online pharmacy
++kasetloongkim.com++ Forums-viewtopic-จรวดเขมร V.S. ปืนใหญ่ไทย
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - จรวดเขมร V.S. ปืนใหญ่ไทย
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

จรวดเขมร V.S. ปืนใหญ่ไทย

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 09/02/2011 10:34 pm    ชื่อกระทู้: จรวดเขมร V.S. ปืนใหญ่ไทย ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

จรวด BM-21




http://www.oknation.net/blog/inter/2010/03/04/entry-4



จรวดหลายลำกล้อง BM-21 เมด อิน รัสเซีย.
จำนวนจรวด 40 ลูก
ระยะยิง 20 กม.
รัศมีทำลายพื้นที่ 1 ตร.กม.
เป็นอาวุธที่มีความแม่นยำน้อยที่สุด จึงต้องใช้ 40 ลูก เผื่อฟลุค 1 ลูก


งานนี้กัมพูชาได้แต่ยิงถล่มใส่บ้านประชาชนไทยเท่านั้น (ตามข่าว) โดยไม่สามารถสร้างความเสียหายแก่ฐานทหารไทยโดยตรงได้
ในขณะที่ฝ่ายไทยมุ่งยิงทำลายเฉพาะที่ตั้งทางทหารโดยเฉพาะเท่านั้น โดยทหารไทยใช้ปืนใหญ่ยิงด้วย "กระสุนแตกอากาศ"
(ชนวน วีที./กระสุนระเบิดเหนือพื้นดิน/คำนวน) ลงเหนือเป้าหมาย ทั้งฐานปืนใหญ่, ฐานยิงจรวดหลายลำกล้อง, รถถัง.
ของกัมพูชาและกำลังทหารเสียหายจำนวนมาก

ระหว่างที่กระสุนปืนใหญ่ของกัมพูชากำลังลอยอยู่ในอากาศนั้น หน่วยเรดาร์ค้นหาวิถีกระสุนของฝ่ายไทยก็จับแนวหรือทิศทาง
ของกระสุนได้ จากนั้นจะนำแนววิถีที่จับได้จากเรดาร์มาคำนวนด้วยหลักคณิตศาสตร์ชั้นสูง (ทหารปืนใหญ่เก่งคำนวน)
ก็จะรู้พิกัดที่ตั้งของปืนใหญ่กระบอกที่ยิงมา ชั่วเวลาไม่ถึง 3 นาที ปืนใหญ่ไทยก็สามารถส่งกระสุนตอบโต้ได้ ด้วยกระสุนแตก
กลางอากาศเหนือพื้นดิน 30 ม. ณ ศูนย์กลางที่ตั้งฐานปืนใหญ่

หมายเหตุ :
การคำนวนวิถีการยิงของปืนใหญ่ ต้องใช้หลักตรีโกโนมิตรี.....SINE = OH, COS = AH, และ TAN = OA (จำง่ายๆ
ไซน์ โอ้, คอส อ้า, แทน โอ้เอ้)....กับตัวเลขทศนิยม 6 ตำแหน่ง.... หลักการคำนวนทั้งสิ้นมีแต่ บวก. กับ ลบ. เท่านั้น
ไม่มี คูน. ไม่มี หาร. แปลกไหม ? แค่นี้ก็สามารถสั่งกระสุนให้ไปตกลงบนหัวตะปูได้


ลุงคิม (รถถังเหล่าปืนใหญ่) ครับผม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 11/02/2011 11:00 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
joBcoMmatammi
สาวดอง
สาวดอง


เข้าร่วมเมื่อ: 18/11/2010
ตอบ: 39

ตอบตอบ: 11/02/2011 12:06 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ลุง .....

ผมไม่เห็นรูปปืนใหญ่ไทยเลยซักอัน เอามาให้ดูหน่อยลุง
อยากเห็นมากๆ ว่าทันสมัยแค่ไหน
_________________
oOoOเปลี่ยนความเสียใจให้เป็นพลังให้ชีวิตก้าวเดินต่อไปoOoO
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 4:46 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ความทันสมัยของอาวุธไม่ใช่ความสำคัญอันดับต้นๆ ในการสู้รบ ในขณะเดียวกันจากประสบการณ์ตรงที่ผ่านมา (ก.รอดตายมาได้ไงวะ....)
อยากจะบอกว่าเป็นอันดับสุดท้ายด้วยซ้ำ

เขมรเก่งสงครามกองโจร (คอมมูนิสต์) ไทยถนัด (ไม่ได้ว่าเก่ง) สงครามในแบบ (อเมริกา)....สงครามกองโจรน่ะ ลูกซองก็ได้....
ลูกกรดยาว .22 ก็ได้....หนังสะติ๊กหัวน้อตก็ได้....กำลังจะบอกว่า ความสามารถเฉพาะตัวของนักรบแต่ละคน สำคัญที่สุด แนวหลัง
ให้ความร่วมมือสำคัญที่สุด....เมื่อครั้งลุงคิมตระเวนรบในป่า ทุกครั้งที่ลั่นกระสุน 1 นัด ต้อง 1 ศพ เสมอ บางครั้งออกภารกิจ สังหาร
ข้าศึกได้ 10 คน ใช้กระสุนแค่ 10 นัด.....ใจเย็น พี่น้องประชาชน ศึกเขมร พี่สอนน้อง งานนี้ นักรบหมวกแดง นักล่าสังหารจากศูนย์
สงครามพิเศษ (พลร่ม) เป็นเจ้าภาพ นักรบพวกนี้เหมือนปิดทองใต้ตูดพระ (พระไม่ล้ม ไม่เห็น) เป็นเจ้าภาพอยู่แล้ว งานเสร็จไม่เป็น
ข่าว ไม่ได้ออก ทีวี. ไม่มีรางวัลบำเน็จความชอบพิเศษ.ใดๆทั้งสิ้น แม่แต่ศพ (ถ้าตาย) ก็ยกขึ้น ยูนิม็อก. ปิ๊คอั้พ. กลับไปเผา
เงียบๆที่บ้านตัวเอง

เกมนี้ ไทยใจมตีเพาะที่ตั้งทางทหารเขมรเท่านั้น ทหารเขมรเสียหายอย่างหนัก ไม่มีการโจมตีที่ตั้งประชนใดๆทั้งสิ้น (สังเกตุ : ไม่มี
ข่าวเขมรอพยบประชาชน) ในขณะที่เขมรโจมตีไม่เลือก ยิ่งกว่าหมาบ้า หมู่บ้าน โรงเรียน ไม่ละเว้น ของไทยเสียหายขนาดไหน
ข่าวแบบนี้ประเทศที่เข้าข้างเขมรจะลงข่าวเฉพาะที่ฐานทหารเขมรถูกโจมตี แต่ไม่เสนอข่าวที่ประชาชนไทยเสียหาย....คุณคิดว่าไง

- อเมริกา เทคโนโลยีสารพัดล้ำเลิศขนาดไหน....แพ้สงครามเวียดนาม ได้ไง
- ฝรั่งเศส เทคโนโลยีสารพัดล้ำเลิศขนาดไหน....แพ้สงครามเดียนเบียนฟู ได้ไง

- ยุค ผกค.ในไทยเฟื่องฟู จู่ๆ ผกค.เหล่านั้นต่างก็พอกันชักแถวออกจากป่าเข้ามามอบตัวในฐานะ "ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย" ตามนโย
บาย 66/23 ว่าด้วย การแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัฐกับประชน.... คุณคิดว่า บโยบาย 66/23 ได้ผลหรือ....คำตอบ คือ ไม่ใช่ .....
แล้วเพราะอะไร เขาจึงยอมออกจากป่าเข้ามามอบตัว เลิกเป็น ผกค. ยอมเลิกสู้รบกับกองกำลังรัฐบาล ล่ะ...


ประเทศใดๆจะเป็นมหาอำนาจได้ต้องมีองค์ประกอบ.....
1) การเมือง (ระดับโลก)....
2) การทหาร....
3) เศรษฐกิจ....
4) สังคมจิตวิทยา (ประชาชนทุกภาคเหล่าเอาด้วย)....และ
5) เทคโนโลยี..... ยกเว้นประเทศไทย ต้องเพิ่ม
6) ไสยศาสตร์

(การเมือง).....อเมริกา บุกอีรัค ต้องใช้กองกำลังทหารสหประชาชาติ ทั้งๆที่กำลังทหารอเมริกัน 250,000 คน ในขณะที่ทหารชาติ
พันธมิตรรวมแล้วแค่ 5,000 คน....เพราะอะไร ?

(การเมือง)....อเมริกา รบในเกาหลี ต้องใช้กองกำลังทหารสหประชาติ ทหารอเมริกัน 100,000 คน ในขณะที่ทหารชาติพันธ
มิตร 10,000 คน .... เพราะอะไร


(สังคมจิตวิทยา)....อเมริกา ต้องยอมถอนกำลังออกจากเวียดนามเพราะประชนของตัวเองในประเทศตัวเองต่อต้าน (ทุกรูปแบบ)
ให้ถอย.... ทหารอเมริกันถอนออกจากเวียดนาม ในมุมมองของนักการสงครามเขาเรียกว่า "แพ้" แต่อเมริกาบอกว่า ให้เวียดนามตัด
สินแก้ปัญหาภายในด้วยตัวเอง

(เศรษฐกิจ)....อเมริการุกไล่อิรัคที่บุกยึดคูเวต เพราะเงินคูเวตฝากธนาคารในอเมริกา มหาศาลแค่ไหน อเมริกาได้คูเวตเป็น
พันธมิตร เท่ากับได้น้ำมันขนาดไหน

(เศรษฐกิจ).... อเมริกาขนอาวุธยุทธภัณท์เตรียมรบในคูเวตมากมายมหาศาล กะว่ารบ 6 เดือนได้โดยไม่ต้องเอาใหม่ไปจากอเมริกา....
ปราฏว่า เอาจริงๆ เข้า กองทัพอเมริกาใช้อาวุธทั้งสิ้นไม่ถึง 1% แล้วที่ขนไปนั้นก็ไม่ได้ขนกลับ อเมริกาขายให้คูเวตทั้งหมด คิดซิเป็น
เงินกี่ "ล้านล้าน" ดอลลาร์....ในการรบทั่วๆไป นายทหารยุทธการและการรบ คือ พระเอก มักเป็นผู้ได้รับเหรียญสดุดีความสามารถ
ในขณะที่ "พล.อ. คอลลินส์ พาวเวลล์" เป็นเพียงนายทหารส่งกำลังบำรุง กลับได้รับเหรียญสดุดี เพราะเป็นคนเจรจาขายอาวุธที่ขน
ไปทั้งหมดให้คูเวตได้สำเร็จไงล่ะ....

(เศรษฐกิจ).... มรว.เสนีย์ ปราโมช (เสรีไทย) ไม่ยอมร่วมกับกองทัพญี่ปุ่นตอนสงครามโลกครั้งที่ 2 ในขณะที่ทหารบอกว่าต้อง
เข้ากับญี่ปุ่น เพราะญี่ปุ่นบุกไทยแล้ว กองทัพอเมริกาอยู่ไกลคงช่วยอะไรไม่ได้ กับณี่ปุ่นชนะทุกประเทศในเอเซีย....มรว.เสนีย์ฯ
ให้เหตุผลว่า ระยะทางไกลไม่ใช่ปัญหาสำคัญ ทหารอเมริกันไม่ได้เดินทางมาจากประเทศอเมริกาโดยตรง แต่ทหารอเมริกันลอย
อยู่ในเรือ เต็มมหาสมุทรทั่วโลกแล้ว ที่สำคัญที่สุด คือ ฐานเศรษฐกิจญี่ปุ่นเล็กมากเมื่อเทียบกับอเมริกา แล้วญี่ปุ่นจะเอางบประมาณ
จากไหนมาทำสงคราม.....ว่าแล้ว มรว.เสนีย์ฯ ก็เดินทางไปอเมริกา ไปประกาศให้อเมริกาชนรู้ว่าไทยอยู่ข้างอเมริกา วันนี้เราต้อง
แกล้งยอมญี่ปุ่น แต่ก็แค่ยอมให้ผ่านเพื่อไปพม่าเท่านั้น ประกาศเสร็จแล้วกลับประเทศไทย มาตั้งกองกำลังใต้ดิน ลอบโจมตี
ทหารญี่ปุ่น....เคยได้ยิน "พยัคฆ์ร้ายไทยถีบ" แถวๆกาญจนบุรี ไหม หรือไม่ก็ไปถาม อังศุมาริน ซี่

จีนเป็ง ผกค.มาเลเซีย ตั้งฐานปฏิบัติการในไทย แล้วก็ไทยนี่แหละที่เจรจาจนจีนเป็งยอมวางอาวุธ เลิกคิดล้มล้างรับาลมาเลเซีย....
ถามว่า มาเลเซีย เคยสำนึกบุญคุณนี้บ้างไหม ?


***************************************************************************


กรณีเขมร ไทยในฐานะมหาอำนาจภายใต้สายตาต่างชาตินั้น เราต้องทำตัวเป็น "สุภาพบุรุษ" สู้กับ "เด็กเกเร" เมื่อทั่วโลก
ชี้ว่าไทยใหญ่กว่าเขมร แล้วเราระดมสรรพอาวุธ สรรพกำลัง ซึ่งเหนือกว่าทุกด้านอยู่แล้ว ไปรบกับเขมร เขามิดูเราว่า "รังแก" หรอกรึ

เขมร เป็นหนึ่งในเครือคอมมูนิสต์เก่า คุณคิดไหม เวียดนาม. ลาว. พม่า. ก็คอมมูนิสต์ แม้แต่อินเดียก็เอียงไปทางตอมมูนิสต์
ประเทศพวกนี้จะเข้าข้างไทยหรือเขมร

สังเกตุไหม นักสื่อสารมวลชนไทยบางคนที่เป็นฝ่ายตรงข้ามกับรัฐบาล (แบ่งสี/การเมือง) พยายามลงข่าวเข้าข้างเขมร เขมรทำอะไร
ถูก ไทยทำอะไรผิดหมด....ข่าวพวกนี้มันเผยแพร่ไปทั้วโลก แล้วสายตาชาวโลกเขาจะมองประเทศไทยอย่างไร....นักสื่อสารมวล
ชนพวกนี้ "คน ไทย หรือ เปล่าาาา....."

ใจเย็นๆ ศึกษา "กฏหมายสหประชาชาติ" แล้ว ลุงคิมว่า "รัฐบาลไทยและทหารไทย เดินถูกทาง" ครับ


ลุงคิมครับผม


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 18/09/2013 1:47 pm, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 5:03 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)



ปืนใหญ่วิถีโค้ง ขนาด 105 มม. MADE IN THAILAND







ปืนใหญ่วิถีโค้ง ขนาด 155 มม. MADE IN ประเทศไหน จำไม่ได้




กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 5:17 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)




รถถัง เอ็ม-42 ที่ลุงคิมเคยประจำการ....




หลายๆ 10 ปีมาแล้ว แต่เพลงให้พลทหารใหม่ร้องตอนวิ่ง
ถึงวันนี้ เพลงนี้ก็ยังร้องกันอยู่ ไม่เฉพาะแต่ตอนวิ่งเท่านั้น
กินเหล้าทีไรเป็นร้องทุกที.....


เพลง รถถัง พัน 4....
ตำร้อง/ทำนอง....ผู้หมวดคิม

รถถังนั้น ดังกระหึ่ม.......เสียงบึ้มบึ้ม คือเสียงปืนดัง
ที่รัก เคยขี่รึยัง...........ที่รัก เคยขี่รึยัง
พี่จะพา ไปนั่ง............ที่พัน 4 ปตอ

แบเอ๋ย แบเร่ต์...........สวมแล้วเท่ แบเร่ต์สีดำ
ไม่รัก ไม่อยากจะทำ....ไม่รัก ไม่อยากจะทำ
แบเร่ต์ สีดำ............. คือราชสีห์

รถถัง ถึงคันจะเก่า.......ถึงพี่เมา ก็ยังยิงดี
ใครซ่า เข้ามาราวี........ใครซ่า เข้ามาราวี
รถถัง พัน 4 ยิงดัง ยิงดัง.....รถถัง พัน 4 ยิงดัง ยิงดัง


หมวดคิมครับผม
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 5:41 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หน่วยรบพิเศษไทย.....





แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 11/02/2011 6:14 pm, แก้ไขทั้งหมด 1 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 6:07 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

หลักสูตรลาดตระเวนสะเทินน้ำสะเทินบก กองทัพเรือ (RECON)

มีคนตายจากการฝึกหลักสูตรนี้แทบทุกปี

**จ่าเพียร ****ผู้กองแคน ***** และหัวหน้าหน่วยที่เป็นวีรบุรุษภาคใต้

ส่วนใหญ่อยู่หน่วยนี้มาก่อน











กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 6:24 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)




หน่วยรบพิเศษเขมร.....
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 6:43 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


ฮุนเซ็นเยี่ยวราด เว็บนอกจัดอันดับ กองทัพไทย
แข็งแกร่งอันดับ 28 ของโลก


โดย อินจง เมื่อวันพฤหัสบดี ที่ 27 January 2011

Mthai News : เว็บไซต์ โกลบอลไฟร์เพาเวอร์ ซึ่งเป็นเว็บที่วิเคราะห์ถึงแสนยานุภาพของกองทัพทั่วโลก ได้เผยผลการจัดอันดับ
ความแข็งแกร่งของกองกำลังของกองทัพแต่ละประเทศ ซึ่งประเทศไทยติดอยู่ในอันดับที่ 28 ของโลกโดยอันดับ 1 ได้แก่ สหรัฐอเมริกา
ตามมาด้วย ประเทศจีน และรัสเซีย ดามลำดับ และเป็นอันดับ 2 ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นรองแค่ประเทศอินโดนีเซียเท่านั้น

เว็บไซต์ดังกล่าวยังระบุถึงแสนยานุภาพของกองทัพไทยว่า มีกองกำลังทหาร 314,000 นาย กองกำลังสำรอง 200,000 นาย หน่วย
กำลังเสริม 113,700 นาย

กองทัพบก มีรถถัง 1,380 คัน ปืนใหญ่ 550 กระบอก ปืนครก 1,900 กระบอก ปืนยิงต่อสู้รถถัง 24 กระบอก ปืนต่อต้านอากาศยาน
334 กระบอก

กองทัพอากาศ มีเครื่องบิน 555 ลำ เฮลิคอปเตอร์ 260 ลำ สนามบิน 106 แห่ง

กองทัพเรือ มีเรือทั้งหมด 74 ลำ มีท่าเรือ 4 ท่า เรือรบ 12 ลำ เป็นต้น

ทั้งนี้การจัดอันดับดังกล่าว เป็นการนำข้อมูลจากปี 2005-2009 มาร่วมวิเคราะห์ และพิจารณาจากความพร้อมทางทหาร อาวุธ เทคโนโลยี
การเงินงบประมาณ ภูมิศาสตร์ และสิ่งแวดล้อมสนับสนุนต่างๆ






อันดับกองทัพทั่วโลก จากการจัดอันดับของโกลบอลไฟร์เพาเวอร์
1 สหรัฐอเมริกา................. 22 กรีก
2 ประเทศจีน ................... 23 ประเทศแคนาดา
3 ประเทศรัสเซีย ............... 24 ประเทศซาอุดีอาระเบีย
4 ประเทศอินเดีย ............... 25 ประเทศยูเครน
5 สหราชอาณาจักร ............. 26 ออสเตรเลีย
6 ประเทศฝรั่งเศส .............. 27 ประเทศสเปน
7 ประเทศเยอรมัน .............. 28 ประเทศไทย
8 ประเทศบราซิล ............... 29 ประเทศเดนมาร์ก
9 ประเทศญี่ปุ่น ................. 30 ประเทศโปแลนด์
10 ตุรกี ......................... 31 ฟิลิปปินส์
11 ประเทศอิสราเอล ........... 32 แอฟริกาใต้
12 เกาหลีใต้ ................... 33 อาร์เจนตินา
13 อิตาลี ....................... 34 ประเทศซีเรีย
14 ประเทศอินโดนีเซีย ......... 35 นอร์เวย์
15 ประเทศปากีสถาน ........... 36 จอร์เจีย
16 ไต้หวัน ...................... 37 ประเทศอิรัก
17 อียิปต์ ....................... 38 เวเนซุเอลา
18 ประเทศอิหร่าน .............. 39 ประเทศลิบยา
19 ประเทศเม็กซิโก ............. 40 ประเทศอัฟกานิสถาน
20 เกาหลีเหนือ ................. 41 ประเทศเนปาล
21 สวีเดน ....................... 42 ประเทศเลบานอน

ตารางเปรัยบเทียบ กองทัพไทย กับ อินโดนีเซีย


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 11/02/2011 11:04 pm, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 6:46 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)





สุขเถิด ประชา .......... ทหารกล้า จะคุ้มภัย




สุขเถิด สมช. น้อยใหญ่ ....... ทหารไทย จะสอนทำเกษตร
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
mongkol
สาวดาม
สาวดาม


เข้าร่วมเมื่อ: 29/06/2010
ตอบ: 182

ตอบตอบ: 11/02/2011 9:29 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

ศึกนอกไม่น่ากลัว แต่ศึกในมันน่ากลัว
เขมรล้มสถาบันแล้วรบกันเอง
ต่อมาเวียตนามบุก แต่ก่อนหน้าเวียตนาม
โดยนายก ยังแถลงการณ์ว่า
เวียตนามจะไม่บุกเขมร

พอเวียตนามถอย เขมรก็ซัดกันเอง
จำได้เลาๆ มีเฮงสัมริน. เอียงสาหรี. พอลพต. เขียวสำพันธุ์.
วุ่นวายภายในจนมาลงตัวคนชนะได้ปกครอง

ฮุนเซนเองก็มองการพัฒนาประเทศแบบสร้างรายได้
แบบก้าวกระโดด เขามีของเก่า
คนชอบไปดูโบราณสถาน

ว่ากันไปแล้วแผนพัฒนาเขาในการขึ้นทะเบียนมรดกโลก
แต่เดิม ไทยกับเขมรร่วมกันทำ
ได้ประโยชน์ทั้งคู่ แต่ไม่รู้ใครไปเปลี่ยน
ให้เขมรยื่นแผนพัฒนา แล้วไทยสนับสนุน
ฝรั่งตัวดี ก็มีหลักการต้องพัฒนาพื้นที่โดยรอบมาด้วย
มันเลยมีปัญหา เขมรต้องการพื้นที่ทับซ้อน
เพื่อความสมบูรณ์ของการขึ็้นทะเบียน
แต่คนเปลี่ยนวิธีให้เขมรยื่นฝ่ายเดียว เขาได้อะไรกลับไป

อยากรู้ไหม ....
คุณดูสิว่านักการเมืองไทยเขาคิดซับซ้อนแค่ไหน
เงินลงทุนพัฒนาเส้นทางในเขมร
ฝ่ายไทยช่วยมาตลอด

งานนี้ มรดกโลกมันเป็นแค่ฉากหน้า
ผมว่าข้างหลังมันมีอะไรมากกว่าที่เราคิด
ถึงอย่างไร ผมมั่นใจ ทหารไทยไม่เป็นรอง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 9:43 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

สกู๊ป: หน่วยรบปิศาจ "กูรข่า"

สุดยอดอันตราย ไล่ล่า-ตามล้างศึกอัฟกัน
สงครามถล่มอัฟกานิสถานนั้น ยุทธการสำคัญสุดคือการส่ง "หน่วยรบพิเศษ" เข้าไปปฏิบัติการภาคพื้นดิน เพื่อจัดการกับ บิน ลาเดน
อาชญากรตัวเอ้ ผู้ต้องสงสัยในการวินาศกรรมนิวยอร์ก และการจัดการกับบิน ลาเดน สหรัฐจะไม่มีการจำกัดว่าจะเป็นหรือตาย

ชื่อของหน่วยรบตะวันตก สำหรับปฏิบัติการภาคพื้นดินปรากฏเป็นระยะ ไม่ว่าจะเป็นหน่วยซีล, แรงเยอร์, เดลต้า ฟอร์ซ ของสหรัฐ
รวมถึงหน่วย เอสเอเอส ของอังกฤษ

อย่างไรก็ตาม ศึกอัฟกันครั้งนี้ยังมีอีกหน่วยรบ ที่ถือเป็นสุดยอดหน่วยรบ มีประสิทธิภาพสูงสุด เป็นนักรบที่ถูกส่งไปในสมรภูมิ
สำคัญ ๆ หลายแห่ง แต่ไร้ซึ่งการจารึกฝีมือ หรือการกล่าวขานจากโลกตะวันตกเท่าที่ควร

ทหารหน่วยนี้เป็น "ทหารรับจ้าง" เป็นนักรบชาวเอเชีย ที่ได้รับการยอมรับในฝีมือ

"กูรข่า...หน่วยรบปีศาจ" คือ นักรบนิรนามเหล่านี้

ฝีมือของกูรข่าสร้างความลือลั่นหลายครั้ง ทั้งสงครามฟอล์คแลนด์ ระหว่างอังกฤษกับอาร์เจนตินา, สงครามอ่าวเปอร์เซีย ฯลฯ ที่กูรข่า
ถูกส่งไปยังแนวหน้า เข้าไปทำลายข้าศึก

ปัจจุบันกูรข่าเป็นหน่วยรบที่ถูกรัฐบาลอังกฤษว่าจ้าง และแม้แต่ราชวงศ์บรูไน ก็มีกองกำลังกูรข่าไว้คอยอารักขาเช่นกัน !!!

หากย้อนกลับไปในอดีต กองทหารกูรข่าหรือทหารเผ่าพื้นเมืองของประเทศเนปาล แสดงฝีมือตั้งแต่ครั้งยุคล่าอาณานิคม หลังจากอังกฤษ
ยึดครองอินเดียได้แล้ว จึงตั้งบริษัท อีสต์ อินเดียฯ ขึ้นดูแลการค้า และผลประโยชน์ในอินเดีย เนปาล ต่อมาอังกฤษประกาศสงครามกับเนปาล

กองทหารกูรข่าเข้าสู้รบกับอังกฤษอย่างเข้มแข็ง จนอังกฤษไม่สามารถทำอะไรได้เหมือนกัน

ต่อมาทั้ง 2 ฝ่ายยุติสงคราม อังกฤษเองมีความประทับใจในการต่อสู้และคุณภาพของกองกำลังทหารกูรข่า ภายใต้สนธิสัญญาสันติ
ภาพทหาร กูรข่าได้รับอนุญาตไปเป็นอาสาสมัครให้กับบริษัท อีสต์ อินเดียฯ

และต่อมาได้ตั้งเป็น "กองกำลังกูรข่า"

ทหารกูรข่าจำนวนมากที่รับใช้อังกฤษ ในอินเดียได้ทวีจำนวนขึ้นมามากมายอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะช่วยอังกฤษรบจนปราบปรามพวก
ก่อการกำเริบได้สำเร็จ

นอกจากนี้ กองกำลังกูรข่ายังได้เข้าร่วมสงคราม ตามแนวพรมแดนตะวันตกเฉียงเหนือหลาย ๆ ครั้ง และในระหว่างปี พ.ศ. 2444
กองกำลังทหารกูรข่าได้เพิ่มจำนวนจาก 1 กองพล เป็น 10 กองพล

ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ทหารกูรข่าจำนวน 100,000 นาย ได้เข้าร่วมในกองพลกูรข่า โดยต่อสู้และเสียชีวิตในฝรั่งเศส เมโส
โปเตเมีย เปอร์เซีย อียิปต์ กาลิโปลี่ ปาเลสไตน์ และซาโลนิก้า โดยได้รับ "เหรียญกล้าหาญ" เป็นรางวัลของชัยชนะ

ขณะที่ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 มีทหารกูรข่าจำนวน 40 กองพัน ทหารจำนวน 112,000 นาย ได้เข้าร่วมรบกับกองทัพอังกฤษและ
กองทัพประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ในซีเรีย ทะเลทรายตะวันตก อิตาลี และกรีซ จากมาเลเซียเหนือสู่สิงคโปร์ และจากพรมแดน
ไทยเข้าสู่พม่า ทะลวงเข้าไปในเมืองย่างกุ้ง

ครั้งนั้น... ทหารกูรข่าได้เหรียญกล้าหาญ 10 เหรียญ

ภายหลังการแบ่งแยกดินแดนในอินเดีย ในปี พ.ศ. 2490 กองกำลังกูรข่าจำนวน 6 กองพลได้ตัดสินใจที่จะอยู่กับกองทัพอินเดีย ในขณะ
ที่กองกำลังที่เหลือ ได้แก่ กองกำลังที่ 2 กองกำลังที่ 6 กองกำลังที่ 7 และกองกำลังที่ 10 ได้ถูกจัดตั้งขึ้นเป็นส่วนหนึ่งของกองทัพ
อังกฤษ ซึ่งได้กลายมาเป็นกองกำลังกูรข่าสมัยใหม่

กองกำลังดังกล่าวนี้ได้เข้าไปประจำการในตะวันออกไกล มีการจัดตั้งพลทหารราบกูรข่า อีก 17 กองพันในมาเลเซีย หน่วยวิศวกรรม การ
ส่งสัญญาณ การขนส่ง ได้ถูกเพิ่มเติมเข้าไป และกองกำลังนี้ได้เข้าปฏิบัติการในมาเลเซียเป็นเวลา 12 ปี นอกจากนี้ ยังเข้าไปปฏิบัติการ
ในประเทศบรูไน ซึ่งเกิดการปฏิวัติ และการเผชิญหน้ากับมาเลเซีย และอินโดนีเซีย ซึ่งกองกำลังนี้ได้ปฏิบัติการในป่าลึกของมาเลเซีย

ต่อมากองกำลังกูรข่าได้ลดจำนวนจาก 14,000 นาย เหลือเพียง 8,000 นาย เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงสัญญาทางทหาร และได้มีการจัด
ตั้งกองกำลังอังกฤษ อย่างไรก็ตาม กองกำลังกูรข่าได้ย้ายจากมาเลเซียไปที่ฮ่องกง และกองกำลังบางส่วนได้เข้าไปประจำการในอังกฤษ
และบรูไนด้วย

ปี 2517 กองกำลังกูรข่าได้เข้าไปปฏิบัติการในไซปรัส เมื่อตุรกีได้รุกรานประเทศนี้ มีการปฏิบัติการในหมู่เกาะฟอล์คแลนด์ ในสงครามอ่าว
เปอร์เซีย บอสเนีย ล่าสุดในโคโซโว

ปัจจุบันที่ทำการของกองกำลังกูรข่า โดยเฉพาะส่วนคัดสรรคนและฝึกอบรม และส่วนกองกำลังส่วนกลางได้ย้ายไปประจำการที่อังกฤษ
กองกำลัง 4 กองพัน รวมเป็น 1 กองกำลังใหญ่ และกองกำลังเสริมอีก 3 กองปัจจุบันได้ถูกยุบเป็นกองเดียว มีฐานอยู่ที่อังกฤษทั้งหมด

ทำไมนักรบ "กูรข่า" ถึงสร้างชื่อเสียงโด่งดังในทุกสมรภูมิ ??

ที่เป็นเช่นนี้เพราะนักรบกูรข่ามีวิญญาณของทหารอย่างเต็มเปี่ยม แม้จะมีรูปร่างเล็ก แต่เข้มแข็ง สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว รบได้
อย่างยาวนานในสมรภูมิที่มีสภาพกันดาร ยากลำบาก ที่ราบสูง ป่า ภูเขา

โดยจะแฝงตัวเข้าที่ตั้งของข้าศึกได้เหมือนกับเป็น "นักรบปีศาจ"

กองกำลังกูรข่านอกจากจะใช้อาวุธสมัยใหม่ในการสงครามทั่วไปแล้ว ทหารกูรข่าทุกนายจะมีมีดพกประจำตัว ที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของกูรข่า
เรียกว่ามีด "คุคูริ-Khukuri" ฝักของมีดทำด้วยผ้ากำมะหยี่ ซึ่งประดับประดาไปด้วยเงินแท้ที่เป็นลวดลาย ด้ามจับทำมาจากเขาควาย ตกแต่ง
อย่างหรูหรา

ส่วนตัวมีดนั้นจะมีการสลักด้วยอักษรว่า "Sword-of-shiva" หรือ "ดาบของพระศิวะ"

มีดกูรข่าจะมีความคมกริบยิ่งกว่าใบมีดโกน แต่จะแข็งแกร่งเนื่องจากทำด้วยเหล็กชั้นดี ใช้สำหรับการต่อสู้ประชิดตัว โดยเฉพาะการลอบเข้า
ไปจู่โจม และใช้ตัดคอหอยข้าศึกที่จะเสียชีวิตชนิดที่ไม่รู้ตัว

ในการเปิดศึกของสหรัฐกับพันธมิตร อังกฤษส่งทหาร "กูรข่า" เข้าไปร่วมปฏิบัติการด้วย นั่นหมายความว่าทหารกูรข่าจะมีบทบาทสำคัญใน
การไล่ล่า "บิน ลาเดน"

และสมรภูมินี้ทหาร "กูรข่า" จะพิสูจน์ฝีมือ
ให้โลกได้ร่ำลืออีกครั้ง !!!!.

จากเดลินิวส์ วันที่ 15 ต.ค.44 http://www.dailynews.co.th/news/15284.html
http://www.atriumtech.com/cgi-bin/hilightcgi?

Home=/home/InterWeb2000&File=/home2/searchdata/Forums/http/www.pantip.com/cafe/wahkor/topicstock/X1140183/X1140183.html


แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย kimzagass เมื่อ 11/02/2011 11:05 pm, แก้ไขทั้งหมด 2 ครั้ง
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 9:55 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)




เวย์น รูนี่ย์ ศูนย์หน้าทีมชาติอังกฤษของสโมสร “ผีแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ยอดทีมจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เตรียมร่วมโครงการฝากบ้านไว้กับทหาร ล่าสุด จ้าง
นักรบ “กูรข่า” หรือ ทหารเนปาลที่อยู่ในกองทัพอังกฤษ มาเฝ้าเวรแมนชั่นสุดหรู
ราคา 4 ล้านปอนด์ (หรือราว 220 ล้านบาท ) ของเขา ในช่วงที่นำทัพ “สิงโต
คำราม” อังกฤษ ลงสู้ศึกฟุตบอลโลก 2010 รอบสุดท้าย ที่ประเทศแอฟริกาใต้ จาก
การเปิดเผยของเดอะ ซัน สื่อจอมแฉชาวผู้ดี



http://sport.mthai.com/football/english/28485.html
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 10:07 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)






http://www.gunsandgames.com/smf/index.php?topic=80164.0
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 10:11 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)





http://en.wikipedia.org/wiki/Kukri
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
เว็บมาสเตอร์
เว็บมาสเตอร์


เข้าร่วมเมื่อ: 14/07/2009
ตอบ: 10798

ตอบตอบ: 11/02/2011 10:37 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)


หลังจบสงครามโลกครั้งที่สอง
ประเทศไทยเป็นประเทศที่แพ้สงคราม ใช่หรือไม่



อ่านให้ละเอียด จะเห็นว่า ผู้บริหารบ้านเมืองได้พยายามรักษาผลประโยชน์ให้ประชาชนอย่างดีที่สุดแล้ว การกล่าวหาว่าตำราเรียน
บิดเบือนความจริง ลองคิดดูให้ดีว่า ใช้ความไม่รู้เพราะไม่เคยศึกษาข้อมูลจริงๆ
ตัดสินหรือเปล่า

ในวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2484 ตั้งแต่เวลาประมาณ 02.00 น. กองทัพญี่ปุ่นได้ยกพลขึ้นบกที่ประจวบคีรีขันธ์ และอีกหลายจังหวัด
ในภาคกลางที่ติดอ่าวไทย มีการต่อสู้ต้านทานอย่างเข้มแข็งของทหารไทย ประชาชนทั่วไป และอาสาสมัครที่เป็นเยาวชน ที่
เรียกว่า ยุวชนทหาร เช่น การรบที่สะพานท่านางสังข์ จังหวัดชุมพร กล่าวคือ กลุ่มยุวชนทหารและกองกำลังผสมทหารตำรวจซึ่งกำลัง
จะต่อสู้ปะทะกันอยู่ที่สะพานท่านางสังข์ โดยที่กลุ่มยุวชนทหารนั้นมีผู้บังคับการ คือ ร้อยเอกถวิล นิยมเสน ในระหว่างการสู้รบร้อยเอก
ถวิล นำกำลังยุวชนทหารออกมาปะทะกองทหารญี่ปุ่น แม้ร้อยเอกถวิล จะถูกทหารญี่ปุ่นยิงเสียชีวิต แต่ยุวชนทหารยังคงสู้ต่อไปจน
กระทั่งรัฐบาลสั่งหยุดยิง เมื่อเวลา 11.00 น. โดยประมาณ เมื่อรัฐบาลญี่ปุ่นทราบว่ากลุ่มยุวชนทหารหลายคนเป็นเพียงนักเรียนมัธยม
จึงส่งหนังสือเชิดชูความกล้าหาญมายังกระทรวงกลาโหม และร้อยเอกถวิล นิยมเสน ได้รับแต่งตั้งขึ้นเป็นพันโท ส่วนการเชิดชูเกียรติ
ของยุวชนทหารผู้เสียชีวิตและผู้ร่วมต่อสู้ในครั้งนั้น มีอนุสาวรีย์อยู่ที่ริมสะพานท่านางสังข์ เป็นรูปยุวชนทหารพร้อมกับอาวุธปืนยาวติด
ดาบปลายปืน ในท่าเฉียงอาวุธ ยืนอยู่บนแท่น สร้างแล้วเสร็จเมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2524 แล้วทำหนังสือมอบให้เป็นสมบัติของจังหวัดชุมพร

ซึ่งในระยะแรกกองทัพญี่ปุ่นยังไม่อาจบุกเข้ามาได้ ทางญี่ปุ่นเองได้ประกาศว่า ไม่ต้องการยึดครองประเทศไทยแต่จะขอใช้ไทยเป็น
ทางผ่านไปยังพม่าและอินเดียเท่านั้น การต่อสู้ทำท่าว่าจะยืดเยื้อต่อไป จนกระทั่งอัครราชทูตญี่ปุ่นเดินทางมาพบนายกรัฐมนตรีเมื่อ
เวลาประมาณ 07.55 น. พร้อมกับคำขู่ว่า ญี่ปุ่นได้เตรียมเครื่องบินทิ้งระเบิดไว้ 250 ลำที่ไซ่ง่อน เพื่อจะมาทิ้งระเบิดกรุงเทพ ถ้า
ไทยไม่ยอมให้ผ่าน มีกำหนดเวลา 10.30 น. รัฐบาลไทยเห็นว่า ไม่อาจต้านทานกองกำลังญี่ปุ่นได้นาน จึงยอมยุติการต่อสู้ และ
ประกาศทางวิทยุให้ทุกฝ่ายหยุดยิง เมื่อเวลา 10.00 น. ในวันที่ 11 ธันวาคม ในอีก 4 วันต่อมา และทำพิธีลงนามร่วมเป็นพันธมิตร
กับญี่ปุ่นในวันที่ 21 ธันวาคม ที่พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม

ในเวลานั้น ทหารญี่ปุ่นจำนวนมากได้เข้าสู่พระนครเต็มไปหมด และได้ใช้สถานที่ทางราชการบางแห่งเป็นที่ทำการ รัฐบาลได้ประกาศให้
ญี่ปุ่นเป็นมหามิตร ประชาชนทุกคนต้องให้ความร่วมมือและสนับสนุนกับทางญี่ปุ่นอย่างเต็มที่ การกระทำใด ๆ ที่เป็นปรปักษ์มีโทษถึง
ประหารชีวิต แต่ก็มีประชาชนบางส่วน ลับหลังได้เรียกญี่ปุ่นอย่างดูถูกว่า "ไอ้ยุ่น" หรือ "หมามิตร" เป็นต้น

ขณะเดียวกัน ทางสหรัฐอเมริกา ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตไทยประจำสหรัฐอเมริกา ไม่อาจยอมรับการประกาศเป็นพันธ
มิตรกับญี่ปุ่นของรัฐบาลไทย และได้ประกาศขบวนการเสรีไทยขึ้นที่นั่น ในวันที่ 12 ธันวาคม พร้อม ๆ กับขบวนการเสรีไทยในที่อื่น ๆ
ก็ได้เกิดขึ้น และเสถียรภาพความมั่นคงของรัฐบาลไทยก็ได้สั่นคลอน เมื่อคณะราษฎรฝ่ายพลเรือนหลายคน เช่น ปรีดี พนมยงค์
ทวี บุณยเกตุ. ควง อภัยวงศ์. ได้แยกตัวออกมา เนื่องจากไม่อาจรับกับการกระทำของรัฐบาลเช่นเดียวกัน และกลายมาเป็นขบวน
การเสรีไทยในประเทศ

สถานการณ์โดยรวมของสงคราม ฝ่ายอักษะมีทีท่าว่าจะได้รับชัยชนะในสมรภูมิยุโรป และแอฟริกาตอนเหนือ ส่วนในเอเชียญี่ปุ่นก็
สามารถยึดมลายู และสิงคโปร์ได้แล้ว

ฝ่ายสัมพันธมิตรเริ่มส่งเครื่องบินเข้ามาทิ้งระเบิดในพระนคร การทิ้งระเบิดครั้งแรก เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มกราคม พ.ศ. 2485 เวลา
ประมาณ 04.00 น. หลังจากนั้น ในวันที่ 25 มกราคม พ.ศ. 2485 รัฐบาลก็ได้ประกาศสงครามกับอังกฤษ สหรัฐอเมริกา และ
ฝรั่งเศสอย่างเต็มตัว

เมื่อไทยประกาศสงครามอย่างเต็มตัวกับฝ่ายสัมพันธมิตร ทางสหรัฐอเมริกาได้ส่งเครื่องบิน บี 24 และ บี 29 อันเป็นเครื่องบินขนาด
ใหญ่มาทิ้งระเบิดอาคารบ้านเรือนต่าง ๆ ทั่วพระนคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวลากลางคืน เมื่อมาถึงทางการจะเปิดเสียงสัญญาณหวอเสียง
ดังเพื่อเตือนให้ประชาชนได้ระวังตัว เช่น หลบอยู่ในหลุมพรางที่ขุดขึ้นเอง หรือทำการพรางไฟ เป็นต้น แต่ประชาชนบางส่วนก็ได้
อพยพย้ายไปอยู่ตามชานเมืองหรือต่างจังหวัด ตลอดจนลงไปอยู่ในหลุมที่ทางการจัดสร้างไว้ เป็นต้น ซึ่งการอพยพนั้นมักจะเดินกันไป
เป็นขบวนกลุ่มใหญ่เหมือนขบวนคาราวาน โดยชานเมืองที่ผู้คนนิยมไปกันเป็นจำนวนมากคือ บริเวณถนนสุขุมวิท ซึ่งในเวลานั้นเรียกว่า
บางกะปิ

ในปลายปี พ.ศ. 2485 เกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ขึ้นที่พระนครและธนบุรี ทำให้สภาพความเป็นอยู่ของประชาชนเลวร้ายลงไปอีก ซ้ำสภาพ
เศรษฐกิจของกินของใช้ก็ขาดแคลนไปแทบทุกอย่าง ทั้งข้าวสาร ยารักษาโรค ราคาข้าวสารถังละ 6 บาท แม้จะหาซื้อได้ยากอยู่แล้วก็
ยังต้องกักตุนเพื่อให้ไว้สำหรับกองทัพญี่ปุ่นด้วย และมีพ่อค้าคนไทยบางส่วนได้กักตุนสินค้าไว้เพื่อโก่งราคา ซึ่งเรียกกันว่า ตลาดมืด
และพ่อค้าที่ได้ผลประโยชน์ในครั้งนี้ว่า เศรษฐีสงคราม เพราะร่ำรวยไปตาม ๆ กันจากเหตุนี้ แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าเมื่อถึงคราวนี้ เครื่อง
บิน บี 29 กลับไม่ได้มาทิ้งระเบิดเหมือนอย่างเคย

รัฐบาลไทยโดย จอมพล ป. พิบูลสงครามได้เปิดทำเนียบรัฐบาลซึ่งขณะนั้นตั้งอยู่ที่พระที่นั่งอนันตสมาคมให้ประชาชนทั่วไปมา รับแจก
ข้าวสารได้ โดยนำหลักฐาน คือ สำมะโนครัวไปด้วย โดยทำการแจก 1 ครั้งต่อ 1 สัปดาห์ คณะผู้แจกโดยมากจะเป็นนักเรียนนายร้อย
ทหารบก แต่งตัวดี ทำการแจกอย่างขะมักขะเม่น สร้างความประทับใจให้แก่ผู้ที่มารับเป็นอันมาก

ในเวลาเดียวกัน ก็เกิดขบวนการต่อต้านญี่ปุ่นโดยคนไทยด้วยกันเอง เรียกว่า ขบวนการไทยถีบ ขบวนการนี้ทำหน้าที่ดักปล้นของเล็ก
ของน้อย ยุทธปัจจัยต่าง ๆ ของกองทัพญี่ปุ่น ไปซ่อนตามป่าเขา โดยเฉพาะการตัดขบวนรถไฟขณะลำเลียงสิ่งของต่างๆ ให้ขาดจาก
กัน อีกทั้งบางครั้งยังแอบเข้าไปลักลอบขโมยดาบซามูไรของทหารญี่ปุ่นในเวลาหลับอีกด้วย เรียกว่า ไทยลักหลับ แต่เป็นที่น่าสังเกต
ว่า ขบวนการนี้บางครั้งขโมยแม้แต่ทรัพย์สินของรัฐบาลไทยเอง เช่น ลวดทองแดง สายโทรศัพท์ เป็นต้น อีกทั้งขบวนการเสรีไทยก็ไม่ได้
นับขบวนการไทยถีบเป็นแนวร่วมแต่อย่างใด

นอกจากนี้ มีการปล้นทหารญี่ปุ่นกันอย่างหนัก ซึ่งมีทั้งใช้การปล้นสะดมด้วยการรมยาให้หลับ ที่สุดมีแม้แต่การปล้นในเวลากลางวัน
โดยที่โจรถึงกับทักทายทหารญี่ปุ่นก่อนลงมือปลดทรัพย์ทรัพย์และอาวุธ หรือปล้นทหารญี่ปุ่นด้วยไม้ตะพดชิงเอาอาวุธปืนไปได้ โดย
ไม่เกรงกลัวอาญาแผ่นดิน

หลังสงคราม ตำรวจต้องระดมกำลังปราบปรามบรรดาโจรผู้ร้ายซึ่งมีอาวุธ ที่ชิงมาจากทหารญี่ปุ่น และบรรดาเสือร้ายต่างๆ เช่น กรณีการ
ถล่มชุมโจรที่บางไผ่ ซึ่งอยู่บริเวณรอยต่อระหว่าง อำเภอปากท่อ ราชบุรี และ จังหวัดสมุทรสงคราม เมื่อ ปี พ.ศ. 2490 กว่าจะราบคาบ
ก็กินเวลาหลายปี

สงครามโลกครั้งที่สองในไทย ยุติลงเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2488 เมื่อสหรัฐอเมริกาได้ทิ้งระเบิดปรมาณูลูกที่สองลงที่เมืองนางาซากิ
สมเด็จพระ จักรพรรดิฮิโรฮิโตของญี่ปุ่นได้ประกาศยอมแพ้และสั่งให้ทหารญี่ปุ่นทั่วโลกวางอาวุธ รวมทั้งในประเทศไทยด้วย ในวันที่ 14
สิงหาคมและทางญี่ปุ่นก็ได้ทำพิธียอมแพ้อย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม ที่อ่าวโตเกียว

จากการยอมแพ้ครั้งนี้ส่งผลให้ผู้นำประเทศหลายประเทศที่เข้าร่วมกับฝ่ายอักษะ ตกเป็นอาชญากรสงครามทั้งสิ้น นายควง อภัยวงศ์ ได้ขึ้น
มาเป็นนายกรัฐมนตรีแทนที่ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ซึ่งจะต้องถูกแขวนคอในข้อหาอาชญากรสงคราม นายควงได้เร่งรีบออกพระราช
บัญญัตินิรโทษกรรม และออกกฎหมาย ประกาศสันติภาพ มีผลให้การประกาศสงครามของไทยกับฝ่ายสัมพันธมิตรเป็นโมฆะโดย
อ้างเหตุว่าขณะที่ประกาศสงครามนั้นหนึ่งในผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์คือ นายปรีดี พนมยงค์ ไม่ได้ลงนามด้วย ซึ่งนับว่าเป็นประเทศ
เดียวที่เป็นผู้แพ้สงครามแต่สามารถพลิกกลับมาเป็นฝ่ายสัมพันธมิตรได้ แต่สภาพเศรษฐกิจโดยร่วมขณะนั้นย่ำแย่ ประกอบกับประเทศ
สัมพันธมิตรบางประเทศอย่างอังกฤษไม่ยอมรับในสถานภาพอันนี้ของไทย ซ้ำยังจะเรียกร้องสิทธิบางประการเช่นประเทศที่แพ้สงคราม
กับไทยด้วย ขณะที่ไทยได้เจรจาเรียกร้องดินแดนบางส่วนคืน นายควง อภัยวงศ์ จึงได้ลาออก และเป็นนายทวี บุณยเกตุ ที่ขึ้นมาเป็นนายก
รัฐมนตรีชั่วคราว เพื่อรอรับการกลับมาของ ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เอกอัครราชทูตที่สหรัฐอเมริกาและหัวหน้าขบวนการเสรีไทยที่นั่น เพื่อ
มารับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีตามคำร้องขอของนายปรีดี พนมยงค์ ซึ่งในขณะนั้นเป็นผู้สำเร็จราชการในรัชกาลที่ 8

ม.ร.ว.เสนีย์ ออกเดินทางจากสหรัฐอเมริกาเมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2488 ถึงประเทศไทยเมื่อวันที่ 17 กันยายน และได้ดำเนินการ
เจรจาเอาทหารอังกฤษและตกลงข้อสัญญาบางประการกับทางอังกฤษ จนแล้วเสร็จและได้ทำบันทึกอย่างเป็นทางการลงวันที่ 1 มกราคม
พ.ศ. 2489 เป็นอันเสร็จภารกิจและม.ร.ว.เสนีย์ ก็ได้ยื่นใบลาออกในวันนั้นทันที แต่ต้องอยู่รักษาการไปจนกระทั่งสิ้นเดือน

ระหว่างนี้ได้มีการออกกฎหมายอาชญากรสงครามมาเพื่อให้ผู้กระทำผิดต้องขึ้นศาลไทย จอมพล ป. พิบูลย์สงคราม จึงถูกจับกุมและถูก
ดำเนินคดีในประเทศไทย และต่อมาไม่ต้องรับโทษเพราะศาลฎีกาวินิจฉัยว่ากฎหมายไม่มีผลย้อนหลังและอ้างรัฐธรรมนูญแห่งราช
อาณาจักรไทยที่ระบุเรื่องสิทธิเสรีภาพของบุคคลซึ่งเป็นกฎหมายที่มีศักดิ์สูงกว่ากฎหมายอาชญากรสงคราม ทั้งนี้ มีผู้วิจารณ์ว่าการออก
กฎหมายอาชญากรสงครามก็เพื่อไม่ให้คนไทยถูกส่งไปดำเนินคดีในต่างประเทศอันจะส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของประเทศและทำให้เสีย
เปรียบในการเจรจาหลังสงคราม หรือบางแหล่งก็ว่าเป็นการช่วยเหลือจอมพล ป. ให้พ้นโทษ ในขณะที่อาชญากรสงครามของประเทศอื่นๆ
ถูกจับกุมและประหารชีวิตในที่สุด



เพิ่มเติมนะครับ ความคิดเห็นส่วนบุคคล
ตอนนั้นคนญี่ปุ่นมีแผนผูกมิตรกับคนไทย คือ การเข้ามาเป็นสายลับ แฟงตัวอยู่หลายปีบางคนมาค้าขาย หมอฟัน เป็นครูอาจารย์ พอมัน
ยกพลขึ้นบกพวกนี้แต่งชุดทหารออกมาเต็มเลยแต่ฝรั่ง เศส กับ อังกฤษ จ้องแต่จะเอาเปรียบยึดแผ่นดินเรา สงครามอินโดจีนนั้นฝรั่งเศษ
มันแค้นเรามากเพราะเราก็ทำความเสียหายให้มันอย่างหนักเหมือนกัน ด้วยเหตุนี้พอมันชนะสงครามมันก็หาว่าเราต้องแพ้ด้วย ยังดีที่ตอน
นั้นสหรัฐ หนุนหลังเรา ไม่อย่างนั้นเราคง ชดใช้ให้มันย้อยหลัง

จะพูดเช่นนั้นก็ได้ เพราะขณะนั้นประเทศไทยมีสองขั้วอำนาจ รัฐบาล จอมพล ป.ได้เซ็นสัญญาร่วมกับญี่ปุ่นว่าถ้าร่วมรบกับพันธมิตรเมื่อ
ญี่ปุ่นชนะญี่ปุ่นสัญญาว่าจะบีบบังคับให้ประเทศในกลุ่มอินโดจีนบางประเทศคืนดินแดนให้ไทยที่ยึดเอาไปสมัยสงครามอินโดจีนฝรั่งเศส
แต่ปรากฏว่าญี่ปุ่นแพ้สงครามสัญญาก็เลยตกไปเท่ากับว่าต้องเป็นผู้แพ้ด้วยเพราะไปเข้าข้างญี่ปุ่น แต่ที่ไทยไม่ต้องชดใช้ค่าปฏิกรรมสงคราม
มากมายนักเพราะมีขบวนการเสรีไทยที่มี ม.ร.ว.เสนีย์ ปราโมช เป็นแกนนำคนหนึ่งเคลื่อนไหวต่อต้านลับๆจนได้เป็นที่ยอมรับเมื่อรัฐบาล
จอมพล ป.หมดอำนาจ ไทยก็พลิกโฉมเป็นผู้ชนะในที่สุด

เอาเป็นว่าช่วยกันรักษาดินแดนที่มีอยู่ในปัจจุบันไม่ให้บิ่นไปอีกดีมั้ยไม่ว่าจะเขียนกันยังไง นั่นคือบทเรียนที่รู้แก่ใจ ประวัติศาสตร์คือสิ่งเตือน
สติ ไม่ใช่ต่างคนต่างเอามาบิดเบือนอย่างที่หลายๆคนพยายามทำไม่ว่ายังไงทุกอย่างในโลกมีเงื่อนงำเสมอ เรียนรู้อย่างเท่าทัน อย่าเรียนรู้
เพื่อจับผิด หรือบิดเบือน

ข่าวสารมากขึ้น แทนที่จะฉลาดมากขึ้น กลับเป็นโดนหลอกมากขึ้นไปได้การเขียนประวัติศาสตร์เพื่อความภาคภูมิของชาติ เมื่อมีช่องที่
จะทำได้ก็ควรทำดีกว่าที่ ไม่มีเรื่องเสีย หรือเสียเพียงภายใน แล้วมีคนพยายามตีข่าวให้เสียแบบใหญ่โตเกินเหตุเอาเรื่องไปประจานชาวโลก

ถ้าจะบอกว่า "ชนชั้นสูงของไทย เป็นผู้ปิดทองหลังพระเพื่อให้ไทยไม่เป็นผู้แพ้สงครามร่วมกับญี่ปุ่น คุณจะเชื่อไหม" อย่าถามถึงหลัก
ฐาน นี่คือข้อคิดอีกแง่ ที่เคยรับรู้มาจากผู้ที่เชื่อถือได้ประเทศไทยมีบารมีศักดิ์สิทธิ์สูงส่ง คุ้มกันภัยมานานหลายชั่วคนแล้ว อาจนานจนคน
ไทยไม่รู้สึกแล้วก็ได้

ต้องเห็นใจนายกไทยตอนนั้นที่ต้องยอมรับเงื่อนไขของญี่ปุ่น ไม่เช่นนั้นเมืองไทยเราอาจมีสภาพไม่ต่างจากจีน ที่ประชาชนถูกฆ่าทิ้งหลาย
แสนคนไม่ต่างจากเวียดนาม เขมรที่ถูกปล้นสดมภ์ กวาดเอาทรัพย์สิน พลอย ทองคำ มาอย่างมหาศาล ( ที่เอามาฝังแถวเมืองกาญจน์
เป็นขุมทองโกโบริ )ผู้หญิงคงถูกรุมข่มขืนย่อยยับ โบราณสถานต่างๆ วัดพระแก้วของเราคงไม่เหลือซาก

กองทัพไทยเราสมัยนั้นเองก็ไม่มีศักยภาพที่จะสู้เขาได้เลย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ขาดเงินในคลังแผ่นดิน นายทัพนายกอง
ไพร่พลถูกปลดจากประจำการมากมาย ในสมัยรัชกาลที่ ๗ ไทยจึงต้องยอมเขา และเขาก็เป็นผู้รักษาสัญญา ไม่ทำร้าย รังแกประชาชน
ทรัพย์สินของประเทศพันธมิตรร่วมรบ(ซึ่งไทยจำยอมเป็น)


ปู่ผมก็เป็นทหารไทยคนหนึ่งทีถูกส่งเข้าไปรบกับอังกฤษในดินแดนพม่า ทางตอนใต้ของจีน ตามเงื่อนไขของญี่ปุ่นกับไทย ในขณะนั้น
ทหารไทยเรารบเก่ง ตีตะลุยชนะทหารประเทศต่างๆได้หมด แม้กระทั่งทหารกูรข่าของเนปาล ซึ่งมารบให้อังกฤษ ที่คนทั่วไปคิดว่า
เป็นเผ่าพันธ์ทหารที่รบเก่งที่สุด ก็พ่ายแพ้ยับเยินแก่ทหารไทยในศึกคราวนั้น เมื่อรบไปถึงจีนตอนใต้ ญี่ปุ่นแพ้สงคราม ไทยจึงถอนทัพ
กลับประเทศ


อเมริกาช่วยไทยไม่ให้เป็นผู้รับโทษหลังแพ้สงคราม เพราะต้องการเข้ามามีบทบาท และคานอำนาจ อังกฤษ ฝรังเศสในภูมิภาคนี้และประวัติ
ศาสตร์ของไทยเราในยุคนั้นก็ถูกทำลาย ซ่อนเร้น เป็นความลับดำมืดมาจนถึงทุกวันนี้


ต้องเห็นใจนายกไทยตอนนั้นที่ต้องยอมรับเงื่อนไขของญี่ปุ่น ไม่เช่นนั้นเมืองไทยเราอาจมีสภาพไม่ต่างจากจีน ที่ประชาชนถูกฆ่าทิ้งหลาย
แสนคนไม่ต่างจากเวียดนาม เขมรที่ถูกปล้นสดมภ์ กวาดเอาทรัพย์สิน พลอย ทองคำ มาอย่างมหาศาล ( ที่เอามาฝังแถวเมืองกาญจน์
เป็นขุมทองโกโบริ) ผู้หญิงคงถูกรุมข่มขืนย่อยยับ โบราณสถานต่างๆ วัดพระแก้วของเราคงไม่เหลือซาก

กองทัพไทยเราสมัยนั้นเองก็ไม่มีศักยภาพที่จะสู้เขาได้เลย เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ขาดเงินในคลังแผ่นดิน นายทัพนายกอง ไพร่
พลถูกปลดจากประจำการมากมาย ในสมัยรัชกาลที่ ๗ ไทยจึงต้องยอมเขา และเขาก็เป็นผู้รักษาสัญญา ไม่ทำร้าย รังแกประชาชน ทรัพย์
สินของประเทศพันธมิตรร่วมรบ(ซึ่งไทยจำยอมเป็น)



ในตอนที่ญี่ปุ่นยกพลขึ้นบกในไทย ประเทศไทยจำต้องยอมให้ญี่ปุ่นผ่านประเทศเพราะต่อกรไว้ไม่ไหว ช่วงหนึ่งประเทศเลยถูกจัดให้เป็น
ผู้แพ้สงคราม แต่ขบวนการเสรีไทยในอเมริกา ได้ชี้แจงให้ทางการอเมริการู้ว่า ไทยต้องจำยอมทำตาม ประเทศไทยจึงถูกจัดให้เป็นฝ่ายที่
ชนะสงคราม

ถ้าตอนนั้นญี่ปุ่นชนะสงครามล่ะ คนไทยก็จะบอกว่าเราอยู่ฝ่ายชนะรึป่าว

แน้นอนครับไทยต้องประกาศว่าตัวเองชนะเพราะไทยได้เข้าร่วมทั้งสองฝ่าย แต่ว่าถ้าญี่ปุ่นชนะสงครามไทยก็จะได้เป็นประเทศมหาอำนาจ
ไปโดยปริยายเพราะประเทศไทยนั้นไม่ได้เป็นเมืองขึ้นของประเทศตะวันตกเลยและประเทศไทยนั้นก็ได้ต่อสู่ประเทศตะวันตกแต่ประเทศ
ไทยไม่ได้คิดที่จะไปยึดครองประเทศที่แพ้แต่ไทยสู้เพื่อ อธิปไตย ของปวงชนชาวไทย แต่ถ้าญี่ปุ่นชนะจริงๆแผ่นดินไทยก็หน้ากลัวที่จะ
ถูกญี่ปุ่นยึดเพราะไทยไม่มีกำลังทหารเพียงพอและสหรัฐที่ค่อยช่วยเราอยู่ในปัจุบันก็จะไม่มาช่วยเราได้อีกถ้าญี่ปุ่นชนะสงคราม

ย่อๆเลย คือแพ้เพราะไทยเคยเซ็นสัญญาเข้าร่วมกับฝ่ายอักษะกับญี่ปุ่นแต่ไม่เคยเซ็นสัญญาอย่างเป็นทางการกับสัมพันธมิตร สุดท้าย
อักษะก็แพ้ ความจริงไทยต้องโดนเก็บค่าปฏิมากรรมสงครามแต่ยังดีที่มีเสรีไทย ไม่งั้นไทยคงไม่เจริญหลายปีแหง่ๆเผลอๆยังใช้หนี้ไม่หมด
เลยมั้ง เพราะหลังสงครามเกิดการเหตุการนองเลือดมามาย เฮ้ออออออ คนไทย

วรรคสองนะครับ
หากเราไม่ส่งคืนดินแดน ชาติตะสวันตกจะมองว่า เรานั้นร่วมก่อสงครามกับญี่ปุ่นด้วย เพราะดินแดนที่เราครอบครองนั้นเรียกได้ว่า
เป็นอาณานิคมของตะวันตกแทบทั้งหมด และประเทศเราไม่แพ้สงครามเนื่องจาก ผู้นำขบวนการเสรีไทยได้ติดต่อกับชาติตะวันตกว่า ประ
ชาชนไม่ยอมขึ้นตรงและไม่ยอมรับรัฐบาลที่ประกาศสงคราม และอาจารย์ ปรีดี ได้พูดกับอเมริกาว่า เสรีไทย 8 หมื่นคนพร้อมที่จะลุกฮือ
สู้กับญี่ปุ่นอย่างเปิดเผย ในตอนสุ้นสุดสงครามใหม่ๆ ไทยที่เข้าร่วมกับฝ่ายอักษะเป็นประเทศแพ้สงครามและโดนปลดอาวุธ แต่เนื่องจากวีร
กรรมของ ดร.ปรีดี พนมยงค์ หัวหน้าขบวนการเสรีไทยเสรี และ หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช ทูตไทยประจำอเมริกาในขณะนั้น ได้
เข้าเจรจากับต่างชาติ ชาติตะวันตกจึงยอมรับว่าประเทศไทยไม่แพ้สงคราม แต่ต้องชดใช้เป็นข้าวสารในเรื่องที่เข้ากับอักษะอยู่ดี แต่ก็ยัง
ดีกว่าจ่ายเป็นเงินสดหลายร้อยล้านนะครับ


http://guru.google.co.th/guru/thread?tid=70e0f80eee58567d
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©