-
++kasetloongkim.com++
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ผลสัมฤทธิ์ หลังเรียนกับลุงคิม...
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ผลสัมฤทธิ์ หลังเรียนกับลุงคิม...

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
karn_khon
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 25/12/2014
ตอบ: 3

ตอบตอบ: 08/07/2019 11:27 am    ชื่อกระทู้: ผลสัมฤทธิ์ หลังเรียนกับลุงคิม... ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
. เมื่อวันที่ 27-28 พ.ค.2560
เดินทางจากนครศรีธรรมราช เพื่อไปเรียนการทำน้ำหมัก และการทำหม้อปุ๋ยกับลุงคิม
หลังจากนั้นก็กลับมาทำที่บ้าน จากวันนั้นถึงวันนี้เริ่มมีผู้สนใจเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
และเมื่อวันที่ 5 ก.ค.62 สำนักข่าว NBT มาถ่ายทำรายการเกี่ยวกับ

1. น้ำหมักชีวภาพคุณภาพสูง 7 วันเห็นผล
2. เครื่องให้ปุ๋ย
3. สละสุมาลีอินทรีย์
4. สวนสมรม

พี่นักข่าวบอกว่ายังไม่เคยเห็นจากที่อื่น
ผมต้องขอขอบคุณลุงคิมเป็นอย่างสูงที่ถ่ายทอดวิชาโดยไม่ปิดบังและนำมาทำใช้ได้จริง

วรายุทธ์ ชูสิงห์
สวนจันทรกานต์






























.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10381

ตอบตอบ: 08/07/2019 8:05 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

...... "สละ" .....

ลักษณะทางธรรมชาติ :
- เป็นไม้ผลยืนต้นอายุหลายสิบปี สกุลเดียวกันกับระกำ มีลักษณะและนิสัยทางธรรมชาติเหมือนกัน ปลูกได้ทุกพื้นที่ ทุกภาค และทุกฤดูกาล ชอบดินร่วนปนทรายมีอินทรีย์วัตถุมากๆ เจริญเติบโตได้ดีในแปลงปลูกที่พื้นดินมีความชื้นสูง

- ต้นที่สมบูรณ์ได้รับการปฏิบัติบำรุงแบบให้มีสารอาหารกินตลอด 24 ชม.ต่อเนื่องติดต่อกันหลายๆปีจะออกดอกติดผลได้ตลอดปีแบบไม่มีรุ่น

- ในต้นเดียวกันมีทั้งดอกตัวผู้ ดอกตัวเมีย และดอกกระเทย แต่อยู่กันคนละดอก...ดอกตัวผู้กับดอกตัวเมียต่างดอกกันผสมกันได้ดี แต่ดอกกระเทยแม้จะมีทั้งดอกตัวผู้และดอกตัวเมียอยู่ในดอกเดียวกันกลับผสมกันไม่ดี ... ใช้ดอกตัวผู้ระกำมาผสมกับดอกตัวเมียของสละจะทำให้ดอกติดผลดี

- เกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างไม่สมบูรณ์ เกิดจากขาดสารอาหาร/ฮอร์โมนหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม (อากาศร้อนหรือฝนตกชุก) แล้วผสมกันแล้วพัฒนาเป็นผลจะเป็นผลไม่สมบูรณ์ ไม่โต รูปทรงบิดเบี้ยว

- รสหวานอมเปรี้ยวแต่ความหวานมากกว่าระกำ จึงทำให้ผู้บริโภคที่ไม่ชอบผลไม้เปรี้ยวไม่นิยมแต่ผู้บริโภคในต่างประเทศกลับนิยม

- สละที่ขาดแคลเซียม. จะมีลักษณะอาการปลายผลลีบแหลม และไม่มีเนื้อ แก้ไขด้วยการให้แคลเซียม โบรอน สม่ำเสมอ

- สละต้นอายุมากๆ ลำต้นสูงชะลูดให้ผลผลิตไม่ค่อยดี แก้ไขด้วยการปล่อยให้ลำต้นเอนแล้วมีไม้ค้ำยันป้องกันล้มจะให้ผลผลิตดีเหมือนเดิม

- สละตอบสนองต่อ ขี้เถ้าโรยบางๆ แล้วรดด้วยน้ำหมักชีวภาพปลาทะเล ดีมากๆ แนะนำให้ทำปีละครั้ง
- ไม่ควรตัดแต่งทางใบมากนัก นอกจากทางใบที่แก่หมดสภาพแล้วเท่านั้น หากทางใบโน้มกีดขวางการทำงานควรใช้เชือกไนลอนผูกรวบไว้ ทางใบที่ตัดแล้วควรนำไปปูคลุมรอบโคนต้นโดยคว่ำด้านหนามลงดิน หรือบดละเอียดด้วยเครื่องบดทางสะละเป็นปุ๋ยหมักต่อไป

- สะละอายุได้ประมาณ 1 ปี จะแตกหน่อออกมาจำนวนมาก หากปลูกแบบกอควรเลี้ยงหน่อไว้เพียงหน่อเดียว (2 ต้น ต่อกอรวมทั้งต้นแม่) จะทำให้สะละตกผลเร็ว หลังจากนั้น ค่อยเลี้ยงหน่อเพิ่มขึ้นให้ได้จำนวนต้นตามต้องการ คอยหมั่นตัดแต่งหน่อที่ไม่ต้องการออก


การตัดแต่งทางใบ :
- สะละที่ให้ผลผลิตแล้ว ควรไว้ทางใบ 15-20 ทางใบ
- ไม่ควรตัดแต่งทางใบที่รองรับทะลายผล จนกว่าจะเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้ว
- ทางใบช่วงที่มีใบตัดแล้วนำมาปูคลุมโคนโดยคว่ำหนามลงดิน ส่วนช่วงโคนที่ไม่มีใบนำไปบดละเอียดด้วยเครื่องบดทางสะละเป็นปุ๋ยหมักต่อไป


การตัดแต่งหน่อและไว้กอ :
- หลังจากเลี้ยงหน่อได้จำนวนต้นที่ต้องการแล้วคอยหมั่นตัดหน่อที่ไม่ต้องการออก ทั้งหน่อข้างต้น (หน่อต๊อก) และหน่อดิน

- เมื่อสะละมีอายุได้ประมาณ 7-8 ปี หรือเมื่อต้นมีความสูงไม่น้อยกว่า 1 เมตร อาจตัดต้นแม่ออกนำไปขยายพันธุ์ เพื่อให้มีช่องว่างตรงกลางกอ จะทำให้ปฏิบัติการดูแลรักษาสะดวกยิ่งขึ้น


การตัดแต่งดอก :
- คานดอกที่ออกมาในระยะก่อน 2 ปี ควรตัดทิ้ง เพราะผลผลิตที่ได้ ในระยะนี้จะไม่มีคุณภาพ
- ตัดแต่งช่อดอกในแต่ละคานให้เหลือปริมาณพอเหมาะกับความสมบูรณ์ต้น โดยสังเกตจากช่อดอกหากสมบูรณ์จะอวบยาว สีแดงเข้ม กาบหุ้มมีสีดำ หรือสีน้ำตาล


การผสมเกสร :
- สะละต้องช่วยผสมเกสร
- ผสมเกสรโดยตัดช่อดอกตัวผู้ของระกำ สะกำ หรือสะละที่ บานแลวมาเคาะใส่ช่อดอกตัวเมียที่บานแล้ว ประมาณ 50% ของช่อดอกขึ้นไป ให้ละอองเกสรตกลงไปผสมกับเกสรตัวเมีย

- ผสมเกสร โดยใช้เกสรสำเร็จรูปที่เก็บรวบรวมไว้ ผสมกับแป้งทาลคัม อัตรา 1:10 พ่นบนช่อดอกตัวเมียที่บานแล้ว 80% ก่อนนำเกสรสำเร็จรูปไป ใช้ควรทดสอบเปอร์เซ็นต์ความมีชีวิตของละอองเกสรก่อน

- การผสมเกสรสามารถทำได้ตลอดทั้งวัน แต่ในฤดูฝนเมื่อ ผสมแล้วต้องคลุมดอกไว้อย่างน้อย 2


การโยงผล :
- โยงผลตามความเหมาะสมโดยเฉพาะใน ต้นเล็กที่กระปุกผลอยู่ใกล้พื้นดิน

อ้างอิง : กรมส่งเสริมการเกษตร


สายพันธุ์ :
พันธุ์เนินวง :
เป็นพันธุ์สะละที่นิยมปลูกมากที่สุด ขนาดตะโพกหรือลำต้นเล็กกว่าระกำ บริเวณ กาบใบมีสีน้ำตาลทอง ปลายใบยาว หนามของยอดที่ยัง ไม่คลี่มีสีขาว ผลมีรูปร่างยาวหัวท้ายเรียวคล้ายกระสวย หนามผลยาว อ่อนนิ่ม ปลายหนามงอนไปทางท้ายผล เนื้อมีสีเหลืองนวลคล้ายน้ำผึ้ง หนานุ่ม รสชาติหวานหรือหวานอมเปรี้ยว รับประทานแล้วรู้สึกชุ่มคอ กลิ่นหอม เมล็ดเล็ก

พันธุ์หม้อ : ขนาดตะโพกหรือลำต้นเล็ก และใบมีสีเข้มกว่าพันธุ์เนินวง ข้อทางใบถี่สั้น หนามยาวเล็กและอ่อนกว่าพันธุ์เนินวง ช่อดอกยาว ติดผลง่ายกว่าพันธุ์เนินวง ผลคล้ายระกำ เปลือกผลสีแดงเข้ม เนื้อสีน้ำตาลมีลาย เนื้อหนาแต่ไม่แน่น รสชาติหวาน มีกลิ่นเฉพาะ เมล็ดเล็ก ทนต่อสภาพแสงแดดจัดได้ดีกว่าพันธุ์เนินวง

พันธุ์สุมาลี : เป็นพันธุ์ใหม่ ลักษณะลำต้นคล้ายระกำ ทางใบยาวมีสีเขียวอมเหลือง ใบใหญ่กว้างและปลายใบสั้นกว่าพันธุ์เนินวง หนามของยอดอ่อนที่ยังไม่คลี่มีสีส้มอ่อน คานดอกยาว ช่อดอกใหญ่ ติดผลง่าย ผลมีรูปร่างป้อมสั้น สีเนื้อคล้ายระกำ เนื้อหนากว่าระกำ แต่บางกว่าพันธุ์เนินวง รสชาติหวานมีกลิ่นเฉพาะ เจริญเติบโตเร็วและทนต่อสภาพแสงแดดจัดได้ดีกว่าพันธุ์เนินวง


การขยายพันธุ์ :
แยกหน่อ :
(โตช้า/ให้ผลผลิตช้า/ไม่กลายพันธุ์). เพาะเมล็ด (กลายพันธุ์)
ผ่าเหง้า : (โตเร็ว/ให้ผลผลิตเร็ว/ไม่กลายพันธุ์/นิยมมากที่สุด/ดีที่สุด). โดยการขุดหัวหรือเหง้าต้นกระเทยอายุ 10 ปีขึ้นไป ได้เหง้ามาแล้วผ่าขวางออกเป็นแว่น รูปลิ่ม ที่สันลิ่มมีตาสมบูรณ์ติดอยู่ 1-2 ตา ผ่าเป็นแว่นแล้วนำลงแช่ในไคตินไคโตซานหรือธาตุรอง/ธาตุเสริม 6-12 ชม. นำขึ้นผึ่งลมให้แห้ง ทาด้วยปูนกินหมาก จากนั่นนำไปเพาะในกระบะเพาะ-วัสดุเพาะธรรมดา เก็บในร่มหรือโรงเรือนเพาะชำ ให้น้ำรักษาความชุ่มชื้นสม่ำเสมอ บำรุงเลี้ยงจนได้ใบใหม่ 4-5 ใบ จึงนำลงปลูกในแปลงจริง .... การขุดเหง้าหรือหัวมาผ่าเพื่อขยายพันธุ์แบบนี้ เรียกว่า "ฆ่าแม่เอาลูก" เพราะไม่เหลืออะไรให้ต้นแม่เจริญเติบโตต่อไปได้อีกเลย


เตรียมต้น ตัดแต่งกิ่ง :
ช่วงต้นเล็กไม่ควรตัดกิ่งหรือทาง ปล่อยเลี้ยงไว้ให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ เพราะต้องอาศัยใบช่วยบังแสงแดด แต่เมื่อต้นใหญ่และอายุมากขึ้นกิ่งหรือทางล่างสุดจะโน้มลงปกดินให้ตัดออกได้ แต่กิ่งหรือทางที่ยังตั้งชี้ขึ้นได้ดีอยู่ให้คงไว้ ใบด้านบนที่ปลายชนหรือเกยทับกันเล็กน้อยนอกจากช่วยคำยันซึ่งกันและกันยามถูกพายุแล้วยังช่วยบังแสงแดดจัดให้ซึ่งกันและกันไม้ให้แดดเผาหน้าดินโคนต้นได้อีกด้วย


ขั้นตอนการปฏิบัติบำรุงต่อสละ :
1. ระยะต้นเล็ก - ยังไม่ให้ผลผลิต :
ทางใบ :

- ให้ไบโออิ 25-5-5 + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน ฉีดพ่นพอเปียกใบ 1-2 รอบ
- ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพรทุก 2-3 วัน
ทางราก :
- ใส่ยิบซั่ม ปุ๋ยอินทรีย์ กระดูกป่น ปุ๋ยคอก (ขี้วัวขี้ไก่ไข่ แกลบดิบ แห้งเก่าข้ามปี) ครั้งที่ 1 ของรุ่นหรือปีการผลิต ควรวางแผนให้ปีละ 3 ครั้ง (4 เดือน/ครั้ง)

- คลุมโคนต้นด้วยเศษพืชแห้งหนาๆ เต็มพื้นที่บริเวณทรงพุ่ม ล้ำออกไปถึงนอกเขตทรงพุ่ม
- ให้ 25-7-7 (1/2 กก., 1 กก.ต้นใหญ่) /ต้น /เดือน ละลายน้ำรดโคนต้น เขตทรงพุ่ม
- ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 30-10-10 (2 ล.) /ไร่ /เดือน รดทั่วแปลงทุกตารางนิ้ว 1-2 เดือน/ครั้ง
- ให้น้ำเปล่า ทุก 3-5 วัน
หมายเหตุ :
-ใส่เศษซากทะลายปาล์มจากโรงงานปาล์มน้ำมัน 2 ปี /ครั้ง

2. ระยะต้นโต-ให้ผลผลิตแล้ว :
ทางใบ :

- ให้สูตรสหประชาติ (ไบโออิ+ไทเป+ยูเรก้า) + สารสมุนไพร 2 รอบ สลับ แคลเซียม โบรอน 1 รอบ ห่างกันรอบละ 7 วัน

-ให้ “น้ำตาลทางด่วน” (กลูโคส) 1-2 เดือนต่อครั้ง
- ฉีดพ่นสารสมุนไพรบ่อยๆ เพื่อกันก่อนแก้
ทางราก :
- ใส่ยิบซั่ม ปุ๋ยอินทรีย์ กระดูกป่น ขี้วัวขี้ไก่แกลบดิบ หญ้าแห้งใบไม้แห้งคลุมโคนต้นหนาๆ ควรวางแผนให้ปีละ 2 ครั้ง

- ให้ปุ๋ย 8-24-24 สลับเดือนกับ 21-7-14 (1/2 กก.ต้นเล็ก, 1 กก.ต้นใหญ่) /ต้น /เดือน ละลายน้ำรดโคนต้นเขตทรงพุ่ม

- ให้น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง 8-24-24 (2 ล.) สลับเดือนกับ ระเบิดเถิดเทิง 21-7-14 (2 ล.) /เดือน /ไร่
- รดทั่วแปลงทุกตารางนิ้ว
หมายเหตุ :
- ถ้าขาดน้ำต้นจะชะงักการเจริญเติบโตส่งผลให้การออกดอกติดผลไม่ดีเท่าที่ควรอีกด้วย
- ให้ทางใบด้วยไคโตซาน + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 2-3 เดือน/ครั้ง จะช่วยบำรุงขยายขนาดผลให้ใหญ่และเนื้อแน่นขึ้น

- ให้แคลเซียม โบรอน สม่ำเสมอตลอดระยะเวลาที่มีผลผลิตอยู่บนต้นจะช่วยให้ต้นไม่โทรมเนื่องจากแบกภาระเลี้ยงผลจำนวนมากบนต้น …. การให้แคลเซียม (จากแคลซียม โบรอน. กระดูกป่น. และ จากยิบซั่ม) ยังช่วยบำรุงเนื้อส่วนปลายผลให้เต็มผล


(หนังสือหัวใจเกษตรไท)

------------------------------------------------------------------------------------




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10381

ตอบตอบ: 10/07/2019 10:30 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
http://kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=5994&sid=0133752dab528b55483f72bb84cb8c82

SPRINKLER-VENTURY... คิดได้ไง !



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
karn_khon
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 25/12/2014
ตอบ: 3

ตอบตอบ: 25/07/2019 11:03 am    ชื่อกระทู้: สละผลเสียรูปเป็นเพราะอะไรครับ ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.












สละผลเสียรูปเป็นเพราะอะไรครับ



.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10381

ตอบตอบ: 25/07/2019 3:49 pm    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

คน. ไม่สบายไปหาหมอ บอกหมอว่า "ปวดท้อง"
หมอถาม. ปวดข้างไหน ? ปวดมานานรึยัง ? ก่อนปวดกินอะไร ? คนในบ้านมีใครปวดไหม ? ฯลฯ
หมอถามเพื่อหาต้นสาเหตุของการปวดท้อง แล้วจึงสั่งยา ..... ฉันใด

สละก็เหมือนกัน ถามสั้นๆ "ผลเสียรูป ผลเสียรูป" รายละเอียดคำถามน้อยไปหน่อย ในรูปน่าจะ (เน้นย้ำ...น่าจะ) โชว์รายละเอียดมากกว่านี้ แบบว่า "ภาพถ่าย 1 ภาพ แทนคำพูด 1,000 คำ"..... ฉันนั้น


ตอบ :
ปัจจัยพื้นฐานสำหรับพืช ดิน-น้ำ-แสงแดด/อุณหภูมิ/ฤดูกาล-สารอาหาร-สายพันธุ์-โรค.....ไม่มีพืชใดในโลกหลีกพ้นได้ ปัจจัยใดปัจจัยหนึ่งไม่เหมาะสมไม่ถูกต้องเพียงปัจจัยเดียว ย่อมส่งผลเสียต่อปัจจัยที่เหลือด้วย ผลรับคือ พืขต้นนั้นไม่พัฒนาเจริญเติบโต

ถามตัวเองซิ....
ได้ทำ อะไรบ้าง ?
ไม่ได้ทำ อะไรบ้าง ?

ต่อปัจจัยพื้นฐานฯ เหล่านี้.....

ปลูกปาล์มตามใจปาล์ม ไม่ใช่ตามใจคน....
ปลูกปาล์มรู้จักปาล์มให้กระจ่างแต่อย่างเดียว แต่ให้เชี่ยวชาญเถิดจะเกิดผล....

ดิน : ได้ใส่อินทรีย์วัตถุ (ขี้วัว ขี้ไก่ แกลบดิบ ยิบซั่ม) จุลินทรีย์....ไหม ?
น้ำ : สม่ำเสมอ พอหน้าดินซื้น (ชื้น ชุ่ม โชก แฉะ แช่) ..... ไหม ?
สารอาหาร : พืชตระกูลปาล์มต้องการ แม็เนเซียม. สังกะสี. แคลเซียม. เป็นหลัก.... ไหม ?

พร้อมซื้อ........ บอกวิธีเลือกซื้อ
พร้อมทำเอง .... ไบโออิ. ยูเรก้า. ไทเป. แคลเซียม โบรอน. (สูตรในWEB ในหนังสือ)


ดูตามรูป เดา (เน้นย้ำ...เดา) ....
โรคมีเชื้อ เชื้อรา .... ใช้สมุนไพรสูตรกำจัดเชื้อรา (พริก ขิง ข่า ขมิ้น กระชาย ดีปลี ตะไคร้ มังคุด ว่านน้ำ สาบเสือ ผกากรอง ฯลฯ)
โรคไม่มีมีเชื้อ ....... ขาดสารอาหารตัวหลัก แม็กเนเซียม. สังกะสี. แคลเซียม โบรอน.




.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
karn_khon
หนาวดึ่ง
หนาวดึ่ง


เข้าร่วมเมื่อ: 25/12/2014
ตอบ: 3

ตอบตอบ: 09/08/2019 10:44 am    ชื่อกระทู้: ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.

https://www.youtube.com/watch?v=0Xb9_WBwC-c&t=294s


.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©