-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 105 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

สมรภูมิเลือด





กำลังปรับปรุงครับ


 
เกลือเป็นหนอน‘กบฏนายสิบ 2478 ฝ่ายปฏิปักษ์ประชาธิปไตยล้มเหลวซ้ำสอง  
 
         

ผลจากความพ่ายแพ้ในความพยายามก่อการเพื่อฟื้นพระราชอำนาจแห่งการปกครองในระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวด้วยการก่อกบฏที่นำโดยพระองค์เจ้าบวรเดช (หม่อมเจ้าบวรเดช กฤดากร) และเผชิญกับการปราบปรามอย่างรุนแรง มีผู้ถูกจับกุมจำนวนหนึ่งทั้งเจ้านายและสามัญชน จนในที่สุดพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวได้ทรงสละราชสมบัติ ก่อให้เกิดความกระทบกระเทือนจิตใจของผู้ที่จงรักภักดีต่ออดีตพระมหากษัตริย์เป็นอย่างมาก

ความกระทบกระเทือนใจนี้ได้ก่อตัวขึ้นเป็นความเจ็บแค้นในหมู่นายทหารชั้นประทวนกลุ่มหนึ่งที่คิดวางแผนยึดอำนาจการปกครอง โดยการประกาศเจตนารมณ์อย่างลับๆอ้างว่าเพื่อคืนระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ถวายสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว

การก่อการครั้งนี้แตกต่างจากการอภิวัฒน์สยาม 24 มิถุนายน และกบฏบวรเดชที่เพิ่งถูกปราบปรามลงอย่างราบคาบเพียงประมาณปีเศษที่ผ่านมา คือเป็นการดำเนินงานของนายทหารชั้นประทวนที่ประกอบด้วยกลุ่มนายสิบจากหลายหน่วยระดับกองพันทหารบก ซึ่งทหารชั้นประทวนเหล่านี้ชั้นยศสูงสุดคือ “จ่านายสิบ” นับเป็นเป็นผู้บังคับบัญชาระดับล่าง แต่อยู่ใกล้ชิดกำลังพลที่สุด สำหรับความหมายในทางสังคมจึงเท่ากับเป็นประชากรที่มาจากระดับรากหญ้าที่เป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศ ไม่ว่าจะมาจากนายสิบกองประจำการที่มาจากการเกณฑ์ทหารตามปรกติ หรือที่ผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนในโรงเรียนนายสิบที่อาจมีโอกาสผ่านเข้ายกระดับวิทยฐานะและชั้นยศ ไปจนถึงระดับนายดาบ หรือกระทั่งโรงเรียนนายร้อยทหารบก (โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้าฯ) จนถึงเป็นจอมพล ดังเช่น จอมพล ผิน ชุณหะวัณ


ราวเดือนมิถุนายน 2478 จึงเริ่มมีการพบปะและวางแผนก่อการ โดยให้เหตุผลหลักไว้ 3 ประการ เพื่อชักจูงทหารส่วนอื่นๆเข้ามาร่วมหรือสนับสนุน เหตุผลดังกล่าวคือ 1.ไม่พอใจการบริหารงานของรัฐบาลพระยาพหลฯ 2.ผู้บังคับบัญชาของพวกเขาไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐบาล 3.ไม่พอใจที่รัฐบาลไม่เทิดทูนพระมหากษัตริย์เท่าที่ควร

สำหรับกลุ่มสมาชิกผู้วางแผนก่อการลำดับต้นๆ ประกอบด้วย สิบเอกสวัสดิ์ มหะหมัด (หัวหน้า), สิบโท ม.จ.ทวีวงศ์ วัชรีวงศ์, สิบเอกเข็ม เฉลยพิศ, สิบเอกถม เกตุอำไพ, สิบเอกเท้ง แซ่ซิ้ม, จ่านายสิบสาคร ภูมิทัต ฯลฯ

คณะนายสิบผู้ก่อการเตรียมการวางแผนลงมือตอนใกล้รุ่งของวันที่ 5 สิงหาคม 2478 ขั้นแรกคือส่งกำลังเข้ายึดกระทรวงกลาโหมเป็นกองบัญชาการการชั่วคราว จากนั้นก็จู่โจมสังหารบุคคลสำคัญบางคนในคณะรัฐบาล อันได้แก่ พันเอกหลวงพิบูลสงคราม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม หลวงอดุลย์เดชจรัส อธิบดีกรมตำรวจ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอาทิตย์ทิพอาภา ประธานผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ พระองค์เจ้าวรรณไวทยากรวรวรรณ ที่ปรึกษาสำนักนายกรัฐมนตรี แต่สำหรับพระยาพหลพลพยุหเสนา นายกรัฐมนตรีนั้น ฝ่ายก่อการคิดจับไว้เป็นตัวประกัน และหากได้รับการขัดขวางจากผู้ใดก็จะกำจัดอย่างเด็ดขาด

นอกจากนี้ผู้คิดก่อการยังมีแผนเปิดที่คุมขังนักโทษการเมืองออกมาเป็นกำลังสมทบเพื่อกวาดล้างฝ่ายรัฐบาลให้สิ้นซาก ทั้งยังเตรียมประกาศทันทีที่ยึดอำนาจไว้อย่างสิ้นเชิงแล้วว่าจะทูลเชิญพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 7 กลับสู่ราชอาณาจักร

แต่เนื่องจากความคิดที่จะดำเนินการอย่างรุนแรงด้วยการสังหารบุคคลสำคัญฝ่ายรัฐบาลนี้เอง ทำให้ผู้ร่วมวางแผนบางคนไม่เห็นด้วยและได้นำความไปเปิดเผยต่อผู้บังคับบัญชา จากนั้นเรื่องจึงถูกรายงานไปถึงหลวงพิบูลสงคราม จึงมีการสั่งการให้ผู้บังคับบัญชาของแต่ละคนคอยติดตามการเคลื่อนไหวของทหารชั้นประทวนกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด จนรู้พฤติการณ์แน่ชัดแล้วจึงมีคำสั่งให้ผู้บังคับบัญชาของแต่ละกรมกองเข้าจู่โจมจับทหารในสังกัดที่วางแผนก่อกบฏ


ปฏิบัติการชนิดสายฟ้าแลบเข้ากวาดล้างจับกุมโดยที่เป้าหมายทั้งหมดไม่ทันรู้ตัวเริ่มตั้งแต่เวลา 12.30 น. ของวันที่ 3 สิงหาคม 2478 จนถึงวันที่ 7 สิงหาคม ไม่มีการต่อสู้ขัดขืนแต่อย่างใด ทุกคนยอมจำนนแต่โดยดี

การจับกุมเริ่มจากกองพันทหารราบที่ 2 วังจันทร์เกษม มีพันตรีหลวงประหาริปูราบเป็นผู้บังคับกองพัน เข้าจับกุมสิบเอกแช่ม บัวปลื้ม, สิบโทแผ้ว แสงส่องสูง, สิบโท ม.ล.กวีวงศ์ วัชรีวงศ์, สิบเอกเข็ม เฉลยพิศ, สิบเอกกวย สินธุวงศ์, สิบเอกเท้ง แซ่ซิ้ม, สิบเอกตะเข็บ สายสุวรรณ และสิบเอกถม เกตุอำไพ


นอกจากนี้หลวงพิบูลสงครามได้สั่งไปยังผู้บังคับกองพันต่างๆให้เข้าจับกุมนายทหารชั้นประทวนคนอื่นที่คิดก่อการอย่างต่อเนื่อง ได้ผู้ต้องหาทั้งสิ้น 21 นาย


ทันทีที่กวาดล้างฝ่ายวางแผนก่อกบฏลงได้อย่างสิ้นเชิงอย่างไม่มีการเสียเลือดเนื้อและปราศจากการต่อสู้ ฝ่ายรัฐบาลจึงได้จัดตั้งศาลพิเศษพิจารณาความผิดของพวกกบฏเป็นพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลพิเศษแก้ไขเพิ่มเติมจาก 2476 ซึ่งมีข้อพิเศษดังนี้

ในการที่จะลงอาญาประหารชีวิตแก่ผู้หนึ่งผู้ใดตามคำพิพากษาศาลพิเศษ ผู้ต้องคำพิพากษาจะทูลเกล้าฯถวายฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษต่อพระมหากษัตริย์ให้ยื่นฎีกาภายใน 48 ชั่วโมง นับตั้งแต่ได้อ่านคำพิพากษา...ถ้าผู้ต้องคำพิพากษาไม่ยื่นฎีกาภายในกำหนดเวลา หรือได้ยื่นไปแล้วแต่ไม่ได้รับพระราชทานอภัยโทษตามกำหนดเวลานั้น ท่านให้เอาตัวผู้ต้องหานั้นไปประหารชีวิตโดยไม่ชักช้า


คณะกรรมการศาลพิเศษชุดนี้มีถึง 7 นาย สอบสวนคดีอย่างเร่งรีบ ประกอบด้วย พันเอกพระยาอภัยสงคราม, พันโทพระยาวิชัยยุทธเดชาคนี, พันโทหลวงเกรียงศักดิ์พิชิต, พันโทหลวงรณสิทธพิชัย, พันโทหลวงเสรีเริงฤทธิ์, ร้อยเอกหิรัญ ปัทมานนท์ และนายเสงี่ยม กาญจนเสถียร คำพิพากษาตัดสินคดีในวันที่ 3 กันยายน 2478 ให้จำคุกตลอดชีวิต สิบโท ม.ล.กวีวงศ์ วัชรีวงศ์, สิบเอกเข็ม เฉลยพิศ, สิบเอกถม เกตุอำไพ, สิบเอกแท้ง แซ่ซิ้ม, จ่านายสิบสาคร ภูมิทัต, สิบเอกกวย สินธุวงศ์, สิบโทศาสน์ คชกุล, สิบโทแผ้ว แสงส่งสูง, สิบเอกแช่ม บัวปลื้ม, สิบเอกตะเข็บ สายสุวรรณ และสิบโทเลียม คะหินทะพงษ์


จำคุกเพียง 16 ปี เป็นพลเรือน คือ นายนุ่น ณ พัทลุง


ส่วนสิบเอกสวัสดิ์ มหะหมัด ซึ่งปฏิเสธตลอดข้อหานับแต่ขั้นสอบสวน ถูกสั่งประหารชีวิตด้วยการยิงเป้าในตอนเช้าตรู่ของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2479 ณ หลักประหารป้อมพระจุลจอมเกล้า ปากน้ำ สมุทรปราการ




ที่มา : นิตยสารโลกวันนี้วันสุข ปีที่ 6  ฉบับ 281 วันที่ 16–22 ตุลาคม พ.ศ. 2553  หน้า 13 คอลัมน์ พายเรือในอ่าง โดย อริน

 
 


http://www.dailyworldtoday.com/newsblank.php?news_id=8376









สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2010-09-20 (1281 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©