-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 155 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

มันฝรั่ง





                มันฝรั่ง

      ลักษณะทางธรรมชาติ

    * เป็นพืชกินหัวอายุสั้นฤดูกาลเดียว  ลำต้นอวบอ้วนสะสมน้ำมาก มีขนที่ลำต้นและกิ่ง  สูง
12-24 นิ้ว  ปลูกง่ายเจริญเติบโตและให้ผลผลิตเร็ว  นิยมปลูกกันมากในเขตภาคเหนือที่อากาศ
หนาวเย็น  ปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลว่าสามารถปลูกในแหล่งอื่นได้
               
    * ชอบดินร่วนปนทราย  มีอินทรียวัตถุมากโดยเฉพาะปุ๋ยคอกหมักชีวภาพ  ต้องการความชุ่ม
ชื้นสม่ำเสมอทั้งในดินและความชื้นสัมพัทธ์ในอากาศ ต้องการแสงแดดร้อยเปอร์เซ็นต์แต่ไม่ชอบอากาศ
ร้อน  หรือเจริญเติบโตได้ดีในสภาพอากาศเย็น
               
    * ไม่ทนแล้ง  ถ้าขาดน้ำหรือได้น้ำไม่พอเพียงจะชะงักการเจริญเติบโต ไม่ลงหัว  หรือลงหัว
แต่ด้อยคุณภาพหรือตกเกรด  ในขณะเดียวกันก็ไม่ทนต่อสภาพน้ำขังค้าง  ถ้าดินเหนียวอุ้มน้ำนาน
หรือระบายน้ำไม่ดีจะทำให้เกิดโรคได้ง่าย
               
    * มีระบบรากลึกกว่ามันเทศหรือเผือก  จึงต้องเตรียมดินในแปลงปลูกลึกไม่น้อยกว่า 30-45ซม. 
               
    * มีหัวใต้ดิน  ต้นหนึ่งประมาณ 8-12 หัว  ขึ้นกับสายพันธุ์และการปฏิบัติบำรุง  รูปร่างหัว
ค่อนข้างกลม ผิวเปลือกบาง  
               
    * เนื้อแป้ง กลิ่นรสเฉพาะตัว  ความหวานน้อยกว่ามันเทศ จึงมีความเหมาะสมต่อการบริโภค
ต่างกันคนละรูปแบบ
               
    * การเร่งใส่ปุ๋ยเคมีทางรากเร็วเกินไป  หรือใส่ในอัตรามากเกินไปจะเกิดความเสียหายมากกว่า
ประโยชน์ที่พึงได้รับ
               
    * อายุเก็บเกี่ยว 120 วัน หลังปลูกเริ่มแตกใบอ่อนหรือเก็บเกี่ยวประมาณ ก.พ.-มี.ค.
ช่วงการเก็บเกี่ยวช้ามาก เมื่อครบอายุแล้วเก็บเกี่ยวช้ากว่ากำหนดปล่อยให้หัวอยู่ในดินนานจะทำให้หัว
เน่าเสียหายได้
                

      สายพันธุ์
                
    - นิยมปลูกพันธุ์ "แอตลันติก"  เพราะว่าเหมาะกับสภาพอากาศขอประเทศไทยมากกว่า
พันธุ์อื่น
               
    - ปัจจุบันต้องนำเข้าหัวพันธุ์จากต่างประเทศ  การพัฒนาหัวพันธุ์มันฝรั่งในประเทศด้วยวิธี
เพาะเนื้อเยื่อยังไม่พอเพียงต่อความต้องการของผู้ปลูกมันฝรั่ง
                 

      ขยายพันธุ์
    - หัวพันธุ์  และ เพาะเนื้อเยื่อ                 

      วิธีปลูก
               
    - ใช้หัวพันธุ์ทั้งหัว หรือผ่าครึ่งเป็น  2 ส่วน  หรือ  3 ส่วน  ที่มีตาติดอยู่ด้วย  ผ่าเสร็จ
นำลงแช่ใน "สังกะสี คีเลต + ธาตุรอง/ธาตุเสริม"  เจือจาง นาน  12 ชม.  ครบกำหนดแล้ว
นำขึ้น  ทาแผลรอยผ่าด้วยปูนกินหมาก  ผึ่งลมให้แห้ง  จึงนำลงปลูกในแปลงจริง
    - การปลูกให้ฝังหัวหรือชิ้นต้นพันธุ์ลงดินลึก 3-4 ซม.  หงายด้านที่มีตาขึ้น กลบดินปลูกทับ
กดเบาๆ  ใช้เศษหญ้าหรือฟางแห้งคลุมเต็มแปลงเพื่อรักษาความชุ่มชื้นหน้าดิน
    
- ปลูกลึกหรือเกิดหัวลึกจากผิวน้าดินมากเกินไปหัวจะเน่าและไม่เจริญเติบโต  แต่ถ้าปลูกตื้น
ชิดผิวหน้าดินเกินไปหัวจะเป็นสีเขียว  ไม่มีคุณภาพ
                

      เตรียมดิน อินทรีย์วัตถุ และแปลงปลูก
               
    1.ไถดินเปล่าให้ขี้ไถขนาดใหญ่  ทิ้งตากแดดจัด 15-20 แดดเพื่อฆ่าเชื้อโรคและกำจัด
เหง้าวัชพืช
               
    2.ใส่อินทรีย์วัตถุ  ปุ๋ยคอก (มูลวัวเนื้อ/นม + มูลไก่ไข่/เนื้อ + มูลค้างคาว) หมักข้ามปี.
ยิบซั่มธรรมชาติ. กระดูกป่น. เศษพืชบดป่น. หว่านทั่วแปลงปลูกแล้วไถพรวนอินทรียวัตถุคลุกเคล้า
ลงดินให้ทั่วถึง
               
    3.ไถยกร่องลูกฟูก  สันร่องกว้าง 1-1.20 ม. โค้งหลังเต่า  สูงจากพื้นระดับ  30-50
ซม.  ร่องทางเดินระหว่างสันแปลงกว้าง 1 ม. ลึก 20-30 ซม.จากพื้นระดับ
    4.คลุมหน้าแปลงด้วยฟางหรือหญ้าแห้งหนาๆ               
    5.บ่มดินโดยรดด้วย  น้ำ + จุลินทรีย์หน่อกล้วยหรือปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิง (เน้น...เลือด. มูลค้างคาว)  ทุก 5-7วัน  ติดต่อกันนาน  1 เดือน  เพื่อให้เวลาแก่จุลินทรีย์ปรับสภาพดิน กำจัดเชื้อโรค และย่อยสลายอินทรีย์วัตถุให้เป็นฮิวมิค แอซิด
               
    6.ลงมือปลูกต้นกล้าที่เพาะไว้ล่วงหน้าแล้วโดยปลูกที่ริมสันลูกฟูกเป็น  2 แถวคู่ตรงกันหรือ
สลับฟันปลาก็ได้ 
               
      หมายเหตุ :
               
    - ติดตั้งระบบสปริงเกอร์เหนือยอด 30-50 ซม.สำหรับให้น้ำเปล่า  น้ำสารอาหาร หรือ
สารสกัดสมุนไพร นอกจากช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ ประสิทธิผลของเนื้องานแล้ว ยังช่วยประหยัดทั้งเวลา
และแรงงานอีกด้วย
               
    - มันฝรั่งต้องการปุ๋ยอินทรีย์ค่อนข้างมากหรือมากกว่าพืชอื่นในกลุ่มเดียวกัน  และมันฝรั่งค่อน
ข้างอ่อนแอต่อโรคไฟธอปเธอร่า (เชื้อโรคตัวนี้เกิดขึ้นได้เองในดินกรดจัด.....ถ้าดินไม่เป็นกรดจะ
ไม่เกิด)  ดังนั้นจึงต้องเตรียมดินให้ดีพร้อมโดยเฉพาะการรักษาระดับค่ากรด-ด่างของดินด้วย
จุลินทรีย์
                

      เตรียมสารอาหารเสริม 
                
    
- ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิงหรือจุลินทรีย์ 1-2 เดือน/ครั้ง               
    - ให้ฮอร์โมนบำรุงพืชกินหัว (มูลสัตว์ปีกสกัด) 1-2 เดือน/ครั้ง  หลังจากเริ่มลงหัวแล้ว

    - ให้ฮอร์โมนน้ำดำ.บำรุงช่วงลงหัว 1-2 รอบ โดยแบ่งให้ตั้งแต่เริ่มลงหัวถึงเก็บเกี่ยว
    - ให้ฮอร์โมน "มาเรอิค ไฮดราไซด์" อัตรา 850 กรัม/ไร่ ผสมน้ำฉีดพอเปียกโชกทั้งใต้
ใบบนใบ  ก่อนเก็บเกี่ยว 4-6 สัปดาห์  หรือใบล่างเริ่มเหลือง  หลังฉีดพ่นต้องไม่มีฝนตกอย่าง
น้อย 24 ชม. เพื่อให้ต้นดูดซับฮอร์โมนเข้าสู่ภายในต้นได้เต็มที่  จะช่วยยับยั้งการงอกของหัว
หลังเก็บเกี่ยวได้ดี.......ห้ามให้กับต้นที่ต้องการใช้หัวทำพันธุ์
               
      หมายเหตุ :
               
    - ฮอร์โมนธรรมชาติและฮอร์โมนวิทยาศาสตร์จะให้ประสิทธิภาพเต็มร้อยก็ต่อเมื่อ ต้นมีสภาพ
ความสมบูรณ์สูง
                

      ระยะปลูก
               
    - แปลงปลูก (สันลูกฟูก) กว้าง 1.40-1.60 ม. ปลูกแบบ 2 แถวคู่ (2 แถวนับเป็น
1 แถว) ตรงกันหรือสลับฟันปลาก็ได้
               
    - แปลงปลูกว้าง 60-80 ซม.ปลูกแบบ 2 แถวคู่ สลับฟันปลา
               
    - ระยะห่างระหว่างต้น 50-60 ซม. และระย่างระหว่างแถว 80 ซม.
                
                    


               ขั้นตอนการปฏิบัติบำรุงต่อมันฝรั่ง
                

    1.ระยะต้นเล็ก
               
      ทางใบ :
               
    - ให้น้ำ 100 ล.+ ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี.+ สารสกัดสมุนไพร ทุก 5-7 วัน 
ฉีดพ่นพอเปียกใบ  ช่วงเช้าแดดจัด
               
    - ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร  ทุก 3-5 วัน   
               
      ทางราก :
               
    - ให้น้ำหมักชีวภาพสูตรระเบิดเถิดเทิง + 25-7-7(1-2 กก.)ไร่ ละลายน้ำใส่ถังสพายฉีดโคนต้น ทุก 15-20 วัน
    - ให้น้ำพอหน้าดินชื้น  ทุก 5-7 วัน                
      หมายเหตุ :
               
    - เริ่มให้สารอาหารทั้งทางรากและทางใบ  หลังจากต้นแตกใบอ่อน 3-4 ใบแล้ว
       
    2.ระยะลงหัว
               
      ทางใบ :
               
    - ให้น้ำ 100 ล.+ 5-10-40(200 กรัม)+ ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี.+ สังกะสี
คีเลต 50 กรัม + แคลเซียม โบรอน 100 ซีซี.+ สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี. ทุก 10-15 
ฉีดพ่นพอเปียกใบ
    - ให้ฮอร์โมนน้ำดำ 1-2 รอบ โดยแบ่งให้ตลอดช่วงที่ลงหัว ถึงก่อนเก็บเกี่ยว
    - ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร  ทุก  2-3 วัน                
      ทางราก :                 
               
    - ให้น้ำหมักชีวภาพระเบิดเถิดเทิง + 5-10-40(1-2 กก.)/ไร่ 2 รอบ ห่างกันรอบละ
1 เดือน ด้วยการละลายน้ำใส่ถังสพายฉีดโคนต้น
    - ให้น้ำพอหน้าดินชื้น  ทุก 15-20 วัน               
      หมายเหตุ :
               
    - สำรวจหัวว่าอยู่ลึกหรือตื้น  ถ้าอยู่ตื้นให้พูนดินทับแต่ถ้าอยู่ลึกให้โกยดินหน้าออก  เสร็จ
แล้วให้คลุมโคนต้นด้วยเศษหญ้าหรือฟางแห้งหนาๆ
          
 
    3.ระยะก่อนเก็บเกี่ยว
                
      ทางใบ :
               
    - ให้น้ำ 100 ล.+ 5-10-40(200)กรัม + ธาตุรอง/ธาตุเสริม 100 ซีซี. + สังกะสี คีเลต 20 กรัม + สารสกัดสมุนไพร 250 ซีซี. ฉีดพ่นพอเปียกใบ 1-2  รอบห่างกันรอยละ 5-
7 วัน หรือให้น่ำ 100 ล.+ มูลค้างคาวหมักข้มปี 100-200 ซีซี.  ให้ครั้งสุดท้ายก่อนเก็บเกี่ยว 7-10 วัน
    - ฉีดพ่นสารสกัดสมุนไพร 2-3 วัน                  
      ทางราก :
                
    - ให้ 5-10-40(1-2 กก.)/ไร่ ละลายน้ำผ่านไปกับสปริงเกอร์  หรือใส่ถังสพายฉีด
โคนต้น  ก่อนเก็บเกี่ยว 15-20 วัน
    - ให้ปุ๋ยแล้วงดน้ำเด็ดขาดจนถึงวันเก็บเกี่ยว               
      หมายเหตุ :
               
    - เมื่อหัวแก่จัดลำต้นจะเริ่มล้มเอนลงราบกับพื้น  ใบเริ่มเหลืองและต้นเริ่มโทรม  วิธีสุ่มขุดขึ้น
มาผ่าดูภายในก็จะรู้แน่ชัดว่าแก่สมควรเก็บได้แล้วหรือยัง
         






               *********************************









สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2009-07-16 (1664 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©