online pharmacy
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» รวมกระทู้น่าสนใจ
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» ปรัชญาการเกษตร
» แฟ้มงานวิจัย
» A MAN CALLED KIM ZA GASS
» เครื่องทุ่นแรง
» เกษตรต่างแดน
» ข่าวเกษตร
» ข่าวทั่วไป
» เทคโนฯ เกษตร
» เกษตรการ์ตูน
» พืชสมุนไพร
» พืชน้ำ
» พืชพลังงาน
» เห็ด
» ยางพารา
» ปาล์มน้ำมัน
» ไม้เศรษฐกิจ
» สารเคมี
» อาชีพเสริม
» เทคนิคตลาด
» เกษตรดีเด่น
» สิ่งแวดล้อม
» สัตว์เลี้ยง
» ประมง
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 265 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product9

product10

product11

product12

product15

ข่าวทั่วไป3





ผึ้ง-ต่อ ต่อย ทำไงดี

มีคำพยากรณ์ว่าในอนาคตแมลงจะครองพื้นผิวโลกจากการเปลี่ยนแปลงของวัฏสงสารของสิ่งมีชีวิตการฆ่าทำลายล้างกัน มนุษย์ผลิตยาฆ่าแมลงแต่แมลงบางชนิดก็สามารถทนทานยาได้ มนุษย์ต้องใช้ยาฆ่าแมลงที่แรงเพิ่มขึ้นจนมีอันตรายต่อมนุษย์เอง การย้ายถิ่นฐานของแมลงจากการปรวนแปรของสภาพอากาศ มนุษย์บุกรุกทำลายป่าซึ่งเป็นที่อาศัยของแมลง บางครั้งก็นำแมลงมาเป็นอาหาร ดังนั้นแมลงเช่นผึ้งและต่อจึงบุกไล่ป้องกันตัว
   
รศ.พญ.พรทิพย์ ภูวบัณฑิตสิน สาขาตจวิทยา (ผิวหนัง) ภาควิชาอายุรศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ปัญหาแมลงกัดต่อยจะมีเพิ่มขึ้นจากจำนวนแมลงที่มีมากขึ้น ความนิยมท่องเที่ยวทะเลและป่าก็เป็นการบุกรุกที่อาศัยของแมลง แมลงบางชนิดไม่มีพิษ แต่เมื่อกัดต่อยจะก่อให้เกิดความรำคาญ หรือบางคนอาจแพ้เป็นตุ่มคัน เช่น ตุ่มคันจากลิ้นทะเลกัดเมื่อเที่ยวชายทะเล หรือแพ้ตัวคุ่นซึ่งเป็นตัวเหลือบเมื่อเที่ยวป่าภาคเหนือ หลายท่านได้ตุ่มคันรุนแรงและเรื้อรังกลับมาเป็นที่ระลึก 
    
ในฤดูร้อนซึ่งเป็นช่วงหยุดพักผ่อนเป็นช่วงที่แมลงชุกชุม และแมลงที่มีพิษ เช่น ผึ้งและต่อก็ออกมาทำรังสะสมอาหาร พิษของผึ้งและต่อรุนแรงมีอันตรายต่อชีวิตได้ เพราะพิษมีสารหลายชนิดซึ่งทำลายเยื่อหุ้มเซลล์ของเซลล์ประสาท เซลล์กล้ามเนื้อหัวใจ เซลล์เม็ดเลือดแดง มาสต์เซลล์ ซึ่งมีสารหลายชนิด เช่น ฮีสตามินไคคิน และฟอสโฟไลเปสเอ สารเหล่านี้เมื่อหลั่งออกมาทำให้เกิดลมพิษ อาจ เป็นเฉพาะที่หรือกระจายทั่วตัว  และถ้าเกิดการบวมในท่อหายใจ ระบบหายใจจะล้มเหลว สาร  ยังทำให้ความดันโลหิตตก เกิด  อาการช็อกและเสียชีวิตอย่าง รวดเร็ว
   
ในประเทศสหรัฐอเมริกาประชากรซึ่งเสียชีวิตจากตัวต่อต่อย จะสูงกว่าถูกงูพิษกัด พิษของตัวต่อจะร้ายแรงกว่างูพิษ ตัวต่อมีพิษรวมของพิษงู 3 ชนิด คือ เป็นพิษต่อระบบประสาทเหมือนพิษงูเห่าหรืองูจงอาง และพิษต่อเม็ดเลือดแดงทำให้เม็ดเลือดแดงแตกและเกิดไตวายตายเหมือนพิษงูเขียวหางไหม้ และทำให้กล้ามเนื้อตายเหมือน งูทะเล และยังทำให้ความดันโลหิตตกจนช็อกได้อย่างรวดเร็ว ในพิษยังพบสารโปรตีนกระตุ้นระบบภูมิแพ้ ดังนั้นถ้าเคยถูกต่อยและมีอาการแพ้ การถูกต่อยในครั้งต่อไปจะรุนแรงมากและอันตรายถึงชีวิตได้ ในคนแพ้ผึ้งหรือต่อจึงต้องพกพายาฉีดแก้แพ้ตลอดเวลา 
   
อาการผึ้งหรือต่อต่อยจะเกิดอาการปวดรุนแรงมาก  และอาการบวมจะเกิดภายใน 12 ชั่วโมง ถ้ารอยกัดบวมอยู่ใกล้ระบบทางเดินหายใจอาจกดท่อหายใจได้ และภายใน 24 ชั่วโมง อาการคันอย่างรุนแรงจะเกิดตามมา 
   
การปฐมพยาบาลที่แนะนำในหนังสือเพื่อลดอาการปวดจะไม่ค่อยได้ปฏิบัติ เช่น การประคบด้วยน้ำแข็ง หรือการฉีดยาชาแก้ปวดเพราะคงไม่มีใครเตรียมน้ำแข็งและยาชาไปท่องเที่ยวด้วย จากการศึกษาการใช้สิ่งใกล้ตัว เช่น น้ำมะนาว น้ำส้มสายชู สบู่ ครีมทาผิว ผลไม้หลากหลายชนิด  หอม กระเทียม ยาสีฟัน ใบหรือรากไม้ ก็ไม่ได้ผล ก็คงต้องรอและร้องไปจนทุเลาเอง คนในภาคอีสานจะใช้หนอนตัวต่อทาคงเป็นอุบายที่จะกินหนอนต่อมากกว่า  เพราะการจะได้หนอนต่อคงต้องทำลายรังซึ่งใช้เวลานานอาการปวดคงทุเลา 
   
หลังอาการปวดทุเลาอาการคันที่รุนแรงจะเข้ามาแทน  ก็แนะนำให้ใช้ยาทาที่ทำให้เย็นหรือยาทาสเตียรอยด์ และรับประทานยาแก้แพ้แอนตี้ฮีสตามีน แต่จากประสบการณ์ของตัวหมอเองที่ถูกต่อต่อย เมื่อไปฝึกกรรมฐานช่วงเดือน มี.ค.  พบว่า ทำตามคำแนะนำก็ไม่ได้ผล เกาจนถลอก จึงลองฝังเข็ม พบว่าอาการคันทุเลา แผลผื่นหายใน 24-48 ชั่วโมง 
   
ส่วนในรายงานอาการรุนแรง เช่น ช็อก ชัก หรือไตวายคงจะต้องมาพบแพทย์ ผึ้งและต่อมักต่อยบริเวณหนังศีรษะและหน้า พบบ่อยในเด็ก ผึ้งจะต่อยครั้งเดียวและฝังเหล็กในและถุงพิษไว้ เมื่อผึ้งต่อยจึงต้องถอนเหล็กในทันทีโดยใช้สันมีดขูดออก ส่วน ต่อต่อยได้หลายครั้ง อันตรายจากการถูกรุมต่อยจะรุนแรง 
   
ขอแนะนำว่าเมื่อทราบว่าถูกต่อหรือผึ้งต่อยให้อยู่นิ่ง ๆ อย่าวิ่ง เพราะต่อและผึ้งจะส่งสัญญาณให้เพื่อน ๆ มาช่วยกันรุม คงต้องเอาเสื้อคลุมหน้าและศีรษะ  ถ้าอยู่ใกล้แหล่งน้ำ และว่ายน้ำเป็นมีหลาย คนแนะนำให้โดดลงและดำน้ำหนี
    
การไปเที่ยวพักผ่อนในฤดูร้อนนี้การป้องกันคงจะดีที่สุด มีคำแนะนำดังนี้ 

1.ควรใส่เสื้อผ้าสีขาว น้ำตาล หรือเขียว อย่าสวมเสื้อสีสดเหมือนสีดอกไม้ หรือเสื้อลายดอกไม้ เพราะตาของผึ้งและต่อจะไวต่อสีมาก

2.งดใช้น้ำหอมหรือเครื่องหอม หรือผลิตภัณฑ์กลิ่นหอม

3.งดการสวมเครื่องประดับ

4.ใส่เสื้อผ้าที่ถ่ายเทอากาศได้ดีเพราะกลิ่นเหงื่อจะดึงดูดแมลง

5.อย่าเด็ดดอกไม้เพราะอาจมีผึ้งหรือต่อดูดน้ำหวานอยู่

6.สวมรองเท้าหุ้มป้องกัน และเดินอย่างระวังในบริเวณพุ่มไม้ ทุ่งหญ้า กอง ขยะ และตึกร้าง

7.ทายาไล่แมลงบริเวณนอกร่มผ้า

8.ควรให้ความรู้ชนิดของแมลงที่มีอันตรายแก่เด็ก

9.ทำลายรังผึ้งหรือต่อโดยผู้รู้

10.เตรียมยาแก้แพ้ไว้ประจำตัว และเมื่อถูกต่อยต้องมีสติ พยายามอยู่นิ่ง ๆ ดึงเสื้อคลุมหนังศีรษะ
   
รศ.พญ.พรทิพย์ กล่าวว่า ผึ้งและต่อเป็นแมลงที่มีประโยชน์ ผึ้งดูดน้ำหวานจากดอกและจะผสมเกสร ส่วนต่อนอกจากดูดน้ำหวานจากดอกไม้ ยังกินแมลงตัวหนอน เนื้อสัตว์ ดังนั้นจึงอาจช่วยกำจัดแมลงที่ทำลายธัญพืช ทั้งผึ้ง และต่อจะไม่ทำร้ายคน ถ้าไม่ถูกรบกวน โดยเฉพาะจะหวงรัง ดังนั้นอย่าตื่นเต้นกลัว อย่างไรก็ตาม พบว่าการโบกปัดไล่อาจทำให้ต่อตกใจและส่งสัญญาณมารุมกัดได้ ต้องระลึกไว้ว่าทางใครทางมันก็จะอยู่กันได้อย่างสงบสุข.

นวพรรษ บุญชาญ : รายงาน



ที่มา  :  เดลินิวส์










สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2010-04-23 (951 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©