-
++kasetloongkim.com++ - Content
หน้าแรก สมัครสมาชิก กระดานข่าว ดาวน์โหลด ติดต่อ

เมนูหลัก

» หน้าแรก
» เว็บบอร์ด
» ผู้ดูแล
» ไม้ผล
» พืชสวนครัว
» พืชไร่
» ไม้ดอก-ไม้ประดับ
» นาข้าว
» อินทรีย์ชีวภาพ
» ฮอร์โมน
» จุลินทรีย์
» ปุ๋ยเคมี
» สารสมุนไพร
» ระบบน้ำ
» ภูมิปัญญาพื้นบ้าน
» ไร่กล้อมแกล้ม
» โฆษณา ฟรี !
» โดย KIM ZA GASS
» สมรภูมิเลือด
» ชมรม

ผู้ที่กำลังใช้งานอยู่

ขณะนี้มี 150 บุคคลทั่วไป และ 0 สมาชิกเข้าชม

ท่านยังไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก หากท่านต้องการ กรุณาสมัครฟรีได้ที่นี่

เข้าระบบ

ชื่อเรียก

รหัสผ่าน

ถ้าท่านยังไม่ได้เป็นสมาชิก? ท่านสามารถ สมัครได้ที่นี่ ในการเป็นสมาชิก ท่านจะได้ประโยชน์จากการตั้งค่าส่วนตัวต่างๆ เช่น ฉากหรือพื้นโปรแกรม ค่าอ่านความคิดเห็น และการแสดงความเห็นด้วยชื่อท่านเอง

สถิติผู้เข้าเว็บ

มีผู้เข้าเยี่ยมชม
PHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG CounterPHP-Nuke PNG Counter ครั้ง
เริ่มแต่วันที่ 1 มกราคม 2553

product13

product9

product10

product11

product12

product14

product15

ส้มเช้ง





                               ส้มเช้ง                


          ลักษณะทางธรรมชาติ
               
       * เป็นไม้ผลยืนต้นอายุนานหลายิบปี ทรงพุ่มขนาดกลาง ไม่ผลัดใบ ปลูก
ได้ทุกภาค ทุกพื้นที่ และทุกฤดูกาล ชอบดินดำร่วนปนทราย มีอินทรียวัตถุมาก ระบายน้ำดี ไม่ทนต่อสภาพน้ำท่วมขังค้างนาน
                

       * เป็นไม้กึ่งเมืองร้อนชอบแสงแดดรำไรหรือ 50 เปอร์เซ็นต์ โดยปลูกแซมแทรกในไม้ผลขนาดใหญ่อย่างอื่น เช่น มะพร้าว ทุเรียน ถ้ามีกล้วยยืนเคียงข้างจะดีมาก
                
 
      * มีระบบรากลอยค่อนข้างอ่อนแอจึงไม่ควรตัดแต่งรากหรือกระทำการใดๆที่กระทบกระเทือนต่อราก การลอกเลนก้นร่องหรือการใส่อินทรีย์วัตถุคลุมโคนต้นเพื่อล่อรากควบคู่กับให้ฮอร์โมนบำรุงรากบ้างเป็นครั้งคราวจะช่วยให้ระบบรากดี
                
       * ชื่ออื่นที่เรียกกัน ได้แก่ ส้มตรา  ส้มกา  ส้มเกลี้ยง  มีเปลือกหนาติดเนื้อต้องใช้มีดปอกเปลือกเหมือนส้มโอ    
                
 
      * ให้ผลผลิตเมื่ออายุ 2-3 ปีหลังปลูกขึ้นอยู่กับการปฏิบัติบำรุง  ให้ผลผลิตเต็มที่เมื่ออายุ 5-8 ปี

       * ช่วงพักต้นต้องการน้ำพอหน้าดินชื้น  ช่วงออกดอกติดผลต้องการน้ำมากสม่ำเสมอ
               

       * เก็บเกี่ยวเมื่อสีเปลือกผลเริ่มเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นอมเหลืองได้ 10 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่ผิวเปลือกทั้งผล  ตัดด้วยกรรไกให้ติดขั้วกับติดใบ 1-2 ใบมาด้วย เก็บลงมาแล้วอย่าให้กระทบกระเทือนเพราะถ้าเนื้อในช้ำคุณภาพจะเสีย
              
       * ดอกเป็นดอกสมบูรณ์เพศที่ผสมกันเองในดอกเดียวกันหรือต่างดอกได้
                
       * เกสรตัวผู้หรือเกสรตัวเมียอย่างใดอย่างหนึ่งหรือทั้งสองอย่างไม่สมบูรณ์เกิดจากขาด
สารอาหาร/ฮอร์โมนหรือสภาพแวดล้อมไม่เหมาะสม (อากาศร้อนหรือฝนตกชุก) แล้วผสมกันแล้วพัฒนาเป็นผลจะเป็นผลไม่สมบูรณ์ ไม่โต รูปทรงบิดเบี้ยว                

       * อายุดอกตั้งแต่เริ่มออกถึงดอกบาน 25-30 วัน  อายุผลตั้งแต่ดอกบานผสมติดถึงแก่เก็บเกี่ยว 9-10 เดือน
 

      * ให้ฮอร์โมนน้ำดำ กับ แคลเซียม โบรอน เดือนละ 1 ครั้ง จะช่วยบำรุงให้ต้นสมบูรณ์ติดผลดก  คุณภาพดี

      * ให้ธาตุรอง/ธาตุเสริม เดือนละ 1 ครั้ง จะช่วยบำรุงให้คุณภาพดี กากน้อย
รสจัด เปลือกบาง               

      * การห่อผลด้วยถุงใยสังเคราะห์ตั้งแต่ขนาดเท่ามะนาว นอกจากช่วยรักษาสีผิวให้สวยแล้วยังทำให้คุณภาพดีอีกด้วย
                
 
     * กิ่งที่อยู่ด้านล่างของทรงพุ่มหรือกิ่งชิดดินควรตัดออก  เพราะนอกจากไม่ออกดอกติดผลแล้วยังทำให้ทรงพุ่มแน่นทึบอีกด้วย
                

      * ต้นมีความสมบูรณ์เต็มร้อยเปอร์เซ็นต์  ผ่านการบำรุงแบบให้มีสารอาหารกินตลอด  24 ชม.ต่อเนื่องมาหลายปีจะออกดอกติดผลตลอดปี ทั้งนี้จะต้องหมั่นตัดแต่งกิ่งให้โปร่งอยู่เสมอ ตัดยอดประธาน (ผ่ากบาล) ให้แสงแดด่องผ่านทรงพุ่มลงถึงพื้นโคนต้นได้
 

* อายุต้น 2-5 ปีแรกที่เมให้ผลผลิตอาจจะไม่ดีนัก แต่เมื่อต้นอายุมากขึ้นหรือเป็นต้นสาวแล้วจะให้ผลผลิตดี
 

       * ลำต้นเปล้าเดี่ยวๆหรือกิ่งง่ามแรกสูงจากพื้น 50-80 ซม.จะให้ผลผลิตดีกว่าต้นที่ลำเปล้าสั้นหรือกิ่งง่ามแรกอยู่ต่ำ แนะนำให้ตัดแต่งกิ่งจัดรูปทรงพุ่มให้มีลำเปล้าสูงๆตั้งแต่ต้นเริ่มให้ผลผลิตปีแรกๆรูป ทรงต้นก็อยู่อย่างนั้นตลอดไป
 






ความหลากหลายของสายพันธุ์พืชตระกูลส้ม
       
ในความหมายของคำว่า ส้ม(Citrus)ได้กินความหมายครอบคลุมไปนอกเหนือจากสกุลของส้ม(genus  Citrus) แต่รวมไปจนถึงพืชอื่น ๆ ที่ใกล้เคียง  (citrus relatives)ทั้ง subfamily  Aurantioideae ของวงศ์ส้ม Family Ruataceea ทั้งหมดด้วยกัน พืชใกล้เคียงที่พบมากที่สุดในประเทศไทย เช่น ต้นแก้ว (Murraya paniculata) มะไฟจีน (Clausena lansium)มะนาวเทศ (Triphasia trifolia)  กระแจะ(Hesperethusa   crenulata) มะนาวผี (Atalantia  monophylla) มะตูม (Aegle  marmalos)มะขวิด (Feronia   limonia) และมะสัง  (Feroniella   lucida)  เป็นต้น 

นอกจากนี้ ยังมีส้มในสกุลอื่นๆที่มีบทบาทที่สำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตส้มของโลกอีกด้วย

          
ส้มมีถิ่นกำเนิดอยู่ในเขตติดต่อระหว่างพื้นที่ของประเทศจีนตอนใต้ อินเดีย คาบสมุทรมะลายู ซึ่งรวมถึงประเทศไทยทั้งหมดด้วย จากเอกสารรายงานของมองซิเออร์   เดอลาลูแบร์(Monsieur De LaLoubere)ที่เขียนไว้ในหนังสือ A New  Historical Relation With The King of Siam ที่ได้เข้ามาในประเทศไทยในระหว่างวันที่ 27 กันยายน 2230 (ค.ศ.1687)ถึงวันที่ 3  มกราคม 2231(ค.ศ.1688)หรือมากกว่า 300 ปีที่ผ่านมา ในเอกสารนี้ได้กล่าวถึงพืชหลายชนิดรวมทั้ง ส้มโอ(Soum-O หรือ Pompelmousees) ส้มแก้ว  (Soum –Keou)และมะกรูด (Ma-Crout) ส่วนกลุ่มส้มเปลือกล่อน  คาดว่าได้มีการนำเข้ามาในประเทศไทยเมื่อกว่า 100 ปี ที่ผ่านมาพร้อมกับชาวจีนที่อพยพและได้มีการปลูกและขยายพันธุ์จนได้เป็น  “ส้มเขียวหวาน”  ในที่สุด
         
ชนิดและพันธุ์ส้ม  ในสกุลส้ม   (Citrus)  และพืชที่ใกล้เคียงกับส้ม    (Citrus  relative)    นั้น  หากจะจัดแบ่งตามลักษณะความสำคัญทางพืชสวนแล้ว  สามารถแบ่งแยกได้เป็น  4  กลุ่ม ซึ่ง ก็มีความสำคัญแตกต่างกันไปตามความต้องการของกลุ่มชนวัฒนธรรม  รวมทั้งการใช้ประโยชน์ของส้มชนิดนั้น ๆ ด้วย  โดยสามารถสรุปการแบ่งแบบย่อได้ดังนี้


พืชในสกุลส้ม    (Citrus)   มี  4 กลุ่มย่อยคือ
1.กลุ่มส้มเกลี้ยง  (The  Orange   Group )
2.กลุ่มส้มเปลือกล่อน (The  Mandarins)
3.กลุ่มส้มโอและเกรฟฟรุต  (The  Pummelos  and  Grapefrits)
4. กลุ่มส้มที่มีรสเปรี้ยวจัด  (The Common Acid Members)



1.กลุ่มส้มเกลี้ยง  (
The  Orange   Group ) แบ่งเป็นสองกลุ่มใหญ่ ๆ ด้วยกัน  คือ
1.1 Sweet  Orange (Citrus  sinensis  [L.] Osbeck)  เป็นส้มที่ปลูกมากที่สุดของโลก
แบ่งเป็นประเภทย่อยลงไปในประเทศไทยที่พบคือ  ส้มเกลี้ยง,ส้มเช้ง
1.2 Sour  or   Bitter  Oranges  (Citrus  aurantium   L.) บางครั้งกลุ่มนี้เรียกว่า 
Sevelle  Orange  สำหรับในประเทศไทยรู้จักกันในชื่อที่เรียกว่า  ส้มซ่า   ในอดีต 
ส้มชนิดนี้ได้มีการนำมาใช้เป็นต้นตอของกลุ่มส้มเกลื้ยงเนื่องจากมีความทนทานต่อ
โรคยางไหลและไฟทอฟธอราได้ดี


2 กลุ่มส้มเปลือกล่อน (The  Mandarins)  จัดเป็นส้มกลุ่มที่ปลูกกันมากที่สุดในทวีปเอเชีย  ซึ่งรวมทั้งประเทศไทยด้วย แหล่งที่ผลิตสำคัญได้แก่  ญี่ปุ่น  เกาหลีใต้  จีน  ไต้หวัน  ไทย  อินเดีย ออสเตรเลีย  และย่านเมดิเตอเรเนียน  ส่วนประเทศในเอเชียที่มีปลูกค่อนข้างมาก ได้แก่  ฟิลิปปินส์และอินโดนีเซีย  แบ่งเป็น  5 กลุ่ม เป็นกลุ่มที่มีความสำคัญอย่างมาก  รวมทั้งประเทศไทยด้วยพันธุ์ที่สำคัญของไทยได้แก่  ส้มเขียวหวาน และส้มโชกุน 


3.กลุ่มส้มโอและเกรฟฟรุต  (The  Pummelos  and  Grapefruits)พันธุ์ส้มโอที่ปลูกในประเทศไทยมีอยู่หลายพันธุ์ โดยพันธุ์เดียวกันหรือกลุ่มเดียวกัน ปลูกกันคนและท้องที่ก็จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันออกไป ซึ่งพันธุ์ส้มโอที่นิยมปลูกกันได้แก่ ขาวน้ำผึ้ง  ขาวแตงกวา  ทองดี  ขาวหอม  ขาวใหญ่   ขาวพวง  ขาวแป้น  ท่าข่อย  ทับทิม  หอมหาดใหญ่  หากแบ่งตามเนื้อสีแล้ว  สามารถแยกเป็น  2  กลุ่มเช่นกันได้แก่
-กลุ่มที่มีเนื้อสีขาวหรือไม่มีสี  ได้แก่พันธุ์  ขาวพวง  ขาวแป้น  ขาวใหญ่  ขาวน้ำผึ้ง  ขาวแตงกวา
-กลุ่มที่มีเนื้อสีแดงหรือเนื้อสีชมพู พันธุ์ที่มีชื่อเสียงที่สุด คือ  ทองดีและท่าข่อย 



          4. กลุ่มส้มที่มีรสเปรี้ยวจัด (TheCommon Acid  Members)  ส้มกลุ่มนี้พบว่ามีรสเปรี้ยวจัด  ที่เป็นเอกลักษณ์ที่สำคัญ  คือ   มีส่วนของปลายผล  (stylar  end)  มักพบว่าลักษณะสำคัญนูนขึ้นเรียกว่า  areolar  mammalian (บางครั้งเรียกว่า  nipple)  แบ่งได้เป็น  3 กลุ่มย่อย  คือ
                      
4.1
The  Citrons  (Citrus  medica  L.)   ลักษณะที่สำคัญคือ ตาดอกมีสีม่วงแต้มอยู่ ในประเทศไทยพบปลูกตามหมู่บ้านชาวเขาทางภาคเหนือซึ่งเรียกกันว่า  ส้มมะละกอ  นอกจากนี้คือ  ส้มมือ        
                      
4.2 The  Lemons   
(Citrus  limon  [I.]  Burm. F)  เรียกกันว่าในภาษาไทยว่า  มะนาวฝรั่ง  หรือมะนาวนมยาน  ทางภาคเหนือบางครั้ง เรียกว่า มะนาวริโน  
                      
4.3 The  Limes
    ได้แก่มะนาว  ซึ่งแบ่งได้เป็น  2  กลุ่ม   ดังนี้คือ
- Small 
- fruited  Acid   Limes  (Citrus  aurantifolia  S wing)  เป็นกลุ่มมะนาวที่มีความอ่อนแอต่อโรคแคงเกอร์  (Xanthomonas   campestris  pv.  Citri)  และ tristeza  virus  
              
- Large
– fruited  Acid  Limes  (Citrus  latifolia  Tan..)มีลักษณะความทนโรคที่ตรงข้ามกับมะนาวกลุ่มแรก  เชื่อว่าเป็นลูกผสมโดยธรรมชาติ  พันธุ์ที่สำคัญได้แก่  Tahiti 


 

ส้มอีก 2 กลุ่มที่ไม่ได้อยู่ในสกุล Citrus ได้แก่ Kamquats (Fotunella spp.) ซึ่งเรียกในภาษาไทยว่า ส้มกินเปลือก และ trifoliate orange (Poncirus trifoliate) ซึ่งก็คือ ส้มสามใบส้มสามใบนั้นได้มีการนำมาใช้เป็นต้นตอนานมาแล้ว ในปัจจุบันได้มีการผลิตลูกผสมระหว่างส้มสามใบและส้มเกลี้ยง (sweet orange) ได้เป็นลูกผสมที่เรียกชื่อว่า citrange ขึ้น โดยพันธุ์ที่นำมาใช้เป็นต้นตออย่างกว้างขวางและรู้จักกันอย่างดี คือ   Troter และ Carrizo

จากการที่ส้มมีทั้งชนิด และพันธุเป็นจำนวนมาก การที่จะผลิตส้มจึงจำเป็นต้องคำนึงถึงตลาดที่จะสามารถรองรับผลผลิตเป็นหลัก ซึ่งจะรวมทั้งชนิดและปริมาณ นอกจากนี้ การผลิตยังจะต้องพิจารณาถึงศักยภาพของการผลิตส้มที่มีคุณภาพดีหรือสูง มิใช่เพียงแต่ปริมาณเท่านั้น พื้นที่แต่ละแห่ง พื้นความรู้ความสามารถของเกษตรกรเฉพาะบุคคลรวมทั้งช่องทางของตลาดก็เป็นข้อจำกัดหนึ่งของการผลิตด้วยเช่นกัน


  

คณะผู้วิจัย :
กาญจน์ จันทร์ลอย,สามารถ เศรษฐวิทยา,นางมณฑา วงศ์มณีโรจน์ และ รวี เสรฐภักดี
หน่วยงาน :
ศูนย์วิจัยและพัฒนาไม้ผลเขร้อน  สถาบันวิจัยและพัฒนากำแพงแสน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน
มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
โทร. 083-9648-399









                                     









สงวนลิขสิทธิ์โดย © ++kasetloongkim.com++ All Right Reserved.

ติดประกาศ: 2009-07-16 (5087 ครั้ง)

[ ย้อนกลับ ]
Content ©