online pharmacy
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» รวมกระทู้น่าสนใจ
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» ปรัชญาการเกษตร
» แฟ้มงานวิจัย
» A MAN CALLED KIM ZA GASS
» เครื่องทุ่นแรง
» เกษตรต่างแดน
» ข่าวเกษตร
» ข่าวทั่วไป
» เทคโนฯ เกษตร
» เกษตรการ์ตูน
» พืชสมุนไพร
» พืชน้ำ
» พืชพลังงาน
» เห็ด
» ยางพารา
» ปาล์มน้ำมัน
» ไม้เศรษฐกิจ
» สารเคมี
» อาชีพเสริม
» เทคนิคตลาด
» เกษตรดีเด่น
» สิ่งแวดล้อม
» สัตว์เลี้ยง
» ประมง
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 198 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product9

product10

product11

product12

product15

มันห้านาที





                  มันห้านาที

      ลักษณะทางธรรมชาติ

    * เป็นพืชไร่อายุสั้นฤดูกาลเดียว  ปลูกได้ทุกพื้นที่ ทุกภาค และทุกฤดูกาล เจริญเติบได้ดีใน
ดินร่วนปนทราย  มีอินทรีย์วัตถุมากๆ ระบายน้ำดี ต้องการน้ำพอหน้าดินชื้น และไม่ทนต่อน้ำท่วมขัง
ค้างนาน  
               
    * แม้จะเป็นพืชไร่ทนแล้งแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่ต้องการน้ำเสียเลย  ความต้องการน้ำพอ
ชื้นหน้าดินนี้  ถ้าใส่อินทรีย์วัตถุประเภทคงทน (แกลบดิบ  เศษพืชบดป่น ปุ๋ยคอก) ลงไปไต้ดินลึก
50-80 ซม.  อินทรีย์วัตถุเหล่านี้จะช่วยเก็บน้ำจากฝนตก  1 ครั้งไว้ได้นานนับเดือน   ซึ่งจะส่ง
ผลให้ต้นไม่ขาดน้ำหรือได้รับความชุ่มชื้นตลอดเวลานานๆ
                
    * ต้นที่มีใบมาก (เฝือใบ) จะลงหัวน้อย  ดังนั้นจึงไม่ควรให้น้ำมาก  หรือได้รับแต่ละครั้ง
พอหน้าดินเปียกชื้นเท่านั้น  มาตรการกักเก็บน้ำไว้ใต้ดินด้วยอินทรีย์วัตถุ คือ วิธีการที่ดีที่สุด
    * ลักษณะลำต้นที่อวบอ้วน ข้อสั้น สม่ำเสมอ  มีใบ 1 ใน 3-4 ส่วนของความสูงต้น ตลอด
อายุ เป็นต้นที่สมบูรณ์ หัวมันมีคุณภาพสูง  เปอร์เซ็นต์แป้งมาก   
               
    * อายุเก็บเกี่ยว 5-6 เดือน  ถ้านานหรือแก่กว่านี้เนื้อจะเป็นเสี้ยน  รับประทานไม่อร่อย
    * การปลูกระยะห่างนอกจากช่วยให้การเจริญเติบโตของหัวดีกว่าการปลูกระยะชิดแล้วยังทำให้
ไม่เปลืองท่อนพันธุ์อีกด้วย  
                               

      สายพันธุ์
               
      พันธุ์พื้นเมือง.    พันธุ์ไส้เหลือง.
                

      เตรียมต้นพันธุ์
                
    - ปรับเรียบพื้นที่โคนต้นไม้หรือในร่มเป็นลาน หว่านปุ๋ยคอกบางๆ รดด้วย  น้ำ + จุลินทรีย์
หน่อกล้วย + ธาตุรอง/ธาตุเสริม   ให้ชุ่ม
               
    - นำต้นสำปะหลังที่ต้องการเก็บไว้ทำพันธุ์รวมกองทางตั้ง   เป็นวงกลมฐานกว้างปลายแหลม
บนลานที่เตรียมไว้นั้น             
               
    - ประมาณ 20-30 วัน ต้นพันธุ์สำปะหลังจะเริ่มมีรากพร้อมกับแตกใบใหม่ออกมา  ช่วงนี้
ถ้าเป็นช่วงแล้งให้รดน้ำสัปดาห์ละครั้ง  ก็จะช่วยให้ต้นพันธุ์สมบูรณ์  เมื่อนำไปปลูกในแปลงจริงก็
จะ
ให้ผลผลิตดีกว่าต้นพันธุ์ที่รวมกองทางตั้งแล้วปล่อยไปตามยถากรรม

      
ขยายพันธุ์               
    - นำลำต้นแก่จัดที่เตรียมไว้ตัดเป็นท่อนๆ  ยาว 6-12 นิ้ว  ตัดแล้วให้ท่อนพันธุ์ที่ตัดร่วงลง
ทันทีในถัง  น้ำ + สังกะสี คีเลต + ธาตุรอง/ธาตุเสริม  เพื่อให้ท่อนพันธุ์ได้ดูดซับสารอาหารข้าไป
สะสมไว้ในตัวเองก่อนการงอก  ซึ่งจะส่งผลให้ต้นหรือท่อนพันธุ์ไม่ชะงักการเจริญเติบโต......แช่
ท่อนพันธุ์ในน้ำสารอาหารนาน 12-24 ชม.  นำขึ้นผึ่งลมให้แห้ง ทิ้งไว้ในร่มอากาศถ่ายเทสะดวก
2 วัน  เพื่อให้ท่อนพันธุ์เกิดความเครียด  จากนั้นจึงนำไปปลูกในแปลงจริง
  
  - ปักท่อนพันธุ์ลงดินเฉียง 45 องศา  ให้มิดตุ่มตา 2-3 ตา  รากจะแทงออกมาจากตุ่มตา
และส่วนปลายท่อนพันธุ์ไต้ดิน  กับมียอดใหม่แตกออกมาจากตุ่มตาที่อยู่เหนือพื้นดิน
               
                
      เตรียมดิน อินทรีย์วัตถุ และแปลงปลูก
               
    1.ไถดินเปล่าให้ขี้ไถขนาดใหญ่  ทิ้งตากแดดจัด 15-20 แดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคและกำจัด
เหง้าวัชพืช
               
    2.ใส่อินทรีย์วัตถุ  ปุ๋ยคอก (มูลวัวเนื้อ/นม + มูลไก่ไข่/เนื้อ + มูลค้างคาว) หมักข้ามปี.
ยิบซั่มธรรมชาติ. กระดูกป่น. เศษพืชบดป่น. หว่านทั่วแปลงปลูกแล้วไถพรวนอินทรียวัตถุคลุกเคล้า
ลงดินให้ทั่วถึง
               
    3.ไถยกร่องลูกฟูก  สันร่องกว้าง 1-1.20 ม. โค้งหลังเต่า  สูงจากพื้นระดับ  30-50
ซม.  ร่องทางเดินระหว่างสันแปลงกว้าง 1 ม. ลึก 20-30 ซม.จากพื้นระดับ
   
 4.คลุมหน้าแปลงด้วยฟางหรือหญ้าแห้งหนาๆ                            
    5.บ่มดินโดยรดด้วยน้ำ + จุลินทรีย์หน่อกล้วยหรือปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง ทุก 5-7 วัน
ติดต่อกันนาน  1 เดือน  เพื่อให้เวลาแก่จุลินทรีย์ปรับสภาพดิน กำจัดเชื้อโรค และย่อยสลายอินทรีย์
วัตถุให้เป็นฮิวมิค แอซิด
               
    6.ลงมือปลูกต้นกล้าที่เพาะไว้ล่วงหน้าแล้วโดยปลูกที่ริมสันลูกฟูกเป็น  2 แถวคู่ตรงกันหรือ
สลับฟันปลาก็ได้ 
               
      หมายเหตุ :
    
- ดัดแปลงร่องทางเดินข้างสันลูกฟูกสำหรับปล่อยน้ำ (น้ำเปล่าหรือน้ำสารอาหาร) จากลาดสูง
ไปหาลาดต่ำเข้าไปหล่อในร่องได้ 1-2 เดือน/ครั้งจะดีมาก        
               
    - ติดตั้งระบบสปริงเกอร์เหนือยอด 30-50 ซม.สำหรับให้น้ำเปล่า  น้ำสารอาหาร หรือ
สารสกัดสมุนไพรนอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของเนื้องานแล้วยังช่วยประหยัดทั้งเวลา
และแรงงาน
อีกด้วย                

      เตรียมสารอาหารเสริม 
                
    
- ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิงหรือจุลินทรีย์ 1-2 เดือน/ครั้ง
    - ให้ฮอร์โมนบำรุงพืชกินหัว (มูลสัตว์ปีกสกัด) 1-2 เดือน/ครั้ง  หลังจากเริ่มลงหัวแล้ว
    - ให้ฮอร์โมนน้ำดำ.บำรุงช่วงลงหัว 1-2 รอบ โดยแบ่งให้ตั้งแต่เริ่มลงหัวถึงเก็บเกี่ยว
      หมายเหตุ :               
    - ฮอร์โมนธรรมชาติและฮอร์โมนวิทยาศาสตร์จะให้ประสิทธิภาพเต็มร้อยก็ต่อเมื่อ ต้นมีสภาพ
ความสมบูรณ์สูง
                

      ระยะปลูก
               
    - ระยะชิด 75 X 75 ซม.
               
    - ระยะห่าง 1 X 1.20 ม.  
               
    - เป็นแถวคู่ตรงกัน หรือสลับฟันปลาตามความเหมาะสม
  



                
ขั้นตอนการปฏิบัติบำรุงต่อมันเทศ      

    1.ระยะต้นเล็ก
               
      ทางใบ :
               
    - ให้น้ำ 100 ล.+ ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี.+ สารสกัดสมุนไพร ทุก 5-7 วัน ฉีด
พ่นให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบ  ลงถึงพื้นพอหน้าดินชื้น  ช่วงเช้าแดดจัด
             
    - ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร  ทุก 3-5 วัน   
                
      ทางราก :
               
    - ให้น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง + 25-7-7(1-2 กก.)ไร่ ละลายน้ำใส่ถังสพายฉีดโคนต้น 
เดือนละ 1 ครั้ง               
    - ให้น้ำพอหน้าดินชื้น  ทุก 5-7 วัน 
               
      หมายเหตุ :
               
    - เริ่มให้เมื่ออายุต้นได้ 1 เดือนหลังปลูก หรือมีใบแตกใหม่ 2-3 ใบ
                      
    2.ระยะลงหัว - เก็บเกี่ยว
               
      ทางใบ :
               
    - ให้น้ำ 100 ล + 15-5-45(400 กรัม)+ ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี.+ สังกะสี
คีเลต 50 กรัม + สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี.  ทุก 15-20  ฉีดพ่นพอเปียกใบ
    - ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร  ทุก  2-3 วัน                
      ทางราก :                 
               
    - ให้น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง + 5-15-45(1-2 กก.)/ไร่ 2 รอบ ห่างกันรอบละ 1 เดือน ด้วยการละลายน้ำใส่ถังสพายฉีดโคนต้น
    - ให้น้ำพอหน้าดินชื้น  ทุก 20-30 วัน               
      หมายเหตุ :
               
    - เริ่มให้เมื่ออายุต้น 4 เดือนหลังปลูกหรือเริ่มลงหัว       
               
    - สุ่มขุดหัวขึ้นมาเฉือนเปลือกดู  ถ้ามียางไหลน้อยและแห้งเร็วแสดงว่าหัวแก่จัดแล้ว
    - สำรวจผิวหน้าดินโคนต้น  ถ้าพบว่ามีรอยแตกแยกยกสูงขึ้นเพราะถูกหัวมันห้านาทีดันขึ้น 
แสดงว่าหัวแก่จัดแล้ว
               
    - ก่อนลงมือเก็บเกี่ยวงดน้ำ 10-15 วัน
    






             ***********************************









สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2009-07-16 (4898 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©