๋ ๆ

ปัญหามันอยู่ตรงที่ว่า

ยัยเฉิ่มเค้าไปซื้อเครื่องหยอดเมล็ดมาจากที่ไหนก็ไม่รู้ละ นึกจะซื้อก็ซื้อเลย ไม่ถามกันก่อน ดันไปถาม อับดุล เอามาแล้วมันก็ใช้ได้ไม่ตรงตามวัตถุประสงค์ คือใช้งานไม่ได้ เพราะพื้นนาแถบนั้นเป็นดินเลน เทือกลึกแค่ไหน ดูรูปนะครับ



เทือกลึกเกือบจะมิดแทรกอันบน มันสูงแค่ไหนลองดูครับ



แทรกสูงแค่ไหนลองเปรียบเทียบดูครับ ...ขี้เทือกแทบจะลงไปว่ายเล่นได้ก็แล้วกัน

ทีนี้ ผมก็บอกว่าคงต้องเปลี่ยนล้อให้โตขึ้น แล้วก็ต้องติดตีนเป็ด ในลักษณะแบบนี้




ผมอาจจะสื่อสารไม่ดีพอ ยัยเฉิ่มเอาไปให้ช่างทำ ช่างแสนรู้ทำออกมาเป็นล้อเรียบ ๆ โล่ง ๆ ไม่ติดตีนเป็ดให้ บอกว่า ทำแบบนี้แหละใช้ได้ (ผมนึกในใจ พ่อง) แสนรู้จริง ๆ นึกอยากให้มาลากให้กูดูหน่อยซีวะ ขนาดว่าล้อติดตีนเป็ดมันยังจะจม แล้วยิ่งไม่มีตีนเป็ดมันจะเป็นฉันใด ผลสุดท้ายมันก็ไม่ Work

แทนที่ว่าจะหอบเอาไปให้ช่างที่อื่นทำ ด้วยเหตุผลอันใดผมก็มิอาจทราบได้ จากการที่ได้ไปเห็น ก็เห็นจอดนิ่งสนิทอยู่ข้างบ้าน แบบนี้ 10 อับดุล ก็ช่วยไม่ได้ครับ

แล้วการปั่นดินแปลงนี้ ทิดศักดิ์ บอกว่า ตั้งแต่ปั่นดินมาไม่เคยเจอขี้เทือกลึกขนาดนี้มาก่อนเลย ...นาแปลงนี้อยู่ห่างบ้านไม่เกิน 10 ก้าว จะเห็นแปลงนา และหลังคาบ้านขวามือ




แปลงนี้ ปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่จากนครนายก F ไหนไม่ทราบครับ ผลที่ออกมากลายเป็นข้าวแฟนซี การบำรุงดูแลข้าวแปลงนี้เป็นอย่างไร รายละเอียด กรุณาดูจากกระทู้ 2521 ยัยเฉิ่มจะเป็นชาวนาครับ






สองรูปนี้คือตัวอย่างของข้าวไรซ์เบอร์รี่ ที่ยัยเฉิ่มปลูกอยู่ติดบ้านครับ

ลุงคิมเคยพูดว่า ให้เชื่อคนในกระจก ....แต่บางครั้ง คนในกระจกก็อาจจะเชื่อไม่ได้ครับเพราะอะไร



เพราะถ้าไปเจอกระจกที่มันส่องแล้วหลอก มันก็หลอกเราได้ครับ

กระทู้ยัยเฉิ่ม ผม ไอ้ทิดบัติ ไอ้ตู่ ไอ้เจ้าหนูหริ่ง ถือเป็น Case Study เกี่ยวกับการทำนาข้าวที่ดีที่สุดอันหนึ่ง มีคำอธิบายของลุงคิมที่อธิบายถึงกึ๋น ผมบอกน้อง ๆ ว่า ให้ทุกคนคัดลอกเอาแต่เนื้อหา Print ออกมาอ่าน ความจริงแล้วยัยเฉิ่มทำนามาก่อนพวกผม .

..ในกลุ่มคนไม่บ้า ไม่กล้าทำ ไอ้ทิดบัติทำก่อนเพราะความจำเป็นบังคับ ทำสองรุ่นปลดหนี้ให้แม่ยายได้ รุ่นที่ยัยเฉิ่มปลูกข้าวไรซ์เบอร์รี่ ไอ้ทิดบัติปลูกด้วยเพื่อศึกษา แต่ปัญหาข้าวที่ออกมาเป็นข้าวแฟนซี ตอนนี้เลยปลูกหอมนิล แล้วก็มาผมทำเพราะสวนผักชีล่มจมน้ำท่วม แล้วก็ไอ้ตู่ช่วยแม่มันทำใช้หนี้ให้พ่อ แล้วก็ไอ้หนูหริ่งช่วยสามีทำใช้หนี้ให้พ่อผัว(ดันโดนขโมยมาเกี่ยวข้าวไปซะ สี่ไร่กว่า)

ข้าว เป็นพืชที่ท้าทาย มากยิ่งกว่าการทำสวน เช่นปีนี้ ปลูกข้าวพันธุ์เดียวกับปีก่อน ปลูกวันเดียวกัน แต่ออกรวงไม่ตรงวันที่เคยออก อาจจะออกเร็วกว่า หรือออกช้ากว่า น่าจะมาจาก แสง อุณหภูมิ ....ปณิธานของผม 150 ถัง/ไร่ ได้หรือไม่ได้ ไม่ว่ากัน ไม่ซีเรียส ไม่ได้คิดทำแข่งกับคนอื่น แต่แข่งกับตัวเอง อาจจะมีติดปลายนวมกับน้อง ๆ นิดหน่อยเพื่อความมันส์

และอันนี้ครับลุง ผมฟังลุงพูดแแล้วอยากบ้าลองทำ



ดอกข้าวบาน







ผสมกล้วยไม้ทำมาแล้ว... ลองทำเล่น ๆ มันจะยากซักแค่ไหน ติดก็ติด ไม่ติดก็ร่วง เพราะ น้องฝนตกซะเหลือเกิน แล้วก็ปวดตาครับ ต้องใช้กล้องช่างนาฬิกาช่วย

ทำให้มองเห็นความอดทนของนักผสมพันธุ์ข้าว สุดยอดจริง ๆ บางครั้ง ต้องผจญ ยุง ลิ้น ไร ไม่ใช่ง่าย ๆ กว่าจะได้ออกมา

ไม่แน่นะครับ เผื่อมันอาจจะได้ข้าวหอมสายพันธุ์ใหม่ที่ชื่อ KIMBURRY ขึ้นมาก็ได้ใครจะรู้

เริ่มยาวแล้วครับ แค่นี้แหละ

ขอบคุณครับลุง


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©