-
++kasetloongkim.com++
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ
MySite.com :: ดูกระทู้ - ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 3 NOV * ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง (3)
 คำถามถามบ่อยของกระดานข่าวคำถามถามบ่อยของกระดานข่าว   ค้นหาค้นหา   กลุ่มผู้ใช้งานกลุ่มผู้ใช้งาน   ข้อมูลส่วนตัวข้อมูลส่วนตัว   เข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณเข้าระบบเพื่อตรวจข่าวสารส่วนตัวของคุณ   เข้าระบบเข้าระบบ 

ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 3 NOV * ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง (3)

 
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร
ดูกระทู้ก่อนนี้ :: ดูกระทู้ถัดไป  
ผู้ส่ง ข้อความ
kimzagass
หาวด้า
หาวด้า


เข้าร่วมเมื่อ: 12/07/2009
ตอบ: 10050

ตอบตอบ: 03/11/2017 6:48 am    ชื่อกระทู้: ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางวิทยุ 3 NOV * ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเท ตอบกระทู้ด้วยเครื่องหมายคำพูด(quote)

.
.
ถาม-ตอบ ปัญหาเกษตรทางรายการวิทยุ 3 NOV

AM 594 เวลา 08.15-09.00 (จันทร์-ศุกร์)
********************************************************************

สวัสดีครับ ท่านผู้ฟังที่เคารพ
กองทัพบกเพื่อประชาชน เสนอรายการสีสันชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตร และอาชีพเสริม
ผลิตรายการโดยกองกิจการพลเรือน หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศ กองทัพบก

@@ สนับสนุนรายการโดย ...
http://www.nimut.com/
* บ.นิมุติ เอ็นจิเนียริ่ง เครื่องย่อยเศษพืช (02) 322-9175-6

http://www.bkgmax.com/kaset/product.html
* ยิบซั่มธรรมชาติ เฟอร์มิกซ์, ธันเดอร์พลัส, ธาตุรอง/ธาตุเสริม มัลติแชมป์ (089) 144-1112

http://www.mysuccessagro.com
* บ.มายซัคเซส อะโกร---ปุ๋ยอินทรีย์ ตราคนกับควาย, กาวเหนียวดักแมลง มายฟิกส์, กลิ่นล่อแมลงวันทอง ฟลายแอต,
สารเสริมฤทธิ์สารสมุนไพร ไบโอเจ๊ต, ถังฉีดพ่นรุ่นใหม่ ใช้แบตเตอรี่ (081) 910-5034

* และ ชมรมสีสะนชีวิตไทย วิทยุเพื่อการเกษตรและอาชีพเสริม

กระผม พันโทวีระ ใจหนักแน่น (คิม ซา กัสส์) เป็นผู้ดำเนินรายการ

เช่นเคย รายการเรา 1188 ฝากข้อความ-ฝากคำถาม-ฝากข่าว ที่ (081) 913-4986 โทรศัพท์เข้ารายการคุยกันสดๆ
ออกอากาศ สร้างสังคมแห่งการแบ่งปัน (02) 888-0881 และอินเตอร์เน็ต เกษตรลุงคิมดอทคอม ถาม 1 บันทัด ตอบ 1 หน้า....

--------------------------------------------------------------------------------------

ตัวแทนจำหน่าย ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง, ไบโออิ, ไทเป, ยูเรก้า. (อินทรีย์ – เคมี)

1) ชมรม (ใหญ่) สีสันชีวิตไทย (089) 814-3204 ใกล้ไฟแดง สี่แยกบางแพ ราชบุรี
2) “คุณชาตรี” (081) 841-9874 ทรัพย์ทวีการเกษตร ชัฎป่าหวาย สวนผึ้ง ราชบุรี (ส่งทาง ปณ.)

3) ร.ต.ต.นันท์สุรัตน์ (089) 821-8273 ต.จรเข้เผือก ด่านมะขามเตี้ย กาญจนบุรี (ส่งทาง ปณ.)
4) “คุณล่า” (081) 944-8494 ทุกวันจันทร์ ตลาดนัดวัดอมรญาติ ดำเนินสดวก ราชบุรี

5) “คุณประเสริฐ” (080) 110-4645 บ.เขาดิน หนองแขม เดิมบางนางบวช สุพรรณบุรี
6) “คุณพรพรรณ” (089) 814-7944 พลชัยเกษตรชีวภาพ ตลาดนัดธนบุรี ถ.เลียบคลองทวีวัฒนา
7) “คุณน้ำส้ม” (085) 055-7706 ชมรมฯ สาขาศาลายา หน้า ม.มหิดล พุทธมณฑลสาย 4 (ส่งทาง ปณ.)


----------------------------------------------------------------------------------------

@@ สารอาหาร (ปุ๋ย) เพื่อการสื่อสาร :

** ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง : ส่วนผสมหลัก .... อินทรีย์/เคมี (กุ้งหอยปูปลาทะเล, เลือด, ไขกระดูก, นม, ขี้ค้างคาว, น้ำมะพร้าว, ธาตุหลักตามพืช, แม็กเนเซียม. สังกะสี. รอง/เสริม

** ไบโออิ : ส่วนผสมหลัก .... เคมี (แม็กเนเซียม. สังกะสี. รอง/เสริม)
** ยูเรก้า : ส่วนผสมหลัก .... เคมี (21-7-14, ไคโตซาน, อะมิโนโปรตีน)
** ไทเป : ส่วนผสมหลัก ..... อินทรีย์/เคมี (นม, ไข่, น้ำมะพร้าว, 13-0-46. 0-52-34)

มิได้มีเจตนาโฆษณาผลิตภัณฑ์ แต่ใช้ชื่อผลิตภัณฑ์เพื่อง่ายต่อการสื่อสารข้อมูล เท่านั้น
.... ต้นพืชไม่รู้จักยี่ห้อ ไม่รู้จักเจ้าของสูตร .....
...... ไม่รู้เจ้าของคนปลูก ไม่ฟังโฆษณา .......
...... ต้นพืชรู้จักแต่ส่วนผสมหรือเนื้อใน .......


**********************************************************



จาก : (093) 812-59xx
ข้อความ : ได้ยินผู้พันพูดว่า ปุ๋ยชีวภาพที่ดีต้องมีธาตุอาหาร ธาตุหลัก ธาตุรอง ธาตุเสริม ฮอร์โมน และจุลินทรีย์ ธาตุอาหารที่ได้ต้องมาจากส่วนผสม ปุ๋ยชีวภาพที่ผมทำมาจากพืชอย่างเดียว ธาตุอาหารมีน้อย ทำอย่างไรให้มีธาตุอาหารมาก .... ขอบคุณครับ
ตอบ :
- น่าจะบอกมาหน่อยว่า พืชที่เอามาทำชื่ออะไร เพราะในบางพืชอาจมีธาตุอาหารที่ไม่มีในซากสัตว์ .... สารอาหารในพืชกลุ่มฮอร์โมน เรียกว่า “ฮอร์โมนเขียว” ในพืชมีมากกว่าในซากสัตว์

- ง่ายเหมือนปอกกล้วย (ดิบ) เข้าปาก .... อย่าทำเรื่องง่ายให้มันยาก ไอ้เรื่องยากที่ว่าน่ะทำง่ายๆ ดังนี้....
1. เชคก่อนว่า ธาตุอาหารพืชตามตำรามีอะไรบ้าง รู้ให้ครบ
2. เชคเสริมว่า ส่วนผสมที่เราเอามาทำแล้วนั้น แต่ละอย่างมีธาตุอาหารอะไรบ้าง
3. เชคเติมว่า พืชที่เราจะให้ เขาต้องการธาตุอะไรบ้าง
4. เชคเพิ่ม ใส่ธาตุที่ไม่มี แต่พืชต้องการลงไป
5. เชคบวก ธาตุที่จะใส่ ได้ทั้งธาตุอินทรีย์ (อินทรีย์ชีวะ)ไม่จำกัดปริมาณ และธาตุเคมี (เคมีสังเคราะห์) แค่ 1% ก็เหลือจะพอ

...............................................................................................................

คนถามใหม่ คำถามเก่า คำตอบเดิม :

จาก :
(081) 247-83xx
ข้อความ : ผู้พันครับ ฟังเรื่องฮอร์โมนเขียวที่ผู้พันเอาของ ดร.โช เกาหลีมาต่อยอด ต้องยอมรับความคิดริเริ่มของผู้พัน ผมเลยเอาความคิดของผู้พันมาต่อยอดบ้าง จากฮอร์โมนเขียว บวกระเบิดเถิดเทิง บวกธาตุหลัก รอง เสริม แล้วให้ทางดินก็ได้ใช่ไหมครับ...ขอบคุณครับ

จาก : (080) 128-49xx
ข้อความ : ลุงคิมครับ ต้นของพืชผักกินใบมีฮอร์โมนเขียว แล้วที่ผลของพืชมีฮอร์โมนอะไรหรือไม่ครับ....

ตอบ :
- ตามหลักวิชาการบอกว่า การให้ปุ๋ยทางใบแก่พืชต้องให้ตอนกลาง เพราะปากใบเปิดตอนกลางวัน .... เรื่องปากใบ เปิดหรือปิด มันน่าสงสัยที่ว่า ตอนกลางวันต้นไม้ดูดคาร์บอนไดอ๊อกไซด์เข้าไปแล้วคายออกซิเจนออกมา คนอยู่ไต้ต้นไม้จึงรู้สึกดี ตอนกลางคืนต้นไม้ดูดอ๊อกซิเจนเข้าไปแล้วคายคาร์บอนไดอ๊อกไซด์ออกมา จึงไม่ให้คนอยู่ไต้ต้นไม้ .... อาการดูดคาบอนไดอ๊อกไซด์ตอนกลางวันกับดูดอ๊อกซิเจนตอนกลางคืน มันก็ต้องเปิดปากใบเหมือนๆกันไม่ใช่เหรอ .... ส่วนการลำเลียงสารอาหาร ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันกับเปิดปิดปากใบ

"ตอนกลางคืน" ต้นจะลำเลียงสารอาหารจากดินโดยการดูดซึมของรากขึ้นสู่ต้นไปไว้ที่ใบรอสังเคราะห์เมื่อมีแสงแดดในวันรุ่งขึ้น

"ตอนกลางวัน" ต้นพืชจะลำเลียงสารอาหารที่ใบสังเคราะห์เรียบร้อยแล้ว ส่งลงมายังส่วนต่างๆของต้น

สรุป : สารอาหารจากล่างขึ้นบนตอนกลางคืน สารอาหารจากบนลงล่างตอนกลางวัน

- จากหลักการลำเลียงสารอาหารของต้นพืช ทั้งกลางวันกลางคืนแบบนี้ เราจึงให้ได้ทั้งสองทาง เหลือแต่เวลาไหนให้สารอาหารตัวไหน สารอาหารนั้นมีโครงสร้างทางเคมี (โมเลกุล) อย่างไร เท่านั้น

- ฮอร์โมนเขียว คือ ปุ๋ยอินทรีย์น้ำชนิดหนึ่ง เป็นสารอาหารพืชที่พืชสังเคราะห์ (สร้างหรือผลิต) ขึ้นมาพัฒนาตัวเอง เหมือนคนกินอาหารอะไรเข้าไปแล้ว กระเพาะย่อยก่อน แล้วส่งต่อให้ลำไส้เล็กย่อยต่อ (โดยกระเพาะเรียกว่า ย่อย....โดยลำไส้เล็กย่อยเรียกว่า เอ็นไซม์) จนโมเลกุลของสารอาหารตัวนั้นมีขนาดเล็กจึงส่งต่อไปยังร่างกายได้ .... กรณีพืชก็เช่นกัน พืชไม่มีกระเพาะแต่พืชให้จุลินทรีย์เป็นผู้จัดการให้ จากนั้นก็ดูดซึม (เมทาบอลิซึ่ม) เข้าสู่ต้น ส่งไปยังส่วนต่างๆ ของต้น สารอาหารที่พืชส่งไปนี้เรียกว่า “น้ำเลี้ยง” ส่งผ่านไปตาม “ท่อน้ำเลี้ยง”.... ทุกส่วนสรีระของพืชย่อมมีน้ำเลี้ยงทั้งนั้น เพียงแต่เป็นนำเลี้ยงประเภทใด ปริมาณมากน้อยแค่ไหน .... น้ำเลี้ยงที่ว่านี้แท้จริงก็คือ “ฮอร์โมน” เป็นฮอร์โมนธรรมชาติ นั่นเอง

- ตอบสั้นๆ การปฏิบัตินำวิชาการ .... ฮอร์โมนเขียว น้ำเลี้ยง “สด/ใหม่/สมบูรณ์” จากพืชที่อยู่ในตัวพืชที่พืชใช้บำรุงตัวเอง ว่าแล้วให้ “บีบ/คั้น” เอาน้ำเลี้ยงในพืชจากพืชต้นหนึ่ง ออกมาแล้วเอาไปให้แก่พืชอีกต้นหนึ่ง ....


@@ การปฏิบัติ

1. เลือกพืชชนิดที่มีน้ำเลี้ยงมากๆ สมบูรณ์ โตเร็ว ไม่มีโรคแมลง .... พืชที่ขึ้นเอง โตตามธรรมชาติแท้ๆ สรรพคุณของน้ำเลี้ยงย่อมดีกว่าพืชที่คนปลูกแล้วบำรุง

2. เลือกเก็บเฉพาะส่วนที่มีฮอร์โมนแบบจำเพาะชนิดฮอร์โมน หรือเลือกเก็บทั้งต้นเพื่อเอาฮอร์โมนทุกชนิด .... เก็บตอน ตี.5 เก็บมาแล้ว เข้าเครื่องปั่นแยกกากแยกน้ำ น้ำที่ปั่นได้ใช้งานได้ทันที หากต้องการเก็บนาน เก็บในขวดทึบแสง อย่าให้โดนแสงแดด เก็บในตู้เย็น....การใช้งาน ให้ตอนค่ำ ไม่มีแสงแดด ทางใบหรือทางราก

3. เสริมประสิทธิภาพด้วยการ เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก สารอาหารสังเคราะห์ (ธาตุรอง ธาตุเสริม มัลติแชมป์) .01% ตามความเหมาะสม
.... กรณีให้ทางใบ ให้เพิ่มสารอาหารสังเคราะห์ประเภทให้ทางใบ
.... กรณีให้ทางราก ให้เพิ่มสารอาหารสังเคราะห์ประเภทให้ทางดิน

4. ฮอร์โมนพืชโมนพืช ได้แก่
- โกร์วทฮอร์โมน มีในต้น (ทั้งต้น) พืชอายุสั้น
- จิ๊บเบอเรลลิน มีที่ยอดเด็ดได้ด้วยมือ, ปลายรากอ่อน, ในผลอ่อนขบเผาะ
- น้ำตาล มีในน้ำเนื้อผลไม้สุกงอม
- พาโคลบิวทาโซน มีในหัวแก่จัด กินไม่ได้
- เอ็นเอเอ. มีในหัวกวาวเครือขาว


ประสบการณ์ตรง :

สมช.ที่ชัยนาท ใช้น้ำคั้น “ยอดตำลึง + ถั่วฝักยาว + น้ำแช่ไส้เดือน + น้ำแช่ปลาล้างปลา + กลูโคส + สารสมุนไพร” ให้ทางใบอาบลงดิน ตอนค่ำ กับถั่วฝักยาว ช่วยให้ถั่วฝักยาวดีมากๆ

หมายเหตุ :

- คิดจะเล่นฮอร์โมนอินทรีย์หรือฮอร์โมนธรรมชาติแท้ๆ เลือกเล่นฮอร์โมนจากสัตว์ เช่น เลือดสด น้ำแช่ไส้เดือน น้ำแช่ปลา น้ำล้างเขียงปลา นมน้ำเหลือง ดีกว่า เพราะปริมาณ ความเข้มข้นเหนือกว่าจากพืช

- ฮอร์โมนธรรมชาติ ปริมาณ-ความเข้มข้น ไม่แน่นอน ปลูกพืชเพื่อทำกินพอได้ แต่ปลูกเพื่อขายอาจจะได้เกรดไม่พอ


http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Forums&file=viewtopic&t=3778&highlight= )


ดร.โช :
เกษตรธรรมชาติเกาหลีตามแนวทางของเกาหลีได้รับการเผยแพร่โดย ฮาน คิ โซ ผู้อำนวยการสถาบันเกษตรธรรมชาติจานอง (Janong Natural Farming Institute) เคยดำรงตำแหน่งนายกสมาคมเกษตรธรรมชาติเกาหลี ก่อนเกษียณได้มีการนำแนวคิดการใช้จุลินทรีย์ท้องถิ่นและวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรในพื้นที่ชุมชน เพื่อใช้เป็นปัจจัยการผลิตในระบบเกษตรธรรมชาติ โดยเริ่มต้นในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 เสร็จสิ้นลง โดยฮาน คิว โซ เป็นคนหนุ่มที่ได้รับผลกระทบจากสงคราม ทำให้ต้องหยุดเรียนหนังสือ เนื่องจากมหาวิทยาลัยต้องปิดยาว ฮาน คิว โซ ได้สังเกตเห็นว่า เทคนิคการหมักพืชผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ในถังหมักของชาวเกาหลี เป็นวิธีการถนอมอาหารอย่างหนึ่ง (การทำคิมจิ) โดยเมื่อนำของหมักดองไปรับประทานหมดแล้วก็จะเหลือแต่น้ำหมัก ซึ่งชาวเกาหลีมักจะเททิ้งก่อนทำความสะอาดถังหมักใหม่ ฮาน คิว โซ สังเกตว่าพืชผักที่ในนาและต้นไม้ข้างโรงหมักจะเจริญงอกงามดี เมื่อได้รับน้ำหมักจากการถนอมอาหาร ฮาน คิว โซ จึงได้รวบรวมสิ่งที่ได้จากการสังเกตและนำภูมิปัญญาของเกษตรกรเกาหลีมารวบรวมไว้เพื่อเผยแพร่มากกว่า 50 ปี โดยมีแนวคิดว่าการเกษตรที่พึ่งพาตนเองโดยใช้วัสดุเหลือใช้ในพื้นที่ร่วมกับจุลินทรีย์ท้องถิ่นจะช่วยลดต้นทุนการผลิตและทำให้เกษตรกรสามารถะพึ่งพาตนเองได้

http://oknation.nationtv.tv/blog/kontan/2007/12/30/entry-1


http://www.kasetloongkim.com/modules.php?name=Content&pa=showpage&pid=619
แนวคิดและหลักการเกษตรธรรมชาติ :

..................................................................................................................

- “ทำมาจากพืชอย่างเดียว ธาตุอาหารมีน้อย ทำอย่างไรให้มีธาตุอาหารมาก” .... ใส่เพิ่ม ใส่ตามหลัง ต้องการสารอาหารอินทรีย์ก็ใส่วัสดุอินทรีย์ ต้องการสารอาหารเคมีก็ใส่วัสดุเคมี ต้องการให้ใส่อันนั้น ต้องการเท่าไหร่ก็ใส่เท่านั้น เพราะนี่คือหลักการ “อินทรีย์ เคมี ผสมผสาน”

- เพราะ อินทรีย์-เคมี ผสมกันหรือร่วมกันได้อยู่แล้ว เช่น ใส่ปุ๋ยเคมีลงในน้ำหมักชีวภาพ คนเคล้าให้เข้ากันดีแล้วให้แก่พืช หรือหว่านปุ๋ยลงไปในดินก่อนแล้วราดรดด้วยน้ำหมักชีวภาพ หรือราดรดด้วยน้ำหมักชีวภาพไปก่อนเพื่อให้เวลาแก่จุลินทรีย์ปรับสภาพดินแล้วหว่านปุ๋ยเคมีตาม นอกจากปุ๋ยอินทรีย์ชนิดน้ำแล้ว ปุ๋ยอินทรีย์ชนิดแห้งก็ทำได้เช่นกัน ทุกกรณีที่กล่าว เห็นชัดว่า ปุ๋ยเคมีกับปุ๋ยอินทรีย์ ใช้ร่วมหรือพร้อมกันได้ เพราะถึงอย่างไร ทั้งสองปุ๋ยก็ต้องไปเจอกันในดินอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้อยู่แล้ว

- ปัญหาจริงๆ น่าจะอยู่ที่ปุ๋ยเคมี สูตรไหน ? ตัวไหน ? ประเภทไหน ? เท่าไหร่ ? อย่างไร ? ทำไม ? เท่านั้น

- จากปุ๋ยน้ำหมักชีวภาพสูตรธรรมดาๆ เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก เป็น “สูตรซุปเปอร์” โดยการใส่วัสดุส่วนผสมที่ขาดหรือไม่ได้ใส่ลงไป ที่สำคัญวัสดุส่วนผสมที่ เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก นี้ต้องพร้อมใช้งานด้วย เช่น “ปุ๋ยชีวภาพทำจากพืชอย่างเดียว” ที่ทำไว้ก่อน เสริม/เติม/เพิ่ม/บวก ด้วย น้ำต้มก้นหม้อก๋วยเตี๋ยว, น้ำเต้าหู้, นมเหลืองแม่วัว, เศษอาหารคนกินเหลือต้มเดือด 4 ชม., กากน้ำตาล .... อัตราใส่ให้พิจารณาตามความเหมาะสม

- ที่นำเสนอว่า มีคนใช้นมสดราดรดให้กับผักบุ้งจีน ผลคือผักบุ้งจีนต้นอ่อนกรอบจากปลายยอดถึงโคน รากขาวอ่อน กินได้ทั้งต้น ทั้งๆที่ไม่ได้ใส่ปุ๋ยเคมีแม้แต่เม็ดเดียว.... ที่วังน้ำเย็น สระแก้ว เอานมใส่แปลงปลูกสำปะหลังตอนเตรียมดินเตรียมแปลง ได้ผลผลิต 35 ตัน/ไร่ .... กับที่ซับสนุ่น มวกเหล็ก เอานมเหลืองแม่วัวใส่แปลงปลูกทานตะวันตอนเตรียมดินเตรียมแปลง ดาวเรืองดอกใหญ่ขนาดฝาบาตร จำนวนดอกมากขึ้นด้วย นี่ก็ด้วยฮอร์โมนเขียว


------------------------------------------------------------------------------

.
กลับไปข้างบน
แสดงข้อมูลส่วนตัวของสมาชิก ส่งข่าวสารส่วนตัว
แสดงการตอบก่อนนี้:   
ตั้งกระทู้ใหม่   ตอบกระทู้    MySite.com หน้ากระดานข่าวหลัก -> ถาม-ตอบ ปัญหาการเกษตร ปรับเวลา GMT + 7 ชั่วโมง
หน้า 1 จากทั้งหมด 1

 
ไปยัง:  
คุณ ไม่สามารถ ตั้งกระทู้ใหม่ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ตอบกระทู้ในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ แก้ไขการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลบการตอบกระทู้ของคุณในกระดานนี้
คุณ ไม่สามารถ ลงคะแนนในแบบสำรวจในกระดานนี้

Powered by phpBB © 2001, 2005 phpBB Group
Forums ©