-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 167 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

เงาะ




หน้า: 1/3




ที่มา: http://kloovan.multiply.com/journal/item/4



                   เงาะ

      ลักษณะทางธรรมชาติ

    * เป็นไม้ผลยืนต้นอายุยืนนานหลายสิบปี ปลูกได้ทุกภูมิภาค ทุกพื้นที่ และทุกฤดูกาล ชอบดินร่วนปนทรายหรือดินร่วนปนดินเหนียว มีอินทรีย์วัตถุมาก ระบายน้ำดี ไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขังค้างนาน                   

    * ช่วงมีดอกและผลต้องการน้ำพอดีหรือพอชื้น แต่ช่วงพักต้นต้องการน้ำมาก

    * พื้นที่มีน้ำหรือฝนมากสีผลจะออกเขียว  ส่วนพื้นที่มีน้ำน้อยสามารถควบคุมปริมาณน้ำได้และอากาศเย็นสีผลจะออกแดงหรือเหลืองอมแดงชัดเจนกว่า
                

    * เงาะออกดอกติดผลที่ซอกใบปลายกิ่งจากกิ่งอายุข้ามปี กิ่งแขนงในทรงพุ่มอายุข้ามปีได้รับแสงแดด (ทรงพุ่มโปร่ง) ก็ออกดอกติดผลได้เช่นกัน
                

    * ข้อมูลเกี่ยวกับดอกเงาะวันนี้ยังสับสน เอกสารทางวิชาการยังไม่อาจฟันธงได้ว่าดอกเงาะมีสภาพเป็นดอกตัวผู้ (ต้นตัวผู้). ดอกตัวเมีย (ต้นตัวเมีย). และดอกสมบูรณ์เพศ (ต้นกระเทย). อยู่ในต้นเดียวกันแต่ต่างช่อหรือช่อเดียวกันหรือต่างต้นกันแน่ กับทั้งข้อมูลจากประสบการณ์ตรงที่ชาวสวนเงาะยึดถือปฏิบัติหลายอย่างยังขัดแย้งกับข้อมูลทางวิชาการอยู่มาก การจะตัดสินระหว่างข้อมูลทางวิชาการกับข้อมูลที่เป็นประสบการณ์ตรงของชาวสวนว่าของใครถูกหรือผิดนั้นยังไม่อาจทำได้ แนวคิดหนึ่งคือ วิธีการที่ชาวสวนเงาะปฏิบัติต่อดอกเงาะในปัจจุบันแล้วได้ผลผลิตอย่างน่าพอใจน่าจะถือเป็นแนวทางถูกต้องได้ 

    * ข้อมูลทางวิชาการต่อต้นเงาะระบุว่า......                   
      - ปลูกต้นเงาะตัวผู้สลับแทรกกับต้นเงาะตัวเมีย  อัตรา 1 : 18 ต้น เพื่อให้ต้นเงาะตัวเมียได้อาศัยเกสรตัวผู้เพื่อการผสมเกสร                   
      - นำยอดเงาะต้นตัวผู้ 3-5 ยอดเสียบบนยอดเงาะต้นตัวเมียแบบกระจายทั่วทรงพุ่มต้นตัวเมียเพื่อ  ให้ดอกตัวเมียได้รับเกสรจากดอกตัวผู้ในต้นเดียวกันนั้นเลย
      - ตัดช่อดอกเงาะตัวผู้ที่เกสรพร้อมผสมแล้ว ไปเคาะใส่ช่อดอกตัวเมียที่เกสรพร้อมรับการผสมแล้วเช่นกัน                    
      - นำดอกเงาะตัวผู้ที่เกสรพร้อมผสมแล้วขยำในน้ำ แล้วนำน้ำนั้นไปฉีดพ่นใส่ช่อดอกตัวเมียที่พร้อมรับการผสมแล้วโดยตรงช่วงเช้า (06.00-07.00)  หลังจากนั้นเวลาประมาณ 09.00-12.00 น. เกสรตัวผู้จะผสมกับเกสรตัวเมียเอง 

    * ใช้ฮอร์โมน เอ็นเอเอ. ฉีดพ่นใส่ช่อดอกโดยตรง โดยไม่จำกัดว่าเป็นช่อดอกของต้นตัวผู้ (ดอกตัวผู้) ต้นตัวเมีย (ดอกตัวเมีย) หรือต้นกระเทย (ดอกสมบูรณ์เพศ) ฮอร์โมน เอ็นเอเอ.จะช่วยเปลี่ยนเพศดอกกระเทยทำหน้าที่ดอกตัวเมียให้เป็นดอกตัวผู้แล้วผสมกับเกสรตัวเมียให้กลายเป็นผลต่อไป                

    *เกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างไม่สมบูรณ์เกิดจากขาดสารอาหาร/ฮอร์โมนหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม (อากาศร้อนหรือฝนตกชุก) แล้วผสมกันแล้วพัฒนาเป็นผลจะเป็นผลไม่สมบูรณ์ ไม่โต รูปทรงบิดเบี้ยว เรียกว่า เงาะขี้ครอก
             

    * เมื่อเงาะเริ่มเข้าสู่ระยะเปลี่ยนสี ให้จิ๊บเบอเรลลิน 1-2 รอบ  จะช่วยให้การเข้าสีสม่ำเสมอกันทั้งช่อ และเข้าสีเร็วขึ้น

    * ต้นพันธุ์จากกิ่งตอน.ทาบ.เสียบยอดบนตอเพาะเมล็ดและเสริมราก 1 ราก.จะให้ผลผลิตเมื่ออายุต้น 3-4 ปี ในขณะที่ต้นจากเพาะเมล็ดจะให้ผลผลิตเมื่ออายุ 6-7 ปี

    * การเสริมราก 1-2 รากจะช่วยให้ต้นหาอาหารได้มากกว่ามีรากเดียว  นอกจากจะส่งผลให้ต้นสมบูรณ์ให้ผลผลิตดีแล้วยังมีอายุยืนนานอีกด้วย                

    * ไม่ควรปลูกเงาะอย่างเดียวล้วนๆเป็นแปลงขนาดใหญ่ แต่ให้ปลูกร่วมหรือแซมสลับกับไม้ผลอย่างอื่นที่มีนิสัยออกดอกติดผลปีละรุ่นและช่วงเวลาใกล้เคียงกัน  เช่น  ทุเรียน  มังคุด  ลองกอง มะไฟ เป็นต้น

    * ช่วงไม่มีผลอยู่บนต้น  หรือหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตไปแล้วถึงเข้าสู่ฤดูการบำรุงเพื่อเอาผลผลิต ซึ่งบนต้นจะว่างเปล่า ให้บำรุงต้นด้วย “ฮอร์โมนน้ำดำ” อย่างสม่ำเสมอ 1-2 เดือน /ครั้ง จะช่วยให้ต้นมีความสมบูรณ์สูง พร้อมสำหรับการบำรุงเพื่อเอาผลผลิตรุ่นต่อไปดี

    * ให้ อีเทฟอน 50 มก./น้ำ 20 ล.  หรือจิ๊บเบอเรลลิน 25 กรัม/น้ำ 20 ล.
ฉีดพ่นพอเปียกใบทั่วต้น  1 รอบ ช่วงผลเริ่มเปลี่ยนสี  จะช่วยบำรุงให้สีเปลือกผลสม่ำเสมอกันทุกผลโดยไม่ส่งผลเสียต่อคุณภาพ                   

    * เงาะในเขตภาคตะวันออก จะออกดอกเดือนช่วงเดือน ธ.ค.-ม.ค. และผลแก่เก็บเกี่ยวในช่วงเดือน มิ.ย.-ก.ค.  เงาะภาคใต้ออกดอกช่วงเดือน ก.พ.-มี.ค. และผลแก่เก็บเกี่ยวในช่วงเดือน ส.ค.-ก.ย.  ส่วนเงาะภาคอิสานออกดอกช่วงเดือน พ.ย.-ธ.ค. และผลแก่เก็บเกี่ยวในช่วงเดือน พ.ค.-มิ.ย.

      สายพันธุ์
               
      โรงเรียน (ดีที่สุด). บางยี่ขัน. ทองเมืองตราด. สายหมอก.....ส่วนเงาะพันธุ์อากร. สีนาก. ตาวี. เจ๊ะมง. และปีนังเบอร์ 4. ปัจจุบันนี้ไม่นิยมปลูก
      
           
      การขยายพันธุ์
                
   
     เงาะจัดเป็นไม้ผลที่ขึ้นได้ดีในสภาพอากาศร้อนชื้น เช่นจังหวัดในทางภาคตะวันออก ได้แก่ ระยอง จันทบุรี ตราด และในเขตจังหวัดภาคใต้ เช่น ชุมพร สุราษฎร์ธานี พันธุ์เงาะที่นิยมปลูกกันมาก ได้แก่ พันธุ์สีชมพู และโรงเรียน เนื่องจากเงาะเป็นพืชที่ต้องการผสมข้าม ด้วยเหตุผลนี้ต้นเงาะที่ได้จากการเพาะเมล็ดจึงมีการกลายพันธุ์ ดังนั้นวิธีการเพาะเมล็ดจึงมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นตอสำหรับการติดตา ต่อกิ่ง และทาบกิ่ง
        การเพาะเมล็ด                
        เมื่อแกะเมล็ดออกจากเนื้อควรนำไปเพาะทันที เมล็ดจะงอกสูงถึง 87-95 เปอร์เซ็นต์ หากเก็บไว้นาน การงอกจะลดลงอย่างรวดเร็ว ถ้าเก็บนานเกิน 1 สัปดาห์ การงอกเหลือเพียง 50-60 เปอร์เซ็นต์ การเพาะเมล็ดอาจเพาะในภาชนะหรือในแปลงวัสดุที่ใช้เพาะคือผสมขี้เถ้าแกลบอัตราส่วน 1:1 ในกรณีเพาะลงถุงใช้ถุงละ 1-2 เมล็ด ส่วนการเพาะในแปลงควรวางเมล็ดให้มีระยะห่าง(ในกรณีที่ทำการติดตาในแปลง) พอที่จะปฏิบัติงานได้สะดวกหลังเพาะเมล็ดได้ 9-19 วัน เมล็ดจะเริ่มงอก
               
        เมล็ดเงาะบางพันธุ์ทำการแยกเนื้อออกได้ยากหรือเมื่อทำมากๆต้องสิ้นเปลืองเวลาเพื่อการแยกเอาเนื้อออก สำหรับเทคนิคในการที่จะทำให้เนื้อแยกออกจากเมล็ดได้ง่าย สามารถทำได้คือ แช่เมล็ดที่มีเนื้อติดในกรดเกลือเข้มข้นเป็นเวลานาน 10 นาที จากนั้นนำเมล็ดมาแช่ในน้ำไหลวิธีนี้สามารถทำให้แกะเอาเนื้อออกจากเมล็ดได้รวดเร็วและง่ายกว่าเมล็ดที่ไม่ได้แช่น้ำกรด
 
        การปักชำ                
        ยังไม่ปรากฏรายงานผลสำเร็จจากการปักชำเงาะที่พอจะทำเป็นการค้าได้
 
        การตอนกิ่ง                
        วิธีตอนกิ่งในเชิงการค้านั้น ไม่นิยมทำเนื่องจากกิ่งตอนไม่มีระบบรากแก้ว นอกจากนั้นยังสิ้นเปลืองกิ่งเป็นจำนวนมาก แต่อย่างไรก็ตามมีรายงานถึงการตอนกิ่งซึ่งทำในประเทศมาเลเซีย อินเดีย และศรีลังกา วิธีทำโดยเลือกกิ่งที่มีอายุประมาณ 12-18 เดือน จะเป็นกิ่งที่เกิดรากได้ดี รากจะเกิดประมาณ 6-12 สัปดาห์ ภายหลังการตอนกิ่ง 

        การเสียบกิ่ง
                
        แม้จะเป็นการขยายพันธุ์ที่ไม่ค่อยนิยมมากแต่ก็สามารถทำได้ โดยวิธีการเสียบกิ่งแบบเสียบเปลือก ต้นตอที่ใช้ควรมีอายุประมาณ 4-12 เดือน และสามารถลอกเปลือกได้ดี การเตรียมรอยแผลของต้นตอ ทำโดยกรีดต้นตอเป็น 2 รอย ขนานกับลำต้นยาวประมาณ 1 นิ้วลอกเปลือกออก และตัดเปลือกออกบางส่วน การเตรียมกิ่งพันธุ์ดี เลือกกิ่งพันธุ์ดีที่มีความยาวประมาณ 4-6 นิ้ว ริบใบออกให้หมด ทำการเฉือนตรงโคนกิ่งเป็นรูปคล้ายปากฉลามยาวประมาณ 1 นิ้ว และเฉือนด้านตรงข้ามยาวประมาณ 0.5 นิ้ว สอดรอยแผลของกิ่งพันธุ์ดีลงในรอยแผลของต้นตอพันด้วยพลาสติก จากนั้นนำถุงพลาสติกคลุมที่ยอด ในกรณีที่ทำมากๆ ควรนำใส่ถุงพลาสติกขนาดใหญ่ เก็บไว้ในร่มประมาณ 30 วัน รอยแผลจะประสานกันสนิททำการเปิดถุงพลาสติก
 
        การทาบกิ่ง                
        การเตรียมต้นตอโดยเฉพาะเมล็ดลงในถุงพลาสติก หรือเมื่อต้นตออายุได้ประมาณ 1 ปีอาจย้ายปลูกแบบเปลือยรากในถุงที่มีเครื่องปลูกเบาๆ เนื่องจากวิธีการทาบกิ่งเงาะจะทำการทาบกิ่งคล้ายมะขาม คือนำถุงต้นกล้าขึ้นไปทาบบนต้นและต้องใช้ไม้ค้ำยันผูกยึดกิ่งทาบ วิธีการนี้ต้องคอยหมั่นรดน้ำต้นตออยู่เสมอ ด้วยเหตุนี้จึงไม่เป็นที่นิยมแพร่หลาย
 

ที่มา :
ฝ่ายส่งเสริมการเกษตร  สำนักวิจัยและส่งเสริมวิชาการการเกษตร  มหาวิทยาลัยแม่โจ้   โทร. 0-53873938-9
                 
      ระยะปลูก
                
    - ระยะปกติ  8 X 8  ม. หรือ  8 X 10 ม.                
    - ระยะชิด   4 X 4  ม. หรือ  6 X 6  ม.                 

     เตรียมดินและอินทรีย์วัตถุ                  
   - ใส่ปุ๋ยคอก (มูลวัวเนื้อ/นม + มูลไก่ไข่/เนื้อ/นกกระทา (แห้งเก่าข้ามปี) ปีละ 2 ครั้ง
   - ให้ยิบซั่มธรรมชาติ  ปีละ 2 ครั้ง               
   - ให้กระดูกป่น  ปีละ 1 ครั้ง                 
   - คลุมโคนต้นด้วยเศษพืชแห้งหนาๆเต็มพื้นที่บริเวณทรงพุ่ม ล้ำออกไปถึงนอกเขตทรงพุ่ม
   - ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพระเบิดเถิดเทิงหรือจุลินทรีย์ 1-2 เดือน/ครั้ง
                
     หมายเหตุ:                
   - การฝังซากสัตว์ เช่น หอยเชอรี่  ปลาสด  เป็นชิ้นเท่าลูกมะนาวหรือบดละเอียด ที่ชายเขตทรงพุ่ม 4-5 หลุม/ต้นทรงพุ่ม 3-5 ม. ฝังปีเว้นปี เพื่อให้ต้นมีสารอาหารกินตลอด 24 ชม. ต่อเนื่องหลายๆปีจะทำให้ต้นมีความสมบูรณ์สูงพร้อมต่อการบำรุงทุกขั้นตอน
   - ให้ปุ๋ยน้ำชีวภาพ (ทางใบ-ทางราก) บ่อยเกินไปจะทำให้ต้นหยุดการเจริญเติบโต ไม่แตกใบอ่อน  ผลหยุดขยายขนาดแล้วกลายเป็นผลแก่  การให้ทางใบอาจเป็นแหล่งอาศัยและแพร่ระบาดของเชื้อราได้                  
   - ฮอร์โมนธรรมชาติและฮอร์โมนวิทยาศาสตร์จะให้ประสิทธิภาพเต็มร้อยก็ต่อเมื่อ ต้นมีสภาพความสมบูรณ์สูง                

     เตรียมต้น
               
     ตัดแต่งกิ่ง :
               
   - เงาะออกดอกจากซอกใบปลายกิ่งอายุข้ามปี การตัดแต่งกิ่งประจำปีหรือหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตให้ตัดเฉพาะกิ่งที่ออกดอกติดผลเพื่อสร้างใบใหม่สำหรับให้ออกดอกติดผลในปีต่อไป  ส่วนกิ่งที่ไม่ออกดอกติดผลในปีนี้ให้คงไว้แล้วบำรุงต่อไป
                
   - ต้นอายุต้นยังน้อยไม่เกิน 5 ปีตั้งแต่เริ่มปลูกให้ตัดแต่งกิ่งปกติ   แต่ต้นที่อายุ 5 ขึ้นไป   ต้นใหญ่หรือทรงพุ่มแน่นทึบให้ตัดแต่งกิ่งแบบทำสาวโดยเหลือกิ่งกับใบเลี้ยงต้นไว้เพียง 10-15 เปอร์เซ็นต์   กิ่งที่แตกใหม่จะให้ผลผลิตในปีรุ่งขึ้น (เงาะออกดอกติดผลจากกิ่งข้ามปี) และคุณภาพดี จากนั้นให้ตัดแต่งกิ่งแบบทำสาวทุก 5 ปีหรือเมื่อต้นใหญ่ทรงพุ่มแน่นทึบ
   - ตัดแต่งกิ่งปกติควรตัดให้เหลือใบประมาณ 50 เปอร์เซ็นต์และเมื่อใบอ่อนชุดใหม่ออกมาแล้วให้มีใบประมาณ 80 เปอร์เซ็นต์จะช่วยให้การผลิดอกติดผลดี
                      
   - ตัดกิ่งยอดประธาน (ผ่ากบาล) ณ ความสูงต้นตามต้องการ  นอกจากช่วยทำให้แสงแดดผ่านจากยอดเข้าสู่ภายในทรงพุ่มได้อย่างทั่วถึงแล้วแสงแดดที่ร้อนยังช่วยกำจัดเชื้อราได้เป็นอย่างดีอีกด้วย               
   - ตัดกิ่งที่บังแสงแดดต่อกิ่งอื่นออก ทำให้ทรงพุ่มโปร่งจนแสงแดดสามารถส่องได้ถึงทุกกิ่งทั่วทรงพุ่ม  กิ่งที่ได้รับแสงแดดจะสมบูรณ์ดีกว่ากิ่งที่ไม่ได้รับแสงแดดหรือได้รับแสงแดดน้อย
   - นิสัยเงาะมักออกดอกหลังจากกระทบหนาวได้ระยะหนึ่ง  ดังนั้นจึงควรตัดแต่งกิ่ง-เรียกใบอ่อนช่วงต้นหน้าฝนแล้วเข้าสู่ขั้นตอนการบำรุงต่อไปตามลำดับจะทำให้ต้นมีความสมบูรณ์เต็มที่ดีกว่าการตัดแต่งกิ่งในช่วงอื่น หมายความว่า หลังจากเก็บเกี่ยวผลผลิตแล้วยังไม่ต้องตัดแต่งกิ่งแต่ให้บำรุงตามปกติต่อไปก่อน จนกระทั่งเข้าสู่หน้าฝนจึงลงมือตัดแต่งกิ่ง
                
     ตัดแต่งราก :                 
   - เงาะที่ต้นอายุยังน้อยไม่ควรตัดแต่งรากแต่ถ้าต้องการสร้างรากใหม่ให้มีประสิทธิภาพในการหาอาหารดียิ่งขึ้นให้ใช้วิธีล่อรากด้วยการพูนโคนต้นด้วยดิน 3 ส่วนกับอินทรีย์วัตถุ 1 ส่วน
   - ต้นอายุหลายปี  ระบบรากเก่าและแก่มาก  ให้พิจารณาตัดแต่งรากส่วนปลายออก 1 ใน 4 ด้วยการพรวนดินรอบทรงพุ่มลึก 10-15 ซม.หลังจากให้ฮอร์โมนบำรุงรากไปแล้วต้นจะแตกรากใหม่จำนวนมากขึ้นและมีประสิทธิภาพในการดูดซับสารอาหารได้ดีกว่าเดิม




หน้าถัดไป (2/3) หน้าถัดไป


Content ©