-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 128 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

ฮอร์โมน





ฮอร์โมนไข่
    

                                                     

          สูตรไทย

               วัสดุส่วนผสมและวิธีทำ :

         ไข่สดพร้อมเปลือก      

5         กก. 
         กากน้ำตาล 5 ล.
         แป้งข้าวหมาก 2 ก้อน
         ยาคูลท์ 1 ขวด


         บดไข่พร้อมทั้งเปลือกด้วยเครื่องโมลิเน็กซ์ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้  เติมกากน้ำตาล  แป้งข้าวหมาก  และยาคูลท์  แล้วบดซ้ำเพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้ากันดี บรรจุในภาชนะพลาสติกปิดฝาพอหลวม  เก็บในร่ม  อุณหภูมิห้อง  คนด้วยมือวันละ 1-2 ครั้งหมักทิ้งไว้ประมาณ 1 เดือน  ได้  "หัวเชื้อฮอร์โมนไข่" พร้อมใช้

           วิธีใช้และอัตราใช้ :
         ใช้   "หัวเชื้อ 20-30 ซีซี./น้ำ 20 ล."   ฉีดพ่นทางใบให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบลงถึงพื้น  ช่วงเช้าแดดจัด  ทุก 5-7 วัน

            พืชเป้าหมาย :
       - ไม้ประดับประเภทดอก จะออกดอกดี  ไม้ประดับประเภทใบ  จะได้ใบสีจัดขึ้น
       - นาข้าวให้ช่วงก่อนออกรวง  จะช่วยให้ออกรวงดี
       - ไม้ผล  ใช้เพื่อสะสมสารอาหารกลุ่ม ซี.  หรือใช้สลับกับสูตรเปิดตาดอกปกติ  ก็จะช่วยให้ออกดอกดีขึ้น



 

  
                  สูตรไต้หวัน

                   วัสดุส่วนผสมและวิธีทำ :
                ขั้นตอนที่ 1 

               ไข่สดพร้อมเปลือก        5          ฟอง 
         กลูโคสน้ำ 100  ซีซี.
         นมสด  ล.
         แป้งข้าวหมาก ก้อน 
         ยีสต์ทำขนมปัง 100  กรัม 
         น้ำส้มสายชู 100  ซีซี. 

  
  







 
         วิธีทำ :
          ขั้นตอนที่ 1
  
             บดไข่พร้อมเปลือกด้วยเครื่องโมลิเนกซ์ให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะละเอียดได้  เติมส่วนผสมอื่นๆ ลงไปจนครบ  บดซ้ำอีกครั้งเพื่อให้ส่วนผสมทั้งหมดเข้าเป็นเนื้อเดียวกันดี
                บรรจุภาชนะพลาสติก  เติมออกซิเจนด้วยเครื่องปั๊มลมปลาตู้ ตลอด 24 ชม. ติดต่อกัน 7 วัน (อากาศปกติ) หรือเติมออกซิเจน ติดต่อกัน 10 วัน (อากาศหนาว)

                  ขั้นตอนที่ 2
                 หมักด้วยวิธีเติมออกซิเจนครบกำหนดแล้ว  เติม  น้ำมะพร้าว  10 ล.  แล้วเติมออกซิเจนตลอด 24 ชม.ต่อไปอีก 7 วัน (อากาศปกติ)หรือ 10 วัน (อากาศหนาว)

                    ขั้นตอนที่ 3
                 หมักด้วยน้ำมะพร้าวพร้อมกับเติมออกซิเจนครบกำหนดแล้วน้ำปั๊มลมออก  ทิ้งไว้  7-10  วัน  เพื่อให้กากนอนก้น

                    ขั้นตอนที่ 4
                เมื่อกากนอนก้นดีแล้ว  กรองเอาเฉพาะน้ำใสออกมาแล้วเติม.....

                  - สาหร่ายทะเล                 250          กรัม
                  - ธาตุหลักสูตรตามชนิดพืช    250          กรัม
                  - ธาตุรอง/ธาตุเสริม           100          ซีซี.
                  - แคลเซียม โบรอน            100          ซีซี.

                คนเคล้าส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันดี  ได้  "ฮอร์โมนไข่ สูตรเข้มข้น"   พร้อมใช้

                   อัตราใช้และวิธีใช้ :
                ใช้  "ฮอร์โมนไข่ 20-30 ซีซี./น้ำ 20 ล."   ฉีดพ่นทางใบให้เปียกโชกทั้งใต้ใบบนใบลงถึงพื้นโคนต้น  ช่วงเช้าแดดจัด  ทุก 5-7 วัน

           พืชเป้าหมาย :
      - ไม้ดอกช่วยให้ออกดอกดี  ไม้ใบช่วยให้ใบสีจัดขึ้น
      - ผักสวนครัวกินใบ  ช่วยให้ต้นสมบูรณ์ แข็งแรง  กลิ่นรสดี  น้ำหนักดี
      - ผักสวนครัวกินผล  ช่วยให้ออกดอกดี  ผลดก  กลิ่นรสดี  น้ำหนักดี
      - นาข้าว  ให้ช่วงก่อนออกรวงจะช่วยให้ออกรวงดี
      - ไม้ผลยืนต้นประเภททะวายหรือติดผลง่าย (พันธุ์เบา) จะออกดอกติดผลตลอดปีแบบไม่มีรุ่น.....ในไม้ผลประเภทออกดอกติดผลปีละรุ่น (พันธุ์หนัก)เมื่อใช้สลับกับสูตรเปิดตาดอกปกติ  จะช่วยให้ออกดอกดี




ฮอร์โมนไข่อินทรีย์
หลัการและเหตุผล 

วัสดุส่วนผสม

อัตราใช้และวิธีใช้ 








คุณค่า 'ฮอร์โมนไข่' เร่งพืชออกดอก
หนึ่งทางเลือกลดปัญหาใช้สารเคมี


เมื่อเอ่ยถึงคุณค่าของ “ไข่” นอกจากจะเป็นอาหารโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์แล้วไข่ยังมีประโยชน์ต่อการปลูกพืชอีกด้วยโดยเฉพาะการผลิตพืชผักและไม้ผลนอกฤดูซึ่งเกษตรกรสามารถใช้ไข่เป็นตัวช่วยในระบบการผลิตได้โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่5(สวพ.5)กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนาและคิดค้นสูตร “ฮอร์โมนไข่” ขึ้นมาเพื่อใช้เร่งการออกดอกของพืชนับเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรที่สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ค่อนข้างมากอีกทั้งยังช่วยลดปัญหาสารเคมีตกค้างในสินค้าเกษตรด้านพืชและไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมด้วย

นายอัครินทร์ท้วมขำนักวิชาการเกษตร 8 ว. สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จ.ชัยนาท  กล่าวว่าการปลูกพืชแล้วพืชไม่ออกดอกหรือออกดอกน้อยถือเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร  เพราะถ้าพืชออกดอกน้อยผลผลิตก็จะน้อยตามไปด้วย  โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูฝนไม้ผลส่วนใหญ่มักแตกใบอ่อนแต่ไม่ค่อยจะติดดอกออกผลให้เกษตรกร 

ทั้งนี้เนื่องจากน้ำฝนนำธาตุไนโตรเจน ในรูปของกรดไนตริก กรดไนไตร  อันเกิดจากฟ้าแลบบนท้องฟ้ามาสู่พื้นโลกอย่างน้อย 10 ล้านตันต่อปี 

และน้ำฝนยังทำให้ดินชุ่มชื้นเหมาะแก่การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ช่วยตรึงก๊าชไนโตรเจน  เพิ่มเติมให้แก่ดินอีกประมาณ 90 ล้านตันต่อปี

นอกจากนี้  ท้องฟ้าในช่วงฤดูฝนจะมีแสงสว่างน้อยทำให้อัตราการสังเคราะห์แสงของพืชลดลง  ยิ่งทำให้คาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อของพืช  มีปริมาณลดลงเมื่อเทียบกับธาตุไนโตรเจน  ซึ่งรับเพิ่มเติมเข้ามาเรื่อยๆ อัตราระหว่าง คาร์โบไฮเดรต/ไนโตรเจน  หรือ  ซีเอ็น  เรโช(C/N Ratio) มีค่าต่ำหรือแคบ  เนื้อเยื่อพืชก็จะพัฒนาไปเป็นใบและก้านกิ่ง  ส่งผลให้ต้นไม้แตกใบอ่อนค่อนข้างมากในฤดูฝน  ปัจจุบันผู้ผลิตผลไม้นอกฤดู เช่นทุเรียนและมะม่วง  นิยมใช้สารเคมี คือ  สารพาโคลบริวทราโซล  ช่วยเร่งการออกดอกและติดผลของพืช  บังคับให้มะม่วงหรือทุเรียนออกดอกนอกฤดูกาล  นอกจากนั้นชาวสวนลำไยยังมีการใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต  ในการกระตุ้นและเร่งการออกดอกด้วย 

มาถึงตอนนี้เกษตรกรไม่ต้องราดสารเร่งให้ต้นมะม่วงหรือทุเรียนก็ออกดอกได้  โดยหันมาใช้  “ฮอร์โมนไข่”  เร่งการออกดอกแทน

สูตรฮอร์โมนไข่เร่งการออกดอกของพืชมีดังนี้ คือ
1.ไข่ไก่สดทั้งเปลือกหรือไข่เป็ดไข่นกกระทา หรือไข่หอยเชอรี่จำนวน 5 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง5กิโลกรัม
3.ลูกแป้งข้าวหมาก1ก้อน
4.นมเปรี้ยว 1 ขวด (กล่อง) หรือใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ผลิตจากเปลือกสับปะรด 200 ซีซี

การทำฮอร์โมนไข่ทำได้ง่ายๆ โดยนำไข่ไก่ทั้งฟองมาปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่น  ถ้าไม่มีเครื่องปั่นให้ตอกไข่ขาวไข่แดงออกจากเปลือกใส่ภาชนะ  แล้วใช้ไม้ตีไข่ขาวไข่แดงให้เข้ากัน  นำเปลือกไข่ใส่ครกตำให้ละเอียดจากนั้นตักใส่ลงไปในภาชนะที่มีไข่ขาวไข่แดงปนกันอยู่  เพื่อเพิ่มธาตุแคลเซียม(Ca)จากเปลือกไข่  แล้วนำกากน้ำตาลมาผสมนำผงแป้งข้าวหมากโปรยลงไป  และใช้นมเปรี้ยวหรือหัวเชื้อจุลินทรีย์  หรือกระเพาะหมู  ซึ่งจะมีจุลินทรีย์มหัศจรรย์ที่ชื่อว่า  Lactobacillus sp. ผสมใส่ลงไป  แล้วคนคลุกให้เข้ากันนำไปบรรจุในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด เช่น  ถังพลาสติกโดยให้มีช่องว่างอากาศประมาณ 10% ของภาชนะ  เพื่อให้จุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจนเจริญเติบโตไปด้วย  ทิ้งไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี  อย่าให้ถูกแสงแดดประมาณ 7 วัน  ก็สามารถนำไปใช้ได้ซึ่งมีต้นทุนการผลิตเพียงลิตรละ 25-30 บาทเท่านั้น

สำหรับการใช้ฮอร์โมนไข่เร่งการออกดอกของพืช  ให้ใช้ในอัตราส่วน 2-3 ช้อนกาแฟ(5-10 ซีซี.)/น้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น 7-10 วัน/ครั้ง

กรณีที่ใช้ในไม้ผลไม่ว่าจะเป็นการผลิตในฤดูกาลหรือนอกฤดูกาล  เกษตรกรต้องบำรุงต้นพืชให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนแล้วค่อยเร่งการออกดอกด้วยฮอร์โมนไข่  โดยเริ่มฉีดพ่นตั้งแต่ติดใบอ่อนรุ่นที่ 3 ประมาณ 30-45 วัน  ไม้ผลจะติดดอก 50-80% ของทรงพุ่ม  ต้องหยุดฉีดพ่นฮอร์โมนไข่ทันที  ถ้าพ่นต่อไปจะทำให้ดอกร่วง  เนื่องจากฮอร์โมนไข่สูตรนี้มีความเข้มข้นและความเค็มสูง

หากต้องการให้ดอกออกนอกฤดู  ต้องให้มีช่วงฝนทิ้งช่วงหรือทิ้งช่วงการให้น้ำ 14-21 วัน/ครั้ง  แล้วฉีดพ่นด้วยฮอร์โมนไข่ 7-10 วัน/ครั้ง  ไม้ผลก็จะออกดอก  จากนั้นฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพสูตรฮอร์โมนผลไม้ต่อไปอีก7-10 วัน/ครั้ง  เพื่อบำรุงผลผลิตให้สมบูรณ์

ส่วนการใช้ใน ข้าว พืชไร่ พืชผัก และไม้ดอกไม้ประดับ  ควรฉีดพ่นตั้งแต่พืชตั้งตัวได้จนถึงออกดอกเกิน 50% จึงหยุดพ่น  และที่สำคัญไม่ควรใช้ฮอร์โมนไข่เร่งดอกในพืชผักกินใบ เช่น คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดหอม  เพราะพืชผักเหล่านี้จะออกดอก  ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพต่ำและขายไม่ได้ราคา

สุดท้ายคุณอัครินทร์ยังการันตีว่าฮอร์โมนไข่สูตรนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่เชียวนะ

หากเกษตรกรสนใจสูตรและการใช้ฮอร์โมนไข่เร่งการออกดอกของพืช  สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จ.ชัยนาทโทรศัพท์ 0-5641-3044, 0-5641,5458 ทุกวันในเวลาราชการ.



ที่มา   หนังสือพิมพ์เดลินิวส์


www.agric-prod.mju.ac.th/web-veg/article/new124.htm -




ฮอร์โมนไข่ : ทางเลือกใหม่เกษตรกร

ไข่ นอกจากจะเป็นอาหารโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์แล้ว ยังมีประโยชน์ต่อการปลูกพืชอีกด้วย โดยเฉพาะการผลิตพืชผักและผลไม้นอกฤดูกาล ซึ่งเกษตรกรสามารถใช้ไข่เป็นตัวช่วยในระบบการผลิตได้
                 
กรมวิชาการเกษตร โดย สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 ได้พัฒนาและคิดค้น เพื่อใช้เร่งการออกดอกของพืช ลดต้นทุนการผลิตและปัญหาสารเคมีตกค้าง อีกทั้ง แก้ปัญหาให้เกษตรกรที่ปลูกพืชแล้วไม่ออกดอก จึงนับเป็นทางเลือกใหม่แก่เกษตรกร ที่สามารถช่วยเร่งการออกดอกของพืช โดยสูตรดังกล่าว ประกอบด้วย ไข่ไก่สดทั้งเปลือกหรือไข่เป็ด ไข่นกกระทาหรือไข่หอยเชอรี่ 5 กิโลกรัม กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง 5 กิโลกรัม ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ก้อน นมเปรี้ยว 1 ขวด หรือใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ผลิต จากเปลือกสับปะรด 200 ซีซี สำหรับขั้นตอนการทำ คือ นำไข่ไก่ทั้งฟองมาปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่น ถ้าไม่มีเครื่องปั่นให้ตอกไข่ขาว ไข่แดงออกจากเปลือกใส่ภาชนะแล้วใช้ไม้ตีไข่ขาวไข่แดงให้เข้ากัน นำเปลือกไข่ใส่ครกตำให้ละเอียด จากนั้นตักใส่ลงไปในภาชนะ ที่มีไข่ขาวไข่แดงปนกันอยู่ เพื่อเพิ่มธาตุแคลเซียมจากเปลือกไข่ แล้วนำกากน้ำตาลมาผสม นำผงแป้งข้าวหมากโปรยลงไป ใช้นมเปรี้ยวหรือหัวเชื้อจุลินทรีย์หรือกระเพาะหมูซึ่งจะมีจุลินทรีย์มหัศจรรย์ผสมใส่ลงไปแล้วคลุกให้เข้ากัน นำไปบรรจุในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด เช่น ถังพลาสติก โดยให้มีช่องว่างอากาศประมาณ 10 เปอร์เซ็นต์ ของภาชนะ เพื่อให้ จุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจนเจริญเติบโตไปด้วย ทิ้งไว้ในที่ ๆ มีอากาศถ่ายเทได้ดี อย่าให้ถูกแสงแดดประมาณ 7 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้ ซึ่งมีต้นทุนการผลิตเพียงลิตรละ 25-30 บาท สำหรับการใช้ฮอร์โมนไข่เร่งการออกดอกของพืชให้ใช้ในอัตราส่วน 2-3 ช้อนกาแฟ น้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือเย็น 7-10 วัน/ครั้ง กรณีที่ใช้ในไม้ผลไม้ว่าจะเป็นการผลิต ในหรือนอกฤดูกาล เกษตรกรต้องบำรุงต้นพืชให้สมบูรณ์ที่สุดก่อน แล้วค่อยเร่งการออกดอกด้วยฮอร์โมนไข่โดยเริ่มฉีดพ่นตั้งแต่ติดใบอ่อนรุ่นที่ 3 ประมาณ 30-45 วัน ไม้ผลจะติดดอก 50-80 เปอร์เซ็นต์ ของทรงพุ่มต้องหยุดฉีดพ่นฮอร์โมนไข่ทันที ถ้าพ่นต่อไปจะทำให้ดอกร่วง
                 
เนื่องจากฮอร์โมนไข่สูตรนี้มีความเข้มข้นและความเค็มสูง ถ้าต้องการให้ออกดอกนอกฤดูต้องให้มีช่วงฝนทิ้งช่วงหรือทิ้งช่วงการให้น้ำ 14-21 วัน/ครั้ง แล้วฉีดพ่นด้วยฮอร์โมนไข่ 7-10 /ครั้ง ไม้ผลก็จะออกดอก จากนั้นฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพสูตรฮอร์โมนผลไม้ต่อไปอีก 7-10 วัน/ครั้ง เพื่อบำรุงผลผลิตให้สมบูรณ์ ส่วนการใช้ในข้าว พืชไร่ พืชผักและไม้ดอกไม้ประดับ ควรฉีดพ่นตั้งแต่พืชตั้งตัวได้จนถึงออกดอกเกิน 50 เปอร์เซ็นต์ จึงหยุดพ่น แต่ไม่ควรใช้ฮอร์โมนไข่เร่งดอกในพืชผักกินใบ เช่น คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดหอม เพราะพืชผักเหล่านี้จะออกดอก ทำให้ผลผลิตมีคุณภาพต่ำ และขายไม่ได้ราคา

 สำหรับเกษตรกรหรือผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จังหวัดชัยนาท หมายเลขโทรศัพท์ 0-5641-3044 และ 0-5641-5458 ทุกวันในเวลาราชการ

    (ที่มา : ข่าว กรมประชาสัมพันธ์ โทร. 0-2618-2323 ต่อ 1626-7 )

http://www.ubmthai.com/leksoundsmf3/index.php?topic=33608.0;prev_next=next





ฮอร์โมนไข่เร่งดอก Very Happy
Sad มีองค์ประกอบต่อไปนี้
1. ไข่ไก่สดทั้งเปลือก (ไข่เป็ดไข่นกกระทาหรือไข่หอยเชอรี่ก็ได้) 5 กิโลกรัม
2. กากน้ำตาล หรือน้ำตาลทรายแดง 5 กิโลกรัม
3. ลูกแป้งข้าวหมาก 1 ก้อน
4. ยาคูลท์หรือนมเปรี้ยวก็ได้ 1 ขวด/กล่อง
(ถ้าใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ผลิตด้วยเปลือกสับปะรด 200 ซีซี. ก็ได้)

วิธีทำ
นำไข่ไก่ทั้งฟองปั่นให้ละเอียด ด้วยเครื่องปั่น ถ้าไม่มีเครื่องปั่นให้ตอกไข่ขาวไข่แดงออกจากเปลือกใส่ภาชนะแล้ว ใช้ไม้หรือเครื่องมือตีไข่ขาวไข่แดงให้เข้ากัน เปลือกไข่ใส่ครกตำให้ละเอียดตักใส่ลงไปในภาชนะไข่ขาวปนไข่แดงแล้วเพื่อต้องการธาตุ Ca จากเปลือกไข่แล้วนำกากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดงมาผสม นำลูกแป้งข้าวหมากมาบี้โปรยลงไป แล้วใช้ยาคูลท์หรือน้ำเปรี้ยวหรือหัวเชื้อจุลินทรีย์หรือกระเพาะหมูก็ได้ ซึ่งมีจุลินทรีย์ที่ชื่อว่าแลกโตบาซิลลัล(Lactobacillus sp.) ผสมใส่ลงไปแล้วคนคลุกเคล้าให้เข้ากัน นำไปบรรจุในภาชนะที่มีฝาปิด เช่น ถังพลาสติกให้มีช่วงว่างอากาศประมาณ 10% ของภาชนะ เพื่อให้จุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจนเจริญเติบได้ด้วย ประมาณ 7 วัน ทิ้งไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทได้ดีอย่าให้ถูกแสงแดดจึงนำไปใช้ได้

ข้อควรระวังในการใช้มี 2 ข้อสำคัญๆ คือ
1. อัตราการใช้ 2-3 ช้อนกาแฟ (5-10 ซีซี.)/น้ำ 20 ลิตร (1 บีบ) ฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น ประมาณ 7-10 วัน/ครั้ง

2. เริ่มฉีดพ่นตั้งแต่ใบอ่อนออกมารุ่นที่ 3 เป็นใบ “เพสลาด” จนกระทั้งพืชออกดอก ประมาณ 50-80 % จึงหยุดพ่นด้วยฮอร์โมนไข่ทันที (ถ้าพ่นต่อไปดอกจะร่วงล่น เนื่องจากสูตรนี้มีความเข้มข้นและมีความเค็มสูง) หลังจากนั้นพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพสูตรฮอร์โมนผลไม้ต่อ ประมาณ7-10 วัน/ครั้ง

ราดฮอร์โมนไข่ โดยใช้ฮอร์โมนไข่ 200 ซีซี.ผสมน้ำ 20 ลิตร พ่นหรือราดให้ทั่วทรงพุ่ม ทุก ๆ 5-7 วัน

การฉีดพ่นด้วยฮอร์โมนไข่เป็นการเพิ่มคาร์โบไฮเดรต หรือธาตุคาร์บอน (C) ให้กับต้นไม้ทำให้ค่าของ ซี/เอ็น เรโช (C/N Ratio) กว้างหรือสูงขึ้นมีผลทำให้ไปกระตุ้นตาดอกสามารถเปิดตาดอกได้ ไม่เป็นการทรมานต้นไม้อีกด้วย แต่ต้องจำไว้เสมอว่า การทำให้ต้นไม้ออกดอกหรือออกดอกนอกฤดูต้องเน้นการบำรุงต้นให้สมบูรณ์ที่สุดและพืชมีใบอ่อนรุ่นที่สามที่มีใบ “เพสลาด”  จึงทำการฉีดพ่นฮอร์โมนไข่ จากนั้นไม่เกิน 30 วัน พืชจะแตกดอกเต็มต้น (ไม่เชื่ออย่าลบหลู่)

http://stou-rayong.thai-forum.net/forum-f13/topic-t285.htm



ฮอร์โมนไข่สูตรซุปเปอร์

สูตรซุปเปอร์
 
สวัสดีครับ สมาชิกเพื่อการเกษตร ลองแวะอ่านฮอร์โมนไข่สูตรซุปเปอร์ที่พี่ ประทุม  ม่วงทอง  นักวิชาการส่งเสริมการเกษตร 6ว ได้นำมาจากพี่เสรี  กล่ำน้อย 445  หมู่ที่  8  ต.เขาท่าพระ  อำเภอเมืองชัยนาท  จังหวัดชัยนาท เกษตรกรคนเก่งของจังหวัดชัยนาท เลยละ พี่เขาว่าใช้ได้ดี

ฮอร์โมนไข่
-  ไข่ไก่สด          5  กิโลกรัม 
-  กากน้ำตาล         5  กิโลกรัม 
-  ยาคูลท์           1  ขวด     
-  ลูกแป้งข้าวหมาก     1  ก้อน  

วิธีทำ   
ชั่งกากน้ำตาลในถังหมัก 5 กิโลกรัม  ใส่ไข่ไก่ลงไปทั้งฟอง 5 กิโลกรัม ใช้ไม้กระทุ้งไข่ให้แตก เติมยาคูลท์ลงไป บี้ลูกแป้งข้าวหมากก่อนจึงใส่ลงไป จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกันหาฝาปิดให้เหลือช่องอากาศแต่น้อย  เก็บไว้ในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวก คนทุกเช้าและเย็นวันละ 2 ครั้ง จนครบ 14
วัน กรองเอาเฉพาะน้ำเก็บไว้ในที่ร่ม ในกรณีที่เก็บฮอร์โมนไข่ไว้นานเกินจับตัวแข็งให้เติมน้ำมะพร้าวอ่อนลงไปคนพอเหลว

การนำไปใช้    
ผสมฮอร์โมนไข่สูตรซุปเปอร์ 5-10 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช  ทั้งบนใบและใต้ใบให้เปียกชุ่ม ช่วงตอนเย็นแดดอ่อนหรือราดลงดินรอบทรงพุ่มอัตรา 20-40 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน ต้นไม้จะเจริญสมบูรณ์แข็งแรงดี ให้ดอกออกผลรวดเร็วเกินคาด ดินร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศถ่ายเทสะดวก กรณีที่นำจุลินทรีย์หน่อกล้วยร่วมกับฮอร์โมนไข่สูตรซุปเปอร์กำจัดข้าวดีด          
      
ครั้งที่ 1 ใช้จุลินทรีย์หน่อกล้วย 5 ลิตร และฮอร์โมนไข่ 100 ซีซี. ใส่ในนา 1 ไร่ ไขน้ำให้ท่วม(ไม่เผาตอซัง)ประมาณ 5 ซม. หมักทิ้งไว้ 7 วัน ข้อสำคัญพื้นที่นาต้องเรียบเสมอ        
    
ครั้งที่ 2 หลังจากนั้น 7 วัน แล้วตีดินให้ทั่วแปลงนา หมักทิ้งไว้อีก 7 วัน แล้วทำเทือกได้เลย

ลักษณะพิเศษ   
ช่วยเร่งในการออกดอก ผลผลิตมีน้ำหนักดี ข้าวเมล็ดอวบ สูรนี้ประหยัดและหาวัสดุง่ายกว่าครับ



ฮอร์โมนไข่สูตรซุปเปอร์  (นายวิโรจน์ ฉิมดี 086-7389507)
 

ที่ วัสดุ จำนวน หน่วย
1 ไข่แดง(ใช้เฉพาะไข่แดง) 10 ฟอง
2 สาหร่ายทะเล(100 กรัม/ซอง) 1 ซอง
3 ธาตุรองธาตุเสริม 100 กรัม
4 วิตามิน อี 5 เม็ด
5 น้ำมันตับปลา 5 เม็ด
6 กลูโคส 5 ช้อนโต๊ะ
7 น้ำสะอาดต้มให้เดือนทิ้งให้อุ่น(50 องศาเซลเซียส) 10 ลิตร


วิธีทำ             
ตอกไข่ใช้เฉพาะไข่แดงตีให้ละเอียดเติมน้ำที่เตรียมไว้ให้มีอุณหภูมิประมาณ 50 องศาเซลเซียน เพื่อกำจัดจุลินทรีย์ที่ไม่ต้องการ ค่อยๆ เทสาหร่ายทะเลจากซองลงไป(เหนียวคนยาก) จากนั้นเจาะวิตามินอี น้ำมันตับปลา ธาตุรองธาตุเสริม และกลูโคส ลงไปผสมพร้อมคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน นำไปใช้ได้ทันที ถ้าใช้ไม่หมด หาฝาปิด เก็บไว้ในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวก อย่าให้ถูกแสงและความร้อนจากที่เคยเก็บรักาไว้ได้ 1 เดือน (ใช้หมดก่อนจึงไม่มีงานทดลองว่าจะได้นานสุดเท่าไร)  

การนำไปใช้               
ผสมฮอร์โมนไข่สูตรซุปเปอร์ 5-10 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ช่วงข้าวเล็ก เพิ่มความเข้มข้นได้ตามอายุของข้าว จนถึงข้าวออกดอกประมาณ 10-20 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ข้าวออกดอกแล้วให้หยุด และฉีดพ่นอีกครั้งเมื่อข้าวระยะน้ำนม ฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช ทั้งบนใบและใต้ใบให้เปียกชุ่ม ช่วงตอนเย็นแดดอ่อนหรือราดลงดินรอบทรงพุ่มอัตรา 20-40 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน  ต้นไม้จะเจริญสมบูรณ์แข็งแรงดี ให้ดอกออกผลรวดเร็วเกินคาด ดินร่วนซุย อุ้มน้ำและอากาศถ่ายเทสะดวก(ฮอร์โมนไข่สูตรซุปเปอร์ มีธาตุอาหารที่สำคัญไม่มีโทษมีแต่ประโยชน์ แต่อย่าใสเข้มข้นมากนัก เพราะใบข้าวจะไหม้ได้) กรณีใช้ในไม้ผล   

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ นายวิโรจน์  ฉิมดี  086-7389507

*****  อย่าเพิ่งเชื่อนะลองทำดู

http://gotoknow.org/blog/chud02/130039





ฮอร์โมนไข่  
ส่วนผสม
1. ไข่ไก่         5      กิโลกรัม
2. กากน้ำตาล      5      กิโลกรัม (ถ้าคนกินใช้น้ำผึ้ง)
3. นมเปรี้ยวยาคู้    1      ขวด (10 บาท)
4. ลูกแป้งข้าวหมาก  1      ลูก 

ขั้นตอนการทำ
1. ล้างไข่ไก่ให้สะอาด
2. นำส่วนผสมทั้งหมดมาผสมรวมกันสำหรับไข่ไก่ทุบเอาทั้งเปลือกและลูกแป้งข้าวหมากให้ทำการบดให้แตกก่อน3.หมักไว้ 14–20 วันคั้นเอาแต่น้ำ(ลองชิมดูรสชาติไม่หวานเกินไปและไม่คาวเกินไปถือว่าใช้ได้) 

ประโยชน์และอัตราการใช้
1. ใช้ฮอร์โมนไข่อัตรา 2 ช้อนแกง + น้ำ 20 ลิตร พ่นพืชทุกชนิด
2. เปิดตาดอก เร่งการออกดอก ฉีด 1 ครั้งก่อนออกดอก ผลดอก รสชาติหวานกรอบอร่อย
3. ใช้ฮอร์โมนไข่อัตรา 1 ช้อนกาแฟ + น้ำ 20 ลิตรให้สัตว์กินสัตว์จะโตเร็ว
4. ใช้ฮอร์โมนไข่อัตรา 1 ช้อนแกง + น้ำ 1 ลิตร + อาหารสัตว์ 1 ปี๊บ คลุกอาหารให้สัตว์กิน
5. ใช้ฮอร์โมนไข่อัตรา 1 ช้อนกาแฟ + น้ำใบเตย 1 ลิตรให้คนกินสุขภาพดี ไม่ปวดเมื่อย ไม่อ่อนเพลีย ลืมแก่

คำเตือน
1. ห้ามพ่นกับผักกินใบเพราะจะออกดอกเร็ว
2. ห้ามพ่นกับพืชที่ต้องการความสูงเพราะต้นจะเตี้ย
3. ห้ามพ่นช่วงพืชออกดอกเพราะดอกจะร่วง
4. ช่วงพืชออกดอกให้ใช้วิธีรดลงดิน
5. คนอ้วนให้กินหลังอาหาร ส่วนคนผอมให้กินก่อนอาหาร(ใช้น้ำผึ้งแทนกากน้ำตาล)
6. ห้ามกินเกินอัตราเพราะใจจะสั่นนอนไม่หลับ(แก้เบาหวาน โรคไต โรคมะเร็ง)

http://www.google.co.th/search?q=%E0%B8%AE%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B9%82%E0%B8%A1%E0%B8%99%E0%B9%84%E0%B8%82%E0%B9%88&hl=th&ei=EV_WTL7jD4b0vQPgnsCmCQ&start=10&sa=N




ใช้ "น้ำหมัก" ฮอร์โมนไข่ใส่ไม้ผล วิธีลดต้นทุน "ศิวพร เอี่ยมจิตกุศล"

การใช้สารเคมีเพื่อเพิ่มผลผลิตทางการเกษตรมาอย่างต่อเนื่องกว่า 10 ปี ทำให้เจ้าของสวนผลไม้ใน ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี อย่าง "ศิวพร เอี่ยมจิตกุศล" เกษตรกรดีเด่น สาขาผลิตพืชอินทรีย์ ต้องพบกับปัญหามากมาย ไม่เพียงความเสื่อมโทรมของสวนไม้ผลเท่านั้น แต่ยังส่งผลถึงสุขภาพของตนเองที่เดิมมีปัญหาเรื่องแพ้อาหารที่เจือปนสารเคมีอยู่แล้ว เมื่อต้องมาสัมผัสกับสารเคมีทางการเกษตรอย่างต่อเนื่องกลับทำให้ร่างกายย่ำแย่ลงไปอีก


แต่หลังจากที่เธอหันมาเข้าสู่เกษตรอินทรีย์ตั้งแต่ปี 2543 จนถึงปัจจุบัน โดยได้เข้าไปขอรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่สถานีพัฒนาที่ดินจันทบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องการส่งเสริมการทำเกษตรอินทรีย์ในพื้นที่ ก็ได้ให้การสนับสนุนทั้งความรู้ การฝึกอบรม รวมถึงปัจจัยการผลิต เช่น ผลิตภัณฑ์สารเร่งจุลินทรีย์ พด. ต่างๆ มาใช้ในพื้นที่ ส่งผลให้ผลผลิตทางการเกษตรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง จนกระทั่งได้รับรองการผลิตพืชอินทรีย์เมื่อปี 2550 ในขณะที่สุขภาพร่างกายก็ไม่มีปัญหาในเรื่องการแพ้สารเคมีเหมือนเมื่อก่อน


"ที่สวนมีการปลูกพืชแบบผสมผสาน มีทั้งไม้ผล อาทิ เงาะ ทุเรียน มังคุด ลองกอง และยังมีการปลูกพืชผัก รวมถึงเลี้ยงสัตว์ควบคู่ด้วย เพื่อนำมูลมาทำปุ๋ยหมักใช้ในสวน เป็นการลดต้นทุนการผลิตได้เป็นอย่างดี สิ่งสำคัญของการปลูกพืชอินทรีย์คือจะต้องไม่มีการปนเปื้อนของสารเคมี ดังนั้นในพื้นที่รอบๆ สวนจึงปลูกกล้วยเสริมเพื่อเป็นแนวกันชนไม่ให้สารเคมีจากสวนของคนอื่นเข้ามาปนเปื้อนผลผลิตได้" ศิวพรเผยเทคนิค


ศิวพรระบุอีกว่า สำหรับหลักการจัดการสวนจะเน้นไปที่การปรับปรุงบำรุงดินโดยปุ๋ยจากวัสดุธรรมชาติที่มีอยู่ อย่างเช่นปุ๋ยหมักจากเปลือกเงาะ ที่ได้เปลือกเงาะจากโรงงานผลิตเงาะกระป๋องของตนเอง ที่มีปริมาณมากนำมาทำปุ๋ยหมัก โดยใช้ส่วนผสม เปลือกเงาะ 3,000 กิโลกรัม รำละเอียด 100 กิโลกรัม กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม และสารเร่ง พด.1 ผสมในอัตราส่วน 1 ลิตรต่อ 200 ลิตร หมักทิ้งไว้ 45 วัน นำไปใช้โดยหว่านรอบทรงพุ่มในอัตราการใช้ที่แตกต่างกัน เช่น ใช้กับเงาะ ทุเรียน จะใส่ปุ๋ยต้นละ 100 กิโลกรัม ในช่วงการบำรุงต้นและช่วงการให้ผลผลิต ลองกอง ใส่ต้นละ 30 กิโลกรัม ในช่วงการบำรุงต้นและช่วงการให้ผลผลิต แต่ถ้าเป็นพืชผัก จะใช้ผสมในการเตรียมดินเพื่อเพาะปลูก ประมาณ 3 กิโลกรัมต่อตารางเมตร หรือใช้รองก้นหลุมก็ได้

"สำหรับการทำน้ำหมักชีวภาพสูตรฮอร์โมนไข่นั้น เป็นสูตรที่คิดค้นเองและใช้ได้ผลดีเกินคาด โดยใช้ไข่ไก่ 5 กิโลกรัม ยาคูลท์ 500 ซีซี. น้ำตาล 5 กิโลกรัม และแป้งข้าวหมาก 5 ก้อน หมักไว้นาน 7 วัน ก็จะได้น้ำหมักชีวภาพไว้ฉีดพ่นต้นลองกองและมังคุด เพื่อเร่งการออกดอก อีกสูตรหนึ่งคือปุ๋ยหมักปลา ใช้วัสดุคือปลาทะเลตัวเล็ก 30 กิโลกรัม กากน้ำตาล 10 กิโลกรัม EM 10 กิโลกรัม และสับปะรด 5 กิโลกรัม หมักไว้ประมาณ 2 เดือน เพื่อนำไปฉีดพ่นบำรุงต้นไม้ผลในอัตรา 300 ซีซี.ต่อน้ำ 200 ลิตร" เจ้าของสวนคนเดิมเผยเคล็ดลับ


ศิวพรย้ำด้วยว่าทุกอย่างที่ใช้ในสวนแห่งนี้จะต้องปราศจากสารเคมี ไม่เว้นแม้กระทั่งการกำจัดศัตรูพืช ซึ่งทางสวนจะใช้พืชสมุนไพรในการป้องกันและกำจัดศัตรูพืชแทนการใช้สารเคมี โดยถ้าเป็นการป้องกันเชื้อราจะใช้ใบเสม็ดขาวหมักกับน้ำทิ้งไว้ 1 คืน จากนั้นจะนำมาต้มให้อุ่นและทิ้งไว้ให้เย็นใช้ฉีดพ่นป้องกันเชื้อราในอัตรา 500 ซีซี.ต่อน้ำ 200 ลิตร และถ้าหากพบแมลง และหนอนเข้าทำลายผลผลิตจะใช้ใบกะเพราและบอระเพ็ดมาหมักกับน้ำทิ้งไว้ 1 คืน ต้มให้อุ่น ทิ้งไว้ให้เย็น ใช้ฉีดพ่นอัตรา 500 ซีซี.ต่อน้ำ 200 ลิตร


สำหรับเกษตรกรที่สนใจอยากจะนำไปเป็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนระบบการทำเกษตรที่ลดการพึ่งพาสารเคมีมาพึ่งพาตนเอง ก็สามารถสอบถามรายละเอียดหรือเยี่ยมชมสวนของเธอได้ที่เลขที่ 91 หมู่ 8 ต.คลองพลู อ.เขาคิชฌกูฏ จ.จันทบุรี หรือ 08-9028-3042 ได้ตลอดเวลา



ที่มา : หนังสือพิมพ์คม ชัด ลึก วันที่ 4 พฤศจิกายน 2553


http://www.komchadluek.net/detail/20101104/78187/ใช้น้ำหมักฮอร์โมนไข่ใส่ไม้ผลวิธีลดต้นทุนศิวพรเอี่ยมจิตกุศล.html


http://www.phtnet.org/news53/view-news.asp?nID=409






ฮอร์โมนไข่เร่งดอก

วิธีทำ
ชั่งกากน้ำตาลในถังที่จะใช้หมัก 5 กก. ใส่ไข่ไก่ลงไปทั้งฟองไม่ต้องตอก 5 กก. จากนั้นใช้ไม้ที่จะใช้คนกระทุ้งไข่ให้แตก โดยยังไม่ต้องคนจนกว่าไข่ทุกฟองจะแตกหมดจึงเติมยาคูลท์ลงไป ลูกแป้งข้าวหมากใส่ถุงพลาสติก บี้ให้เป็นผงเสียก่อนจึงใส่ลงไป จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน หาฝาปิดให้เหลือช่องอากาศแต่น้อยนำไปเก็บในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวก หมักไว้ 7 วันไม่ต้องคน จากนั้นมาใช้ได้

วิธีใช้
ผสมฮอร์โมนไข่ 5-10 ซีซี.ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วต้นพืช ทั้งบนใบและใต้ใบ ให้เปียกชุ่มโชก ช่วงตอนเย็นแดดอ่อน หรือราดรดลงดินรอบทรงพุ่มอัตรา 20-40 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ทุก 5-7 วัน ต้นไม้จะเจริญสมบูรณ์แข็งแรงดี ให้ดอกออกผลรวดเร็วเกินคาดดินร่วนซุยอุ้มน้ำ และอากาศ ถ่ายเทได้สะดวก

ถ้าเก็บฮอร์โมนไข่ไว้นานเกิดจับตัวแข็ง ให้เติมน้ำมะพร้าวอ่อนลงไปคนพอเหลว หากผสมฮอร์โมนไข่เพื่อฉีดพ่นอาจต้องกรองเปลือกไข่ออกเพื่อป้องกันหัวฉีดอุดตัน

อาจารย์สุวัฒน์ ทรัพยะประภา
โดย: สุกิจ

http://www.pantown.com/board.php?id=25869&area=3&name=board11&topic=1&action=view





ฮอร์โมนไข่เพิ่มผลผลิตข้าว

ปัจจุบันค่าใช้จ่ายด้านปุ๋ยเคมีและฮอร์โมน เป็นต้นทุนหลักอีกอย่างหนึ่ง ที่ชาวนาต้องแบกรับ และนับวันจะยิ่งมีราคาแพงขึ้น ชาวนาจึงต้องหาวิธีลดต้นทุนแบบใหม่ๆ ที่ประหยัดค่าใช้จ่าย แต่ไม่กระทบกับการให้ผลผลิต สำนักงานเกษตรจังหวัดชัยนาท จึงได้แนะนำให้ชาวนา หันมาผลิตฮอร์โมนไข่ไว้ใช้เอง ซึ่งเป็นเทคนิคการใช้จุลินทรีย์และวัตถุดิบจากธรรมชาติ แทนปุ๋ยเคมีที่มีราคาสูง ช่วยให้ข้าวมีรวงยาว เมล็ดเต็ม และได้ผลผลิตสูงขึ้น วิธีการทำฮอร์โมนไข่ เริ่มจากนำไข่ไก่สด มาชั่งน้ำหนักให้ได้ 5 กิโลกรัม นำมาปั่นให้ละเอียด เติมด้วยน้ำตาลทราย 3 ถึง 4 ขีด นมเปรี้ยว 1 ขวดและแป้งข้าวหมากที่บดแล้ว 1 ลูก คนให้เข้ากัน หมักในภาชนะ ปิดทิ้งไว้ หมั่นคนในช่วงเช้าและเย็นจนครบ 7 วัน ก็จะได้ฮอร์โมนไข่ มีลักษณะข้นเหนียว คล้ายครีมสลัด เมื่อจะนำไปใช้ให้ผสมน้ำสะอาด ในอัตรา 2 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นต้นข้าว นักวิชาการเกษตร แนะนำให้ชาวนา ฉีดพ่นฮอร์โมนไข่ในช่วงที่ต้นข้าวอายุ 60 วัน ซึ่งกำลังตั้งท้องและเริ่มแทงรวง โดยฉีดพ่นในช่วงเช้าตรู่ จากนั้นให้ฉีดพ่นซ้ำอีกครั้ง เมื่อต้นข้าวอายุ 65 ถึง 70 วัน ซึ่งเป็นช่วงข้าวแทงรวงจนสุดแล้ว มีข้อแนะนำเพิ่มเติมอีกครับ ว่าการที่จะใช้ฮอร์โมนไข่ให้ได้ผลดีและมีประสิทธิภาพมากที่สุด ชาวนาไม่ควรเผาฟางข้าว ก่อนที่จะลงปลูกข้าวใหม่ และควรใส่ปุ๋ยคอก ไร่ละครึ่งตันในช่วงเตรียมดินด้วย ซึ่งวิธีนี้จะทำให้ข้าว ได้ผลผลิตเพิ่มขึ้นจากไร่ละ 700 กิโลกรัม เป็น 850 กิโลกรัม ชาวนาอาจใส่ปุ๋ยยูเรียเสริมในช่วงข้าวตั้งท้องเพียงไร่ละ 5 กิโลกรัมเท่านั้น หรือ จะไม่ใส่เลยก็ได้ วิธีนี้ เป็นการลงทุนที่ไม่สูงเลยนะครับ เกษตรกรจะเสียค่าใช้จ่ายเฉพาะค่าไข่ไก่ในการผลิตฮอร์โมน ซึ่งก็เป็นไข่ไก่ที่เราบริโภคกันในครัวเรือน นอกจากจะช่วยลดการใช้ปุ๋ยเคมีลงแล้ว ยังช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้เยอะเลย


http://thailand.siamjobit.com/News-detail-366809.html 





มีอะไรในฮอร์โมนไข่


คุณค่า 'ฮอร์โมนไข่' เร่งพืชออกดอก หนึ่งทางเลือกลดปัญหาใช้สารเคมี

เมื่อเอ่ยถึงคุณค่าของ “ไข่” นอกจากจะเป็นอาหารโปรตีนที่มีประโยชน์ต่อร่างกายของมนุษย์แล้วไข่ยังมีประโยชน์ต่อการปลูกพืชอีกด้วยโดยเฉพาะการผลิตพืชผักและไม้ผลนอกฤดูซึ่งเกษตรกรสามารถใช้ไข่เป็นตัวช่วยในระบบการผลิตได้โดยสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่5(สวพ.5)กรมวิชาการเกษตรได้พัฒนาและคิดค้นสูตร“ฮอร์โมนไข่”ขึ้นมาเพื่อใช้เร่งการออกดอกของพืชนับเป็นทางเลือกใหม่ของเกษตรกรที่สามารถช่วยลดต้นทุนการผลิตลงได้ค่อนข้างมากอีกทั้งยังช่วยลดปัญหาสารเคมีตกค้างในสินค้าเกษตรด้านพืชและไม่ส่งผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมด้วย

นายอัครินทร์ ท้วมขำ นักวิชาการเกษตร 8ว. สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จ.ชัยนาท  กล่าวว่าการปลูกพืชแล้วพืชไม่ออกดอกหรือออกดอกน้อยถือเป็นปัญหาสำคัญของเกษตรกร เพราะถ้าพืชออกดอกน้อยผลผลิตก็จะน้อยตามไปด้วย โดยเฉพาะช่วงต้นฤดูฝนไม้ผลส่วนใหญ่มักแตกใบอ่อนแต่ไม่ค่อยจะติดดอกออกผลให้เกษตรกร
 

ทั้งนี้เนื่องจากน้ำฝนนำธาตุไนโตรเจน ในรูปของกรดไนตริก กรดไนไตร  อันเกิดจากฟ้าแลบบนท้องฟ้ามาสู่พื้นโลกอย่างน้อย 10 ล้านตันต่อปี 

น้ำฝนยังทำให้ดินชุ่มชื้นเหมาะแก่การเจริญเติบโตของจุลินทรีย์ที่ช่วยตรึงก๊าชไนโตรเจน
เพิ่มเติมให้แก่ดินอีกประมาณ 90 ล้านตันต่อปี

นอกจากนี้ ท้องฟ้าในช่วงฤดูฝนจะมีแสงสว่างน้อยทำให้อัตราการสังเคราะห์แสงของพืชลดลง ยิ่งทำให้คาร์โบไฮเดรตที่สะสมอยู่ในเนื้อเยื่อของพืช มีปริมาณลดลงเมื่อเทียบกับธาตุไนโตรเจน ซึ่งรับเพิ่มเติมเข้ามาเรื่อยๆ อัตราระหว่าง คาร์โบไฮเดรต/ไนโตรเจน หรือ ซี/เอ็น เรโช(C/N Ratio) มีค่าต่ำหรือแคบ เนื้อเยื่อพืชก็จะพัฒนาไปเป็นใบและก้านกิ่ง ส่งผลให้ต้นไม้แตกใบอ่อนค่อนข้างมากในฤดูฝน ปัจจุบันผู้ผลิตผลไม้นอกฤดู เช่นทุเรียนและมะม่วง นิยมใช้สารเคมี คือ สารพาโคลบิวทาโซล ช่วยเร่งการออกดอกและติดผลของพืช บังคับให้มะม่วงหรือทุเรียนออกดอกนอกฤดูกาล นอกจากนั้นชาวสวนลำไยยังมีการใช้สารโพแทสเซียมคลอเรต ในการกระตุ้นและเร่งการออกดอกด้วย 

ตอนนี้เกษตรกรไม่ต้องราดสารเร่งให้ต้นมะม่วงหรือทุเรียนก็ออกดอกได้ โดยหันมาใช้ “ฮอร์
โมนไข่”  เร่งการออกดอกแทน

สูตรฮอร์โมนไข่เร่งการออกดอกของพืชมีดังนี้ คือ
1.ไข่ไก่สดทั้งเปลือกหรือไข่เป็ดไข่นกกระทา หรือไข่หอยเชอรี่จำนวน 5 กิโลกรัม
2.กากน้ำตาลหรือน้ำตาลทรายแดง5กิโลกรัม
3.ลูกแป้งข้าวหมาก1ก้อน
4.นมเปรี้ยว 1 ขวด หรือใช้หัวเชื้อจุลินทรีย์ที่ผลิตจากเปลือกสับปะรด 200 ซีซี.

การทำฮอร์โมนไข่ทำได้ง่ายๆ โดยนำไข่ไก่ทั้งฟองมาปั่นให้ละเอียดด้วยเครื่องปั่น ถ้าไม่มีเครื่องปั่นให้ตอกไข่ขาวไข่แดงออกจากเปลือกใส่ภาชนะ แล้วใช้ไม้ตีไข่ขาวไข่แดงให้เข้ากัน นำเปลือกไข่ใส่ครกตำให้ละเอียดจากนั้นตักใส่ลงไปในภาชนะที่มีไข่ขาวไข่แดงปนกันอยู่ เพื่อเพิ่มธาตุแคลเซียม(Ca)จากเปลือกไข่ แล้วนำกากน้ำตาลมาผสมนำผงแป้งข้าวหมากโปรยลงไป และใช้นมเปรี้ยวหรือหัวเชื้อจุลินทรีย์หรือกระเพาะหมู ซึ่งจะมีจุลินทรีย์มหัศจรรย์ที่ชื่อว่า Lactobacillus sp. ผสมใส่ลงไป แล้วคนคลุกให้เข้ากันนำไปบรรจุในภาชนะที่มีฝาปิดมิดชิด เช่น ถังพลาสติกที่มีช่องว่างอากาศประมาณ 10% ของ
ภาชนะ เพื่อให้จุลินทรีย์ที่ต้องการออกซิเจนเจริญเติบโตไปด้วย ทิ้งไว้ในที่มีอากาศถ่ายเทได้ดี อย่าให้ถูกแสงแดดประมาณ 7 วัน ก็สามารถนำไปใช้ได้ซึ่งมีต้นทุนการผลิตเพียงลิตรละ 25-30 บาทเท่านั้น

สำหรับการใช้ฮอร์โมนไข่เร่งการออกดอกของพืช ให้ใช้ในอัตราส่วน 2-3 ช้อนกาแฟ(5-10 ซีซี.)/น้ำ 20 ลิตรฉีดพ่นในช่วงเช้าหรือช่วงเย็น 7-10 วัน/ครั้ง

กรณีที่ใช้ในไม้ผลไม่ว่าจะเป็นการผลิตในฤดูกาลหรือนอกฤดูกาล เกษตรกรต้องบำรุงต้นพืชให้สมบูรณ์ที่สุดก่อนแล้วค่อยเร่งการออกดอกด้วยฮอร์โมนไข่ โดยเริ่มฉีดพ่นตั้งแต่ติดใบอ่อนรุ่นที่ 3 ประมาณ 30-45 วัน ไม้ผลจะติดดอก 50-80% ของทรงพุ่ม ต้องหยุดฉีดพ่นฮอร์โมนไข่ทันที ถ้าพ่นต่อไปจะทำให้ดอกร่วง เนื่องจากฮอร์โมนไข่สูตรนี้มีความเข้มข้นและความเค็มสูง

หากต้องการให้ดอกออกนอกฤดู ต้องให้มีช่วงฝนทิ้งช่วงหรือทิ้งช่วงการให้น้ำ 14-21 วัน/ครั้ง แล้วฉีดพ่นด้วยฮอร์โมนไข่ 7-10 วัน/ครั้ง ไม้ผลก็จะออกดอก จากนั้นฉีดพ่นด้วยน้ำหมักชีวภาพสูตรฮอร์โมนผลไม้ต่อไปอีก 7-10 วัน/ครั้ง เพื่อบำรุงผลผลิตให้สมบูรณ์

ส่วนการใช้ใน ข้าว พืชไร่ พืชผัก และไม้ดอกไม้ประดับ ควรฉีดพ่นตั้งแต่พืชตั้งตัวได้จนถึงออกดอกเกิน 50% จึงหยุดพ่น และที่สำคัญไม่ควรใช้ฮอร์โมนไข่เร่งดอกในพืชผักกินใบ เช่น คะน้า ผักกาดขาว ผักกาดหอม เพราะพืชผักเหล่านี้จะออกดอก ทำให้ผลผลิตมีคุณ
ภาพต่ำและขายไม่ได้ราคา

สุดท้ายคุณอัครินทร์ยังการันตีว่าฮอร์โมนไข่สูตรนี้ไม่เชื่ออย่าลบหลู่เชียวนะ

หากเกษตรกรสนใจสูตรและการใช้ฮอร์โมนไข่เร่งการออกดอกของพืช สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 5 จ.ชัยนาทโทรศัพท์ 0-5641-3044, 0-5641,5458 ทุกวันในเวลาราชการ.

ที่มา   หนังสือพิมพ์เดลินิวส์




ฮอร์โมนไข่บำรุงเห็ด

ส่วนประกอบ
- ไข่ไก่ทั้งฟอง 1 กก.
- กากน้ำตาล 1 กก.
- แป้งข้าวหมาก 1 ลูก
- ยาคูลท์ 1 ขวด

วิธีทำ :
ชั่งกากน้ำตาลในถังที่จะใช้หมัก 1 กิโลกรัม ใส่ไข่ไก่ลงไปทั้งฟอง 1 กิโลกรัม จากนั้นใช้ไม้ ที่คนกระทุ้งไข่ให้แตกหรืออาจจะใช้เครื่องปั่นผลไม้ปั่นให้ละเอียดทั้ง เปลือกแล้วเทลงไปในกากน้ำตาลคนให้เข้ากัน หลังจากนั้นเติมยาคูลท์ลงไป 1 ขวด คนอีกครั้งหนึ่งแล้วตามด้วยลูกแป้งข้าว หมากใส่ถุง พลาสติกบี้ให้เป็นผงเสียก่อนจึงใส่ลงไป จากนั้นคนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้าเป็นเนื้อเดียวกัน หาฝาปิด ให้เหลือช่องอากาศแต่น้อยนำไปเก็บในที่ร่มอากาศถ่ายเทสะดวก หมักไว้ 7 วัน ไม่ต้องคน จากนั้นนำมาใช้ได้ ถ้าเก็บฮอร์โมนไข่ไว้นานเกิดจับตัวแข็ง ให้เติมน้ำมะพร้าวอ่อนลงไปคนพอเหลวหากผสม ฮอร์โมนไข่เพื่อฉีดพ่นอาจต้องการกรองเปลือกไข่ออกเพื่อป้องกันหัวฉีดอุดตัน

วิธีใช้ :
 ผสมฮอร์โมนไข่ 5-10 ซีซี. ต่อน้ำ 20 ลิตร ฉีดพ่นให้ทั่วก้อนเชื้อ ให้เปียกชุ่มโชก ช่วงตอนเย็นแดดอ่อน ทุก 5-7 วัน ดอกเห็ดจะเจริญสมบูรณ์แข็งแรงดี ให้ดอกออกผลรวดเร็วเกินคาด

ที่มา : กลุ่มอาชีพเพาะเห็ดบ้านอ่างหิน จ.ราชบุรี

http://www.bassbio.com/th/2010-10-12-06-03-54/index.php?option=com_content&view=article&id=19:egg-hormone-for-mushroom-grow










สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2010-05-10 (16284 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©