-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 248 บุคคลทั่วไป และ 1 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

อินทรีย์ชีวภาพ





คิดค้นปุ๋ยชีวภาพได้ผลดี ต่อถั่วลิสง อ้อย พริก มะละกอ


ผศ.ดร.โสภณ บุญลือ อาจารย์ประจำภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่น เผยถึง โครงการศึกษาวิจัยเรื่องปุ๋ยชีวภาพจากจุลินทรีย์กลุ่มดูดซับและละลายฟอสเฟต ว่าได้ค้นพบคุณสมบัติพิเศษของเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ ไมคอร์ไรซ่า ซึ่งเป็นเชื้อราที่พบได้ตามดินทั่วไป โดยมีคุณสมบัติทำให้เกิดความสัมพันธ์แบบพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกันกับพืชอาศัย เชื้อรานี้ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของพืช โดยเพิ่มการดูดซับธาตุอาหารในดินให้กับพืชเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น มะละกอ อ้อย พริก และถั่วลิสง 
   
ส่วนแบคทีเรียละลายฟอสเฟต (phosphate solubilizing bacteria,  PSB) พบได้ทั่วไปในดิน เช่นเดียวกัน  แต่มีคุณสมบัติในการผลิตกรดอินทรีย์ที่สามารถย่อยสลายฟอสเฟตที่ถูกตรึงอยู่ในดิน ในรูปที่ไม่ละลายน้ำ ทำให้ฟอสฟอรัสละลายออกมาสู่ดิน จากนั้นเชื้อราไมคอร์ไรซ่าจึงช่วยดูดซับฟอสฟอรัสให้กับพืชได้มากขึ้น จึงทำให้พืชมีการเจริญเติบโตที่สูงและให้ผลผลิตดี ในการศึกษาวิจัย ได้นำเชื้อจุลินทรีย์ทั้ง 2 กลุ่มนี้ไปใช้กับการปลูกถั่วลิสงในสภาพแปลงปลูกทดลองเสร็จสมบูรณ์แล้ว และพบว่าได้ผลเป็นที่น่าพอใจ  
   
ทั้งนี้ กระบวนการทดลอง ผศ.ดร. โสภณ เปิดเผยว่า โดยปกติแล้ว ถ้าจะทำการทดลองในพืชชนิดใดนั้น ก็จะไปเก็บดินที่ อยู่บริเวณรอบ ๆ รากของพืชนั้นมา จากนั้นก็จะนำมาแยกสปอร์ของเชื้ออาร์บัสคูลาร์ ไมคอร์ไรซ่า ด้วยวิธีการร่อนแบบเปียก คือ ร่อนผ่านน้ำในตะแกรง ถึง 4 ชั้น รูของตะแกรงมีขนาดเล็กแตกต่างกัน ในระดับไมโครเมตร นำสปอร์ที่ได้มาตรวจสอบคุณลักษณะ  ว่าใช่เชื้อราอาบัสคูลาร์ ไมคอร์ไรซ่า หรือไม่ โดยส่องผ่านกล้องจุลทรรศน์แบบสเตอริโอไมโครสโคป พร้อมทั้งคัดเลือกสปอร์ภายใต้กล้องจุลทรรศน์นี้ และนำมาเพิ่มปริมาณ โดยใช้พืชอาศัย เช่น ข้าวโพด ที่มีระบบรากจำนวนมาก มีวงจรชีวิตสั้น ใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ก็สามารถเพิ่มปริมาณสปอร์ของเชื้อได้ดี
   
สำหรับแบคทีเรียละลายฟอสเฟต นำมาแยกโดยใช้อาหารจำเพาะที่ผสม ไตรแคลเซียมฟอสเฟต แล้วเพาะเลี้ยงในอาหารเหลว และผสมกับพาหะซึ่งใช้ผงซีโอไลท์ ทำให้แห้งแล้วนำไปใช้ทดลองต่อไป และเมื่อได้ เชื้อจุลินทรีย์ทั้ง 2 กลุ่มในปริมาณที่เพียงพอแล้ว ก็จะนำไปทดสอบกับพืชเป้าหมาย ในขั้นแรกจะนำไปทดสอบในระดับกระถางก่อน โดยใช้ถั่วลิสงที่มีสายพันธุ์แตกต่าง กัน มาทดสอบกับเชื้ออาบัสคูลาร์ ไมคอร์ไรซ่า ร่วมกับแบคทีเรียละลายฟอสเฟต ในแต่ละชนิด ซึ่งพบว่าเชื้ออาบัสคูลาร์ ไมคอร์ไรซ่า ชนิดโกมัส คาร์ลัม เป็นเชื้อที่ดีที่สุด สามารถส่งเสริมการเจริญเติบโตของถั่วลิสงได้ดีที่สุด ส่วนพันธุ์ของถั่วที่มีให้ผลการเจริญเติบโตที่ดีต่อเชื้อราอาร์บัสคูลาร์ ไมคอร์ไรซ่า ชนิด โกมัส คาร์ลัม นั้น คือพันธุ์ไทยนาน 9 ซึ่งตอนนี้ก็เป็นพันธุ์ถั่วที่เกษตรกรได้รับการส่งเสริมให้ปลูกโดยการคัดสายพันธุ์ถั่ว รวมถึงการทดลองในระดับแปลงได้รับความร่วมมือจาก รศ.ดร.สนั่น จอกลอย อาจารย์ประจำภาควิชาพืชศาสตร์และทรัพยากรการเกษตร คณะเกษตรศาสตร์   

จากการศึกษาพบว่า ต้นถั่วลิสงพันธุ์ไทยนาน 9 ที่ใส่เชื้อราอาบัสคูลาร์ ไมคอร์ ไรซ่า ชนิด โกมัส คาร์ลัม ร่วมกับแบคทีเรียละลายฟอสเฟตในการปลูกถั่วทำให้ถั่วลิสงมีเมล็ดโต น้ำหนักดี เมื่อเปรียบเทียบกับถั่วที่ ไม่ได้ใส่ปุ๋ยชนิดใดเลย และได้ผลดีเทียบเท่ากับถั่วลิสงที่ใส่ปุ๋ยเคมีเพียงอย่างเดียว นอกจากนี้เชื้อราอาร์บัสคูลาร์ ไมคอร์ไรซ่า ยังเป็นกลุ่มจุลินทรีย์ที่สามารถดูดซับฟอสฟอรัสให้กับพืชได้ดี ส่วนแบคทีเรียละลายฟอสเฟต ช่วยละลายฟอสเฟตในรูปที่ไม่ละลายน้ำให้เชื้อราไมคอร์ไรซ่า นำไปสู่พืช ดังนั้นการใช้เชื้อจุลินทรีย์ทั้ง  2 กลุ่ม จึงเป็นการเสริมประสิทธิภาพในการส่งเสริมการเจริญเติบโตของถั่วลิสง เนื่องจากการทำงานของเชื้อร่วมกันนี้และยังช่วยรักษาสภาพดินให้ร่วนซุยได้ดีอีกด้วย  
   
สำหรับผู้สนใจงานวิจัยดังกล่าวสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ภาควิชาจุลชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ ม.ขอนแก่น โทรศัพท์ 0-4320-2377 หรือ www.kku.ac.th/research



http://www.dailynews.co.th/web/index.cfm?page=content&categoryID=344&contentID=91491









สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2010-05-10 (2424 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©